{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 80 : {Accidentally}=[46]-[ห่างกันสักพัก (หรือตลอดไป?)]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 ก.ย. 54

                วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่มินโฮต้องจดบันทึกว่ามันคือวันซวยหยุดโลกของเค้าเลยก็ว่าได้

 

                จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ไอ้ไดโนเสาร์ เต่าล้านปีนี่มันเสนอหน้ามากินข้างเย็นบ้านเค้าอีกแล้วล่ะสิ ไม่รู้ว่าบ้านตัวเองเนี่ยไม่มีข้าวสักเม็ดให้กินรึไง ถึงได้มากินบ้านเค้าอยู่เรื่อยๆเนี่ย

 

                ดีนะที่พ่อไม่อยู่ ไม่ใช่ว่าพ่อจะห้ามอะไรหรอก มีแต่จะส่งเสริมล่ะสิ ก็ไอ้คนตรงหน้านี่มันดันเก่งซะขนาดนี้ แค่แม่คนเดียวก็หลงมันไปหมดแล้ว

 

                กินเยอะๆนะจ๊ะ ลูกชางมิน แน่หุงข้าวเตรียมไว้ซะเยอะเลย ถ้าเหลือนี่แม่น้อยใจแย่เลยน้า น่าน...ยกยอกันเข้าไป เข้าข้างมันเข้าไป

 

                ลูกชายจริงๆของแม่น่ะ นั่งอยู่ตรงนี้นะ!!!

 

                มินโฮจิ้มตะเกียบไปมาอยู่แบบนั้น ไม่ใช่ว่าอาหารมันไม่อร่อยหรอกนะ แต่แค่เห็นคนตรงหน้านี้ รสชาติมันก็สูญเสียไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ!

 

                เป็นอะไรล่ะยีราฟฟี่ ทำไมเขี่ยอาหารเล่นแบบนั้นล่ะ นั่นไง...มันยังไม่รู้ตัวอีก

 

                นั่นสิลูก...ปกติเรากินเยอะกว่านี้นี่นา แม่ยังมาสำทับกันอีก

 

                ผมก็หิวนะครับ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้บรรยากาศมันชวน....ขย้อนอาหารออกมาจริงๆ ไม่พูดเปล่า ยังกรอกตาไปมาอีกด้วย

 

                ชางมินกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เมื่อเข้าใจดีว่าสิ่งที่มินโฮต้องการจะสื่อคืออะไร

 

                แต่จะทำไงได้ล่ะ? ก็ข้าวที่บ้านนี้มันอร่อยกว่าที่ไหนๆนี่นา แถมมันยิ่งอร่อยขึ้นไปอีกเมื่อได้มองสีหน้าบอกบุญไม่รับของเจ้าเด็กแสบนี่อีก

 

                เห็นแล้วมันน่าแกล้งชะมัดยาดเลยล่ะ

 

                เป็นอะไรรึเปล่าลูก?

 

                ไม่รู้สิฮะ บางทีถ้าเราได้อยู่กันสองคนอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ มินโฮว่าแล้วก็ปรายหางตามามองชางมินที่ยังกินอาหารอย่างไม่รู้สึกอะไร

 

                เอ๋....? แต่ดูเหมือนผู้เป็นแม่จะยังไม่เข้าใจแฮะ

 

                มินโฮจึงตัดบทสนทนาด้วยการกลับไปตั้งใจกินข้าวให้มันหมดถ้วยจะได้รีบๆขึ้นไปยังห้องตัวเองให้มันหมดเรื่อง ไม่ต้องทนเหม็นหน้าไอ้คนหน้าด้านหน้าทนนี่อีก

 

                เออ นี่มินโฮวันมะรืนเรามีสอบใช่มั้ย? อยู่ดีๆแม่ก็เงยหน้าขึ้นมาถามเค้าซะงั้น

 

                ครับ สอบวิทย์อ่ะแม่ ผมต้องทำไม่ได้อีกแน่ๆเลย พูดถึงไอ้วิชานี้แล้วมันก็น่าเบื่อขึ้นมาทันทีเลยแฮะ

 

                ไม่รู้จะยากไปไหน!

 

                ให้พี่สอนเอามั้ย? อยู่ดีๆไอ้ไดโนเสาร์มันก็ออกความคิดเห็น(โดยที่ไม่มีใครต้องการ)ออกมากลางวงครับ

 

                ไม่ต้อง!” ไม่ต้องคิดเลยล่ะ นี่เป็นเสียงของผมเอง แค่นี้ก็เบื่อขี้หน้ามันจะตายชักอยู่แล้ว

 

                แต่แม่ว่าดีออกนะ มินโฮ พี่เค้าก็เก่งขนาดนี้ เราจะได้สอบได้คะแนนดีๆไงลูก แม่ช่วยมีความเห็นแบบเดียวกับผมสักอย่างได้มั้ยเนี่ย อะไรมันก็ดีไปหมด ผมชักจะน้อยใจแล้วนะ

 

                แล้วไอ้หมอนี่มันยังทำหน้าตาเป็นต่ออีก เฮ้อ...นี่สรุปผมจะหนีมันไม่พ้นเลยใช่มั้ย?

 

                จวบจนกระทั่งเรากินข้าวเย็นกันเสร็จแล้ว ผมก็ยังต้องทนให้มันเดินตามขึ้นมายังห้องนอนผมอีก

 

                นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่มันได้เหยียบเข้ามาในห้องนี้ เพราะปกติมันก็ได้แต่อยู่ข้างล่างนั่นล่ะ ห้องนอนผม ผมหวง

 

                โอ้ว...ห้องนอนสะอาดกว่าที่คิดไว้แฮะ มาถึงก็ปากเสียเลย

 

                นั่งรออยู่นี่ก่อนแล้วกันนะ จะไปอาบน้ำ ผมบอกมันแล้วก็เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวออกมาทันที

 

                ผมอาบน้ำโดยใช้เวลานานไม่น้อย เพราะสระผมด้วย ก่อนจะใส่ชุดนอนประจำตัวซึ่งก็คือกางเกงบอลและเสื้อกล้ามตัวโคร่ง เดินเช็ดหัวเข้าห้องนอนมาเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ

 

                เฮ้ย! ใครใช้ให้นอนเตียงชั้นเนี่ย ผมโวยออกไปทันทีเมื่อเห็นใครบบางคน(หรือบางตัว) กำลังนอนแผ่หลามองดูน่าอนาถอยุ่บนเตียงนอนของผม

 

                ขอยืมนิดเดียวทำเป็นหวง มันบ่นเล็กน้อยแต่ก้ยอมลุกขึ้นมาแต่โดยดี

 

                จะสอนอะไรก็รีบสอน รำคาญ ผมบอกกับมันก่อนจะสะบัดหัวไล่น้ำเปียกๆออก

 

                ทำแบบนั้นพื้นห้องก็เปียกหมดสิ เอามานี่!” มันบอกก่อนจะดึงผ้าขนหนูไปจากมือผม แล้วลงมือใช้มันเช็ดหัวของผมเบาๆ

 

                กลายเป็นว่าตอนนี้เราสองคนกำลังยืนหันหน้าเข้าหากัน โดยที่มีสองมือของมันเช็ดผมให้ผมน่ะสิ

 

                ถึงจะไม่อยากพูดก็ตามเถอะนะ แต่ผมก็ยอมรับเลยว่ะว่ามันเบามือขัดกับสภาพถึกๆของมันมากๆเลย

 

                จนกระทั่งมันเอาผ้าออกนั่นล่ะ ต่อมคนดีของผมเลยเริ่มทำงานเล็กน้อย

 

                ขอบ...ใจ...เอ่อ หมายถึง ขอบคุณ ผมเขินเหมือนกันนะ ที่ต้องบอกมันน่ะ

 

                ชางมินอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงไปแนบปากจุ๊บมินโฮเบาๆ

 

                เอาเป็นแบบนี้ดีกว่านะ ก่อนจะเดินอ้อมหลังเอาผ้าไปตาก ปล่อยให้มินโฮดิ้นเร่าๆอยู่บนพื้นด้วยความโกรธ

 

                จะสอนก็รีบสอน!!!”

 

                จากนั้นชางมินก็ใช้เวลาทั้งชั่วโมงเพื่อสรุปข้อมูลการเรียนที่สำคัญให้มินโฮฟัง ทำเอาเด็กหนุ่มจอมแสบต้องแอบชมเลยว่าถ้าเป็นเรื่องการเรียนแล้วล่ะก็ ไอ้หน้าแก่นี่มันจริงจังมากๆเลยล่ะ ไม่ปล่อยให้เค้ามีโอกาสเล่นเลยสักนิด

 

                ก็รู้ว่าเก่ง แต่นี่มันหนักเกินป๊ายยยยย

 

                โอยย ไม่ไหวแล้ววววว พอก่อนนนนน มินโฮยกมือขึ้นมาปิดหัวแล้วส่ายหน้าไปมา

 

                เหลืออีกนิดเดียวเนี่ย อย่าเพิ่งงอแง ชางมินเอ็ดเข้าให้

 

                บรรทัดเดียวก็ไม่เอาแล้ว เบื่อแล้ว ไม่อยากได้ยินแล้ว มินโฮยังดื้อแพ่งอยู่แบบนั้น

 

                มินโฮ... คุณครูชางมินเริ่มเสียงเข้ม

 

                ไม่เอาแล้ว ไม่ๆๆๆ เบื่อๆๆ วิชาน่าเบื่อ!”

 

                ชางมินมองความเอาแต่ใจของคนตรงหน้าแล้วก็อ่อนใจ ก่อนจะรวบเอวคนข้างๆให้ขึ้นมานั่งตักตัวเองเอาไว้ แล้วกอดเอวเอาไม้แน่น

 

                เฮ้ย! ปล่อยนะ... มินโฮจิกไหล่หนาทันที

 

                เลิกงอแง แล้วกลับมาตั้งใจฟัง อีกนิดเดียวนี่ล่ะ ชางมินสั่งเสียงฉียบ

 

                มินโอจึงได้แต่นั่งทำห้ามุ่ยอยุ่บนตักแกร่งเท่านั้น

 

                เอาล่ะ จบบทหมดแล้ว ชางมินยิ้มให้กับผลงานตัวเอง

 

                จบก็ปล่อยดิ กอดทำเพรื่อ? มินโฮทำหน้ายู่

 

                โหย ทำหน้าแบบนี้ไม่เจียมสภาพหน้าตัวเองเลย ดูได้ที่ไหนเนี่ย

 

                ปากเหรอนั่น มินโฮอดใจไม่ไหว ตบเข้าให้สักหนึ่งที

 

                โอ๊ย ตบจริง เจ็บจริงเลยนะเนี่ย ชางมินแกล้งร้องให้มันโอเวอร์

 

                เกินไปล่ะ อย่ามามากมาย

 

                ชางมินยิ้มบางๆแล้วสบตาคนบนตัก

 

                มองทำไม ชั้นหล่อล่ะสิ

 

                มองแฟนตัวเองที่โคตรหลงตัวเองเลย ชางมินยักคิ้ว จนมินโฮต้องเอานิ้วมาหยิกไว้

 

                เวิ่นเว้อ....

 

                ขอจูบทีนึงดิ

 

                คนหน้าด้าน

 

                นะ... ชางมินยังขอไม่เลิก

 

                ไม่...แม่อยู่

 

                ขอจูบเอง ไม่ได้ขอมีอะไรด้วยซะหน่อย

 

                O///O

 

          หัดอายบ้างได้มั้ย? ถ้าแม่มาได้ยินจะว่าไงห๊า มินโฮรีบเอามือปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้

 

                ก็ดีสิ ท่านจะได้รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน

 

                นายจะบ้าเร๊อะ พูดอะไรไม่คิดเลย

 

                ก็แค่อยากจูบ อยากมีอะไรกับแฟนตัวเอง มันผิดตรงไหน

 

                ผิดทุกตรง

 

                ใจร้ายยยยย คนที่สูงกว่าลากเสียงยาว

 

                เอออออออออออออออออออออ

 

                นี่พูดจริงๆนะ...

 

                ก็พูดจริงๆเหมือนกัน มินโฮเองก็ไม่ยอมลดละ

 

                ชิส์...... ชางมินพูดแล้วก็ไล้มือข้างหนึ่งของตัวเองไปทั่วใบหน้าของมินโฮ

 

                มี...อะไร... มาจ้องตากันแบบนี้ เป้นใครก็ต้องหวั่นไหวล่ะ

 

                เปล่า อยากมองตาเฉยๆ ชางมินตอบแล้วก็ยิ้มบางๆ

 

                ทำเอามินโฮชะงักไปเล็กน้อย นานเท่าไหร่แล้วนะที่หมอนี่คอยเทียวไล้เทียวขื่อเค้าอยู่เป็นประจำ

 

                จะให้ตอบว่าไม่รู้สึกอะไรเลยมันก็ไม่ใช่ เพียงแต่เค้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้คนตรงหน้าเนี่ยมันรู้สึกยังไง

 

                ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าที่มันเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตเค้าแบบนี้จะเป็นเพราะว่ามันชอบเค้า หน้าตาดีแบบนี้ ยังมีสิทธิ์เลือกใครต่อใครอีกมากมาย แล้วดูเค้าสิเป็นใคร แค่เด็กผู้ชายธรรมดาๆ

 

                พูดแล้วเหมือนดูถูกตัวเองยังไงก็ไม่รู้

 

                บางทีก็แอบกลัวว่ามันอาจจะแค่อยากแกล้งเค้าเท่านั้น หรือถ้าเป็นหนังการ์ตูนหน่อย มันอาจจะพนันกับไอ้ปีศาจแก้มบวมนั่นก็ได้

 

                ถ้าเป็นแบบนั้น เค้าจะทำยังไงดีล่ะ?

 

                ชางมินฉวยโอกาสที่มินโฮกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะกำลังใช้ความคิด ก้มลงมาช่วงชิงความหวานที่ริมฝีปาก

 

                อีกฝ่ายได้แต่เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เผลออ้าปากค้างให้ชางมินได้สอดลิ้นเข้าไปทักทาย

 

                มือข้างที่ไม่ได้เกี่ยวเอวมินโฮ ก็ทำหน้าที่ลูบหลังขึ้นลง จนมินโอยอมสงบลงบ้าง

 

                มือหนาเริ่มเคลื่อนเข้าไปในสาบเสื้อของผู้ที่เด็กกว่า ปัดป่ายไล้กับผิวที่เนียนนุ่มมือไปทั่ว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกผลักออกมาอย่างแรงนั่นล่ะ

 

                !!!!!!

 

                ออกไป!” มินโฮชี้ไปยังประตู

 

                พี่ขอโทษ..... ชางมินเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่

 

                สีหน้า และแววตาตอนนี้ของมินโฮทำเอาเค้าเจ็บอย่างบอกไม่ถูก

 

                ออกไป!!  ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

 

                พี่สัญญาจะไม่ทำอีก ฟังก่อน...

 

                มินโฮส่ายหน้าไม่ยอมรับรู้อะไรเดินเข้ามาดันตัวของชางมินให้ออกมาจากห้องจนสำเร็จ แล้วรีบลงกลอนประตูทันที

 

                ปัง ปัง! มินโอออกมาคุยกันก่อน ชางมินยืนทุบประตูอยู่แบบนั้น

 

                ส่วนมินโฮทำเพียงทรุดตัวลงนั่งพิงประตู แล้วกอดเข่าเอาไว้ด้วยความสับสน

 

                ถ้าไม่คิดอะไรกับผม ก็อย่ามาทำให้ผมคิด

 

                หรือถ้าคิดอะไรกับผม ก้ช่วยบอกให้ผมรับรู้ที

 

                เพราะผมมันโง่ ไม่เข้าใจไอ้อาการก้ำกึ่งของพี่หรอก

 

                ชางมินยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของมินโฮแบบนั้นสักพัก ก็มีกระดาษถูกสอดออกมาตรงช่องว่างด้านล่างของประตู

 

                ข้อความสั้นๆที่ทำเอาเค้ารู้สึกเหมือนกับว่าโลกมันหยุดหมุน หรือความรู้สึกมันหยุดลง

 

                เราห่างกันสักพักเถอะนะ

 

ท่าอากาศยานอินชอน

 

                ดูแลตัวเองดีๆนะ.... เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้น ทำให้ร่างบางต้องยิ้มรับกับเวลาที่มาถึง

 

                วันนี้คิม ฮีชอลก็ต้องมาส่งแทบินที่สนามบินเมื่อเจ้าตัวมาทำธุระจนเสร็จและจะต้องกลับไปหาครอบครัวที่แอลเอเหมือนเดิม

 

                ฮีชอลจ้องมองนาฬิกาที่ราวกับว่าจะเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ แล้วก็ยิ้มสมเพชตัวเอง

 

                เป็นเหมือนเดิม แบบนี้ทุกครั้ง มีความสุขเพียงครั้งคราว สุดท้ายก็ต้องคืนเค้าให้เจ้าของตัวจริง

 

                ครับ พี่เขยเองก็ต้องดูแลตัวเองมากๆ ฝากความคิดถึง ถึงฮีจินและเจ้าสองแสบนั่นด้วยนะครับ ฮีชอลยิ้มบางๆ

 

                ได้สิ... แทบินยกมือขึ้นลูบผมนิ่มของฮีชอลอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

 

                ฮีชอลเอื้อมมือขึ้นจับมือหนาของคนที่กำลังลูบผมของตัวเองเอาไว้

 

                เสียงในวันวานของฮันเกิงยังคงคอยหลอกหลอนตามเค้าไม่จบไม่สิ้น กับข้อความที่ดังซ้ำไปซ้ำมา

 

                จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดว่าบอกออกไป?

 

                ทุกๆอย่างระหว่างเค้ากับพี่เขยจะเหมือนเดิมรึเปล่า?

 

                หรือความจริงแล้วเค้าก็ไม่ต้องการให้มันเป็นเหมือนเดิม?

 

                เราเป็นอะไรรึเปล่าห๊ะ ฮีชอล สีหน้าดูไม่ดีเลย แทบินที่สังเกตุเห็นสีหน้าซีดเซียวของร่างบางก็อดถามออกมาไม่ได้

 

                พี่เขยครับ..... ฮีชอลเรียกเสียงเครือ แล้วหันไปหาแทบินโดยที่ไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นสบตา

 

                ว่าไง...แต่เอ จะว่าไปก็ลืมไปแล้วนะว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเราเรียกชื่อพี่เนีย่มันเมื่อไหร่ เอาแต่เรียกพี่เขยๆ แทบินอมยิ้มเล็กน้อย

 

                แต่กลับกลายเป็นว่าฮีชอลกลับต้องพยายามซ่อนน้ำตาให้มากกว่าเดิม

 

                พี่เขยครับ....... ฮีชอลเรียกอีกครั้ง

 

                ว่ายังไง...........

 

                ผมขอกอด....พี่เขยได้มั้ยครับ? ฮีชอลรวบรวมความกล้าออกไปในที่สุด

 

                แทบินอมยิ้มแล้วเขกหัวคนสวยเบาๆไปสองที

 

                ฮีชอลจึงเงยหน้าที่แดงไปทั้งจมูกทั้งแก้มเนื่องจากพยายามกลั้นน้ำใสๆขึ้นมาสบตา

 

                แทบินกางสองแขนออกแล้วกวักมือเป็นเชิงเรียกฮีชอล

 

                ร่างบางจึงโผเข้าหาร่างสูงจนสุดแรง สวมกอดเอาไว้ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี เช่นเดียวกับแทบินที่กอดกระชับวงแขนฮีชอลเอาไว้

 

                ฮีชอลค่อยๆปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเปรอะเปื้อนบ่าของร่างสูง ราวกับว่าอยากจะถ่ายทอดทุกความรู้สึกที่ต้องทนเก็บไว้ผ่านน้ำตาพวกนี้ไป

 

                ขี้แยอีกแล้ว ร้องไห้ทำไม... แทบินยิ้มขำเล็กน้อยแล้วลูบหลังบางเบาๆ

 

                ฮีชอลถามตัวเองเบาๆ จะผิดมั้ยหากว่าเค้าอยากจะหยุดเวลาทั้งโลกเอาไว้เท่านี้ หยุดไว้แค่ตอนนี้ ให้มันอยู่ตลอดไป

 

                แต่ในโลกความจริงมันคงจะไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้ สุดท้ายเค้าก้ต้องปล่อยคนในอ้อมแขนนี้ให้จากไปอยู่ดี

 

                เสียงพนักงานที่ประกาศเรียกทำให้แทบินค่อยๆคลายอ้อมแขนออกจากฮีชอล

 

                และร่างบางก็ยอมรับบในโชคชะตานี้ดีจึงปล่อยมือออกบ้าง

 

                ขอให้ดูแลตัวเอง...จนกว่าจะเจอกันในครั้งหน้านะ แทบินยิ้มเล็กน้อย แล้วเดินตรงไปตรงจุดยื่นตั๋ว

 

                ฮีชอลมองแผ่นหลังของคนที่ตนแอบรัก ภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

                ต้องทนเห็นคนที่ตัวเองรัก หันหลังเดินจากไปแบบนี้ ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว

 

                ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปาดน้ำตาที่มันพากันไหลลงมาอย่างไม่หยุด

 

                หัวใจที่มันบีบรัดจนเจ็บไปหมด พร้อมกับใบหน้าของคนที่ไม่ต้องการที่สุดตอนนี้มันกลับลอยเด่นชัดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

 

                ...ฮันเกิง...

 

                สองขาของฮีชอลก้าวไปข้างหน้า เส้นทางเดียวกับที่แทบินเดินไป

 

                สักครั้ง....

 

                กับเวลาสิบกว่าปี....แค่สักครั้งเท่านั้น

 

                พี่แทบิน!!!”








**************************************

TT' คถ.บรรยากาศเมื่อก่อนเนอะ
ลงฟิคบ่อยๆ มีเวลาว่างเยอะๆ เฮ้อ ..
คถ.ทุกคนค่ะ จีน 18 แล้วนะ
จากวันแรกที่ รู้จักทุกคน ยัง 13 อยู่เลย
(เปิดเผยอายุที่บางคนก็ยังไม่เคยรู้) 555'
เพิ่งดูหนังโป๊ได้อย่างถูกกฎหมาย เมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมาเองค่ะ
55555'

ด้วยรักและศรัทธาถึงคนอ่านทุกคนที่เติบโตมาพร้อมๆกันค่ะ
ขอบคุณจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4510 HyukJewel (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 15:17
    ฮือ เจ้บอกจริงดิ่ T-T
    #4,510
    0
  2. #4402 Mind-myy (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 05:38
    เจ้ เอาจริงหรอ
    #4,402
    0
  3. #4220 piggy-oun (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 / 12:35
    ฮีชอลเอาจริงอ่ะ

    #4,220
    0
  4. #4159 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2555 / 23:59
    ฮีเอาจริงหรอ -[]-
    #4,159
    0
  5. #4062 OoMy (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 08:28
    อย่านะ!
    #4,062
    0
  6. #3991 KIHAE*129 (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 20:06
    ห่างกันบางก็ดีให้มินโฮได้รู้สึก

    เจ๊จะบอกแล้วใช่มั๊ย
    #3,991
    0
  7. #3936 I' Saru,, (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 10:13
    ฮีจะบอกจริงๆ ใช่มั้ยยยยยยยยย
    =[]=
    #3,936
    0
  8. #3836 Es^^ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:48
    ชางมินแค่เผลอน้า~!!

    เจ้ฮี มั่นใจใช่มั้ยว่าจะบอก
    #3,836
    0
  9. #3703 i'm a paster (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2554 / 22:10
    บางทีถ้าชางมิน บอกความรู้สึกออกไปตรง มินโฮ จะได้รู้สึกมั่นใจขึ้นก็ได้นะ

    ฮีชอล เหมือนกำลังจะตัดใจใช่ไหม? การแอบรักคน มันทั้งมีความสุขและทรมานในเวลาเดียวกันจริงๆเลย
    #3,703
    0
  10. #3699 อิป้าบ้าเอสเจ=[]=!! (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 17:50
     ลุ๊งงงงงงTT[ ]TT

    คิดถึงลุงมากอ๊ะ!!

    เเต่ไอ่ห่างกันซักพักเนี่ย.. หดหู่น่ะเฮ๊ยT^T

    เเล้วก็น่าสงสารทั้งฮีเเละก็ฮัน  เฮ้อ.. เมื่อไหร่จะลงลอยกันซะทีนะ..?
    #3,699
    0
  11. #3697 Night-Rebellion-jung (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 กันยายน 2554 / 19:07
    ' ห่างกันซักพัก '
    โฮกกกกกกกกกกกก TT
    วอนฮยอกจะเป็นไงบ้างเนี่ย ??
    แค่แกล้งหรือแต่งจริง
    ไม่เอานะวอน งื้อออออออออ
    #3,697
    0