{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 104 : {Accidentally}=[66]-[เคียงข้างเสมอ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 เม.ย. 56

                จองโมมองไปยังเพื่อนสนิทคนหนึ่งของตัวเองซึ่งนั่งห่างออกไปพอประมาณแล้วก็ทำหน้าเหมือนเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ รีบสะกิดให้ซองมินดูทันที

 

                “อะไรของแกเนี่ย จองโม” ซองมินมองตามแล้วก็ขมวดคิ้วเช่นกัน

 

                ลี ทงเฮกำลังอ่านหนังสือ! เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเป็นหนังสือภาษาอังกฤษอีกด้วย!!

 

                “ให้ตายสิ นี่เกาหลีเหนือกับเกาหลีกำลังจะมารวมเป็นหนึ่งรึเปล่าเนี่ย” ซองมินถึงกับอุทานเป็นเรื่องเป็นราว

 

                “นี่ชั้นไม่ได้ตาฝาดหรือว่ากำลังฝันใช่มั้ยวะ?” จองโมทำท่าสยอง

 

                “ไม่หรอก ชั้นก็เห็นเหมือนกัน” ซองมินหยิกตัวเอง

 

                “มันขยันก็ว่าแปลกนะ แต่ทำไมมันต้องอ่านไปถอนหายใจไป แถมทำหน้าเหมือนคนกำลังทุกข์ใจยังไงยังงั้นล่ะ” จองโมตั้งข้อสังเกต

 

                “นั่นสิ จะว่าไปหมู่นี้ไม่เห็นคิบอมคอยมาตามเฝ้ามันเลยเนอะ อีกอย่างช่วงนี้ทงเฮมันชอบทำตัวเป็นนินจาจัง เผลอแวบเดียวไปล่ะ งานก็ไปทำน้อยลง อยู่กับพวกเราก็ไม่บ่อยเหมือนเก่า มีเวลาว่างก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอย่างเดียว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย” ซองมินสงสัย

 

                “ชั้นว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ” จองโมตั้งข้อสังเกต

 

                ก่อนที่จะได้สืบสาวราวเรื่องกันต่อไป คยูฮยอนก็เดินตรงเข้ามาทักทายทันที

 

                “สวัสดีครับพี่จองโม...” คยูฮยอนทักเพื่อนคนรักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้มและนั่งลงข้างๆซองมิน

 

                “มาทุกวันเลยนะ” จองโมแขวะ

 

                “เอ๊า ก็อยู่คนละตึกไม่ได้อยู่ฟากเดียวกันเหมือนพี่กับอาจารย์เจย์นี่ครับ” คยูฮยอนทำหน้าทะเล้น แต่จองโมแทบจะยกเท้าถีบ

 

                “เดี๋ยวจะไม่ได้ตายดี” จองโมขู่

 

                “แกเขินล่ะซี่” ซองมินร่วมวงด้วยอีกคน

 

                “เขินบ้าเขินบออะไรวะ ไม่มีทางซะล่ะ” จองโมโบกมือปฏิเสธ

 

                “ไม่เขินแล้วหน้าแดงทำไม” ซองมินไม่ยอมแพ้

 

                “อะไร? ใครหน้าแดงวะ”

 

                “พี่จองโมทำมาเป็นโวยวาย แหม...ยอมรับมาตรงๆก็ได้พี่ นี่คนกันเองทั้งนั้น” คยูฮยอนหัวเราะร่า

 

                “นี่จะไม่หยุดกันจริงๆใช่มั้ยวะ” จองโมทำหน้ามุ่ย

 

                “ก็แกแทบจะไม่เคยเล่าอะไรให้พวกชั้นฟังเลยนี่หว่า ชั้นก็แค่อยากรู้ว่าสรุปแกกับอาจารย์เจย์เอายังไงกันแน่ จะว่าเกลียดกันก็ไม่น่าใช่อ่ะนะ ได้ข่าวแกโดนริบกุญแจมอเตอร์ไซค์แล้วนี่นา” ซองมินตั้งข้อสังเกต

 

                “ไม่ได้โดนริบ ก็แค่....แค่ไม่อยากขี่ช่วงนี้เท่านั้นล่ะ” แถไปเรื่อยนะคนเรา

 

                “แล้วกุญแจมันอยู่ที่ใครล่ะครับพี่” คยูฮยอนทำหน้ารู้ทัน

 

                “เออๆ อยู่ที่ไอ้บ้านั่นน่ะล่ะ พอใจยัง” จองโมยอมศิโรราบในที่สุด

 

                “ฮิ้ว.......” คยูฮยอนกับซองมินแทคมือกันอย่างสะใจ

 

                “ไอ้พวกนี้นี่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเค้าจริงๆ” จองโมกัดเข้าให้

 

                “อะไรวะ ก็แกเป็นเพื่อนชั้นนะเว้ย ชั้นก็อยากรู้บ้างสิ เล่ามาให้หมดเลยนะ” ซองมินรีบฉวยโอกาสทองนี้เอาไว้

 

                “อยากรู้อะไรก็ถามมา ตอบได้ก็จะตอบเว้ย” จองโมแยกเขี้ยวใส่

 

                “สรุปคบหรือไม่คบกันล่ะครับ” คยูฮยอนชิงถามก่อน

 

                “ไม่คบเว้ย!” จองโมตอบทันที

 

                “อ้าว ไหงเป็นงั้นล่ะวะ” ซองมินทำหน้างง

 

                “ก็คนไม่รักกันจะให้คบกันได้ไง” จองโมทำหน้าขัดใจตอบ

 

                “ห๊ะ? ไม่รัก? ตามเทียวไล้เทียวขื่อทุกวันขนาดนี้ยังเรียกว่าไม่รัก? โห” ซองมินแทบจะบีบคออีกคน

 

                “ไม่เห็นมันจะพยายามอะไรตรงไหน” จองโมยักไหล่

 

                “พี่จะบ้ารึเปล่าครับพี่จองโม อาจารย์เจย์นี่นะไม่พยายาม พี่ลืมรึเปล่ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์พี่ก็โดนเค้ายึดไป เปลี่ยนมาเป็นคอยรับคอยส่งพี่แทน พี่จะไปไหนมาไหนอาจารย์เค้าก็รู้แทบทุกเรื่อง ผมเห็นนะ มือถือพี่โดนอาจารย์เจย์รื้อหมดแล้วล่ะสิ” คยูฮยอนใส่เป็นชุด

 

                “นี่พวกแกเป็นพวกโรคจิตชอบติดตามคนอื่นรึเปล่าวะ” จองโมทำท่าสยอง

 

                “แกอย่ามาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ สรุปแกจะเอายังไงแน่ ชั้นล่ะงงความสัมพันธ์ของแกกับอาจารย์เจย์จริงๆเลย” ซองมินยกมือขึ้นนวดขมับ

 

                “ไม่รู้ ไอ้นั่นมันไม่ชัดเจนกับชั้นก่อนเอง ก็ไปเรื่อยๆงี้ล่ะ” จองโมทำท่าไม่แคร์

 

                “ถ้าอาจารย์เจย์ทนไม่ไหวแล้วไปมีคนใหม่ล่ะครับ” คยูฮยอนลองหยั่งเชิง

 

                “ชั้นบีบคอมันตายแน่!” จองโมสวนทันที ก่อนจะรู้ตัวว่าตกหลุมพรางไอ้คู่รักเจ้าเล่ห์นี่ซะแล้ว

 

                “ฮ่าๆๆๆ” คยูฮยอนและซองมินพร้อมใจกันหัวเราะออกมาดังๆ โดยมีจองโมยกเท้าขึ้นจะถีบด้วย

 

                “นี่! พวกนายน่ะ เบาๆกันหน่อยได้มั้ย ชั้นอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง!!!” ทงเฮตะโกนโดยที่ไม่ได้หันมามองตรงจุดเกิดเหตุด้วยซ้ำ ทำเอาบุคคลที่ถูกกล่าวถึงต้องเงียบลงทันที

 

                “นี่พวกพี่จะมีสอบสำคัญกันหรอครับ” คยูฮยอนเหล่มองเพื่อนของแฟนและแฟนของเพื่อนในคนเดียวกันอย่างพิจารณา

 

                “เปล่าหรอก นี่ชั้นกับจองโมก็งงเหมือนกัน อยู่ที่ไอ้ทงเฮมันก็ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลัง แถมยังเป็นหนังสือภาษาอังกฤษอีกด้วยนะ” ซองมินบอก

 

                “นั่นสิ อีกอย่างหมู่นี้มันก็มีท่าทางแปลกๆ เหมือนมีความลับอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่ยอมบอกให้พวกชั้นฟัง” จองโมเครียดพอสมควรกับอาการที่เพื่อนเป็นอยู่ตอนนี้

 

                “งั้นหรอครับ จะว่าไปแล้วไอ้คิบอมมันก็บ่นๆกับผมเหมือนกันนะ ว่าช่วงนี้พี่ทงเฮเปลี่ยนไป มันเองก็ซึมไปเลยล่ะ” คยูฮยอนเล่า

 

                “งั้นหรอ” ซองมินขมวดคิ้ว

 

                “ครับ ผมได้ฟังคร่าวๆประมาณว่าช่วงนี้ทั้งสองคนเค้าทะเลาะกันบ่อย คิบอมมันเล่าราวๆว่าไปเจอพี่ทงเฮกับคนอื่นน่ะครับ”

 

                “ไอ้เตี้ยนี่น่ะนะ นอกใจเพื่อนแก” จองโมไม่อยากจะเชื่อ

 

                “ผมก็ไม่ได้หมายความแบบนั้นซะทั้งหมดหรอกครับ แต่...ก็คงทำนองนั้นล่ะ” คยูฮยอนเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน

 

                “ชั้นว่ามันจะต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ” ซองมินหรี่ตาเพราะใช้ความคิด

 

                “ผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากหรอกครับ มาวันนี้ก็จะมาถามพี่และซองมินนี่ล่ะ ว่าพอจะรู้อะไรบ้างมั้ย ไอ้คิบอมมันจะเป็นบ้าอยู่แล้ว อีกไม่กี่วันนี้มันก็จะต้องกลับอเมริกาแล้ว ถ้าเรื่องมันยังคาราคาซังอยู่แบบนี้ก็คงไม่ดีแน่”

 

                “ชั้นก็ว่างั้นล่ะ แต่ไอ้ทงเฮมันไม่ได้เล่าอะไรให้พวกชั้นฟังเลย รอบนี้” จองโมหมดหนทางจะช่วย

 

                “ไอ้คยูฮยอน โทรหาทำไมไม่รับวะ ต้องให้เดินมาถึงนี่” คิบอมที่เดินเข้ามาตามเพื่อนพูดโดยที่สายตามองไปยังคนที่นั่งห่างออกไป

 

                “อ้าวหรอ เออขอโทษที ชั้นปิดเสียงปิดสั่นน่ะ มีอะไรวะ” คยูฮยอนถาม

 

                “อาจารย์ปาร์คตามหาแกอยู่น่ะ เลยให้ชั้นมาตามบอกว่ามีเรื่องด่วน” คิบอมยังคงไม่ละสายตาจากคนที่เอาแต่จ้องมองหนังสือโดยไม่รับรู้การมาถึงของเค้า

 

                “เอ่อ สวัสดีคิบอม” จองโมทักทายเพื่อลดบรรยากาศที่เริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆลง

 

                “สวัสดีครับพี่จองโม สวัสดีครับพี่ซองมิน” คิบอมตอบแต่สายตาก็ยังคงจ้องไปที่ทงเฮอยู่ดี

 

                ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยจนคิบอมคาดว่าเจ้าตัวน่าจะรู้แล้วล่ะว่าเค้ายืนอยู่ตรงนี้ แต่กลับเป็นว่ามือเรียวหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาพูดคุยพร้อมกับยิ้มทันทีต่างจากสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่นี้

 

                เรียกอาการอึ้งได้จากคนทั้งกลุ่มทันที

 

                คิบอมเงยหน้าขึ้นมองเพดานเพื่อสะกดอารมณ์ แล้วพูดกับเพื่อนตัวเอง

 

                “แกรีบไปก็แล้วกัน เดี๋ยวมันจะหมดเวลาพักแล้ว” พูดจบก็เดินเลี่ยงออกไปทันที

 

                “เอ่อ ผมไปก่อนนะครับนูน่า พี่จองโม” คยูฮยอนมีสีหน้าลำบากใจ

 

                “อือ ไว้ชั้นจะโทรหา รับด้วยล่ะ” ซองมินเอนหัวรับเมื่อคยูฮยอนก้มลงจูบกลุ่มผมตัวเองเบาๆก่อนจะรีบวิ่งตามเพื่อนไป

 

                “ไม่เห็นกับตาไม่เชื่อนะเนี่ย” จองโมมองทงเฮที่กำลังคุยอย่างออกรส แต่ก็ได้ยินไม่ชัดมากว่าคุยอะไรกัน เนื่องจากทงเฮเปลี่ยนเป็นเดินออกไปคุยที่ริมหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว

 

                “แต่ชั้นก็ไม่อยากเชื่อหรอกนะ ว่าทงเฮจะเลิกรักคิบอมได้เร็วขนาดนี้ ไม่มีทาง” ซองมินยังยืนยันในความเชื่อของตัวเองอยู่

 

                “เอาไงดีวะ” จองโมพยายามนึก

 

                “เอาดวงของทั้งคู่ไปผูกกันดีมั้ย?” ซองมินเสนอวิธีที่ตัวเองถนัดที่สุด

 

                “เอาให้มันเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยสิวะ” จองโมแทบถีบ

 

                “อ้าว ก็นี่ไงเป็นสุดๆแล้ว ช่วงนี้ดวงของทั้งคู่อาจจะไปตกที่เคราะห์อะไรซักอย่างก็ได้” ซองมินยังคงยืนยัน

 

                “พอๆ แกหุบปากไปเลยถ้าคิดได้แค่นี้น่ะ ลองแกเอาไปบอกแฟนแกสิ จะได้โดนเขกหัวกลับมา” จองโมทำหน้าระอา

 

                “ขออย่างงี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะเว้ย”

 

                “เออๆ” จองโมส่ายหัวให้กับความชอบส่วนตัวของเพื่อน แล้วมองเลยไปยังเพื่อนสนิทอีกคนที่กลับมานั่งอ่านหนังสือต่อแล้ว

 

                มันเกิดอะไรขึ้นกับแกวะ ทงเฮ?

 

 

 

                ผ่านเรื่องราวร้ายๆในวันนี้มาได้ประมาณสามวันแล้ว แต่ฮยอคแจก็ยังมีอาการผวาให้เห็นอยู่บ้างยามกลางคืน ซึ่งน่าจะเป็นฝันร้ายที่เกิดจากการฝังใจนั่นล่ะ

 

                คิดแล้วเค้าก็อยากจะฆ่าไอ้ผู้ชายคนนั้นจริงๆ ที่ทำให้คนรักของเค้าต้องกลายมาเป็นคนแบบนี้น่ะ

 

                “ซีวอน...วอน!” เสียงฮยอคแจที่ดังขึ้นเรียกสติร่างสูงให้กลับมาอยู่กับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ปัจจุบัน

 

                “ห๊ะ....”

 

                “ไฟเขียวแล้ว ทำไมยังไม่ไปซักทีวะ คันหลังเค้าบีบแตรไล่แล้วเนี่ย” ฮยอคแจโวยวาย ทำให้ซ๊วอนต้องรีบออกรถทันที

 

                “เออๆ แล้วนี่พี่โซรามารึยัง” ซีวอนถามถึงพี่สาวอีกฝ่ายเนื่องจากว่าในวันนี้มีนัดทานข้าวกัน เพราะพี่โซราจะพาคนรักมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับพวกเค้าสักที

 

                ส่วนจีวอนนั้นหลังจากวันเกิดเรื่องก็ต้องเดินทางกลับอเมริกาทันที เนื่องจากเกิดเรื่องบางอย่างที่โรงเรียน ทำให้เจ้าตัวต้องเดินทางกลับไปพร้อมกับคุณแม่ของเค้าที่ยังตกใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับฮยอคแจ พร้อมกำชับให้พ่อของเค้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

 

                ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเรื่องมันโกลาหลขนาดไหนทันทีที่พ่อของเค้าและพ่อของฮยอคแจรู้เรื่อง นี่เค้าก็กำลังรอผลอยู่ว่าเรื่องมันไปถึงไหนกันแล้ว

 

                “น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะมั้ง พี่โซราอยากกินอาหารอิตาเลียนล่ะวันนี้ ไม่ได้กินนานแล้วเนอะ” ฮยอคแจพูดเสียงร่าเริงทำให้ร่างสูงพอจะอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง

 

                “เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว” ซีวอนพูดขึ้นเมื่อหาที่จอดรถในพื้นที่ของร้านอาหารใจกลางเมืองแห่งหนึ่งได้เรียบร้อยแล้ว

 

                “อ๊ะ นั่นไงพี่โซรา นูน่าครับ!” ฮยอคแจโบกมือทักพี่สาวของตนเองที่มีชายหนุ่มรูปร่างดีเดินตามมาด้วย

 

                เสียงโทรศัพท์ของซีวอนที่ดังขึ้น ทำให้เจ้าตัวชะงักไว้ก่อน

 

                “คือ....” ซีวอนมองฮยอคแจสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าเป็นพ่อของตัวเองที่โทรมา

 

                “เออ เดี๋ยวกูเข้าไปสั่งกับนูน่าก่อนก็ได้ มึงรีบๆคุยแล้วก็ตามมาละกัน” ฮยอคแจพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะวิ่งไปหาพี่สาวตัวเอง

 

                “ครับพ่อ” ซีวอนกดรับ

 

                “อืม อยู่กับฮยอคแจรึเปล่า” ปลายสายตอบกลับมาเสียงเครียด

 

                “ครับ แต่ตอนนี้มันเข้าไปในร้านอาหารกับพี่โซราแล้ว เรื่องไปถึงไหนแล้วครับ”

 

                “ก็อย่างที่พ่อบอกแกไปแล้วว่าชิน มินอาเป็นลูกสาวคนเดียวของรัฐมนตรีคัง ส่วนแม่เค้าก็เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ใหญ่พอสมควร แล้วนายอีกคนที่ก่อเรื่องน่ะ ก็เป็นลูกบุญธรรมของทั้งคู่ด้วย”

 

                “มันจะเป็นใครก็ช่างหัวมันเถอะครับ ผมก็แค่อยากรู้ว่าพ่อจัดการยังไงกับมันได้” ซีวอนร้อนใจ

 

                “ชั้นแค่จะบอกแกว่าทั้งสองคนเค้าก็อึ้งเหมือนกันกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตอนแรกพ่อกับพ่อของฮยอคแจอยากจะลงข่าวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะด้วยซ้ำ แต่ทางนั้นเค้าก็เดินทางมาคุยกับพ่อด้วยตัวเองถึงที่ทำงาน เค้าขอร้องให้เราไม่เอาเรื่องลูกเค้าน่ะ”

 

                “ไม่เอาเรื่องได้ไงครับพ่อ! ไอ้เวรนั่นมันจะข่มขืนเมียผมนะ!!” ซีวอนพูดอย่างไม่พอใจ

 

                “ชั้นรู้ซีวอน ชั้นรู้ แต่แกไม่เคยเป็นพ่อคนแม่คน แกไม่มีวันเข้าใจหัวอกพวกชั้นหรอก เค้าแทบจะคุกเข่าขอร้องชั้นอยู่แล้วถ้าชั้นไม่ห้ามไว้ ฝั่งคนเป็นแม่ก็บอกว่าจะส่งลูกไปเข้าสถานบำบัดที่เมืองนอก...”

 

                “แล้วพ่อก็เชื่องั้นหรอครับ พ่อครับ ไอ้หมอนั่นมันสมควรถูกผมฆ่าไปซะตอนนั้นเลยด้วยซ้ำ” ร่างสูงกำหมัดแน่น

 

                “พ่อฮยอคแจเป็นคนตัดสินใจทั้งหมดว่าจะไม่เอาเรื่องทางกฎหมายกับเด็กทั้งสองคนนั่น แต่มีข้อแม้ว่าพวกเค้าจะต้องไปจากประเทศเกาหลีและไม่กลับมาอีกเลยเป็นระยะเวลาสิบปี ซึ่งชั้นว่าถึงตอนนั้นพวกแกทั้งหมดก็คงไม่เกี่ยวข้องกันแล้วล่ะ”

 

                “พ่อครับ....” ซีวอนท้วง

 

                “แกจะไปฝังใจให้มันได้อะไรขึ้นมาซีวอน แกอยากให้มันลงข่าวครึกโครมให้ฮยอคแจอายประชาชนทั้งประเทศ อยากให้มันเกิดเรื่องว่ารัฐมนตรีถูกลดความน่าเชื่อถือ หุ้นในตลาดตกลงไม่เป็นท่า หรือว่าเกิดข่าวฆ่าตัวตายหนีความอายกันทั้งครอบครัวน่ะห๊ะ” ท่านประธานชเวสวนกลับลูกชาย

 

                “แต่สิ่งที่มันทำ....”

 

                “ฮยอคแจเองนั่นล่ะเป็นคนที่ยอมรับที่จะไม่เอาเรื่องกับทั้งคู่ ทำไมแกไม่มีใจอภัยบ้างล่ะไอ้ลูกชาย ชั้นรุ้ว่าแกรักฮยอคแจมาก มันไม่ได้ต่างจากที่พวกชั้นรักหรอก แต่แกต้องเข้าใจความเป็นไปของสภาพความเป็นจริงด้วยสิวะ”

 

                “ครับ ผมเข้าใจแล้ว” ซีวอนยอมรับในที่สุด แล้วคุยกับพ่ออีกเล็กน้อย จึงเดินตามทุกคนเข้าไปในร้าน

 

                เมื่อมาถึงก็สบตากับคนรักทันที ซึ่งฮยอคแจก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ซีวอนจึงเอ่ยทักบุคคลทั้งสองที่ร่วมโต๊ะอยู่ด้วย

 

                “สวัสดีจ้ะ ซีวอน” โซราทักเสียงใสก่อนจะแนะนำคนข้างๆให้ได้รู้จักกัน

 

                อาหารมื้อนั้นเรียกรอยยิ้มของฮยอคแจได้เป็นระยะๆ เนื่องจากถูกชะตากับว่าที่พี่เขยเป็นอย่างมาก

 

                “พี่ฮยอนบินนี่สุดๆไปเลยนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจีบพี่สาวผมได้” ฮยอคแจยกนิ้วให้

 

                “พอดีตอนนั้นมันมืดน่ะ โอ๊ย!” ฮยอนบินลูบแก้มตัวเองที่โซราหยิกเข้าให้ซะเต็มแรง

 

                “เอาแหวนคืนไปเลย” โซราทำท่าจะถอด แต่แฟนหนุ่มกลับรีบห้ามเอาไว้

 

                “นี่ๆคุณ กลับคำแบบนี้เดี๋ยวผมก็จับเข้าคุกซะเลยเนี่ย”

 

                “กลัวตายชัก ชั้นไม่แต่งงานกับคุณแล้วนะชอบว่าชั้นจังเลย” โซราทำหน้ามุ่ย

 

                “อ้าวๆ คุณพูดงี้ได้ยังไง คุณรู้มั้ยกว่าผมจะขอคุณจากพ่อได้เนี่ย ลำบากแค่ไหน” ฮยอนบินขมวดคิ้ว

 

                “ยังไงหรอครับพี่” อยอคแจถามอย่างสนใจ

 

                “ก็พ่อเราน่ะสิ พอรู้ว่าพี่เป็นใครและต้องการอะไร ก็รีบยกลูกสาวให้พี่เลย แถมบอกอีกนะว่าจะเป็นคนจัดการเรื่องสถานที่ทั้งหมดให้ สินสอดก็บอกว่าไม่ต้องการ พี่นี่ปฏิเสธไม่ทันเลย” ฮยอนบินหัวเราะร่า

 

                “ไอ้คุณสารวัตร!!” โซราทำท่าจะบีบคอ

 

                “โอ๋ๆ คุณก็ เดือนหน้าผมก็เลื่อนยศแล้วนะ อย่าโกรธไปเลยน่า” ฮยอนบินพยายามง้อ

 

               
                ฮยอคแจและซีวอนมองคู่รักตรงหน้าแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ นี่ล่ะมั้งผู้ชายที่เหมาะจะยืนอยู่เคียงข้างพี่สาวผู้ดื้อรั้นและหัวแข็งของเค้า

 

                บางครั้งความรักอาจจะไม่ได้ต้องการคนที่จะมาเอาใจเราตลอดเวลา แต่อาจจะอยากได้คนที่มาเถียงกันบ่อยๆ แต่ก็ยังคงรักกันก็ได้มั้ง

 

                นี่ล่ะนะความรัก มันหาคำจำกัดความไม่ได้จริงๆ

 

                ฮยอคแจหันไปยิ้มให้ซีวอน เมื่อร่างสูงเลื่อนมือมาจับมือของตนเองที่วางอยู่บนตัก

 

                ไม่ว่าจะเป็นวันที่ดีที่สุดหรือเลวร้ายที่สุดของชีวิต ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วงเวลาเหล่านั้นของเค้า ยังคงมีซีวอนอยู่เคียงข้างเสมอ

 

                แค่นี้ก็ดีมากพอแล้วล่ะ


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4530 HyukJewel (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 20:13
    เฮจะไปอยู่กับบอมใช่มั้ยอ่ะ
    ฮยอนบินเลยนะ ฮยอกแจชอบใช่มั้ยล่าา
    #4,530
    0
  2. #4434 กุหลาบน้ำเงิน (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 / 19:54
    เฮจะสอบชิงทุนตามบอมไปหรือไงนะ
    #4,434
    0
  3. #4430 Mind-myy (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 08:58
    หมวยแกคิดอะไรยุฟะ 
    #4,430
    0
  4. #4358 piggy-oun (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 15:48
    ทงเฮคิดจะทำอะไรหน่ะ
    อย่าบอกนะว่าจะสอบชิงทุนตามไปอยู่กะคิบอม
    เพราะเห็นอ่านแต่หนังสือภาษาอังกฤษจนเพื่อน ๆ งง

    #4,358
    0
  5. #4354 I' Saru,, (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 17:05
    เรื่องร้ายๆ ผ่านไปแล้วนะวอน
    ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ
    แล้วตกลงหมวยเป็นอะไรกันแน่เนี่ย =*=
    #4,354
    0