{WONHYUK}When I fall in LOVE the PAIN&When U COME BACK to me

ตอนที่ 48 : COME BACK-[6]=ร่วมงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 มี.ค. 54

“เกิดอะไรขึ้นหรอวะที่บอร์ดงาน ทำไมมีแต่คนไปรุมดูกัน...” ซีวอนวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะห้องอาหารพนักงานในค่ายหนังดัง

 

“อ่อ...ชั้นลืมบอกนายไปเลย มาก็ดีแล้ว...” มินกิพับหนังสือลงวางบนโต๊ะแล้วตอบออกมา

 

“อะไร?.....” ซีวอนยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ

 

“พอดีจะมีการคัดเลือกผู้กำกับไปกำกับโปรเจคต์หนังสั้นน่ะ ไม่จำกัดสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้นด้วย ใครต่างก็สมัครกันได้”

 

“หือ?....ทำไมถึงได้ให้การสนใจกันนักล่ะ....แนวไหนรึ?” ซีวอนขมวดคิ้ว

 

“ไม่บอกรายละเอียดมามากว่ะบอกแต่เมโลดราม่า ชายชาย” มินกิพูดแล้วก็ลอบมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายไปด้วย ก็เข้าใจดีว่ามันไม่ชอบ

 

“หึ...แล้วทำไมวะ...ถึงได้สนใจกันจัง” ซีวอนยักไหล่อย่างไม่สนใจก่อนจะจิบกาแฟเข้าไปอีก

 

“ก็งานนี้คนเขียนบทเป็นถึงลูกชายคนโตของเจ้านายน่ะสิ...” สิ้นประโยคนี้ของมินกิทำให้ซีวอนสำลักกาแฟทันที

 

“ฮยอคแจหรอ?.....” ปากไวกว่าความคิดซะอีก

 

“อืม...ใช่แล้ว เห็นว่าเป็นผลงานที่เขียนเอาไว้ในอินเตอร์เน็ตตอนที่ไปอยู่ต่างประเทศ แล้วพอเอากลับมาเสนอให้ทางผู้ใหญ่ดูเค้าก็เห็นว่ามันแปลกใหม่ดี เลยกะจะลองให้ทำเป็นหนังสั้นออกมาฉายน่ะ เพราะเรื่องมันก็ไม่ได้ยาวมาก”

 

ซีวอนขมวดคิ้วเพื่อใช้ความคิดเล็กน้อย

 

“มีใครลงชื่อแล้วบ้าง...” มือหนาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ

 

“ก็มีพวกมือสมัครเล่นกันนั่นล่ะ เพราะพวกคนใหญ่ๆเค้าติดถ่ายละครกันซะส่วนมาก บ่นเสียดายกันเป็นแถวเลย....”

 

“อืม...........”

 

“นายเองก็คงไม่สนใจ ใช่มั้ย?....” มินกิถาม แต่แล้วคำตอบก็ทำเอาแทบตกเก้าอี้ เมื่อซีวอนวางแก้วกาแฟเปล่าลงพร้อมกับเอ่ยประโยคสั้นๆ

 

“ไปลงชื่อให้ที...ชั้นจะกำกับเอง”

 

 

“พลั่ว!!!!” เสียงเปิดประตูเสียงดังพร้อมกับอาการก้าวเข้ามาอย่างรีบร้อนของใครอีกคน ทำให้ท่านประธานลีเจ้าของค่ายหนังดังต้องรีบไล่เลขาสาวให้ออกจากห้องไป

 

“เป็นอะไรซึงกิ...ตึงตังเสียมารยาทจริง” ผู้ใหญ่ยิ้มบางๆ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าลูกชายคนเล็กวิ่งเข้ามาเพราะอะไร

 

“พ่อไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไม่รู้เลย ไอ้นี่มันหมายความว่ายังไงครับ!!” ซงกิชูใบกระดาษแจ้งประกาศที่ตัวเองเป็นคนไปฉีกมาจากบอร์ดแจ้งข่าวเองกับมือ

 

แทบบ้า เมื่อเห็นหนึ่งในรายชื่อของผู้กำกับ

 

“ชเว ซีวอน”

 

“ก็พี่เราเค้าเอาบทมาเสนอ แล้วมันมีโปรเจคต์งานหนังสั้นเข้ามาพอดี กรรมการหลายคนเค้าก็เห้นว่าบทมันใหม่ดีก็เลยอนุญาตให้ทำ...พ่อเลยประกาศหาผู้กำกับที่สนใจยังไงล่ะ”

 

“แต่แล้วทำไมไอ้บ้านั่นมันถึงได้ลงชื่อด้วยล่ะครับ!!” ซึงกิยังคงไม่ยอมรามือ

 

“แล้วพ่อจะรู้มั้ยล่ะ พ่อเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ลงชื่อเพื่อค้นหาคนที่เหมาะ มันจะผิดอะไรที่เค้าจะลงชื่อด้วย ถ้าเค้ามั่นใจในความสามารถของตัวเค้าเอง”

 

“นี่แสดงว่า...พ่อไม่ได้เป็นคนบอกให้มันลงชื่อ?”

 

“พ่อจะทำแบบนั้นทำไมล่ะ....”

 

“แล้วทำไมมันยังเสนอหน้ากล้ามาลงชื่ออีก” ซึงกิขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

 

แต่คนที่แก่ประสบการณ์กว่ากลับยิ้มออกมาอย่างชอบใจ พ่อลูกชายไม่ใช่แกคนเดียวหรอกที่แปลกใจ เพราะตัวชั้นเองก็แอบชะงักไปเหมือนกันตอนที่เลขาเข้ามาบอกว่าซีวอนก็ลงชื่อ

 

คนที่มีอีโก้สูงขนาดนั้นยังมาลงชื่อแบบนี้ จะมีใครกล้าลงเพื่อแข่งอีกล่ะ พากันค่อยๆถอนชื่อกันจนเกือบหมด

 

ไม่แคล้วว่าซีวอนคงจะได้เป็นผู้กำกับคู่กับคนเขียนบทอย่างฮยอคแจลูกชายคนโตของเค้าจริงๆนั่นล่ะ

 

แค่คิด...ก็เริ่มปวดหัวซะแล้วล่ะ

 

“ถ้าอย่างนั้นพ่อก็แค่เลือกผู้กำกับคนอื่นที่ไม่ใช่หมอนี่มันก็จบแล้ว...ใช่มั้ยครับ?” ซึงกิหันกลับมากดดันผู้เป็นพ่อ

 

“ก็...ถ้าผู้กำกับคนอื่นไม่พามาถอนตัวกันหมดล่ะนะ...”

 

“ว่ายังไงนะครับ!” ซึงกิร้องเสียงหลง

 

“เอาน่า....” ท่านประธานโบกมือไปมา

 

“เอาอะไรล่ะครับ พี่ฮยอคแจเพิ่งจะดีขึ้นเอง ทำไมจะต้องให้ไปอยู่ใกล้ๆคนแบบนั้นอีกด้วย ผมไม่อยากจะเสียพี่ชายไปอีกแล้วนะ”

 

“ใจเย็นๆหน่อยเถอะ....”

 

“ไม่เย็นแล้วล่ะครับ ผมเกลียดมัน!

 

“แต่การที่เราใช้อำนาจรองประธานกีดกันงานของเค้าแทบจะทุกอย่างตลอดมา มันยังไม่พออีกหรอลี ซึงกิ....” ท่านประธานลีเริ่มกลับมาเข้าสู้โหมดเจ้านายกับลูกน้องอีกครั้ง

 

“เอ่อ...พ่อ...รู้?”

 

“มากกว่ารู้เสียอีก ตัวซีวอนเองก็รู้แต่เค้าก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรออกมา พ่อว่ามันขี้ขลาดมากเลยนะการทำแบบนั้นน่ะ”

 

“แล้วที่มันทำก็พี่ฮยอคแจล่ะครับ สะอาดมากเลยรึไง” ซึงกิยังไม่ยอมลง

 

“จะให้พ่อบอกพี่เรารึเปล่าล่ะ ว่าเราทำอะไรลงไป” ท่านประธานฟาดฟันกันทางสายตากับลูกชายคนเล็ก

 

“ผมไม่เข้าใจพ่อเลย!” ซึงกิสะบัดหน้าหนี

 

“ชั้นเสียเงินไปตั้งหลายล้านวอนตอนฮยอคแจไปอยู่ที่เวียนนา ตอนนี้แค่อยากจะรู้ว่าเงินทีลงทุนไปนั้นมันให้กำไรสักแค่ไหน” ท่านประธานลียิ้มบางๆ

 

“หมายความว่า.......?”

 

“ให้พี่เราได้พิสูจน์ตัวเองหน่อยน่า...ว่าเค้ารู้จักคำว่าความเข้มแข็งจริงๆแล้วรึยัง”

 

“โธ่พ่อ...ผมคิดว่าพี่ฮยอคแจกำลังไปได้ดีกับพี่ฮยองจุน....”

 

“ไม่มีทางหรอก สองคนนั้นไม่ได้รักกัน”

 

“ผมกำลังพยายาม......”

 

“พอได้แล้ว....ออกไปเถอะ พ่อจะทำงาน”

 

“พ่อครับ!

 

“พูดอย่างกับว่าไม่รู้จักนิสัยของพี่เรา คิดจริงๆเหรอซึงกิ ว่าฮยอคแจเลิกรักซีวอนได้แล้วจริงๆ?”

 

คำถามเดียวจริงๆที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง ซึงกิพูดอะไรไม่ออกอีกเลย นี่ยังไงล่ะเหตุผลที่ทำให้เค้าต้องคอยเช็คพี่ชายตลอด

 

ทำทุกวิถีทางไม่ให้สองคนนั้นได้ใกล้กันอีก แต่ทำไมไม่มีใครเข้าใจเหตุผลที่เค้าต้องทำบ้าง เค้าก็แค่ไม่อยากให้พี่ชายสุดที่รักจะต้องพบเจออะไรที่มันร้ายๆอีกแล้ว

 

มันเกินไปรึไงกัน?

 

“ถ้าเกิดว่าพี่...พี่ฮยอคแจยังรักมัน แล้วยอมใจอ่อนล่ะ”

 

“ก็...สุดแล้วแต่เค้าจะตัดสินใจก็แล้วกัน” ท่านประธานลีทำท่าเหมือนจะไม่ใส่ใจ แต่ภายในใจนั้นไม่ใช่เลย

 

ซึงกิ...ลูกยังคิดอะไรตื้นๆไป นี่ล่ะเค้าถึงได้เรียกผู้ใหญ่ว่าคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน

 

เพราะเมื่อหนึ่งปีก่อนกับตอนนี้หน่ะมันไม่เหมือนกัน ซีวอนในตอนนี้ไม่เหมือนกับคนเดียวกันในปีก่อนแล้ว ทำไมเค้าจะไม่รู้ ทุกครั้งที่ซีวอนเข้ามาคุยเรื่องงาน แล้วเค้าจะแกล้งพูดเรื่องฮยอคแจขึ้นมาต่อหน้าเจ้าตัวกับเลขา

 

แม้จะแกล้งทำเป็นไม่เห็น แต่เค้ารู้สึกได้ดีเลยล่ะว่าในดวงตาสีเข้มคู่นั้นน่ะมันฉายแววของความเจ็บปวดออกมามากแค่ไหน

 

แม้ว่าจะไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันมากกว่าห้าสิบแน่ๆที่เค้ารู้สึกว่าซีวอนตอนนี้กำลังมีความรู้สึกดีๆกับลูกชายคนโตของเค้า

 

โอกาสครั้งสุดท้ายของนายแล้วชเว ซีวอน

 

ชั้นจะคอยดูอยู่เช่นกันว่านายจะทำอย่างไรกับโอกาสที่ชั้นหยิบยื่นให้แบบนี้

 

จะคว้าเอาไว้หรือผลักไสเหมือนเมื่อครั้งก่อน

 

ชั้น...ให้สิทธิ์นายเลือกแล้ว

 

 

“สวัสดีค่ะ...ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงพนักงานสาวทักทาย พร้อมกับเชื้อเชิญให้มานั่งที่เก้าอี้ไม่ได้ทำให้ฮยองจุนสนใจมากไปกว่าการสอดส่ายสายตามองหาใครอีกคนที่ตัวเองต้องการมาหาในวันนี้

 

เค้าใช้เวลาตรวจสอบจนแน่ใจแล้วนี่นา ว่าร่างบางจะต้องทำงานที่นี่ แล้วไปไหนซะล่ะเนี่ย

 

ฮยองจุนถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเริ่มสั่งอาหารมาประดับหน้าเอาไว้ก่อน ทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกหิวอะไรมากนัก แค่อยากหาอะไรมายืดเวลาที่จะได้พบกับยอนฮีซะก่อน

 

ถึงแม้จะหาเหตุผลไม่ได้หรอกนะว่าทำไมจะต้องมาเจอกันอีก สิ่งที่อยากจะทำตอนนี้มันก็มีเพียงอยากเจอเท่านั้น

 

ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องหาเหตุผลอะไรอีก ในเมื่อที่รู้สึกมันก็มีแค่นี้

 

ฮยองจุนมองไปรอบๆร้าน รู้สึกว่าวันนี้มีลูกค้าจนแน่นร้านเลยล่ะ ทั้งๆที่ร้านก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้คนเริ่มเลิกงานกันแล้วมานั่งหาทานข้าวเย็นกันล่ะมั้ง

 

แต่ดูพนักงานสิ เหมือนจะมีไม่พอรองรับจำนวนลูกค้าเลยนะ วิ่งกันมือประวิงเลย แล้วเวลาแบบนี้ร่างบางไปไหนกันนะ?

 

“กลับมาแล้วค่ะ....” ไม่ทันจะได้คิดอะไรมาก น้ำเสียงอันคุ้นหูก็เปิดประตูร้านเข้ามาซะแล้ว

 

ยอนฮีที่เดินจูงมือเข้ามาพร้อมกับซอกฮยอนในชุดเด็กนักเรียนประถม ทำให้ฮยองจุนร้องบอกตัวเองในใจ เจอแล้วเว้ย!

 

ยอนฮีชะงักปลายเท้า เมื่อเดินเข้ามาแล้วพบกับลูกค้า...หน้าคุ้น

 

ทำไมโลกนี้มันมีเรื่องบังเอิญเยอะจังเลย?

 

ร้านอาหารในโซลมีเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นร้าน ทำไมจะต้องมากินที่ร้านนี้ด้วยล่ะ

 

คุณแม่ยังสาวจะรู้ตัวบ้างรึเปล่านะ? ว่าบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่า “บังเอิญ” ซึ่งเราคิดว่า “เหนือการควบคุม” มันอาจจะอยู่ ”ภายใต้การควบคุม”ของ ”ใครบางคน”ก็ได้

 

“ยอนฮี! เร็วเข้า รีบเปลี่ยนชุดแล้วมาช่วยกันสิ” เสียงของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งทำให้ยอนฮีรีบปัดสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดออกไปให้พ้นสมองทันที

 

เธอตั้งใจจะจูงมือลูกไปรอที่ด้านหลังร้านเหมือนที่เคยทำอยู่เป็นประจำเวลาที่ลูกค้าเต็มร้านแบบนี้

 

เพราะถ้าเป็นเวลาปกติที่มีลูกค้าเล็กน้อย ซอกฮยอนสามารถนั่งที่โต๊ะที่ว่างอยู่ เพื่อดูแม่ทำงานในตอนเย็นแบบนี้ได้

 

เพราะวันนี้ลูกค้าเยอะน่ะสิ เธอจึงไม่สามารถแวะไปส่งลูกชายที่บ้านก่อนได้ มันจะทำให้เสียเวลางาน แค่ต้องคอยออกจากร้านไปช่วงเวลานี้ทุกวันเพื่อรับลูกมันก็เกรงใจมากพอแล้ว

 

แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ถ้าหากจะใช้วิธีรถรับส่ง ค่าบริการมันก็แพงแสนแพง เธอไม่มีปัญญาพอที่จะหาเงินในส่วนนั้นหรอก

 

“พี่ชายฮีโร่!!!!” ตอนที่เดินผ่านสถาปนิกหนุ่มนั้น เด็กชายตัวน้อยก็จำอีกฝ่ายได้ทันที

 

“อ้าว! ซอกฮยอน” แกล้งทำเป็นเพิ่งเห็นได้ดีจนยอนฮีชักจะหมั่นไส้จริงๆ

 

“ว้าว...มาทานข้าวหรอครับ อร่อยมั้ย” ซอกฮยอนรี่เข้าไปถามทันที

 

“ซอกฮยอน แม่จะต้องไปทำงานแล้วลูก อย่าไปกวนลูกค้าเค้า ไปนั่งรอแม่ที่หลังร้าน” ยอนฮีดึงมือข้างหนึ่งของลูกชายเอาไว้

 

“แต่ว่า....” ซอกฮยอนมองอีกฝ่ายด้วยความอาลัยอาวรณ์

 

“นั่งกับพี่มั้ย?...” ฮยองจุนรีบเสนอทันที

 

“ไม่ได้!” ยอนฮีหันไปทำเสียงแข็งใส่อีกฝ่าย

 

“แต่ผมอยากนั่งกับพี่ชายฮีโร่...” ซอกฮยอนเองก็ทำหน้าเสียดายเช่นกัน

 

“เดี่ยวผมดูแลเค้าให้เอง”

 

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ!

 

“ยอนฮีมัวทำอะไรอยู่เร็วเข้า” เสียงของเพื่อนร่วมงานที่เข้ามาเรียกอีกครั้ง ทำเอาร่างบางถึงกับพะว้าพะวง

 

ก่อนจะปล่อยมือลูกชายเพื่อเข้าไปเปลี่ยนชุดยังหลังร้าน

 

“เอาล่ะ นั่งกับพี่แล้วกันเนอะ” ฮยองจุนเรียกให้อีกฝ่ายนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามตัวเอง

 

“ดีใจจังเลย ผมได้เจอพี่ชายฮีโร่อีกแล้ว” ซอกฮยอนยิ้มแฉ่ง จน

”พี่ชายฮีโร่” ที่ว่าอดจะเอื้อมมือไปขยี้ผมเล่นไม่ได้

 

“หิวมั้ย? สั่งอะไรกินดีกว่านะ....” ฮยองจุนยื่นเมนูที่วางอยู่บนโต๊ะให้เจ้าหนูได้ดู

 

“ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวมะม๊าดุ....” ซอกฮยอนยิ้มบางๆ

 

“เฮ้ ไม่เป็นไรพี่สั่งเองนี่นา เพียงแต่พี่อิ่มแล้วเลยให้เรากิน เป็นไง...เหตุผลนี้แม่เราไม่ว่าหรอก” ฮยองจุนขยิบตาให้อีกฝ่ายเล็กน้อย

 

ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าซฮกฮยอนจิ้มไปที่เมนูหนึ่งขึ้นมา และไม่นานมันก็ถูกนำมาวางที่โต๊ะด้วยสิ

 

สถาปนิกมากความสามารถมองท่าทางการกินอย่างเอร็ดอร่อยของซอกฮยอนที มองการทำงานอย่างขยันขันแข็งของยอนฮีทีก็นึกสงสารอยู่บ้าง

 

ทำไม...ต้องทำงานหนักขนาดนี้ ถ้าคุณมีคนที่ดูแลดีขนาดนั้น?

 

“นี่แม่เราเค้าทำงานหนักขนาดนี้เลยหรอ?” ฮยองจุนลอบถาม

 

“ครับ...มะม๊าทำงานเยอะมาก เพราะเราต้องจ่ายทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ แล้วก็ค่าเรียนของผมครับ”

 

“เอ๊ะ...แล้วพ่อเราเค้าไม่จ่ายเลยหรอ?” ฮยองจุนนึกไปถึงร่างสูงที่เจอกันในวันนั้น

 

“พ่อ....ผมไม่มีหรอกครับ” ครางนี้ซอกฮยอนมีสีหน้าที่เศร้าลงนิดหน่อย

 

“แล้ววันนั้น.....”

 

“อ่อ...ปะป๊าซีวอน....” เจ้าหนูทำท่าจำได้ ในขณะที่ฮยองจุนเริ่มรู้สึกว่าในสมองมันกำลังตีกันจนวุ่นไปหมด

 

“เค้าเป็นปะป๊าของผม...แต่ไม่ใช่พ่อของผม” ซอกฮยอนยิ้ม

 

“ห๊า?....” งงหนักขึ้นไปกว่าเดิม

 

“ถ้าพ่อที่พี่หมายถึงคือคนที่มะม๊ารัก...ก็ไม่ใช่ปะป๊าซีวอนหรอกครับ” เด็กพูดแค่นั้นแล้วลงมือกินต่อ

 

ปล่อยให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งนั่งขมวดคิ้วต่อไป นี่มันหมายความว่าอะไรกันน่ะ? ไม่ใช่พ่อแต่เป็นปะป๊า มันดูพิลึก

 

แสดงว่าซอกฮยอนก็ไม่ใช่...ลูกของนายคนนั้น งั้นหรอ?

 

ถ้าอย่างนั้น...ใครล่ะ?

 

ฮยองจุนจิบกาแฟต่ออีกเล็กน้อย ฮยอคแจก็เดินทางมาถึงที่ร้านจนได้ ร่างบางตรงมาที่โต๊ะของเพื่อนแต่ก็ต้องแปลกใจว่าเจอเด็กน้อยคนนี้อีกแล้ว

 

“เอ่อ.....” ฮยอคแจหันไปถามความเห็นกับฮยองจุน

 

“สวัสดีครับ...” ซอกฮยอนยิ้มให้กับบุคคลที่มาใหม่

 

“ครับ...สวัสดีครับ” ฮยอคแจรับคำแบบงงๆ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆฮยองจุน

 

ตอนนี้ลูกค้าเริ่มจะน้อยลงแล้ว เพราะทยอยกันออกไปเรื่อยๆ

 

ยอนฮีหรี่ตาลงเพื่อข่มความเจ็บปวดตั้งแต่ที่เห็นใครอีกคนเดินเข้ามาในร้านแล้วล่ะ

 

แม้จะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเธออีกแล้วหากร่างสูงจะมีใครอีกคนในชีวิต แต่มัน...ก็ยังเจ็บอยู่จริงๆ

 

เมื่อคิดว่าที่ๆเธอเคยยืนนั้น วันนี้มีใครมายืนแทนเสียแล้ว

 

ยอนฮีกัดปากทันทีที่เห็นว่าฮยอคแจหันไปคุยแล้วหัวเราะกับลูกชายของตัวเอง ทันทีที่มือบางจะเอื้อมมือมาแตะลูกชายของเธอนั้น

 

หญิงสาวก็ตรงเข้าไปที่โต๊ะทันที

 

“ซอกฮยอนมานี่!” ยอนฮีเอามือไปดึงตัวของลูกชายก่อนที่ฮยอคแจจะทันได้จับ

 

“อะ....เอ่อ.......” ฮยอคแจหน้าเสียรีบเก็บมือทันที เพราะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ตรึงเครียดขึ้น

 

ฮยองจุนเงยหน้าขึ้นมองยอนฮีก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ซอกฮยอน มีโต๊ะว่างแล้วลูก อย่าไปรบกวนคุณลูกค้าเค้าเลย”

 

“แต่....” ซอกฮยอนทำหน้าเสียดาย

 

“เดี๋ยวนี้จะไม่ฟังแม่แล้วใช่มั้ย?” ยอนฮียื่นเสียงขาดจนเด็กน้อยต้องสลดลง

 

“ไม่เห็นจะต้องว่าลูกแรงขนาดนี้เลย” ฮยองจุนติขึ้นมา

 

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ยอนฮีหันไปทำเสียงกร้าว

 

ฮยอคแจมองคนทางซ้ายที ขวาทีก็เริ่มสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ผมรู้ว่าไม่ใช่เรื่องของผม แต่คุณทำแบบนี้เด็กจะเก็บกดเอานะ...”

 

“หึ.............” ยอนฮีสะบัดน้ำเสียง

 

“มะม๊า...” ซอกฮยอนรีบจับมือแม่ไว้แล้วโบกมือลาบุคคลทั้งสอง

 

ยอนฮีมองไปยังฮยองจุนอีกครั้งแล้วพูดออกมาเบาๆ แต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของคนฟัง

 

“อะไรที่มันจบแล้วก็ให้จบไปเถอะ โลกนี้มันกว้างอย่าต้องพบต้องเจอกันอีกเลย”

 

ฮยอคแจไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะหันไปพูดอะไรกับฮยองจุนดี เพราะแม้ว่ายอนฮีจะเดินออกไปแล้วเจ้าตัวก็ยังคงนั่งนิ่งเหมือนกำลังคิดทบทวนประโยคเมื่อครู่นี้อยู่เลย

 

“จุน.....”

 

“ไปจากที่นี่กันเถอะ” ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ ร่างบางจึงทำได้เพียงแต่รีบเดินตามเท่านั้น

 

ตลอดการเดินในถนนแถวนี้ ฮยองจุนไม่พูดอะไรออกมาจนฮยอคแจเริ่มอึดอัด

 

ฮยองจุนเดินนำมาได้ไม่นานก็พบเข้ากับม้านั่งตัวยาว จึงเดินไปนั่งลงเพื่อพักก่อน สองขาตอนนี้มันล้าจริงๆ

 

“อยากพูดหรือระบายอะไรมั้ย?” ฮยอคแจที่นั่งลงข้างๆแล้วถามออกมา

 

“มากมาย.............” ฮยองจุนเอนหลังพิงกับพนักของม้านั่งแล้วหลับตาลงอย่างเครียดๆ

 

“เอาทีละเรื่องก็ได้....”

 

“ผู้หญิงคนนั่นน่ะ...ชื่อลี ยอนฮี.....” ฮยองจุนค่อยๆเปิดปากเล่า

 

“เค้าคือ?....”

 

“คนที่ทำให้ผมต้องไปอยู่ที่เวียนนายังไงล่ะ”

 

แค่นี้ฮยอคแจก็เหมือนจะเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้วล่ะ แสดงว่าก่อนจะพบกันที่สวนสนุกในวันนั้น ทั้งสองคนนี้ก็ไม่เจอกันมาเกือบเจ็ดปีเลยล่ะสิ?

 

“โอ้...พระเจ้า.....” ฮยอคแจอุทานให้กับช่วงเวลาที่ยาวนานมากมายขนาดนั้น

 

“ผมกับเค้า...เราคบกันตั้งแต่ที่เข้ามหาวิทยาลัยมาใหม่ๆเลยล่ะ ผมรักเค้ามาก...มากขนาดที่อยากจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเค้าไปตลอดชีวิต ในตอนนั้นมันอาจจะดูเหมือนความคิดของเด็กๆก็ได้ แต่ผมก็มั่นใจจริงๆว่าผมรักเค้า...” ฮยองจุนเล่าความหลังที่พยยามจะไม่นึกถึงออกมาจนหมดเปลือก

 

ฮยอคแจมองเพื่อนด้วยความสงสาร ไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี

 

“ผมคิดว่าเรา...ไปกันได้ดี ทุกๆวันที่อยู่กับเค้า ผม...ผมมีความสุขมาก มีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงดี ทุกภาพความทรงจำระหว่างเราผมยังคงจำมันได้ทั้งหมด ทั้งสถานที่ๆเราชอบไปด้วยกัน อาหารที่เธอชอบกิน ดอกไม้ที่เธอชอบเอามากๆ การ์ตูนเรื่องโปรด...ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ผมไม่เคยลืม....”

 

“แต่แล้ว...มันก็เป็นเหมือนฝันร้ายเพราะเมื่อวานที่เราใกล้จะเรียนจบกัน ผมตั้งใจที่จะขอเค้าแต่งงานแต่เค้ากลับ...กลับบอกเลิกผมซะไม่เหลือดีเลย” ฮยองจุนซบหน้าลงกับฝ่ามือ

 

ฮยอคแจได้แต่สะท้อนใจอย่างเจ็บปวดอยู่ในอก เค้าเข้าใจดีว่าการถูกคนที่เรารักมากปฏิเสธนั้นมันทรมานแทบตายขนาดไหน

 

“หลังจากนั้นผมพยายามจะติดต่อเธอแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เธอหนีหน้าผม เราไม่ได้เจอกันอีกเลยจนกระทั่งเรียนจบ ตอนนั้นนะผมแทบไม่เป็นผู้เป็นคนเลยล่ะ เกือบจะกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว จนคนรอบข้างผมเครียดไปตามๆกัน”

 

ฮยอคแจได้ยินแบบนี้แล้วก็นึกถึงตัวเองเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เค้าเองก็คงไม่ต่างจากที่ร่างสูงพูดมาหรอก เกือบจะลืมตัวตนของตนเองจนหมดสิ้น

 

บ้าได้ทุกอย่าง...

 

“สุดท้ายผมก็เลยเลือกที่จะไปเวียนนา แล้วก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลยตลอดเวลาหกเจ็ดปี...” ฮยองจุนถอนหายใจหนักๆเมื่อเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง

 

ฮยอคแจเอื้อมมือของตัวเองไปบีบมือของอีกฝ่ายเพื่อให้กำลังใจ ในเวลานี้นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เค้าทำได้ดีที่สุดก็ได้

 

ช่วงเวลาที่เราอ่อนล้า กำลังใจ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

เค้าเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว

 

สามารถผ่านมันมาได้แล้ว และไม่คิดจะเดินกลับไปอีก

 





*****************************************
ส่งผ้าไปปักและนะทุกคน ^^' แอบปาดเหงื่อตอนจ่ายบิลค่าปัก TT'
คือต้องสั่งเผื่อมาจากจำนวนคนโอน+จองอีก - - งัดเงินตัวเองออกไปก่อน (อีกแล้ว)
ถ้าคนจองไม่จ่ายเงินทุกคน จีนตายยยย 55555555555'

มาพูดถึงฟิคบ้าง...รับรองตรงนี้เลยว่า ภาคสองเข้มข้นกว่าภาคแรกแน่ๆ
แค่นี้ล่ะ (อ้าว...) 55555'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1908 Redberrylips (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 02:02
    ซับซ้อน มาก 
    #1,908
    0
  2. #1858 ae snoopy (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2555 / 16:55


    รีบเคลียปัญญาหาเถอะสงสารแต่ละคนมากเลย
    #1,858
    0
  3. #1741 danger poppular (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 22:15
     no coment แฮะตรงจุดนี้
    #1,741
    0
  4. #1407 lovearron (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 เมษายน 2554 / 09:37
    อ้า~~~อย่าบอกนะว่าซอกฮยอนเป็นลูกองจุนอ่ะ โอ้ พระ เจ้า!!!!
    #1,407
    0
  5. #1381 euneun (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 22:16
    ฮยอกกะวอนจะได้เจอกันเเล้วใช่ใหมหนอจะรอนะไรเตอร์รีบกลับมาอัพไวไวนะ
    #1,381
    0
  6. #1380 snowvirgin (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 21:40
    อ๊ะตาจุงรู้ความลับเรื่องว่ามะใช่ลูกตาวอนแล้ว แล้วจะบอกฮยอกกี้ไม๊อ่า ส่วนยอนฮีก้อนะ ยอมให้จุงเห้อ สงสารซอกฮยอนอ่ะ

    ตาวอนพ่อตาให้โอกาสขนาดนี้แล้วน้า พยายามหน่อยๆ
    #1,380
    0
  7. #1379 tokay (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 19:20
    จุนน่าสงสาร วอนได้โอกาสแล้วก็รักษาไว้ให้ดีๆล่ะ
    #1,379
    0
  8. #1378 KYUMIN SJ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 01:21
    สงสารจุนอ่ะ
    วอนกับฮยอกจะร่วมงานกันแล้ว
    เย่ๆๆๆ
    วอนคร้าวโอกาศนั้นไว้อย่าให้หลุดมือหล่ะ
    #1,378
    0
  9. #1376 piggy-oun (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 14:13
    ดราม่ากันต่อไปเหอะ
    ทั้งสองคู่นั่นแหละ
    ซีวอนกะฮยอกแจจะได้ร่วมงานกันแล้วอ่ะ
    ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นหรือว่าจะแย่ลงก็ไม่รู้
    ตืดตามค่ะ

    #1,376
    0
  10. #1375 *Aphorist* (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 01:15
    ลุ้นทั้งสองคู่เลยตอนนี้

    วอนก็ปรับปรุงตัวเองให้ดีๆล่ะ จะได้ร่วมงานกันแล้วนะ
    #1,375
    0
  11. วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 00:40
    หมั่นไส้ชเว เหอะ เดินตามซะมั่ง สมน้ำหน้า
    #1,374
    0
  12. #1373 saranghae_nicha (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 19:10
    เฮ้อ..เมื่อไหร่ความดราม่าจะสิ้นสุดซักทีน๊า
    #1,373
    0
  13. #1360 UyunDH (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 12:56
    ชักหมันไส้ซึงกิ=='

    คือเข้าใจไง ว่าหวังดีต่อพี่มากกกกก

    รักพี่ ไม่อยากให้พี่เจ็บปวด...

    แต่บางครั้งความหวังดี มันก็สามารถทำลายอะไรดีๆได้หลายอย่าเหมือนกันนะ...



    สงสารจุนกับยอนฮีอ่ะ

    แบบเข้าใจความรู้สึกทั้งสองฝ่ายนะ

    เพราะความไม่เข้าใจกันอะไรหลายๆอย่าง

    มันน่าเจ็บปวดมาก...



    ไรเตอร์สู้ๆนะ

    ติดตามอยู่ตลอด

    ^^=V
    #1,360
    0
  14. #1359 jeabeunhyuk (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 11:04

    กริ๊ดๆๆ น่าติดตามตอนต่อๆๆไปนะน้อง
    ลุ้นไปทุกๆช่วงเลย สนุกอะ ชอบๆๆ

    รอตอนต่อๆไปนะ สวนจีน ^o^

    #1,359
    0
  15. #1358 bastree (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 08:05
    ทำไมไม่หันหน้าเข้าหากันดีๆนะ
    จุนกะฮยอกไม่ได้เป็นไรกันสักหน่อย
    #1,358
    0
  16. #1357 sanphet (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 04:55

    ตัวละครแต่ละตัว
    มีรักมั่นคงมากๆอ่ะ

    #1,357
    0
  17. #1356 [-Asteri$K-] (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 01:49
    เฮ้ออออ

    แต่ละคน....ทำไมชีวิตถึงได้ดราม่าแบบนี้เนี่ย

    แอบตกใจตรงไรท์เตอร์บอกว่าเข้มข้นกว่าภาคแรก
    น้องฮยอกเราจะเจ็บไหมเนี่ย TT^TT
    อย่าเลยนะสงสาร
    #1,356
    0
  18. #1354 Coward (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 23:12
    ดีๆๆๆ

    ดราม่าเข้าไป

    ผมชอบ 555(แอบจิต)
    #1,354
    0