{KIHAE} Acc!deNT@lly บังเอิญ โลกกลม (หรือ) พรหมลิขิต ?

ตอนที่ 100 : {Accidentally}=[62]-[อาการแปลกๆ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ม.ค. 56

          คิบอมนั่งเคาะโต๊ะเรียนอย่างเหม่อลอยคนเดียว พร้อมกับคิดเรื่องยุ่งๆอยู่ในหัวสมองเต็มไปหมด ความจริงมันก็มีอยู่เรื่องเดียวนั่นล่ะ

 

                ทงเฮมีอาการแปลกไป...

 

                ทุกๆอย่างมันเริ่มหลังจากวันที่เค้าและทงเฮไปที่เควิลเลจนั่นล่ะ เค้าพยายามบอกว่าตัวเองคิดมากไป แต่จะให้ทำยังไงก็ตัดประเด็นว่าสาเหตุมาจากผู้ชายคนนั้นไม่ได้จริงๆ

 

                เดนิส โอ

 

                เค้าจำชื่อหมอนี่ได้แม่นจนขึ้นใจ และนับวันมันยิ่งมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย ว่าเรื่องมันชักจะไม่ชอบมาพากลซะแล้ว

 

                มีหลายสิ่งหลายอย่างบอกเค้าว่าความสัมพันธ์ระหว่างเค้ากับทงเฮไม่ได้เรียบง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

                “ไอ้คิบอม...” คยูฮยอนที่กำลังอวดเกมส์อันใหม่ให้ชางมินดู หันมาเจอใบหน้าขมวดคิ้วของเพื่อนรักต่างแดนแล้วก็ต้องเรียก แต่ดูเหมือนว่าคิบอมจะไม่ได้รับฟังเลยแม้แต่น้อย

 

                “เฮ้ย คิบอม” ชางมินลองเรียกดูอีกคน แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก คิบอมยังคงคิดอะไรต่อไป

 

                “ไอ้คิบอม!!!!” จนกระทั่งทั้งสองคนเรียกพร้อมกันอย่างดังนั่นล่ะ คิบอมจะสะดุ้งสุดตัวแล้วหันมาด่าทันที

 

                “อยู่แค่นี้จะร้องทำไมวะ!

 

                “ก็แกนั่นล่ะ ชั้นสองคนเรียกตั้งนานแล้ว แต่แกกลับไม่ได้ยินเลย นั่งทำหน้าจะตายอยู่แบบนี้มีอะไรรึเปล่าวะ” คยูฮยอนถาม

 

                “เปล่า...มีอะไรให้คิดนิดหน่อย” คิบอมตอบเลี่ยงๆ

 

                “ชั้นว่ามันไม่หน่อยแล้วล่ะมั้ง ดูจากอาการแกมันแลดูเป็นเรื่องใหญ่โคตรๆซะมากกว่า” ชางมินคาดเดาอย่างแม่นจำ

 

                “นั่นน่ะสิ แกโกหกพวกชั้นไม่ได้หรอก มีอะไรก็บอกมาดิวะ เก็บไว้ในใจเดี๋ยวก็อดแตกตายกันพอดี” คยูฮยอนเลื่อนเก้าอีกเข้ามานั่งกับอีกคน เช่นเดียวกับชางมิน

 

                “มันเป็นเรื่องไร้สาระนิดหน่อยน่ะ พวกแกอย่างใส่ใจเลย”

 

                “แกก็บอกมาก่อนสิว่ามันเป้นเรื่องอะไร เดี๋ยวพวกชั้นจะตัดินเองว่ามันไร้สาระหรือไม่ไร้กันแน่” ชางมินเอ็ด

 

                “ก็ได้ชั้นเล่าก็ได้...” คิบอมถอนหายใจยอมแพ้

 

                ก่อนจะเปิดปากเล่าความไม่สบายใจให้อีกสองคนได้รับฟัง

 

                “ชั้นรู้สึกว่าระยะนี้ทงเฮเปลี่ยนไปยังไงก็ไม่รู้ว่ะ” คิบอมขมวดคิ้ว เครียดยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

 

                “เปลี่ยน? อะไรที่ทำให้แกรู้สึกว่าพี่เค้าเปลี่ยนวะ” คยูฮยอนยังไม่เข้าใจ

 

                “มันอธิบายไม่ถูกว่ะ เป็นความรู้สึกข้างในอ่ะ แต่ก่อนนะชั้นจะพูดอะไรยังไง ทงเฮก็แค่พูดว่าไม่อะไรเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้ชั้นอยู่เฉยๆทงเฮยังอารมณ์เสียใส่ได้เลยอ่ะ”

 

                “พี่เค้าทำงานหนักรึเปล่า” ชางมินพยายามมองโลกในแง่ดี

 

                “เออ ไอ้เรื่องงานนี่อีก อยู่ๆก็มาบอกชั้นว่าจะทำงานเพิ่ม ทั้งๆที่ปกติมันก็หนักหนาอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญไม่ใช่งานร้านเดิมด้วยน่ะสิ”

 

                “คือพี่เค้าจะรับเป็นสองจ็อบว่างั้นเถอะ” คยูฮยอนสรุปให้

 

                “ประมาณนั้นล่ะ พอชั้นถามว่าเป็นงานอะไรก็บ่ายเบี่ยงบอกว่าเดี๋ยวจะบอกทีหลัง ชั้นก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้เค้าอารมณ์เสีย แต่เวลาน้อยลง การพูดคุยกับชั้นมันก็น้อยลงด้วยนะเว้ย มือถือนี่แต่ก่อนชั้นยื้มมาเล่นเกมส์ยังไม่เคยว่าอะไร แต่ตอนนี้สิ เค้าเดินเข้าไปในห้องก็โดนไล่ออกมาแล้ว”

 

                “เออ แปลกจริงๆว่ะ” ชางมินเห็นด้วยอีกคน

 

                “แกไปทำอะไรผิดไว้รึเปล่าวะ” คยูฮยอนตั้งคำถาม

 

                “ชั้นก็นั่งนึก นอนนึกจนหัวแทบแตกอยู่แล้ว แต่มันก็นึกไม่ออกสักที ชั้นไม่ได้ทำอะไรผิดแปลกไปจากปกติเลยนะเว้ย ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง” คิบอมนวดขมับตัวเอง

 

                “มันเป็นมานานรึยังวะ” ชางมินวิเคราะห์

 

                “ไม่นานเท่าไหร่หรอก ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง ตั้งแต่วันที่ชั้นกลับจากเควิลเลจน่ะ” คิบอมยิ้มอย่างขมขื่น

 

                “มันเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าวะ วันนั้นน่ะ” คยูฮยอนเห็นสีหน้าอีกฝ่ายแล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะถามดีหรือไม่

 

                “ก็เกิดมั้ง ตอนที่ชั้นออกจากห้องเอกสารมาก็เจอเค้าคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งน่ะ”

 

                “ห๊ะ? แล้วแกรู้มั้ยว่าเค้าเป็นใคร” คยูฮยอนรีบถามต่อ

 

                “ก็น่าจะเป็นคนของทางสมาคมล่ะมั้ง ชั้นไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ เพราะไม่คิดว่ามันจะมีอะไรไง”

 

                “จากนั้นพี่ทงเฮก็เปลี่ยนไปเลย?” ชางมินถามอีกครั้ง

 

                “อืม เปลี่ยนไปจนชั้นงงเลยล่ะ” คิบอมถอนหายใจปิดท้าย

 

                “ชั้นว่าเรื่องนี้มันแปลกๆนะเว้ย” คยูฮยอนไม่อยากจะเชื่อ

 

                “ชั้นก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ชางมินสมทบ

 

                “ชั้นกำลังโดนนอกใจใช่มั้ยวะ?” คิบอมถามความเห็น

 

                “มันก็อาจจะไม่ใช่แบบที่แกกำลังคิดก็ได้นะเว้ย อย่าเพิ่งตีต้นไปก่อนไข้ ก็ค่อยๆถามพี่ทงเฮไปสิ เดี๋ยวชั้นจะถามซองมินดูให้” คยูฮยอนตบบ่าเพื่อนเพื่อให้กำลังใจ

 

                “เออ แต่แกก็อย่าปล่อยปัญหาให้มันคาราคาซังนานๆล่ะ มันไม่ดี” ชางมินเป็นห่วงอีกฝ่ายจริงๆ

 

                “มันไม่ใช่ว่าชั้นอยากจะปล่อย แต่ทุกวันนี้แค่เวลาจะเจอทงเฮชั้นยังแทบไม่มีเลย มีไม่กี่สิบวันชั้นก็ต้องทำเรื่องกลับอเมริกาเรียบร้อยแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นยังไง”

 

                “ก็สู้ดิวะ อย่าไปย้อมแพ้อะไรง่ายๆ” ชางมินกำหมัด

 

                “ใช่ๆ ถ้าแพ้ง่ายๆแบบนีไม่สมเป็นแกเลยเว้ย ฮึดสู้หน่อยดิ” คยูฮยอนเป็นกองเสริม

 

                คิบอมจึงพอยิ้มออกมาได้เล็กน้อย เมื่อได้กำลังใจจากเพื่อนรักทั้งสองคน

 

 

 

                ตกกลางคืน ตอนเวลาเกือบสามทุ่ม คิบอมยังคงนั่งรองทงเฮอยู่ที่โซฟาประจำ พร้อมกบัมองนาฬิกาที่หมุนเดินไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววใครจะกลับมา

 

                จวบจนเกือบเป็นเวลาสามทุ่มครึ่ง เสียงรถยนต์ก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน สร้างความสงสัยให้แก่คิบอมได้เป้นอย่างดี เจ้าตัวจึงเดินออกจากบ้านไปดูที่ริมร้าวด้านนอก

 

                ทงเฮรงจากรถคนสวยสีดำสนิทมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนที่ใครอีกคนซ฿งนั่งประจำฝั่งคนขับ จะเปิดประตูลงมายืนบ๊ายบายร่างบางอีกด้วย

 

                เดนิส โอ นั่นเอง

 

                คิบอมหายใจถี่ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นคนตรงหน้านี้ รอสักพักทั้งคู่ก็เอ่ยคำลาพร้อมโบกมือให้กันจริงๆ

 

                “ทำไมต้องให้เค้ามาส่งด้วยครับบทงเฮ” คิบอมตรงไปเล่นงานตั้งแต่หน้าบ้านทันที

 

                “อะ อ่าว คิบอม ก็พอดีคุณเดนิสเค้าอาสามาส่งน่ะ” ทงเฮตอบอย่างขอไปทีก็จะรีบเดินเข้าบ้านไป แต่ร่างสูงก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ทำง่ายๆ รีบเดินตามเข้าไปทันที

 

                “เค้าอาสามาส่ง แต่ทงเฮก็ปฏิเสธได้นี่ครับ”

 

                “เอ๊ะ จะให้ชั้นบอกปัดเค้าเนี่ยนะ เสียมารยาทตายแน่”

 

                “แน่ใจหรอ ว่าแค่กลัวเสียมารยาท” คิบอมหรี่ตามองอีกฝ่าย

 

                “ทำไมต้องมามองชั้นด้วยสายตาแบบนั้นด้วย” ทงเฮชักเสียงอย่างไม่พอใจ

 

                “ผมไม่อยากให้ทงเฮไปยุ่งอะไรกับเค้าอีกเลยครับ” คิบอมพูดตรงๆ

 

                “ทำไมล่ะ”

 

                “ผมรู้สึกแปลกๆกับเค้าจังเลย ทงเฮอย่าไปยุ่งกับเค้าเลยครับ ผมขอร้อง” คิบอมอ้อนวอน

 

                “นายไม่มีเหตุผลพอที่ชั้นจะเลิกคบกับใครก็ตาม” ทงเฮพูดเสียงเรียบ

 

                “แต่......” คิบอมยังไม่ยอมแพ้

 

                “นายก็ไปหาเหตุผลที่มีสาระมากที่ชั้นสามารถจะฟังได้บ้าง ถ้าไม่อย่างนั้น ชั้นก็มีสิทธิ์ที่จะคุยกับคุณเดนิสต่อไป”

 

                “มีเรื่องอะไรกันนักหนาหรอครับ ถึงคุยกันได้ไม่จบไม่สิ้นสักที

 

                “อย่ามาใช้อารมณ์คุยกับชั้นนะ” ทงเฮเริ่มอารมณ์เสียเช่นเดียวกัน

 

                “ที่ผมไม่ชอบเคา เพราะผมผลัว....” คิบอมพูดในที่สุด

 

                “กลัว? นายกลัวบ้าอะไร”

 

                “ก็กลัวว่าเค้าจะมาแย่งความรักของทงเฮที่มีต่อผมไปน่ะสิ”

 

                “ห๊ะ นี่ว่ายังไงนะ”

 

                “อย่านอกใจผมเลยนะครับ ผมขอร้อง”

 

                “นายจะบ้าหรอ นี่นายพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างมั้ย”

 

                “รู้สิครับ ผมไม่อยากเสียทงเฮไปให้ใคร อย่าไปรักผู้ชายคนนั้นเลยนะครับ”

 

                “นายพูดแบบนี้เหมือนกำลังดูถูกชั้นอยู่เลยนะ”

 

                “ผมไม่ได้จะหมายความว่าอย่างนั้นครับ....”

 

                “ถ้าอย่างนั้นนายก็ควรจะเชื่อใจชั้นให้มากกว่านี้แล้วล่ะ คิม คิบอม”

 

                “ผมไว้ใจทงเฮอยู่แล้ว แต่ผมไม่ไว้ใจผู้ชายคนนั้น ไม่ไว้ใจใครก็ตามที่อยู่รอบข้างของทงเฮน่ะ”

 

                “ถ้าอย่างนั้นชั้นก็ช่วยอะไรนายไม่ได้แล้วล่ะ คิบอม” ทงเฮเสเดินขึ้นบันไดไป

 

                “ทงเฮ อย่าเพิ่งไป กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” คิบอมรีบเดินตาม

 

                “ชั้นไม่มีอะไรอยากจะคุยกับนาย”

 

                “แต่ผมมีนี่นา”

 

                “ชั้นเหนื่อย ชั้นจะนอน มีอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” ทงเฮปิดประตูใส่หน้าอีกฝ่ายทันที

 

                “ทงเฮ!” คิบอมทุบประตูด้วยความเจ็บใจ

 

                “กลับไปนอนซะคิบอม ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นเหนื่อย” ทงเฮพูดครั้งสุดท้าย ก่อนที่เสียงจะเงียบไป ไม่ว่าคิบอมจะทำอย่างไรก็ไร้ซึ่งการตอบกลับขึ้นมาอยู่ดี

 

                “ทงเฮ อย่าทำแบบนี้เลย...” ร่างสูงบ่นเบาๆ

 

                อย่าทำร้ายหัวใจผมด้วยท่าทีที่แสนเย็นชาแบบนี้เลย

 

                ผมทนไม่ไหวจริงๆ







*****
ตบเมนตัวเองดีมั้ย?^^'

อ่านแล้วเม้นท์ด้วยนะจ๊ะ คิดถึงทุกคนเลย ฮู้เร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,535 ความคิดเห็น

  1. #4526 HyukJewel (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 19:15
    โง่ยย สองคู่เลยทีนี้
    ทำไมไม่จับเข่าคุยกันดีๆ ง่ะ 
    #4,526
    0
  2. #4426 Mind-myy (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 08:45
    ทงเฮเป้นอะไรไป 
    #4,426
    0
  3. #4324 piggy-oun (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 มกราคม 2556 / 14:57
    เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย
    นั่นสิ ทำไมไม่คุยกันดี ๆ
    #4,324
    0
  4. #4320 I' Saru,, (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 19:54
    หมวยเป็นอะไรไป
    คุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอ
    ทำไมต้องหงุดหงิด =^=
    #4,320
    0