{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 87 : {Accidentally}=[51]-[เมื่อเราเลิกวิ่งหนีหัวใจตัวเอง]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

                มินโฮเปิดประตูบ้านของพี่ชายคนสนิทซึ่งตั้งอยู่ติดกับบ้านของตัวเองมาด้วยสภาพอารมณ์เหงาหงอย เป็นเวลากว่าสองอาทิตย์แล้วตั้งแต่วันนั้น วันที่เค้าตัดสินใจผลักใครบางคนให้ออกไปจากชีวิต

 

                ทั้งๆที่น่าจะดีใจที่ไม่ต้องมีคนมาคอยตามตื๊อ มาคอยตามบังคับให้ทำนู่นทำนี่ เค้าควรจะดีใจสิ แต่ทำไมชีวิตมันเหมือนกับว่ามีบางอย่างได้ขาดหายไป ไม่มีอะไรแล้วแววตาดุๆ น้ำเสียงเอาแต่ใจ หรือแม้แต่ท่าทีแตะเล็กแตะน้อยของคนๆนั้น

 

                ยากจริงๆที่จะปฏิเสธว่าเค้าไม่เคยคิดถึงไอ้บ้านั่นเลย ชิม ชางมิน นายทำอะไรกับชั้น...นายทำให้ชั้นกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

                “อ้าว...มาทำไม?” เสียงของคนคุ้นเคยดังขึ้นมาจากโซฟาห้องนั่งเล่น ทำให้มินโฮต้องเดินเข้าไปหาต้นเสียง

 

                “ทงเฮฮยองอยู่มั้ย?” มินโฮถามเนือยๆ จนคิบอมต้องขมวดคิ้ว

 

                “ไปทำงานกว่าจะกลับก็สองทุ่มนั่นล่ะ ทำไม? นายมีอะไรกับที่รักชั้นรึไง” คิบอมยักคิ้วกวนๆเหมือนที่เคยทำ แต่วันนี้กลับแปลก ไอ้เด็กนี่แทนที่จะต่อปากต่อคำกับเค้าเหมือนทุกครั้งกลับทำหน้าเหมือนลูกหมาโดนทิ้งยังไงยังงั้น

 

                ไอ้ชางมินก็อีกตัว บ่นอยู่ได้จนเค้าแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว จะหันไปขอความช่วยเหลือจากคยูฮยอนก็เหมือนจะไม่ได้ผล รายนั้นก็ปัญหาหัวใจรุมเร้าเช่นกัน

 

                นี่มันช่วงเวลาบ้าบออะไรกันเนี่ย!!!

 

                มินโฮยืนนิ่งอยู่หน้าโซฟาตัวที่คิบอมนั่งอยู่ สองมือกำเข้าหากันแน่น อยากจะถามว่าใครคนนั้นเป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า แต่ปากมันก็หนักเกินกว่าจะถามอะไรออกไป

 

                “อะไรกันเนี่ยวันนี้ยีราฟฟี่ตัวแสบลืมเอาปากมารึยังไงนะ” คิบอมล้อเลียนอีกฝ่ายด้วยชื่อที่ชางมินชอบใช้ ทำให้มินโฮเผลอน้ำตาร่วงออกมา จนคิบอมหน้าเหวอ

 

                “เฮ้ย! ร้องไห้ทำไม ชั้นขอโทษ” คิบอมรีบลุกขึ้นมาจับไหล่อีกฝ่ายทันที

 

                “ฮือๆ...ฮึกๆ....ฮือ.....” น้ำมูก น้ำหู น้ำตาไหลมาไม่ขาดสายแล้ว มินโฮร้องไห้ไปเอามือปาดไปยิ่งทำให้คิบอมเครียดหนักกว่าเดิม

 

                “โอ๊ย...เจ้ามินน้อยอย่าร้องเลยนะ เดี๋ยวไอ้มินใหญ่มันรู้เข้าจะตามมาฉีกอกชั้น” คิบอมละล้าละหลังไม่รู้จะทำอะไรดี ในขณะที่มินโฮยิ่งได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับชางมินก็ยิ่งร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม

 

                “พี่คิบอม...ฮือ...!” ถ้าเป็นเวลาอื่นเนี่ยคิบอมคงสะใจมากที่ได้ยินคำว่าพี่จากไอ้เด็กคนนี้ แต่ดูตอนนี้อารมณ์นั้นมันไม่มีเลยสักนิด เพราะน้องน้อยคนนี้โผเข้ากอดเค้าแล้วร้องไห้หนักขึ้นซะงั้น

 

                เยี่ยม...ร้องไห้เพราะกูไม่พอ มาโดดเข้ากอดแบบนี้อย่าว่าแต่ฉีกอกเลย ถ้าชางมินรู้เข้ามันกระทืบเค้าจมดินส่งไปนรกทางลัดเลยล่ะ

 

                มือหนาควานหาเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงของตัวเองและอาศัยช่วงที่มินโฮยังคงร้องไห้นั่น ยื่นไปกดข้อความทางด้านหลังอีกฝ่ายเพื่อส่งข่าวหาเพื่อนสนิทตัวเองทันที

 

                ร้องไห้ใหญ่เลย เด็กแกอ่ะรอไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีข้อความส่งกลับมาทันที โชคดีนะเนี่ยที่เค้ายังคงเปิดระบบสั่นเอาไว้

 

                อยู่ไหน?!’ ไม่ต้องบอกก็รู้ตอนนี้ชางมินคงกำลังวิ่งเต้นแทบบ้าเลยล่ะ คิบอมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจส่งบางอย่างออกไป

 

                แกฟังเอาเองก็แล้วกัน จะถามเท่าที่พอจะนึกออกเมื่อส่งข้อความแล้ว คิบอมจึงโทรศัพท์ไปยังเบอร์ของชางมินเช่นกัน แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อของตัวเองเอาไว้ โดยที่ไม่ลืมเร่งเสียงให้ดังสุด

 

                “พอก่อนมินโฮ หยุดร้องก่อน” คิบอมพาน้องมานั่งบนโซฟา ก่อนจะส่งกระดาษให้ซับน้ำตา

 

                “ฮึก...ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นอย่างนี้เลยนะพี่ ฮือๆ...ผมไม่รู้ว่ามันจะรู้สึกอะไรขนาดนี้ แต่ผม...ฮือๆ...ฮึก...” มินโฮเหมือนเก็บกดความรู้สึกมานาน เมื่อมีใครสักคนมารับฟังจึงอยากพูดออกไปให้หมดเพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี

 

                “ใจเย็นๆก่อนมินโฮ ไม่มีใครตายนะเว้ย อย่าร้อง หยุดๆ” คิบอมพยายามทำให้คนตรงหน้าสงบให้ได้ก่อน เพราะรู้ว่าปลายสายที่กำลังฟังอยู่คงเตรียมก่อร่างกลายเป็นพายุในไม่ช้านี่แน่ๆ

 

                “พี่คิบอม...ผมคิดถึงเค้าอ่ะ จริงๆนะ ผมไม่อยากยอมรับหรอก แต่ผมคิดถึงมันมากๆเลย คิดถึงตลอดเวลา ทำอะไรมันก็เอาแต่คิดถึง...” มินโฮเบะปากเตรียมจะร้องอีกระลอกแต่คิบอมยกมือห้ามเอาไว้ก่อน

 

                “คิดถึงใคร?...” ขอแกล้งโง่สักวันเหอะ

 

                “ก็เพื่อนพี่นั่นล่ะ ผมคิดถึงไอ้โหดนั่นอ่ะพี่ ผมต้องบ้าไปแล้วใช่มั้ย? ผมต้องไปโรงบาลรึเปล่าอ่ะ ผมไม่อยากเป็นแบบนี้เลย ผมต้องป่วยแน่ๆลย ฮือๆ...” มินโฮส่ายหัวไปมา จนคิบอมอยากจะเขกหัวเรียกสติซักครั้ง

 

                “แบบนี้เค้าไม่ได้เรียกว่าป่วยหรอก เค้าเรียกว่ารัก” คิบอมพูดสั้นๆ

 

                “รัก?!” มินโฮไม่อยากจะยอมรับ

 

                “เอาง่ายๆนะ...นายตอบตามที่พี่ถามแล้วกัน ห้ามพยักหน้าหรือส่ายหน้านะ ต้องตอบให้มีเสียงเอาให้ชัดๆด้วย” ไม่ทิ้งลายเจ้าเล่ห์เลยนะคิม คิบอม

 

                “ครับ...” มินโฮซับคราบน้ำตาอีกครั้ง

 

                “เวลาที่นายอยู่ใกล้ชางมิน หรือได้สบตามันอ่ะ นายรู้สึกยังไงล่ะ?” คิบอมรอฟังคำตอบในขณะที่สมองก็พยายามนึกคิดคำถามข้อต่อไปอีกด้วย

 

                “พี่อย่าบอกมันนะ รับปากด้วยล่ะ แต่ผมใจเต้นอ่ะพี่ ขนาดผมว่าผมชอบทงเฮฮยองยังไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เต้นเหมือนคนวิ่งมาราธอนเลย ผมไม่กล้าสบตามันด้วย เพราะกลัวก็ใช่ตามันโหด แต่เวลามันทำสายตาวิบวับแบบที่พี่ชอบทำใส่ทงเฮฮยองมันยิ่งเต้นถี่หนักกว่าเดิมอีก ผมก็ไม่รู้ต้องทำหน้ายังไงอ่ะ” มินโฮทำหน้ามุ่ย

 

                “แล้วเวลา...นายโดนชางมินจับมือ...หรือว่ากอดล่ะ...” คิบอมอยากจะขำให้ความไร้เดียงสาของไอ้แสบนี่จริงๆเลย เชื่อแล้วล่ะว่ามันเกิดมาเพื่อชางมิน เหมาะสมกันไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

                “ผมรู้สึก....ดีฮะ บางครั้งก็ไม่อยากปล่อยมือมันเลย หรือถ้าโดนกอดผมก็อยากกอดตอบนะ แต่ไม่เอาอ่ะ เสียฟอร์มแย่”

 

                “ก็ทิฐิกันอยู่แบบนี้นี่ล่ะนะ ถึงไม่เข้าใจกันซักที” คิบอมยักไหล่

 

                “ก็มันหล่อเลือกได้ขนาดนั้น จะให้ผมมั่นใจได้ไงล่ะพี่ ผมกลัวนะ กลัวพวกพี่ทั้งสองคนนั่นล่ะ” มินโฮโพล่งออกมา

               

                “กลัว? กลัวบ้าอะไร?” คิบอมไม่เข้าใจ

 

                “ก็มันอ่ะหน้าตาดี เออผมยอมรับมันหล่อถึงขั้นหล่อมาก เรียนก็เก่ง บ้านก็รวย สาวๆสวยๆชอบมันเยอะแยะ แล้วพี่ดูผมดิ ผมมีไรมั่งอ่ะ สูงโย่ง ผอมกะหร่อง เรียนวิทย์ก็ไม่เอาไหน นิสัยยิ่งแย่ ไม่มีไรเหมาะกะมันเลยด้วยซ้ำ แต่มันยังมาตามตื๊อทำแบบนี้กับผมอีก ผมกลัวว่าพวกพี่จะวางแผนแกล้งผมเฉยๆ” ไหนๆก็พูดล่ะ บอกให้หมดเลยละกันวะ

 

                “โอย...นี่นายดูหนังการ์ตูนมากไปรึเปล่า เห็นพวกชั้นว่างขนาดนั้นเลยรึไง” คิบอมนวดขมับ ไม่รู้ว่าคนที่ฟังทางโทรศัพท์นี่จะเป็นยังไงบ้าง

 

                “ไม่มาเป็นผมพี่ไม่รู้หรอกว่ามันทั้งกลัวทั้งกังวลแค่ไหน บางทีไม่โทรมาวันนึงผมก็คิดแล้วว่าเค้าคงเบื่อ หรือไม่มารับผมที่โรงเรียนเนี่ยผมแค่ไม่อยากพูดนะ...” มินน้อยยกมือกอดออกตัวเอง

 

                “โดนมัน....จึ้กรึยัง” หลังจากเงียบไปพักหนึ่งคิบอมก็ถามออกมา

 

                “ห๊ะ?” มินโฮแม้จะไม่เข้าใจนักแต่หน้าก็ขึ้นริ้วแดงขึ้นมาทันที

 

                “ก็นั่นล่ะเห็นมันเข้านอกออกในบ้านสบายซะขนาดนั้น เคยพาเข้าห้องนอนรึยัง?” คิบอมถามปนขำ เชื่อว่าป่านนี้เพื่อนตัวดีของเค้าคงเตรียมลับมีดไว้ฆ่าเค้าแล้วล่ะ

 

                “เคยแล้ว...” มินโฮตอบพาซื่อ

 

                “ห๊ะ? นายมีอะไรกับมันแล้วหรอ?” คิบอมถามอย่างลืมตัว

 

                “เฮ้ยบ้า! ไม่ใช่ แค่เข้าไปติวการบ้านให้” มินโฮตาเบิกกว้าง

 

                “อ่อ...แล้วนายจะเอาไงต่อล่ะ?”

 

                “ไม่รู้ เค้าหายไปเกินสองอาทิตย์แบบนี้คงเบื่อผมจริงๆแล้วนั่นล่ะ” มินโฮทำหน้าเศร้า

 

                “ไม่หรอกน่า อย่ามองโลกในแง่ร้ายสิ” คิบอมพยายามปลอบ

 

                “ไม่เป็นไร ผมเข้าใจอย่างว่านั่นล่ะ ผมมันก็แค่เด็กที่เค้าอยากเอาชนะ...ขอบคุณนะฮะพี่รับฟัง ผมว่าผมกลับบ้านก่อนดีกว่า” มินโฮพูดจบก็ลุกขึ้นยืน

 

                “มาไวไปไวเว้ย....เดี๋ยวก่อนสิ” คิบอมเรียกไว้ก่อนที่มินโฮจะออกจากบ้านไป

 

                “หืม?”

 

                “แนะนำง่ายๆได้อย่างเดียวนั่นล่ะนะ...อย่าหนีหัวใจตัวเอง” คิบอมยักคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อเมื่อเห็นว่ามินโฮออกจากรั้วบ้านไปเรียบร้อยแล้ว

 

                “เฮ้ย...อยู่ไหนวะ”

 

                “ข้างบ้านแก” ชางมินตอบด้วยน้ำเสียงติดจะหอบเล็กน้อย

 

                “โอ้โห...ไวปานหายตัว” คิบอมอดอึ้งไม่ได้ เพราะจากสถานที่เรียนพิเศษของชางมินมาถึงที่นี่เรียกได้ว่าใช้เวลาไม่น้อยเลยนะ ไอ้นี่มันสู้เพื่อรักจริงๆ

 

                “แกอย่ามาพูดมาก เสร็จเรื่องนี้ชั้นจะเตะปากแกแน่ ถามอะไรเด็กชั้น”

 

                “ฮ่าๆ...เอาน่ายังไงก็จัดการให้มันเรียบร้อยทีเหอะ ชั้นปวดหัวกับแกและไอ้คยูมากเลย”

 

                “อืม...ขอบใจมากนะ แค่นี้ล่ะ มินโฮเข้าบ้านมาแล้ว” ชางมินพูดก่อนจะวางสายไป ทิ้งให้คิบอมยิ้มกับหน้าจอมือถือที่เป็นรูปตนเองกับพี่หน้าหวานที่รัก

 

                “ความรักนี่มัน...วุ่นวายจังเลยนะครับยอโบ”

 

 

 

                เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านตัวเองมา มินโฮก็ได้เจอกับโน้ตที่แปะไว้บนโต๊ะว่าวันนี้แม่ของเค้าจะไปค้างที่ทำงานของพ่ออีกแล้ว เฮ้อ...นอนคนเดียวอีกแล้วสินะ

 

                มินโฮเบะปากอย่างปลงๆก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนตัวเองพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อนักเรียนและเข็มขัดกางเกงไปด้วย กะว่าจะอาบน้ำแล้วนอนสักตื่นจากนั้นค่อยลุกมาคิดอะไรต่อ แต่ทว่าเมื่อไปถึงห้องนอนตัวเองก็พบว่ามีใครมานั่งรออยู่กันแล้วน่ะสิ

 

                “อะ...เอ่อ....” มินโฮพูดอะไรต่อไม่ถูก ได้แต่ใช้มือหนึ่งพยุงกางเกงที่เกือบจะลงไปกองอยู่กับพื้นพร้อมบ็อกเซอร์ให้ขึ้นมาเกาะอยู่ที่เอวอย่างหมิ่นเหม่ ความคิดถึงที่อัดแน่นมาตลอดหลายวันมันแล่นขึ้นมาปะทุอยู่ในอก ยิ่งได้สบสายตาที่จ้องมองมาด้วยนี่แล้ว ยิ่งอยากจะวิ่งเข้าไปกอด จริงๆนะ

 

                ชางมินมองอีกคนด้วยแววตานิ่งสงบ เค้ายังเหนื่อยจากการเดินทางจากสถานที่เรียนพิเศษให้มาถึงที่นี่ให้เร็วที่สุดด้วยนั่นล่ะ เอาจริงๆสิ่งที่ได้ยินนั้นก็ทำให้เค้ารู้สึกผิดหวังไม่น้อย ไมม่คิดว่าคนตรงหน้าจะมองเค้าแง่ร้ายขนาดนี้

 

                แต่ก็ดี ได้รู้ซักทีว่าผิดใจกันเพราะอะไร จะได้สะสางให้มันจบๆไปเลยทีเดียว

 

                “มานี่...มาให้กอดทีซิ” ชางมินกางแขนออก แต่มินโฮยังมองกลับมาด้วยแววตาหวาดระแวงมืออีกข้างยกขึ้นมาปิดสาบเสื้อของตัวเองเอาไว้

 

                “มาทั้งอย่างนั้นนั่นล่ะ ไม่ทำอะไรหรอก ขอกอดหน่อย คิดถึงจะตายอยู่แล้ว” คราวนี้ชางมินขอร้องทั้งน้ำเสียงและแววตาในแบบที่มินโฮไม่สามารถจะปฏิเสธได้เลย ต้องยอมเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าแต่โดยดี

 

                “มา...ได้ยังไง” มินโอเอ่ยถามเมื่ออยู่ในพื้นที่ๆใกล้ชิดชางมินมากพอที่ก้มหน้าแล้วจะได้สบตากับอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

 

                “คิดถึง เลยมาหา”

 

                “หายไปตั้งสองอาทิตย์เพิ่งจะคิดถึงรึไง” มินโฮทำหน้ามุ่ย

 

                “หายไปทำใจ เด็กที่ไหนไม่รู้ไล่เราให้ไปห่างๆ ใจร้ายชะมัดเลย ไม่ได้รู้เลยมั้งว่าทำเราจะเป็นจะตายขนาดไหน” ชางมินตัดพ้อด้วยแววตาเสียใจ

 

                “จริงอ่ะ?” มินโฮขมวดคิ้ว แต่ชางมินกลับตบที่หน้าตักของตัวเองและตบสะโพกมินโฮเบาๆสองสามที

 

                “ไม่” มินโฮปฏิเสธทันที

 

                “กอดก็ไม่ให้กอด ขอให้นั่งตักหน่อยก็ไม่ทำ ใช่สิ...ชั้นมันก็แค่ไอ้โหด คอยบังคับให้นายทำนู่นทำนี่ตามคำสั่ง นายคงเบื่อและรังเกียจชั้นมากสินะ คงจะดีแล้วล่ะสิที่ชั้นหายไปแบบนี้น่ะ” ชางมินโพล่งออกมาอย่างน้อยใจ และทำให้มินโฮร้องไห้ออกมาอีกระลอกทันที

 

                “ฮึก! ไอ้บ้า...ไอ้คนใจร้าย...พูดออกมาแบบนี้ได้ยังไง...” ไม่ร้องเปล่า มือยังพากันระดมทุบไปที่ไหล่หนาของคนที่อายุมากกว่าอีกด้วย

 

                “ก็อยากรู้ว่าแคร์บ้างมั้ย สนใจกันมั้ย แต่ก็ไม่เลย...คงเพราะนายไม่ได้รัก ไม่ได้รู้สึกอะไรกับชั้นเลยนั่นล่ะ” ชางมินเสหลบมือที่ทุบมาไม่หยุด ลุกขึ้นจะตรงไปที่ประตู แต่กลับถูกกระชากจากด้านหลัง มินโฮปล่อยมือที่จับกางเกงให้ร่วงลงไปกองอยู่กับพื้นแล้วคว้าท้ายทอยอีกคนเข้ามาประกบจูบทันที!

 

                ชางมินเองก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดรอดไป ไล้มือเข้าเอวของอีกฝ่ายทันที ริมฝีปากของคนที่มากประสบการณ์กว่าค่อยๆส่งลิ้นหนาออกมาทักทายเด็กน้อยของตัวเองให้ยอมโอนอ่อนปล่อยให้ตนได้เข้าไปสัมผัสซึมลึกมากกว่าเดิมเนิ่นนานอยู่หลายนาที จนมินโฮต้องใช้มือไปข้างทุบเบาๆที่อกของอีกคน ก่อนจะเลื่อนลงไปเกาะที่เอวของชางมิน

 

                “ยัง...ขออีกที...” ชางมินผละออกมาเล็กน้อย เพื่อให้อีกคนให้มีโอกาสเก็บอากาศเข้าปอด จากนั้นจึงจัดการจูบลงไปอีกครั้งให้สาสมกับที่เค้าต้องคอยพะว้าพะวงเหมือนคนใกล้จะเป็นบ้า เพราะคิดว่าคนตรงหน้าเกลียดเค้าแล้วแน่ๆ

 

                เมื่อละออกมาอีกครั้งแล้วชางมินจึงจ้องเข้าไปในแววตาของอีกคน พร้อมกับสำรวจสภาพของมินโฮตอนนี้ เสื้อที่ถูกเค้าขยุ้มจนขยับไปหมดกับกระดุมที่ถูกแกะออกจนหมด หรือส่วนล่างที่เหลือเพียงบ็อกเซอร์เท่านั้น

 

                “โรคจิตรึไง ชอบมองช่วงล่างคนอื่นน่ะ” มินโฮบีบคางของคนตรงหน้าให้เงยขึ้นมาสบตากับตัวเอง

 

                “ไม่ได้ชอบมองของคนอื่น แต่ชอบมองของนายคนเดียวอ่ะ” ยักคิ้วประกอบเล็กน้อย

 

                “ยกให้เอามั้ย?...” มินโฮกัดปากตัวเองเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าเผลอพูดออกไปแล้ว

 

                “ทะลึ่ง...” ชางมินเขกหัว

 

                “รักผมใช่มั้ยล่ะ?” มินโฮกลั้นใจถามออกไป

 

                “หืม?” ชางมินชะงัก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ตรงดิ่งขนาดนี้

 

                “รีบๆพูดมาเหอะ ผมอยากพูดทีหลัง ให้ผมเหลือเศษซากฟอร์มไว้หน่อยเหอะนะ” มินโฮพูดไปหน้าแดงไป จนชางมินต้องพยักหน้ายอมรับ จะหวังให้เด็กนี่หวานเหมือนใครคนอื่นเค้าบ้างคงไม่มีทางจริงๆ

 

                “ชั้นรักนาย มาเป็นเมียชั้นเหอะ” พูดจบก็เจอหมัดลุ่นๆสวนเข้าที่ท้องแต่ไม่แรงมากนักซะแล้ว

 

                “ไอ้ทะลึ่ง!” มินโฮหน้าแดงกว่าเดิมซะอีก

 

                “เอ้า! เร็วๆจะพูดอะไรก็พูดมา เตียงพร้อม เสื้อผ้าพร้อม คนพร้อมแล้วเนี่ย สารภาพกันเสร็จจะได้โดดขึ้นเตียงกัน” ชางมินแกล้งพูดให้อีกฝ่ายตกใจ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายที่เหวอกว่า

 

                “ครั้งแรก...ขอห้องน้ำได้มั้ย ตื่นเต้นดี” มินโฮยักคิ้วแลบลิ้นล้อเลียน

 

                “ใครสอนคำพูดแบบนี้เนี่ยฮะยีราฟฟี่”

 

                “เพื่อนสอน...” มินโฮตอบด้วยหน้าซื่อๆ

 

                “เพื่อนคนไหน! มันสอนอะไรมั่ง” ต่อมหึงทำงานซะแล้ว

 

                “โอ๊ย ล้อเล่นๆ...ใจเย็นๆ” มินโฮถลาไปใช้สองมือแนบแก้มอีกคนเอาไว้ให้พายุสงบลงซะก่อน ไอ้นี่ล้อเล่นไม่ได้เลยเว้ย

 

                “อย่ามาเล่นแบบนี้นะ ไม่ชอบ” ชางมินตีลงสะโพกอีกคนด้วยน้ำหนักที่แรงไม่น้อย

 

                “โอ๊ย! ฮึ่ย! ซาดิสต์หรอ จะเอามั้ยเนี่ยคำว่ารักเนี่ย” มินโฮปล่อยมือที่แนบแก้มของชางมินไปลูบสะโพกของตัวเองทันที

 

                “รู้อยู่แล้วนั่นล่ะว่ารัก ชั้นก็รักนาย แล้วก็ไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรทั้งนั้นด้วย รักก็คือรัก ไม่ใช่พวกชอบนอกใจไปคบซ้อนด้วย ไม่มีเหตุผลว่าชอบนาย รักนายตรงไหน ฉะนั้นอย่าคิดถามอีก รู้ไว้ว่ารักก็พอ” ชางมินตัดสินใจพูดรอบเดียวจนหมด

 

                “อย่าเบื่อกันเร็วนักนะ” มินโฮขยับเข้าไปใกล้ๆอีกคน แล้วกลั้นใจแนบหัวที่ไหล่ของชางมินเลื่อนมือหนึ่งสอดเข้าไปกอดเอวเอาไว้

 

                “อย่าคิดมากนักน่า มีอะไรให้ถามไม่ใช่ไล่ไปแบบนี้ เสียใจมากนะรู้มั้ย” ชางมินกอดตอบเช่นกัน

 

                “อืม...แล้ววันนี้จะกลับกี่โมง” มินโฮเสมองเตียงแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้

 

                “ก็มีอะไรกับนายก่อนอ่ะ ค่อยกลับ” ชางมินตอบหน้าตาย

 

                “ยางอายน่ะมีมั้ย” มินโฮบีบปากช่างพูดของอีกคนแรงๆ

 

                “ด้านได้ อายอด เอายังเนี่ย พร้อมแล้ว มีอะไรกันเถอะนะ” ชางมินชวนด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ประหนึ่งว่าจะชวนไปกินข้าว

 

                “ขอเวลาทำใจสักสองวันได้มั้ย?” มินโฮลองต่อรอง

 

                “มาถึงขนาดนี้สองนาทีก็ไม่ให้แล้ว” ชางมินทำหน้ามุ่ย

 

                “เบาๆนะ ผม...กลัว” มินโฮมองมือชางมินที่จับขอบบ็อกเซอร์ของตัวเองอย่างสั่นๆ

 

                “ชั้นรักนายนะ” ชางมินยิ้มบางๆเมื่อได้กระซิบคำนี้เบาๆข้างหูคนรักของตัวเอง เมื่อพากันล้มตัวอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว

 

                “คำพูดชวนเสียตัวเลยใช่มั้ย?” มินโฮกลั้นใจมองลงต่ำเพราะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างไร้เสื้อผ้าปกปิดแล้ว ก่อนจะหน้าแดงจัดเมื่อพบกับ...

 

                “เด็กลามก...” ชางมินดีดหน้าผากเจ้ามินน้อย

 

                “พ่อแม่ให้มาเยอะจังวะ...” มินโฮทำปากยู่จนชางมินอดไม่ได้ที่จะต้องก้มลงไปกดจูบหนักๆ

 

                “เดี๋ยวมันก็จะเป็นของนาย พร้อมรึยัง...” ชางมินขบที่คางน้องเบาๆ

 

                “ได้ผมแล้ว อย่าทิ้งผมนะ...” มินโฮเกาะไหล่อีกฝ่ายเอาไว้

 

                “ชั้นจะอยู่กับนาย...เนิ่นนานตราบเท่าที่นายยังรักชั้นนั่นล่ะ...” ชางมินยิ้มอย่างมีสเน่ห์

 

                “งั้นช่วยทำให้ผมรักพี่มากขึ้นทุกวัน คิดถึงพี่บ่อยๆขึ้น ได้มั้ย ช่วยทำให้คำว่าตลอดไปมันใกล้เข้ามาทุกทีๆด้วยเถอะ ผมอยากอยู่กับพี่ตลอดไป” หวานที่สุดได้เท่านี้ล่ะมั้ง

 

                ชางมินจัดการสร้างความทรงจำระหว่างคนสองคนที่เปิดใจให้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอีกแล้วล่ะศัตรูคู่อาฆาต เหลือเพียงคู่รักคู่ใหม่...ที่เข้าใจกันและกันมากขึ้นกว่าเดิม

 

                เพียงเพราะเราเลิกวิ่งหนีหัวใจตัวเอง

 

               




************************************************
อั๊ยยะ!!!! ถูกใจแม่ยกไปตามๆกัน ><
กลับมาแล้ว ว่างแล้ว มันจบแล้ว! ชีวิตม.ปลาย จบซักที ฮู้เร้!!!
แต่ก็ยังไม่มีที่สิงสถิตต่อไป -*-'
เรามารอแอดพร้อมๆกันเถอะค่ะ

มีเวลาแล้วก็จะทยอยอัพฟิคจนจบน้า ใครที่ซื้อไปแล้วก็อย่าเพิ่งทิ้งบลอกน้า
จีนจะมีเกมส์มาให้เล่นชิงรางวัล ส่งท้ายกันค่ะ ^^'

คิดถึงทุกคนมากๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4515 HyukJewel (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 17:07
    คู่นี้มาแรงไม่มีโค้งให้แหกเลยจ้าาา
    #4,515
    0
  2. #4281 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 19:25
    มิโนแกจะเอาในห้องน้ำ?? 55555
    ว๊ากก คู่นี้ >////< เขินอะ
    #4,281
    0
  3. #4225 piggy-oun (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 / 14:48
    แอบแรงแซงโค้งค่ะ คู่นี้
    ขอกันง่าย ๆ แบบนี้เลยนะ
    #4,225
    0
  4. #4164 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2555 / 01:44
    เหมือนชวนไปกินข้าวจริงๆนะ -////////////////-
    #4,164
    0
  5. #4077 thenungning (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:36
    >////////////////////////////////////////////////////<
    #4,077
    0
  6. #4067 OoMy (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 09:44
    อ๊ายยยยยยย
    #4,067
    0
  7. #4009 I' Saru,, (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 21:04
    ขอกันง่ายๆ เลยเรอะ
    =[]=
    #4,009
    0
  8. #4002 Darker-40 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 00:20
    อ๊ากกกกก >< เพราะบอมเลยนะเนี่ย

    มินโฮรู้ทีหลังโดนเเน่เลยบอม 555555555
    #4,002
    0
  9. #3996 KIHAE*129 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 21:04
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ทูมิน

    >/////////////////////////////////////
    #3,996
    0
  10. #3869 bam (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 20:13
    ตอนแรกเฉยๆกับคู่นี้

    แต่พออ่านตอนนี้ ชอบคู่นี้มาก

    น่ารักอ่ะ
    #3,869
    0
  11. #3867 THELASKIM (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 01:44
    ถ้าจะตรงกันขนาดนี้..

    ก็ซั่มกันซะตอนนั้นเลยสิ= __________ =;

    เเต่..ชอบอ้ะ> <

    เขินนๆๆๆๆ
    #3,867
    0
  12. #3866 AdLy (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 16 มีนาคม 2555 / 01:41
    น้องมินเล็กช่างได้ใจจริงๆ



    มินใหญ่ก็ตรงไม่แพ้น้องเลยนะ ขอกันโต้ง



    จัดกันจะๆ
    #3,866
    0
  13. #3865 So SoM (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 14:13
    คู่โปรดดด กรี๊ด
    ถ้าจะหวานกันขนาดนี้ มีสเปของคู่นี้มั้ยอะพี่สวนจีน
    กำลังคลั่งเลย
    T/////T
    #3,865
    0
  14. #3864 apiinify (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 08:22
    ขอกรี๊ดกะ2min

    แม่เจ้าคู่นี้แรงได้ใจจริงๆ 555
    #3,864
    0