{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 65 : COME BACK-[20]=เครื่องช่วยหายใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ม.ค. 56

                งานศพของมินโฮถูกจัดขึ้นเล็กๆ ภายในโซล ซ฿งมีผู้มาร่วมงานเพียงบุคคลที่ไปทะเลด้วยกันเท่านั้น

 

                ซึ่งฮยอคแจเองก็พอจะเข้าใจว่าเป็นเพราะชเว จินโมคือบุคคลที่มีอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถจะเปิดเผยออกมาได้

 

                วันนี้คือวันแรกที่จะต้องตั้งศพไว้เพื่อเคารพ ก่อนจะทำไปบรรจุในสุสานต่อไป บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย

 

                ชางมินที่นั่งอยู่หน้ารูปของมินโฮที่ยิ้มละไมอย่างนุ่มนวล ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองเพียงแต่วันนี้เจ้าตัวไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว

 

                มีเพียงซีวอนเท่านั้น ที่ยังคงยอมรับความจริงนี้ไม่ได้ ร่างสูงร้องไห้มาตลอด แม้แต่ตอนนี้ที่นั่งอยู่หน้าศพของมินโฮ ซีวอนเองก็ยังคงมีน้ำตา

 

                ฮยอคแจกุมหัวใจตัวเองที่กำลังปวดร้าวไปพร้อมๆกับร่างสูง เค้าไม่เคยเห็นซีวอนอ่อนแอได้มากถึงขนาดนี้มาก่อน

 

                คุณจินโม เข้าไปแตะไหล่ซีวอนเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ฮยอคแจสังเกตเห็นคุณยองเอ แอบไปร้องไห้กับคุณจีอูเงียบๆด้วยล่ะ นึกแล้วก็น่าสงสารมากๆจริงๆ

 

                ฮยอคแจแตะไปที่แก้มของตนเองก็พบว่าตนเองนั้นกำลังร้องไห้อยู่!

 

                ชั้นอยากโอบกอดนายไว้จังเลยซีวอน ชั้นไม่อยากเห็นนายเป็นแบบนี้เลย ยิ่งเห็นนายเสียใจ มันก็ราวกับว่าเป็นชั้นเองที่เสียใจมากกว่านายเป็นร้อยเท่า

 

                อย่าร้องอีกเลย...ชั้นเคยเกลียดที่นายเคยร้ายกาจสารพัด แต่ในตอนนี้ชั้นกลับเกลียดช่วงเวลาที่นายทรมานแบบนี้มากกว่า

 

                อย่าร้องอีกเลย...อย่าเลยนะ

 

                ฮยอคแจตัดสินใจในที่สุด เดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างๆของร่างสูง ก่อนจะโอบอีกฝ่ายเข้ามาไว้ในอ้อมแขน

 

                “ไม่ร้องนะ...มินโฮไปสบายแล้ว” พูดไปพร้อมกับลูบหลังเพื่อปลอบประโลมอีกฝ่ายไปด้วย

 

                “ฮึก! โฮฮ!!!” ซีวอนคว้าฮยอคแจเข้ามากอดเอาไว้ราวกับต้องการจะหาที่พึ่ง

 

                “ใจเย็นๆน...นายต้องทำใจยอมรับมัน...เชื่อสิ ว่ามินโฮก็ไม่ต้องการเห็นนายเป็นแบบนี้”

 

                “ชั้นทรมาณจังเลยฮยอคแจ...” ซีวอนพูดราวกับเพ้อ

 

                “ไม่เป็นไร ชั้นอยู่ตรงนี้แล้วนะ...ไม่เป็นไร”

 

                อ้อมกอดที่ส่งต่อความอบอุ่นมาให้แก่กันนั้น ซ๊วอนรีบคว้ามันไว้ เหมือนกับคนที่จมน้ำลอยคออยู่กลางทะเลให้จะหมดลมหายใจ

 

                แม้จะเห็นท่อนไม้อันน้อยนิด แต่ความหวังที่จะเอาชีวิตรอดมันก็ทำให้ตัดสินใจคว้ามันเอาไว้

 

                ความจริงการเห็นร่างอันไร้ลมหายใจของมินโฮ ทำให้เค้าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปอีกด้วยซ้ำ แต่การมีฮยอคแจทำให้เค้ารู้ว่าวันพรุ่งนี้ยังสำคัญอีกแค่ไหน

 

                เพราะนายนะฮยอคแจ...นายทำให้ชั้นอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

 

                อยู่เพื่อบอกกับนายเรื่อยไป บอกคำสำคัญคำนั้น...

 

                ...ชั้นรักนาย...

 

 

                “พ่อเรียกผมมามีอะไร....เอ่อ....สวัสดีครับ” ฮยอคแจที่เปิดประตูห้องทำงานของผู้เป็นพ่อเข้ามาเพราะถูกเรียกอย่างด่วน แต่เมื่อเปิดประตูกลับพบว่าคนที่กลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของพ่อเค้านั้นกลับเป็น

 

                ชเว จินโม ท่านผู้นำพรรคฝ่ายค้านที่กำลังลงเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในเร็วๆนี้ และที่สำคัญ ยังเป็นพ่อแท้ๆของซีวอนอีกด้วย

 

                ”เอ่อ ชั้นต้องขอโทษเธอด้วยนะที่มาทั้งๆที่ไม่ได้นัดอะไรก่อนแบบนี้น่ะ” จินโมลุกขึ้นต้อนรับผู้มาใหม่

 

                “ครับ ไม่เป็นไรครับ” ฮยอคแจพูดอย่างเกรงๆ หันไปหาพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

                “ถ้าอย่างนั้น เชิญคุยกันตามสบายนะครับ ผม.....”

 

                “ไม่เป็นไรครับ คุณจะอยู่ร่วมฟังด้วยก็ได้ ยังไงคุณก็มีสิทธิ์รับรู้” จินโมหันไปกล่าว ก่อนจะเริ่มพูดประเด็นทันที เมื่อฮยอคแจนั่งลงข้างๆตัวเอง

 

                “ที่ชั้นมาในวันนี้ ก็เพื่ออยากจะพูดเรื่องสำคัญเกี่ยวกับซีวอน ลูกชายของชั้นเอง” จินโมใช้วิธีพูดแบบนักการเมืองมากประสบการณ์

 

                “ครับ” ฮยอคแจตอบรับ

 

                “ชั้นอยากจะถามว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งสองคนคืออะไร”

 

                “ผม.....” จะให้ตอบได้อย่างไรล่ะในเมื่อเค้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคำตอบมันควรจะออกมาในทิศทางไหน

 

                “ไม่เป็นไร ตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร งั้นชั้นขอเปลี่ยนคำถามใหม่ เธอรักลูกชายของชั้นรึเปล่า?”

 

                คำถามนี้ยิ่งทำให้ร่างบางลำบากใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหันไปมองพ่อของตนเองแล้วก็ทำท่าจะร้องไห้ออกมา

 

                “ตอบไปเถอะลูก พ่ออยากให้ลูกตอบมาตามความจริงนะ” ลี บยองฮุนพยักหน้าให้กำลังใจลูกชายคนโต

 

                ฮยอคแจสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะพยักหน้ารับในที่สุด

 

                “ครับ.”

 

                “ชั้นเชื่อว่ามินโฮคงจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอรู้แล้วสินะ ถ้าอย่างนั้นชั้นคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมมาก แค่อยากจะให้เธอช่วยดูแลลูกชายของชั้นหน่อย เพราะนอกจากชางมิน และมินโฮแล้ว ชั้นไม่เคยเห็นเค้าห่วงใยใครอีกเลย มีเพียงเธอเท่านั้นที่ก้าวเข้ามาแล้วทำให้ชั้นแปลกใจ” จินโมร่ายยาวเพื่อจบการสนทนานี้เสียที

 

                “ดูแล?”

 

                “ตอนนี้ซีวอนแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว เค้าทำใจรับกับการจากไปของมินโฮไม่ได้ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเค้าเคยสูญเสียคนที่เรียกว่าแม่มาทั้งชีวิตอย่างลี นารา ภรรยาเก่าของชั้นเอง เมื่อต้องมาเสียมินโฮไปอีกคนเค้าเลยตั้งรับไม่ไหว”

 

                “คุณเป็นพ่อ ทำไมถึง....”

 

                “เธอน่าจะเข้าใจนะว่า เรื่องราวระหว่างชั้นกับซีวอน เหมือนแก้วที่ร้าวมานานแล้ว และมันค่อยๆร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ ชั้นในฐานะพ่อก็ทำได้เพียงเฝ้ามองและให้ความช่วยเหลือเค้าอยู่ห่างๆเท่านั้นล่ะ”

 

                ฮยอคแจก้มหน้าลงเพื่อให้ความคิด

 

                “ชั้นไม่ได้อยากจะรวบรัดอะไรมากมายหรอกนะ เพราะจากการที่ได้พูดคุยกับพ่อของเธอเมื่อครู่นี้ก็ทำให้ชั้นได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง ความผิดของลูกชายชั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย แต่ชั้นอยากให้เธอเชื่อว่านั่นเกิดจากการที่เค้าต้องเจอกับเรื่องร้ายๆมาแทบจะตลอดทั้งชีวิต”

 

                จินโมยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน

 

                “ผมมีธุระที่จะพูดเพียงเท่านี้ล่ะ ขอโทษที่มารบกวนด้วยนะครับ” จินโมหันไปเอ่ยลาบยองฮุน ก่อนจะยิ้มให้ฮยอคแจเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้องไป พร้อมคนติดตามที่รออยู่ก่อนแล้ว

 

                ฮยอคแจถอนหายใจไล่ความอึดอัดออกไปจากปอด

 

                “จะเอายังไงล่ะลูก” บยองฮุนถามความเห็น

 

                “ผมควรจะทำยังไงดีล่ะครับพ่อ ผมสับสนไปหมดแล้ว” ฮยอคแจเสยผมระบายความกลุ้มใจ

 

                “ก็ค่อยๆถามใจตัวเอง ว่าตอนนี้น่ะรู้สึกกับเค้าแบบไหน ยังพอจะเริ่มต้นใหม่กันได้รึเปล่า?”

 

                “พ่อไม่โกรธผมหรอครับ?”

 

                “ทำไมพ่อจะต้องโกรธลูกด้วยล่ะ?”

 

                “ก็เค้าเคยทำไม่ดีกับผมสารพัด แต่ผมยัง.......พ่อไม่คิดว่าผมโง่หรอครับ” บยองฮุนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาทันที

 

                “ความรักน่ะไม่ได้ทำให้คนเราโง่หรือตาบอดหรอกนะลูก เพียงแต่ความรักน่ะทำให้เรามองเห็นแต่ในด้านที่เราอยากจะมองเท่านั้น พ่อไม่เคยสนใจเรื่องราวในอดีตหรอกนะ พ่อแคร์ตรงที่ว่า ตอนนี้ทำอย่างไรลูกพ่อถึงจะมีความสุขจริงๆมากกว่า”

 

                “ผมกลัวจริงๆนะครับพ่อ ผมอุตส่าหนีไปไกลถึงต่างประเทศเพื่อทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้น พอมาวันนี้จะให้ผมล้มเลิกทุกอย่างง่ายๆ จะให้ผมอ่อนแอเหมือนเดิมหรอครับ” ฮยอคแจทำหน้าเศร้า

 

                “ลูกทำได้ดีแล้วล่ะฮยอคแจ ในสายตาพ่อลูกเข้มแข็งขึ้นมาก ลูกสามารถเดินหันหลังให้เค้าได้ ทั้งๆที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนลูกทำไม่ได้แน่ ลูกรู้จักการอดทนรอ การทำความเข้าใจกับความเสียใจ แล้วนี่ยังจะบอกว่าลูกทำทุกอย่างสูญเปล่าอีกหรอ?”

 

                “แต่ผมให้โอกาส ให้อภัยเค้ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนะครับ กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเค้าก็ทำลายมันลงจนหมด ผมยังจะต้องทำมันไปอีกกี่ครั้งล่ะครับ?”

 

                “ลูกจะต้องทำไปจนกว่าวันที่ลูกหมดรักเค้านั่นล่ะ...” บยองฮุนสรุป

 

                “ผม.....”

 

                “ถามใจตัวเองเถอะว่ายังรักเค้าอยู่รึเปล่า เพราะถ้าลูกรักเค้าจริง ลูกจะต้องพร้อมที่จะให้อภัยเค้าอยู่เสมอ คิดให้ดีเถอะนะลูก อย่างวิ่งหนีความรู้สึกตัวเองอยู่เลย ก่อนที่อะไรๆมันจะสายเกินไป”

 

                ฮยอคแจคุยกับพ่อต่ออีกสักพักก็เดินหน้าเครียดออกมาจากห้องท่านประธาน เมื่อกดลิฟต์ลงมาชั้นล่างก็เจอเข้ากับมินกิพอดี

 

                “สวัสดีครับ” ฮยอคแจทักก่อนตามมารยาท

 

                “สวัสดีครับคุณฮยอคแจ....” มินกิตอบกลับก่อนจะเรียกอีกฝ่ายเอาไว้

 

                “ครับ?” ฮยอคแจทำหน้างง

 

                “เอ่อ  ผมไม่รู้ว่าควรจะบอกคุณมั้ย แต่ผมก็เป็นห่วงเพื่อนผมจริงๆ”

 

                “เกิดอะไร ขึ้นกับเค้าหรอครับ?” ฮยอคแจรีบถามด้วยความเป็ห่วงทันที เพราะหลังจากกลับจากงานศพในวันนั้นเค้าก็ไม่ได้พบเจอร่างสูงอีกเลย

 

                “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าหมอนั่นไม่มาทำงานเกือบอาทิตย์ได้แล้ว พอผมไปหาที่คอนโดมันก็เอาแต่นั่งซึม ไม่ยอมพูดยอมากับผมเลย งานมันที่รับปากไว้ก็ถูกย้ายไปให้คนอื่นทำเกือนจะหมดแล้ว ทำเป็นห่วงมันมากๆเลยล่ะครับ เลยอยากให้คุณ เอ่อ.....” มินกิมีสีหน้าลำบากใจ

 

                “ครับ..ผมเข้าใจแล้ว” อยอคแจเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง

 

                “ครับ ขอบคุณมาก” มินกิโค้งหัวเล็กน้อยจากนั้นจึงเดินแยกออกไป

 

                ฮยอคแจเดินออกมาหน้าบริษัทค่ายหนัง มองท้องฟ้าที่ทอประกายสดใส ก็เรียกความกล้าให้กับตัวเองอีกครั้ง

 

                เอาล่ะ! เค้าตัดสินใจด้วยสติทั้งหมดที่มีแล้วล่ะ เค้าควรจะยอมรับสิ่งที่หัวใจมันพูดมาตั้งนานแล้ว

 

                ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หัวใจของเค้าก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้ชายคนนี้จริงๆ

 

                ผู้ชายทื่ชื่อชเว ซีวอน

 

 

                “ก๊อก...ก๊อก....ก๊อก!” ฮยอคแจเคาะประตูคอนโดของซีวอนที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาเนิ่นนานเป็นปีแล้ว แต่ก็ยังคงจำได้แม่น

 

                ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่เค้าอยู่ที่นี่ ก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่เค้าไม่มีวันลืมได้เลยล่ะ

 

                เมื่อไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ร่างบางจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปทันที สภาพห้องถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบจนฮยอคแจยังต้องแปลกใจ เพราะเมื่อก่อนตอนที่เค้ามาเป็นครั้งแรกห้องมันก็ไม่สะอาดเนี้ยบขนาดนี้ หรือว่าร่างสูงจะจัดการจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเป็นประจำ?

 

                ฮยอคแจขมวดคิ้วก่อนจะเดินตรงเข้าไปเพื่อตามหาเจ้าของห้อง ซึ่งพอเดินไปถึงห้องรับแขกก็ถึงได้พับกับซีวอนที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง ต่อการเป็นไปของโลก สายตาของร่างสูงนั้นว่างเปล่า ราวกับคนเสียสติ

 

                ใบหน้าหมองคล้ำ และดวงตาที่แดงก่ำบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนตรงหน้านี้พักผ่อนน้อยแค่ไหน

 

                ฮยอคแจใจหล่นวูบทันทีที่เห็นอาการของร่างสูง ซึ่งแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว

 

                สายตาที่เหม่อลอย การหายใจที่แผ่วเบา เอาแต่ถือรูปของมินโฮเอาไว้แนบออก ทำเอาฮยอคแจต้องแอบปาดน้ำตาเบาๆ แล้วเดินเข้าไปหา

 

                “ซีวอน...ชั้นมาหา...” ฮยอคแจแตะไปที่ไหล่ร่างสูงเบาๆ แต่ได้รับการตอบรับเพียงซีวอนหันมามองเล็กน้อยเท่านั้น

 

                “กินอะไรบ้างรึยัง?” ร่างบางถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่ายหน้าไปมาเบาๆ

 

                “เฮ้อ กะแล้วเชียว รออยู่นี่ล่ะ จะไปทำมาให้” ฮยอคแจบ่นเล็กน้อย ก่อนจะถือถุงที่แวะซื้อจากซุปเปอร์ตรงเข้าไปยังห้องครัว

 

                แต่เมื่อได้เห็นบางสิ่งในนั้นสองขามันก็แทบจะหมดแรงเลยล่ะ โพสอิท จำนวนหลายใบแปะอยุ่ทั่วบริเวณนั้น ซึ่งส่วนใหญ่มันเป็นคำพูดของเค้าที่มักจะย้ำร่างสูงอยู่บ่อยๆ สมัยที่ยังอยู่ด้วยกัน

 

                ไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะทำถึงขนาดนี้ เมื่อครู่เค้าก็สังเกตที่แปะอยู่บริเวณทีวีและผ่าม่านเช่นกัน ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาเห็นแบบนี้ มันยิ่งรู้สึก...เสียใจที่เห็นค่าของอีกฝ่ายช้าไปขนาดนี้

 

                ฮยอคแจรีบทำข้าวต้ม แล้วยกออกไปวางตรงหน้าร่างสูงทันที ก่อนจะกลับมาที่ครัวเพื่อเตรียมน้ำเย็นๆใส่กะละมัง ออกไปเช็ดใบหน้าอีกฝ่ายเผื่อเรียกความสดชื่น

 

                ฮยอคแจบรรจงเคลื่อนผ้าขนหนูสีขาวไปทั่วบริเวณใบหน้าและต้นคอซีวอนอย่างทนุถนอม ก่อนจะเริ่มต้นตักข้าวต้ม เพื่อจ่อปากซีวอน ซึ่งร่างสูงก็รับมันเข้าปากไป

 

                ฮยอคแจป้อนอยู่แบบนั้นไม่นานข้าวต้มชามปานกลางก็หมดลง ร่างบางจึงเตรียมที่จะยกทุกอย่างไปเก็บในครัว

 

                หมับ!!

 

                ซีวอนกอดเอวฮยอคแจเอาไว้ ก่อนจะซุกหน้าลงบนหน้าท้องเนียนของร่างบาง

 

                “นายกลับมาแล้วใช่มั้ย?...” ร่างสูงพูดเสียงสั่น

 

                “อะ..ไร?”

 

                “ฮยอคแจ นายให้โอกาสชั้นแล้วใช่มั้ย?...” ร่างสูงถามย้ำอีกครั้ง

 

                ฮยอคแจยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อมกับลูบหัวร่างสูงไปมาเบาๆ

 

                “อืม...ใช่แล้วล่ะ” ฮยอคแจก้มน้ายอมรับกับการตัดสินใจของตัวเองในครั้งนี้

 

                เค้าเลือกแล้ว...และจะยอมรับผลของมันด้วยไม่ร้องขอความเมตตาจากใครทั้งนั้น

 

                “ขอบคุณ...ขอบคุณจริงๆ” ซีวอนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

 

                ในที่สุดเค้าก็พบ...เครื่องช่วยหายใจที่ได้มาฉุดชีวิตของเค้าขึ้นมาจากความตายจริงๆ

 

                ขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้นายกลับมานะฮยอคแจ

 




*****************************************

เฮ้อ...วอนนะวอน ...วอนจริงๆ (คือการเล่นคำใช่มั้ย?) 555

กลับมาอัพหนักๆจัดยาวๆทั้งสองเรื่องนะคะ ^^
บลพ.ใกล้จะอัพจนจบแล้ว แต่เรื่องนี้ยัง แต่พยายามจะอัพให้จบพร้อมๆกัน

เคยคิดว่าเรื่องนี้คงจะเป็นฟิคที่เศร้าที่สุดแล้ว เอาไปเอามาคิดว่าไม่ใช่
เพราะ...มีคนไซโคให้แต่งฟิคอีกครั้ง *O*!! ทุกคนคิดว่ายังไง
หายไปกับวงการนี้เกือบปี เหงามาก (แต่ก็ยุ่งเพราะเรียนหนักมาก)
ตอนนี้เรื่องเรียนเริ่มจะอยู่ตัวล่ะ (คือเรียนแบบลุ่มๆดอนๆ) 555

ตอนนี้ร่างพลอตไว้ให้กับวงน้องใหม่...พวกไม่ใช่มนุษย์!! 555
แต่ก็มีหลายคนบอกว่าอยากจะอ่านฟิควอนฮยอกอีกครั้งนึง ...
ใครคิดว่าไงก็บอกๆกันนะจ๊ะ

อ้อ ปล.ซะหน่อย พอดีมีคนถามเรื่องรีฟิคเรื่องนี้มา ตอนนี้เลยรวมๆว่าจะพิมพ์มาเก็บไว้เองด้วย
ใครสนใจยังไงก็บอกหน่อยนะ เพราะว่าคงทำตามที่คนสนใจละต่อไป
เพราะพอจะเลิกพิมพ์จริงๆ ก็จะมีคนถามมาตลอด ก็เลยคิดว่าจะทำตามยอดคนต้องการนะคร้าบ


เลิฟยูนะเบ่เบ๋ จุงเบยยย << อาร๊ายยยย




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1946 keroro (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 17:07
    อ่า

    ฮยอกอภัยให้ผู้ชายคนนี้ซะที



    จะได้มีความสุขจิงๆ



    ดีใจด้วยนะ~



    ปล.ไรท์เตอร์แต่งวอนฮยอกต่อเถอะ

    ได้โปรด~

    #1,946
    0
  2. #1934 ae snoopy (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 15:00


    ในที่สุดฮยอกก็ยอมให็โอกาศกับวอนซะที
    #1,934
    0
  3. #1933 Bakery_LuvSuJu (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 06:17
    ดีใจจริงที่ทั้งคู่คิดที่จะเริ่มต้นกันใหม่
    จะได้มีความสุขกันสักทีนะ
    ครั้งนี้ก็ขอให้รักกัน เชื่อใจกันน้าา
    (พูดประหนึ่งอวยพรบ่าวสาว777+ เอาน่าอีกไม่นานหรอกเนอะๆ)


    พี่สวนจีนหนูสนเรื่องนี้ อยากได้รวมเล่ม พิมพ์เผื่อหนูด้วยน้าา><
    #1,933
    0
  4. #1928 piggy-oun (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 16:59
    ดีใจจัง
    ฮยอกแจยอมรับใจตัวเองแล้ว
    ต่อไปนี้ซีวอนคงหายเศร้าแล้วเน๊อะ
    เรื่องต่อไปก็ขอเป็นวอนฮยอกเหมือนเดิมนะคะ
    #1,928
    0
  5. #1924 dektunna (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 23:26
    ในที่สุดก็ใจอ่อนซะที  วอนเกือบตายย ...
    #1,924
    0