{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 82 : {Accidentally}=[48]-[โปรดอย่ามาสงสาร]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 พ.ย. 54


          ดวงตาคู่โตรับกับใบหน้าสวยเกินผู้หญิงบางคนกำลังทอดยาวไปตามสายน้ำข้างหน้า ฮีชอลนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวริมแม่น้ำแบบนี้มาได้เกือบสองชั่วโมงแล้ว แขนขาไม่ยอมขยับไปไหน มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกของตัวเองเท่านั้นอยู่เป็นเพื่อน

                ประกายตาภายในนัยน์ตาคู่นี้ทอแสงอ่อนล้าเหลือเกิน สองมือที่มีมันพยายามจะไขว่คว้ามาตลอดสิบกว่าปี แต่ที่ได้กลับมามีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น เค้าควรจะใช้สองมือนี้กลับมากอดตัวเองจะดีกว่ารึเปล่านะ?

                เงาคนที่ปรากฏขึ้นข้างๆ ทำให้ฮีชอลจำต้องหันไปมอง และเมื่อพบว่าเป็นใคร ร่างบางก็เตรียมจะลุกหนีทันที เพียงแต่มือที่วางไว้บนเก้าอี้กลับถูกใครอีกคนนำมือมาวางทับซะก่อน

                “คิดซะว่าชั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้ จะมองว่าชั้นเป็นอากาศ เป็นต้นไม้ เป็นลม เป็นต้นหญ้าหรืออะไรก็ได้ตามที่ใจนายต้องการ แต่อย่าฝืนหัวใจตัวเองเลยฮีชอล ร้องออกมาเถอะ ชั้นรู้ว่านายพยายามจะเป็นคนที่เข้มแข็งให้ได้ แต่เชื่อฉันถึงนายจะร้องไห้บ้าง...ฉันว่าฉันรับได้ และโลกนี้ก็รับได้เช่นเดียวกัน” ฮันเกิงพูดอย่างอ่อนโยน และนั่นก็พังทลายกำแพงในใจที่ฮีชอลพยายามสร้างขึ้นลงทันที

                น้ำตาจำนวนพากันทะลักออกมาจากดวงตาคู่งามนั้นตามด้วยเสียงสะอื้นอย่างหนักเมื่อเจ้าตัวพาลนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง

 

 

 

                “พี่แทบิน!!” ฮีชอลก้าวตามแทบินไปอย่างรวดเร็ว

                “หืม?....” แทบินหันกลับมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับมาหาฮีชอลเช่นเดียวกัน

                “ผมขอ...ผมขอเวลาพี่สักสิบนาทีได้มั้ยครับ ไม่สิ! ห้านาทีก็ได้ นะครับ...” ฮีชอลพูดไปก็น้ำตาไหลไป

                “ใจเย็นๆ ฮีชอล ตั้งสติก่อน....” แทบินยกผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาเช็ดน้ำตาของอีกฝ่าย นั่นยิ่งทำให้ฮีชอลร้องไห้หนักขึ้นไปกว่าเดิมอีก

                มือเรียวยกขึ้นจับมือของคนที่กำลังเช็ดน้ำตาตัวเองมากุมเอาไว้ แทบินมองอาการของคนตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ

                “พี่แทบินครับ ผมมีบางอย่างอยากจะบอกพี่ อยากบอกพี่มานานแสนนานแล้ว อยากบอกพี่ในฐานะคิม ฮีชอล ไม่ใช่น้องของภรรยาพี่ อยากบอก...อยากบอกมาตั้งแต่สิบปีที่แล้ว...” ฮีชอลสูดลมหายใจลึกๆพยายามห้ามน้ำตาที่ยังคงไหลลงมาไม่ยอมหยุด

                “......” แทบินยังคงนิ่งเงียบ

                “ผมพยายามเรียนให้เก่ง ผมพยายามเป็นหัวหน้าชมรม ผมพยายามทำกิจกรรมทุกอย่างในโรงเรียน ก็เพราะพี่  ผมสมัครเข้ากรรมการนักเรียนก็เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับพี่ที่เป็นประธานรุ่นตอนนั้น ผมทำทุกอย่าง พยายามทุกอย่างมาตลอด อะไรที่พี่ชอบ จะยากแค่ไหนผมก็ต้องทำให้ได้ เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับพี่ก็กลายเป็นความสนใจของผม ผมมาเป็นครูก็เพื่อพี่ เพราะวันที่ผมไปห้องสมุดวันนั้นพี่บอกว่าถ้าผมเป็นครูก็คงจะดีสินะ พี่อาจจะลืมไปแล้วก็ได้ แต่ผม...รู้แล้วว่าทุกสิ่งที่ผมพยายามจะทำมาตลอดก็คือการบอกกับพี่ไปตรงๆ ว่าผมรักพี่! รักมาตลอดระยะเวลาสิบปี ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอ จนวันนี้ที่พี่ยืนอยู่ตรงหน้าผมในฐานะพี่เขย ผมก็ยังคงรักไม่เปลี่ยนแปลง”

                “ผมทรมานกับการต้องเก็บเอาไว้ในใจ มองพี่...ที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับคว้ามาไม่ได้ วันที่ผมรู้ว่าพี่กับฮีจินเป็นแฟนกันผมว่าเป็นวันที่ผมเสียใจมากพอแล้ว แต่วันที่พี่สองคนตัดสินใจแต่งงานกันผมกลับเจ็บปวดมากกว่า ต้องปั้นหน้าเป็นน้องที่ดีบอกทั้งคู่ว่ายินดีด้วย แต่ผมกลับต้องแอบไปร้องไห้อยู่คนเดียวเป็นอาทิตย์ พี่ครับ...ผมขอโทษที่เป็นแบบนี้ แต่ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ จะพยายามแค่ไหนผมก็ยังรักพี่อยู่ดี...” ฮีชอลก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาของตัวเองร่วงหล่นไปบนมือของแทบิน จนรู้สึกว่าร่างของตัวเองถูกดึงเข้าไปปะทะกับอกของอีกคน แทบินกอดร่างบางเอาไว้แน่นกว่ากอดของการจากลาเมื่อครู่เสียอีก

                “ไม่ใช่เราเองหรอกนะที่เก็บไว้มาตลอดสิบปี พี่เองก็รอนายพูดมาตลอดสิบปีเหมือนกัน...” แทบินตัดสินใจพูดในที่สุด ฮีชอลเบิกตากว้าง

                “อะไร...นะครับ”

                “คิดว่า...พี่ไม่รู้เลยหรอ กับอากัปกริยาที่นายเป็นน่ะ แม้ตอนแรกพี่จะยังไม่ค่อยแน่ใจก็ตามเถอะนะ แต่พอได้อ่านไดอารี่ตอนที่นายเผลอหลับในห้องสมุดก็เลยเข้าใจน่ะ เพียงแต่รอวันที่นายจะพูดออกมาเท่านั้นเอง ไม่คิด...ว่านายจะเก็บมาได้นานขนาดนี้”

                “พี่......” ฮีชอลไม่รู้วาควรจะพูดอะไรออกไปดี

                “ฮีชอล...พี่เองก็รักนายนะ” แทบินดันฮีชอลให้ออกมาสบสายตาใกล้ๆ เรียกน้ำตาอีกฝ่ายได้อีกครั้ง แต่ร่างสูงก็ใช้นิ้วมือปาดน้ำตานั้นออกไปทันที

                “แต่...นายเองก็คงเข้าใจว่าตอนนี้เราทั้งสองคนต่างมาไกลจากจุดนั้นแล้วใช่มั้ย?” แทบินยิ้มจางๆ ซึ่งร่างบางก็พยักหน้ารับทันที

                “พี่จะไม่พูดว่าทำไมพี่ถึงแต่งงานกับฮีจิน ทำไมถึงไม่บอกนายในวันนั้นว่าพี่รู้ทุกอย่างมานานแล้ว แต่เชื่อเถอะเราสองคนถึงย้อนเวลากลับไปได้ สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นอย่างตอนนี้เหมือนเดิม”

                “หรอครับ...ถึงย้อนเวลากลับไปได้ ให้ผมได้บอกรักพี่ก่อน พี่ก็ยัง...จะเลือกฮีจินหรอครับ” ฮีชอลยิ้มสมเพชตัวเอง

                “เด็กโง่...มันไม่เกี่ยวกับตัวแปรอื่นหรอก เลิกขังตัวเองไว้ในโลกของความผูกพันระหว่างพี่กับนายได้แล้ว สิบปีที่นายเอาแต่ยึดติดทำให้นายเองอาจจะเสียอะไรไปมากมาย พี่ดีใจนะที่อย่างน้อยในวันนี้นายยอมพูดมันออกมา และให้โอกาสพี่ได้พูดมันเช่นกัน”

                “ผมก็...ดีใจครับที่ได้บอกไป และดีใจมากที่ได้ยินพี่บอกว่ารักผม...ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?” ฮีชอลพยายามยิ้มออกมา

                “ไม่เลยมันคือความจริงฮีชอล พี่รักนาย จนถึงตอนนี้ก็ยังรักนาย แต่รักในวันนั้นกับในวันนี้มันต่างสถานะไปแล้วรักในเชิงชู้สาวมันเจือจางจนกลายเป็นรักเพราะนายคือครอบครัวของพี่ และพี่ดีใจที่ได้เห็นการเติบโตของนาย เพียงแต่พี่ก็ยังเสียใจอยู่ทุกวันที่ทำให้นายคนที่มีแววตาร่าเริงคนนั้นหายไปเหลือเพียงคิม ฮีชอลผู้เศร้าโศกอยู่แบบนี้ ปล่อยมือจากอดีตเถอะนะ ยอมรับความจริงเถอะว่าอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ มันก็ไม่มีวันเป็นจริงได้ อย่าไขว่คว้าอดีตไว้อีกเลยฮีชอล มันไม่อยู่กับเราหรอก” แทบินลูบผมนิ่มเบาๆอย่างทะนุถนอม

                ฮีชอลมองลึกเข้าไปในดวงตาคมของอีกฝ่ายก็เจอเพียงความอบอุ่นส่งกลับมาเท่านั้น ใช่...เค้าเจอความรักปะปนอยู่ในนั้น ความรักที่ถูกความอ่อนโยนปกคลุมจนเกือบจะมองไม่เห็นเลยก็ว่าได้ คงจะถึงเวลา...ที่ต้องยอมรับความจริงแล้วสินะ

                มือเรียวข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปโอบบริเวณท้ายทอยของร่างสูง แทบินกระตุกคิ้วข้างหนึ่งเหมือนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกภายในจิตใจของตัวเอง แต่ฮีชอลกลับมีเพียงแววตาที่แน่วแน่

                “ครั้งเดียวเท่านั้นนะครับ...เพื่อบอกลารักครั้งแรกของผม จากนี้ผมคงจะไม่มีวันได้พบกับเค้าอีกแล้ว และเป็นการต้อนรับพี่เขยของผม ที่ผมจะเปิดใจรับเค้าเข้ามาเป็นครอบครัวครั้งแรกด้วยความเต็มใจ แค่ครั้งเดียว...ให้ผมเก็บมันไว้ในส่วนลึกสุดของหัวใจ ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตผมเคยรักใครสักคนได้ยาวนานขนาดนี้ ผมรักพี่นะครับ ได้โปรดอย่าลืมทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ อย่าลืมประโยคนี้ที่ผมบอกว่ารักพี่ และคงไม่สามารถรักใครได้เท่าพี่อีกแล้ว...”

                แทบินสอดมือรั้งเอวบางเข้ามาแนบชิดจากนั้นจึงก้มลงสัมผัสกับริมฝีปากสีแดงอิ่ม ค่อยๆไล้เลียจากภายนอกจนลึกซึ้งเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานภายใน ไม่มีความเร่าร้อน ไม่มีความปรารถนาใดๆ มีเพียงการส่งต่อความรู้สึกที่มีให้กันและกันเท่านั้น ร่างสูงผละออกมาสบตาฮีชอลก่อนจะเลื่อนขึ้นไปจูบหน้าผากเนียนและจบด้วยการจูบย้ำอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะกระซิบแนบชิดเพื่อให้ซึมลึกเข้าไปในหัวใจของใครอีกคน

                “ขอให้เราเป็นภาพความทรงจำที่ดีของกันและกันตลอดไป และพี่เองก็จะจดจำรอยยิ้มแรกที่นายมีให้พี่ในวันนั้นที่เราพบกันครั้งแรก จดจำว่าเราเคยมีกันและกันในความรู้สึก ไม่ว่าพี่จะอยู่ที่ไหนบนโลกพี่จะจำเอาไว้ว่าคนแรกที่ได้หัวใจของพี่ไปก็คือนาย ฮีชอล...”

                ฮีชอลพยักหน้ารับเมื่อแทบินปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระแล้ว รอยยิ้มหวานแรกในรอบสิบปีถูกส่งออกไปด้วยความจริงใจ จบแล้วความทรมานที่เกาะกินหัวใจเค้ามาตลอดสิบปี ในที่สุดก็ได้พูดมันออกไปแล้ว

                “ถ้าเราต่างหันหลังให้กันไปแล้ว อย่าหันกลับมามองกันอีกนะครับ ผมสัญญา เจอกันคราวหน้าพี่จะเป็นพี่เขยที่แสนดีของผม...” ฮีชอลยกมือขึ้นเพื่อโบกลา ซึ่งแทบินก็ยิ้มรับบางๆเท่านั้น

                “ลาก่อนครับ พี่แทบิน...” ร่างบางหมุนตัวหันหลังเดินออกมา

                เค้าเองก็ไม่รู้หรอกว่าพี่แทบินจะหันกลับไปทันที หรือจะยืนมองเค้าอยู่ หรือเดินไปแล้วแต่หันกลับมา รู้เพียงว่าตัวเค้ากอดตัวเองเดินออกมาจากจุดตรงนั้นโดยที่ไม่หันกลับไปอีกเลย!

 

 

                เนิ่นนานจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่ฮีชอลยังนั่งร้องไห้อยู่แบบนี้ โดยมีฮันเกิงนั่งมองหยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนมือของตัวเองที่เกาะกุมอีกฝ่ายเอาไว้

                ถามว่าเจ็บไหม? มันเกินคำนั้นมานานแล้ว เจ็บตั้งแต่ที่เห็นในสนามบินแล้ว ปวดกับทุกคำพูดที่ได้ยิน ทรมานกับทุกการกระทำของคนทั้งสองคนนั้น แค่นี้เค้าก็ได้คำตอบแล้วล่ะว่าทุกความพยายามของเค้ามันไม่เคยมีผลต่อร่างบางเลย เค้าไม่เคยได้แทรกเข้าไปอยู่ภายในหัวใจของฮีชอลได้สำเร็จเลยซักครั้ง เพราะสำหรับฮีชอลแล้วจะเรียกว่ามีชีวิตอยู่เพื่ออิม แทบินเลยก็ว่าได้

                แล้วชั้นควรจะทำยังไงดีล่ะฮีชอล จะให้อยู่เป็นอากาศรอบตัวนายแบบนี้ตลอดชีวิตเลยรึเปล่า?

                ประโยคที่พูดว่ามาเป็นครูเพราะรุ่นพี่แทบินยิ่งทำให้เค้าสมเพชตัวเอง เมื่อกลับมามองย้อนดูตัวเองที่กลายมาเป็นอาจารย์ในทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เพราะใจรักเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะคนตรงหน้านี้ต่างหากล่ะ วันที่ต้องงัดข้อกับที่บ้านเพื่อต่อรองขอทำงานที่นี่ก่อนกลับไปรับช่วงต่อกิจการร้านอาหารของตระกูล

                ทั้งๆที่ความจริงแล้วเค้ารักงานด้านนั้นกว่ามาก แต่ก็ยังเลือกที่จะอยู่ที่นี่เพื่อหวังว่าซักวันทุกสิ่งที่ทำลงไปจะมีค่าพอให้ร่างบางตรงหน้านี้เห็นค่ามัน แต่สิบปีผ่านมานี้ทำให้เค้าเข้าใจแล้วล่ะว่ามันสูญเปล่าจริงๆ

                จะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนหัวใจของคิม ฮีชอลก็มีไว้เพื่อคนๆนั้นเพียงคนเดียวจริงๆ

                “เกิง....” ฮีชอลสะอึกสะอื้นเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมา ดึงสติฮันเกิงให้กลับมาอยู่กับความจริง

                “อืม....” จะพูดอะไรดีล่ะในช่วงเวลาแบบนี้

                “ชั้นรู้นะ...ว่านายคิดยังไงกับชั้น....” ฮีชอลใช้มืออีกข้างปาดน้ำตาให้มันหยุดไหล

                “......” ฮันเกิงไม่ตอบรับอะไร ทำเพียงปรายตามองฮีชอลใช้มือข้างที่ละจากการเช็ดน้ำตามาดึงมือของตัวเองให้หลุดจากมือของเค้า

                “แต่เรา...เป็นเพื่อนกันเถอะนะ” เหมือนกับว่าโลกทั้งโลกมันสิ้นสุดลงที่วินาทีนี้แล้ว คำว่า “เพื่อน” ที่อีกฝ่ายมอบให้มานั้นยิ่งกดแผลเก่าเรื้อรังของร่างสูงให้จมลึกลงไปอีก ทั้งๆที่แค่นี้มันก็ไม่มีทางจะรักษาให้หายได้อีกแล้วตลอดชีวิต

                “....” พูดอะไรดีล่ะ อะไรก็ได้ที่จะพอดันทุรังให้พ้นกับเหตุการณ์นี้ไป อะไรซักอย่างที่ว่านั้นฮันเกิงเองก็ยังไม่รู้เช่นกันว่ามันคืออะไรกันแน่

                “ชั้นขอโทษ...แต่ชั้นไม่อยากทำร้ายนาย ชั้นเสียใจจริงๆนะเกิง ชั้นขอโทษ...ขอโทษจริงๆ” ฮีชอลเริ่มปล่อยโฮอีกครั้ง

                แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้ไม่มีเสียงปลอบโยนจากฮันเกิงอีกแล้ว อย่าว่าแต่ปลอบใจคนอื่นเลย แค่บอกตัวเองให้ลากสติกลับคืนมาเค้ายังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับการให้คำแนะนำคนอื่น

                “จะ...ขอโทษทำไม....” อยากจะฝืนยิ้มให้เหมือนกับทุกครั้ง แต่ตอนนี้แม้แต่เรี่ยวแรงจะหายใจมันยังรวยริน

                “ชั้นไม่อยากให้นายรอ อย่ารอเลยนะเกิง อย่ารอเลย....”

                “ทำไม...ถึงรักแต่เค้า รอแค่เค้า...ฉันอยู่ตรงนี้อยู่ข้างนายมาตลอด ทุกนาทีที่นายรอใครก็เป็นเวลาเดียวกับที่ชั้นคิดถึงแต่เรื่องของนาย ทำไมกันฮีชอล...แค่นายหันหลังกลับมานายก็จะเจอความรักจากชั้นแล้ว ทำไม...ยังต้องวิ่งตามคนที่เอาแต่วิ่งหนีนายด้วย ทำไม...” ฮันเกิงถามด้วยน้ำเสียงที่บางเบาแต่กลับแฝงไปด้วยความปวดร้าวที่คนฟังสัมผัสได้เป็นอย่างดี

                “ชั้นไม่รู้ ชั้นขอโทษนะเกิง ชั้นขอโทษ....” ฮีชอลส่ายหน้าไปมาแล้วรำพันออกมาแต่คำว่าขอโทษเท่านั้น ซึ่งมันทำให้ฮันเกิงอยากถามประโยคนี้ออกไปเหลือเกิน

                ขอโทษแล้วมันหายเจ็บมั้ย? มันทำให้เค้าทรมานน้อยลงรึเปล่า ซึ่งไม่เลย เค้ารู้ดีว่ามันไม่มีทางเยียวยาบาดแผลของเค้าได้เลยแม้แต่น้อย

                “หยุดร้องเถอะฮีชอล...หยุดทำให้ชั้นสมเพชตัวเองซักที” ฮันเกิงยิ้มเย้ยหยั่นออกมา ซึ่งไม่ได้หมายถึงร่างบางเลย เค้ายิ้มเพราะเวทนาตัวเองต่างหาก

                “เกิง.....”

                “หยุด...ร้องไห้เพราะไม่รักชั้นเถอะ มันยิ่งทำให้ชั้นทั้งอิจฉาและเกลียดรุ่นพี่แทบินไปพร้อมๆกัน ที่ทำให้นาย...ร้องไห้เพราะรักเค้า หยุดเถอะ” ฮันเกิงหลับตาลง ไม่อยากเห็นคนตรงหน้า เค้าอยากหายตัวออกไปจากโลกนี้ ตอนนี้ วินาทีนี้เลยด้วยซ้ำ

                ฮีชอลเบือนหน้าหนีจากใบหน้าที่ปวดร้าวของร่างสูงด้วยเช่นกัน ส่วนลึกในจิตใจของเค้าเอง เค้ายอมรับ...วันนี้มันไม่ใช่พี่แทบินเต็มร้อยอีกต่อไปแล้ว เพียงแต่ส่วนที่เป็นของฮันเกิงมันก็บางเบาจนเค้าแทบจะไม่รู้สึกเช่นเดียวกัน

                และเค้ารู้สึกว่าถึงเวลาที่ร่างสูงควรจะก้าวต่อไปข้างหน้าเสียที การหยุดอยู่ที่เค้ามันก็เหมือนที่พี่แทบินพูดนั่นล่ะ ฮันเกิงอาจจะสูญเสียสิ่งดีๆไปมากมาย ตลอดเวลาที่เอาความรู้สึกมาผูกอยู่ที่เค้า ให้เรา...จบกันเพียงแค่นี้ดีกว่า

                เค้ารู้ว่ามันเป็นความคิดโง่ๆ แต่เค้าไม่พร้อมจะรับใครเข้ามาให้ความรู้สึกตอนนี้จริงๆ เพราะมัน...ยังมีเพียงความเศร้าโศกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนไม่กล้าจะเริ่มต้นใหม่กับใคร แม้ว่าคนๆนั้นจะรักและหวังดีกับเค้ามากขนาดไหนก็ตาม

                ชั้นพูดได้เพียงแต่ว่าชั้นเสียใจ...เท่านี้จริงๆเกิง แม้มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ตาม

                แต่ชั้น...ไม่เคยรักนายเลย ชั้นเองก็เสียใจ

               



************************************************************

TOT' เป็นตอนที่ย้อนกลับมาอ่านกี่ครั้งก็ยังแอบน้ำตาตกในได้เสมอ T^T
อิคู่นี้จะรันทดไปไหนเคอะ พี่แทบิ๊นนนนน >< (ไม่ได้สงสารเกิงเล๊ย กร๊ากกก)
ปาดน้ำตาเวลาแต่ง แล้วคงมีคนแอบแช่งไรเตอร์ เอิ๊ก....

ไม่มีใครเม้นท์เล๊ย 555' สงสัยจะหายไปนานเกินหรือไม่ทุกคนก็คงกำลังอินเทรนด์อยู่กับน้ำ
สู้ๆกันล่ะเน้อ พี่น้องชาวไทย :D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4512 HyukJewel (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 15:47
    เจ็บงะ สงสารลุง T_T
    #4,512
    0
  2. #4404 Mind-myy (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 17:05
    สงสารลุงเกิงอ่ะ
    #4,404
    0
  3. #4222 piggy-oun (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 / 13:31
    สงสารลุงเกิงอ่ะ
    #4,222
    0
  4. #4161 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2555 / 05:53
    มันเศร้าาาาาาาา
    #4,161
    0
  5. #4074 thenungning (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:22
    สงสารเกิง TT
    #4,074
    0
  6. #4064 OoMy (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 08:45
    เเงงงงงงง
    #4,064
    0
  7. #3993 KIHAE*129 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 20:32
    อ๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    มันเศร้าอ่ะ

    #3,993
    0
  8. #3938 I' Saru,, (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 10:54
    แง้~ สงสารป๋าอ่ะ
    T_T
    สงสารฮีด้วย
    #3,938
    0
  9. #3837 Es^^ (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:52
    จะสงสารใครดี...?
    #3,837
    0
  10. #3757 snowvirgin (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 00:44
    อ้ากกกกกกกกกกกก สงสารชายเกิงงงง่ะ
    #3,757
    0
  11. #3750 lovekihae (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2554 / 15:04
    สงสารป๋า แต่ก็นะฮีชอลรักพี่เขยมาตั้ง 10 ปี

    แถมยิ่งมารู้ว่าพี่เขยก็รักฮีชอลเหมือนกัน

    แล้วจะลบความทรงจำออกไปได้ง่าย ๆ ยังไงกัน

    ความรู้สึกของคนเรามันเปลี่ยนกันไม่ได้ง่าย ๆ



    #3,750
    0
  12. #3722 hanchul 32 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 09:47
    เราก็เสียใจนะที่เจ๊ไม่รักป๋าอ่ะ tt'
    #3,722
    0
  13. #3720 yaimajunk (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 20:15

    สงสารเกิงแต่ก็สงสารฮีด้วย เรื่องความรักมันบังคับกันไม่ได้นี่นะ

    #3,720
    0
  14. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 17:42
    เจ๊อ่า...เปิดใจหน่อยเส่ ไม่สงสารเกิงเลยเหรอ รีดเดอร์สงสารน้า TT..
    #3,719
    0
  15. #3718 อิป้าบ้าเอสเจ=[]=!! (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 23:20
     สงสารเกิงอ่ะลุงT^T

    เเต่งได้ดรม่าเเบบที่บอก  เเม่.งงงง

    ร้องไห้เลย!  เเง๊งงงTT[    ]TT
    #3,718
    0
  16. #3717 -((`คิมทงเฮ.รอ๑๓ (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 / 23:52
     พี่จีนนนน ' สงสารตาเกิง
    อย่าดราม่านักเลย T^T
    #3,717
    0
  17. #3716 ^________^ (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 / 20:13
    สงสารเกิง



    ไรเตอร์มาแต่งรันทด ทำไมเนี่ย เกิงทำไรผิด 555 อย่าให้คู่นี้รันทดนานๆนะ



    แต่ว่าคิดถึงคู่ม้าไก่แล้ว อ่ะไรเตอร์



    สู้ไรเตอร์เป็นกำลังใจให้
    #3,716
    0
  18. #3715 kiki (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 / 14:09
    สงสารเกิงอ่ะ

    แต่ก็นะ เรื่องรัก ๆ บังคับใจกันไม่ได้
    #3,715
    0