{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 107 : {Accidentally}=[69]-[รักมึงนะ...]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ต.ค. 56





Los Angelis, USA 09:12 p.m.

 

 

 

 

          “อ้าว ตาคิบอม ยังไม่นอนอีกหรอลูก แล้วน้องล่ะ?” คุณแม่ของผู้ถูกถามเปิดประตูบ้านเข้ามาแล้วยังเจอลูกคนโตนั่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขกพร้อมกับรายการทีวีที่เปิดค้างเอาไว้

 

 

 

 

                “ยังไม่ง่วงครับแม่ ส่วนเซฮีวันนี้บอกว่าจะไปค้างบ้านเพื่อนน่ะครับ” คิบอมลุกขึ้นมาสวมกอดผู้เป็นแม่เล็กน้อย ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม

 

 

 

 

                คุณนายคิมนั่งลงที่โซฟาอีกด้านหนึ่ง ก่อนจะจ้องมองลูกชายคนเดียวของตนที่มองไปยังทีวีแต่แววตาดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่เธออยากจะให้ลูกไม่ลืมวัฒนธรรมบ้านเกิดดังนั้นจึงมีข้อบังคับว่าในบ้านจะต้องพูดภาษาเกาหลีเท่านั้น

 

 

 

 

                “คิบอม...มีอะไรรึเปล่าลูก?” คุณนายคิม ตัดสินใจถามออกมาตรงๆ

 

 

 

 

                “หืม?...เปล่านี่ครับผมสบายดี” คิบอมหันกลับมายิ้มเล็กน้อยให้แม่

 

 

 

 

                “สบายกาย แล้วใจของลูกล่ะ มันสบายตามไปด้วยรึเปล่า?” คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนหลายสิบปี มองปราดเดียวก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าเรื่องอะไร

 

 

 

 

                “มันก็....คงดีมั้งครับ ไม่เห็นมันตอบอะไรผมเลยว่าควรจะทำยังไงดี” อดีตนักเรียนตัวแสบที่กำลังจะกลายเป็นนักศึกษาเฟรชชี่ริมรั้วมหาลัยชื่อดังของที่นี่ยิ้มเหยียดด้วยความเศร้าใจ

 

 

 

 

                “มีอะไรก็บอกแม่ได้เสมอนะ...” คุณนายคิมเดินไปนั่งข้างๆลูกชาย แล้วโอบเอาไว้เล็กน้อย

 

 

 

 

                “ขอบคุณครับแม่...” คิบอมหอมแก้มอีกฝ่าย

 

 

 

 

                “อ้อ! แม่มีอีกเรื่องหนึ่งจะบอกลูก” คุณนายคิมเอ่ยขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้

 

 

 

                “ครับ?”

 

 

 

 

 

                “พอดีว่าแม่ก็เพิ่งจะได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นนี้เอง จากสมาคมทุนที่ลูกได้รับแลกเปลี่ยนไปน่ะ”

 

 

 

 

                “ทำไมหรอครับ เรื่องเอกสารต่างๆผมก็จัดการหมดเรียบร้อยแล้วนี่นา” คิบอมขมวดคิ้ว

 

 

 

 

                “ไม่ใช่จ้ะลูก พอดีว่าทางสมาคมเนี่ยเค้าเห็นว่าลูกได้รับทุนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เกาหลีมาเกือบปีแถมยังเป็นคนเกาหลีแท้ๆอีกด้วยก็น่าจะเริ่มชินกับวัฒนธรรมของที่นั่น ปีนี้มีคนที่สอบชิงทุนแลกเปลี่ยนมาได้ด้วย ทางสมาคมก็เลยอยากจะให้จัดบ้านเราเป็นโฮมสเตย์สำหรับเขาน่ะ”

 

 

 

 

                “หืม? หมายความว่าจะมีคนมาพักอยู่ที่บ้านเราเกือบปีน่ะหรอครับแม่” คิบอมประหลาดใจกับข่าวที่ได้รับเล็กน้อย

 

 

 

 

 

                “ก็น่าจะประมาณนั้นน่ะจ้ะ แม่ว่าเรายังโชคดีนะที่ทางสมาคมเค้าโทรมาแจ้งก่อน ถึงแม้ว่ามันจะกระชั้นชิดมากก็ตามเถอะ อย่างน้อยๆเราก็จะจัดการห้องพักให้เค้าได้”

 

 

 

 

 

                “เดี๋ยวก่อนนะครับแม่ แล้วคนที่สอบได้เนี่ยเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันครับ แล้วเครื่องจะลงวันไหน เราจะให้เค้าพักอะไรยังไง” คิบอมยิงคำถามรัวเป็นชุด

 

 

 

 

                “โอ๊ย ใจเย็นๆลูก ตั้งแต่ลูกกลับมาเนี่ย ลูกมีหลายบุคลิกจนแม่ตามไม่ทันแล้วนะ บางทีก็เงียบเหมือนคนใบ้ แต่พอเวลาจะพูดก็พูดซะน้ำไหลไฟดับเลยทีเดียว”

 

 

 

 

                “ขอโทษครับ...” คิบอมยิ้มแหยๆสงสัยว่าเค้าคงจะติดนิสัยของใครบางคนเข้าจริงๆแล้วล่ะ

 

 

 

 

                “เป็นผู้ชายจ้ะ รู้สึกว่าจะสอบได้แล้วเทียบโอนหน่วยกิตมานะจ๊ะ เพราะว่าจะมาเรียนปีสองเลย เป็นรุ่นพี่ลูกปีหนึ่งน่ะจ้ะ”

 

 

 

 

                คิบอมหน้าเศร้าลงเล็กน้อย เมื่อคิดว่าโลกใบนี้ชักจะกลมเกินไปเสียแล้ว ที่ส่งคนที่อายุไล่เลี่ยกับคนที่เค้ารัก ให้เข้ามาในชีวิตของเค้า อีกทั้งยังมีเรื่องราวคล้ายๆกันกับตัวเค้าอีก

 

 

 

 

                “คิบอม ตาคิบอม! ฟังที่แม่พูดอยู่รึเปล่า?” คุณนายคิมเขย่าแขนลูกชายคนเดียวของตัวเอง

 

 

 

 

                “อะ...ฟังครับๆ แล้วแม่ให้ผมไปรับวันไหนหรอครับ?”

 

 

 

 

                “14 กุมภาพันธุ์ วันอังคารที่จะถึงนี่ล่ะลูก”

 

 

 

 

                “มาวันวาเลนไทน์เลยนะครับ...” คิบอมขำเบาๆ

 

 

 

 

                “เราก็ไปเกาหลีช่วงนั้นพอดีนี่นา”

 

 

 

 

                คิบอมยักไหล่เล็กน้อย เมื่อคิดว่าวาเลนไทน์ปีนี้ตัวเองคงต้องฉลองคนเดียว ทั้งๆที่ก็เป็นแบบนี้มาตลอดหลายปี แต่มาปีนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันช่างเต็มไปด้วยความหดหู่เหลือเกิน

 

 

 

 

          “เราไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ยลูก?” คุณนายถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

 

 

 

 

                “ครับ?....อ่อ ไม่เลยครับ ผมยินดี” อย่างน้อยๆการมีใครสักคนเข้ามาทำให้ชีวิตมีเรื่องใหม่ๆได้ทำเสียบ้าง อาจจะพอบรรเทาความเหงาและเศร้าลึกๆภายในใจของเค้าก็ได้

 

 

 

 

                “ถ้าอย่างนั้นลูกอย่าลืมไปรับพี่เค้าที่สนามบินด้วยนะลูก แล้วก็ถ้าไม่ว่าอะไร จะมาช่วยแม่เตรียมห้องก็ได้นะลูก ลูกเป็นผู้ชายก็น่าจะให้ความเห็นได้ดีกว่า”

 

 

 

 

 

                “อ่า ก็ได้ครับ ว่าแต่แม่รู้ชื่อกับไฟลท์บินของคนๆนั้นรึยังครับ?” คิบอมถามข้อมูลเพื่อที่จะไปรับที่สนามบินได้ถูกต้อง

 

 

 

                “อ่า เค้าให้ข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษกับแม่มานะ ไฟลท์บินหรือรายละเอียดอะไรเดี๋ยวเค้าจะส่งมาให้เราทีหลัง แม่ได้แค่ชื่อภาษาอังกฤษมาน่ะลูก ชื่อแท้ภาษาเกาหลีเค้าบอกว่าต้องรอเอกสารชัดเจนออกมาก่อน” คุณนายคิมทำหน้าคิด

 

 

 

 

 

                “ไม่เป็นไรครับชื่ออังกฤษก็สะดวกดี” คิบอมเลิกคิ้วอย่างไม่ใส่ใจอะไร

 

 

 

 

                “อืม...เดี๋ยวนะ แม่รู้สึกเหมือนว่าจะจดใส่กระดาษเอาไว้อยู่น้า” ผู้เป็นแม่ลุกขึ้นไปคว้ากระเป๋าคู่ใจใบโตขึ้นมาควานหาเศษกระดาษใบเล็กๆท่ามกลางกระดาษหลายสิบแผ่นที่เป็นเอกสารงานรวมทั้งบิลค่าใช้จ่ายระหว่างสัปดาห์

 

 

 

 

                คิบอมมองท่าทางของแม่ดวยความฉงนปนขำ ก่อนจะมองเศษกระดาษเล็กๆสีขาวที่วางอยู่บนพื้น ซึ่งเค้าคิดว่ามันคงจะหล่นมาจากกระสอบที่แม่เค้าเรียกมันว่ากระเป๋านั่นล่ะ

 

 

 

 

 

                มือหนาเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะคลี่ออกเพื่อดูลายน้ำหมึกที่เขียนอยู่บนนั้น ชื่อของใครสักคนที่เค้าจะต้องเตรียมทำตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ดี เพราะคงจะต้องอยู่ร่วมกันอีกเป็นปี

 

 

 

 

 

                คิบอมขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่อ่านชื่อ เหมือนราวกับว่าหัวใจตัวเองมันเต้นดังกว่าปกติเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเต้นถี่อย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆที่เค้าเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

 

 

 

 

                “ยินดีต้อนรับ...สู่อเมริกาครับ.....” คิบอมพูดกับกระดาษแผ่นนั้นเบาๆ ก่อนจะเก็บมันลงในกระเป๋าเสื้อ กระดาษ...ที่เขียนชื่อนักเรียนแลกเปลี่ยนคนล่าสุดของสมาคมเอาไว้

 

 

 

 

 

                “Aiden Lee

 

 

 

 

 

 

 

 

นัมวอน, เกาหลีใต้ เวลา 10:08 a.m.

 

 

 

 

 

                วันหยุดแบบนี้ซีวอนและฮยอคแจเลือกจะมาใช้เวลากันที่ไร่องุ่นที่เป็นเจ้าของร่วมกัน เวลาสายๆแดดยังไม่แรงมากนักทั้งคู่เลยออกมายืนรับลมเล่นที่ริมระเบียงชั้นสอง ซึ่งจากจุดนี้จะสามารถมองเห็นไร่องุ่นทั้งไร่ได้เลยล่ะ

 

 

 

 

 

                ฮยอคแจยิ้มให้กับภาพเบื้องหน้าที่เห็น ไม่น่าเชื่อว่าของขวัญวันเกิดที่สองครอบครัวมอบให้เค้ากับซีวอนเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนนั้น จะเจริญเติบโตอย่างสวยงามมาได้จนถึงทุกวันนี้ เถาองุ่นที่เกาะเกี่ยวและเลื้อยไปตามโครงเสาอย่างเหนียวแน่นก็อาจจะเปรียบได้กับสายสัมพันธ์ระหว่างเค้ากับซีวอนที่นับวันก็ยิ่งแน่นขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

 

                ฮยอคแจขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าของตน

 

 

 

 

                “อะไรวะ?”

 

 

 

 

                “ไหนล่ะของขวัญ วันนี้วันวาเลนไทน์นะเว้ย” ซีวอนทำหน้ามุ่ย

 

 

 

 

                “เออ จริงด้วยว่ะ” ฮยอคแจเพิ่งนึกได้

 

 

 

 

                “นี่อย่าบอกนะว่ามึงลืมอ่ะ กูอุตส่าห์รอของขวัญวาเลนไทน์ปีแรกที่ได้คบกัน มึงทำกูเซ็งเลยว่ะ” ซีวอนส่งเสียงไม่พอใจ

 

 

 

                “โหย นี่มึงกลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย กูขอโทษกูลืมจริงๆ อ้ะ! กูยกไร่นี้ให้เลยก็ได้” ฮยอคแจชี้ไปเบื้องล่าง

 

 

 

 

                “ตลกแล้วมึง มันก็เป็นของกูเหมือนกันครึ่งนึง” ร่างสูงผลักหัวคนรักเล่น

 

 

 

 

                “เอ๊า! ก็ยกส่วนของกูให้ไง มึงก็จะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย”

 

 

 

 

                “ยังไม่เลิกเล่นอีกนะมึง น้อยใจว่ะ” ซีวอนทำหน้าเศร้าแล้วหันหลังพิงระเบียงเอาไว้

 

 

 

 

                “ตุ๊ดแดกหรอมึง ทำท่าแบบนี้อ่ะ” ฮยอคแจไปยืนตรงหน้าแล้วกำผมหน้าอีกฝ่ายไว้เต็มมือ

 

 

 

 

                “กูยังไปหาซื้อให้มึงเลย ทำไมมึงลืมวะ” ซีวอนกำมือชกท้องอีกฝ่ายเบาๆ

 

 

 

 

                “เออๆ เดี๋ยวบ่ายนี้ออกไปหาซื้อด้วยกันเลยก็ได้มันยังเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงนะเว้ยกว่าวาเลนไทน์จะผ่านไปน่ะ”

 

 

 

 

                “อย่างซึ้งเลยว่ะ ทวงแล้วถึงจะซื้อให้” ซีวอนงอนหนักเข้าไปอีก ฮยอคแจจึงต้องโถมตัวเข้าไปกอดเอาไว้

 

 

 

 

                “อย่าเป็นงี้ดิว้า กูง้อแล้วนี่ไง ขอโทษๆๆๆๆ ขอโทษล้านครั้งเลยอ่ะ อย่าโกรธกูเลยนะ เดี๋ยวกูซื้อให้สองชิ้นเลยมึงอยากได้ไรก็ว่ามา” ฮยอคแจโยกตัวซ้ายขวา จนซีวอนต้องยกแขนขึ้นมากอดเอวอีกคนเอาไว้หลวมๆ

 

 

 

 

                “กูไม่ได้อยากได้ของหรอก แค่อยากรู้ว่ามึงใส่ใจกันแค่ไหน”

 

 

 

 

                “โหย มาทำให้กูรู้สึกผิดหนักกว่าเดิมอีก” ฮยอคแจเลื่อนตัวออกมาเอาหน้าผากชนกับหน้าอีกคนเพื่อให้สบตากันชัดจนยิ่งขึ้น

 

 

 

 

                “มึงคิดว่ากูเป็นแฟนมึงรึยังเนี่ย หรือเป็นแค่เพื่อนสนิทเหมือนเดิม” ซีวอนถามออกมาตรงๆ

 

 

 

 

                “ถ้ากูไม่รักมึงกูไม่ยอมให้มึง....นั่นหรอกน่า” ฮยอคแจพูดแล้วก็หน้าแดงเอง

 

 

 

 

                “ไอ้เรื่องได้กันมันก็อีกเรื่องนี่หว่า ไม่เกี่ยวกับรักหรือไม่รัก” ซีวอนเถียง

 

 

 

 

                “อ้าว สรุปคือที่มึงกระแทกกูทุกคืนนี่ไม่ได้รักกูเลยว่างั้น?” ฮยอคแจเอาหน้าผากโขกอีกคนแรงๆ

 

 

 

 

                “โอ๊ย! ไม่ใช่เว้ย มึงไปหัดคำพูดพวกนี้มาจากไหนเนี่ย” ซีวอนยกมือข้างหนึ่งมาลูบหน้าผากตัวเอง

 

 

 

 

                “วาเลนไทน์สำหรับกูมันก็แค่วันๆนึงเท่านั้นล่ะ ไม่ได้สำคัญอะไรเท่าไหร่นักหรอก ถึงมึงจะไม่ให้ของขวัญกูๆก็ไม่น้อยใจหรอก” ฮยอคแจลูบใบหน้าอีกคนอย่างรักใคร่

 

 

 

 

                “เฮ้อ......” ซีวอนยักไหล่

 

 

 

 

                “เพราะไม่ว่าจะวันนี้ วันไหน เทศกาลอะไรยังไงรักที่กูมีให้มึงมันก็ยังเหมือนเดิมทุกวันนั่นล่ะ อย่ามาน้อยใจเลย ทุเรศลูกตาว่ะมึง” ฮยอคแจบีบจมูกโด่งของอีกคน

 

 

 

 

                แต่ซีวอนนี่หัวใจพองโตคับอกไปเรียบร้อยแล้ว ลุกขึ้นคว้าอีกคนเข้ามากอดเอาไว้แน่นๆทันที

 

 

 

 

                “โอ๊ย ไอ้วอนกูหายใจไม่ออก อย่ารัดกูแน่นนักมึง” ฮยอคแจทุบหลังอีกฝ่ายแรงๆ แต่ตัวเองก็กอดตอบแน่นไม่แพ้กัน

 

 

 

 

                “กูรักมึงจัง ไอ้ไก่เตี้ยเอ๊ย...รักว่ะ รักแม่งขึ้นทุกวัน ยิ่งได้กันแล้วยิ่งรักหนักขึ้นไปอีก” ซีวอนพูดไปหัวเราะไป

 

 

 

 

                “เป็นคำบอกรักที่ทำกูซึ้งมากเลยมึง เออๆ กูก็รักมึง...รักมึงชิบหายเลยไอ้ม้าโย่ง” ฮยอคแจเขย่งขึ้นจูบปากคนรัก

 

 

 

                ทั้งสองยืนสบตากันสักพักแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกันทั้งคู่ ก่อนจะพากันมานั่งที่เก้าอี้หวายที่ตั้งอยู่ใกล้ๆระเบียงนั่นล่ะ

 

 

 

 

                “ซีวอน...มึงว่าทงเฮจะถึงรึยังวะ?” ฮยอคแจถามขึ้นขณะที่นั่งกุมมือซีวอนที่นั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ

 

 

 

 

                “มึงจะบ้าหรอ แหกตาดูนาฬิกาหน่อยเถอะ เค้ายังไม่ออกจากเกาหลีเลย” ซีวอนยื่นอีกมือมาผลักหัวฮยอคแจ

 

 

 

 

                “อ้าว...หรอ สงสัยกูจะจำเที่ยวบินผิด” ฮยอคแจยิ้มแหยๆ

 

 

 

 

                “ถ้าจำไม่ได้ออกเดินทางดึกๆคืนนี้ล่ะ น่าจะถึงบ่ายๆตามเวลาที่นู่นล่ะมั้ง” ซีวอนคำนวณเวลา

 

 

 

 

 

                “ถ้าอย่างนั้นทงเฮก็ยังไปถึงในช่วงวันวาเลนไทน์อยู่น่ะสิ” ฮยอคแจยิ้มกว้าง

 

 

 

 

                “ก็คงงั้น...” ซีวอนอดยิ้มตามไม่ได้

 

 

 

 

                “แฟนเก่าชั้นนี่สู้เพื่อความรักจริงๆเลยเนอะ” ฮยอคแจพูดใจก่อนจะถูกซีวอนเขกหัวเข้าให้อีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

 

                “ตลกละ....”

 

 

 

 

                “โหย...อะไรเล่ามึง กูก็แค่ทึ่งในความพยายามของทงเฮเท่านั้นล่ะ คิดดูดิรักขนาดยอมสู้กับสิ่งที่ตัวเองเกลียดที่สุดในชีวิตอ่ะ ถามจริงดิ ถ้าเป็นมึงๆจะทำเพื่อกูขนาดนี้เลยรึเปล่าวะ” ฮยอคแจหันไปถามคนข้างๆ

 

 

 

 

                “ไม่...”

 

 

 

 

                “โหย อะไรอ่ะมึง” ฮยอคแจทำหน้ามุ่ย

 

 

 

 

                “แต่กูจะทำมากกว่านี้อีก” ซีวอนยักคิ้ว

 

 

 

 

                “โธ่ ไอ้คนหลงตัวเอง” ฮยอคแจแลบลิ้นใส่ ก่อนจะเอนกายมองท้องฟ้าวันนี้ที่กลายเป็นสีฟ้าสดใสไม่มีเงาของเมฆสีเทาให้เศร้าหรือหมองหม่น อาจจะเป็นเพราะช่วงเวลาดีๆที่ได้ผ่านเรื่องเลวร้ายต่างๆมามากมายแล้วก็ได้

 

 

 

 

                “เผลอแป๊บเดียวพวกเราก็จะแก่ขึ้นอีกปีแล้วสิเนอะมึง” ฮยอคแจยิ้มบางๆเมื่อพูดขึ้นมาหลังจากเงียบไปสักพัก

 

 

 

 

                “อืม นี่กูจะยี่สิบแล้วหรอวะเนี่ย” ซีวอนหัวเราะ

 

 

 

 

                “จะยี่สิบปีแล้วหรอวะ ที่เรารู้จักกันมาอ่ะ มันเหมือนดูนานแต่บางครั้งก็เหมือนจะแค่เมื่อวานเองเนอะ มึงว่ามั้ย” ฮยอคแจกระชับมือที่กุมมือของซีวอนอยู่ให้แน่นขึ้นไปอีก

 

 

 

 

                “มันจะไม่สิ้นสุดลงในปีที่ยี่สิบหรอกมึงกูรับรอง มันจะมีปีที่สามสิบ สี่สิบ เรื่อยไปจนวันสุดท้ายของชีวิตกูนั่นล่ะ” ซีวอนพูดอย่างหนักแน่น

 

 

 

 

                “มึงสัญญาแล้วนะ...” ฮยอคแจน้ำตาซึมเบาๆ ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งซีวอนมาเกิด ขอบคุณครอบครัวของพวกเค้าทั้งสองคนที่ทำความรู้จักกัน ขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้เค้าให้กุมมือซีวอนเอาไว้แบบนี้

 

 

 

 

                ขอบคุณความรักที่ยอมหยุดอยู่ตรงนี้ หยุดเค้ากับซีวอนไว้ ณ ที่ตรงนี้ด้วยกัน

 

 

 

 

                “ชั่วชีวิตนี้กูไม่สามารถรักใครได้มากไปกว่ามึงอีกแล้วล่ะฮยอคแจ เพราะทันทีที่กูรู้ว่าความรักคืออะไร มันคือวินาทีแรกที่หัวใจของกูเต้นอยู่ให้มีชีวิตเพื่อมึง ถึงแม้วันนี้มึงจะปล่อยมือกูไป กูก็จะวิ่งตามไปจับมือมึงใหม่อีกครั้ง ต่อให้วันไหนมึงวิ่งหนีกูไป กูก็จะวิ่งตาม กูจะคอยไปอยู่ข้างๆมึงไม่ว่ามึงจะต้องการหรือไม่ เพราะมันคือหน้าที่ของหัวใจกูจริงๆ” ซีวอนเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้คนที่เริ่มขี้แยอีกแล้ว

 

 

 

 

                “ไอ้เชี่ย มึงมาทำซึ้งอะไรตั้งแต่ตอนนี้วะเนี่ย ดูดิ๊กูร้องไห้เลย ไอ้เลว...มึงสัญญาแล้วนะ ฮึก...ถ้ามึงไม่รักษาคำพูดมึงวันไหนกูจะฆ่ามึงเลย...ฮือๆ...” ฮยอคแจเริ่มฟูมฟาย

 

 

 

 

                “ฮะๆ มึงขู่ได้น่ากลัวมากอ่ะ”

 

 

 

 

                “สัญญาแล้วนะมึง สัญญากับกูแล้วนะว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ฮยอคแจลุกข้ามไปนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวเดียวกับซีวอนแล้วกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นๆ

 

 

 

                “อืม สัญญาแล้ว สัญญาด้วยหัวใจเลย” ซีวอนจูบหน้าผากคนรักเบาๆ

 

 

 

 

                “ขอบคุณนะซีวอน ขอบคุณทุกอย่างที่มีให้กัน” ฮยอคแจซุกหน้าลงบนอกของร่างสูง

 

 

 

 

                “ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอบคุณอะไร เพราะกูพร้อมจะทำมันไปชั่วชีวิตที่เหลืออยู่เลย ที่รัก” ซีวอนลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ

 

 

 

 

                “กูรักมึงนะซีวอน รักมึงทุกแบบที่ความรักบนโลกนี้จะมีได้เลย กูบอกได้แค่ว่ากูรักมึงและรักมึง”

 

 

 

 

                “เท่านั้นล่ะ...ที่กูอยากได้ยินทุกวันจนกว่าจะตายจากกันไปข้างน่ะ” ซีวอนกอดฮยอคแจเอาไว้แน่น ท่ามกลางรอยยิ้มของคนทั้งคู่

 

 

 

 

                แสงแดดอ่อนๆทอแสงขึ้นเรื่อยๆผสานกับลมที่พัดพาเอาความงอกงามมาสู่ผลผลิต ณ ไร่องุ่นแห่งนี้ที่ปลูกด้วยสายพันธ์แห่งความรัก รดน้ำด้วยความห่วงใจ พรวนดินด้วยความเอาใจใส่และสุดท้ายก็กลายเป็นความผูกพันระหว่างคนสองคนที่จะไม่มีวันพรากออกจากกันได้เลย

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4533 HyukJewel (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 21:00
    โหย องุ่นที่นี่เอาไปทำน้ำตาลได้เลยนะคะ
    หวานเชียวว
    #4,533
    0
  2. #4448 piggy-oun (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 12:52
    วอนฮยอก หวานกันจริงเลยนะ
    คู่รักฮาร์ดคอร์เนี่ย อิจฉาค่ะ

    คิบอมเตรียมตัวไปรับทงเฮที่สนามบินได้เลยจ้ะ
    #4,448
    0
  3. #4442 กุหลาบน้ำเงิน (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 20:40
    แหมคู่วอนฮยอกนี่หวานกันจริงๆเลย

    ว่าแล้วว่าเฮต้องสอบบินตาบอมไปอิอิ
    #4,442
    0