{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 92 : {Accidentally}=[55]-[ความทรงจำเก่าๆ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 เม.ย. 55

                 “ไปเอาเบอร์ส่วนตัวชั้นมาจากไหน...” ฮันเกิงถามขึ้นเบาๆ

                มันคงเป็นเรื่องแปลกพิลึกถ้าเค้าจะบอกใครๆว่าอาจารย์เจย์แห่งคณะบริหารโทรมาหาเค้าแล้วนัดออกมาดื่มกาแฟ กลางบ่ายวันอาทิตย์แบบนี้

                ใครว่าไม่แปลกแต่สำหรับเค้ามันคือเรื่องมหัศจรรย์เลยล่ะ!!

                “อยู่มหาลัยเดียวกัน ถึงจะเป็นคนละคณะก็ตามเถอะ มันคงไม่ยากเกินความสามารถชั้นนักหรอก” เจย์คนกาแฟไปมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปบอกคนที่นั่งข้างๆ

                อาจารย์ประจำมหาลัยดังนั่งบริเวณเก้าอี้บาร์ติดกระจกทำให้สามารถมองเห็นผู้คนเดินไปมานอกร้านได้เป็นอย่างนี้ และในตอนนี้ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาบ้างๆแล้วด้วย

                “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชั้นแค่ต้องการจะสื่อว่านายมีธุระอะไรกับชั้นมากกว่า...” ฮันเกิงยักไหล่

                เจย์ยิ้มจางๆเล็กน้อย หลังจากยกกาแฟขึ้นจิบเรียบร้อยแล้ว

                “กับฮีชอล...เป็นยังไงบ้าง” เจย์ถามในที่สุด

                “หมายความว่ายังไง” ได้ยินชื่อนี้แล้วฮันเกิงก็ปวดใจอยู่ลึกๆ นับตั้งแต่วันนั้นแล้วเค้ากับฮีชอลก็แทบจะไม่ได้พบกันอีกเลย หรือถ้าได้พบก็มีเพียงสายตาที่จ้องมองกันเท่านั้น ไร้ซึ่งการเอ่ยทักทาย เหมือนคนไม่รู้จักกัน หรือจะเรียกว่าคนเคยรู้จักกันดีล่ะ

                เค้าเองก็ตอบไม่ได้เช่นกันว่าต้องการแบบไหนมากกว่ากันแน่ รู้เพียงแต่ไม่ว่าจะเป็นสถานะไหน ความเจ็บปวดมันก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่

                “ชั้นไม่ได้คุยกับเค้านานแล้ว เลยอยากรู้ว่าเค้าเป็นยังไงบ้าง” เจย์ยอมรับตามตรง ตั้งแต่วันที่เจอจองโมเหวี่ยงใส่เต็มชุดมาขนาดนั้น เค้าก็ไม่ได้เจอฮีชอลอีกเลย ถึงแม้จะมีเห็นจากไกลๆบ้างแต่ก็ไม่ได้เข้าไปทักทายเหมือนทุกครั้ง

                เพียงแต่มีบางอย่างบอกเค้าว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ เพราะฮีชอล เจ้าหญิงเย็นชาของคนเรียนร่วมรุ่นดูเหมือนจะเหมาะกับฉายาเจ้าหญิงน้ำตามากกว่า มันดูเหมือนคนอมทุกข์ มีแต่เงาแห่งความไม่มีความสุขลอยวนอยู่รอบๆ

                ส่วนตัวเค้าเองเมื่อได้กลับมาถามใจตัวเองดีๆอีกสักครั้ง บางสิ่งบางอย่างที่ถูกเก็บเอาไว้ภายในใจมาแสนนานมันก็พากันทะลักออกมาให้เค้าได้ต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง

                และเมื่อสองอาทิตย์ก่อน วันที่เค้าได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทตัวเองหรือก็คือพี่ชายของจองโมนั่นล่ะ หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมาหลายปี เนื่องจากหมอนี่เข้ารับการเกณฑ์ทหารเกือบสามปีเต็ม เรียกว่าเลือดรักชาติสูงเชียวล่ะครบเวลาขนาดนี้ เพราะไม่ได้คุยกันนานก็เลยทำให้ได้พูดคุยถึงเรื่องต่างๆมากมาย มันถามเหมือนกันว่าผมเจอน้องชายมันรึยัง ผมก็เลยเล่าทั้งหมดให้ฟังซะเลย เพราะเราไม่เคยมีความลับอะไรต่อกันอยู่แล้ว

                แต่พอมันถามผมถึงสัญญาอะไรบางอย่างขึ้นมานั่นล่ะ กลับทำให้นักบริหารอย่างผมถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่ามันถึงเวลารึยังที่จะทำตามสัญญาที่มีให้กับเพื่อนสนิทคนนี้

                และคำตอบเดียวที่หัวใจผมมีก็คือปล่อยฮีชอลไปเถอะ เพราะใจผมลึกๆ...มันมีคำตอบให้กับความรู้สึกของตัวเองมานานแล้ว เพียงแต่ผมไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง และในตอนนี้ผมพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างแล้วล่ะ

                ฮันเกิงมองแก้วกาแฟก่อนจะถอนหายใจเบาๆ อย่างน้อยการมีใครมารับฟังสิ่งที่มันอัดอยู่ในใจของเค้าบ้างมันก็คงจะดีเหมือนกัน

                “นายจำรุ่นพี่แทบินได้มั้ย” ฮันเกิงถาม

                “คนที่จบโรงเรียนเราใครบ้างจะไม่รู้จัก รุ่นพี่อิม แทบิน ประธานของรุ่น ประธานนักเรียน กัปตันทีมบาสเกตบอลของโรงเรียน ตัวอย่างนักเรียนดีเด่น แถมยังเป็นศิษย์เก่าที่มีรูปใส่กรอบทองอย่างดีในทำเนียบศิษย์เก่าคนสำคัญอีก ใครจะทำได้อย่างพี่เค้าบ้าง” เจย์ยักไหล่ จริงๆนะ รุ่นพี่แทบินเป็นคนเดียวที่เค้าไม่เคยคิดจะเอาชนะเลยซักครั้ง เพราะรู้ว่าถึงพยายามไปก็สูญเปล่า

                “รู้รึเปล่า...ว่าเค้าเป็นพี่เขยของฮีชอลด้วย” ฮันเกิงลองหยั่งเชิง

                “และเป็นรักฝังใจของฮีชอลด้วย นายต้องการจะบอกชั้นแบบนี้ใช่มั้ย?” เจย์เลิกคิ้วถาม

                “นายรู้...รู้มานานเท่าไหร่แล้วล่ะ” ฮันเกิงชะงัก

                “ตั้งแต่วันที่เค้าสองคนแต่งงานกันนั่นล่ะ ชั้นเองก็ไปร่วมงานแต่เห็นฮีชอลหลังอวยพรทั้งคู่แล้วก็หายไปเลย ชั้นเลยออกไปเดินหา...” เจย์ยิ้มเศร้าๆเมื่อนึกถึงภาพอดีตในวันนั้น

                “แล้ว....?”

                “ก็ไปเจอฮีชอลกำลังนั่งร้องไห้อยู่ในมุมสวนน่ะ ชั้นเองก็คิดจะเข้าไปถามนะตอนแรก แต่พอได้ยินสิ่งที่เค้าพูดออกมาก็เลยเข้าใจเรื่องทั้งหมด จะว่าไปก็เจ็บเหมือนกันนะความรู้สึกในตอนนั้น ทั้งสีหน้าและน้ำสียงของฮีชอลทำเอาชั้นแทบอยากจะถลาไปบอกรุ่นพี่แทบินให้ล่มงานแต่งนั้นเลยล่ะ” เจย์หัวเราะอย่างขมขื่น

                “แล้วนาย...” ฮันเกิงไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองต้องการจะถามอะไรกันแน่

                “หลังจากนั้นชั้นก็ไปหารุ่นพี่แทบินอีกครั้งก่อนจะบินไปเรียนต่อที่อังกฤษน่ะ พอกลับมาไม่คิดว่าฮีชอลจะยังรักมั่นมายาวนานขนาดนี้”

                “แล้วนายไปหาพี่แทบินทำไม...หรือว่าไปบอกเรื่องทั้งหมด?”

                “ตอนแรกก็ตั้งใจแบบนั้นเหมือนกันนะ แต่ไม่คิดว่ารุ่นพี่จะรู้ทั้งหมดก่อนอยู่แล้ว ชั้นว่าเค้าคงรู้มานานแล้วล่ะ และชั้นก็เลยได้รู้ว่าความจริงพี่เค้าก็รักฮีชอลเหมือนกัน”

                ฮันเกิงยิ้มเหยียด กับความจริงที่ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเค้าเป็นเพียงส่วนเกินของคนสองคนที่รักกันเท่านั้น

                “แล้วทำไมถึงเลือกพี่สาวฮีชอลแทนล่ะ” ฮันเกิงถามถึงความจริงที่แม้แต่ฮีชอลก็ไม่เคยรับรู้

                “นั่นล่ะ ชั้นก็เลยถามคำถามนี่ออกไป และพอได้รู้...ชั้นว่ามันก็ดีแล้วล่ะที่พี่เค้าตัดสินใจเก็บไว้ไม่บอกให้ฮีชอลรับรู้ออกไป”

                “เพราะ....”

                “พี่ฮีจินท้อง....” เจย์พูดสั้นๆ

                “กับพี่แทบิน?” ฮันเกิงเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ก่อนจะต้องตกใจมากกว่าเมื่อได้ยินคำพูดต่อมา

                “เพราะโดนข่มขืน”

                “ให้ตายเถอะ” ฮันเกิงสลดในใจ

                “รุ่นพี่แทบินเป็นเพื่อนสนิทของพี่ฮีจิน พอมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเค้าเลยก้าวเข้ามารับผิดชอบ และที่เค้าย้ายไปอยู่อเมริกาก็เพราะอยากให้ฮีชอลตัดใจนั่นล่ะ นายคิดว่าคนเป็นพี่สาวจะไม่รู้จักน้องชายแท้ๆของตัวเองเลยรึไง พี่ฮีจินปฏิเสธพี่แทบินแล้วแต่รุ่นพี่ก็ไม่อยากให้พี่ฮีจินต้องอับอายเลยเก็บเรื่องนี้เอาไว้ ชั้นเองพอได้ยินแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะออกความเห็นยังไงดีว่ะ ไม่รู้ว่าควรจะสงสารใครดี” เจย์ส่ายหัวไปมา

                ฮันเกิงเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ความจริงที่เราเห็นกับความจริงที่โลกมันเป็นบางทีอาจจะคนละด้านเลยด้วยซ้ำ

                “ทำไมโลกความจริงมันโหดร้ายกับคนเราขนาดนี้นะ” ฮันเกิงพูดเศร้าๆ

                “ชั้นไม่อยากเห็นฮีชอลเป็นแบบนี้เลยนะพูดจากใจ ในฐานะ...เพื่อน” เจย์พูดออกไปในที่สุด ซึ่งก็สร้างความงุนงงให้กับฮันเกิง

                “หืม?”

                “ชั้นว่าชั้นพอแล้วว่ะ ถอยออกมาเป็นเพื่อนดีกว่า อยู่ที่นายแล้วจะเอาไงต่อ” เจย์ตบบ่าอีกคนเบาๆ

                “ไม่รู้เหมือนกัน หรือชั้นควรจะถอยแบบนายดี” ฮันเกิงยกมือขึ้นมากอดอกตัวเอง

                “ชั้นตอบแทนนายไม่ได้หรอก หัวใจมันเป็นของนาย ถ้ามันส่งเสียงมาว่าให้สู้ต่อ แม้มันจะเบาแค่ไหนก็ตามเถอะ ชั้นว่า...มันก็ยังคุ้มค่าที่จะเสี่ยงนะ”

                “แล้วหัวใจนายมันไม่ส่งเสียงมาให้สู้เลยรึไง?”

                “ส่งสิ ส่งมาดังชัดเจนเลย” เจย์ยิ้ม

                “แล้วทำไมจะถอย?”

                “ก็เพราะมันบอกให้สู้กับอีกคนต่างหากล่ะ” เจย์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะกระชับเสื้อคลุมของตัวเอง

                “ไหนๆชั้นก็ถอยออกมาให้นายแล้ว กาแฟวันนี้ก็เลี้ยงชั้นหน่อยละกันนะ เพื่อน” เจย์ยักไหล่แล้วเดินออกจากร้านไป

                ทิ้งให้ฮันเกิงส่ายหัวไปมา แล้วหัวเราะกับตัวเองเบาๆ

                เสียงที่ดังอย่างบางเบางั้นหรอ? ชั้นก็เหมือนนายนั่นล่ะเจย์ มันส่งมาไม่เบาเลย...หัวใจมันสั่งให้ชั้นเดินหน้าต่ออย่างชัดเจนเลยล่ะ

 

 

 

                หลังจากที่เจรจาสงบศึกกับฮันเกิงเรียบร้อยแล้ว เจย์ก็เดินเตร่มาเรื่อยๆจนหยุดอยู่ประตูหลังของผับที่จองโมทำงานอยู่ เวลาเข้างานของเจ้าตัวคือช่วงห้าโมงแบบนี้ล่ะ ส่วนเวลาผับเปิดก็ราวๆทุ่มหนึ่ง

                ยืนรอสักพักก็เห็นเด็กโข่งตัวสูงของตนเองขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดเอาไว้ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเค้ายืนรออยู่ก่อนแล้ว

                “มายืนทำอะไรตรงนี้ไม่ทราบ” จองโมใช้น้ำเสียงหาเรื่องทันที

                นับตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวันนั้น เค้าเองก็พยายามที่จะไม่พบไม่เจอไอ้บ้านี่อีกเลย เจอเป็นหลบอ่ะจะเรียกอย่างนี้ก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงจะไม่เจอแต่เอาแต่ก็นึกเรื่องมันอยู่ตลอดเวลา ยิ่งตอนนี้พี่ชายของเค้าออกจากกรมทหารมาเรียบร้อยแล้ว ก็ยิ่งมาพูดถึงมันให้ได้ยินอีก ทำไมยิ่งเกลียดยิ่งเจอวะ!

                “นายซื้อที่ดินตรงนี้เอาไว้รึไง ชั้นถึงจะยืนไม่ได้น่ะ” เจย์เลิกคิ้วถามกลับ

                “ไอ้.....” จองโมถลึงตาใส่

                “เป็นเด็กเป็นเล็ก พูดจาให้มันหวานๆเหมือนหน้าหน่อยสิ” เจย์ขมวดคิ้ว

                “ก็เป็นคนแบบนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว ใครจะไปดีเลิศประเสริฐศรีเหมือนอาจารย์ฮีชอลคนสวยฟ้าประทานของอาจารย์เจย์คิมล่ะครับ” จองโมเบะปาก

                “ฮีชอลเกี่ยวอะไรด้วย”

                “โว๊ะ แตะนิดแต่หน่อยก็ไม่ได้”

                “อย่าพาลน่ะโมโม่” เจย์ขมวดคิ้ว

                “รู้แล้วๆว่ากล่าวถึงไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ พอใจรึยังครับ ผมจะได้ไปทำงาน” จองโมกัดปากด้วยความไม่พอใจ แต่มันกลับดูตลกในสายตาของเจย์มากกว่า

                จะให้เข้าข้างตัวเองได้มั้ยว่าไอ้ตัวดีข้างหน้านี่กำลังหึงเค้ากับฮีชอล? แต่อย่าถามออกไปเลยดีกว่า เดี๋ยวจะได้เป็นเรื่องเป็นราวอีก

                “นิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยน สู้ไม่ได้ก็ร้องไห้ ไม่พอใจก็เดินหนี ไหนบอกว่าโตแล้ว? เท่าที่เห็นก็โตแต่ตัวนิ ทีเหลือก็เป็นไอ้เด็กขี้แยคนนั้นคนเดิม” เจย์ล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทยักไหล่เบาๆ

                “ไอ้เจย์!” จองโมหลุดปาก

                เจย์ต่างหากล่ะที่กลายเป็นฝ่ายโมโหในคราวนี้ แต่ก็ไม่โต้กลับมีเพียงสายตาที่แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนเท่านั้น

                เท่านั้นล่ะจองโมก็เข้าใจแล้ว มาบอกว่าเค้าไม่เปลี่ยนตัวเองก็ใช่ว่าจะต่างไปจากเดิม พอโกรธเข้าจริงๆก็เอาแต่เงียบ แล้วกดดันให้เค้ายอมรับผิดเอง ให้ตายเถอะเกลียดช่วงเวลาแบบนี้ชะมัด

                “ขอโทษครับ เจย์ฮยอง” ก้มหน้ารับผิดจนได้

                “ไม่น่ารักเลย...” เจย์ส่ายหัวแล้วจะเดินหลบออกไป

                จองโมมองตามแผ่นหลังของอีกคนด้วยแววตาน้อยใจ

                “ก็บอกแล้ว ผมไม่ใช่อาจารย์ฮีชอลแบบที่พี่รักนี่...” แม้จะเบาแค่ไหนแต่เจย์ก็ได้ยินประโยคนี้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดเดิน เพียงแต่ก้าวช้าลงเท่านั้น

                “เออ! ไปเลย ผมมันก็เป็นแบบนี้นั่นล่ะ ไปเลย! หายไปอีกดิ สิบปีก็เคยหายไปมาแล้วนี่” จองโมตะโกนไล่หลัง

                “เพราะผมมัน...ก็ไม่เคยสำคัญอะไรอยู่แล้วนี่” จองโมกัดปากอย่างที่ชอบทำประจำเวลาไม่พอใจก่อนจะไปนั่งอิงรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของตนเองที่จอดแนบแนวกำแพงเอาไว้

                ซักพักก็รู้สึกเงาคนที่มายืนอยู่ตรงหน้าของตนเอง

                เมื่อเงยหน้าพบว่าเป็นใครรอยยิ้มมันก็เกือบจะหลุดออกมาแล้ว ดีที่เก็บอาการไว้ได้ก่อน

                “บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกกัดปาก เดี๋ยวก็เป็นแผล” เจย์บ่นเบาๆ

                “สนใจทำไมล่ะ” จองโมสวนกลับทันที

                “ดื้อ” เจย์เหยียดมุมปาก

                “เออ”

                “งี่เง่า”

                “เออ”

                “เอาแต่ใจ”

                “เออ”

                “ปากแข็ง”

                “เออ...เอ้ย! ไม่ใช่” จองโมสะดุ้ง แต่เจย์กลับยิ้มออกมา

                “ยิ้มบ้าไรห๊ะ?”

                “ไม่สบายหรอ หน้าแดงเชียว” ขอล้อสักหน่อยเถอะ

                “อากาศมันร้อนเว้ย”

                “ฝนตกแบบนี้เนี่ยนะ?” เจย์ขมวดคิ้ว

                “เออ เพราะฝนตกอากาศมันเลยร้อน จะสงสัยไรนักหนาเนี่ย” จองโมกัดปากอีกรอบจนได้

                “เลิกทำได้แล้ว ไม่ชอบ...”

                “จะทำ”

                “ไอ้อาการรั้นเนี่ยมันนิสัยเด็กชัดๆนะ” เจย์หยั่งเชิง

                “เออ เด็กก็ได้วะ ชอบย้ำจัง รู้แล้วว่าแก่แล้ว สังขารเริ่มจะไม่ไหวแล้วดิ มองว่าผมเด็กอยู่ได้” จองโมเบะปาก

                “ติ๊งต๊อง” เจย์อดไม่ไหวเขกหัวไปทีนึง

                “ผมมันไม่เคยมีข้อดีอะไรหรอก ใครมันจะไป...”

                “เทียบกับอาจารย์ฮีชอลได้” เจย์ต่อประโยคให้ซะก่อน

                “เฮอะ! ย้ำตลอด”

                “เป็นงั้นไป..” เจย์ล่ะกลุ้ม

                “ใช่มั้ยล่ะ ถ้าผมมีดีสักอย่างก็คงไม่หายไปเป็นสิบปี ผมมันน่าเบื่อ น่ารังเกียจนี่ ยังไงก็เกลียดผมอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ตอบมาดิวะ...” จองโมเริ่มพาล

                “พอล่ะ พี่ไม่คุยด้วยแล้วดีกว่า เด็กพูดไม่รู้เรื่องไม่อยากยุ่งด้วย” เจย์ยกมือยอมแพ้ แต่กลับเป็นจองโมที่ดึงเสื้อโค้ทของอีกฝ่ายเอาไว้

                “ว่าเราเอาแต่หนี ตัวเองนั่นล่ะที่หนีมาตลอด ไม่ให้ไป!” จองโมโหมดดื้อขั้นสุดยอดเริ่มแสดงอาการล่ะ

                “ไหนว่าจะไปทำงาน”

                “ช่างแม่ง”

                “โมโม่ พี่ไม่ชอบให้พูดจาแบบนี้ ปล่อยเสื้อพี่ได้แล้ว” เจย์มองมืออีกฝ่ายที่กำเสื้อของเค้าเอาไว้แน่น

                “ทำไม จะรีบไปหาอาจารย์สวยประหารหรอ”

                “พอได้แล้ว เลิกประชด คุยกันดีๆสักครั้งไม่ได้รึไง” เจย์พูดอย่างอ่อนใจ

                “ไม่อยากคุย”

                “ถ้าไม่อยากคุยก็ปล่อยสิ”

                “ไม่ปล่อย มีไรมะ” จองโมยกคิ้วกวนๆ

                “ไม่ปล่อยพี่จะจูบเราตรงนี้จริงๆด้วย ไม่อายให้มันรู้ไป” เจย์ขู่ แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เค้าเองต้องเป็นฝ่ายอึ้ง

                “เออ เอาดิ” จองโมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ตอบออกไปแบบนั้น รู้แต่ว่าตอนนี้ในใจมันมีแต่ความน้อยใจเท่านั้น จะเพราะอะไรก็ช่างมันเถอะ

                “โอ๊ย...พี่ชายเราต้องอยากกระทืบพี่แน่ๆเลย ให้ตายสิ” เจย์เสียผมด้วยความหนักใจ

                “ไม่รู้ ไม่สน ไม่รับฟัง ไม่ ม่ายยยยยยยย” จองโมปิดท้ายด้วยอาการกัดปากประจำตัว เจย์มองอดีตเด็กข้างบ้านที่นั่งอยู่บนอานรถมอเตอร์ไซค์เอาหลังพิงผนังไว้แต่มือก็ยังไม่ยอมปล่อยออกจากชายเสื้อของเค้า ก่อนจะส่ายหัวไปมา

                “ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาโทษกันนะ” เจย์พูดก่อนจะยกแขนข้างหนึ่งเท้ากับผนังไว้และใช้มืออีกข้างเชยคางของจองโมขึ้นมาประกบจูบทันที เด็กอวดดีเมื่อครู่หายวับไปทันที จองโมปล่อยปากที่กัดเอาไว้ส่งผลให้เจย์ส่งลิ้นแทรกเข้าไปแทรกทันที

                ความทรงจำเก่าๆที่เหมือนจะร่วงหล่นหายไปตามกาลเวลาย้อนเข้ามาให้เด่นชัดในใจอีกครั้งตอนนี้ เพียงแต่จองโมเท่านั้นที่เลือกจะผลักอีกคนออกในที่สุด

                “ฮึ้ย!!” ส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

                “ไปเตรียมตัวทำงานได้แล้ว” เจย์เช็ดคราบใสๆที่มุมปากอีกคน

                “ไล่...” จองโมพูดสั้นๆ แต่ก็ยอมลุกขึ้นโดยดี

                “ไม่ได้ไล่ มาเฝ้าเลยด้วยซ้ำ” เจย์บอก

                “หมายความว่ายังไง?” จองโมขมวดคิ้ว

                “ก็ถ้านายอยากให้ชั้นเลิกยุ่งกับฮีชอล...นายก็เตรียมตัวและใจของนายเอาไว้ได้เลย” เจย์ยักคิ้ว

                “ทำไม?” จองโมยิ่งงงหนัก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นช็อกมากกว่า เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

                “เพราะพี่จะมายุ่งกับนายแทนยังไงล่ะ โมโม่”

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4519 HyukJewel (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 18:07
    เขินแมะ 
    มากจ้าา T_T 
    #4,519
    0
  2. #4409 Mind-myy (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 17:41
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด  น่ารักกกกกกกกกกกก
    #4,409
    0
  3. #4284 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 19:41
    เฮ้ๆ เจย์กับโม่นี่อาร๊ายก๊านน >////<
    โม่น่ารักอะ เจถอยมาดีแล้วว
    #4,284
    0
  4. #4229 piggy-oun (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 / 15:35
    โมโม่น่ารักจัง
    ดูท่าจะสมหวังอีกคู่ละ
    #4,229
    0
  5. #4168 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2555 / 02:14
    โมโม่อากาศมันร้อนๆเนอะ
    #4,168
    0
  6. #4081 thenungning (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:49
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยย ><
    #4,081
    0
  7. #4071 OoMy (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 10:26
     กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #4,071
    0
  8. #4013 I' Saru,, (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 21:36
    โดนเต็มๆ
    =..=
    ชอบๆ
    #4,013
    0
  9. #4006 Darker-40 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 23:24
    ใจเต้นเลยดิโมโม่ =..=

    น่ารักอ่ะ
    #4,006
    0
  10. #4004 THELASKIM (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 02:02
    เจย์โมน่ารักว่ะ!

    มาต่อไวๆ> <
    #4,004
    0
  11. #4000 KIHAE*129 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 21:35
    ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    คู่นี้น่ารักเบาๆ

    โอ้วววววววววววววววววววว

    สงสารพี่ฮีจินอ่ะ

    #4,000
    0
  12. #3983 bam (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 09:58
    เจย์กับโมโม่ก็น่ารักนะเออ ชอบๆ



    อาเกิงสู้ๆนะ
    #3,983
    0