{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 106 : {Accidentally}=[68]-[กลับอเมริกา]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ต.ค. 56





            ในที่สุดก็ถึงวันกำหนดกลับประเทศสหรัฐอเมริกาของนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มีชื่อว่าคิม คิบอมซักที หลังจากมาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนที่ถึงแม้จะเป็นบ้านเกิดแท้ๆของตัวเองนานกว่าสิบเอ็ดเดือน ซึ่งในวันนี้ก็เต็มไปด้วยบุคคลที่พากันมาส่งเค้าอย่างคับคั่ง

 

 

 

                เริ่มจากสองเพื่อนสนิทที่มีค่าต่อเค้ามากตลอดการเรียน ณ โรงเรียนแห่งใหม่อย่างชิม ชางมินและโจ คยูฮยอนที่สัญญาว่าจะบินไปเยี่ยมเค้าที่นั่นแน่นอน ทั้งคู่ก็พาคนรักของตัวเองมาด้วยนั่นก็คือพี่ซองมินและไอ้เด็กข้างบ้านตัวแสบอย่างมินโฮ ถัดจากทั้งสี่คนก็จะเป็นรุ่นพี่ที่กลายมาเป็นพี่ที่แสนดีของเค้าด้วยเช่นกัน พี่ซีวอนและพี่ฮยอคแจ ด้านหลังนั้นก็เป็นอาจารย์ฮีชอล สวยประหารที่ยังคงแพทเทิร์นเดิมคือมีอาจารย์ฮันเกิงนั่งดูแลอยู่ไม่ห่าง ที่เค้าเห็นถัดไปก็คือพี่จองโมกับอาจารย์เจย์ที่กำลังคุยอยู่กับพี่โจควอนและซาจังนิมมยองซู

 

 

 

                ทุกๆคนมากันครบ ยกเว้นก็แต่......คนรักของเค้า

 

 

 

 

                คิบอมหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เค้าไม่คิดว่าเรื่องราว

ความสัมพันธ์ระหว่างเค้ากับทงเฮจะมาลงเอยแบบนี้

 

 

 

 

                ตื่นขึ้นมาตอนเช้า เค้าหวังว่าจะปรับความเข้าใจกับร่างบางก่อนเดินทางมาสนามบิน แต่กลับพบว่าทงเฮออกไปจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เค้าเพียรพยายามติดต่อซักเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล

 

 

 

 

                หรือทุกๆอย่างมันจะจบสิ้นลงแล้วจริงๆ?

 

 

 

 

                ร่างสูงยกมือขึ้นดูนาฬิกาก็พบว่าเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงหนึ่งกว่าจะถึงเวลาประกาศขึ้นเครื่อง ทำให้เค้าพยายามให้ความหวังตัวเองว่าร่างบางอาจจะมาทันในนาทีสุดท้ายก็ได้

 

 

 

 

 

                แม้มันจะเป็นความหวังที่เลือนรางก็ตามเถอะ

 

 

 

 

                “คิบอม ลูก....” คิบอมหันไปตามเสียงที่เรียกชื่อของตนเองก็พบว่าเป็นออมม่าและพี่ทงฮวาที่ตามมาสมทบนั่นเอง

 

 

 

 

 

                “ขอบคุณมากๆนะครับออมม่าตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีที่ดูแลผมเป็นอย่างดีมาตลอด” คิบอมสวมกอดอีกคนที่วันนี้กลายมาเป็นแม่คนที่สองของตนไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

                “ดูแลตัวเองดีๆนะลูก ออมม่าเองก็ดีใจมากๆที่คิบอมมาพักอยู่ที่บ้านของเรา มีโอกาสกลับมาที่เกาหลีอีกเมื่อไหร่ ต้องแวะมาหากันบ้างนะลูก แม่คงจะคิดถึงเราแย่เลยเนี่ย” คุณนายลีเช็ดน้ำใสๆที่หางตา

 

 

 

 

 

                “ครับ ผมเองก็คงจะคิดถึงออมม่ามากๆเช่นกัน ผมจะโทรกลับมาหาบ่อยๆนะครับ” คิบอมยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะมองเลยไปยังพี่ชายของคนรักตัวเอง

 

 

 

 

                “ยินดีที่ได้เจอนะไอ้หนู” ทงฮวาเอื้อมมือมาผลักหน้าผากเด็กรุ่นน้องเบาๆ

 

 

 

 

                “ขอบคุณครับ” คิบอมพยักหน้ารับ ก่อนที่ต่อไปจะเป็นคิวผู้อาวุโสต่างๆ

 

 

 

 

                “มาให้กอดทีซิ ไอ้ตัวแสบ” ฮีชอลกางแขนต่อหน้าลูกศิษย์คนโปรด

 

 

 

 

                “ขออนุญาตนะครับอาจารย์เกิง” คิบอมหันไปทำหน้าทะเล้นใส่คนที่ยืนอยู่ข้างหลังอาจารย์สวยประหาร ซึ่งฮันเกิงก็ผายมือเป็นเชิงตกลง เรียกสายตาอาฆาตจากร่างบางได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

                “เดี๋ยวจะโดนทั้งคู่เลยนะ” ถึงปากจะขู่แต่เจ้าตัวก็สวมกอดคิบอมอย่างบอุ่นเช่นกัน

 

 

 

 

                “ขอบคุณมากนะครับอาจารย์ ถึงผมจะดื้อไปบ้างก็ให้อภัยผมด้วยนะครับ” คิบอมนึกถึงช่วงเวลาที่ได้เรียนกับอาจารย์คนนี้แล้วก็ต้องอมยิ้มทุกครั้ง

 

 

 

 

                “นายมันเป็นเด็กแสบที่ชั้นจะไม่มีวันลืมเลย แต่ก็นั่นล่ะ ชั้นคงคิดถึงเด็กเปรตอย่างพวกนายชะมัด พอจบกันออกไปแล้ว ขอให้โชคดีนะ” ฮีชอลบีบแก้มคิบอมอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

 

 

 

 

                “อาจารย์ก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับ อีกอย่างก็...ให้โอกาสอาจารย์เกิงเค้าบ้างเถอะ” ประโยคหลังคิบอมหรี่เสียงลงให้พอได้ยินกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น

 

 

 

 

                “อะไรของนายเนี่ย” ฮีชอลแกล้งไม่เข้าใจ

 

 

 

 

 

                “ระวังนะครับอาจารย์ วันหนึ่งถ้าหากอาจารย์เกิงแกถอดใจขึ้นมา คนที่จะต้องเสียน้ำตามันก็คือตัวอาจารย์เองนะครับ คิดให้ดีๆ” คิบอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลี่ยงไปหาฮันเกิงทันที ปล่อยให้ฮีชอลได้แต่กระฟัดกระเฟียดเดินกลับไปนั่งที่เดิม

 

 

 

 

                “ไปพูดเรื่องชั้นให้ฮีชอลฟังอีกล่ะสิ” ฮันเกิงขำอย่างชาชิน

 

 

 

 

                “ทำนองนั้นล่ะครับ แต่ยังไงอาจารย์ก็ยังไม่ท้ออยู่ดีใช่มั้ยล่ะครับ” คิบอมทำท่ารู้ทัน

 

 

 

 

                “ใครบอก ชั้นน่ะท้อมาโดยตลอดนั่นล่ะ เพียงแต่ไม่เคยถอดใจสำเร็จซักที” ฮันเกิงยักไหล่

 

 

 

 

                “ผมว่าอาจารย์ของผมก็ต้องมีใจบ้างล่ะน่า” คิบอมให้กำลังใจอีกคน

 

 

 

 

                “ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่ยังไงก็ขอให้นายโชคดีก็แล้วกัน หวังว่าเราจะได้พบกันอีก”

 

 

 

 

 

                “ขอบคุณมากครับ” คิบอมเดินผ่านฮันเกิงไปหากลุ่มเพื่อนของตัวเอง

 

 

 

 

 

                คยูฮยอนและชางมินตรงเข้ามากอดเค้าพร้อมๆกันทั้งสองคน

 

 

 

 

 

                “นี่แกจะกลับแล้วหรอวะ ทำไมมันเร็วอย่างนี้เนี่ย” ชางมินใจหาย

 

 

 

 

 

                “นั่นสิ เหมือนเพิ่งจะเมื่อวานเองที่แกเดินเข้ามาแนะนำตัวในห้องของพวกเรา” คยูฮยอนพูด

 

 

 

 

                “ชั้นดีใจมากเลยว่ะ ที่ได้รู้จักพวกแกสองคน ทำให้หนึ่งปีผ่านมาของชั้นมันโคตรคุ้มเลย” คิบอมพูดจากใจ

 

 

 

 

 

                “ชั้นไม่อยากให้แกกลับเลยว่ะ เอาจริงๆนะ แต่ทำไงได้คนเรามันก็ต้องมีหน้าที่ของตัวเองล่ะเนอะ ห้ามหายหน้าหายตาไปเลยนะเว้ย” ชางมินขู่

 

 

 

 

                “เออ รู้แล้วล่ะน่า” คิบอมทำท่ารับทราบ

 

 

 

 

 

                “อย่าลืมพวกชั้นล่ะ ไม่งั้นแกตายแน่” คยูฮยอนขู่สำทับอีกคน

 

 

 

 

 

                “ชั้นไม่มีทางลืมเพื่อนบ้าๆอย่างพวกแกหรอก แม่ง เขินว่ะ แต่ชั้นก็รักพวกแกนะไอ้เพื่อนยาก” คิบอมเสยผมแก้อาการเลี่ยนๆที่เพิ่งพูดออกไป

 

 

 

 

                “พูดไรวะขนลุก...” ชางมินลูบแขนตัวเองเช่นเดียวกับคยูฮยอน แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เข้าสวมกอดคิบอมอีกครั้งก่อนจะพูดกับเพื่อนต่างแดนของพวกตนเช่นกัน

 

 

 

 

                “ชั้นก็รักแกไอ้หัวหน้าแก๊งค์”

 

 

 

 

                “ไอ้ปีศาจแก้มบวม!” มินโฮโผเข้ากอดอีกฝ่ายทั้งน้ำตา

 

 

 

 

 

                “เฮ้ย ร้องไห้อีกแล้ว” คิบอมตกใจ

 

 

 

 

 

                “ยังไม่กลับไม่ได้หรอ ยังไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกเลย” มินโฮงอแง

 

 

 

 

                “555’ พอๆอย่ามาทำซึ้ง ทีแต่ก่อนล่ะเกลียดชั้นจะเป็นจะตาย ทีนี้มาร้องไม่ให้ชั้นกลับ” คิบอมพยายามหัวเราะแก้เขิน

 

 

 

 

 

                “ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่นา ทำไมนายรีบกลับจังเลยเนี่ย อยู่ต่ออีกนิดสิ ชั้นยังมีเรื่องจะคุยกับนายอีกเยอะแยะเลย” มินโฮต่อรอง

 

 

 

 

 

                “ตอนนี้นายก็เอามันไปพูดกับชางมินได้แล้วล่ะน่า หยุดร้องไห้เถอะ แฟนนายจะฉีกอกชั้นแล้วเนี่ย” คิบอมมองไปยังชางมินที่ไม่ชอบให้แฟนตัวเองร้องไห้เพราะคนอื่นซักเท่าไหร่

 

 

 

 

 

                “นายก็ส่วนนาย ไอ้ไดโนเสาร์ก็ส่วนมันสิ” มินโฮทำหน้ายู่

 

 

 

 

 

                “มินโฮ....” ชางมินเคืองเรื่องชื่อเรียก

 

 

 

 

 

                “เออ รู้แล้วน่า ขอโทษ!” มินน้อยยังคงเส้นคงวาในเรื่องความกลัวแฟนได้เหมือนเดิมจริงๆ

 

 

 

 

                “ถ้าอยากคุยกับชั้นก็ให้ชางมินมันพาไปหาชั้นที่นู่นสิ พ่อนายก็เป็นกัปตันนี่นา รับรองได้ตั๋วถูก เผลอๆจะได้บินฟรีด้วยซ้ำ” คิบอมลูบหัวอีกคนอย่างเอ็นดู

 

 

 

 

                “ยินดีนะที่มีนายมาเป็นน้องชายเพิ่มอีกคน ตั้งใจเรียนแล้วก็อย่าดื้อกับชางมินมันนักล่ะ ฝากเพื่อนรักคนนี้ของชั้นด้วยนะ เจ้าตัวแสบ” คิบอมยิ้มให้ซองมินที่โบกมือลาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะตรงไปหาฮยอคแจและซีวอนที่ยืนอยู่อีกฝั่ง

 

 

 

 

                “รักกันนานๆนะครับ” คิบอมยิ้มให้มือของทั้งคู่ที่กำลังกุมกันอยู่

 

 

 

 

 

                “นายโอเคนะ...” ฮยอคแจถามอย่างเป็นห่วง

 

 

 

 

 

                “ผมก็สบายดีนี่ครับ ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร” คิบอมแกล้งไม่เข้าใจ

 

 

 

 

 

                “เฮ้อ.....” ฮยอคแจถอนหายใจอย่างจนปัญญาที่จะช่วย

 

 

 

 

 

                “ไว้เจอกันที่นั่นนะ ชั้นคงมีโอกาสไปดูงานที่นั่นบ่อยๆ” ซีวอนชวนเปลี่ยนเรื่อง

 

 

 

 

 

                “ยินดีเลยครับ จะมาเมื่อไหร่อย่าลืมบอกผมด้วยนะ แล้วก็ขอบคุณพี่ๆทั้งสองคนมาก ที่คอยช่วยเหลือผมมาตลอด เราต้องได้เจอกันอีกแน่นอนครับ” คิบอมให้สัญญา

 

 

 

 

 

                “ขอบคุณที่นายเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้ชั้นกับซีวอนมีวันนี้นะคิบอม ขอบคุณมากๆจริงๆ” ฮยอคแจพูดจากใจจริง

 

 

 

 

 

                “ต้องขอบคุณพี่ต่างหากล่ะ ที่ทำให้ผมได้รักกับ....ทงเฮ” คิบอมถอนหายใจหนักๆแล้วพยายามยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนจะเลี่ยงไปหากลุ่มของจองโมที่กำลังคุยกับโจควอนและมยองซูโดยมีอาจารย์เจย์นั่งอยู่ข้างๆ

 

 

 

 

 

                จวบจนเหลือเวลาอีกประมาณสิบห้านาทีที่เครื่องจะออก พนักงานจึงประกาศให้ผู้โดยสารทุกคนเดินทางเข้าไปยังเกทด้านในเพื่อนเตรียมความพร้อม

 

 

 

 

 

                คิบอมเกิดอาการหน่วงภายในใจทันที เพราะจนถึงป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววของทงเฮเลยแม้แต่น้อย ความหวังที่มีเพียงเลือนรางนั้นลดน้อยลงจนแทบจะไม่มีเหลืออีกแล้ว

 

 

 

 

 

                ทุกๆคนพากันเดินมาส่งคิบอมจนถึงหน้าจุดตรวจเอกสาร

 

 

 

 

                “ขอบคุณมากๆนะครับทุกคน รักษาสุขภาพกันด้วย” คิบอมโค้งหัวอำลาแต่ก็ยังไม่ลืมสอดส่ายสายตามองหาคนที่ไม่อยู่ไปด้วย

 

 

 

 

 

                “ทงเฮจะไม่มาจริงๆหรอเนี่ย” ซาจังนิมมยองซูอดไม่ไหวที่จะต้องพูดขึ้นมาเมื่อเห็นอาการแบบนั้นของคิบอม

 

 

 

 

 

                ซึ่งก็เป็นคำถามที่ทำให้ทั้งวงเงียบงันไปอย่างไร้คำตอบเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

                “คงงั้นล่ะครับ....” คิบอมเป็นคนตอบคำถามนี้เองพร้อมกับดับความหวังสุดท้ายของตัวเองไปด้วย

 

 

 

 

 

                “ออมม่าโทรตามให้แล้วนะลูก แต่......” คุณนายลีพยายามพูด

 

 

 

 

 

                “ผมโทรไปเกือบจะร้อยสายแล้วล่ะครับ แต่ก็ติดต่อไม่ได้...” คิบอมขัดขึ้นมาซะก่อน จากนั้นก็ทำเพียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

 

 

 

 

 

                “ไม่เป็นไรครับ ไม่มาก็ไม่เป็นไร” เด็กเมกาจอมแสบในตอนนี้เหลือเพียงชายหนุ่มที่มีแววตาลึกๆแฝงไปด้วยความเสียใจเท่านั้น

 

 

 

 

 

                “โชคดีเว้ย!” ชางมินตบไหล่เพื่อนอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งหมดจะได้โบกมืออำลากันจริงๆ เมื่อคิบอมตัดสินใจลากกระเป๋าเดินเข้าประตูไป

 

 

 

 

 

 

                “ไม่น่าเชื่อนะ ว่าสุดท้ายทงเฮจะไม่มาจริงๆ” ซองมินพูดกับจองโม ขณะที่ทุกคนพากันเดินออกจากบริเวณที่อยู่เมื่อครู่มา

 

 

 

 

                “อืม ชั้นเองก็นึกไม่ถึงเช่นเดียวกัน” จองโมตอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ชั้นว่าเรื่องนี้มันแปลกๆนะ” ซีวอนคิดอย่างวิเคราะห์

 

 

 

 

 

                “ไม่มีทางที่ทงเฮฮยองจะไม่มา” มินโฮพูดอย่างมั่นใจ

 

 

 

 

 

                “นี่คิบอมมันขึ้นเครื่องไปแล้วนะ ไหนล่ะพี่ทงเฮ” ชางมินย้อนถาม

 

 

 

 

 

                “เอ๊า! ผมบอกว่ามาก็ต้องมาสิ....” มินโฮเถียง

 

 

 

 

 

                “เฮ้ย!!!” ฮยอคแจร้อง หยุดคำพูดของทุกคนให้มองไปยังต้นเสียงจนได้

 

 

 

 

 

 

                ทงเฮที่เดินรีบเร่งเข้ามา ทำให้ทุกคนวิ่งเข้าไปหาทันที

 

 

 

 

 

                “ทำไมมาเอาป่านนี้ห๊ะลูก คิบอมเค้าขึ้นเครื่องไปแล้ว ทำไมลูกใจร้ายแบบนี้” คุณนายลีตรงเข้ามาเล่นงานร่างบางที่กำลังยืนหอบอยู่แล้วตอนนี้

 

 

 

 

 

                “นั่นสิทงเฮ นายไปทำอะไรมาห๊ะ นายรู้รึเปล่าว่าน้องคิบอมมีอาการน่าสงสารแค่ไหน” โจควอนมาร่วมสมทบทันที

 

 

 

 

 

                “ใช่แล้ว! คิบอมนะตาเศร้าอย่างกับจะร้องไห้ แกนี่มันใจร้ายจริงๆเลย บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าแกไปไหนมาน่ะ!” ซองมินบิดแขนเพื่อนตัวเอง

 

 

 

 

 

                “โอ๊ย! นี่จะไม่มีใครฟังผมอธิบายเลยใช่มั้ยเนี่ย” ทงเฮยกแขนข้างที่โดนหยิกขึ้นมาลูบเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ

 

 

 

 

 

 

                “ไหนล่ะ ที่แกบอกว่าจะอธิบายน่ะ ชั้นเองก็อยากรู้เหมือนกัน” ทงฮวาหรี่ตามองน้องชายตัวเอง

 

 

 

 

 

 

                ทงเฮล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างของตัวเอง ก่อนจะหยิบเอกสารใบหนึ่งขึ้นมากางต่อหน้าทุกคนที่กำลังลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ

 

 

 

 

 

 

                ก่อนที่สีหน้าสงสัยของทุกคนจะแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก ก่อนจะอ้าปากค้างกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์เจย์ผู้เคร่งขรึมก็ตาม

 

 

 

 

 

                “เฮ้ย!!!!!” กว่าสิบชีวิตประสานเสียงกันร้องขึ้นมาจนทั้งชาวต่างชาติและคนเกาหลีในแถบนั้นจะต้องหันมาให้ความสนใจ

 

 

 

 

 

                ทงเฮพยักหน้ารับพร้อมกับขำให้กับอาการของทุกคนตรงหน้านี้ รอยยิ้มที่เปล่งประกายเพื่อนเป็นการยืนยันความเข้าใจของทุกคน

 

 

 

 

 

                และตอกย้ำถึงการตัดสินใจของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

                คิบอมเดินขึ้นมายังที่นั่งบนเครื่องบินด้วยอาการห่อเหี่ยว เหมือนคนกลับเพียงแต่ตัว แล้วทิ้งหัวใจไว้ที่นี่ก็ไม่น่าจะเกินไปนัก

 

 

 

 

 

                เค้ารอจนวินาทีสุดท้ายแล้วทงเฮก็ยังไม่มา มันเป็นความรู้สึกที่โหดร้ายจริงๆ

 

 

 

 

 

 

                ร่างสูงที่ตัวลงกับเบาะที่นั่งอย่างเหนื่อยล้า ยอมรับว่าเมื่อคืนนี้เค้าไม่ได้นอนเลยแม้แต่น้อย มัวแต่คิดมากถึงเรื่องราวในอนาคตของเค้ากับทงเฮ มันมองไม่เห็นเลยว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร เค้ายอมรับว่าความรู้สึกของเค้าที่มีต่อร่างบางนั้น มันจะไม่มีวันเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เค้าไม่รู้ก็คือความรู้สึกของทงเฮนั้นตอนนี้มันยังเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า

 

 

 

 

 

 

                ยังเป็นเค้ารึเปล่าที่อยู่ในใจของอีกคน หรือว่าเค้าถูกผลักให้ถูกออกมานอกใจนานแล้วเพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง?

 

 

 

 

 

                “ให้ตายเถอะทงเฮ คุณทำแบบนี้ได้ยังไง” คิบอมตัดพ้อกับตัวเอง

 

 

 

 

 

                จนสักพักเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนมานั่งข้างๆตัวเอง จึงหันไปมองแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง!!

 

 

 

 

 

                รูปร่างพอๆกับทงเฮ เพียงแต่แต่งตัวปกปิดมิดชิดเท่านั้น

 

 

 

 

 

                นี่คนรักของเค้ากำลังแกล้งเค้าอยู่ใช่มั้ยเนี่ย!!!

 

 

 

 

 

                เค้าเคยอ่านเจอแต่ในนิยายเท่านั้นน่ะนะ ที่ว่าสุดท้ายตัวเอกอีกคนจะขึ้นมาเซอร์ไพรส์ตัวเอกที่กำลังจะเดินทางไปเมืองนอก ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาเจอเข้ากับตัวเองในวันนี้

 

 

 

 

 

 

                หนุ่มอเมริกาแก้มจนแก้มแทบจะฉีก ความหวังที่มันมลายไปเมื่อครู่เริ่มกลับมาก่อร้างสร้างตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

 

                ที่แท้คุณก็อยากจะทำให้ผมตกใจเล่นใช่มั้ยล่ะ ทงเฮ

 

 

 

 

 

                เรายังรักกันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจริงๆ

 

 

 

 

 

 

                “ทง.....” คิบอมกำลังเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างดีใจ ก่อนจะต้องชะงักค้างเมื่อคนข้างๆถอดหมวกและแว่นตาออก

 

 

 

 

 

                ไม่ใช่....อย่างที่เค้าคิดไว้

 

 

 

 

 

 

                คนๆนี้ไม่ใช่ทงเฮ....เหมือนฝันมันพังทลายมาพร้อมกับตึกสักยี่สิบชั้น ไม่สิอาจจะเป็นร้อยๆชั้นเลยก็ได้

 

 

 

 

 

                ความดีใจที่เกิดขึ้นไม่ถึงสิบวินาทีกลับกลายเป็นคลื่นยักษ์ที่พัดเข้าโถมถึงกลางใจของเค้า สรุปว่าทั้งหมดนี่คือเค้าคิดไปเอง ไม่มีทงเฮ ไม่มีแม้แต่เงา ไม่มีวี่แวว ไม่มีอะไรทั้งนั้น

 

 

 

 

 

                มันจบลงแล้วจริงๆ...

 

 

 

 

 

                ร่างสูงเอนตัวลงกับเบาะเครื่องบิน มือก็เลื่อนดูรูปในโทรศัพท์ที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำต่างๆมากมาย ภาวนาให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันไป ภาวนาให้ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

 

 

 

 

                อยากจะพบว่ามีร่างบางเดินขึ้นมาบนเครื่องอีกจริงๆ แต่มันก็ไม่มีแล้ว ไม่มีหวังอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เพราะอีกไม่กี่นาทีถัดมา ก็มีเสียงประกาศรัดเข็มขัดพร้อมปิดเครื่องมือสื่อสาร

 

 

 

 

 

                คิบอมยิ้มเศร้าๆให้กับตัวเอง ก่อนจะบอกให้หัวใจตัวเองยอมรับความจริงที่มันเกิดขึ้น อยากจะให้มันเลิกคิดเข้าข้างตัวเองซักที

 

 

 

 

 

                มือหนาปิดภาพที่กำลังดูค้างอยู่ให้ดับลง พร้อมกับปิดเปลือกตาอย่างอ่อนลามากขึ้นทุกที ตอนนี้เค้าปราถนาเพียงสิ่งเดียวคืออยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่เค้าอาจจะทำผิดพลาดไปโดยที่ไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

                ไม่อยากให้เรื่องระหว่างเค้ากับร่างบางต้องมาลงเอยแบบนี้ แม้เค้าจะไม่รู้ว่าตัวเองไปทำผิดอะไรตอนไหนก็ตามเถอะ

 

 

 

 

 

                เมื่อหนึ่งปีก่อน เค้านั่งเครื่องบินจากแอลเอมาสู่ที่นี่ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นในสิ่งแปลกตาใหม่ๆเท่านั้น แต่ในตอนนี้เค้ากลับต้องเดินทางกลับไปที่นั่นด้วยความรู้สึกที่บอบช้ำ

 

 

 

 

                อเมริกา...หรือเค้าควรจะอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรกกันนะ?

 

 

 

 

                ที่ว่าอยากจะย้อนเวลา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าต้องการย้อนเวลากลับไปตอนที่ทงเฮยังไม่มีใคร หรืออยากจะย้อนกลับไปตอนที่หัวใจยังไม่รักทงเฮกันแน่

 

 

 

 

                เพียงแต่ตอนนี้หัวใจของเค้าทั้งหมดมันยกให้ร่างบางไปหมดแล้ว เค้าทิ้งหัวใจไว้ที่นี่แล้ว

 

 

 

 

 

                ทิ้งไว้ ณ เกาหลีใต้กับผู้ชายที่ชื่อ ลี ทงเฮ


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4532 HyukJewel (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 20:43
    พิทงทำอะไรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
    ใจร้ายได้นานมากเลย ;-;
    #4,532
    0
  2. #4447 piggy-oun (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 12:28
    งานนี้ทงเฮทำเซอร์ไพร์แหง ๆ.
    คิบอมเลิกคิดมากได้แล้ว
    เดี๋ยวพอลืมตาขึ้นมา
    ก็จะมีทงเฮนั่งอยู่ข้าง ๆ ล่ะมั้ง ??
    #4,447
    0
  3. #4441 กุหลาบน้ำเงิน (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 20:33
    ฮือๆบอมอะอย่างเพิ่งตัดใจนะ

    เดี๋ยวเฮต้องมาหาแน่ๆเราฟันธง
    #4,441
    0