{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 64 : COME BACK-[19]=เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ม.ค. 56

                ชางมินพามินโฮ อาบน้ำและกินยาเสร็จเรียบร้อย ก็พากันมานอนกอดอยู่บนเตียง

 

                “วันนี้น่ะเราปวดหัวมากเลยใช่มั้ย?” ชางมินพูดออกมาอย่างรู้ทัน

 

                “ผมไม่เคยปิดบังฮยองได้จริงๆเลยใช่มั้ยครับ...ฮะๆ ครับ...ผมหายใจลำบากขึ้นไปทุกที” มินโฮพูดด้วยแววตาที่เข้มแข็งไร้ซึ่งความกลัวเจือปนอยู่ด้วยแม้แต่น้อย

 

                “ไม่เป็นไรนะ...” ชางมินลูบผมนิ่มของอีกคนเอาไว้

 

                “ผมรู้ตัวเองดีฮยอง ผมรู้ว่ามันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว” มินโฮสะท้านไปทั้งตัว

 

                “อย่าพูดแบบนี้อีกนะ!” ชางมินพยายามข่มความกลัวเอาไว้ในอก

 

                “ฮยองก็ควรจะยอมรับได้แล้ว เราทั้งหมด รู้กันมาตลอดว่ายังไงเวลานั้นมันก็ต้องมาถึง ช่วยทำ...เวลาที่เหลืออยู่ให้มันมีค่าจะดีกว่า ร่างกายผมมันตายไปทีละส่วนแล้ว ฮยองเองก็รู้!

 

                “อย่าพูด...อย่าฆ่าพี่ทางอ้อมแบบนี้อีกเลย” ชางมินรวบอีกคนเอามาซุกไว้ในอ้อมอก

 

                “ผมรักฮยอง...ผมรักฮยองมากๆเลย....” มินโฮปล่อยน้ำตาให้มันไหลออกมาเปื้อนเสื้อนอนของอีกคน ก่อนจะชะงักไป เมื่อสัมผัสถึงโลหะเย็นๆถูกสวมเข้ามาที่นิ้วนางของตัวเอง

 

                เด้กหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อพบว่ามันคือ...แหวนเงินเกลี้ยง ที่เหมือนกับที่สวมอยู่บนนิ้วของชางมินมีอักษร M&M สลักอยู่บนนั้น

 

                “ฮยอง....” มินโฮครางเสียงแผ่ว

 

                “แต่งงาน...กันนะ ไม่มีพิธี ไม่มีบาทหลวง ไม่มีแขกร่วมงาน ไม่มีสิ่งวิเศษใดๆ นอกจากความรู้สึกของพี่ที่จะรักมินโฮคนเดียวตลอดไป แต่งงานกับพี่นะครับ” ชางมินประคองมินโฮให้ลุกขึ้นนั่ง

 

                “ฮ...ยอง....” มินโฮน้ำตาไหลออกมามากขึ้น แล้วพยักหน้ารับ

 

                “พี่รักนายมินโฮ...” ชางมินค่อยๆประคองดวงหน้าของอีกฝ่ายเข้ามาสบตาใกล้ๆ แล้วประกบจูบลงไป

 

                เนิ่นนานอย่างอ่อนโยน ราวกับต้องการจะประทับคำสาบานที่จะรักมั่นเพียงคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น

 

                สัมผัสทุกอย่างก่อตัวขึ้นจากความรักมากกว่าความใคร่ มือที่ช่วยกันปลดอาภรณ์ของกันและกัน สายตาที่สื่อความหมายของความรักอย่างชัดเจน ทุกสัมผัส ทุกเสียงตอบรับ

 

                กับการสอดประสานกายให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างช้าๆ เพื่อกักเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ให้ลึกสุดในก้นบึ้งของหัวใจ

 

                “ฮยองรักนาย...มินโฮ...” ชางมินกระซิบติดริมฝีปากของคนรัก

 

                “ผมก็รักฮยอง...ฮยองชางมิน” มินโฮพูดทั้งน้ำตา

 

                พระเจ้าครับ ช่วยยืดเวลาแห่งความสุขนี้ออกไปนานๆหน่อยเถอะครับ ผมยังไม่พร้อมจะไปอยู่กับพระองค์จริงๆ

 

 

                ไม่รู้ว่าเพราะแปลกสถานที่หรือเพราะต้องมาอยู่ร่วมกับคนที่ไม่คุ้นเคยมากๆกันแน่ ทำให้เค้านอนไม่หลับเลย

 

                ฮยอคแจนั่งมองคลื่นสาดเข้ามากระทบฝั่งอยู่ที่ริมทะเล

 

                การได้มานั่งอยู่บนทรายในตอนที่อากาศเย็นสบายแบบนี้ก็ทำให้หัวเราปลอดโปร่งเหมือนกันนะ ท้องทะเลในยามนี้สงบลงมากแล้ว แสงสีน้ำเงินตัดกับพระจันทร์ที่สว่างกลมโต

 

                วันนี้เหมือนจะมีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้น การได้พบกับครอบครัวของซีวอนนั้นทำให้เค้าเข้าใจเรื่องราวที่มินโฮเคยเล่าให้ฟังมากยิ่งขึ้น ขนาดว่าเค้าเป็นคนนอก เห็นภาพเหล่านี้แล้วยังรู้สึกอึดอัดจนอยากจะร้องไห้ออกมา แล้วร่างสูงที่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงจะรู้สึกยังไงกันล่ะ

 

                ถามว่าเค้าสงสารซีวอนมั้ย แน่นอนในฐานะเพื่อนมนุษย์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก

 

                แต่ในฐานะคนๆหนึ่ง เค้าเองก็พูดไม่ได้หรอกว่าจะสามารถยกโทษให้กับเรื่องราวที่อีกฝ่ายเคยทำได้

 

                เรื่องบางเรื่องที่มันฝังลึกอยู่ในใจของเรา มันต้องใช้เวลานานในการเยียวยา หรือบางทีการใช้เวลาทั้งชีวิตก็อาจจะไม่พอ

 

                “ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ” ซีวอนที่ยืนมองร่างบางอยู่ได้สักพักแล้วก็ตัดสินใจมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

 

                “นายล่ะ” ฮยอคแจตอบทั้งๆที่ยังไม่ได้หันกลับมา

 

                “นอนไม่ค่อยหลับน่ะ...แหมือนมีเรื่องติดค้างอยู่ในใจ” ซีวอนเท้ามือไปข้างหลัง มองทะเลเช่นเดียวกับร่างบาง

 

                “มินโฮ...คงมีความสุขมากเลยเนอะ” ฮยอคแจเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะพูดอะไรออกมา

 

                “อืม ก็คงงั้น นี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของมินโฮเลยก็ได้มั้ง กับการได้ออกมาเที่ยว มาดูโลกภายนอกอะไรแบบนี้” ซีวอนยิ้มอย่างขมขื่น

 

                “ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก”

 

                “ไม่เลย ชั้นคิดมาตลอดว่ามันคือความผิดของชั้น ชั้นไม่เคยช่วยเหลืออะไรน้องไม่ได้เลยในตอนที่เค้าเจ็บปวดมากที่สุด”

 

                “นายไม่ควรคิดแบบนั้นนะ”

 

                “บางครั้ง ชั้นก็แอบน้อยใจชางมินมันเหมือนกันนะ เพราะมันจะเป็นคนแรกที่ได้อยู่กับมินโฮ ไม่ว่าจะเป็นตอนทุกข์หรือสุข ในขณธที่ชั้นมักจะช้าไปกว่ามั้นก้าวหนึ่งเสมอ”

 

                “คุณชางมินคงจะรักมินโฮมากๆเลยสินะ” ฮยอคแจยิ้มอย่างอิจฉา

 

                “มากกว่าชีวิตของมันเองด้วยซ้ำล่ะมั้ง ชั้นเองพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่งที่มันทำ มันยอมทิ้งความฝันตั้งแต่เด็กของตัวเอง เปลี่ยนจากนักบินมาเป็นแพทย์เพื่อที่จะได้ดูแลมินโฮ ยอมกิน หลับ ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลแทบจะตลอดเวลา เพื่อให้มินโฮได้อยู่ในสายตาตลอด ในขณะที่ชั้นทำอะไรตามที่ใจต้องการมาตลอด ชั้นไม่มีวันเทียบมันได้เลย” ซีวอนเหยียดยิ้มสมเพชตัวเอง

 

                ฮยอคแจหันกลับมามองร่างสูงเล็ฏน้อย เสี้ยวหน้าคมที่หล่อเหลาเกินกว่าคนทั่วไป แต่ในตอนนี้แววตาคู่ที่เคยเยือกเย็นนั้น กลับทอความปวดร้าวออกมาอย่างชัดเจนเนอะ

 

                “แปลกเนอะ....” กลายเป็นฮยอคแจที่มองหน้าซ๊วอน ในขณะที่ซีวอนพูดโดยไม่ได้หันกลับมามองร่างบางเลย

 

                “อะไรแปลก...” ฮยอคแจยังคงไม่ละสายตาไปจากอีกฝ่าย

 

                “การพูดถึงเรื่องของคนอื่น ทำให้เราคุยกันได้นานขึ้น ทั้งๆที่ถ้าหากคุยเราของชั้นกับนาย...มันไม่เคยอยู่ได้นานกว่าหนึ่งนาทีเลย” สิ้นคำพูดซีวอนก็หันมาสบตากับอีกฝ่ายทันที ไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้หันหนี

 

                “คำว่าเรา...มันคงกลายเป็นฝุ่นไปแล้วสินะ”  ซีวอนเคลื่อนใบหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ

 

                บรรยากาศในตอนนี้ทำให้ฮยอคแจบอกตัวเองไม่ได้เลยว่าต้องการปฏิเสธคนตรงหน้านี้ กล้าที่จะหลบสายตาคู่นี้ เค้าทำไม่ได้เลย

 

                เสียงลึกสุดในหัวใจมันกำลังร่ำร้องบอกกับเค้าว่า

 

                ไม่เลย...ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนไปเลย

 

                “ชั้นกับนาย...ยังมีโอกาสจะเป็นคำว่าเราอีกมั้ย” ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตอบอะไร ซีวอนถือโอกาสนั้นสัมผัสริมฝีปากแดงอิ่มของฮยอคแจทันที

 

                เสียงคลื่นที่ซัดเข้ามาแรงบ้าง เบาบ้างๆ กลับไม่ได้เรียกความสนใจจากคนสองคนได้เลย เพียงแค่สัมผัสกันที่ปาก หัวใจก็อุ่นวาบไปทั้งร่างกายและจิตใจ

 

                ฮยอคแจหลับตาพริ้ม ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความรุ้สึกที่กำลังได้รับ มันช่าง...อิ่มเอมหัวใจ ราวกีบล่องลอยอยู่ที่ไหนสักที่

 

                หากเรื่องราวดำเนินไปแบบนี้ไม่รู้จบก็คงจะดีสินะ ไม่ต้องคิดเรื่องอะไร ไม่ต้องนึกถึง อดีตหรืออนาคต มีเพียงตอนนี้ วินาทีนี้เพียงเท่านั้น

 

                มีเพียงชั้นกับนาย...ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

 

 

                “โอร่กกกก!!!.....แค่ก!ๆ.....” มินโฮเกาะขอบอ่างล้างหน้าเอาไว้แน่น ก่อนจะอาเจียนออกมาจนแทบหมดแรง

 

                “มินโฮ....” ชางมินครางเสียงแผ่วเมื่อพบว่าสิ่งที่เลอะอยุ่เต็มอ่างนั้นคือ...เลือด

 

                ออกทั้งปากและจมูกของอีกฝ่ายเลยทีเดียว

 

                “ฮยอง...ผม...ปวดหัวจังเลย...มึนไปหมดแล้ว อ่อกก!!!” พูดได้ไม่กี่คำก็อาเจียนออกมาอีกระลอกหนึ่ง

 

                “โธ่.....” ชางมินเปิดน้ำไล่บรรดาของเสีย ใช้น้ำลูบหน้าให้คนรัก

 

                “แค่กๆ!!..”

 

                “ค่อยๆ ลองพยายามหายใจเข้าลึกๆนะมินโฮ พยายามหน่อย...” ชางมินมองใบหน้าของมินโฮที่ตอนนี้ซีดจนแทบจะเหมือนกระดาษไปหมดแล้ว

 

                มินโฮกุมหัวใจตัวเองเอาไว้ พยายามทำตามที่อีกฝ่ายบอก แต่ก็ยังอาเจียนอยู่แบบนั้นอีกสักพัก ก่อนจะหมดแรงลง

 

                ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว แต่อากาศในวันนี้อึมครึมไม่ค่อยมีแดดมากนัก

 

                “กินยาหน่อยนะมินโฮ...” ชางมินยื่นยาให้ เด็กหนุ่มรับมาพร้อมน้ำก่อนจะกินมันลงไปให้หมด แม้จะรู้ภายในใจว่าตอนนี้มันคงไม่อาจจะช่วยอะไรได้แล้ว

 

                เมื่อคืนเค้าลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก เค้าก็พอจะเข้าใจร่างกายของตัวเองแล้วล่ะ

 

                เลือดดหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลออกมา พร้อมกับอาการปวดหัวและหายใจไม่ออกเลย มันก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกครั้งสุดท้ายแล้ว

 

                ยังไงเค้าก็ไม่รอดแน่ๆ

 

                แค่ไม่ทันคิดว่าจะเป็นในช่วงที่เค้ามีความสุขที่สุดในชีวิตแบบตอนนี้

 

                “ฮยองครับ...” มินโฮเรียกคนรักเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายทำความสะอาดใบหน้าให้เค้าเรียบร้อยแล้ว

 

                “หืม?...” ชางมินมองหน้าเด็กหนุ่มอย่างรักใคร่

 

                “เราไปเที่ยวกันสองคน...ได้มั้ยครับ?”

 

                “อะไรนะ?”

 

                “ไปปั่นจักรยานเล่นก็ได้ ให้ผมนั่งซ้อนฮยองไง ไปกินไอติมอย่างที่ฮยองสัญญาไว้ ไปกินขนมหลายๆอย่าง ต็อกโบกกีผมก็อยากกิน ไหนจะคิมบับอีก ผมอยากจะทำทุกอย่างที่เราเคยพูดด้วยกันไว้” มินโฮพูดไปก็ยิ้มไป

 

                “เราทำทั้งหมดนั่นในวันเดียวไม่ได้หรอกนะ”

 

                “ได้สิครับ ถ้าเป็นฮยอง ยังไงก็ต้องทำให้ผมได้ใช่มั้ย?” มินโฮลูบหน้าอีกฝ่าย

 

                “ฮะๆ...อืม ก็คงงั้นล่ะ ไปเลยมั้ย?”

 

                “ยังครับ ผมยังมีเรื่องที่อยากจะคุยกับพี่ฮยอคแจด้วย ฮยองพาผมไปหาพี่ฮยอคแจ แล้วช่วยหาโอกาสให้ผมได้คุยกันลำพังด้วยนะครับ”

 

                “อืม..ได้” ชางมินรับคำ แล้วช่วยมินโฮเปลี่ยนชุด ก่อนจะพากันออกมาที่ห้องรวมด้านนอก

 

                เมื่อเห็นว่าฮยอคแจกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ระเบียงเล็กนั้นมินโฮก็เดินตรงเข้าไปหาทันที ในขณะที่ชางมินก็แกล้งเข้าไปหาเรื่องคุยกับซีวอนที่อยู่อีกมุมหนึ่ง

 

                “ขอผมคุยเรื่องสำคัญด้วยหน่อยได้มั้ยครับ” ความจริงมินโฮอยากจะรีบพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่ปากมันขยับได้ช้าไม่ทันใจจริงๆ

 

                “ว่ายังไงล่ะ ว่ามาสิ” อยอคแจหันมายิ้มให้

 

                “ผมฝาก...พี่ชายด้วยนะครับ” มินโฮเข้าประเด็นทันที

 

                “อะ...เอ่อ?”

 

                “ผมรู้ว่าพี่รักพี่ชายของผม แต่ผมไม่รุ้ว่าพี่ทั้งคนมีปัญหาอะไรกัน แต่ได้โปรดเชื่อผมเถอะว่าพี่สำคัญต่อพี่ชายของผมจริงๆ” มินโฮสื่อสายตาจริงจัง

 

                “นี่มันอะไรกันหรอมินโฮ” ฮยอคแจพูดแววตานั้นอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะมองเลยไปยังร่างสูงที่กำลังคุยกับชางมินโดยไม่ได้หันมาเลย

 

                “ผมแค่อยากเห็นพี่ซีวอนมีความสุขจริงๆกับใครเค้าสักที เพราะผมพี่ชายเลยไม่สามารถมีครอบครัวของตัวเองได้จริงๆเสียที”

 

                “ซีวอนเค้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะมินโฮ”

 

                “ความจริงผมบอกพี่ก็ได้ว่าพี่ซีวอนรู้สึกยังไงกับพี่ แต่ผมคิดว่าพี่ซีวอนควรจะเป็นคนที่พูดมันออกมาเอง ดังนั้นผมจึงอยากจะขอร้องพี่ในฐานะของน้องชายคนหนึ่งว่าอยากให้พี่ลองมองพี่ชายผมอีกครั้งหนึ่ง เชื่อผมเถอะ...ที่เค้าอาจจะดูเลวร้ายไปบ้าง เพราะความจริงทุกด้วนบีบคั้นเค้าให้ต้องเป็นแบบนั้น” มินโฮพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพราะยิ่งพูดมากเท่าไหร่เค้าก็ยิ่งเหนื่อยมากขึ้นเท่านั้น

 

                “พี่......”

 

                “ผมคงจะมีโอกาสนี้เป็นการขอร้องพี่สุดท้าย ช่วยมองพี่ชายผมให้ลึกถึงจิตใจของเค้าจริงๆเถอะครับ ผมรักพี่ชายมาก และอยากเห็นเค้ามีความสุข” มินโฮกล่าวปิดท้าย ก่อนจะเดินแยกกลับไปหาซีวอนและชางมิน

 

                “ว่าไง เจ้าตัวแสบ” ซีวอนยิ้มให้น้องชาย ก่อนจะอ้าแขนรับเมื่อมินโฮโผเข้ามากอดตนเองไว้

 

                “เฮ้ย! อะไรเนี่ย ฮ่าๆ แค่จะได้ไปเที่ยวกับไอ้ชางมินมันสองคนนี่ถึงกับต้องมาอ้อนพี่เลยเรอะ” ซีวอนพูดติดตลก

 

                “ผมรักพี่ชายนะครับ รักมาก รักมากๆจริงๆ”

 

                “อะไรกันเนี่ย” ซีวอนเสียงแผ่วลง

 

                “พี่ชายครับ ผมรักพี่...พี่ต้องดูแลตัวเองดีๆนะครับ...ผมรักพี่มากเลย” มินโฮสั่งตัวเองว่าห้ามร้องไห้ออกมา

 

                “อย่าพูดแบบนี้สิ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ”

 

                “พี่ชายรักผมมั้ย”

 

                “รักสิ รักนายมากที่สุดแล้ว” ซีวอนลูบหลังน้องชายเบาๆ

 

                “ครับ...ผมเองก็รักพี่เช่นเดียวกัน” มินโฮผละออกมายิ้มให้พี่ชาย ก่อนจะเดินออกไปจูงมือชางมิน เตรียมพร้อมจะเดินออกไป

 

                “เดี๋ยว!! มินโฮ” ซีวอนที่รู้สึกใจหายเรียกน้องเอาไว้

 

                “ครับ?...พี่ชาย”

 

                “พี่จะได้เจอนายใช่มั้ย?...เย็นนี้” ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ถามแปลกๆแบบนี้ แต่การมองใบหน้าที่ซีดเผือดของน้องชายในตอนนี้ ทำให้เค้ากลัว...ไปหมดทุกสิ่ง

 

                มินโฮยิ้มออกมา พยายามให้มันสดใสตรึงใจอีกฝ่ายเป็นที่สุด

 

                “ครับ...แน่นอน...เราจะต้องได้พบกันอีกครั้งแน่นอน” มินโฮตอบอีกฝ่าย ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับชางมินที่กระชับมือแน่น

 

                การได้เที่ยวไปทั่วบริเวณต่างๆกันสองคนนั้น ทำให้มินโฮรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากมาย ชางมินที่ขับจักรยานในจังหวะช้าๆ มีเค้านั่งซ้อนท้ายกอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้

 

                ชางมินสามารถทำตามที่เคยสัญญาไว้กับเค้าได้ทั้งหมดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการพาเค้าไปกินไอติม กินขนมต็อกโบกกี ดื่มน้ำผลไม้ต่างๆ

 

                ชีวิตเค้าโชคดีจริงๆที่เมื่อลืมตามาดูโลกใบนี้ ก็พบว่ามีคนที่ดีที่สุดอยู่เคียงข้างเค้ามาตลอด

 

                จวบจนกระทั่งถึงเวลาโพล้เพล้ห้าโมงนิดๆ ชางมินจึงพามินโฮมานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ริมฝั่งทะเล่เงียบสงบมุมหนึ่ง

 

                ซึ่งไม่ไกลจากรีสอร์ทที่พักกันอยู่มากนัก เพื่อพาเด็กหนุ่มมาดู พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงไปในท้องน้ำเป็นครั้งแรกของชีวิต

 

                ชางมินนั่งกุมมือเคียงข้างอยู่กับมินโฮ

 

                ผมมีคำถามอยากจะถามฮยองหนึ่งข้อ จะได้มั้ยครับ มินโฮถามออกมาขณะที่กำลังนั่งมองเกลียวคลื่นที่พัดเข้าหาชายฝั่งอย่างไม่รู้จุดจบ

 

                ได้สิ ร้อยข้อก็ได้ พันข้อก็ได้ ตลอดไปเลยล่ะ

 

                ทำไมฮยองถึงมาเป็นหมอล่ะครับ ทั้งๆที่ฮยองใฝ่ฝันจะเป็นนักบินมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว มินโฮถามในสิ่งที่ติดค้างอยู่ภายในใจของตัวเองตลอดมา

 

                ชางมินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆออกมา

 

                ก็เพราะพี่รักนายยังไงล่ะมินโฮ...พี่อยากจะดูแลนายตลอดไป

 

                แต่ฮยองรู้มั้ยครับ ว่าผมอยากเห็นฮยองในเครื่องแบบนักบินมากๆเลย... มินโฮยิ้มออกมา

 

                มินโฮ....

 

                ฮยอง...เป็นนักบินให้ได้นะครับ

 

                แต่พี่อยากดูแลนาย อยากอยู่ใกล้ๆนาย ชางมินพูดทันที

 

                ผมจะรอฮยอง...ที่บนนั้น มินโฮชี้ไปยังท้องฟ้าครามสีสดใส

 

                ชางมินมองตามมือนั้น ก่อนจะยิ้มรับอย่างเศร้าๆ เมื่อรับรู้ความหมายของมันได้เป็นอย่างดี

 

                อีกไม่นานนายคงจะทิ้งพี่ไว้ตรงนี้

 

                ส่วนนายก็ไปอยู่ที่ตรงนั้น

 

                จะทิ้งพี่ไปจริงๆหรอ? ชางมินถาม

 

                ใครว่าผมทิ้งพี่ ผมแค่ไปรอที่ตรงนั้นก่อน แต่พี่ไม่ต้องรีบตามผมไปหรอกนะครับ ใช้ชีวิตตามที่พี่ต้องการไปก่อน แล้วสักวันหนึ่ง ณ ที่แห่งนั้น ผมเชื่อว่าเราจะต้องได้พบกันอย่างแน่นอนครับ

 

                สัญญาแล้วนะ ชางมินพูดก่อนจะชูนิ้วก้อยขึ้นมา

 

                สัญญาแน่นอนครับ มินโฮยื่นนิ้วไปเกี่ยว

 

                ชางมินหันหน้าเอียงข้างไปสบตากับมินโฮเพื่อสื่อความหมายอันลึกซึ้งของคำว่ารัก

 

                มือหนาค่อยๆโน้มท้ายทอยของมินโฮให้เข้ามาใกล้ ปากของเด็กหนุ่มเผยอออกจากกันเล็กน้อย เพื่อโอบอุ้มลิ้นหนาที่สอดเข้ามากวาดต้อนความหวานภายใน

 

                ชางมินใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำใสๆที่ติดอยู่ที่ปากของมินโฮออกอย่างแผ่วเบา

 

                มินโฮเอนหัวลงซบกับไหล่หนา แขนข้างหนึ่งพาดโอบกับชางมินเอาไว้

 

                ฮยองครับ...ผมหนาวจังเลย มินโฮพูดด้วยเสียงที่บางเบา

 

                ชางมินจึงกอดกระชับน้องชายเอาไว้ให้แน่นกว่าเดิม

 

                ฮ...ฮยอง... มินโฮพูดทั้งที่ยังหลับตา

 

                เสียงหัวใจที่เต้นถี่มากขึ้นเรื่อยๆ บอกให้เจ้าของร่างได้รับรู้ว่า

 

                ...ถึงเวลาต้องจากลาแล้ว...

 

                ว่ายังไงมินโฮ ชางมินหันกลับมามองคนที่กำลังกอดตัวเองเอาไว้

 

                ผม...รัก...ฮยองนะครับ

 

                พี่ก็รักมินโฮ

 

                ขอบคุณที่อยู่กับผมมาตั้งแต่ตอนที่ผมเกิด มินโฮพูด

 

                อืม...... ชางมินทอดสายตาไปมองยังบนฟ้า

 

                ตรงไหนกันนะ...ที่นายจะไปอยู่ ส่วนไหนของท้องฟ้ากัน

 

                และขอโทษ...ที่อยู่ด้วยตลอดไปไม่ได้

 

                ไม่จริงหรอก มินโฮจะอยู่ในใจพี่ตลอดไป

 

                แต่ผมจะรักพี่นานกว่าตลอดไป 1วัน มินโฮยิ้มให้แก่ชางมินอีกครั้ง

 

                มันคือยิ้มที่สวยงามที่สุด แต่ก็ยังเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดในความรู้สึกของชางมินอีกเช่นกัน

 

                มินโฮสูดหายใจเข้าลึกๆ

 

                ผมรักฮยองนะครับ........รัก....รัก....ระ.... มินโฮพูดซ้ำไปซ้ำมา

 

                พี่ก็รักมินโฮครับ ชางมินลูบผมนิ่ม

 

                ผมง่วงจังเลย...... มินโฮค่อยๆหลับตาลง

 

                ในขณะที่ชางมินยังคงลูบกลุ่มผมนิ่มอยู่แบบนั้น

 

                ผมเหนื่อยมาเกือบยี่สิบปีแล้วสินะ มินโฮยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาทีละช้าๆ

 

                ชางมินต้องกักกั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา

 

                ผม...อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป......

 

                ชางมินปล่อยให้น้ำตามันร่วงแผละออกมาจนได้

 

                ผมอยากมีชีวิตอยู่...เพื่อบอกรักฮยอง....

 

                อยากมีชีวิตอยู่ เพื่อทำอะไรให้ฮยองอีกเยอะแยะ

 

                ผม...ไม่อยากตาย มินโฮพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

                ชางมินเอื้อมมือมาจับมือของมินโฮที่กำลังกอดเค้าอยู่

 

                พี่รักมินโฮ.....

 

                ผมก็รักพี่ครับ....... มินโฮกอดชางมินให้แน่นกว่าเดิม

 

                ไออุ่นนี้...ในวันที่เค้าต้องเข้าไปอยู่ใต้ดิน....มันจะยังคงอบอุ่นอยู่ใช่มั้ย

 

                แต่ฮยองครับ...ผมจะรักพี่มากกว่าตลอดกาลหนึ่งวันตามที่พี่สัญญา

 

                นั่นเป็นเพราะความตายไม่อาจจะพรากเราสองคนออกจากกันได้

 

                เพียงแค่ตอนนี้ ผมต้องไปแล้ว ก็เท่านั้น....

 

                มินโฮหายใจเข้าออกช้าๆ....เตรียมพร้อมกับการเดินทางอันแสนไกล

 

                ชางมินหลับตาเพื่อกักกั้นหยาดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

 

                แต่ในวินาทีที่มือของน้องชายตกลงจากไหล่ของเค้า!

 

                มินโฮ!!!!” ชางมินหันกลับมากอดมินโฮเอาไว้ทันที

 

                ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมา

 

                เหลือเพียงร่าง....ที่ไร้วิญญาณ

               

                มินโฮ! มินโฮตื่นเข้ามาสิ มินโฮ!!!” ชางมินได้แต่ร้องเรียกอยู่แบบนั้น

 

                ตื่นขึ้นมาสิ เรายังไม่บอกพี่เลยนะว่าจะไปแล้ว มินโฮ! ชเว มินโฮ! ตื่นขึ้นมาหาฮยองสิ....ชิม มินโฮ!!!” ชางมินกอดร่างที่ว่างเปล่าแบบนั้นเอาไว้แล้วร้องไห้ออกมา

 

                ทำไมไปเร็วแบบนี้....ทำไม....ทำไม........

 

                บนท้องฟ้าสีครามนั้น...จะยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสของชเว มินโฮตลอดไป

 

                เพียงแค่ในตอนนี้ บนพื้นดิน

 

                กลับชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาของชิม ชางมิน

 

                เท่านั้นเอง

 

                ทำไมกันสวรรค์ช่างไร้ความยุติธรรมแบบนี้ ทำไม...ทำไมต้องพรากคนในอ้อมกอดนี้ไปจากเค้าด้วย พวกเค้าสองคนทำผิดอะไร เราทำอะไรผิด

 

                แค่ให้เราเกิดมาร่วมสายเลือดกัน แค่ให้เราต้องมาพบกัน

 

                ให้เรารักกัน...แล้วทำไมให้เราอยู่ด้วยกันไม่ได้

 

                ทำไมจะต้องอุปสรรคต่างๆมากมายเข้ามาในชีวิตของพวกเราสองคนด้วย ทำไมความรักที่ยิ่งใหญ่มันกลับเอาชนะความตายไม่ได้เลย

 

                ทำไม...

 

                ชางมินร้องไห้พร้อมกับร่างกายที่เหลือไออุ่นน้อยลงไปทุกทีของมินโฮเอาไว้อย่างแนบแน่น

 

                ร้องออกมา...จนร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าไปจนหมด

 

                ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสๆมองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่ยังคงเป็นสีครามสดใสอยู่

 

                รอก่อนนะมินโฮ...รอพี่อยู่บนนั้นก่อนนะ...สักวันพี่จะตามไป จะไปตามหายจนเจอ จะบอกรักนาย กอดนาย และจะไม่ปล่อยให้นายไปไหนอีกแล้ว..

 

                ฮึก...เพียงแต่...ช่วยรอก่อนนะ...ช่วยรอพี่ก่อน...

 

                พี่จะใช้ชีวิตต่อไป...จะอยู่บนโลกอันโหดร้าย โลกที่ไม่มีนายใบนี้ต่อไป..เพื่อนาย...จะมีชีวิตต่อไปเพื่อนาย มินโฮ...

                “กลับมากันแล้วหรอวะ...ซะเย็น.......” ซีวอนที่เห็นชางมินเดินเข้ามาก็ทักทาย ก่อนที่เสียงจะเงียบไปเมื่อมองร่างของคนที่ชางมินอุ้มกลับมาด้วย

 

                “มิ...มินโฮ...เหนื่อยจนหลับเลยหรอ?” ร่างสูงยังพยายามบอกตัวเองให้มองโลกในแง่ดีเอาไว้ เมื่อชางมินเดินเข้ามาใกล้ตนเองมากเรื่อยๆ

 

                ฮยอคแจวิ่งเข้ามายืนอยู่ข้างๆร่างสูงทันที พร้อมๆกับเหล่าผู้ใหญ่ที่อึ้งไปไม่น้อยเช่นกัน

 

                ชางมินที่ดวงตาแดงก่ำวางร่างของมินโอให้นอนราบไปกับโซฟาตัวยาว

 

                “บอกชั้นมาสิวะ ชางมิน บอกมา!! ว่าน้องแค่หลับเพราะเหนื่อย!!!!” ซีวอนเองก็ตะคอกทั้งน้ำตาแล้วเช่นกัน

 

                “ใช่...มินโฮหลับไปเพราะเหนื่อย เค้าเหนื่อยมาเกือบยี่สิบปีแล้ว” ชางมินตอบสั้นๆ เพราะน้ำตามันทะลักไหลลงมาแล้ว

 

                “โอ้...ไม่นะ...” ฮยอคแจครางเสียงแผ่ว

 

                “มินโฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!” ซีวอนทรุดลงไปรวบร่างของน้องชายที่ตอนนี้ซีดขาวจนน่ากลัวขึ้นมากอดเอาไว้ น้ำตาไหลออกมามากมายเพราะความเสียใจ

 

                “ไหนนายสัญญาแล้วว่าเราจะได้เจอกันอีกยังไงล่ะ มินโฮ!! ทำไมกลับมาแบบนี้ ฮึก....มินโฮ....!! ทำไมทำแบบนี้กับพี่....” ซีวอนช็อคจนลืมทุกสรรพสิ่งนโลกไปแล้ว

 

                เค้าทำใจไม่ได้เลยกับการสูญเสียในครั้งนี้

 

                “มินโฮ! พี่เสียแม่ไปแล้ว ทำไมต้องมาเสียนายไปอีก มินโฮ!! ฟื้นขึ้นมาเซ่!!” ซีวอนย้อนเรื่องราวในอดีต จนยองเอต้องหันไปซูกหน้าลงในอกของจินโมเพื่อร้องไห้ ไม่ต่างกับซองโมที่น้ำตาไหลออกมาเบาๆ

 

                ไม่ใช่ว่าไม่เสียใจ แต่ความจริงที่ได้รับรู้มันเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนตั้งตัวไม่ทัน

 

                ฮยอคแจมองซีวอนไปร้องไห้ราวกับจะขาดใจแล้วก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ตามไปด้วย

 

                “มินโฮ!!.....ตื่นขึ้นมา พี่ไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ ฮึก...ชางมิน แกเป็นหมอ ทำอะไรซักอย่างสิวะ!!” ซีวอนหันมาตวาดใส่เพื่อนรัก

 

                “แกใจเย็นๆ ซีวอน ตั้งสติหน่อย มินโฮเค้าไปแล้ว!!!” ชางมินเองก็ร้องไห้อย่างหนักเช่นเดียวกัน

 

                “น้องชั้นตายทั้งคน แกจะให้ชั้นใจเย็นอะไรอีก!!!!” ซีวอนอยากจะตายตามน้องไปซธให้ได้

 

                พี่ทนรับการสูญเสียครั้งนี้ไม่ไหวจริงๆมินโฮ ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานายยังกอด ยังพูดคุย ยังยิ้มให้พี่อยู่เลย ทำไมตอนนี้นายไม่ลุกขึ้นมาตอบ มาทำอะไรแบบนั้นกับพี่อีกล่ะ

 

                อย่าใจร้ายกับพี่แบบนี้เลย นายคือคนที่พี่รักที่สุดในโลกนะ...อย่าทิ้งพี่ไปแบบนี้สิ พี่ทนรับกับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหวจริงๆ

 















*******************************************************


TOT!!!


ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง (จริงสิ ก็เอ็งแต่งเอง) 555
เศร้าใจจริงๆต้องแต่งให้สุดที่รักตายเนี่ย เฮ้อ ..

เม้นท์นะจ๊ะ เม้นท์นะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1945 keroro (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 16:50
    TAT



    มินโฮ หลับให้สบายนะ



    #1,945
    0
  2. #1935 ae snoopy (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 15:01


    มันเศร้านะตอนนี้อ่านไปซับน้ำตาไป
    #1,935
    0
  3. #1932 Bakery_LuvSuJu (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 05:58
    มันเศร้าเกินไปนะ เป็นอีกตอนที่อ่านด้วยความรู้สึกฝืนๆในคอ
    มันตันจนกลืนน้ำลายไม่ลง ร้องไห้ตามเลน
    สงสารมินโฮที่ต้องจากไปก่อน สงสารชางมินที่ต้องมาเห็นจากไปต่อหน้าต่อตา
    สงสารซีวอนที่สูญเสียคนที่ตัวเองรักไปอีกครั้ง
    สงสารทุกคนในเรื่องนี้ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ยังไงก็อยากเห็นทุกคนในเรื่องนี้มีความสุขอีกครั้ง
    จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ^^~
    #1,932
    0
  4. #1930 kikie (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 04:33
    คอยดูเถอะ... ถ่าพรุ่งนี้เราตาบวม เราจะไปบึ้มบ้านไรเตอร์!!!!!!! #ล้อเล่งนะแจ๊ะ

    เศร้ามากอะไรมากกกกกกกกกกก!!!!!

    ร้องไห้ประหนึ่งฉันเป็นชางมินค่ะคุณขาาาาาา... =..=

    ไนเตอร์แต่งได่ดีม่กเลย เรารักนาย!!!! ฮิฮิ
    #1,930
    0
  5. วันที่ 8 มกราคม 2556 / 04:17
    ร้องไห้เลย TT...

    ไรเตอร์ หดหู่เกินไปแล้วนะ ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,929
    0
  6. #1927 piggy-oun (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 16:18
    เล่นเอาคนอ่านร้องไห้ตามเลยค่ะ
    สงสารทุกคนจัง มินโฮไม่น่าไปเร็วเลย
    เศร้าจังค่ะ
    #1,927
    0
  7. #1923 dektunna (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 23:18
    สะอื้นๆๆๆๆๆๆ  ร้องไห้อย่างเดียวเลยตอนเนี้ยะ  เศร้ามากก!!!!!


    #1,923
    0