{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 63 : COME BACK-[18]=ครอบครัว..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ม.ค. 56

                “ว่าไงชางมิน....” ซีวอนกรอกเสียงทุ้มลงไปในเครื่องมือสื่อสาร เค้าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ งานวันนี้มันเล่นเอาหนักเหมือนกันนะ

 

                ยิ่งไม่มีโอกาสจะได้คุยกับฮยอคแจเลยแบบนี้ยิ่งเหนื่อยใจหนักยิ่งขึ้นไปอีก

 

                “ว่างคุยรึเปล่า?” อีกฝ่ายถามกลับมา

 

                “อือ ได้สิ แกมีอะไรรึเปล่า ทำไมน้ำเสียงเครียดจัง”

 

                “เออ ชั้นมีหลายเรื่องที่จะต้องบอกแกว่ะ ตั้งใจฟังดีๆล่ะ”

 

                “อืม...” ซีวอนเปลี่ยนอารมณ์เป็นเคร่งเครียดทันที

 

                “แกคงได้รับรายงานผลตรวจสุขภาพของมินโฮแล้วใช่มั้ย?”

 

                พูดถึงเรื่องนี้ยิ่งทำให้ซีวอนหน้าเจื่อนหนักลงไปกว่าเดิมเสียอีก เพราะผลตรวจหลังๆมานี่ร่างกายของมินโฮนั้นแทบจะเรียกได้ว่าทรุดลงตลอดเลยทีเดียว

 

                มันยิ่งทำให้เค้ากลัว...กลัวมากจริงๆ

 

                “อืม....”

 

                “มินโฮบอกว่า....อยากไปทะเล” ชางมินพูดเบาๆ

 

                “จะบ้ารึไง? แกก็รู้ว่า.....” ซีวอนจะโต้เถียงทันที

 

                “ชั้นก็คิดแบบนั้นในตอนแรก แต่รู้มั้ยน้องแกพูดว่าอะไร”

 

                “ว่า?”

 

                “มินโฮบอกว่าเค้าไม่อยากตายในห้องสี่เหลี่ยมที่อยู่มาทั้งชีวิต นั่นล่ะที่ทำให้ชั้นรับปากเค้า”

 

                ซีวอนหลับตาลงอย่างเจ็บปวด มองไปยังรูปบนหัวเตียงที่มีรูปของเค้ากับมินโฮและชางมินถ่ายร่วมกันก็ยิ่งปวดร้าวใจหนักยิ่งกว่าเดิม

 

                “จะเอายังไงล่ะ” ซีวอนตัดสินใจถามแพทย์หนุ่มในที่สุด

 

                “แกทำเพื่อน้องชายตัวเองได้รึเปล่าล่ะ?”

 

                “ทำอะไร?”

 

                “มินโฮอยากได้ครอบครัว”

 

                “หมายความว่า” ซีวอนลืมตาขึ้นมาทันที

 

                “ชั้นโทรนัดพ่อนายกับ....นั่นล่ะ นายก็รู้ แล้วก็พ่อกับแม่ชั้นแล้วด้วย นายไม่มีงานอะไรใช่มั้ยช่วงนี้”

 

                “แกชวนผู้หญิงคนนั้นไปด้วยทำไม!

 

                “เป็นความต้องการของมินโฮ แกไม่พอใจก็มาเถียงกับน้องเอาเอง!

 

                ซีวอนเสยผมอย่างเครียดๆ หายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนจะข่มใจยอมรับในที่สุด

 

                “แล้วเค้าว่ายังไงมั่งล่ะ”

 

                “ใครล่ะ?”

 

                “พ่อชั้นน่ะ” ซีวอนพูดไม่เต็มเสียง

 

                “อืม คุณลุงบอกว่าไม่มีปัญหา แล้วก็คงจะไปที่รีสอร์ทส่วนตัวนั่นล่ะ”

 

                “งั้นหรอ?” ซีวอนพูดเหมือนจะไม่ใส่ใจ แต่ชางมินก็รู้ดีว่า ตอนนี้เพื่อนรักของเค้าจะต้องคิดไปต่างๆนานาแน่นอน

 

                “อ่อ มีเรื่องสำคัญอีกอย่างนี่นา”

 

                “หืม? อะไรอีกล่ะ”

 

                “น้องแกบอก...อยากให้แกพาพี่สะใภ้ไปด้วย”

 

                “ห๊ะ?” ซีวอนขมวดคิ้ว

 

                “ก็แกเคยมาใครมาเยี่ยมมินโฮบ้างล่ะ คิดเอานะ แล้วก็ลองพยายามดู ถ้าไม่ได้เดี๋ยวชั้นจะช่วยพูดกับมินโฮเอง แค่นี้ล่ะ” ไม่ปล่อยให้ซีวอนได้มีโอกาสซักถามอะไรอีก ชิงตัดสายไปดื้อๆ

 

                “เฮ้อ ดูมันมาทิ้งระเบิดแล้วก็ไป” ซีวอนส่ายหัว

 

                ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง คว้ากระเป๋าเงินขึ้นมาดู พร้อมกับหยิบรูปถ่ายภายในกระเป๋าเงินของตัวเองออกมา รูปถ่ายของฮยอคแจไม่ใหญ่มาก เมื่อพลิกข้างหลังก็จะพบว่ามีเบอร์โทรเขียนเอาไว้

 

                มินกินำมันมาให้กับเค้าเมื่อตอนเพิ่งกลับมาจากเชจูใหม่ๆ

 

                มือหนากดเบอร์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่กล้ากดโทรออกไปเสียที สายตาคมมองไปยังรูปของน้องชายที่ยิ้มมาราวกับว่าจะส่งกำลังใจให้ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กดโทรไปทันที

 

                เสียงรอสายที่ดังลากยาวยิ่งทำให้หัวใจของร่างสูงเต้นรัวราวกับจังหวะกลองเสียอีก

 

                “สวัสดีครับ...” เมื่อปลายสายหรอกเสียงกลับมา ทำให้เจ้าตัวนิ่งอึ้งไม่พูดอะไรออกไปทั้งนั้น ฮยอคแจจึงต้องขานถามอีกครั้ง

 

                “อะ...เอ่อ....คือ....” ซีวอนรีบพูดก่อนอีกฝ่ายจะวางสายลง

 

                ฮยอคแจเงียบลงไปทันทีเมื่อรู้ว่าเจ้าของเบอร์นี้เป็นใคร

 

                “ชั้นเองนะ ซีวอน...คุยได้รึเปล่า?”

 

                “นายมีเรื่องสำคัญอะไรล่ะ?”

 

                “มินโฮฝากชวนนายไปทะเลด้วยกันน่ะ” ซีวอนรีบพูดออกมา

 

                “หืม? ว่ายังไงนะ?”

 

                “นี่จะเป็นการเที่ยวในครั้งแรกของมินโฮน่ะ เค้าอยากให้ครอบครัวไปด้วยกันหมด แล้วเค้าก็อยากให้นายไปด้วย พอจะ...ว่างมั้ย?” ถามไปก็กลั้นใจรอคำตอบไปด้วย

 

                ฮยอคแจถือสายไว้ด้วยความเงียบ พร้อมกับใช้สมองคิดทันที

 

                ถ้าไปก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นอีก แต่อีกในหนึ่งเค้าก็นึกสงสารมินโฮอยู่เช่นกัน

 

                “วันไหนล่ะ...” ฮยอคแจลองหยั่งเชิง

 

                “อีกสามวันข้างหน้า คงไปไม่นานหรอก เพราะเอ่อ...พ่อชั้นคงไม่มีเวลามาก...” ซีวอนดูอึดอัดเล็กน้อยเมื่อต้องกล่าวถึงครอบครัวของตัวเอง

 

                “อืม....” ฮยอคแจตอบรับอย่างเข้าใจ

 

                “นาย...คิดว่าไง” ซีวอนถามย้ำอีกครั้ง

 

                “ก็ ถ้าไม่กี่วันก็คงไม่มีปัญหา” ร่างบางตัดสินใจที่สุด

 

                “งั้นหรอ” ซีวอนแทบจะปิดความดีใจเอาไว้ได้ไม่มิด

 

                “อืม....ก็เจอกันวันที่ไปก็แล้วกัน” ฮยอคแจพูดก่อนจะวางวายไป

 

                แต่แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ พอจะทำให้หัวใจของคนฟังชุ่มชื้นขึ้นมาเสียแล้ว

 

                ขอบใจนะ มินโฮ!!

 

 

                บรรยากาศในรถตอนนี้ ฮยอคแจบอกตรงๆเลยว่าไม่เคยพบเคยเจอครอบครัวไหนที่จะประหลาดได้มากขนาดนี้มาก่อน

 

                อึดอัดมาก ยังถือว่าเป้นคำบรรยายที่แลดูน้อยไปเลยกับสิ่งที่ฮยอคแจได้พบเห็นในวันนี้

 

                การเดินครั้งนี้เดินทางโดยรถตู้ที่แบ่งเป็นที่นั่งสี่แถว ซึ่งตัวเค้าเองที่พอทักทายทำความรู้จักทุกคน โดยเฉพาะท่านนักการเมืองชื่อดังพ่อของซีวอนแล้วนั้น ก็ขึ้นรถมาเป็นคนแรกตามที่มินโฮจัดไว้เองกับมือ

 

                แต่ไม่คาดคิดก็คือซีวอนที่ตามมานั่งกับเค้าในแถวสุดท้ายด้วย แต่ก็ยังโชคดีที่ที่นั่งมีหลายตัว เค้าจะนั่งริมสุดเช่นเดียวกับซีวอนที่นั่งอีกฝั่งเช่นกัน

 

                ในแถวที่สามก็ตามมาด้วยมินโฮที่กระโดดเข้ามานั่งติดริมหน้าต่าง โดยมีชางมินนั่งประกบข้างๆ ส่วนแถวที่สองเป็นพ่อแม่ของชางมิน ปิดท้ายด้วยพ่อแม่ของซีวอนในแถวหน้าสุด

 

                ในรถมีเพียงเสียงของมินโฮที่พูดอยู่กับชางมินเท่านั้น ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวตื่นเต้นมากแค่ไหน เอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง

 

                “ผมอยากกินอาหารทะเลเยอะๆๆๆๆ อยากเล่นน้ำ อยากโดนแดด โอ๊ย ผมอยากไปหมดเลยล่ะครับ”

 

                “ฮ่าๆ...อืม....” คุณชิม ซองโมหัวเราะออกมาเบาๆ

 

                “คุณอาขำอะไรหรอครับ” มินโฮถามเสริมบรรยากาศ

 

                “เปล่า...” ฮยอคแจสังเกตผู้เป็นแม่ของชางมินไหล่สั่นไหวขึ้นเล็กน้อย ว่าแล้วก็นึกไปถึงเรื่องราวที่เด็กหนุ่มเคยเล่าให้ฟัง

 

                น่าสงสารจริงๆนะ วงเวียนความรู้สึกแบบนี้

 

                “งั้นเดี๋ยวให้ที่นู้นเค้าจัดอาหารไว้ชุดใหญ่ก็แล้วกันนะ” นักการเมืองใหญ่พูดขึ้นบ้าง

 

                “ฮ่าๆ...ขอบคุณครับ.....คุณลุง” คำพูดสุดท้ายมินโฮเรียกเสียงแผ่วเบาลงเล็กน้อย

 

                ซีวอนที่ได้ยินเองก็มือกระตุกสั่นเช่นกัน ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก เค้ารู้ว่ามินโฮไม่เคยเรียกคนๆนี้ว่าพ่อเลย นั่นยิ่งทำให้เค้าเกลียดอีกฝ่ายมากยิ่วขึ้น

 

                มินโฮเองก็คงรู้สึกเสียใจไปไม่น้อยกว่าเค้าแน่ๆ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ถึงขนาดไม่ยอมเรียกสถานะความสัมพันธ์กันถึงขนาดนี้

 

                ทั้งหมดเงียบลงอีกครั้ง โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มินโฮที่พูดต่อไปอีกสักพักก็เงียบลงเพราะหลับไปกับไหล่ของชางมินเสียแล้ว พอหันไปมองคนข้างๆก็พบว่าก้มหน้าหลับตาลงเช่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าหลับจริงหรือแค่พักสายตาเท่านั้น

 

                ฮยอคแจจึงหลับตาลงบ้าง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เป็นจังวะที่รถเข้ามาจอดยังรีสอร์ทส่วนตัวเป็นการเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงค่อยๆทยอยลงจากรถกัน

 

                “ว้าว...ที่นี่มันสวยยิ่งกว่าในทีวีที่ผมเคยเห็นอีกอ่ะฮยอง” มินโฮหมุนตัวไปรอบๆ พร้อมกับมองความงามของที่แห่งนี้อย่างเต็มที่

 

                ฮยอคแจยิ้มตาม มันก็จริงที่มินโฮว่า เพราะที่นี่อากาศนี่ วิวสวยมากๆจริงๆ

 

                “ชอบมั้ย มินโฮ?” คุณชเว จินโมถามออกมา

 

                “มากๆเลยครับ!” มินโฮหันไปยิ้มตอบให้ เหล่าผู้ใหญ๋จึงยิ้มรับบางๆให้กับเด็กหนุ่มคนนี้

 

                “พี่ชาย ไปเล่นน้ำกัน” มินโฮเดินไปคล้องแขนซีวอน

 

                “โอ๊ย ไม่เอ๊า! พี่โตแล้ว ไปเล่นกับชางมินมั่นนู่น...”

 

                “พี่ชายกับฮยองก็อายุเท่ากันง่า” มินโฮทำหน้ามุ่ย

 

                ฮยอคแจลอบอมยิ้มให้กับท่างทางน่ารักๆของสองพี่น้อง ก่อนจะขอตัวเดินแยกออกไปเพื่อเก็บของลงในห้องพักและเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

                หลังจากทำความคุ้นเคยกับห้องพักได้สักพักหนึ่ง ฮยอคแจก็เดินออกมาข้างนอกเช่นเดิม ระหว่างทางก็พบกับสองตระกูลทั้งสี่คนที่นั่งพักผ่อนกันอยู่บนเก้าอี้หวายริมระเบียง

 

                ฮยอคแจทักทายเพียงเล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเลียบลงไปชายหาด โบกมือให้กับมินโฮที่เล่นน้ำอยู่กับชางมิน แล้วเดินเลียบริมชายหาดมาเรื่อยๆ

 

                แม้จะบอกตัวเองว่าให้เลิกคิด แต่อีกใจนึงก็ยิ่งช่วยยืนยันว่าตอนนี้เค้ากำลังมองหาใครีกคนที่อยู่ๆก็เงียบหายไปอยู่ล่ะ

 

                ร่างบางที่เดินให้กระแสน้ำพักใส่เท้าไปเรื่อยๆ ปล่อยใจให้โล่ง ทำสมองให้ปลอดโปร่ง ให้เรื่องราวต่างๆได้ผ่านเข้ามาให้คิดทบทวน

 

                จะเอายังไงต่อไปดีล่ะเรา?

 

                ฮยอคแจขมวดคิ้วเมื่อเสียงหนึ่งภายในก้นบึ้งตะโกนบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา

 

                ให้โอกาสเค้าอีกสักครั้ง อย่างนั้นหรอ? บ้าน่า! นายลืมแล้วรึยังไงนะ ลี ฮยอคแจ ว่าที่ผ่านมาเค้าทำอะไรกับนายเอาไว้บ้าง

 

                อย่ากลับไปหาเค้าอีกเลย...

 

                “พี่ฮยอคแจ!!!” เสียงมินโฮเรียกฮยอคแจให้กลับมาสู่โลกแห่งความจริง

 

                เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่า ที่ตรงนั้น พวกผู้ใหญ่ทุกคนได้มายืนพร้อมหน้ากันหมดแล้ว แม้แต่ร่างสูงที่เมื่อกี๊มองไม่เห็นด้วยก็ตาม

 

                “ว่าไง มินโฮ!!” ฮยอคแจตะโกนแข่งกับเสียงลม

 

                “มาถ่ายรูปร่วมกันเถอะนะครับ!!” มินโฮกวักมือเรียก

 

                “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่เป็นคนถ่ายให้ดีกว่า” ฮยอคแจอยากให้มันเป็นรูปของครอบครัวจริงๆ

 

                “ไม่เอาคร้าบ...มาถ่ายด้วยกันเถอะน้า” มินโฮปล่อยมือขากมือชางมินที่เกาะกุมอยุ่ เดินมาหาฮยอคแจซึ่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร แต่เมื่อเดินมาเรื่อยๆ ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มกลับทรุดร่วงลงบนผืนทรายเสียอย่างนั้น

 

                “มินโฮ!!!” เสียงผู้ที่โตกว่าร้องออกมาอย่างตกใจ รีบกรูเข้ามาหาเด็กหนุ่มทันที

 

                “เป็นอะไรรึเปล่ามินโฮ” ฮยอคแจที่มาถึงก่อน รีบประคองอีกฝ่ายเอาไว้

 

                “มะ...ไม่นี่ฮะ...สงสัยผมสะดุดอะไรนิดหน่อย” มินโฮปั้นน้ำเสียงให้ดูเป็นเรื่องตลก จนผู้ใหญ่ทุกคนต้องฝืนยิ้มตาม

 

                “ลุกขึ้นยืนเถอะนะ” ชางมินประคองมินโฮให้ลุกขึ้น

 

                “ขอโทษนะครับ ที่ทำให้เป็นห่วง” มินโฮก้มหัวให้บรรดาผู้อาวุโส

 

                “ไม่ต้องขอโทษหรอก ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” คุณนายชเว คนปัจจุบัน พูดด้วยแววตาห่วงใย จากใจจริง

 

                ซีวอนมองพ่อตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันหน้าหนีเมื่อพบว่าอีกฝ่ายหันมามองตนเองเช่นเดียวกัน

 

                “ทุกคนครับ....” มินโฮพูดขึ้นเมื่อหายใจเป็นจังหวะปกติได้แล้ว

 

                “ว่าไง...” ซีวอนถามคนที่เป็นน้อง

 

                “ถ่ายรูป....ครอบครัวกันเถอะครับ” มินโอยิ้มบางๆ

 

                เหล่าผู้ใหญ่มองหน้ากันอย่างลำบากใจ บรรยากาศมันแลดูอึดอัดมากจริงๆ

 

                “นะครับ....นะ....” มินโฮเพิ่มน้ำเสียงขอร้องมากยิ่งขึ้นไปอีด

 

                “อื้ม...ถ่ายเถอะค่ะ เพื่อแก....” ชเว จีอู นายหญิงแห่งตระกูลชิมพูดออกมาแทบจเป็นครั้งแรกตั้งแต่ออกเดินทางมา

 

                “อืม เอาสิ อยากถ่าตรงไหนล่ะมินโฮ” ชเว จินโมสรุปในที่สุด

 

                “อ่า...แล้วพี่ชาย...” มินโฮกลับมาถามซีวอน

 

                “ก็ไม่มีปัญหาอะไรนิ” ร่างสูงยักไหล่

 

                “พี่ฮยอคแจถ่ายด้วยกันเถอะนะครับ” มินโฮหันไปถามร่างบางที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสายตาแบบนี้แล้วก็ปฏิเสธไม่ลงเหมือนกัน

 

                เมื่อตกลงกันได้ทั้งหมดทุกคนแล้ว จึงพากันกลับไปยังที่ม้านั่งที่ตอนแรกทางผู้ใหญ่ได้นั่งทานขนมเล่นกัน โดยมีพนักงานรีสอร์ทคอยให้บริการถ่ายรูปให้

 

                บริเวณม้านั่งตัวยาว มินโฮเป็นคนจัดการที่นั่งทั้งหมด โดยที่นั่งบนโซฟานั้น นั่งเรียงกันโดยเริ่มจากซ้ายสุดเป็นยองเอ ตามด้วย จินโม ซองโม และ จีอูปิดท้าย

 

                ส่วนด้านหลังนั้นก็คือฮยอคแจ ซีวอน มินโฮ และชางมินตามลำดับ พนักงานจัดมุมอีกเล็กน้อย ก่อนจะให้สัญญาณ

 

                ซีวอนมองคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าตัวเอง ด้วยแววตาลึกซึ้ง ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เค้าไม่ได้ถ่ายรูปร่วมกับคนๆนี้ มันเนิ่นนานจนจำไม่ได้เสียแล้ว ซีวอนชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจวางมือลงบนไหล่ของผู้เป็นพ่อ อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

                มินโฮยิ้มกับภาพนั้นเล็กน้อย ก่อนจะวางมือลงบนไหล่คนที่อยู่ตรงหน้าตัวเองข้างๆจินโม หรือก็คือชิม ซองโมนั่นเอง แต่แตกต่างตรงที่อีกฝ่ายยกมือขึ้นมาจับมือของมินโฮด้วยเช่นกัน

 

                ชางมินยกมือขึ้นมากอดไหล่ของมินโฮทันทีที่เห็นแบบนั้น ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็วางบนไหล่แม่ของตัวเองเช่นกัน ทั้งมือของจินโมและซองโมต่างก็จับมือของภรรยาเอาไว้เช่นกัน

 

                ฮยอคแจไหล่สะท้านเบาๆเมื่อเห็นภาพเหล่านี้ มันช่างเป็นรักท่ามกลางความเจ็บปวดเสียจริง

 

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อร่างสูงเอื้อมมือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่มากุมมือของเค้าเอาไว้ แต่ฮยอคแจก็ไม่ได้ดึงมือออกแต่อย่างใด สายตาหวานจ้องตรงไปยังพนักงานที่มาถ่ายรูปให้เท่านั้น

 

                “เอาล่ะนะครับ...1....2......”

 

                แชะ!!!

 

                รูปถ่ายของครอบครัว ที่ทุกๆคนคงจะไม่มีวันลืมมันได้ลงจริงๆว่ากว่าจะได้มาถ่ายรูปร่วมกันแบบนี้...มันยากสักแค่ไหน

 

 

                ตกถึงเวลาเย็น วันนี้จินโมก็ทำอย่างที่สัญญาที่ให้ไว้กับมินโฮจริงๆ คือการนั่งรับประทานอาหารทะเลริมระเบียง ฟังเสียงคลื่น

 

                อาหารมากหน้าหลายตาถูกจัดไว้อย่างดี พวกอาหารทะเลก็มีเตาย่างอย่างดีตั้งออกไปอยู่ไม่ไกล ทำไมเจ้าของความคิดมีความสุขสุดๆเลยล่ะ

 

                “ไง...กินเยอะๆนะ พี่ชายเราลงทุนออกไปซ้อเองทันทีเลยนะ” ชางมินลูบหัวมินโฮเบาๆ

 

                ฮยอคแจเข้าใจแล้วล่ะว่าเมื่อตอนกลางวันนั้นร่างสูงหายไปไหน คงจะรักน้องมากๆเลยสินะ ถึงกับลงทุนทำทุกอย่างด้วยตัวเองแบบนี้

 

                “ครับ! อ๊ะ ขอบคุณครับพี่ฮยอคแจ” มินโฮโค้งหัวรับเมื่อฮยอคแจยื่นจานกุ้งเผาที่แกะเปลือกเรียบร้อยแล้วมาให้

 

                “อย่ากินเยอะนะ มินโฮ....” ชางมินปรามๆ แต่ก็ไม่ทันแล้วล่ะ เมื่อเจ้าเด็กตัวแสบจัดการยัดเอาๆ

 

                “ใจเย็นๆ...” ซองโมปรามบ้างแต่ก็หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู

 

                “ผมไม่เคยได้กินอะไรอร่อยขนาดนี้เลยนะครับ ที่นี่สวยมากๆจริง....” มินโฮพูดราวกับว่าจะให้มันเป็นเรื่องตลก แต่ในสายตาผู้ใหญ่ทุกคนแล้ว มันคือคำพูดที่ชวนหดหู่เสียจริง

 

                ทั้งๆที่ความจริงการที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังจะมีอายุถึงยี่สิบปี เค้าควรจะได้พบกับโลกกว้างมามากมาย แต่เด็กคนนั้น กลับต้องอุดอู้อยู่แต่ในห้องสีเหลี่ยมสีขาวภายในโรงพยาบาล

 

                ฟังแล้วเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากๆจริงๆ

 

                “ขอบคุณมากๆจริงๆนะครับ ทุกคนที่พยายามเพื่อผมกันถึงขนาดนี้ ขอบคุณมากๆจริงๆครับ” มินโฮพูดขึ้นเมื่อทานอาหารกันเสร็จแล้ว พร้อมจะแยกกันไปตามห้องของแต่ละคน

 

                “ความทรงจำที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมคง...ไม่มีวันลืมมันลงได้” มินโฮใบหน้าเหยเกเมื่อรู้สึกปวดหัวขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังต้องฝืนยิ้มเอาไว้

 

                มินโฮตรงเข้าไปกอดซีวอนเอาไว้คนแรก...กอดแน่นยิ่มกว่างเดิมเมื่ออีกคนกอดกลับมาด้วย

 

                “ขอบคุณมากเลยนะครับ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ที่ทำให้ผมมาตลอดเกือบยี่สิบปี ผมรู้สึกโชคดีมากๆที่เกิดมาแล้วมีพี่เป็นพี่ชาย ผมอยากเห็นพี่ชายมีความสุขมากๆเลยนะครับ ผมรักพี่”

 

                “พูดจาแบบนี้พี่ก็ใจเสียเลยล่ะ” ซีวอนลูบหลังน้องด้วยความรักที่เต็มเปี่ยมไปทั้งหัวใจ

 

                มินโฮพยักหน้ายิ้มเบาๆ แล้วเดินต่อตามไปหาชเว จินโมที่กางแขนข้างหนึ่งออกเล็กน้อย มินโฮจึงกล้าเข้าไปกอด

 

                “ครับ....คุณลุง....” มินโฮยิ้ม

 

                “ไม่ต้องพูดอะไร ชั้นเข้าใจความรู้สึกของเธอดี...” จินโฮกระซิบเบาๆกับอีกฝ่าย

 

                “ผมขอโทษกับทุกเรื่องนะครับ” มินโฮกระซิบแผ่วเบา

 

                “ไม่ใช่เธอหรอกที่ต้องขอโทษ ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย” จินโมกอดอีกฝ่ายอีกเล็ฏน้อย ก่อนจะผละออกมา

 

                มินโฮลังเลเล็กน้อย เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ห่างออกไป ชิม ซองโม

 

                ชางมินตบไหล่คนรักเบาๆ พร้อมกับพยักหน้าให้

 

                มินโฮเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆแล้วโอบกอดซองโมเอาไว้ ท่ามกลางอาการแปลกใจของซีวอน

 

                “ขอบคุณสำหรับชื่อของผม ขอบคุณสำหรับทุกความห่วงใย ขอบคุณกับความรู้สึกดีๆที่คอยช่วยเหลือผมมาตลอด ทุกเวลา ทุกครั้ง อยากให้รู้ว่าผมรับรู้มันมาตลอดนะครับ.......คุณอา” มินโฮหลับตาลง

               

                ซองโม ยกมือขึ้นกอดเด็กหนุ่มคนนี้ตอบ และกอดแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันอาจจะเป็นอ้อมกอดแรกและอ้อมกอดสุดท้ายสำหรับเค้าก็ได้

 

                “ในเมื่อเธอรักชางมิน...ก็ควรจะเรียกชั้นว่าพ่อสิจริงมั้ย?...” ซองโมมองชางมิน ก่อนจะหันกลับไปมองภรรยาตัวเองเล็กน้อย ซึ่งเธอก็ทำเพียงยิ้มบางๆกลับมาให้ราวกับจะบอกว่าทำสิ่งที่ต้องการจะทำไปเถอะ

 

                ในเมื่อเรื่องราวมันดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว

 

                “ชั้นดีใจ...ที่มีเธอ และรักเธอนะ มินโฮ”

 

                “ผมก็รักคุณครับ....คุณพ่อ” มินโฮยิ้มอย่างดีใจ

 

                ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปตามห้องพักของแต่ละคน เพราะเวลาก้ล่วงเลยมาเกือบสามทุ่มแล้ว

 







*******************


เม้นท์นะจ๊ะ ^^' เดี๋ยวเค้างอนน้า 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1944 keroro (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 16:28
    ดีใจ^^



    รักกันๆๆๆ
    #1,944
    0
  2. #1936 ae snoopy (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 15:02


    เป็นการรวมครอบครัวที่แสนโศก
    #1,936
    0
  3. #1926 piggy-oun (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 15:56
    เป็นการรวมญาติที่แอบเศร้านะคะ
    #1,926
    0
  4. #1922 dektunna (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 23:04
    ซึ้งงงงงงง   น้ำตาไหลพรากกกกกกกกกกกกกก

    T___T  
    #1,922
    0