{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 54 : COME BACK-[12]=ถ่ายทำวันที่สาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 เม.ย. 55

 

                วันนี้เป็นวันที่สามแล้ว กับการทำงานอันหนักอึ้ง ซีวอนเห็นใจทีมงานทุกคนที่ต้องทำงานอย่างไม่มีหยุดพักแต่ถึงกระนั้น หน้าที่ก็ต้องมาก่อนทุกสิ่ง การทำงานจึงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีหยุดพัก

 

                ตั้งแต่เช้าของวันนี้ที่ต้องถ่ายทำกันนั่นก็คือ การให้แพก ซันโฮ และโอ จุนกอลในวัยรุ่นที่โตแล้ว ได้เที่ยวเล่นกันอีกครั้งในสถานที่เดิมๆที่ได้เล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องมาจากที่จุนกอลเพิ่งจะกลับมาจากโซล

 

                และจากนั้นก็เป็นฉากที่คิม ดันบี วิ่งเข้ามาหาพวกเค้าทั้งสองคน เพราะเธอเองก็เพิ่งเดินทางกลับมาจากฝรั่งเศสเช่นกัน

 

                หญิงสาวโผเข้ากอดซันโฮทันที ก่อนจะกอดจุนกอลเป็นพิธีเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มกลับตวัดวงแขนโอบกอดดันบีไว้แน่น ให้สมกับความคิดถึง

 

                ซันโฮได้แต่ซ่อนสีหน้าของความเจ็บปวดไว้ภายใต้อาการยิ้มแย้มเท่านั้น

 

                ซีนต่อมาถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องเมื่อพ่อของดันบีซึ่งเป็นคนที่คอยให้การช่วยเหลือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้มาตลอด ได้เรียกซันโฮเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว

 

                “เอ่อ...คุณคิมมีอะไรกับผมหรอครับ...” ซันโฮยืนอยุ่หน้าโต๊ะเอ่ยถามออกมาอย่างสุภาพ

 

                “อ่อ มาแล้วรึ...นั่งลงสิ”

 

                ซันโฮรีบนั่งลงพร้อมกับรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันแฝงไปด้วยความอึดอัดมากมาย

 

                “เธอ...รู้ใช่มั้ยว่าลูกสาวของชั้นคิดยังไงกับเธอ....”

 

                “เอ่อ...ก็พอจะทราบครับ” ซันโฮหน้าเจื่อนลงไปทันที

 

                “ดันบีเป็นโรคหัวใจ....” ผู้อุปถัมภ์เอ่ยออกมาในที่สุด

 

                “ครับ? ว่ายังไงนะครับ” ซันโฮเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

                “อืม...เราเองก็เพิ่งทรราบเมื่อไปถึงฝรั่งเศสได้ไม่นาน และดันบีเองก็เอาแต่เฝ้ารอเธอ พูดถึงแต่เธอเพียงคนเดียว เธอเป็นความสุขเดียวที่ลูกสาวของชั้นต้องการจะไขว่คว้า”

 

                “.......” ซันโฮเงียบลงเมื่อเริ่มจะเข้าใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะพูดถึงคืออะไร

 

                “ดูแล...ลูกสาวของชั้นด้วยได้มั้ย?”

 

                “ผม......”

 

                “ชั้นรู้ว่าเธอลำบากใจ แต่ชั้นเองก็หวังว่าเธอจะเข้าใจชั้นด้วย”

 

                ซันโฮก้มหน้าลงเพื่อใช้ความคิด นี่ไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้แน่ๆ เพราะถ้าหากว่าเค้าตอบตกลงไป แน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราสามคนมันจะต้องไม่มีวันเหมือนเดิมได้อีกแน่ๆ

 

                เค้าแคร์ความรู้สึกของจุนกอลมากที่สุด จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากลายเป้นเค้าที่ได้คบกับดันบี ทั้งๆที่รู้ดีกว่าเพื่อนรักมานานแสนนาน

 

                “ได้มั้ย ซันโฮ...” เสียงที่เพิ่มความกดดันเข้ามาเรื่อยๆ

 

                บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของคนตรงหน้านี้ ใช่ว่าเค้าจะไม่นึกถึง ไม่เลยเค้าจดจำมันได้ทุกวินาทีที่หายใจเลยล่ะ ที่เค้ามีที่ซุกหัวนอน มีโรงเรียนเข้า จะเป็นเพราะใครหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากคนๆนี้

 

                แพก ซันโฮ หลับตาลงในที่สุด

 

                “ครับ...ผมเข้าใจแล้ว”

 

                ขอโทษนะจุนกอล ชั้นขอโทษจริงๆ

 

                “คัต!!!.......” หมดเวลาการทำงานสำหรับเช้านี้...ในเย็นวันนี้เหลือเพียงอีกฉากเดียวที่จะต้องถ่ายทำในตอนกลางคืนเท่านั้น ระหว่างนั้น ทีมนักแสดงจึงไปพักเพียงชั่วโมงกว่าๆเพื่อทบทวนบท และจากนั้นจึงต้องรีบแต่งตัวกันใหม่ๆ

 

                พอๆกับที่ฝ่ายทีมงานจะต้องหามุมภายในบ้านที่จะต้องถ่ายทำซีนอารมณ์ซีนแรกของเรื่อง

 

                โดยฉากนี้เรียกว่าเป็นเลิฟซีนหน่อยๆ ท่ามกลางอาการเมาของจุนกอล ซึ่งเมื่อตัดต่อฉากนี้แล้ว จะถือว่าเป็นซีนที่เกิดขึ้นก่อนที่ดันบีจะกลับมาจากประเทศฝรั่งเศส

 

                เพราะเป็นการเข้าฉากที่สำคัญของผู้ชายทั้งคู่ ดังนั้นฮยอคแจจึงต้องมาอธิบายความละเอียดอ่อนของบทด้วยตนเอง

 

                “แน่ใจนะว่าเธอทั้งสองคนโอเค?” ฮยอคแจถามอีกครั้ง

 

                “ครับ...มาถึงขนาดนี้แล้ว...” จองฮอนหันไปยักคิ้วให้คนข้างๆ

 

                “เอ่อ...ก็ แย่นิดนึงตามบทผมต้องเข้าไป...ก่อน ฮ่าๆ แต่โอเคครับ มันคืองาน” ชีฮุนพยักหน้าเบาๆ

 

                “ก็ตามบทแล้วเนี่ย ซันโฮจะมีความคิดถึงจุนกอลมากๆ พอทั้งคู่เมาแล้ว มันก็เลยแบบ.....”

 

                “อารมณ์พาไป” จองฮอนสรุปให้

 

                “พวกเธอจำบทได้เรียบร้อยนะ?” ฮยอคแจพยายามไม่อยากให้บรรยากาศมันตึงเครียดมากเกินไป

 

                “ครับ” ทั้งสองคนรับคำอย่างดี ก่อนจะแยกไปซ็อมกันเองสองคน

 

                “เรียบร้อยนะ?” ซีวอนเดินเข้ามาถามฮยอคแจ

 

                “ก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่นา” ฮยอคแจตอบสั้นๆก่อนจะเดินหลบฉากออกไป

 

                เมื่อฝ่ายจัดฉากทำงานเรียบร้อยแล้ว ซีวอนจึงสั่งเดินกล้องทันที ก่อนที่จะมืดมากไปกว่านี้

 

                ฉากนี้เริ่มจากที่ทั้งคู่ดื่นกันอยู่บรเวณริมระเบียง พูดจาย้อนเรื่องราวไปถึงในวัยเด็กของทั้งคู่ ก่อนที่จุนกอลจะเริ่มดื่มมากเรื่อยๆ แล้วเอนตัวเข้ากับริมประตู ไม่พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงหลับตาไว้เท่านั้น

 

                ซันโฮที่ดื่มไปเพียงเล็กน้อย ก็เดินมานั่งลงข้างๆเพื่อนรัก แล้วมองใบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ

 

                กล้องค่อยๆซูมโคลสอัพเข้าไปใกล้ๆใบหน้าของคนทั้งสองคน

 

สายตาของซันโฮที่บ่งบอกความรู้สึกที่กักเก็บไว้ภายในใจมานานแสนนาน ก่อนที่ใบหน้าที่ติดไปทางหวานเล็กน้อย จะเคลื่อนเข้าไปใกล้ๆเรื่อยๆ...

 

จนกระทั่งสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน

 

แต่จุนกอลกับพูดออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงของคนเมาว่า

 

“คิดถึงดันบีจังเลยว่ะ....”

 

ซันโฮชะงักริมฝีปากที่เกือบจะจรดเข้าไปเม้มเข้าหากันอย่างเจ็บปวด น้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมาพร้อมกับร่างที่ถอยมานั่งเหมือนเดิม

 

“แกคงจะ...รักเค้ามากๆเลยสินะ...” ซันโฮยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง

 

“มากๆว่ะ...มากกว่าใครบนโลกนี้” จุนกอลตอบทั้งรอยยิ้มก่อนจะล้มตัวลงนอนบนพื้นบ้านแล้วหลับไป

 

ซันโฮเสยผมหน้าตัวเองไปด้านหลังพร้อมพูดกับตัวเองเบาๆ

 

เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน

 

“แต่คงไม่เท่ากับความรักที่ชั้นมีให้แกหรอกมั้ง”

 

ซันโฮตัดสินใจก้มตัวลงไปประทับริมฝีปากของตนเองลงบนริมฝีปากของใครอีกคน ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาของตนเองร่วงหล่นบนใบหน้าของอีกฝ่าย แล้วล้มตัวลงนอนข้างๆจุนกอลเอาไว้

 

แค่เพียงเท่านี้ล่ะ...ท่ามกลางพระจันทร์สีทองเต็มดวง กับหัวใจที่เจ็บปวดเหลือเกิน

 

“คัต!....โอเค เดี๋ยวเช็กเทปก่อนนะ โดยรวมคาดว่าโอเคแล้ว พักได้” ซีวอนประกาศเสียงดัง

 

                “พักหน่อยน่ะ เจ้านาย....” มินกิยื่นแก้วกาแฟไปให้ซีวอนที่ยกมือกุมขมับตัวเองอยู่

 

                “ไม่เลิกเนอะเรียกแบบนี้น่ะ...ขอบใจ” ซีวอนบ่นเล็กน้อยก่อนจะรับแก้วกาแฟมาจิบเล็กน้อย แล้วมองไปยังร่างบางที่กำลังดื่มน้ำส้มอยู่

 

                “เดี๋ยวชั้นเช็กเทปให้เองก็ได้” มินกิมองตามสายตานั้นแล้วก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ

 

                “อะไร?”

 

                “ก็เข้าไปคุยสิวะ....” มินกิคะยั้นคะยอ

 

                “เฮ้อ.....” ซีวอนถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วเดินตรงไปหาร่างบาง

 

                “เฮ้.....” เอ่ยทักเบาๆ ในขณะที่ฮยอคแจทำเพียงเงยหน้ามองแล้วหันไปทางอื่นเท่านั้น

 

                “หิวมั้ย?” ซีวอนถามด้วยความเป็นห่วง

 

                “เฉยๆ”

 

                “นอนหลับดีรึเปล่าเมื่อคืน?”

 

                “ก็ดี”

 

                “เอ่อ....” ซีวอนเริ่มหน้าเจื่อนลงเรื่อยๆ

 

                “ต้องการอะไรกันแน่” ฮยอคแจเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายในที่สุด

 

                “ชั้นขอ.......” ให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย

 

                ทำไมไม่กล้าพูดออกไปนะ ชเว ซีวอน

 

                เหมือนกับว่าพอมันจะพูดออกไปแล้ว บางอย่างมันก็แล่นขึ้นมาในอก ทำให้ความกล้าทั้งหมดนั้นมันหดหายไป บางทีสิ่งนั้นอาจจะเป็นสายตาที่ว่างเปล่าจากคนตรงหน้านี้ก็เป็นได้

 

                เค้ากำลังกลัว...ใช่เค้ายอมรับ เค้าไม่กล้ารับกับคำตอบที่จะตามมา

 

                “อะไร?....”

 

                “เรา......”

 

                “ไม่มีคำว่าเราอีกแล้วชเว ซีวอน ความจริงมันอาจจะไม่มีมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้....กรุณาใช้สรรพนามให้ถูกต้องด้วย” ฮยอคแจเชิดหน้าขึ้นพูดอย่างไม่สนใจ

 

                ส่วนซีวอนนั้นแทบจะล้มทั้งยืนได้แล้วล่ะ แต่ละประโยค แต่ละคำพูด ราวกับว่าจะจงใจกรีดหัวใจเค้าให้ขาดวิ่นทั้งนั้น

 

                “ขอ.....” โทษ

 

                “ฮยอคแจ!” ก่อนจะได้พูดตามที่ตั้งใจออกไป เสียงใหม่ก็เข้ามาแทรกเสียก่อน

 

                คิม ฮยองจุน

 

                “จุน!!!” สีหน้าของฮยอคแจแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันทีที่อีกคนเดินเข้ามา

 

                “อ้าว...สวัสดีครับ” ฮยองจุนทักซีวอนเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปหาฮยอคแจ

 

                “โทษทีนะ ความจริงจะต้องมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พอดีเคลียงานเพิ่งเสร็จน่ะ”

 

                “โหย แค่มาก็ดีใจแล้ว กินอะไรมารึยัง?”

 

                “ยังเลยเนี่ย ตั้งใจว่าจะมากินพร้อมนาย นายกินรึยังล่ะ?”

 

                “ก็ยังนะ งั้นไปหาอะไรกินกันเถอะ....” ฮยอคแจตรงเข้าคล้องแขนฮยองจุนเอาไว้ ก่อนจะหันมาพูดกับบุคคลที่เหมือนจะถูกลืมไปแล้ว

 

                “ผมขออนุญาตออกไปทานข้าวในเวลาเลิกกองแบบนี้คงไม่ถือว่าเป็นการเสียเวลางานใช่มั้ยครับ คุณผู้กำกับ” พูดจบก็เดินออกไปทันที

 

                “โห.....อะไรวะ” มินกิที่เฝ้าดูเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นจนจบเข้ามายืนอยู่ข้างๆซีวอน

 

                “ก็อย่างที่เห็นนั่นล่ะ” ซีวอนพูดเสียงขุ่นๆ

 

                “แล้วจะทำไงล่ะ?” มินกิถามแต่ก็ได้รับกลับมาเพียงอาหารยักไหล่และคำพูดสั้นๆ

 

                “ทำใจ”

 

                ขอให้ทำได้ตามปากว่าเถอะ!!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1913 Redberrylips (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 02:17
    เอ๊ย วอน แหม ทีตอนนั้นล่ะตบจูบตบจูบ นี่เเค่จะเดินไปหาเค้ายังไม่กล้า 
    #1,913
    0
  2. #1864 ae snoopy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 17:52


    วอนแกปอดเหรอ
    #1,864
    0
  3. #1816 thenungning (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:04
    วอนใจกล้าหน่อยดิ !!
    #1,816
    0
  4. #1796 moonoy68 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 20:44
    วอนอ่ะ ที่ตอนทำร้ายฮยอกอ่ะกล้า ไงตอนขอโทษดันป๊อดว่ะ
    #1,796
    0
  5. #1794 *Aphorist* (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 16:08
    วอนใช้ความพยายามให้มากๆหน่อยก็แล้วกันนะ
    #1,794
    0
  6. #1792 piggy-oun (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 15:38
    อย่าพึ่งถอดใจนะซีวอน
    พยายามเข้า เดี๋ยวฮยอกแจก็ใจอ่อน
    #1,792
    0
  7. #1788 yoyo (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 11:20
    ลูกสาว สวย เริ่ด เชิด หยิ่งสุดๆ

    วอนแกต้องพยายามมากกว่านี้อีก เข้าใจ๊?
    #1,788
    0
  8. #1782 geejajaa (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 08:06
    วอนต้องพยายามมากกว่านี้นะ
    ตื้อบ่อยๆพยายามเข้า

    #1,782
    0