{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 61 : COME BACK-[16]=ความฝันอันเจ็บปวด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 พ.ย. 55

แสงตะวันที่ส่องเข้ามาเพียงบางเบา แต่ร่างสูงก็เริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง เสยผมที่ปรกหน้าไปข้างหลัง ก่อนจะนึกย้อนไปยังเรื่องราวที่ผ่านมา

 

                “ตายห่า!” เสียงทุ้มสบถออกมา ก่อนจะมองไปข้างๆทันที

 

                ว่างเปล่า....

 

                ร่างสูงผลุดลุกขึ้นคว้าเสื้อและกางเกงมาใส่อย่างลวกๆ แล้วรีบเดินออกไปตามหาร่างบางทันที

 

                สายตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ เมื่อเห้นว่าร่างบางยืนอยู่ที่ริมระเบียงในสภาพที่ใส่ชุดเรียบร้อยแล้ว

 

                ซีวอนเดินเก้ๆกังๆ ไปยืนอยู่ข้างๆของร่างบาง

 

                “เอ่อ.............” ซีวอนไม่รู้ว่าในตอนนี้ควรจะพูดอะไรออกมาเป็นอย่างแรก

 

                “ไม่เป็นไร...ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” ฮยอคแจเป็นฝ่ายที่ขัดไว้เสียก่อน

 

                “แต่....”

 

                “ชั้นบอกให้เลิกพูดยังไงล่ะ” ร่างบางสั่งเสียงเฉียบ

 

                ซีวอนจึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่ออีก

 

                แต่เมื่อเนิ่นนานไป ความคิดที่ว่าการที่จะได้มายืนใกล้ชิดร่างบางขนาดนี้ มันอาจจะไม่ได้มีกันบ่อยๆ ทำให้เค้าผลักดันตัวเองให้ต้องพูดมันออกมา

 

                “นาย....มอบหัวใจให้ใครใหม่รึยัง?”

 

                ถามเองก็กลัวคำตอบเอง ซีวอนพบว่ามือของตัวเองนั้น สั่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

                “ยัง...” ฮยอคแจตอบเบาๆ

 

                “แล้ว...ตอนนี้ยังอยู่ที่ตัวเองมั้ย?” ร่างสูงหันมามองอีกฝ่ายอย่างมีความหวัง

 

                ฮยอคแจเอียงหน้าของตัวเองกลับมาสบตากับร่างสูงอีกเช่นกัน

 

                “ชั้นไม่มีหัวใจอีกแล้ว ตั้งแต่ที่นายเดินจากไปวันนั้น”

 

                สั้น กระชับ และได้ใจความ

 

                ซีวอนมองอีกฝ่ายอย่างเจ็บปวด แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเค้ายังมีความหวังต่อไปรึไม่?

 

                ร่างสูงมองใบหน้าขาว ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองที่ปากอิ่ม ซึ่งยังไม่ร่องรอยความช้ำจากกิจกรรมเมื่อคืน แล้วเคลื่อนหน้าลงไปใกล้เรื่อยๆ...

 

                แต่ทว่า ฮยอคแจกลับเบี่ยงหน้าหนีก่อนที่ริมฝีปากจะได้บรรจบกัน

 

                “ลืมเรื่องเมื่อวานซะเถอะ....”

 

                “ทำไม?” ซีวอนถามย่างปวดร้าว

 

                “คิดซะว่าฝันไป” ฮยอคแจตอบก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป

 

                ฝันหรอ? นายทำได้จริงๆหรอฮยอคแจ ให้คิดว่าเรื่องระหว่างเรามันไม่เคยเกิดขึ้นจริง?

 

                ขอโทษจริงๆ ที่ชั้นทำไม่ได้เลย

 

 

                กลับมาจากเชจูก็ได้เดือบอาทิตย์แล้ว แต่ซีวอนไม่มีโอกาสที่จะได้เจอฮยอคแจอีกเลย เพราะร่างบางไม่มีเหตุจะต้องเข้ามาที่ค่าย หรือถ้าไปตามที่ต่างๆยังไงร่างสูงก็ไม่ได้เจอเลยแม้แต่น้อย

 

                ราวกับว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะหลบหน้าเค้า

 

                คิดได้แบบนี้ ความเจ็บปวดที่แฝงอยู่ในใจมาหลายวันก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

 

                มือหนายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ มองนาฬิกาก็เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว วันนี้เค้าแวะเข้ามาค่ายเพื่อตรวจสอบวันที่หนังสั้นจะเข้าฉายซ฿งก็เหลืออีกเพียงสามวันก็จะถึงรอบสื่อมวลชนแล้วล่ะ

 

                เสียงหัวเราะที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเรียกความสนใจจากเค้าได้ทันที ก็ในเมื่อสองเสียงนั้นคือคนที่เค้ารู้จักทั้งสองคน

 

                มินกิ....และฮยอคแจ

 

                คำตอบมันชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเห็นเจ้าของเสียงทั้งคนเดินเคียงคู่กันเข้ามา

 

                มือที่ถือแก้วกาแฟนั้นจิกแน่นเข้ายิ่งกว่าเดิม ในขณะที่เค้ากำลังจะเป็นบ้าตายเพราะอยากเจอหน้า ร่างบางกลับ...ยังอยู่ดีมีสุข

 

                ไม่ได้โกรธ ซีวอนรู้ตัวดี ตอนนี้เค้ากำลังน้อยใจต่างหาก

 

                น้อยใจ....มากเลยด้วย

 

                ร่างบางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนจ้องเขม็งมาที่ตัวเองก่อนแล้ว

 

                “อ้าว ซีวอนสวัสดี” มินกิที่เห็นว่าบรรยากาศเริ่มจะอึมครึมก็พยายามช่วยให้มันดีขึ้น

 

                “ฝ่ายพีอาร์ถามหานายอยู่น่ะ รีบไปสิ” ฟังดูเหมือนการบอกข่าว แต่มินกิเข้าใจดีเลยว่ามันคือการไล่ทางอ้อม

 

                แต่ก็ชักจะเป็นห่วงคุณฮยอคแจเหมือนกันนะ ไม่รุ้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า แต่เมื่อได้สบสายตากับร่างสูงมันทำให้เสียววาบไปถึงไขสันหลัง จนต้องรีบเดินออกไปทันที

 

                ฮยอคแจมองอีกฝ่ายด้วยแววตาว่างเปล่า จะเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง

 

                หมับ!

 

                ร่างสูงที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ คว้ามือของอีกฝ่ายมาจับเอาไว้แน่น เมื่อร่างบางจะเดินผ่านไป

 

                “มีอะไร?”

 

                “ทำไมมาด้วยกัน?”

 

                “มันเรื่องอะไรของนาย?” ฮยอคแจขมวดคิ้ว

 

                “ทำไมชั้นจะไม่มีสิทธิ์รู้?” ซีวอนเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย

 

                ฮยอคแจกรอกขึ้นมองเพดานอย่างหน่ายใจ ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่าง ล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบเงินแบงก์แสนวอนออกมา แล้วจัดการยัดลงในกระเป๋าเสื้อของคนตรงหน้า

 

                “พอมั้ย?...ค่าจ้างให้ลืมมันไปน่ะ...” ฮยอคแจพูดอย่างหยี่ระ ในขณะที่ซีวอนนิ่งแข็งเหมือนถูกสาปไปแล้ว มือที่จับมือฮยอคแจเอาไว้นั้นเหมือนจะหมดแรงลงไปทันที

 

                “อย่าพยายาม...เป็นมากกว่าอากาศสำหรับชีวิตชั้นอีกเลย”

 

                ว่าแล้วก็สะบัดมือของตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย และเดินจากไปทันที

 

                ทิ้งไว้เพียงชายคนหนึ่งที่นั่งเสียใจไว้เบื้องหลังเท่านั้นเอง

 

 

                “ฮยอง...ผมอิ่มแล้ว” มินโฮเบือนหน้าหนีช้อนข้ามต้มที่ชางมินยื่นมาให้

 

                “ยังไม่ถึงครึ่งถ้วยเลย....กินอีกสักหน่อยน่ะ” ชางมินยังคงไม่ยอม

 

                “ไม่เอาแล้ว..ไม่กิน”

 

                “มินโฮ”

 

                “ชางมิน” เจ้าตัวแสบก็ดูท่าจะไม่ยอมแฮะ

 

                “เฮ้อ...ดื้อ เดี๋ยวไม่รักเลยนิ” ร่างสูงกว่าแกล้งขู่

 

                “ยี๊ กลัวตายล่ะ” เด็กหนุ่มแลบลิ้นปลิ้นตาใส่

 

                ชางมินถอนหายใจหนักๆ วางช้อนข้าวต้มลงในชามก่อนจะมองอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจ

 

                เค้าอยากให้มินโฮได้กินเยอะๆ พักผ่อนมากๆ เพราะกลัว...กลัวขึ้นไปทุกวัน หวาดกลัวทุกครั้งที่จะมองผลตรวจร่างกายของอีกฝ่าย

 

                เกร็ดเลือด สภาพความพร้อม รวมทั้งอาการทั่วไป มันแย่ลงทุกวันๆ หน้าที่ซับสีเลือดได้น้อยลง ผิวขาวที่ยิ่งขาวขึ้นทุกวัน บ่งบอกการทำงานผิดปกติของระบบเลือด

 

                เส้นผมนิ่มที่เค้าเคยลูบเล่นตอนนี้แค่จับเบาๆก็หลุดติดมือมาอย่างง่ายดาย ทำให้เค้ายิ่งกลัว

 

                กลัวว่าจะเสียคนตรงหน้านี้ไป

 

                มินโอหันมามองหน้าของฮยองหรือคนรักของตัวเองแล้วก็ระบายยิ้มบางๆ ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้านี้กำลังคิดอะไรอยู่

 

                รู้สิ...รู้ดี และรู้มานานแล้วล่ะ

 

                ถึงยังไงซะวันนี้มันก็ต้องมาถึง เค้าทำใจรับมันมานานแล้วตั้งแต่เลยวันเกิดอายุครบ 19ปีมา วันเวลาที่เหลืออยู่ก็ไม่ต่างจากนาฬิกานับถอยหลังหรอก อยู่ที่ว่า...จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

 

                และดูเหมือนว่าร่างกายของเค้ามันเริ่มส่งสัญญาณต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ

 

                “ฮยอง...อยากกินนม” ความจริงก็ไม่ได้อยากกินสักเท่าไหร่หรอกนะ แต่อย่างให้อีกฝ่ายสบายใจมากกว่า

 

                “อื้ม เดี๋ยวฮยองไปเอาให้นะ...” ชางมินว่าแล้วก็ลุกเดินตรงไปยังตู้เย็นภายในห้อง

 

                มินโฮยิ้มตาม ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นเหยเก มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดปากตัวเอง แล้วไอออกมา

 

                “แค่ก!...แฮ่ก...แค่ก!

 

                “มินโฮ! เกิด...........” ชางมินรีบวิ่งกลับมา แต่พอเห็นภาพตรงหน้ากล่องนมมันก็หลุดร่วงจากมือทันที

 

                มินโฮก้มมองมือตัวเอง แล้วมือมั่นก็สั่นทันที

 

                เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนเต็มฝ่ามือ บางส่วนกระเด็นลงเปื้อนชุดผู้ป่วยของเค้าเอง

 

                “ฮ...ฮยอง.....” เด็กหนุ่มเสียงสั่นเครือ

 

                ชางมินรีบคว้ากระดาษทิชชู่มาซับมือและเช็ดปากให้มินโฮทันที

 

                “ไม่เป็นไรมินโฮ...ไม่ต้องกลัว...ไม่.....” ไม่รุ้เหมือนกันว่ากำลังปลอบใจคนป่วย หรือกำลังย้ำกับตัวเองกันแน่ ร่างที่สูงกว่าคว้ามินโฮมากอดเอาไว้แน่น

 

                “ฮยอง...ผม.....” มินโฮเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องการจะพูดอะไรออกมา

 

                “ไม่ มินโฮ...ไม่........” ชางมินรวบกอดมินโฮแน่นเอาไว้กว่าเดิมเสียอีก

 

                อย่ารีบจากฮยองไปเลยนะมินโฮ ขอร้องล่ะ อย่าทิ้งพี่ไปเลย

 

                “ฮยองครับ....” เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที มินโฮก็ดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของใครอีกคน

 

                “หืม?....”

 

                “ผมอยากไปทะเล...” มินโฮพูดด้วยแววตาแน่วแน่

 

                ไม่ต้องรอผลวินิจฉัยหรอก เค้ารู้สภาพร่างกายตัวเองดี และเค้าก็เชื่อด้วยว่า มันไม่สำคัญหรอกว่าคนเราจะตายเมื่อไหร่ ยังไง และที่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือก่อนตายเราได้ทำอะไรต่างหากล่ะ

 

                ชางมินอึ้งไป ก่อนจะอ้าปากเพื่อค้าน

 

                “อย่าให้ผมต้องหมดลมหายใจท่ามกลางห้องสี่เหลี่ยมแบบนี้เลยครับ”

 

                และนั่นทำให้ชางมินหมดข้อโต้แย้งในทันที

 

                “ได้...เราจะไปทะเลกันนะ พี่จะพามินโฮไปดูโลกนี้กัน เราจะมี...ความสุขด้วยกันนะ” ชางมินต้องพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ก่อนจะรวบเด็กหนุ่มเข้ามากอดเอาไว้อีกครั้ง

 

                มินโฮตวัดวงแขนตัวเองโอบรอบเอวอีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมกับหลับตาลงรับไออุ่นจากอ้อมกอดนี้

 

                ขอบคุณจริงๆครับฮยอง...ขอบคุณจริงๆ ชางมิน















************************************************
ชางมินของเค้าคนดีที่หนึ่งเลย! >.< (ซีวอนกระโดดถีบ) 5555



จะพยายามกลับมาอัพให้จนจบนะคะ ^^'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1942 keroro (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 15:57
    ฮยอกสุดยอดดดด555



    มินโฮ อย่าเพิ่งเปนไรนะ
    #1,942
    0
  2. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 04:40
    โอ้ยยยย อ่านตอนนี้แล้วไม่รู้จะสงสารหรือสะใจเพราะซีวอนดี

    ชางมินโฮก็เศร้าเกินง่า TT...
    #1,917
    0
  3. #1916 Redberrylips (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 02:36
    โอ้ย วอนฮยอกก็ดราม่า สองคนนี้มาโคม่าอีก ฮือออออ ไรเตอร์อ้ะ 
    #1,916
    0
  4. #1874 piggy-oun (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 15:33
    ฮยอกแจจะฝืนใจตัวเองไปทำไม
    รู้ว่าทำแล้วตัวเองก็เจ็บก็ยังจะทำอีกนะ
    #1,874
    0
  5. #1872 kitty15 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 13:27
    คิดถึงเรื่องนี้มาก อ่านแล้วรู้เลยว่าฮยอกยังรักวอน

    แต่ก็ต้องทำเหมือนไม่แคร์ และทำให้วอนรู้ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง

    ไรเตอร์มาต่ออีกน่ะ ^^
    #1,872
    0
  6. #1871 geejajaa (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 08:51
    กรี๊ดฮยอกแรงอ่ะ แต่แบบไม่รู้ว่าฮยอกคิดจะใจแข็งกับวอนต่อไปได้นานไหม

    ชางมินโฮ น่าสงสารอ่ะ จะจากไปแบบนี้จริงๆอ่ะ
    #1,871
    0
  7. #1869 kan (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 / 22:16
    น่าสงสารฮยอกแจนะ คงทำใจได้ยาก แต่วอนทำให้ฮยอกแจเจ็บก่อนทำไม

    วอนก็นน่าสงสารแต่ช่วยไม่ได้ทำตัวเองนะ

    จะบอกดราม่ามากมาย

    ตอนแรกนึกว่าไรเตอร์จะไม่อัพเสียแล้ว
    #1,869
    0
  8. #1868 ปิงปิง (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 / 20:36
    กรี๊ดดดดดดดดด

    ดราม่ามากกกกกกกกก

    เลือกคนเห็นใจไม่ถูกเลย

    สงสารไปหมด



    ดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

    คิดถึงมากกกกกกกก
    #1,868
    0