{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 90 : {Accidentally}=[54]-[ชั้นยินดีจะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 เม.ย. 55

                คยูฮยอนเอื้อมมือไปตบยุงที่แขนขาวซีดของตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วแต่ก็ต้องเนิ่นนานกว่าสองชั่วโมงที่เค้ามายืนรอซองมิน ณ ที่ตรงนี้แน่ๆ

 

                นี่มันก็เกือบสองทุ่มแล้ว ทำไมซองมินยังไม่ยอมกลับบ้านอีก นับตั้งแต่วันนั้นที่เค้าเห็นซองมินซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ใครที่ไหนก็ไม่รู้ไป เค้าวิ่งตามยังไงก็ไม่ทัน กลับมาดักรอที่บ้านก็ไม่เจอวี่แววจะเปิดไฟ

 

                บอกตัวเองว่าอาจจะแค่ตาฝาดหรือจำคนผิดไปมันก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเมื่อวานมันชัดเจนในแววตาและความทรงจำของเค้าเลย เพราะรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นมีซองมินซ้อนอยู่ข้างหลังผ่านหน้าเค้าไปต่อหน้าต่อตา หน้ามหาวิทยาลัย

 

                เค้าไม่เชื่อหรอกว่าเวลาเพียงไม่กี่วันจะทำให้ความรู้สึกของคนเราเปลี่ยนกันไปได้ง่ายๆ เค้าจะไม่ยอมให้ซองมินมาดูถูกความรักของเค้าแบบนี้

 

                และเค้าจะไม่มีวันยอมเสียอีกคนให้ใครหน้าไหนไปแน่ๆ!

 

                “ไปไหนของเค้ากันนะ นูน่า!” คยูฮยอนถามตัวเองอย่างหัวเสีย

 

                สักพักก็มีเสียงมอเตอร์ไซค์แล่นมาจอดหน้าบ้านของซองมิน เรียกสติของคยูฮยอนที่แอบมองอยู่ได้เป็นอย่างดี

 

                ซองมินถอดหมวกกันน็อกคืนให้แก่เจ้าของรถ ก่อนจะส่งยิ้มให้อีกคนที่สูงกว่าตัวเองพอสมควร ซึ่งชายนิรนามคนนั้นก็ล็อกคอซองมินเข้ามากอดแน่นๆ ทำเอาคยูฮยอนถึงกับใจเย็นไม่ไหว

 

                “ทำอะไรกันน่ะ!!!” คยูฮยอนตรงไปแยกทั้งคู่ออกจากกัน

 

                “คยูฮยอน! นี่นายมาทำอะไรที่นี่ ปล่อยฉัน!!!” ซองมินหมายถึงข้อมือของตัวเองที่ถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้แน่น

 

                “ไม่ปล่อย! ทำไมนูน่าทำแบบนี้กับผม ทำไมถึงกล้านอกใจผม?” คยูฮยอนถามอย่างเสียใจ

 

                “อะไร! ชั้นไปนอกใจนายยังไง เป็นบ้าอะไรเนี่ย?”

 

                “ก็เห็นกันอยู่ทนโท่แบบนี้เนี่ยไง นูน่ายังจะแก้ตัวอะไรอีก ไอ้หมอนี่มันเป็นใคร?” คยูฮยอนหันหน้าไปทางผู้ชายอีกคนที่ยืนงงอยู่

 

                “เค้าจะเป็นใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย นายไม่มีสิทธิ์จะมาถามอะไรทั้งนั้น!” ซองมินพยายามสะบัดมือตัวเองออก แต่ก็ไม่สำเร็จ

 

                “สิทธิ์น่ะผมมีแน่! ผมเป็นแฟนของซองมินไง!!

 

                “เราเลิกกันแล้ว!!!” ซองมินตะโกนใส่หน้าของร่างสูง

 

                “ผมไม่เคยบอกซักคำว่าผมยอมเลิกน่ะ!!!” คยูฮยอนเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

 

                “เรื่องของนาย จะคิดยังไงก็ช่าง แต่กรุณาปล่อยมือชั้น แล้วไปตามทางของนายซะ! ไม่ต้องมายุ่งกับชั้นอีก ไปให้พ้น!!!

 

                “ผมไม่ปล่อย และจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเราจะพูดรู้เรื่อง เลิกหลบหน้าผมซะที มันทำให้อะไรดีขึ้นมารึไง? สนุกมากหรอกับการทรมานผมแบบนี้น่ะ” คยูฮยอนถาม

 

                “เออ! ชั้นสนุก และยังจะสนุกแบบนี้ต่อไปอีกนานๆด้วย” ซองมินถลึงตามองอีกฝ่าย

 

                “ดี! งั้นก็เชิญทำต่อไปเลยนะ เชิญหนีต่อไปเรื่อยๆเลย เพราะต่อให้ซองมินหนีไปดาวอังคาร ดาวพลูโต หรือหนีไปกาแล็คซี่อื่น ก็ขอให้รู้เอาไว้ตรงนี้เลยว่ามันไม่มีประโยชน์ ซองมินหนีผมไม่พ้นหรอก!” คยูฮยอนกระแทกคำพูดใส่หน้าอีกฝ่าย

 

                “ปล่อย! ชั้นเจ็บ...” ซองมินพยายามดิ้นให้หลุด แต่คยูฮยอนก็บีบเอาไว้แน่นเช่นเดียวกัน

 

                และในที่สุดบุคคลที่สามที่เหมือนจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ด้วยตัวเองแล้วก็เป็นฝ่ายเข้ามาห้ามทัพ

 

                “เอาล่ะ เงียบทั้งคู่ แล้วฟังผมพูดคนเดียวนะ” เสียงที่ขัดขึ้น ทำให้ทั้งซองมินและคยูฮยอนต้องหันไปมอง

 

                “ก่อนอื่นนายน่ะ ชื่ออะไรนะ? คยูฮยอนใช่มั้ย? ปล่อยมือซองมินซะ”

 

                “ทำชั้นต้องปล่อย แล้วนายเป็นใคร” คยูฮยอนชักเสียงไม่พอใจ

 

                “ถ้านายจะใจเย็นลงซักนิดแล้วสังเกตหน่อยว่าแขนซองมินน่ะจะหักอยู่แล้วก็จะเป็นการดีมาก” ชายคนนั้นมองไปยังข้อมือของซองมินที่เริ่มเป็นรอยช้ำสีแดงๆ ทำให้คยูฮยอนยอมคลายมือลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระอยู่ดี

 

                “โอเค เมื่อสงบใจกันลงได้แล้ว ก็ขอให้เข้าไปคุยกันในบ้านดีๆเถอะ” เสียงนั้นบอกต่อไป

 

                “ไม่มีทาง! ชั้นไม่ให้เค้าเข้าไปในบ้านหรอกนะ!” ซองมินร้องทันที

 

                “ทำไม?! ห้องนอนก็เข้ามาแล้ว ทำเป็นลืม” คยูฮยอนเหวี่ยงกลับ

 

                “ก็ถ้าอยากจะยืนตะโกนเถียงกันให้ชาวบ้านชาวช่องเค้ารู้กันไปทั้งหมู่บ้านก็เอาเลยซองมิน มันไม่มีผลอะไรมากหรอก แค่แม่จะต้องเอาถุงคลุมหัวเวลาไปไหนมาไหน หรือไม่แน่ก็ร้องขอพื้นดินสูบลงไปเลยจะได้ไม่ต้องมาอายเวลารับคำนินทาน่ะ” จบข้อโต้แย้ง ซองมินสะบัดหน้าเดินนำเข้าบ้านไปก่อนทันที แต่ก่อนที่คยูฮยอนจะเดินตามเข้าไป ชายนิรนามคนนั้นก็ขัดเอาไว้ก่อน

 

                “เดี๋ยว....”

 

                “อะไร?!” คยูฮยอนถามอย่างไม่พอใจ

 

                “ผมว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกันหน่อยล่ะ” ชายคนนั้นยักไหล่เล็กน้อย

 

                “แต่ชั้นไม่มีอะไรจะคุยกับนาย” คยูฮยอนสวนกลับ

 

                “เลิกทำตาขวางใส่ผมเถอะ ผมไม่ต่อยคุณซักหมัดหรือถีบคุณซักทีสองที ก็ถือว่าเป็นโชคดีของคุณมากแล้วนะ กับสิ่งที่คุณทำไว้น่ะ”

 

                “ชั้นไปทำอะไรให้นาย” คยูฮยอนไม่เข้าใจ

 

                “คุณไม่ได้ทำอะไรผมหรอก คุณทำกับพี่ชายผมต่างหาก” เสียงนั้นเฉลยในที่สุด

 

                “พี่ชาย...หรือว่านายจะเป็น.....”

 

                “ผมชื่อลี ซองจิน ไปน้องชายแท้ๆของซองมิน และอายุเท่าคุณนั่นล่ะ ทีนี้จะเลิกอาละวาดเป็นหมาบ้าเพราะพิษรักแรงหึงได้รึยัง”

 

                “เอ่อ.....” อัจฉริยะหน้าชาไปทันที เมื่อได้รู้ความจริง

 

                “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นนั่นล่ะ ฟังผมพูดอย่างเดียว ไม่ต้องเถียงขึ้นมาด้วย ผมขี้เกียจฟัง แค่ผมจะถามคุณซักหน่อยว่าคุณจริงจังกับซองมินแค่ไหน ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณมีเหตุผลอะไรถึงต้องโกหกพี่ผม แต่ที่ผมต้องการจะรู้มากที่สุดคือคุณคิดกับพี่ผมถึงขั้นไหนเท่านั้นล่ะ” ซองจินยิงคำถามตรงทันที

 

                “ชั้นรักซองมิน ความรู้สึกน่ะมันวัดกันไม่ได้หรอก” คยูฮยอนตอบอย่างจริงจัง

 

                “ขนาดรักยังปล่อยให้เค้านั่งร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเลย เชื่อแล้วล่ะว่ามันไม่มีให้วัดได้จริงๆ” ซองจินเหยียดยิ้ม

 

                “ชั้นเองก็ไม่มีเสียใจน้อยไปกว่าเค้าหรอก” คยูฮยอนเสยผมอย่างเครียดๆ

 

                ซองจินมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณาแล้วก็ไหวไหล่ทั้งสองข้างเล็กน้อย ไม่เชิงว่าเค้าไม่ถูกชะตากับไอ้หมอนี่หรอกนะ มันก็ดูเป็นคนเอาการเอางาน และดูท่าว่าจะรักพี่ชายเค้าจริงจังขั้นบ้ามากๆแน่ๆ

 

                เพียงแต่ทั้งสองต่างกันมากเกินไปต่างหาก และไม่เคยคิดจะแก้ไขปัญหานี้ ปล่อยให้รักดำเนินไปอย่างลุ่มๆดอนๆ สุดท้ายก็เลยต้องลงเอยอย่างที่เป็นกันอยู่ ทั้งๆที่รักกันมากแท้ๆ

 

                “แล้วตอนนี้คุณคิดจะทำยังไงล่ะ?” ซองจินหยั่งเชิงถามต่อ

 

                “จะทำอะไรได้ ชั้นก็คงจะไล่ตามซองมินไปเรื่อยๆยังงี้จนกว่าเค้าจะใจอ่อนนั่นล่ะ” คยูฮยอนเอียงคอตอบอย่างจนปัญญา

 

                “ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเวลานั้นมันจะมาถึงเมื่อไหร่น่ะนะ”

 

                “ก็ช่างมันสิ จะอีกกี่เดือน กี่ปีก็ช่างมันไร ชั้นยินดีวิ่งตามเค้าไปเรื่อยๆ ถ้าเค้ามีใครเข้ามาชั้นก็จะเข้าไปขัดขวาง ชั้นยินดีจะคุยกับเค้าแม้จะต้องโดนด่ากลับมา ชั้นยินดีเดินข้างๆเค้าถ้าเค้าจะเดินหนีชั้นก็จะดึงมือเค้าไว้ ต่อให้มันต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ชั้นก็ยินดี” คยูฮยอนมองไปยังประตูบ้านที่ซองมินเข้าไปได้ซักพักแล้ว

 

                “เอาล่ะ เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ” ซองจินเองก็ยอมรับในตัวผู้ชายคนนี้แล้วเช่นกัน ถึงแม้ว่าคนตรงหน้านี้อาจจะทำผิดไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับในความหนักแน่นของเค้าจริงๆ

 

                และเชื่อว่าพี่ชายของเค้าก็คงจะไม่มีวันเลิกรักคนๆนี้ได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเองเท่านั้น ถึงเวลาตัวช่วยอย่างเค้าแล้วล่ะ!

 

                ซองมินที่แอบฟังอยู่หลังประตูและกำลังซึ้งกับคำพูดของคยูฮยอนอยู่นั้น รีบวิ่งถอยหลังไม่ทัน เมื่อซองจินเปิดประตูบ้านเข้ามา

 

                ผู้เป็นน้องชายส่งสายตาล้อเลียนอย่างรู้ทันให้พี่ชายร่วมสายเลือด จนได้รับอาการถลึงตามองกลับมา แต่ก็หาได้สนใจไม่ เดินนำทุกคนเข้าไปนั่งคุยที่โซฟารับแขก

 

                “จะคุยอะไรก็รีบคุย เสร็จแล้วก็รีบกลับไปได้แล้ว” ซองมินกอดอกแล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

 

                “ผมมีเรื่องให้พี่ช่วยหน่อยน่ะ” ซองจินเปิดประเด็น

 

                “ถ้าจะให้ชั้นช่วยแล้วให้เค้าเข้ามาด้วยทำไม” ซองมินหมายถึงอีกคนที่กำลังจ้องมาที่ตนอย่างไม่ละสายตา

 

                “ก็ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจขอความช่วยเหลือจากเค้าอีกคนไง”

 

                “หมายความว่ายังไง” ซองมินหันกลับมาถามน้องชายตัวเอง

 

                “ก็วันคริสต์มาสนี้พี่ยังไม่มีคิวไปไหนนี่นา ใช่มั้ย?” ซองจินย้อนถาม

 

                “ก็ใช่ แล้วยังไง?”

 

                “ไปทำงานช่วยผมหน่อยสิ”

 

                “งานอะไร? นายทำงานด้านอาสาอยู่นี่นา แล้วชั้นจะไปช่วยได้ยังไง” ซองมินขมวดคิ้ว

 

                “โธ่ ชื่อมันก็บอกอยู่ว่ากองอาสา ใครมีจิตอาสาก็ไปช่วยได้ทั้งนั้นแหละ พอดีว่าคนมันขาดน่ะ มันคือโครงการที่เราจัดอยู่ทุกเดือนในการส่งอาสาสมัครไปให้ความสุขแก่จุดต่างๆ ทีนี้ไอ้ศูนย์เลี้ยงเด็กที่หนึ่งอ่ะ อาสาสมัครเค้าดันขอลาในเดือนนี้เพราะมันตรงกับวันคริสต์มาสนั่นล่ะ ผมเลยอยากให้พี่ไปช่วยหน่อย” ซองจินอธิบาย

 

                “แลวชั้นจะต้องทำอะไรบ้าง ทำไมนายไม่ไปซะเองล่ะ”

 

                “ก็แค่ไปจัดกิจกรรมให้ความสนุกพวกเด็กกำพร้าน่ะ ผมรู้พี่ทำได้ ก็จะมีไปมอบของขวัญเลี้ยงขนมพวกเค้า อะไรแบบนี้ล่ะ”

 

                “แล้ว...มันเกี่ยวอะไรกับเค้าด้วยล่ะ” ซองมินทำปากยื่นไปหาอีกคน

 

                “ก็ให้ทั้งพี่และคยูฮยอนไปด้วยกันไง” คำพูดของซองจินจุดประกายในแววตาของคยูฮยอนได้ทันที

 

                “ไม่มีทาง!” ซองมินลุกขึ้นยืน

 

                “ทำไมกันล่ะ พี่ช่วยผมหน่อยไม่ได้รึไง”

 

                “ไอ้ช่วยน่ะช่วยแน่ แต่ชั้นไม่ไปกับเค้าหรอกนะ”

 

                “ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ ซองมิน” คยูฮยอนลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับอีกคน

 

                “เพราะชั้นไม่อยากเห็นหน้านายไง ได้ยินชัดมั้ย?”

 

                “ชัด! แต่ไม่เชื่อ” คยูฮยอนสวนทันที

 

                “เอ๊ะ!!” คนที่ขนาดส่วนสูงน้อยกว่าถลึงตาอย่างไม่พอใจ

 

                “พอทั้งคู่ ถือว่าผมขอร้องก็แล้ว ผมจะพาทั้งคู่ไปส่งที่สถานที่พร้อมของต่างๆ และอยู่ด้วยจนถึงสิบโมงเช้า หลังจากนั้นจนถึงหกโมงเย็น ก็เป็นหน้าที่ของพี่และคยูฮยอนแล้วนะ เพราะผมจะต้องไปดูที่อื่นต่อ เข้าใจนะ” ซองจินตัดบท

 

                “ชั้นยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะยอมไปกับเค้า” ซองมินไม่ยอม

 

                “งั้นผมก็ขอบอกพี่ไว้ตรงนี้เลยว่า พี่ต้องไป เพราะมันเป็นคำขอร้องของผม ซึ่งพี่ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใดๆทั้งนั้น เข้าใจ๊?” ซองจินเลิกคิ้วถาม

 

                ซองมินทำหน้ายู่หันไปทำตาขวางใส่น้องชายตัวเองที ใส่อีกคนที่ยืนทำตาวิบวับที แล้วสะบัดหน้าเดินขึ้นบันไดไปทันที

 

                “ไม่มีใครได้ดั่งใจซักคน!!!!!

 

                “เอ๊า ว่าไปนั่น” ซองจินบ่นไล่หลัง

 

                คยูฮยอนมองตามหลังของคนรักไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ หนทางจะทำให้ซองมินยอมใจอ่อนนี่มันไม่ง่ายเลยแฮะ

 

                แต่มันก็รักไปแล้วนี่นา ทำยังไงได้ล่ะ จะให้ถอยตอนนี้มันก็สายเกินไปซะแล้ว มีแต่จะต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้น!

 

               

 

 

 

                “พี่ทงฮวากับแฟนจะมาถึงวันนี้ใช่มั้ยครับ ยอโบ” คิบอมหันไปถามบุคคลที่ตนกำลังจูงมือเดินไปตามริมแม่น้ำ

 

                “เห็นแม่บอกว่าอย่างนั้นนะ แต่ไม่รู้จะมาถึงบ่ายหรือตอนเย็น” ทงเฮเอื้อมมือไปใช้ผ้าเช็ดหน้าซับตามไรผมบริเวณหน้าผากของคนรัก

 

                “ผมรู้นะว่าทงเฮกำลังตื่นเต้นที่จะได้เจอพี่สะใภ้น่ะ” คิบอมล้อ

 

                “ก็นิดนึงนั่นล่ะน่า”

 

                “นี่ ยอโบ...ถามอะไรหน่อยสิ” คิบอมหยุดเดิน แล้วพาทงเฮนั่งลงที่พื้นทราย

 

                “หืม?...ว่าไง” ทงเฮที่นั่งลงข้างๆร่างสูงแล้วก็ขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ

 

                “ทงเฮจริงจังกับความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่แค่ไหนหรอ” คำถามของคิบอมทำให้ทงเฮต้องกลับมาย้อนถามตัวเองอย่างจริงจัง

 

                อาจจะดูเหมือนว่าพวกเค้าทั้งสองคนพอใจกับสิ่งที่ต่างเป็นให้แก่กันและกันอยู่ในตอนนี้แล้ว แต่ถ้าหากมองไปถึงแง่ของอนาคต ไม่สิ พวกเค้าทั้งคู่ต่างไม่เคยไปโฟกัสถึงมันเลยด้วยซ้ำ อีกไม่นาน คิบอมก็จะครบกำหนดที่จะต้องเดินทางกลับอเมริกาแล้ว แล้วเรื่องราวของเราทั้งคู่ต่อจากนั้นล่ะ?

 

                “ก็....แล้วนายล่ะ?” ทงเฮตัดสินใจเปลี่ยนจากตอบเป็นฝ่ายย้อนถามอีกฝ่ายแทน

 

                “ผมว่าแล้วว่าทงเฮจะต้องไม่ยอมตอบ ขี้โกงจริงๆ” คิบอมดุปนยิ้ม ก่อนจะกระชับมือที่กำลังกุมมือร่างบางให้แน่นขึ้นไปกว่าเดิม

 

                “อะไร ใครว่าชั้นจะไม่ตอบ ชั้นแค่อยากรู้คำตอบของนายก่อนเท่านั้นเอง” ทงเฮเถียง

 

                “โหย นี่สมัยเรียนประถมเป็นพวกชอบลอกข้อสอบใช่มั้ยเนี่ย” คิบอมหัวเราะ

 

                “นี่นายอย่ามาใส่ร้ายชั้นนะ”

 

                “ฮ่าๆ โอเคๆ ผมตอบก่อนก็ได้ คนอะไรขี้โกงชะมัด ผมจริงจังแค่ไหนน่ะหรอ ก็...ผมวางแผนไว้แล้วนะ” คิบอมยิ้ม

 

                “วางแผน? แผนอะไร?” ทงเฮสงสัย

 

                “ก็หลายอย่างเลยล่ะ” คิบอมยักไหล่

 

                “ลองยกตัวอย่างมาก็ได้ ชั้นอยากรู้ นะๆ” ทงเฮบีบกระชับมือที่ตัวเองกำลังกุมอยู่ด้วยความอยากรู้

 

                “ก็มีทั้งว่าผมจะเรียนต่อคณะอะไร จบมาจะทำงานอะไรจะได้มีเงินเป็นของตัวเองเยอะๆ ผมควรจะซื้ออะไรดีระหว่างคอนโดกับบ้าน ถ้าเราอยู่กันสองคนจะใช้ชีวิตแบบไหน ผมมองไปว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่เกาหลี หรือจะพาทงเฮไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกัน ถ้าเราไปอยู่ที่นั่นเอาจริงๆผมก็อยากมีธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง แล้วผมก็ยังคิดอีกด้วยนะว่าเราควรจะทำประกันเพื่อกันและกัน เพราะในตอนแก่ถ้าหากผมเป็นอะไรไปก่อนทงเฮก็ยังสบาย....แล้ว.....” คิบอมรับแรงโถมของคนที่โผเข้ามากอดตัวเอง

 

                “ฮึก.....” ทงเฮบ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว

 

                “ร้องไห้ทำไมครับยอโบ...” คิบอมพาลทำอะไรไม่ถูก

 

                “ก็นายอ่ะ...นาย...ฮึก...นายนั่นล่ะ”

 

                “ผมทำอะไรล่ะครับ นาย นาย นาย แล้วผมจะรู้เรื่องมั้ย” คิบอมถามปนขำ แต่ก็ยกมือขึ้นกอดตอบคนรักเช่นกัน

 

                “นายพูดแบบนั้นทำไมล่ะ ฮือ....” ทงเฮร้องไห้ขึ้นไปใหญ่

 

                “ก็ทงเฮถามผมก็ตอบไง ทำไม ผมพูดอะไรผิดงั้นหรอ”

 

                “ไม่อ่ะ...แต่มัน...ฮือๆ...ชั้นแค่ดีใจ”

 

                “โธ่ ดีใจเค้าให้ยิ้มหรือว่าหัวเราะครับยอโบ ไม่ใช่ให้ร้องไห้แบบนี้ ผมใจเสียหมดเลย” คิบอมเขกหัวร่างบางเบาๆ

 

                “ก็ชั้นห้ามไม่ได้นี่นา นายอ่ะ พูดเหมือนว่าจะอยู่กับชั้นตลอดไป” ทงเฮกอดอีกคนแน่นๆ

 

                “อ่าว...มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นสิครับ ทงเฮ” คิบอมยิ้มให้กับคำพูดของอีกคน ก่อนจะลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ

 

                “มันยากมากเลยนะครับ กว่าที่คนสองคนที่ต่างเคยใช้ชีวิตเป็นของตัวเองจะได้เดินทางมาเจอกัน กว่าผมจะได้เจอทงเฮที่นี่ผมต้องรอมา18ปี กว่าจะได้ทงเฮมาครอง กว่าจะได้เป็นเจ้าของหัวใจทงเฮ กว่าเราจะได้มายืนกอดกันในวันนี้ มันไม่ง่ายเลยนะครับ ทงเฮลองคิดดูนะ...” คิบอมพูดช้าๆเหมือนกับต้องการหยุดเวลา ณ ตอนนี้ให้ตนและคนรักได้มีช่วงเวลาดีๆแบบนี้ร่วมกันไปอีกนานแสนนาน

 

                “ถ้าหากว่าวันนั้นผมไม่เดินไปที่บอร์ดข่าวของโรงเรียนผมก็คงไม่รู้ว่ามีทุนแบบนี้ ถ้าผมเลือกที่จะไปประเทศอื่นผมก็คงไม่ได้มาพักที่บ้านของทงเฮ ถ้าหากวันนั้นผมตัดสินใจอีกแบบผมคงไม่ได้เจอทงเฮ เราคงไม่ได้รู้จักกันและผมก็ไม่สามารถนึกภาพได้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไรอยู่และใช้ชีวิตแบบไหน แต่ ณ วันนี้ ตอนนี้ เวลานี้ผมได้เจอความรักจากคนที่ผมเฝ้ารอมาตลอดแล้ว คือทงเฮยังไงล่ะ ผมคงโง่มากถ้าหากปล่อยให้คุณหลุดมือไป” คิบอมลูบผมร่างบางอย่างทนุถนอม

 

                “ชั้นรักนายนะคิบอม ขอบคุณที่มีนายอยู่ตอนนี้ ขอบคุณมากๆ” ทงเฮกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นไปอีก

 

                “ผมก็รักทงเฮครับ รัก...รักมากมายเลย” คิบอมยิ้มอย่างมีความสุข

 

                ขอให้ช่วงเวลาดีๆแบบนี้ อยู่กับเราไปอีกนานเท่านานตราบที่เรายังคงรู้สึกว่าเรารักกัน

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4518 HyukJewel (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 17:50
    ใจพี่ซองมินทำด้วยหินป่ะเนี่ย แข็งสุด
    #4,518
    0
  2. #4408 Mind-myy (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 17:36
    คยูสู้ๆนะ
    #4,408
    0
  3. #4283 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 19:36
    คยู น้องชายลูกมันเป็นน้องชายใจเย๊นน สู้ๆนะเฮ้ย มินแกเมื่อไหร่จะใจอ่อนห๊ะ
    บอมแกทำฉันน้ำตาปริ่ม TT
    #4,283
    0
  4. #4228 piggy-oun (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 / 15:22
    คยูสู้ ๆ นะ
    เดี๋ยวซองมินก็ใจอ่อน
    #4,228
    0
  5. #4167 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2555 / 02:02
    โหบอมคิดไกลมบกอ่ะ โค-ตรจริงจังเลย
    #4,167
    0
  6. #4080 thenungning (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:45
    ซึ้ง ><
    #4,080
    0
  7. #4070 OoMy (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 10:10
    ซี้งอะ T^T 
    แฟนทงฮวานี่น้องบอมป่าวหว่า
    #4,070
    0
  8. #4012 I' Saru,, (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 21:29
    บอมทำซึ้งอ่ะ
    T_T
    #4,012
    0
  9. #4005 Darker-40 (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 23:15
    ซึ้งอ่ะ บอมมันจริงจังมาก

    หมวยเเต่งเลยยยยยยยย T^T
    #4,005
    0
  10. #3999 KIHAE*129 (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 21:26
    โอ้ TT^TT

    บอมมี่สุดยอดมากอ่ะ
    #3,999
    0
  11. #3882 yaimajunk (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 21:41
    บอมทำซึ้ง คิดวางแผนครอบครัวระยะยาวจริงๆ
    #3,882
    0
  12. #3878 *Aphorist* (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 17:15
    ซองจินมาแล้ว!!!  > <

    ช่วยให้คยูมินคืนดีกันให้ได้นะ


    บอมซึ้งมาก T^T

    อิจฉาหมวย ฮ่าๆๆ
    #3,878
    0