{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 53 : COME BACK-[11]=ถ่ายทำวันที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

                วันนี้เป็นวันที่สองแล้วสำหรับกองถ่ายหนังสั้น และเป็นการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลามากๆ ดังนั้นทุกคนจึงต้องตื่นตัวกันอยู่ตลอดเวลา ซีนที่จะถ่ายทำในวันนี้ก็คือฉากในวัยเด็กทั้งหมด

 

                ด้วยความที่จะต้องใช้เด็กเข้าฉากนี่ล่ะ ทำให้ทุกคนปวดหัวกันไม่น้อย แต่ก็ยังโชคดีที่เด็กที่เป็นนักแสดงหลักนั้น อยู่ในวัยที่พอจะเข้าใจและดูแลตัวเองได้ดีพอสมควรแล้ว

 

                เด็กคนแรกซึ่งมารับบทของแพก ซันโฮนั่นก็คือออลจังรุ่นเด็กที่กำลังมาแรงในขณะนี้ คิม มุนบิน ซึ่งฮยอคแจพอใจมาก เนื่องจากตามเนื้อเรื่องแล้ว แพก ซันโฮไม่ได้มีความบอบบางในเรื่องของร่างกาย ตามนิยายทั่วไป หากแต่เป็นเด็กชายธรรมดาทั่วไปที่มีใบหน้าน่ารัก และมุนบินนั้นก็มีครบตามที่ต้องการทุกอย่าง

 

                คิม ชานอู เด็กน้อยนายแบบเสื้อผ้าเด็กที่ทมีผลงานมากมาย ได้ก้าวเข้ามารับบทของ โอ จุนกอลในวัยเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายต่อการทำงานมากเพราะทั้งมุนบินและชานอูนั้นก็ถือว่าเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว ชานอูนั้นมีใบหน้าที่คมเข้มมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเมื่อโตขึ้นคงจะต้องกลายเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์แน่นอน

 

                และนักแสดงหลักในวัยเด็กคนสุดท้าย ผู้ที่เข้ามารับบทของคิม มิกิ ตัวแปรสำคัญของเรื่องก็คือ คิม เยอึน หนูน้อยน่ารักกับมาดของเจ้าหญิงเย็นชา เธอทำให้ซีวอนประทับใจตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว แถมยังตกปากรับคำไม่ต้องแคสให้เลือกเลยทันที

 

                และเนื่องจากในวันนี้จะถ่ายทำฉากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทางทีมงานจึงต้องประสานงานจัดหาเด็กในละแวกนี้กว่าสามสิบคนมาเข้าฉากร่วม เพื่อสร้างบรรยากาศของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าให้สมจริงมากยิ่งขึ้น

 

                เมื่อนักแสดงทุกคนแต่งตัวกันเสร็จหมดแล้ว ซีวอนจึงมองหานักแสดงหลักและก็พบว่ากำลังยืนคุยอยู่กับฮยอคแจนั่นเอง

 

                สายตาของผู้กำกับหนุ่มกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปร่วมวงด้วย

 

                “อืม...พวกเราทุกคนจำบทได้แล้วใช่มั้ย?” ฮยอคแจพูดกับเหล่านักแสดงตัวน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

                “ครับ/ค่ะ!

                “ดีแล้ว....จำได้ก็ดี” เสียงทุ้มของผู้ที่มาใหมทำให้ผู้เขียนบทเจ้าของเรื่องนี้ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังรักษาอาการเอาไว้ได้ดี ส่วนพวกเด็กๆก็รีบโค้งหัวให้ผู้กำกับชเวทันที

 

                “กินอะไรรึยัง?” ซีวอนหยั่งเชิงถามด้วยความเป็นห่วง

 

                “ยังไม่ถึงเวลา” ฮยอคแจตอบอีกฝ่ายเรียบๆ

 

                “ทำไมล่ะ รออะไร?”

 

                “ยังไม่มีใครได้กินสักคน จะเห็นแก่ตัวกินก่อนได้ยังไง...เห็นแก่ตัว” ฮยอคแจเหยียดปากเมื่อสิ้นคำพูดสุดท้าย ก่อนจะเดินหลบออกไปพร้อมนักแสดงทั้งหมด

 

                การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้น กับฉากแรกเลย เป็นการแนะนำเรื่อง คือการถ่ายแนะนำนักแสดงหลักชายทั้งสองคนกับชีวิตการเป็นอยู่ มุนบินและชานอูผู้รับบทของซันโฮและจุนกอล ต้องวิ่งไล่กันไปมา แสดงความเป็นเพื่อนรักท่ามกลางเด็กอีกหลายสิบชีวิตภายในสถานเลี้ยงกำพร้า

 

                ด้วยความที่ทั้งมุนบินและชานอูนั้นเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่ก่อนแล้วฉากแบบนี้จึงไม่ยากนัก เหลือเพียงแต่การถ่ายเจาะซีนโคลสอัพใบหน้าของซันโฮ ในขณะที่แอบมองจุนกอลเท่านั้น เพื่อสื่อให้รู้ว่าแอบรักมาตั้งแต่เด็กแล้ว ถ่ายได้ไม่กี่เทคก็ได้ภาพสมใจผู้กำกับชเว ซีวอน

 

                เมื่อทั้งมุนบินและชานอูเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนั้น ซีวอนจึงสั่งดำเนินฉากต่อไปทันที

 

                ต้องขอบคุณคุณตาและคุณยายมากๆจริงๆที่ช่วยอำนวยเรื่องความสะดวกให้แก่กองถ่ายมากมายขนาดนี้ อีกทั้งยังคอยจัดหาอาหารไว้ให้พวกเราอีก

 

                ฉากที่สองก็คือการเปิดตัวคิม ดันบี ลูกสาวเพียงคนเดียวของผู้อุปถัมภ์สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ มีเด็กหลายคนมายืนมุงดูเด็กสาวตัวเล็กน่ารัก แต่กลับมีแววตาเศร้าโศก ไม่ยอมพูดจากับใคร

 

                “ดันบี เดี๋ยวลูกนั่งรอพ่อตรงนี้ก่อนนะ พ่อขอเข้าไปคุยธุระแป๊บเดียว” ผู้ที่มารับบทคุณพ่อนั้นลูบหัวเด็กสาวเบาๆก่อนจะเดินหลบฉากออกไป

 

                ตัดมายังฉากที่มีเด็กมากมายโดยเฉพาะเด็กผู้ชายพยายามแวะเวียนเข้าไปชวนเด็กหญฺงคิม ดันบีคุย แต่วิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีเพียงความเงียบงัน จนหลายคนเริ่มจะท้อ และรามือไปในที่สุด

 

                ดันบี นั่งห้อยขา กอดอกอยู่บนม้าหินหน้าห้องของผู้ดูแลที่นี่ โดยมีสายตาของใครสักคนหนึ่งแอบมองอยู่ไม่ไกล

 

                “อะไรหรอวะ...จุนกอล?” ซันโฮที่เห็นว่าจุนกอลยืนอยู่ตรงนี้ได้สักพักแล้วก็ถามออกมา

 

                “แกดูตรงนั้นสิ...” จุนกอลพยักเพยิดไปบริเวณม้านั่ง

 

                “อ่อ ยัยคุณหนูน้ำแข็งอ่ะนะ ทำไมวะ...แกชอบ?” ซันโฮถามเหมือนไม่ใส่ใจทั้งๆที่ความจริงแล้วก็แอบลุ้นกับคำตอบของเพื่อนอยู่เหมือนกัน

 

                “เออดิ...รักแรกพบเลยนะเว้ย”

 

                ประโยคเดียวที่ทำให้อีกคนชะงักไปเลยทันที ถ้าหากจุนกอลเกิดรักแรกพบจริง แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นรักครั้งแรกด้วยแน่ๆ ซันโฮรู้สึกราวกับว่าตัวเองหายใจไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ สูยเสียการควบคุมไปเลย

 

                “เฮ้ย!! ซันโฮเป็นไรป้ะวะเนี่ย?” จุนกอลเขย่าไหล่เพื่อน

 

                “หะ...หา อะไรนะ?” ซันโฮร้องเสียงหลง

 

                “ก็ชั้นพูดว่าชั้นจะลองเข้าไปคุยกับเค้าดีมั้ย?....” จุนกอลถามความเห็นเพื่อน

 

                “แกไม่กลัวโดนเค้าตอกกลับมาเหมือนคนอื่นๆรึ?” ซันโฮถามกลับ

 

                “ของแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้สิวะ ไปล่ะนะ” จุนกอลพูดจบก็วิ่งออกไปทันที

 

                ทิ้งให้ซันโฮได้แต่ยืนมองแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ดึงผ้าเช็ดหน้าสีครีมอ่อน ปักที่ชายผ้าว่า “JUNGOEL” ขึ้นมามองเบาๆ แล้วสาวเท้าตามอีกฝ่ายเข้าไป

 

                “เอ่อ....สวัสดี” จุนกอลเอ่ยทักทายอีกฝ่าย

 

                แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คืออาการเงียบงันของอีกฝ่ายเท่านั้น ทำเอาเด็กเลือดร้อนเสียความในใจไปเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้

 

                “ชั้นชื่อจุนกอลนะ โอ จุนกอล...เธอล่ะ?”

 

                ดันบีถอนหายใจหนักๆแล้วเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายเล็กน้อย

 

                “คนที่นี่น่ะ...ไม่รู้จักคำว่ามารยาทเลยรึไง?” เสียงเล็กแหลมพูดออกมาช้าๆ แต่ก็ทำเอาคนฟังหน้าชาไปเหมือนกัน

 

                “เอ่อ.....”

 

                “ชั้นก็แสดงออกผ่านท่าทางไปหมดแล้วว่าไม่อยากจะคุยด้วย ก็ยังตื๊อกันอยู่นั่นล่ะ ทำตัวน่ารำคาญ” เสริมให้อีกที

 

                จุนกอลยืนนิ่งราวกับถูกสาป ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอกเค้าได้แทบล้มทั้งยืนแบบนี้ รู้ตัวอีกทีก็คือเดินออกมาจากบริเวณนั้นแล้ว

 

                “นี่...ยัยตุ๊กตา” ซันโฮที่ได้ยินทุกคำพูดถึงกับทนไม่ไหว ตรงปรี่เข้าไปต่อว่าอีกฝ่ายทันที

 

                ดันบีที่มองหน้าอีกฝ่ายก็ชะงักไปเล็กน้อย

 

                “ใครกันแน่ที่ไม่มีมารยาท ทุกคนที่เข้ามาคุยกับเธอก็เพราะอยากเป็นเพื่อนกับเธอนั่นล่ะ แล้วเธอยังตอบกลับน้ำใจของทุกคนแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน เฮอะ! คิดว่าตัวเองดีนักรึ?” ซันโฮส่ายหัวไปมา

 

                ในขณะที่ดันบีได้แต่มองตาปริบๆ เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเธอขนาดนี้เลย!

 

                “ทำไมคุณหนู แค่นี้รับฟังไม่ได้เลยรึไง? ที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่น่ะ ดีที่เป็นเพื่อนชั้น ถ้าเป็นชั้นเองนะ ไม่ยอมเสวนาตั้งแต่เห็นสายตาแบบนั้นแล้ว คนอะไรว่า หน้าตาก็น่ารัก แต่นิสัยนี่....อ้าว เฮ้ย! ร้องไห้ทำไม....” ซันโฮสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อเห้นว่าเด็กสาวมีน้ำตาไหลออกมา

 

                โอ้ให้ตายเถอะ นี่เค้าว่าแรงเกินไปงั้นรึ?

 

                “ฮึกๆ...ฮือ...ฮึก......” ดันบียกสองมือขึ้นมาเช็ดใบหน้าเนียนของตนเอง

 

                “เฮ้ เธอ ชั้นขอโทษ ไม่เอาน่า หยุดร้องเถอะ เดี๋ยวไม่น่ารักนะ...” ซันโฮเริ่มหันซ้ายหันขวา

 

                ก่อนที่มอจะไปสัมผัสเข้ากับผ้าเช็ดหน้าของตนเอง หยิบขึ้นมาอย่างชั่งใจก่อนจะส่งมันให้กับอีกคน

 

                “อ้ะ!....ถือว่าชั้นขอโทษ”

 

                ดันบีมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นอย่างช่างใจก่อนจะรับมาในที่สุด

 

                “ขอบคุณ...” เธอกล่าวเบาๆ

 

                “เออแฮะ เวลาพูดเพราะๆแบบนี้ก็น่ารักดีนี่นา” ซันโฮยิ้มกว้าง

 

                และวินาทีนั้นเองเช่นกัน ที่ดันบียิ้มออกมา...เป็นยิ้มแรกที่สดใสที่สุดในชีวิตของเธอ

 

                “คัต!!!” เสียงผู้กำกับชเว สั่งขึ้นมาดังทั่วบริเวณนั้น ก่อนจะตามมาด้วยอาการพยักหน้าว่าเป็นที่พอใจ

 

                “เดี๋ยวเราพักกองกันแค่นี้นะ แล้วเดี๋ยวบ่ายนี้เราค่อยมาเริ่มถ่ายกันต่อ” มินกิในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับประกาศบอกทีมงานทุกคน

 

                เหตุการณ์ต่อจากนั้นจึงเป็นการที่ทุกฝ่ายแยกย้ายกันเป็นกลุ่มๆเพื่อร่วมกันรับประทานอาหาร ในขณะที่ซีวอนนั้น เลือกที่จะนั่งกินบริเวณมอนิเตอร์เพื่อเช็กเทป

 

                ฮยอคแจที่นั่งอยู่ออกไปไม่ไกลนัก แอบมองร่างสูงเป็นระยะๆ ซีวอนจะดูจริงจังมากเมื่ออยู่ในเวลาทำงาน ถึงแม้ว่าการทำงานครั้งนี้จะมีข้อจำกัดในหลายๆด้าน แต่ทว่าร่างสูงก็ยังคงความละเอียดพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ถ้าส่วนไหนไม่ดีก็จะทำการถ่ายทำใหม่ทันทีไม่มีข้อยกเว้น

 

                นักแสดงและทีมงานทุกคนจึงต้องพยายามกันให้มากขึ้น ดังนั้นงบประมาณต่างๆจึงไม่เกินเลยแม้แต่นิดเดียว

 

                ซีวอนเหลือบตาไปมองฮยอคแจเล็กน้อยแล้วก็ทันเห็นอาการรีบหันหน้ากลับของอีกฝ่าย ร่างสูงจึงยิ้มที่มุมปากเบาๆ

 

                เท่านี้ก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าอย่างน้อยๆ ร่างบางก็ยังพอมีเยื่อใยให้แกเค้าอยู่บ้าง

 

                ซีวอนชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นข่าวที่ดังออกมาจากทีวีที่เปิดอยู่ในบริเวณบ้าน

 

                “อีกไม่ถึงสามเดือน การเลือกตั้งครั้งใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ของเราก็จะมาถึงแล้วนะคะ นั่นก็คือการเลือกตั้งประธานาธิปบดีคนใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้การหาเสียงจึงเต็มไปด้วยความเข้มข้นอย่างมากเลยค่ะ โดยคนที่มาแรงที่สุดในขณะนี้คงจะหนีไม่พ้น ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคนปัจจุบัน...คุณชเว จินโม นั่นเองค่ะ!!.....”

 

                สิ้นเสียงบรรยายของผู้ประกาศข่าว บรรดาทีมงานเกือบจะทุกคนก็หันมามองที่ซีวอนเป็นตาเดียว ใครบ้างล่ะจะไม่รู้ถึงความสัมพันของทั้งสองคนนี้ เพียงแต่ร่างสูงเองนั่นล่ะที่แทบจะไม่กล่าวถึงคนที่เป็น “พ่อบังเกิดเกล้า” ของตัวเองเลยก็ว่าได้

 

                ซีวอนเชิดคอแข็งขึ้นเล็กน้อย เมื่อต้องเผชิญกับสายตาเหล่านี้ เหมือนในคอมันขมขึ้นมาทันที เค้าชินแล้วล่ะกับเรื่องแบบนี้

 

                ต่อให้ต้องเจออีกกี่ร้อยกี่พันครั้งก็ไม่สะทกสะท้านอะไรแล้วล่ะ

 

                ฮยอคแจมองซีวอนด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงเล็กน้อย

 

                นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่มินโฮเพิ่งได้บอกตนเองแล้วก็ยิ่งสงสารร่างสูงนี่เข้าไปอีก ดูจากแววตาของอีกฝ่ายแล้วมันไม่ได้มีเพียงแต่ความเกลียดชังเท่านั้น มันยังแฝงอาการตัดพ้อเอาไว้อีกด้วย

 

                คำว่า “ไม่รู้” นี่มันช่างน่ากลัวจริงๆ

 

                หลังจากพักกองกันไปประมาณชั่วโมงกว่าแล้ว ซีวอนจึงดำเนินการถ่ายทำต่อทันที

 

                ฉากที่เหลือเป็นซีนเด็กทั้งหมดที่จะต้องเร่งถ่ายทำให้จบภายในวันนี้ และซีนที่จะถ่ายทำต่อไปก็คือฉากที่ดันบีจะต้องไปเรียนต่อมัธยมปลายที่ฝรั่งเศส

 

                “กล้องพร้อม ไฟพร้อม 5…4…3….2….แอคชั่น!!” มินกิพูดจากนั้นการทำงานทุกอย่างจึงเริ่มต้นขึ้นทันที

 

                “มีอะไรหรอดันบี...” ซันโฮที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งพร้อมกับมองใบหน้าหญิงสาวตรงหน้า

 

                “คือ...เรา....จะต้องไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสน่ะ” ดันบีพูดพร้อมใบหน้าที่เศร้าหมอง

 

                “อ้าว....ไปนานเท่าไหร่ล่ะ?” ซันโฮมีน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย

 

                “ก็ยังไม่รู้สิ ซันโฮ...สัญญากับเราได้มั้ย?” ดันบีเอื้อมมือมากุมมือของซันโฮเอาไว้

 

                “อะ....ไรหรอ?” ซันโฮมองมืออีกฝ่ายอย่างลำบากใจ

 

                “สัญญาได้มั้ย...ว่าจะรอเรา?”

 

                ซันโฮเงียบไป พร้อมกับใช้สายตาขอโทษสื่อไปยังอีกฝ่าย เค้ารู้ดีว่าคนตรงคิดยังไงกับเค้า แต่ทว่าเค้าคงจะไม่อาจตอบสนองความรู้สึกนั้นได้

 

                “ได้มั้ย!.....ได้มั้ยซันโฮ!!....” ดันบีเขย่ามืออีกฝ่ายเมื่อเห้นว่าบรรยากาศแย่ลงทุกที

 

                “ขอโทษนะ....ดันบี....” ซันโฮถอนมือตัวเองออกจากมือของอีกฝ่าย

 

                “......”

 

                “ขอให้ดันบีโชคดีกับการเรียนนะ....” ซันโฮยิ้มบางๆเล็กน้อยแล้วตัดสินใจเดินเลี่ยงออกไป

 

                ปล่อยให้ดันบียืนอยู่คนเดียว พร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลรินลงมา

 

                เวลาผ่านไปสักพักที่เด็กสาวยังคงร้องไห้อยู่ตรงนั้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างรีบร้อนของใครอีกคน

 

                “ดับบีเธอจะไปฝรั่งเศสหรอ...อ้าว....ร้องไห้ทำไม!!....” จุนกอลอึ้งไปเมื่อวิ่งเข้ามาแล้วเจอเพียงหญิงสาวยกผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาอยู่

 

                “เอ่อ...เปล่า....” ดันบีหลบสายตา

 

                ทำให้จุนกอลได้เห็นลายที่ปักอยู่บนผ้าเช็ดหน้าสีครีมในมือของดันบี อักษรที่ปักเอาไว้ว่า “JUNGOEL” ทำให้หัวใจของเค้าพองโตขึ้นมาทันที

 

                หรือว่า.....

 

                “ดันบี! ชั้นจะรอเธอนะ จะรอเธอคนเดียว...” จุนกอลให้สัญญาอย่างหนักแน่น

 

                ทำให้เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าเพื่อสีหน้าของความเจ็บปวดเอาไว้ คนที่รักก็ไม่ใช่คนที่ใช่ก็ไม่ได้รัก

 

                จุนกอลรู้สึกว่าตัวเองมีความหวังเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีใจให้เค้าตอบกลับด้วย ไม่ว่าจะต้องรอนานแค่ไหนเค้าก็รอได้

 

                รอวันที่เธอบอกว่ารักเค้าจริงๆ

 

                ไกลออกไป ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกต้นหนึ่ง ซันโฮยืนมองทั้งคู่ด้วยแววตาที่เจ็บปวด

 

                รัก....ที่พูดไม่ได้ มันทรมานมากจริงๆ

 

                “คัตตตต!!!!!.....เยี่ยมมากทุกคน” ซีวอนลุกขึ้นปรบมือให้นักแสดงรุ่นเด็กทั้งหมด

 

                การทำงานวันนี้ถือว่าบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้จริงๆ ถ่ายได้ครบทุกฉาก และอากาศก็เป็นใจให้เรามากๆด้วย

 

                “เก็บของเตรียมเข้าที่พักกันเถอะ....” ซีวอนย้ำอีกครั้ง ทีมงานทุกคนจึงเฮกันลั่น เพราะนั่นหมายถึงการที่ทุกคนจะมีเวลาว่างให้ได้พักผ่อน ท่องเที่ยวที่เมืองแห่งนี้ด้วย

 

                ซีวอนมองไปยังฮยอคแจที่กำลังรวบของลงกระเป๋าก็ตั้งใจจะเดินเข้าไปหา แต่เหมือนกับว่าอีกฝ่ายรู้ทัน รีบเดินหนีเค้าไปซะก่อน

 

                ทำให้ผู้กำกับชเวได้แต่มองตามเท่านั้น

 

                “เอาแต่มอง เมื่อไหร่จำสำเร็จล่ะครับท่าน...” มินกิเดินเข้ามาล้อเลียน

 

                “รู้มากนะนาย เดี๋ยวจะโดนตัดเงินเดือน” ซีวอนย้อน

 

                “โห...เดี๋ยวนี้มีขู่นะ อยากคุยก็เข้าไปคุยเลยสิ”

 

                “เค้าอยากคุยกับชั้นที่ไหนล่ะ....” ซีวอนยักไหล่ด้วยแววตาเศร้าๆ

 

                มินกิเองก็ได้แต่อมยิ้มน้อยๆ เชื่อแล้วล่ะว่าสำคัญมากจริงๆ มากจนสามารถเปลี่ยนสัญชาตญาณของราชสีห์ให้ร่าเริง ขี้เล่น กล้าต่อล้อต่อเถียงขึ้นมากขนาดนี้

 

                ช่วยกลับมาเป็นชีวิตทั้งชีวิตของลูกพี่ผมเร็วๆเถอะนะครับ คุณฮยอคแจ       




****************************

แถมให้อีกตอน ^^'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1912 Redberrylips (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 02:15
    ละครเรื่องนี้มันคือเรื่องของฮยอกกับวอนรึเปล่า ? 
    #1,912
    0
  2. #1863 ae snoopy (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 17:48


    ตามไปสิแกจะยืนมองทำไม
    #1,863
    0
  3. #1815 thenungning (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:01
    วอนสู้ๆ :)
    #1,815
    0
  4. #1787 yoyo (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 11:12
    วอนสู้ๆ

    กล้าๆหน่อยวอน มีโอกาสอยู่ใกล้กันแล้วแท้ๆ
    #1,787
    0
  5. #1748 piggy-oun (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 10:20
    ซีวอน

    Fighting +++++
    #1,748
    0
  6. #1746 danger poppular (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 23:44
     จะคลั่งแล้วว้อยย อยากอ่านต่ออ่ะค่ะไรท์เตอร์สุดสวย >o<
    #1,746
    0
  7. #1698 'SuJu__*Eunhyuk*__HAEEUN' (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 มีนาคม 2555 / 11:54
    อยากอ่านต่ออออออออออีกกกกกกกกกก
    #1,698
    0
  8. #1697 *Aphorist* (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 23:21
    วอนก็ใช้ความพยายาม(มากๆๆๆๆๆ)หน่อยล่ะกันนะ  คึคึ
    #1,697
    0
  9. #1695 geejajaa (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 22:39
    วอนใจกล้าๆเดินเข้าหาฮยอกหน่อย
    รุกและตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก
    #1,695
    0
  10. #1693 mee (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 14:26
    หายไปนานเลยนะคะ คิดถึงเรื่องนี้มาก^^

    คงต้องให้เวลากับฮยอกบ้างล่ะนะ วอนก็ทำตัวดีๆแสดงความรู้สึกจริงๆตัวเองออกมาได้แล้ว
    #1,693
    0
  11. #1692 ปิงปิง (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 09:40

    คุณพระ!! กลับมาแล้วววววววววววว T^T โฮววววว

    คิดถึง

    แขขราลูก ใจอ่อนไปเลยๆๆๆ

    เจ็บมาก็เยอะ เจ็บอีกซักที ชีวิตจะดีขึ้นเชือป้าสิ

    #1,692
    0