{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 81 : {Accidentally}=[47]-[รักแท้ดูแลไม่ได้?]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 พ.ย. 54

                คิบอมกรอกตามองท้องฟ้านอกหน้าต่างอย่างเบื่อหน่าย มอลงไปพื้นสนามด้านล่างแล้วก็คำนวณดูว่าถ้าตกลงไปเนี่ยจะแค่พิการหรือไปพบพระเจ้าบนสวรรค์เลย อย่างน้อยอาจจะดูน่าตื่นเต้นกว่าหันกลับมามองเพื่อนอีกสองคนใกล้ๆนี่ก็ได้

 

                จะใครที่ไหนอีกก็ไอ้ชางมินกับไอ้คยูฮยอนน่ะสิ พร้อมใจกันนั่งทำหน้าเหมือนวันสิ้นโลกใกล้จะมาถึงยังไงยังงั้นล่ะคือความจริงก็จะแกล้งทำเป็นไม่สนใจนะ ถ้ามันเป็นแค่คนใดคนหนึ่ง แต่นี่เล่นมาเป็นพร้อมๆกันเลย เค้าเครียดเว้ย!

 

                เริ่มจากไอ้ที่นั่งข้างๆเค้านี่ก่อนชิม ชางมินสุดยอดอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์แต่ตอนนี้มันทำท่าเหมือนกำลังนั่งระลึกไปถึงชาติที่แล้วว่ามันเป็นใครมาจากไหน เส้นเลือดข้างขมับนี่เต้นตุบๆ หัวคิ้วแทบจะผูกเป็นเงื่อนตายอยู่แล้ว สายตาก็จ้องกระดานเหมือนจะเอาให้มันทะลุซะให้ได้ แถมรอบตัวมันก็ยังแผ่รังสีอมหิตจนเพื่อนรอบข้างถึงกับเหงื่อตก บางคนเริ่มเลื่อนโต๊ะเรียนให้ห่างออกจากมันล่ะ

 

                ถัดออกไปก็โจว คยูฮยอน อัจฉริยะอีกคนของห้อง ไอ้นี่ก็อีกอารมณ์เลย นั่งทอดตัวเอนหลังกับเก้าอี้ ถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า สีหน้าก็เหมือนหมาโดนเจ้าของเอาไปทิ้ง มือก็ถือโทรศัพท์เอาไว้ส่วนมืออีกข้างก็เอาแต่จับไอ้ที่ห้อยมือถือรูปหมาป่าไว้อีก อะไรของพวกมันวะเนี่ย

 

                คิบอมยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองอย่างจนปัญญา ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป คนที่จะถูกโรคประสาทเล่นงานคนแรกคงไม่ใช่ไอ้สองคนนี้หรอก น่าจะเป็นตัวเค้าเองซะมากกว่า

 

                เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง คิบอมเลยอาสาเดินไปซื้อพวกแซนวิช ขนมปังและนมมาให้เพราะดูจากท่าทางเพื่อนตัวแสบทั้งสองคนแล้ว คงจะไม่ได้อยากกินอะไรมากนัก เด็กอเมริกาอยากจะเตะเพื่อนร่วมสัญชาติให้ได้สติกันคนละทีสองทีจริงๆ

 

                และวันนี้สถานที่รวมตัวของพวกเค้าทั้งสามคนก็คือดาดฟ้าของโรงเรียนนั่นเอง หลังจากไปตีซี้กับคุณลุงภารโรงได้สำเร็จ เนื่องจากการคอยแวะเวียนเอาของไปเซ่นลุงแกบ่อยๆ ในที่สุดพวกเค้าก็ได้กุญแจประจำที่นี่มาครอบครัวอีกชุดจนได้ เพราะปกติแล้ว ทางโรงเรียนไม่นุญาติให้นักเรียนขึ้นมาบนนี้ได้ สาเหตุมาจากกลัวว่าเหล่านักเรียนจะมามั่วสุมทำอะไรไม่ดีกัน

 

                คิบอมโยนของกินให้เพื่อนสนิทตัวเอง ก่อนจะส่ายหัวไปมาเพื่อพบว่าทั้งคู่ทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น

 

                “พวกแกสองคนทำชั้นจะเป็นบ้านะรู้มั้ย” คิบอมนั่งลงตรงหน้าคนทั้งคู่แล้วพูดออกมาตรงๆ ชางมินกับคยูฮยอนที่ตอนแรกนั่งก้มหน้ากันอยู่เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนจากแดนไกลเล็กน้อย

 

                “เอาล่ะ ใครสักคนก็ได้ช่วยบอกชั้นทีว่าสรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นแน่ ขอแบบละเอียดๆเลยนะ ไม่งั้นชั้นจะเตะพวกแกตกจากดาดฟ้านี่จริงๆด้วย”

 

                “แกเล่าก่อนสิไอ้คยู...” ชางมินพูดแล้วหันไปหยิบขนมปังห่อแรกมากินบ้าง

 

                “โยนซะงั้น คนยิ่งไม่อยากพูดถึงให้มันช้ำกว่าเดิมอยู่” คยูฮยอนเจาะกล่องนมขึ้นดื่ม

 

                “เออน่า จะเล่าก่อนเล่าหลังยังไงแกทั้งสองคนก็ต้องบอกชั้นทั้งคู่อยู่ดีนั่นล่ะ ชั้นเบื่อพวกแกที่นั่งทำหน้าจะขาดใจตายเต็มที่แล้ว เป็นอะไรกันวะหมู่นี้ทำไมซึมกะทือกันจังเลย” คิบอมทำหน้าไม่พอใจแต่น้ำเสียงก็แสดงถึงความเป็นห่วงอย่างเต็มเปี่ยม

 

                คยูฮยอนถอนใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ

 

                “ซองมินขอเลิกกับชั้นว่ะ....” คยูฮยอนสะท้อนแววตาแห่งความเจ็บปวดออกมาเมื่อต้องพูดประโยคนี้

 

                “ห๊ะ? ว่าไงนะ...” คิบอมตกใจ แม้แต่ชางมินก็หยุดปากที่กำลังกินขนมปังเช่นกัน

 

                “อย่าให้ชั้นต้องพูดซ้ำลย ขอร้องล่ะ” คยูฮยอนเสยผมหน้าตัวเองไล่ความเครียดที่ก่อตัวขึ้นภายในใจเรื้อรังมาเป็นเวลาหลายวัน

 

                “ท...ทำไมวะ? ชั้นเห็นแกกับพี่เค้าก็โอเคกันดีนี่หว่า” คิบอมยิ่งงงหนัก เพราะจำได้ว่าที่คู่นี้ลงเอยกันได้ก็เพราะฝีมือของเค้าและชางมิน หลังจากวันนั้นมาก็ดูท่าทีของสองคนนี้พัฒนาไปในแง่ที่ดีขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ จะเรียกว่าก้าวหน้าไวกว่าคู่ของเค้ากับทงเฮเลยก็ว่าได้ แล้วทำไมถึงได้ถูกบอกเลิกซะได้

 

                “มันเป็นความผิดของชั้นเองนั่นล่ะ...” คยูฮยอนนึกแล้วก็ได้แต่เจ็บใจในสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดไป

 

                “ก็แล้วแกไปทำอะไรล่ะวะ ไม่บอกมาแล้วพวกชั้นจะเข้าใจมั้ยเนี่ย” คิบอมเริ่มหงุดหงิด

 

                “ก็วันนั้นชั้นนัดซองมินว่าจะไปเที่ยวกัน แต่แล้วชั้นก็ผิดสัญญาไปกับเค้าไม่ได้...” คยูฮยอนค่อยๆเล่าช้าๆ

 

                “แกก็อธิบายพี่เค้าไปสิว่ามีธุระ พี่เค้าก็ไม่น่าจะเป็นคนไม่มีเหตุผลนะเว้ย” คิบอมแนะนำ

 

                “ก็เพราะเค้ามาเห็นด้วยตัวเองน่ะสิว่าธุระของชั้นคือไปซื้อเกมส์ที่ออกใหม่น่ะ” คยูฮยอนยิ้มหยันความโง่ของตัวเอง

 

                “โห นึกไม่ออกเลยว่ะว่าจะพูดอะไรต่อ แกนี่มัน....เกมส์ขึ้นสมอง” คิบอมยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง

 

                “อยากจะด่าแกว่าโง่เหมือนกัน แต่มาย้อนดูตัวชั้นเองตอนนี้อาจจะโง่มากกว่าแกก็ได้” ชางมินยักไหล่

 

                “ก็นั่นล่ะ...แล้วซองมินก็ขอเลิก ชั้น...โคตรเจ็บเลยว่ะ มีแฟนมาเป็นสิบคน แต่คนนี้นี่ทำให้รู้สึกทรมานที่สุดแล้วว่ะ โทรไปหาก็ไม่รับเลยสักสาย ไปหาถึงที่บ้านก็ไม่ยอมออกมาเจอ จนชั้นเกรงใจคุณแม่เค้า ไปรอที่คณะก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนตลอดเลย ชั้นจะเป็นบ้าอยู่แล้วเนี่ย” คยูฮยอนมองถุงขนมปังก่อนจะโยนของตัวเองให้ชางมินกินแทน

 

                “แล้วชั้นจะช่วยแกยังไงดีวะเนี่ยคยูฮยอน แกก็ไม่น่าจะโกหกนะเว้ย ความรักมันต้องอยู่บนพื้นฐานของคำว่าซื่อสัตย์ต่อกันดิวะ” คิบอมตำหนิ

 

                “ก็ชั้นรู้ว่าซองมินไม่ชอบเกมส์ยังไงล่ะ ขืนบอกไปก็กลัวจะทะเลาะกัน แต่ก็ช่างเหอะ ตอนนี้ชั้นก็ทำอะไรไม่ได้เลย แค่เข้าใกล้เค้ายังเดินหนีอย่างรังเกียจ แม่ง...โคตรปวดที่ใจเลยว่ะ” คยูฮยอนชันเข่าขึ้นมากอดไว้ข้างหนึ่งแล้วหลับตาลง ราวกับไม่อยากจะรับรู้อะไรต่ออีกแล้ว

 

                คิบอมมองสภาพเพื่อนแล้วยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม ก่อนจะหันไปมองชางมินแล้วเลิกคิ้วถามประมาณว่าแล้วเรื่องของแกล่ะ

 

                “ไม่รู้ไอ้เด็กนั่นเป็นอะไร อยู่ดีๆมาขอห่างกับชั้นเฉยเลย” ชางมินพูดแล้วแกะซองขนมปังของคยูฮยอนเข้าปากไปอีกชิ้น

 

                “ไอ้มินโฮน่ะนะ ขอห่างกับแก?” มีแต่เรื่องให้ประหลาดใจเว้ย

 

                “เออดิ ชั้นยังงงเลยไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รู้แต่ตอนนี้เจ้าตัวเอาแต่หลบหน้าหลบตาชั้น ไปตามหาที่โรงเรียนก็ไม่เคยได้เจอตัวเลยสักครั้ง ชั้นเองก็ไม่ได้อยากยอมแพ้นะ แต่บางครั้งแม่งก็น้อยใจว่ะ มีอะไรทำไมไม่บอกกันวะ อยู่ๆมาพูดแบบนี้ ไม่คิดถึงความรู้สึกคนทางนี้มั่งเลย” ชางมินตัดพ้อ

 

                “พวกแกนี่พอกันทั้งคู่เลย ชั้นจะทำยังไงดีวะเนี่ย” คิบอมยกมือขึ้นกอดอก

 

                “ชั้นจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วห่างกันมาเป็นสิบๆวันแบบนี้น่ะ ให้ตายเถอะ ไอ้เด็กบ้า” ชางมินเข่นเขี้ยว

 

                “แกยังดีที่น้องเค้าแค่ขอห่าง ดูอย่างชั้นสิมาคำเดียวสั้นๆว่าเลิกกัน ทรมานกว่าแกเยอะ” คยูฮยอนพูดขึ้นมาทั้งๆที่กำลังหลับตาอยู่

 

                แต่ก็ทำให้ทั้งคิบอมและชางมินหันไปมองด้วยความเห็นใจทั้งคู่

 

                คยูฮยอนลุกขึ้นยืนเพื่อมองท้องฟ้าที่วันนี้ไม่ได้ปลอดโปร่งเป็นฟ้าใสๆเท่าไหร่นัก ก่อนจะหันมาบอกว่าเพื่อนๆว่าจะไปเข้าห้องน้ำสักหน่อย ให้ไปเจอกันที่ห้องเรียนวิชาต่อไปได้เลย

 

                เจ้าของฉายาอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์เดินไปตามระเบียงทางเดินเรื่อยๆ เมื่อเสร็จจากการจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วเหลือเวลาอีกเกือบสิบนาทีถึงจะหมดเวลาพักของวันนี้

 

                ก่อนที่จะต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นใครบางที่เดินตัดหัวมุมของอาคารไป ซองมินมาทำอะไรที่นี่?! ตาเรียวคมเพ่งมองอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้จำคนผิดแน่ๆ แต่ดูจากเครื่องแบบมหาวิทยาลัยและพี่จองโมที่ยืนอยู่ข้างๆแบบนี้ก็คงไม่มีใครอีกแล้วล่ะ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงออกวิ่งทันที

 

 

 

                “แกว่ามันแปลกๆรึเปล่าวะจองโม...” ซองมินพูดขึ้นหลังจากเดินออกมาจากห้องพักครูหมวดหนึ่งของฝ่ายมัธยม ซึ่งพวกเขาถูกอาจารย์ฝั่งมหาวิทยาลัยไหว้วานให้ช่วยเอาเอกสารมาให้ที่นี่เกี่ยวกับนักเรียนที่จะยื่นความประสงค์ในการเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยยอนเซในปีการศึกษาหน้า

 

                เมื่อมาถึงก็พยายามมองหาอาจารย์สวยประหารที่น่าจะอยู่ประจำโต๊ะในเวลาพักเที่ยงแบบนี้แต่กลับพบพียงความว่างเปล่า เมื่อลองถามๆอาจารย์ท่านอื่นดูก็ได้คำตอบเพียงว่าอาจารย์ฮีชอลขอลากิจหนึ่งวันเท่านั้น

 

                “อะไรแปลกวะ...” จองโมขมวดคิ้ว

 

                “ก็วันนี้อาจารย์ฮีชอลขอลาหยุดล่ะสิ” ซองมินเฉลย

 

                “แล้วมันแปลกตรงไหน อาจารย์เค้าอาจจะมีธุระที่ไหนสักแห่งก็ได้มั้ง” จองโมยังคงไม่เข้าใจ

 

                “มันไม่ใช่อย่างนั้นเว้ย เออมันไม่แปลกหรอกถ้าอาจารย์ฮีชอลแกจะลาน่ะ แต่มันแปลกตรงที่วันนี้ลุงเกิงก็ขอลาหยุดเหมือนกันนี่ล่ะ” ซองมินทำท่าครุ่นคิด

 

                “เออ จริงด้วยสิ ลืมนึกถึงข้อนี้ไปเลย แกคิดว่าพวกค้าจะไปด้วยกันงั้นหรอ” จองโมถาม ก่อนจะนึกไปถึงใครอีกคนที่ไม่ได้คุยกันอีกเลยตั้งแต่ที่เกิดเรื่องในสวนวันนั้น แม้จะมีโอกาสเดินสวนกันบ้างในมหาวิทยาลัย แต่อีกฝ่ายกลับเดินผ่านเค้าไปเหมือนกับเค้าเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น

 

                ความจริงมันก็ควรจะเป็นเรื่องที่ดีแล้วสิ เลิกแล้วต่อกันไม่มีอะไรให้ยุ่งวุ่นวายกันอีก แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าบางครั้งภายในใจมันกลับรู้สึกว่างเปล่าเหมือนบางสิ่งบางอย่างมันขาดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

                “ไม่รู้สิวะ แต่โอกาสเป็นไปได้มันก็สูงอยู่นะ ว่าแต่ว่าพวกเขาไปที่ไหนกันเถอะ” ซองมินพยายามเดา

 

                แต่ก็ถูกเสียงของคนคุ้นเคยเรียกให้หลุดออกมาจากภวังค์แห่งความคิดซะก่อน

 

                “ซองมิน!” คยูฮยอนเรียกอีกฝ่ายแล้วรีบเดินเข้ามาหาทันที แต่ททว่าซองมินกลับเดินไปหลบหลังของจองโมซะได้

 

                จองโมมองเด็กรุ่นน้องสลับกับมองเพื่อนตัวเองอย่างกนักใจ ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เค้าเองก็พอจะรู้เรื่องทั้งหมดจากซองมินมาบ้าง คยูฮยอนก็ผิดจริงๆนั่นล่ะที่โกหกเพื่อนของเค้า แต่จะว่าไปแล้วก็ชักจะเริ่มสงสารเจ้าเด็กนี่ขึ้นมาเหมือนกัน ดูจากการที่มันพยายามมาหาซองมินแม้จะไม่ได้เข้าใกล้เลยแม้แจ่น้อยล่ะนั่น

 

                เพื่อนเค้าก็ใจแข็งได้เกินกว่าที่เค้าคิดเอาไว้ เนื่องจากภายในทีมแล้วซองมินถือได้ว่าเป็นคนที่อ่อนไหวที่สุด ไม่คิดว่าจะอดทนได้นานแบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะยอมให้อภัยไอ้เด็กนี่ แต่เค้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าซองมินจะไม่ได้รักคยูฮยอนแล้ว เพราะภายใต้ท่าทีไม่สนใจแบบนี้น่ะ ทั้งเค้าและทงเฮต่างก็รู้ดีเจ้าตัวแอบไปร้องไห้อยู่บ่อยๆ คงได้แต่รอเวลาให้ความเจ็บปวดจากการกระทำของอีกฝ่ายทุเลาลงบ้างก่อน ค่อยคุยกันน่าจะดีกว่า

 

                “เดี๋ยวสิซองมิน คุยกันก่อน...” คยูฮยอนพยายามต่อรอง แต่ซองมินกลับกระตุกเสื้อด้านหลังของจองโมเท่านั้น

 

                “กลับคณะกันเถอะจองโม” ซองมินบอก

 

                “ซองมิน ให้โอกาสผมอธิบายบ้างสิ ผมรู้ว่าผมผิด แต่.....”

 

                “หุบปาก! ชั้นไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น” ซองมินพูดสั้นๆแต่ก็ชัดเจนในความรู้สึกของคนฟังได้เป็นอย่างดี เมื่อพูดจบแล้วก็หันหลังวิ่งออกไปทันที

 

                คยูฮยอนยืนนิ่งกับประโยคที่ได้ยิน จนเหมือนสองขามันจะหมดแรงเอาซะดื้อๆ จะก้าวขาตามไปก็ถูกจองโมขวางเอาไว้ก่อน

 

                “พี่....ผม.....” คยูฮยอนมองอีกฝ่าย

 

                “อย่าเพิ่งตามไปเลย ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก” จองโมพูดอย่างเห็นใจแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

 

                “ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย ผมรักซองมิน”

 

                “แต่ก็น้อยกว่าที่นายรักตัวเอง” จองโมอดตำหนิไม่ได้

 

                “ไม่จริง!...” คยูฮยอนเถียงทันที

 

                “ไม่งั้นนายไม่เลือกสิ่งที่นายรักก่อนซองมินหรอก นายโทรยกเลิกนัดเพื่อนชั้นเพื่อเลือกในสิ่งที่นายสนใจมากกว่า แล้วนายยังจะมาบอกว่านายรักซองมินที่สุดอีกหรอ”

 

                คยูฮยอนถึงกับเถียงไม่ออกเมื่อเจอคำพูดแบบนี้

 

                “ถ้านายรักใครซักคนจริงๆแล้วล่ะก็นะ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ทุกเรื่องของเค้าจะมาก่อนทุกสิ่งทุกอย่างเสมอ จำไว้” จองโมพูดเสร็จก็หันหลังเดินออกไปทันที ทิ้งให้คยูฮยอนได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ต่อไปแบบนั้น

 

 

                “ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปน่ะคิดดีแล้วหรอ” เมื่อเดินลัดมุมตึกห่างจากที่ยืนอยู่กับคยูฮยอนเมื่อกี๊มาไม่ไกลนักก็เจอเข้ากับซองมินที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว จึงเดินกลับคณะด้วยกัน

 

                “ไม่รู้สิ....” ซองมินตอบสั้นๆ

 

                “ชั้นว่าแกรู้แต่แกไม่อยากยอมรับมากกว่า” จองโมพูดอย่างรู้ทัน

 

                “อะไรของแก?” ซองมินทำเสียงขึ้นจมูก

 

                “ไม่ต้องตอบชั้นก็ได้ เพราะถึงยังไงมันก็เป็นเรื่องระหว่างแกกับคยูฮยอน แต่มันสนุกแล้วหรอวะวิ่งหนีความรู้สึกตัวเองแบบนี้น่ะ” จองโมขยี้ผมของอีกคน

 

                “เค้าโกหกชั้น มันเป็นสิ่งที่ชั้นเกลียดมากที่สุด

 

                “ความรักที่ก็แปลกเนอะ ทำให้คนที่อ่อนโยนที่สุดกลายเป็นคนที่ใจแข็งที่สุดได้ในเวลาเดียวกัน” จองโมยิ้มบางๆ

 

                “แกอย่ามาทำตัวเป็นนักกวีอะไรตอนนี้เลย” ซองมินหยิกแขนเพื่อนสนิท ก่อนจะเดินต่อไปโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

 

                “ซองมิน....” เมื่อใกล้ถึงห้องเรียนจองโมจึงเรียกเพื่อนสนิทเบาๆ

 

                “หืม?” ซองมินสะดุ้งเล็กน้อยเพราะมัวแต่คิดเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ในหัว

 

                “มันยากเกินไปหรอวะ? ที่จะให้อภัยคนที่เรารักน่ะ?” จองโมถามคนข้างๆ แต่เสียงหนึ่งในใจก็เรียกร้องว่าเค้าควรจะถามตัวเองเช่นกัน

 

                “.....”

 

                “แกว่ามันคุ้มค่ารึเปล่าวะ ที่จะปล่อยให้ทิฐิพรากความรักไปจากเราน่ะ” จองโมสะท้อนแววตาเจ็บปวดเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถามประโยคนี้ออกมา แล้วเปิดประตูเข้าห้องเรียนไป

 

                ซองมินมองตามแผ่นหลังเพื่อนสนิทไปอย่างสับสน เพราะคำถามของจองโมก็ทำให้หัวใจของเค้าเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับคำว่ารักของอดีตคนรักที่ได้ยินเมื่อครู่นี้...

 

                ชั้นควรจะตอบว่าอะไรดี คยูฮยอน?





**********************************************

วะฮิ้ววววววววว....!! ต้องถามคำถามอินเทรนด์ ใครเป็นผู้ประสบภัยแล้วยกมือขึ้น!!
สวนจีนต้องยกครึ่งมือ555' ฮือๆ - -' ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไปเนอะ นายกบอกเอาอยู่ๆ ก็เชื่อเขาหน่อย

น้องน้ำมาก็ทำให้หลายอย่างที่วางไว้เกิดผลกระทบ จีนยังไม่ท่วมแต่โรงพิมพ์ไปล่ะ - -'
ก็ทำอะไรไม่ได้เลย จะโทรหาทุกคนที่สั่งจอง ทำไปได้ครึ่งเดียว มือถือก็พัง คอมก็ดับ
ชีวิตนี้มีอะไรที่ได้มาง่ายๆมั่งมั้ยเนี่ย เฮ้อ...

กลับมาอัพอีกครั้ง หลังหายไปนานมาก! ตอนนี้เป็นการเริ่มเล่มสามเลยนะคะ
มาเดินทางไปสู่ตอนจบของเรื่องนี้ด้วยกันน้า :D

ปล.ช่วยกันเม้นท์+โหวตด้วยนะคะ อย่าเพิ่งเบื่อนักเขียนจอมเลทคนนี้น้า ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4511 HyukJewel (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 15:34
    ปรับความเข้าใจกันค่ะ ทั้งสองคู่เลย 
    #4,511
    0
  2. #4403 Mind-myy (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 17:01
    มินใจแข็งมากอ่ะ คยูพยายามง้อเข้านะ
    #4,403
    0
  3. #4278 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 19:08
    เฮมินบอกให้ฟังคยูไงเล่าา TT ไม่ฟังแล้วแก2คนจะดีกันมั้ยฮะ
    #4,278
    0
  4. #4221 piggy-oun (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 / 13:15
    เมื่อไหร่เค้าจะปรับความเข้าใจกันซะที
    #4,221
    0
  5. #4160 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2555 / 00:07
    ใจแขงกันจังเลยเห้ออออออออ
    #4,160
    0
  6. #4073 thenungning (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 23:21
    อืออออ
    #4,073
    0
  7. #4063 OoMy (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 08:38
    เฮ้ออออ
    #4,063
    0
  8. #3992 KIHAE*129 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 20:24
    จองโมกับเจย์นี่มันยังไงน๊า

    เฮ้ออออออออออออออ

    หนักใจกับทุกคู่
    #3,992
    0
  9. #3937 I' Saru,, (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 10:36
    แต่ละคน
    อาการหนัก
    =_=;
    #3,937
    0
  10. #3756 snowvirgin (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 00:39
    น่าสงสารอ่า ทุกคนเลยนะนี่ ตาคยูก้อนะต่ายน้อยใจแข็งมากมาย ส่วนชิมชางก้อเก่งแต่เรื่องเรียนไม่ได้มีเซ้นเรื่องตาโฮเล้ยยย ส่วนตาบวมก้ออุดส่ามีความสุขเรื่องด๊องแล้ว แต่ต้องมากลุ้มเรื่องเพื่อนซะงั้น

    เฮ้อออออออออออออ
    #3,756
    0
  11. #3714 อิป้าบ้าเอสเจ=[]=!! (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 / 23:55
     กลับมาซะทีนะสวนจีนนะ  555555555  

    หายไปนานมากกกกกกกกกกก!  ทวงบ่อยมาก-....-

    เเอบเศร้าฮะตอนนี้*เเอบเช็ดน้ำตา* ฮ่าๆ เว่อร์ไปๆ-......-
    #3,714
    0
  12. #3713 lovekihae (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 / 20:39
    ไรเตอร์กลับมาพร้อมกับดราม่าของคยูมิน มินมิน

    ขอให้ซองมินใจอ่อนซะทีเถอะ สงสารคยู

    บอมก็พยายามช่วยเพื่อน ๆ เต็มที่นะ

    แล้วน้องมินโฮโกรธอะไรพี่ชางมินล่ะเนี่ย
    #3,713
    0
  13. #3712 มาดาม คิม (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 / 14:10
    ฮิ้ววววววยินดีต้อนรับไรเตอร์นะคะ

    ดีใจมากเลยที่ยังไม่ทิ้งเรื่องนี้

    เพราะว่ามันสนุกมากและอยากทราบบทสรุป

    ของแต่ละตัวละครยังไงก็สู้สู้นะคะ^^
    #3,712
    0
  14. #3711 mc_mean (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 23:52
    ซองมินใจแข็งมาก ยอมใจอ่อนให้คยูได้แล้ว

    ไรท์เตอร์หายไปนานเลยเนอะ
    สู้ๆนะคะ
    #3,711
    0
  15. #3710 -((`คิมทงเฮ.รอ๑๓ (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 23:30
     ว๊ากกกกกกกกกกกก =[]=
    รอคอยมานาน อยากได้เล่มสามสุดชีวิต
    แต่ตอนนี้คงต้องอ่านในนี้ไปก่อน
    (ความจริงอยากอ่านในเล่มทีเดียว กลัวไม่ตื่นเต้น แต่มันอดไม่ไหว)



    ตอนนี้มีแต่คนดราม่าอ่ะ T^T

    มินที่รัก ยกโทษให้ตากี้เถอะ พลีสส~

    #3,710
    0
  16. #3709 eighteddy (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 21:36
     จองเม้นน 555+ 
    โอยย มิน ทั้ง สองมิน ยอมคืนดีสะเถิดนะโอยยย อย่าโกรธนานมิงามๆๆ
    *พี่จีนกลับมาเเล้วว คิดถึง หุหุ ผลักน้องน้ำออก 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2554 / 21:41
    #3,709
    0
  17. #3708 yaimajunk (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 21:21
    มินนี่ยกโทษให้กี้เถอะ แค่นี้กี้จะเฉาตายแล้วนะ
    #3,708
    0
  18. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 20:02
    โอะ ใจอ่อนเถอะน้า ซองมินจ๋า....T T สงสารกี้มัน
    #3,707
    0