{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 52 : COME BACK-[10]=ถ่ายทำวันแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

 

                หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ก็ถึงช่วงเวลาที่ทีมงานทั้งหมดจะเริ่มเปิดกล้องโดยการพากันบินมายังเกาะเชจูเพื่อทำงานแข่งกับเวลาที่ถูกกำหนดไว้ว่าสามอาทิตย์เพียงเท่านั้น เพราะเป็นเพียงโปรเจคต์เล็กๆ แต่กลับถูกกำหนดวันฉายเอาไว้เสียแล้ว

 

                ทีมงานทั้งหมดจึงต้องเข้าประชุมกันบ่อยขึ้นเพราะว่าทุกอย่างมีความเกี่ยวพันต่อกันทั้งหมด ฝ่ายเสื้อผ้าก็จัดการเป็นเป็นประวิง เหล่าเซ็ตฉากก็ยิ่งมีความสำคัญที่จะจัดหาและเตรียมความพร้อมให้หมดให้ไวที่สุด

 

                เมื่อมาถึงสนามบินแต่เช้ามืดแล้วทีมงานก็ถูกแยกออกเป็นสองฝั่งทันทีส่วนหนึ่งพากันนำสัมภาระของทุกคนไปยังโรงแรมที่จองเอาไว้ และส่วนหนึ่งก็จัดกองถ่ายทำซีนแรกกันตั้งแต่มาถึงทันที

 

                ฮยอคแจอาสาที่จะพาทีมงานส่วนหนึ่งกลับไปยังโรงแรม ซึ่งซีวอนก็เข้าใจดีว่าเป็นเพราะร่างบางต้องการจะหลบหน้าตนเองเสียมากกว่า เพราะตั้งแต่กลับจากเชจูวันนั้น ร่างบางก็ไม่ยอมปล่อยให้เค้าได้มีโอกาสอยู่ใกล้อีกเลย

 

                แต่ไม่เป็นไรถึงแม้การทำงานนี้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่เค้าก็เชื่อว่ามันมากพอที่จะพอมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกันบ้าง

 

                ซีนแรกของโปรเจคต์นี้เริ่มจากสนามบินเชจูนี่เลย ซึ่งทีมงานจะถ่ายทำด้วยกันทั้งหมดสองฉาก นั่นคือฉากที่โอ จุนกอลซึ่งได้รับทุนให้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอย่างเชจูโดยมีแพก ซันโฮไปรับด้วยความรู้สึกดีใจ กับฉากที่คิม ดันบีตัดสินใจเดินทางกลับฝรั่งเศส เพราะรู้สึกเสียใจกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น และไม่พร้อมที่จะรักโอ จุนกอล

 

                ทีมงานตัดสินใจว่าจะให้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นพวกเค้าจึงต้องถ่ายทุกซีนที่เกิดขึ้นที่สนามบินให้จบลงในวันนี้

 

                ขณะที่ทีมงานกำลังเตรียมสถานที่และกันผู้คนภายในสนามบินให้รับรู้ถึงการถ่ายทำนั้น ซีวอนก็ปลีกตัวเข้าไปหานักแสดงที่เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เพื่อซ้อมบท

 

                “พวกนายสองคนจำบทได้เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย?” ซีวอนยามทำงานนั้น เต็มไปด้วยความเข้มงวดและกวดขันเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

 

                “ครับ เรียบร้อยแล้วครับ” ทั้งชีฮุนและมินอูรับคำพร้อมกัน

 

                เนื่องจากว่าจะต้องเข้าฉากด้วยกันตลอดทั้งเรื่องแล้วนั้น ทำให้ทั้งสองคนรวมถึงมิกิต้องทำความรู้จักกันมากขึ้น โดยเฉพาะชีฮุนและมินอูที่ต้องขอโทษขอโพยกันหลายครั้งเมื่อเห็นบทแล้ว

 

                แต่ก็ต้องเข้าใจในการทำงานและตัวบทอีกด้วย พวกเค้าทั้งสองคนไม่ได้เกี่ยงว่ามันเป็นบทแนวชายรักชายแล้วจะทำไม่ได้ เพราะถึงยังไงสุดท้ายแล้วพวกเค้าสองคนก็เป็นผู้ชายแน่นอน

 

                คุณฮยอคแจที่ยังอุตส่าห์ปลีกตัวมาอธิบายความรู้สึกของตัวละครให้ได้เข้าใจโดยตัวเองอีกด้วย ทำให้พวกเค้าต้องตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุด

 

                ทางทีมงานตกลงว่าจะถ่ายซีนของฝ่ายชายซึ่งก็คือฉากที่แพก ซันโฮไปรับโอ จุนกอลซึ่งกลับจากการไปเรียนต่อที่กรุงโซลในสนามบิน ไดอะล็อกของเรื่องก็คือการที่ซันโฮโบกมือทักเพื่อน เมื่อจุนกอลเห็นแล้วจึงวิ่งมากอดกัน ทักทายกันพอเป็นพิธีแล้วกอดคอกันเดินออกจากสนามบินไป

 

                เมื่อจัดการเซตฉากทั้งหมดเสร็จแล้วนั้น ซีวอนจึงเรียกนักแสดงทั้งสองคนมาสรุปบทอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มแสดงสัญญาณให้ทุกคนเข้าประจำที่ของตัวเอง

 

                จองฮอนผู้ที่รับบทโอ จุนกอลก็เข้าไปเก็บตัวที่ช่องผู้โดยสารขาเข้า ส่วนชีฮุนที่รับบทแพก ซันโฮก็อยู่ที่บริเวณผู้มารับ

 

                บุคคลที่โง่เพราะความรัก ฉาก14 เทป1...พร้อมครับ...” มินกิยกตัวคัตขึ้นมาสั่งนำความพร้อมก่อนจะปิดท้ายด้วยเสียงของซีวอน

 

                “แอ๊คชั่น!

 

                แสงไฟที่สาดลงมา พร้อมกับกล้องตัวใหญ่ที่เริ่มเคลื่อนที่ทำงานทันที ซีวอนนั่งจ้องจอมอนิเตอร์เขม็งเพื่อควบคุมการแสดงทั้งหมด

 

                จองฮอนเดินลากกระเป่าออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้า พร้อมกับท่าทางเดินสอดส่ายสายตาราวกับว่าจะมองหาใครอยู่ ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถเดินตามจุดที่กำหนดเอาไว้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

 

                “จุนกอล!...เฮ้ ตรงนี้!!” เมื่อจองฮอนเดินมาถึงจุดที่ตกลงไว้แล้ว ชีฮุนก็ตะโกนเรียกตามที่ซ้อมไว้ทันที พร้อมกับไม่ลืมโบกมือไปมาด้วย

 

                ฝ่ายที่สูงกว่าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาทางต้นเสียงซึ่งอยู่คนละฝั่งกับที่ตนเองหันหน้าอยู่ จากนั้นจึงปรับสีหน้างุนงงเป็นดีใจเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครจึงรีบลากกระเป๋าเข้าไปหาทันที

 

                “เฮ้ย!...ซันโฮ! คิดถึงนายชะมัดเลยว่ะ” จัดการลากอีกฝ่ายเข้ามากอดทันที ซึ่งชีฮุนที่รับบทซันโฮนั้นก็ไม่ลืมยกแขนทั้งสองข้างมากอดตอบอีกด้วย

 

                “ชั้นก็คิดถึงนาย เป็นยังไงยินดีด้วยนะ ในที่สุดนายก็จบ ม.ปลายสักที” ร่างที่บางกว่าพูดด้วยประกายแววตาของความยินดี

 

                55 นั่นสินะ รีบกลับกันเถอะ ชั้นคิดถึงคุณแม่อุปถัมภ์จะแย่อยู่แล้วล่ะ” จุนกอลสั่งทั้งร้อยยิ้ม

 

                จากนั้นทั้งคู่จึงเดินตัดหน้ากล้องไปในมุมที่ตรงกับการจัดฉากทุกอย่าง

 

                “คัต!!!” เสียงซีวอนประกาศดังขึ้น

 

                “พวกนายสองคนน่ะ มาเช็คเทปสิ” มินกิหันไปสั่งทางนักแสดงหน้าใหม่ทั้งสองคน

 

                “โดยรวมชั้นว่าโอเคแล้วนะ แต่ขอถ่ายตอนโคลสอัพหน้าพวกนายหน่อย รอบนี้ขอแสดงความรู้สึกทางสายตาเยอะๆนะ แล้วก็...เดี๋ยวของจงฮอนขอถ่ายฉากเริ่มเดินออกมาใหม่หน่อย เมื่อกี๊คนตัดหน้านายเยอะเกินไป มันดูรกๆ เข้าใจนะ” ซีวอนสั่งอย่างเอาการเอางาน

 

                เมื่อเริ่มการถ่ายซ่อมซีนต่อไปอีกประมาณสี่ครั้งซีนแรกของเรื่องก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

 

                หลังจากถ่ายของฝ่ายชายจบไปเรียบร้อยแล้ว เวลาก็คล้อยเข้าสู่ยามบ่าย เหลือเพียงฉากเดียวของวันนี้นั่นก็คือฉากรองสุดท้ายของเรื่องคือการที่คิม ดันบีตัดสินใจบินกลับไปใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสหลังจากเรื่องราวร้ายๆได้ผ่านพ้นไป ฉากนี้ถ้าหากตัดต่อออกมาจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ไม่มีบทพูดมีเพียงแต่จะต้องสื่ออารมณ์ด้วยสายตาล้วนๆ

 

                งานนี้นักแสดงหน้าใหม่อย่างคิม มิกิจึงออกอาการเครียดอยู่ไม่น้อย เพราะฉากแรกที่ต้องเล่นก็ถือว่าเป็นงานหินสุดๆไปซะแล้ว

 

                ฝ่ายจัดฉากจะต้องหามุมเซตฉากขึ้นมาใหม่ให้ไม่ซ้ำกับที่ถ่ายไปเมื่อครั้งนี้ จะได้ดูไม่ออกว่าเป็นการถ่ายทำในวันเดียวกัน ซึ่งการจัดฉากก็กินไปเวลาไปเกือบชั่วโมงเช่นกัน

 

                “ไหวมั้ย?...” ซีวอนเดินเข้ามาทักหญิงสาวที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

 

                “จะพยายามค่ะ...ขอความกรุณาด้วยนะคะ” มิกิโค้งหัวให้ซีวอนอย่างนอบน้อม

 

                หลังจากที่ได้ให้เวลาในการเตรียมตัวไปสักพักแล้วนั้นซีวอนก็เริ่มส่งสัญญาณให้ถ่ายจริงกัน เพราะว่าทีมงานทุกคนที่ทอยู่ที่นี่นั้นเริ่มจะเหนื่อยล้าทั้งจากการเดินทางและดำเนินงานกันแล้ว

 

                บุคคลที่โง่เพราะความรัก ฉาก 25 เทป1 พร้อม....” มินกิเองก็เข้าประจำที่เช่นกัน

 

                “แอ๊คชั่น!!

 

                หญิงสาวผมยาวหน้าตาดี เดินลากกระเป๋าเข้ามายังลานของสนามบินด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย กล้องค่อยๆซูมลากยาวจากด้านหลังมาจรดยังใบหน้าของเธอ...

 

                มิกิในคราบของคิม ดันบี เสหน้าหลบกล้องเล็กน้อยตามคำสั่งที่ได้รับมา สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

 

                ผ่านไปชั่วอึดใจหนึ่ง เธอจึงสามารถเค้นน้ำตาให้ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยได้ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองพาสปอร์ตที่ถืออยู่ในมือก่อนจะเดินตรงไปยังช่องผู้โดยสารขาออก อย่างมั่นคง จนลับตา กล้องจึงค่อยๆแพลนไปทั่วสนามบิน

 

                “คัต!!!~” ซีวอนเอ่ยเสียงดังฟังชัด

 

                มิกิจึงค่อยๆเดินกลับออกมาและตรงมายังจอมอนิเตอร์เพื่อเช็คเทป

 

                “มีตรงไหนต้องแก้ไขรึเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างเกรงใจ

 

                “อืม...ไม่ต้องแล้วล่ะ มันเป็นซีนสั้นๆ แต่เธอก็ทำมันออกมาได้ดีมากนะ เก่งมากแล้วล่ะสำหรับมือใหม่” ซีวอนเอ่ยชม จนทำให้หญิงสาวเกือบจะตัวลอยไปเสียแล้ว

 

                “ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ผู้กำกับชเว!” มิกิโค้งหัวให้ร่างสูง

 

                “ไม่เป็นไร เธอไปเตรียมตัวเถอะ เราจะกลับโรงแรมกันแล้ว” ซีวอนพยักหน้าเบาๆ

 

                ผู้กำกับหนุ่มมองทีมงาน จัดการเก็บของ และติดต่อไปยังรถที่จะมารับ ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ

 

                2 อาทิตย์ พวกเค้ามีเวลาถ่ายทำงานนี้เพียง 2 อาทิตย์ และตัดต่ออีกเพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น หนังสั้นหนึ่งเรื่อง กับเวลาเพียงหนึ่งเดือน เล่นเอาเค้าปวดหัวหนักไปเลยเหมือนกัน

 

                ไหนจะเรื่องงบประมาณที่มีอย่างจำกัด ระยะเวลาที่กระชั้นชิดเพราะถูกกำหนดวันฉายมาแล้วอีกด้วย

 

                แต่ที่หนักที่สุดก็อาจจะเป็นการที่จะต้องร่วมงานกับฮยอคแจตลอดการทำงานครั้งนี้ด้วยสิ ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำตัวยังไง หลังจากกลับมาจากดูโลเกชั่นด้วยกันคราวั้น เค้าก็มัวแต่ยุ่งกับการเตรียมงานครั้งนี้ ส่วนร่างบางเองก็คงตั้งใจจะหลบหน้าเค้า สุดท้ายก็เลยยังไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งเลย

 

                “เฮ้อ...ถึงผมจะเลวขนาดไหน แต่ผมก็เชื่อในพระเจ้านะ....” ซีวอนพูดคนเดียวเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า

 

                “ถ้าอย่างนั้น...ได้โปรด ประทานความกล้าให้ผมสักนิดด้วยเถอะครับ” ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงไปเรื่อยๆจนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบในประโยคสุดท้าย

 

                “ให้ผมกล้าพอที่จะบอกว่าเค้าสำคัญกับผมมากแค่ไหน”

 

 

 

ร้านอาหารชอนซา

 

                ยอนฮีเดินถือถาดอาหารไปบริการตามโต๊ะต่างๆ พร้อมกับปรายสายตาไปมองนาฬิกาเรือนยักษ์ด้วยความร้อนรน เพราะนี่เลยเวลาที่เธอควรจะไปรับซอกฮยอนที่โรงเรียนตั้งนานแล้ว

 

                แต่เพราะว่าวันนี้ลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่นี่มีจำนวนมากกว่าทุกวัน ทำเอาเธอไม่มีเวลาที่จะปลีกตัวออกไปได้เลย ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆเธอก็ยิ่งกังวลมากขึ้น

 

                เคยมีครั้งหนึ่งเพราะเธอติดงานแบบนี้ล่ะ ทำให้ซอกฮยอนต้องรอเธอทั้งๆที่ฝนตก! ภาพลูกน้อยนั่งสั่นอยู่ท่ามกลางสายฝนในวันนั้นทำให้เธอไม่เคยให้อภัยตัวเองเลย

 

                “................” เสียงประตูที่เปิดขึ้น ทำให้หญิงสาวต้องสะดุ้งเล็กน้อย แล้วกล่าวคำต้อนรับลูกค้าที่มาใหม่

 

                “สวัส..........” ยอนฮีชะงักไปเมื่อเห็นว่าเป็นฮยองจุน

 

                ร่างสูงยิ้มบางๆกลับมาให้อีกฝ่าย ก่อนจะหลบทางให้เด็กตัวเล็ก

 

                “มะม๊า...!” ซอกฮยอนยิ้มแฉ่งให้กับแม่ของตัวเอง

 

                “ซอกฮยอน มาได้ยังไงลูก” ยอนฮีกอดลูกอย่างตกใจ

 

                “พี่ชายฮีโร่บอกว่าวันนี้มะม๊างานเยอะ อาจจะมารับซอกฮยอนช้า พี่ชายฮีโร่ เลยรับซอกฮยอนมาแทนครับ”

 

                ยอนฮีเลื่อนสายตาดุๆมามองอีกคนที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

 

                “มันไม่ใช่ธุระอะไรของคุณ” หญิงสาวกัดเสียงลอดไรฟัน

 

                “คุณก็รู้ดีนี่ว่ามันเป็นเรื่องของผมเช่นเดียวกัน” ฮยองจุนพูดอย่างไม่เดือนร้อน

 

                “ไม่ใช่!

 

                “งั้นหรอ...ไม่มีผมซอกฮยอนก็คงไม่ได้เกิดหรอกนะ” ประโยคเดียวที่ทำให้หญิงสาวสะอึกและเถียงอะไรไม่ออก นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ร่างสูงมั่นใจเพิ่มขึ้นไปอีก

 

                ยังไงเด็กคนนี้ก็ต้องเป็นลูกของเค้าแน่ๆ เหลือแค่เหตุผลเท่านั้นที่เค้าจะต้องได้คำตอบจากร่างบางตรงหน้านี้ให้ได้

 

                “พูดบ้าอะไรของคุณ”

 

                “เรารู้กันดีนี่นา ผมคุยกับคุณไปแล้วที่โรงพยาบาลวันนั้น” ฮยองจุนบอก

 

                “ที่ชั้นบอกว่าไม่ได้รักคุณแล้วน่ะหรอ?” ยอนฮีเชิดหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย

 

                “...............” ฮยองจุนสบตากับอีกฝ่ายนิ่งไม่หลบ ถึงแม้จะต้องเจอกับคำพูดร้ายแรงอีกสักแค่ไหน แต่เค้าก็จะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เดินออกจากชีวิตเค้าไปอีกครั้ง

 

                มันจะไม่มีอีกแล้ว

 

                ยอนฮีเองที่เห็นว่าร่างสูงไม่ตอบอะไรกลับมาก็เริ่มจะใจเสีย ไม่ใช่ว่าเธอเองไม่เสียใจที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ถ้าหากปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปแบบนี้ ความหวังทั้งของเธอและเค้ามันก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

                แต่ในความเป็นจริงทั้งเธอและเค้าไม่สามารถจะเดินร่วมทางด้วยกันได้ มันคือความจริงที่แสนจะเจ็บซึ่งเธอต้องยอมรับมันให้ได้

 

                “มะม๊า...พี่ชายฮีโร่.....?” เสียงของบุคคลที่เหมือนว่าจะถูกลืมไปแล้วดังแทรกขึ้นมา

 

                “จ๋า..ลูก อะไรคะ?” ยอนฮีขานรับลูกชายตัวน้อย

 

                “ผมหิวจังเลย” เด็กตัวน้อยลูบท้องตัวเองเบาๆ

 

                “หิวหรอลูก...โธ่ วันนี้แม่งานเยอะซะด้วย” ยอนฮีมองอย่างเครียดๆ

 

                “เดี๋ยวผมพาแกไปหาอะไรทานก่อนก็ได้ แล้วจะแวะไปส่งที่บ้านให้” ฮยองจุนอาสา

 

                “ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ”

 

                “แล้วจะปล่อยให้ลูกหิวงั้นหรอ? งานคุณก็เยอะจะปลีกตัวออกมายังไง อย่าดื้อไม่เข้าท่าน่ะ” ฮยองจุนเริ่มเสียงเครียด

 

                หญิงสาวกัดปากอย่างใช้ความคิด

 

                “อย่าทิฐิจนต้องทำร้ายลูกไปด้วยเลยน่ะ มีอะไรให้คุยกับผมตรงๆ ซอกฮยอนแกไม่เกี่ยว”

 

                “ชั้นไม่ใช่พวกพาล!

 

                “แต่คุณกำลังทำมันอยู่นะยอนฮี”

 

                “..........”

 

                “ผมจะหาข้าวให้แกทาน แล้วพาไปส่งบ้าน จากนั้นจะอยู่รอจนกว่าคุณจะกลับจากที่นี่ เป็นอันตกลงนะ” ร่างสูงสรุปขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสรรพ

 

                ยอนฮีเองก็เป็นห่วงลูกมากกว่าสิ่งใด จึงตัดสินใจไม่ตอบอะไรออกไปจะดีที่สุด

 

                “เป็นอันว่าตามนี้ ป้ะ ซอกฮยอน....” ฮยองจุนเดินเข้าไปจับมือเด็กน้อยมากุมไว้

 

                “ผมไปนะครับ มะม๊า...” ซอกฮยอนหอมแก้มยอนฮีเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากร้านไป

 

                ยอนฮีถอนหายใจหนักๆมองทั้งสองร่างเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยแววตาเศร้าใจ

 

                ทำไมนะ...ทำไม ฟ้าถึงไม่ให้เราอยู่ด้วยกัน?

 

 

                “ซอกฮยอนอยากกินอะไร?” ฮยองจุนหันไปถามเด็กชายตัวน้อยๆที่กำลังกุมมือของตัวเองอยู่

 

                “ไม่ล่ะฮะ....ซอกฮยอนอยากกลับไปกินที่บ้าน” เด็กตัวน้อยส่ายหัวเบาๆ

 

                “อ้าว ทำไมล่ะ? ทานข้างนอกนี่ก็ได้นี่ สะดวกกว่ากันตั้งเยอะ”

 

                “มันแพงครับ” เด็กน้อยตอบทั้งรอยยิ้มแต่กลับทำให้หัวใจคนฟังสะท้านไปหมด

 

                นี่ทั้งสองคนจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมามากขนาดไหนกันนะ เพราะเค้าปล่อยปละทั้งคู่รึเปล่? เพราะเค้าไม่เคยได้ดูแลซอกอยอนเลย

 

                ไม่เคยได้ทำหน้าที่ “พ่อ” เลยสักครั้ง

 

                “ไม่เป็นไร...พี่อยากให้เรากิน เลือกเถอะว่าอยากกินอะไร”

 

                “ซฮกฮยอนอยากกลับไปกินข้าวผัดของมะม๊าน่ะฮะ เมื่อวานเราทานกันไม่หมด ยังมีอยู่ในตู้เย็นอยู่เลยครับ”

 

                ฮยองจุนนิ่งเงียบไป

 

                “ใช่ข้าวผัดไส้กรอกรึเปล่า?”

 

                “ใช่ๆๆๆ เอ๋?....พี่ชายฮีโร่รู้ได้ยังไงครับ” เด็กชายตัวน้อยถามด้วยความงุนงง

 

                ฮยองจุนนึกไปถึงอดีต ก็ข้าวผัดไส้กรอกนี่ล่ะที่เป็นของโปรดเค้าซึ่งยอนฮีมักจะทำให้ได้กินอยู่เป็นประจำ

 

                แค่ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กน้อยตรงหน้านี้จะเติบโตมาจากข้าวผัดที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ความรักระหว่างเค้ากับยอนฮี

 

                “อืม ...งั้นเรากลับไปกินข้าวผัดนั้นกันเถอะ” ฮยองจุนตัดสินใจพาเด็กชายกลับไปยังบ้าน

 

                คราวที่แล้วที่รับหญิงสาวกลับมาจากโรงพยาบาล เค้าได้แต่เพียงยืนอยู่ข้างนอกบ้านเท่านั้น แต่คราวนี้เค้าจะมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสแล้วว่า ภายในนั้นทั้งสองแม่ลูกจะใช้ชีวิตอยู่กันเช่นไร

 

                “ยินดีต้อนรับครับ” ซอกฮยอนเอ่ยขึ้นเมื่อเปิดประตูบ้านเรียบร้อยแล้ว

 

                ภายในบ้านที่ขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็เหมาะที่จะอยู่กันสองคนจริงๆ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น

 

                ลำบากไม่น้อยเลยนะแบบนี้ คุณทนรับภาระแบบนี้ได้ยังไงนะยอนฮี? ทำไม...ถึงไม่บอกว่าคุณท้องกับผม ทำไม?

 

                “เอ่อ...พี่ชายฮีโร่ครับ?” ซอกฮยอนสะกิดเบาๆ

 

                “หะ...หืม? ว่าไง อ่อ! หิวใช่มั้ย ไปล้างมือสิ เดี๋ยวพี่เอาข้าวมาอุ่นให้” ฮยองจุนพูดก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องครัว เปิดตู้เย็นเอากล่องข้าวผัดออกมาใส่ไมโครเวฟ

 

                “ทานแล้วนะครับ!” ซฮกฮยอนกล่าวก่อนจะลงมือทานอย่างรวดเร็วเพราะความหิว

 

                “ฮะๆ ใจเย็นๆ เดี๋ยวติดคอ” ฮยองจุนมองเด็กชายตัวน้อยๆนั้นนั่งกินก็มีความสุข

 

                พี่ไม่ใช่พี่นะซอกฮยอน แต่เป็นพ่อ....ต่างหาก

 

                หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วนั้น ร่างสูงก็จัดการให้ซอกฮยอนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และทำการบ้านจนเสร็จ จึงลงมานั่งเล่นนั่งคุยกัน

 

                ตลอดเวลาที่ได้พูดคุยกันนั้น ฮยองจุนยิ่งรุ้สึกว่าตัวเองนั้นผูกพันกับเด็กคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

 

                จวบจนกระทั่งเป็นเวลาสี่ทุ่ม และซอกฮยอนนั้นได้หลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างสูงจึงอุ้มอีกคนขึ้นไปยังห้องนอนด้านบน

 

                จัดการห่มผ้าให้เรียบร้อยแล้วก็ยิ้มให้กับตัวเอง

 

                สายตาคมมองไปรอบๆห้องนอนก็สะดุดกับชั้นที่มีอัลบั้มมากมายวางเรียงกันอยู่ ร่างสูงตรงไปหยิบมาดูทันที

 

                เมื่อหย่อนกายนั่งลงบนปลายเตียง และเปิดมันออกดูแล้วก็แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว...

 

                ภาพ...ของยอนฮีตั้งแต่เริ่มท้อง มาเรื่อยๆจนร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลง หน้าท้องที่นูนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาพของเด็กน้อยแรกเกิดตัวเล็กเพียงนิดเดียว

 

                ฮยองจุนละสายตาจากอัลบั้ม กลับไปมองเด็กน้อยที่นอนหลับสบายห่างจากตัวเองไม่มากนัก ก่อนจะกลับมามองที่รูปต่อ

 

                ใต้รูปนั้นมีการเขียนบรรยายเอาไว้มากมาย มือหนาลูบไล้ไปมาเบาๆ บนรูปเหล่านั้น ภาพลำดับการเจริญเติบโตของลูก ที่เค้าไม่เคยมีโอกาสที่จะได้ดูแลเลยสักครั้ง

 

                ฮยองจุนปิดอัลบั้มลงก่อนจะเดินไปเพื่อหยิบอันใหม่มาดู คราวนี้กลับกลายเป็นอัลบั้มที่มีระยะเวลาก่อนหน้านั้นมาก

 

                เพราะมันคือสมัยที่เค้าและยอนฮียังคงคบกัน แต่ละภาพช่างสะท้อนช่วงเวลาในอดีตได้ดีมากมาย ภาพของเราสองคนในวันที่ยังรักกัน

 

                “รักนะ” “ฉันรักจุน” “ยอนฮี&ฮยองจุน” “เราจะรักกันตลอดไป”

 

                แต่ละคำบรรยายใต้ภาพทำให้เค้ากักเก็บความเสียใจเอาไว้ไม่ไหวอีกแล้ว ทำไมล่ะ ความรักทั้งหมดนี้มันหมดไปจากใจคุณแล้วยังงั้นหรือยอนฮี?

 

                “ทำไมล่ะ...ยอนฮี...” ฮยองจุนยืดตัวขึ้นให้สุดความสูงตัวเอง แล้วตัดสินใจวางอัลบั้มนั้นไว้ที่เดิม และเดินลงมาชั้นล่าง

 

                เป็นจังหวะเดียวกับที่ยอนฮีกลับมาจากที่ทำงานพอดี

 

                “อ้าว...นี่คุณยังไม่กลับไปอีกหรอ?” ยอนฮีถามอย่างแปลกใจ

 

                “ผมยังรอคุณอยู่...” ประโยคธรรมดาที่มีความหมายแฝงลึกอยู่ภายในนั้น ทำให้ยอนฮีต้องสูดลมหายใจเข้าปอดหนักๆ

 

                “ต่อไปนี้ไม่ต้องรอแล้วนะ...” หญิงสาวพูดก่อนจะเดินสวนฮยองจุนไป

 

                “ทำไมถึงต้องทิ้งผมไป....”

 

                “คุณไม่เบื่อหรอ? ถามคำถามเดิมซ้ำๆซากๆ”

 

                “ทำไมคุณถึงต้องทิ้งผมไป ทั้งๆที่คุณก็ยังรักผม” ฮยองจุนต่อเติมประโยคคำถามเดิมเล็กน้อย

 

                ยอนฮีก้มหน้าลงมองพื้น พยายามไม่ให้น้ำตามันไหลลงมาอีก

 

                “ชั้นบอกคุณไปแล้วว่าชั้นไม่....”

 

                “สนุกหรอ? กับการโกหกหัวใจตัวเอง” ฮยองจุนถามหนักลงไปกว่าเดิมอีก

 

                “...................”

 

                “ถ้ายังรักผม ก็แค่ทิ้งเค้า แล้วกลับมา” ฮยองจุนพูดอย่างมั่นคง

 

                “ชั้นไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวแบบนั้นนะ”

 

                “แล้วที่คุณท้องแล้วพาลูกทิ้งผมไปไม่บอกอะไรเลยแบบนั้น เค้าเรียกอะไรล่ะ?”

 

                เงียบกันไปเนิ่นนานทั้งสองฝ่าย

 

                “คุณกลับไปเถอะ” ยอนฮีตัดบท

 

                “ไม่.....”

 

                “ชั้นเหนื่อย ชั้นทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว คุณเข้าใจมั้ยว่าชั้นเหนื่อย!” ยอนฮีทนรับกับบรรยากาศกดดันนี้ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว

 

                ฮยองจุนพยักหน้ารับเบาๆ

 

                “งั้นวันนี้ผมกลับก่อน แต่ผมไม่ถอยแค่นี้หรอกยอนฮี ในเมื่อหัวใจคุณเป็นของผม ผมก็จะไม่มีวันยกคุณให้ใคร” ฮยองจุนพูดก่อนจะเดินออกจากบ้านไป

 

                ยอนฮีทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา แล้วเสยผมอย่างเครียดๆ

 

                ชั้นจะทำยังไงดี...จะทำยังไงดี?

 



**************************************************

หายไปนานมาก กลับมาอัพแล้ว และจะทยอยอัพนะคะ
ช่วยกันเม้นท์และอย่าลืมเรื่องนี้กันนะจ๊ะ ^^'


ใครที่สนใจหนังสือ จีนอยากทราบจำนวนน่ะค่ะ เพราะถ้าติดมหาลัย จีนคงไม่ได้ทำต่อแล้ว
เลยอยากทราบปริมาณ ยังไง ถ้าใครยังสนใจก็บอกๆกันไว้นะคะ

ขอบคุณที่ยังติดตามกันมาตลอด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1911 Redberrylips (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 02:13
    ทำไมเนี่ยคุณเเม่คะ คุรพ่อเค้าก้มาเเล้วนี่ไง ทำไมเนี่ย ฮึ๋ย มีเหตุผลอะไรอ่ะ T^T บอกป้ามา อยากรู้ กอดเข่าทั้งน้ำตาเลย
    #1,911
    0
  2. #1862 ae snoopy (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 17:37


    ช่วยยอมรับหัวใจตัวเองด้วยเถอะยอนฮี

    ไม่รู้สึกสงสารลูกบ้างเหรองัย
    #1,862
    0
  3. #1814 thenungning (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 22:55
    อยากให้สมหวังเร็วๆ ~
    #1,814
    0
  4. #1786 yoyo (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 11:00
    หลบกันไป หนีกันมาตลอดๆ

    แล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจกันสักทีล่ะ

    #1,786
    0
  5. #1747 piggy-oun (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 10:09
    ทำไม ทั้งฮยอกแจและยอนฮี
    ถึงต้องทำร้ายใจตัวเองด้วยล่ะ
    รู้ว่าทำไปแล้วตัวเองก็เจ็บ ก็ยังจะทำอีก
    เมื่อไหร่สองคู่นี้เค้าจะเข้าใจกันซะที
    #1,747
    0
  6. #1745 danger poppular (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 23:31
     เมื่อไรจะมีฉากหวานๆของคู่ฮยองฮีน้า >o<
    #1,745
    0
  7. #1740 ไทกอน (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 17:51
    เราสนใจหนังสือจ้า
    #1,740
    0
  8. #1696 *Aphorist* (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 23:16
    ฮยอกใจแข็งจริงๆๆ

    ยอนฮีมีเหตุผลอะไรที่รักฮยองจุนไม่ได้อ่า T^T
    #1,696
    0
  9. #1694 geejajaa (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 22:33
    เย้ย วอนฮยอกอย่าเฉยชากันสิเมินกันทำไมคะ

    หันหน้าเข้าหากันไว้ รีบสร้างตำนานรักขึ้นใหม่



    สู้ๆนะวอนฮยอก
    #1,694
    0