{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 58 : COME BACK-[14]=หัวใจของเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 เม.ย. 55

                 เหลือเพียงวันนี้กับวันพรุ่งนี้เท่านั้นที่จะต้องถ่ายทำหนังสั้นเรื่องนี้ให้จบ เพราะในวันมะรืน ทุกคนจะต้องเดินทางกลับโซลกันแล้ว

 

                แต่ซีนที่เหลือนั้นถือเป็นฉากใหญ่ๆทั้งนั้น ทำให้ซีวอนต้องวิ่งจนหัวหมุน ประสานงาน และจัดการทุกๆอย่างให้เรียบร้อย

 

                ทีมงานทุกคนก็ต้องตื่นขึ้นมาทำงานกันแต่เช้า นักแสดงทั้งสามคนที่แต่งตัว ทำผม แต่งหน้าไปก็ต้องท่องบทไป โดยมีฮยอคแจคอยกำกับอีกทาง

 

                ซีวอนสั่งตัวเองว่าอย่าเพิ่งหันไปมองร่างบางบ่อยนัก กับสิ่งที่เค้าถามยอคแจไปเมื่อวาน และคำตอบที่ได้รับกลับมาต้องยอมรับว่ามันทำให้เค้าฝ่อไปมากโขอยู่เหมือนกัน

 

                เหมือนความหวังมันถูกดับลงไปเรื่อยๆ จนเค้ากลัว...กลัวว่าวันหนึ่งมันจะไม่มีเหลืออะไรให้เค้าหวังต่อไปอีก

 

                ฉากแรกของวันนี้เริ่มจากการให้ทั้งดันบีและซันโฮได้ทำกิจกรรมร่วมกัน แต่จะมีเพียงดันบีเท่านั้นที่หัวเราะและยิ้มอย่างร่าเริง ในขณะที่ซํนโฮทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น หรือบางทีเจ้าตัวก็แอบทำหน้าลำบากใจ

 

                กล้องจะต้องมาถ่ายซ่อมฉากสีหน้าของดันบีด้วย เพราะหญิงสาวเองก็แอบซ่อนสีหน้าที่เศร้าหมองเอาไว้เช่นกัน ต้องถ่ายกันอยู่หลายรอบกว่าจะได้มุมที่สวยจนถูกใจผู้กำกับ

 

                หลังจากนั้นก็เริ่มถ่ายฉากต่อมาเกิดที่ริมหาดที่ดันบีและซันโฮมาเดินเล่นด้วยกัน ดันบีเลื่อนมือไปจับมือของซันโฮเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับค่อยๆถอนมือออกมาอย่างเกรงใจ

 

                หญิงสาวหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ก็ยังฝืนยิ้มแล้วพูดต่อไป

 

                “นี่! ซันโฮยังจำได้มั้ย อาทิตย์หน้าก็จะเป็นวันเกิดของชั้นแล้วนะ” ดันบียิ้มหวาน

 

                “อ่อ...แล้วดันบีอยากได้อะไรล่ะ” ซันโฮยิ้มบางๆ

 

                หญิงสาวทำท่าเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะหยุดเดิน แล้วเดินไปดักด้านหน้าของซันโฮ เพื่อให้อีกฝ่ายหยุดเดิน

 

                “ชั้นอยากได้...หัวใจของซันโฮ”

 

                ชายหนุ่มหน้าหวานเงียบลงทันที ใบหน้าที่แฝงไปด้วยความลำบากใจ เริ่มปรากฏชัดมากขึ้น

 

                “ได้มั้ย....” ดันบีถามย้ำอีกครั้ง

 

                “ไว้ให้ถึงวันนั้นก่อนก็แล้วกันนะ....” ซันโฮตอบ

 

                “วันไหนล่ะ....”

 

                “วันที่เราจะยกหัวใจของเราให้ดันบีไง” ซันโฮพูดจบก็เดินออกไปทันที

 

                เหลือเพียงดันบีที่ยืนยิ้มกับตัวเอง

 

                “วันไหนหรอซันโฮ? หรือจะต้องเป็นวันที่นายเลิกรักจุนกอล?”

 

                “คัต!” เป็นอันว่าเรียบร้อย

 

                ฉากถ่ายต่อมานั้นเป็นฉากที่ต่อเนื่องมาจากซีนเมื่อครู่ คือการที่จุนกอลยังคงทำใจรับกับความจริงหลายๆอย่างที่เข้ามาพร้อมๆกันไม่ได้ กลายเป็นคนที่ใช้เหล้าเข้ามาแก้ไขปัญหาทุกอย่าง

 

                ซันโฮตกใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักนั่งอยู่ในห้องของตน และจ้องมาอย่างเขม็งก่อนแล้ว

 

                จุนกอลในสภาพที่เมามาย พูดจาไม่รู้เรื่อง ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย

 

                “ไอ้เพื่อนเลว...อึก!...ทำไมถึงทาม...กันได้...โลง คอ...เอิ่ก!

 

                ซันโฮเบือนหน้าหนีกับภาพที่กำลังเห็น พยายามเงยหน้าไม่ให้น้ำตามันไหลย้อนลงมา

 

                “หนายว่าร๊ากช้าน...ร๊ากบ้าร๊ากบอ...อารายแบบเน้....แย่งของรักของเพื่อน...อ้ายเลว! ชั้นเกลียดแก...เกลียด....เกลียดแก!!!

 

                ซันโฮร้องไห้ออกมา ก่อนจะตรงเข้าไปกอดเพื่อนเอาไว้ทันที

 

                “ชั้นขอโทษ...ชั้นขอโทษ......!!!

 

                “ไปห้ายพ้น! ชั้นไม่เคยมีเพื่อนอย่างแก....ปาย!!!

 

                “ชั้นขอโทษ....ขอโทษ....”

 

                กล้องค่อยๆซูมออกมาห่างๆ ก่อนที่ซีวอนจะประกาศคัตในที่สุด

                          

              “ว่าไง ฝ่ายฉาก ไหวมั้ย....” ซีวอนเดินไปถามทีมงานว่าหากจะต้องถ่ายฉากใหญ่อีกหนึ่งฉากในวันนี้ จะสามารถทำได้หรือไม่

 

              “พวกเราดูสถานที่ไว้แล้วนะครับ ถ้าจะถ่ายจริงก็ต้องเซตความพร้อมให้เป๊ะมากๆ ถ้านักแสดงไหว ก็น่าจะลองดูนะครับ” หัวหน้าทีมพูดกับซีวอน

 

                ร่างสูงตรงไปยังฝ่ายทีมแสดงทันที

 

                “ถ้าชั้นจะขอให้พวกนายแสดงอีกฉากใหญ่ๆในวันนี้เลยจะไหวมั้ย? ชีฮุน มิกิ” ซีวอนเอ่ยถาม

 

                “ได้ครับ ไม่มีปัญหาเลยครับ” ชีฮุนควานหาบทมาถือเอาไว้ในมือทันที

               

                “ชั้นก็ทำได้ค่ะ แต่ขอเวลาพวกเราเข้าบทกันสักครู่ได้มั้ยคะ” มิกิมีสีหน้าหนักใจเล็กน้อย เพราะ)กต่อไปนั้นถือได้ว่าเป็นซีนอารมณ์ล้วนๆ

 

                “ชั้นจะช่วยอธิบายอีกแรงแล้วกัน” ฮยอคแจก้าวเข้ามาเสนอตัวทันที

 

                “อืม ฝากด้วยนะ” ซีวอนพูดสั้นๆแล้วเดินหลบออกไปทันที

 

                ฮยอคแจอดใจไม่ไหว ต้องมองตามแผ่นหลังของร่างสูงที่วิ่งออกไปเพื่อจัดเตรียมงานฝ่ายต่างๆ

 

                “อ่า...มีการแก้บทให้มีผมเข้าไปด้วยนี่นา” จองฮอนชะงักเล็กน้อย

 

                “อ่อ อื้ม ใช่...เอาล่ะ เดี๋ยวชั้นจะค่อยๆอธิบายของแต่ล่ะคนให้ฟังนะ” ฮยอคแจเข้าสู่โหมดของการทำงานทันที

 

                ฉากสุดท้ายของวันนี้ เราจะต้องเข้าไปถ่ายกันตามที่ท่องเที่ยวของเชจู เพื่อให้ได้ฉากของร้านค้า และถนนใหญ่

 

                “เอาล่ะพวกเราต้องทำงานแข่งกับเวลาหน่อยนะ ขอให้ตั้งใจกันมากๆ” ซีวอนบอกทุกคน ก่อนจะตรวจความเรียบร้อยทั้งหมด แล้วสั่งเดินกล้องทันที

 

                ฉากนี้เริ่มต้นจากการที่ซันโฮมาเดินซื้อของเพียงคนเดียว และก็ได้เป็นถุงสีน้ำตาลที่ภายในบรรจุผ้าพันคอสีขาวเอาไว้

 

                มันคือผ้าที่เค้าบรรจงถักขึ้นมาเอง เพียงแต่นำมาให้ที่ร้านทำความสะอาดให้ก่อนใช้

 

                ซันโฮมองถุงสีน้ำตาลแล้วก็ยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะมองการ์ดที่วางอยู่ข้างในนั้นก็ยิ่งทำให้หัวใจพองโตขึ้นไปอีก

 

                ซันโฮออกเดินต่อ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าใครอีกคนเดินเข้ามาหาตนเสียแล้ว

 

                “มาซื้ออะไรหรอ” ดันบีนั้นเอง

 

                “เอ่อ......” ซันโฮมองถุงสีน้ำตาลของตัวเองอย่างลำบากใจ

 

                ดันบีเองก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกตินั้น จึงตรงเข้าไปแย่งถุงนั้นมือดูทันที!

 

                การ์ดที่เขียนเอาไว้สั้นๆว่า “แด่ จุนกอล” ก็พอจะทำให้เธอเข้าใจทุกอย่างแล้วล่ะ

 

                “ทำไม....ทำไมถึงทำกับชั้นแบบนี้?” ดันบีมองอีกฝ่ายทั้งน้ำตา

 

                “ขอของๆเราคืนด้วย” ซันโฮพยายามระงับอาการไม่พอใจเอาไว้

 

                “ไม่!!! ทำไมถึงไม่รักชั้นสักทีล่ะซันโฮ! เมื่อไหร่จะรักชั้น ทำไม!!” ดันบีตะโกนจนลั่นทั่วบริเวณนั้น

 

                “เอาคืนมาเถอะนะ!” ซันโฮยื่นมือไปข้างหน้า

 

                “ไม่! ซันโฮเป็นของชั้น...ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น!!” ดันบีพูดก่อนจะค่อยๆถอยหลังไปเรื่อยๆ

 

                จังหวะหนึ่งที่เธอเองก้าวพลาด หล่นจากฟุตบาทลงไปยังถนน พร้อมกับรถคันหนึ่งที่แล่นเข้ามาตามที่เซ็ตฉากเอาไว้

 

                “กรี๊ด....!!!

 

                “ดันบีระวัง!!!!” ซันโฮถลาเข้าไปดึงอีกฝ่ายออกมา แต่กลับเป็นตัวเองที่ล้มลงพร้อมกับรถที่แล่นเข้ามาอย่างเร็ว

 

                “ซันโฮฮฮฮฮฮ!!!!!” ดันบีกรีดร้องด้วยความตกใจ เพราะเลือด(ตามเอฟเฟกต์ที่ติดไว้) ทะลักออกมาจากร่างของอีกฝ่ายมากมาย

 

                ซันโฮสลบไปทันที พร้อมๆกับอาการโรคหัวใจของดันบีกำเริบขึ้นมากะทันหัน!

 

                “ฮึก....โอ๊ย...ช่วยด้วย....” หญิงสาวยกมือขึ้นมากุมที่หน้าอกซ้ายของตัวเอง

 

                “ไม่!!!!!” เสียงใหม่ที่ตามมาก็คือเสียงของโอ จุนกอลที่บังเอิญแวะมาซ้อของ แล้วเห็นอุบัติเหตุก็แค่ตั้งใจจะเข้ามาดูเหตุการณ์แต่ไม่คิดว่าจะเป็นคนรู้จักของเค้าทั้งคู่

 

สองขาวิ่งตรงเข้าไปหาซันโฮทันที

 

“ซันโฮ! อย่าเป็นอะไรนะ!!!!

 

ชั่ววินาทีนั้นเอง ที่จุนกอลได้รับรู้แล้วว่าในชีวิตของเค้าใครที่เป็นคนที่สำคัญมากที่สุด

 

“ตื่นเซ่!! ช่วยด้วย!! ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลที!!!!” จุนกอลตะโกนไปก็ร้องไห้ไปพร้อมๆกัน

 

“คัตตต!!!!!” ซีวอนประกาศ ด้วยใบหน้าเครียดๆ

 

“เอาไงล่ะท่านผู้กำกับ” มินกิที่เห็นใบหน้าอีกฝ่ายก็รีบตรงมาถามทันที

 

“ชั้นว่ามันยังดูไม่ได้มุมเท่าไหร่ อยากถ่ายซ่อมฉากที่คิม ดันบีหล่นลงไปถนนแล้วแพก ซันโฮเข้าไปดึงไว้ใหม่หน่อยน่ะ เม่อครู่มัเกิดเร็วเกินไป กลัวว่าฝ่ายตัดต่อจะทำงานลำบากน่ะ” ซีวอนสรุป

 

“โอเค...ได้...แต่ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้นักแสดงเปลี่ยนชุดใหม่หน่อยนะ มันเลอะเอฟเฟกต์ไปหมดแล้ว”

 

“มีชุดแบบเดียวกันสำรองไว้มั้ย?” ซีวอนถาม

 

“อืม...ฝ่ายเสื้อผ้าบอกมาแล้วว่าเตรียมไว้สองเซตล่ะ”

 

“งั้นดีล่ะ รีบเปลี่ยนแล้วมาถ่ายซ่อมกันเถอะ เดี๋ยวแสงมันจะลดต่ำลงมากไปกว่านี้”

 

มินกิพยักหน้ารับแล้วรีบเดินออกไป

 

“ถ่ายซ่อมด้วยหรอ” ฮยอคแจที่เห็นนักแสดงเปลี่ยนชุดอีกครั้งก็ตัดสินใจเดินเข้ามาถาม

 

“อืม...มุมมันยังไม่สวยน่ะ” ซีวอนตอบทั้งๆที่ไม่ยอมละสายตาออกมาจากมอนิเตอร์

 

“อ่อ...เข้าใจล่ะ” ฮยอคแจมองร่างสูงอย่างชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก

 

ซีวอนถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะดึงสมาธิทั้งหมดมาอยู่กับงานตรงหน้า

 

ซึ่งการถ่ายทำเพื่อซ่อมฉากอีกครั้งนั้นก็ดำเนินต่อไปอีกไม่นาน ทุกๆอย่างในวันนี้ก็จบลง เหลือฉากใหญ่อีกเพียงสองฉากในวันพรุ่งนี้ การทำงานหนักอย่างต่อเนื่องนี้ก็กำลังจะจบลง

 

“เอาล่ะทุกคน...คืนนี้ขอให้พักผ่อนกันให้เต็มที่นะ พรุ่งนี้เราจะทำการปิดกล้องหนังเรื่องนี้แล้วล่ะ”

 

จบงานนี้ เวลาที่จะได้ใกล้ชิดกับฮยอคแจ มันก็คงจะจบลงด้วย

 

 

ยอมรับจริงๆ ว่าเมื่อคืนเค้านอนหลับได้ไม่เต็มตา ซีวอนบอกกับตัวเองแบบนั้น

 

เพราะต้องคิดอะไรมากมาย ทั้งเรื่องงานที่จะต้องถ่ายทำในวันนี้ เรื่องการเลือกตั้งของพ่อที่คิดว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่มันก็ยังอดคิดไปไม่ได้

 

และที่สำคัญ...เรื่องของฮยอคแจ ที่ทำยังไงก็เลิกคิดไม่ได้จริงๆ แค่หลับตาใบหน้าของอีกคนก็แล่นเข้ามาเสียแล้ว และแบบนี้จะนอนหลับลงได้ยังไงกัน?

 

“เฮ้ย! กาแฟสักแก้วมั้ยวะ หน้านายดูแย่มากเลย” มินกิเดินเข้ามาถาม

 

“ถามแบบนี้ต่อยกันเลยดีกว่ามั้ย” ซีวอนฝืนยิ้ม

 

“ฮ่าๆ แล้วจะเอามั้ย?...”

 

“เออ ถ้าได้ก็ดี ขอบใจมาก เดี๋ยวชั้นไปดูความพร้อมก่อนนะ...” ซีวอนเดินออกไปหาทีมงานคนอื่นๆ

 

มินกิจึงเดินมายังโต๊ะที่มักจะมีเครื่องให้ชงกาแฟอยู่ และก็พบกับฮยอคแจพอดี

 

“อ้าว คุณมินกิ มาชงกาแฟอีกแก้วแล้วหรอครับ?” ฮยอคแจทักก่อน

 

“อ่อ เปล่ามาชงให้ผู้กำกับน่ะครับ หน้ามันโทรมเกิ๊น” มินกิพยายามทำให้บรรยากาศน่าคุย

 

“ครับ...” ฮยอคแจรับคำเบาๆ ก่อนจะทอดสายตามองไปยังซีวอนที่ยังวิ่งวุ่นตามหาคนนั้นคนนี้

 

มินกิมองร่างบางข้างๆแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะดูท่ายังไงก็ไม่ลงง่ายๆ

 

นายต้องพยายามอีกเยอะเลยล่ะ ซีวอน

 

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ซีวอนกับทีมงานจึงต้องรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ติดต่อเอาไว้แล้ว ด้วยความที่ว่าต้องรักษาความเป็นส่วนตัวของโรงพยาบาล พวกเค้าจึงจะต้อง ทำงานด้วยความรีบเร่งที่สุด

 

“เอาล่ะพวกเรา...ตั้งใจกันหน่อยนะ!!!” ซีวอนเรียกกำลังใจมาให้ทุกคน แล้วเริ่มถ่ายทันที

 

“ซันโฮ! แกอย่าเป็นอะไรนะ...” จุนกอลที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับเตียงผู้ป่วย         

               

                พยาบาลต้องกันญาติผู้ป่วยให้อยู่ด้านนอกและปิดประตูห้องผ่าตัดทันที

 

                จุนกอลทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องนั้น สองมือยกขึ้นมาประสานกันไว้แล้วซบหน้าลงไป

 

                ก่อนที่สายตาคมจะทอดมองไปยังห้องผ้าตัดอีกห้องหนึ่งที่ดันบีซึ่งนอนหายใจระโรยรินอยู่เข้าไป ตามมาด้วยอาการตื่นตระหนกของผู้เป็นพ่อ

 

                จุนกอลลุกขึ้นยืนทักทายอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนนะนั่งลงตามเมื่ออีกคนนั่งลงข้างๆเค้า

 

                “เธอ...ชื่อโอ จุนกอลใช่มั้ย?” ผู้ที่โตกว่าพูดออกมาในที่สุด

 

                “เอ่อ...ครับ”

 

                “อืม....เธอเองสินะ” คุณคิมพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงออกไป

 

                ความจริงทั้งหมดที่ว่าทำไมซันโฮถึงจะต้องมาคบกับดันบี เล่าถึงความลำบากใจทั้งหมดที่ชายหนุ่มต้องโกหกเพื่อที่รักที่สุดตลอดมา

 

                “อะ...อะไร...นี่มันอะไรกัน?” จุนกอลอึ้งจนเกือบจะช็อกเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

 

                “ทางเจ้าหน้าที่เก็บนี่ได้...จากบนถนน” คุณคิมยื่นถุงสีน้ำตาลที่ยังคงมีคราบเลือดเกาะอยู่ให้แก่จุนกอล

 

                เมื่อชายหนุ่มรับมาดูก็แทบจะร้องไห้ออกมาทันที ผ้าพันคอสีขาวที่ตอนนี้มีรอยกระเซ็นของเลือดอยู่เป็นวงๆโดยรอบ กับการ์ดที่จ่าหน้าถึงเค้า

 

                แค่นี้...มือมันก็สั่นขึ้นมาเองแล้วล่ะ

 

                การผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตคนทั้งสองคนกินเวลาหลายชั่วโมง เริ่มจากการที่จุนกอลเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ จนในที่สุดคุณหมอห้องของดันบีก็ยอมเปิดประตูออกมา พร้อมกับนางพยาบาลที่เข็นรถเข็นของมิกิออกมา

 

                หญิงสาวอยู่ในสภาพอาการที่แย่ทั้งร่างกายและจิตใจ

 

                “เค้าเป็น...ยังไงบ้างคะ....” ดันบีเงยหน้าถามพ่อของตัวเอง

 

                “หมอยังไม่ออกมาเลยลูก” คนเป็นพ่อลูบหัวลูกสาวเบาๆ

 

                หญิงสาวจึงเลื่อนสายตามามองยังจุนกอลที่มองมาก่อนแล้ว

 

                “ขอโทษ.....” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

                จุนกอลหลุบตาลงมองพื้น เพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบกลับไปว่าอะไรดี

 

                “ขอโทษ...สำหรับทุกอย่าง” หญิงสาวเข็นรถเข้าไปใกล้ๆร่างสูงมากขึ้น ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมายื่นให้

 

                ผ้าเช็ดหน้าสีครีมที่ปักอักษร “JUNGOEL” เอาไว้

 

                จุนกอลมองมันก่อนจะมองอย่างอีกคนด้วยความสงสัย

 

                “รับไปสิ มันไม่ใช่ของชั้น...แต่เป็นของซันโฮต่างหาก” ดันบีกลั้นใจพูดในที่สุด

 

                “ว่ายังไงนะ?”

 

                “ชั้นได้มันมาตั้งแต่ตอนที่มาที่นี่ครั้งแรก ความจริงเค้าตั้งใจจะให้เธอ รับไปสิ” หญิงสาวพูดมันทั้งน้ำตา

 

                ในขณะที่จุนกอลเอื้อมมือสั่นๆไปรับมันมาถือไว้ นี่แสดงว่าเค้าเข้าใจผิดมาตลอดใช่มั้ย?

 

                เค้าทำร้ายคนที่รักมากที่สุดไปแล้ว!!!

 

                “พระเจ้า...ช่วยคุ้มครองเค้าด้วยเถอะ” จุนกอลพูดเบาๆราวกับละเมอ

 

                ซีวอนสั่งประกาศคัต เพื่อรอเวลาให้เย็นลงกว่านี้เพื่อถ่ายบรรยากาศโดยรอบๆของโรงพยาบาล จากนั้นจึงดำเนินการถ่ายต่อทันที

 

                คุณหมอผู้ดูแลเคสของซันโฮ เปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าเครียดๆ

 

                “หมอครับ! เพื่อนผมเป็นยังไงบ้าง...” จุนกอลถลาเข้าไปเกาะแขนนายแพทย์ใหญ่เอาไว้

 

                “พวกคุณใจเย็นๆนะครับ ผมจะต้องอธิบายหลายอย่างเลย...” คุณหมอกระแอมด้วยสีหน้าหนักใจ

 

                “ก่อนอื่นเลยคือขณะที่มาถึงโรงพยาบาลนั้นคนไข้เสียเลือดมาก และแทบจะสูญเสียภาวการณ์รับรู้แล้ว ทางเราพยายามช่วยเหลือด้วยการห้ามเลือดและกระตุ้นการเต้นของหัวใจเป็นระยะๆ แต่คนไข้มีอการฉีกของปอด ทำให้หายใจลำบากต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเข้ามาร่วม...”

 

                “ผมเอาแค่ว่าเพื่อนผมเป็นยังไงก็พอแล้ว!!!” จุนกอลเริ่มหัวเสีย

 

                คุณหมอหลับตาสรุปในที่สุด

 

                “หมอเสียใจด้วยครับ ทางเราพยายามถึงที่สุดแล้ว”

 

                จบคำพูดนั้น มือของจุนกอลที่เกาะอยู่ก็ค่อยๆร่วงลงพร้อมกับร่างที่ทรุดลงไปกับพื้น

 

                “ไม่จริง...ไม่...เป็นไปไม่ได้ นี่หมอหลอกผมใช่มั้ย!!!” จุนกอลระเบิดน้ำตาออกมาทันที

 

                ดันบีเองก็ตั้งรับไม่ทันกบความจริงที่ได้รับรู้ หญิงสาวร้องไห้กับพ่อทันที

 

                “ขอโทษนะครับ...คุณคือคุณคิม ดันบี ใช่มั้ยครับ?” คุณหมอหันไปถาม

 

                “ใช่ครับ เธอเป็นลูกสาวของผมเอง” เม่อเห็นว่าลูกสาวขาดการรับรู้ไปแล้ว คุณคิมจึงเป็นฝ่ายที่ตอบเอง

 

                “ครับ ผมมีเรื่องที่สำคัญที่จะต้องบอกคุณ”

 

                “ฮึก...คะ...จะมีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีก”

 

                “คุณแพก ซันโฮ ได้ตกลงทำการบริจาคอวัยวะนั่นคือหัวใจให้กับคุณคิม ดันบีครับ”

 

                ทั้งสามคนนิ่งเงียบ ทั้งอึ้ง ทั้งช็อก

 

                “อะไรนะคะ?” ดันบีแทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

 

                พยาบาลผู้ช่วยจึงรีบก้าวเข้ามาร่วมอธิบาย

 

                “ผู้ป่วยมีอาการตอบสนองกลับมาระยะหนึ่ง และพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง ทางเรากลัวว่าจะเป็นอันตรายจึงไม่ยอมถอดเครื่องช่วยหายใจ แต่ผู้ป่วยกลับดึงมันออกเองค่ะ พร้อมกับพูดบอกเราว่า........”

 

                “ผม...คงจะไม่รอดแน่ๆ ถ้าอย่างนั้น...ผู้หญิงคนหนึ่งเธอเป็นเหมือนน้องสาวของผม ผมขอทำสัญญาในการบริจาคหัวใจของผมให้เธอได้มั้ย...”

 

                “ทางเราจึงต้องยอมตามความประสงค์ของผู้ป่วยค่ะ เค้าฝากมาบอกคุณคิม ดันบีว่า ผมมอบหัวใจของผมให้มิกิแล้วนะ ตามนี้ค่ะ”

 

                “ม่าย....!!!” ดันบีกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

                เค้ารักษาสัญญาจริงๆ แต่ทำไมเธอถึงไม่ดีใจเลยล่ะ ไม่เลย!!!

 

                “และคุณ....คงจะเป็นคุณโอ จุนกอลใช่มั้ยคะ?” พยาบาลหันมาทางชายหนุ่มร่างสูงที่ประคองตัวเองให้ยืนไม่ได้แล้ว

 

                “ครับ.....”

 

                “เค้าฝากดิชั้นบอกคุณว่า....ขอให้คุณคิดถึงเค้าเหมือนที่เค้าจะคิดถึงคุณบ้างค่ะ และ........” คุณพยาบาลมีสีหน้าหนักใจ

 

                “บอกมาเถอะครับ...ผมรับได้หมดแล้วตอนนี้” จุนกอลพูดจาเลื่อนลอยกับตัวเอง

 

                “ชั้นรักนายจุนกอล นายเป็นรักแรกและรักสุดท้ายของชีวิตชั้น”

 

                สิ้นคำพูดของพยายาบาล เตียงที่แบกรับร่างไร้วิญญาณของซันโฮก็ถูกเข็นออกมาทันที

 

                จุนกอลรีบลุกขึ้นไปมองใบหน้าอันขวซีดของคนที่ครั้งหนึ่งเคยบอกว่ารักเค้า คอยอยู่เป็นที่พึ่งให้กับชีวิตของเค้า

 

                ร่างสูงเอื้อมมือไปกุมมือของซันโฮเอาไว้

 

                “ตื่นสิวะ...ไม่อยากฟังชั้นบอกรักแกหรอ...ตื่นสิ....” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลลงมากลับไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

 

                “ฮือ....ชั้นรักแก...รักแกเหมือนกัน ตื่นมาฟังสิวะ...ตื่นมาที!!

 

                ฉากที่จุนกอลร้องไห้นี้ จงฮอนสื่ออกมาได้ดีจนทีมงานบางคนแอบร้องไห้ตาม

 

                กล้องแพลนไปรอบๆเพื่อเก็บรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่เสียงของซีวอนจะดังขึ้น

 

                “คัต!

 

                “ทำได้ดีมาก...” ฮยอคแจเดินเข้ามาหานักแสดงทั้งสามคน

 

                ซีวอนพยักหน้าให้นักแสดงก่อนจะปรกาศกำหนดการณ์ให้ทุกๆคนได้รู้กัน

 

                “เอาล่ะ ขอให้ช่วยกันเก็บของ และคืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่นะ ตามกำหนดเดิมที่ว่าเราจะปิดกล้องกันในวันนี้ ผมดูองค์ประกอบหลายๆอย่างแล้ว คงไม่ทันแน่ เพราะเราคงต้องแก้บทตอนจบที่ว่าเป็นตอนพระอาทิตย์ตกดิน ให้กลายเป็นตอนพระอาทิตย์ขึ้นแทน ดังนั้นพรุ่งนี้จึงเป็นอีกวันที่เราต้องถ่ายทำตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายผมจะให้ทุกคนได้พักผ่อย ซื้อของอะไรก็ตาม และตอนกลางคืนเราจะจัดกินเลี้ยงเพื่อปิดกล้องกัน จากนั้นในวันมะรืนตอนสายๆ เราจะเดินทางกลับโซลกัน”

 

                ทีมงานทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของซีวอน เพราะในวันนี้ทุกคนเหนื่อยล้ากันมากๆจริง นักแสดงทุกคนโดยเฉพาะจองฮอนที่รับบทโอ จุนกอลก็แทบจะไม่มีแรงเหลืออีกแล้ว

 

                ซีวอนก้มหน้าสรุปงานทุกอย่าง พร้อมกับมองไปยังฮยอคแจเป็นระยะๆ

 

                หรือว่าสุดท้ายแล้ว การมาทำงานครั้งนี้มันจะสูญเปล่ากันนะ? เมื่อเรื่องราวระหว่างเค้ากับฮยอคแจไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว



***************************************

สารภาพว่ามันเป็นฟิคที่เคยแทบเป็นบ้าตอนแต่งมัน - -'














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1918 keroro (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 / 14:40
    เอาใจช่วยWHนะ
    #1,918
    0
  2. #1867 ae snoopy (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 18:10


    มันเสณ้ามากๆๆเลยอะ
    #1,867
    0
  3. #1819 thenungning (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:15
    น้ำตาคลอแล้ว TT
    #1,819
    0
  4. #1811 piggy-oun (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 12:21
    เศร้าค่ะ
    #1,811
    0
  5. #1809 *Aphorist* (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 00:41
    ฮยอกเขียนบทออกมาได้น่าสงสารมาก T^T
    #1,809
    0
  6. #1806 geejajaa (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 เมษายน 2555 / 11:25
    เศร้าอ่ะ น่าสงสารด้วย



    วอนฮยอกได้โปรดมีอารมณ์หวานซึ้งกุ๊กกิ๊คืนดีกันหน่อยเถอะ
    #1,806
    0