SF (namjoo x jisoo) FRIENDSHIP SET ON FIRE

ตอนที่ 8 : friendship set on fire :: so gay

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 ต.ค. 59





SF :: N A M J O O   x   J I S O O







 


“The best feeling in the world is when the person you like, likes you back”

  

เขาทำให้ผมเหมือนนั่งอยู่บนไวกิ้งที่ผมกลัว แต่ก็นั่นล่ะ สุดท้ายผมก็ตกหลุมรักมัน”

 

 





 

            เป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่นัมจูฮยอกจะตื่นสายขนาดนี้แม้จะเป็นวันที่ต้องไปทำงานก็ตาม เขาสะดุ้งตัวเด้งขึ้นจากเตียงทันที ก่อนจะมองไปรอบๆแล้วก็พบกับความว่างเปล่าและเงียบเชียบ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ

            เมื่อคืนเขามาที่ห้องของจีซู และเราก็เอ่อ...จูบกัน นั่นล่ะ จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร คิดว่าคงสลับกันจูบไปมาจนหลับไปด้วยกันทั้งคู่เลยล่ะมั้ง เป็นความรู้สึกที่โคตรรที เหมือนฝันเลยล่ะ

            และก็คล้ายกับความฝันจริงๆ เพราะเมื่อเราฝันดีทีไร ตื่นมาแล้วก็ต้องรู้สึกเสียดายที่มันเป็นแค่ฝัน แบบที่เขารู้สึกอยู่ตอนนี้ เจ้าของห้องตัวดีหายไปไหนแล้ว ทำไมมีแต่เขาที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางเตียง

            “จีซูยา...” นัมจูฮยอกส่งเสียงเรียกอยู่หลายครั้ง “จีซูยา ไม่อยู่เหรอ” แล้วก็คิดได้ว่าตัวเองโง่แค่ไหนที่ไม่ยอมลุกขึ้นไปเดินดูเอง

            นัมจูฮยอกตรงดิ่งไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการล้างหน้าแปรงฟันให้สติเข้าร่างมากกว่าเดิม สะดุดตากับแปรงสีฟันของตัวเองที่วางรวมอยู่ในแก้วกับของอีกคน อาจเพราะว่าเขามาค้างที่นี่บ่อยก็เลยมีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัววางปะปนอยู่ด้วย

            “หายไปดื้อที่ไหนอีกล่ะ” เข่นเขี้ยวกับตัวเองในใจ

            ก่อนที่จะกลายเป็นความหัวเสียของแท้เมื่อเดินเช็ดหน้าเดินออกมาที่หน้าตู้เสื้อผ้ากลับมีกระดาษโน้ตแปะอยู่บนนั้น แถมยังเป็นข้อความที่ชวนให้เขาระเบิดอารมณ์ออกมาซะด้วย

 

 



            “ฉันว่าเราควรไม่เจอกันสักพักนะเผื่อไอ้ความรู้สึกแปลกๆนี่มันจะหายไป”

 



 

            “เล่นบ้าอะไรวะ” ร่างสูงโปร่งรีบหยิบโทรศัพท์มากดโทรออกทันที แต่รอจนสายตัดไปเองอีกคนก็ยังไม่ยอมรับ ได้แต่เดินเป็นหนูติดจั่นไปทั่วห้องนอนที่เจ้าของห้องกำลังปั่นหัวเขาอยู่จนวุ่นไปหมด

            “คิมจีซู รับโทรศัพท์สิวะ” เปลี่ยนจากกดโทรออกมาเป็นรัวส่งข้อความก็ไม่ขึ้นว่าอ่านเลยสักอัน ได้แต่นั่งหัวเสียอยู่แบบนั้นเกือบชั่วโมงจนคิดได้ว่าเขาจะต้องออกไปทำงานตามตารางวันนี้แล้วจึงได้แต่ยอมแพ้ด้วยใจขุ่นมัว

            “คิดว่ามันจะจบแบบนี้ง่ายๆเหรอ เล่นผิดคนแล้ว”

            มาทำให้กันรู้สึกขนาดนี้แล้ว หนีไม่ทันแล้วล่ะนะ!

 

 







 

 

            แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสวมบทนินจาได้แนบเนียนขนาดนี้ สกิลวาร์ปนี่สูงส่งจนอยากจะขอคารวะเป็นศิษย์เลยล่ะ

            “เฮ้อ ทำไมผมจะต้องใช้วันหยุดที่ไม่ค่อยจะมีมานอนแหงกอยู่ห้องพี่ด้วยวะเนี่ย” ถอนหายใจรอบที่ล้าน ก่อนจะร้องโอ๊ยลั่นเมื่อขวดน้ำที่ดื่มหมดแล้วถูกโยนมากระแทกกลางหน้าผากเต็มๆ

            “แล้วกูขอร้องให้มึงมาเหรอครับ มาอาศัยบ้านคนอื่นเขาแท้ๆ ยังจะพกหมาในปากมาด้วยอีก” จูอูแจ รุ่นพี่นายแบบคนสนิทของนัมจูฮยอกตั้งแต่สมัยเข้าวงการเท้าเอวด่า “มาแล้วยังไม่เป็นประโยชน์กับห้องกูอีก มึงกลับไปเลยไป บ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่ได้”

            “อย่าเพิ่งไล่ผมดิพี่ นี่ไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ” ก็ถ้าจีซูไม่เอาแต่หลบหน้าเขาแบบนี้ วันนี้ก็คงได้ไปเดินเล่นที่แม่น้ำฮันตามที่เคยคุยๆกันไว้แล้วล่ะ

            พูดอีกก็พาลจะหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ นี่มันอาทิตย์กว่าแล้วนะที่เขาไม่ได้เจอ ไม่ได้ยินเสียงอีกคนเลยสักครั้ง โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน ไปหาถึงคอนโด คราวนี้ยามดันบอกไม่ให้เขาขึ้นลิฟต์ไป ทำเจ็บแสบมั้ยล่ะ ลองไปถามจากเคาท์เตอร์ก็บอกว่าเจ้าตัวไม่ได้กลับที่คอนโดเลยระยะนี้

            โอเค ไม่คิดว่าจะเป็นได้ถึงขนาดนี้ เขาอุตส่าห์ไปตะล่อมให้ผู้จัดการส่วนตัวของเขาลองโทรไปถามๆผู้จัดการของจีซูถึงคิวงานอีกฝ่าย คำตอบที่ได้ก็คือเป็นความลับ บ้าไปแล้ว แต่ก่อนแต่ไรก็ตามได้ตลอด จู่ๆมาบอกว่าเป็นความลับซะอย่างนั้น

            นี่จะบ้ากันไปหมดแล้วใช่มั้ย เขานี่ล่ะที่จะบ้าคนแรกเลย

            คิมจีซู...อย่าให้ฉันจับนายได้นะ เจอดีแน่

 

           

            “สรุปว่ามึงเป็นอะไรเนี่ย ไปหาหมอมั้ยถ้าโรคประสาทจะถามหา” จูอูแจลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆคนที่นอนแผ่อยู่เต็มโซฟาของเขา “กูรู้จักหมอดีๆหลายคนนะ”

            “ไม่ตลกเลยพี่ ไม่ตลก” นัมจูอยอกโยนโทรศัพท์ไปอีกฝั่ง

            “ทะเลาะกับเมียเหรอ เอาแต่กดโทรศัพท์แล้วถอนหายใจ”

            “ยังไม่มีเมีย” ตอบแทบจะทันที

            จูอูแจร้อง “เอ้า แล้วสรุปเป็นอะไร หงุดหงิดอะไรล่ะ”

            นัมจูฮยอกถอนหายใจอีกรอบแล้วยกมือขยี้ผมตัวเองจนยุ่ง “โอ๊ย เบื่อเว้ย”

            “ไอ้นี่...สงสัยจะเป็นบ้าจริงๆ” นายแบบรุ่นพี่ส่ายหัว “ดูหนังโป๊มั้ย แก้เครียด”

            “บอกว่าไม่ตลกไงโว้ย!

            จูอูแจขำ “มีแบบผู้ชายผู้ชายด้วยนะเว้ย เผื่ออยากเปลี่ยนแนว”

            “ไอ้พี่บ้านี่ แนะนำแต่ละอย่าง” ถ้าไม่ติดว่ายังพอจะเหลือความเคารพกับคนที่โตกว่าเกือบสิบปีอยู่บ้าง นิ้วกลางของนัมจูฮยอกคงจะถูกชูขึ้นแน่ๆ

            “แต่เรื่องนี้ฝ่ายรับแม่งหน้าเหมือนจีซูเลยนะเว้ย”

            งานนี้ล่ะหูผึ่ง “บ้าน่า มันไม่เคยถ่ายอะไรแบบนั้นเหอะ”

            “ก็แค่บอกว่าหน้าเหมือน ไม่ได้บอกว่าจีซูเคยถ่ายซะหน่อย” จูอูแจขำ “สรุปดูเปล่า เด็ดนะ”

            “พอเหอะ แค่คิดก็จะอ้วกละ” นัมจูฮยอกโบกมือขอบาย

            “ทำเป็นจะอ้วกไป มึงก็ชอบผู้ชายไม่ใช่เรอะ”

            “อะไรนะ” นัมจูฮยอกเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที “พูดอะไรของพี่เนี่ย”

            “อ้าว แล้วมึงไม่ได้ชอบไอ้จีซูมันหรอกเรอะ” จูอูแจย้อนถาม

            นัมจูฮยอกอ้าปากค้าง “พี่รู้ได้ไงอะ”

            “เขารู้กันทั้งโลกแล้วมั้งล่ะมึง”

            “จริงดิ...” เหมือนสติเพิ่งจะเข้าร่าง “เฮ้ย ไม่ใช่แบบนั้น ผมกับจีซูคือ...”

            “ถ้าโกหกกูขอให้จีซูหนีไปมีคนใหม่”

            “เฮ้ย อย่าดิวะ นี่ยิ่งติดต่อไม่ได้อยู่” โอเค...ตกหลุมพรางเต็มๆ เพิ่งจะสำนึกได้ด้วย “เอ่อ...” ไม่กล้าหันไปมองสายตารู้ทันของพี่แม่งเลย

            “กูถึงได้ถามว่ามึงทะเลาะกับเมียเหรอ”

            “มันไม่ใช่เมียผม” นี่ก็ร้องปฏิเสธทันที

            “อ้าว งั้นมึงก็เป็นเมียมันน่ะสิ”

            “โอ๊ย ไม่ใช่เว้ย” นัมจูฮยอกชักมึนหัว “หยุดพูดเรื่องผัวๆเมียๆก่อนได้มั้ย ผมงง เอาเป็นว่าเราเป็นเพื่อนกันเว้ย”

            “เพื่อนห่าอะไรทำมึงเป็นเอามากขนาดนี้ บอกว่าอย่าโกหก”

            นัมจูฮยอกบ่นอุบอิบ “ก็เพื่อนนั่นล่ะ”

            “เพื่อนที่ทำเอามึงแล่นมานอนถอนหายใจทิ้งคาร์บอนไดออกไซต์ไว้ในบ้านกูแบบนี้น่ะเหรอ ฟังไม่ขึ้นเลยว่ะ”

            นัมจูฮยกอถอนหายใจระบายแก๊สพิษในร่างกายอีกระลอกใหญ่ “ไม่รู้ว่ะพี่ ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกเลย แม่ง...หายตัวเก่งจริงๆ”

            “เขาไม่ยอมรับสายมึงเลยเหรอ ไปทำอะไรเขาล่ะ”

            นัมจูฮยอกดุนดันลิ้นในปาก​ “จูบ”

            “มึงขืนใจเขาเหรอ” จูอูแจลองวิเคราะห์

            “ไม่นะ” ขมวดคิ้วคิด “ไม่น่าจะเรียกว่าขืนใจ ก็จูบกันอะพี่...”

            “งั้นเขาจะหลบหน้ามึงทำไม”

            “ก็นั่นล่ะที่ผมไม่เข้าใจ” นัมจูฮยอกบ่น “โคตรสี่มิติเลยเหอะ”

            “ถึงอย่างนั้นมึงก็ยังชอบเขาอยู่ดีนั่นล่ะวะ ทำเป็นปากดี” จูอูแจขำ “แล้วนี่จะทำไงต่อ”

            “ยังคิดไม่ออกเลย อับจนหนทางแล้วเนี่ย ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน” นัมจูฮยอกขมวดคิ้วจนแทบจะพันกัน

            “มึงลองไปตามที่บ้านเขารึยังล่ะ เวลาเครียดๆคนเรามักจะกลับบ้านกันทั้งนั้นล่ะ”

            นัมจูฮยอกหูผึ่งทันที “เออว่ะ!” ร้องแทบลั่น “เจ้าลูกแหง่ต้องกลับไปหาแม่แน่ๆเลย โหย พี่แม่งโคตรฉลาดเลยเว้ย” ยิ้มกวางปากแทบจะฉีกถึงหู

            กลายเป็นจูอูแจที่ต้องถอนหายใจออกมาซะเอง “มึงนี่เป็นเอามาก”

 

 






 

            จีซูเอื้อมมือไปหยิบกลีบส้มมาเข้าปาก หยีตาให้กับความเปรี้ยวอมหวานของมัน เสร็จแล้วก็ขยับหัวให้นอนหนุนตักของแม่ได้ถนัดมากขึ้น “หม่าม้าดูอะไร” เพิ่งจะเอ่ยถามทั้งๆที่ก็ดูด้วยกันตรงนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

            คุณนายคิมก้มมองศีรษะทุยของลูกคนเล็กก่อนจะหัวเราะออกมา เอื้อมมือลูบผมนิ่มเบาๆ “ก็ดูละครของหนูย้อนหลังไงคะ” บีบใบหูลูกชาย “แล้วนี่หนูเป็นอะไร มานอนอ้อนแบบนี้”

            “วันนี้ผมหยุด ไม่มีงาน ได้ครองหม่าม้าคนเดียว สบาย นูน่าก็มาแย่งไม่ได้” กอดแขนแม่ จูบเบาๆที่ข้อมือเพื่อเอาใจ

            “ไม่ต้องมาอ้อนแม่เลย โตขนาดนี้แล้วนะเราน่ะ” พูดอย่างหมั่นเขี้ยว “แล้วนี่จะบอกแม่ได้รึยังว่าเป็นอะไร ถึงได้กลับมาอยู่บ้านเป็นอาทิตย์แบบนี้ แต่ก่อนนะ ขอให้กลับเท่าไรก็ไม่ค่อยกลับจะกลับ”

            “ก็ผมคิดถึงหม่าม้าไง”

            “โกหก คิดว่าแม่ดูไม่ออกรึไง”

            “ดูอะไรออก” เบือนหน้าไปมองจอโทรทัศน์เพื่อหลบสายตาหลุกหลิก

            “รู้ว่าจีซูของหม่าม้ามีเรื่องไม่สบายใจยังไงล่ะ” พูดไปก็ลูบผมไป “มีอะไรก็บอกแม่ได้นะคะ อย่าเก็บไว้เครียดคนเดียว แม่เป็นห่วง”

            จีซูถอนหายใจเบาๆ หลับตารับสัมผัสจากมือแสนอบอุ่นของผู้เป็นแม่ที่คอยสนับสนุนเขามาตลอด ไม่ว่าจะในเส้นทางเดินไหนก็ตาม

            “ถ้าผมเล่าอะไรให้ฟัง หม่าม้าจะโกรธมั้ย แบบ ถ้าผมทำตัวไม่ดี”

            “เรื่องอะไรล่ะ เรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว”

            “ก็...เหมือนจะส่วนตัวนะครับ” จีซูพูดอ้อมแอ้ม

            คุณนายคิมเลิกคิ้ว “ทำไม หนูไปทำผู้หญิงท้องเหรอคะ”

            “บ้าแล้ว!” จีซูโวยวาย “ไม่ใช่นะครับ”

            “งั้นก็แล้วไป ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่ๆ” ยกมืออีกข้างทาบอก

            จีซูเบะปาก “แต่มันก็คอขาดบาดตายพอๆกันล่ะครับ” ท็อปสตาร์ทำปากยื่นใช้ความกล้าอย่างหนัก

            คุณนายคิมลูบผมลูกชายคนเล็ก เลยลงไปยังหัวไหล่ ต้นแขนและแผ่นหลัง คล้ายจะส่งพลังแห่งความกล้าให้กับเขา “ถ้ามันคือความจริง ไม่ว่าจะเป็นยังไง เราก็ต้องรับให้ได้นะลูก”

            จีซูขบกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเบาๆ อยากจะยกภูเขาก้อนโตออกจากอกเสียที “จูฮยอก...เขาจูบผม”

            เมื่อเห็นว่าแม่เงียบไปจนไม่กล้าจะหันไปมองหน้าก็รีบพูดต่อ “คือความจริงก็...เราจูบกัน” ลิ้นรัวไปหมด “แต่...แต่ว่า...เขาจูบผมก่อนนะ”

            คุณนายคิมหยุดมือวางไว้บนหัวของลูกชายคนเล็ก ไม่พูดอะไรออกมาคล้ายจะให้อีกฝ่ายพูดออกมาให้หมด

            “ตอนแรกผมรู้สึกแย่ เพราะคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน แถมยังเป็นผู้ชายทั้งคู่ มาทำอะไรแบบนี้มันไม่ดีเลยครับ” จีซูค่อยๆเล่า “แต่...ลึกๆแล้ว ผมก็รู้สึกดี”

            ผู้เป็นแม่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมา

            “แล้วหลังจากนั้นหัวใจผมมันก็เต้นแรงมากเลยครับ ผมเคยคบกับผู้หญิง เคยจูบด้วย แล้วก็...แล้วก็เคยมีอะไรด้วย แต่...แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่ใจจะเต้นแบบนี้เลยครับ หม่าม้า ผมผิดปกติรึเปล่า”

            “เอาล่ะ ลุกขึ้นมานั่งคุยกันดีๆ” คุณนายคิมเอ่ยเสียงเรียบ

            จีซูค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งหันไปหาแม่ตัวเองตัวสั่นคล้ายเด็กทำความผิดแล้วกำลังจะถูกตัดสินวิธีทำโทษ ตาเรียวเล็กน้อยค่อยๆเลื่อนขึ้นมองใบหน้าแม่ทีละนิด แต่เมื่อเจอกับรอยยิ้มละไมกลับขมวดคิ้วแทน

            “ทำไม คิดว่าแม่จะดุ หรือจะตีเหรอ” คุณนายคิมหัวเราะ

            “อย่างน้อยหม่าม้าก็ควรจะโวยวายบ้าง” จีซูพูดเสียงค่อย

            “โวยวายเรื่องอะไรล่ะ”

            “ก็ลูกชายหม่าม้าไปจูบกับผู้ชายมานะครับ!

            “รู้แล้ว ได้ยินแล้ว เข้าใจแล้ว หนูจะย้ำอีกก็รอบครับ”

            “ก็นั่นล่ะ ทำไมหม่าม้าไม่ตกใจให้มากกว่านี้” จีซูบ่น “เสียเวลากลัวตั้งนาน”

            “ก็อยากจะตีอยู่หรอกนะ ไปหาไม้เรียวมาสิ”

            “หม่าม้า!” จีซูเข้าไปสวมกอดทันที “ผมเครียดจริงๆนะ ผมไม่อยากเป็นเกย์เลยอะ”

            “ทำไมถึงบอกว่าตัวเองเป็นเกย์ล่ะ ในเมื่อหนูบอกเองว่าตาจูฮยอกเขาเป็นฝ่ายมาจูบหนูก่อน หนูก็คิดซะว่ามันเป็นอุบัติเหตุไปก็ได้ ถ้าผิดใจกัน ไม่พอใจกัน แล้วหนูไม่อยากเจอเขาแล้ว ขนาดมาหลบหน้าแบบนี้ ก็เลิกคบกันไปเลยสิ”

            “มันก็ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ”

            “หรือว่าหนูเองก็ชอบเขาเหมือนกัน”

            “เขาชอบผมรึเปล่ายังไม่รู้เลย”

            “ถ้าเขาไม่ชอบหนู แล้วเขาจะกล้ามาจูบผู้ชายด้วยกันได้ยังไงล่ะคะ” คุณนายคิมปล่อยหมัดเด็ด “แม่ว่าตาจูฮยอกเองเขาก็คงต้องใช้ความกล้ามากอยู่เหมือนกันนั่นล่ะ และถ้าหนูไม่ชอบเขาจริงๆ แม่ว่าหนูคงชกเขาหน้ายับเยินไปตั้งแต่วันนั้นแล้วมั้ง ไม่ใช่หนีมาซบแม่อยู่เป็นอาทิตย์แบบนี้น่ะ”

            “หม่าม้า พูดช้าๆ ผมคิดตามไม่ทัน”

            “ก่อนจะไปกังวลว่าเขาชอบหนูมั้ย ให้คิดก่อนว่าหนูชอบเขารึเปล่า”

            จีซูเงียบนิ่งอยู่พักหนึ่ง “ผม...”

            “ถ้าไม่อยากตอบหม่าม้า เก็บไว้ตอบตัวเองก็ได้นะลูก”

            “แล้วถ้า...” จีซูเม้มปาก “ถ้าผมเป็นเกย์ขึ้นมาจริงๆล่ะ”

            “เอ้า เป็นก็เป็นสิ ถ้าคนที่ลูกชอบเขาเป็นผู้ชาย และการที่ลูกจะรักเขามันทำให้ลูกเป็นเกย์ แม่ว่ามันก็โอเคนะ”

            “หม่าม้าโอเค แล้วปะป๊ากับนูน่าล่ะครับ”

            “แม่ว่าลูกคิดไปสารทิศแล้วตอนนี้”

            “ก็ผมเครียด”

            “เอาจริงๆแม่ก็ไม่แปลกใจสักเท่าไรหรอก หนูตัวติดกับเพื่อนคนนี้ซะขนาดนั้น ความใกล้ชิดมันทำให้คนเราหวั่นไหวกันได้ทั้งนั้นล่ะลูก เป็นเรื่องธรรมดา”

            “ผมถึงได้คิดไงว่าไม่เจอกันมันอาจจะทำให้ไอ้ความรู้สึกแบบนี้มันหายไป”

            “แล้วลูกทำสำเร็จมั้ย”

            จีซูหน้าหงอย “ผมคิดถึงเขา”

            “นั่นก็น่าจะทำให้หนูรู้ใจตัวเองแล้วนะ”

            “หม่าม้าควรโกรธและห้ามผม”

            “ทำแบบนั้นแล้วหนูจะมีความสุขจริงเหรอ”

            “ผมอาจจะรู้สึกว่ามันถูกต้องกว่านี้”

            “อะไรผิด อะไรถูกต้อง หนูเอาอะไรมาตัดสินล่ะครับ”

            “หม่าม้า ช่วยดุผม ตีผมหน่อยเถอะครับ เห็นหม่าม้าเข้าใจทุกอย่างแบบนี้ผมยิ่งรู้สึกผิด”

            คุณนายคิมถอนหายใจก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมา “แม่มั่นใจว่าลูกชายที่แม่เลี้ยงมาเป็นคนดีและจะเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง และการที่ลูกจะรักจะชอบผู้ชาย มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลย”

            “ลูกหม่าม้าเป็นเกย์นะ ถ้าใครต่อใครพูดใส่หม่าม้าแบบนี้ล่ะ”

            “แม่ก็จะบอกพวกเขาว่าแม่เป็นสมาชิกเกรดพรีเมี่ยมของกลุ่ม LGBT ยังไงล่ะ” เธอกล่าวพร้อมหัวเราะออกมา “ท่าจะมีกิจกรรมน่าสนุกเยอะเลย”

            จีซูเอนหลังพิงโซฟา “หม่าม้าทำเอาผมพูดไม่ออกเลย”

            ผู้เป็นแม่เอื้อมมือมาลูบแก้มลูกชายคนเดียว “ใช้ชีวิตให้มีความสุขเถอะนะลูก”

 




            “ปิ๊ง~ป่อง...” เสียงออดดังขึ้น





 

            จีซูเด้งตัวขึ้นจะไปเปิดแต่คุณนายคิดกลับห้าม “แม่สั่งของไว้ สงสัยเขาจะมาส่ง หนูนั่งอยู่นี่ล่ะ แม่ไปเปิดเอง”

            นักแสดงหนุ่มยกมือขยี้ผมตัวเองอยู่หลายที ก่อนจะหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงเดินลากเท้ากันแสนคุ้นเคย “เฮ้ย!!” ร้องลั่นบ้าน “มาได้ยังไงเนี่ย”

            “ไง” นัมจูฮยอกวางถุงของขวัญที่นำมาฝากผู้ใหญ่ลงบนโต๊ะใกล้ๆ แต่สายตาไม่ได้ละไปจากคนตรงหน้าเลย “Long time no see” ความนัยที่แฝงมากับประโยคน่าจะเป็น...นายตายแน่ๆ

            นัมจูฮยอกแทบจะต้องให้คนไปล้อมผู้จัดการของจีซูกว่าจะได้ที่อยู่บ้านของพ่อแม่อีกฝ่ายมา ต้องขอบคุณสายสัมพันธ์อันดีงามจากผู้จัดการส่วนตัวของเขานี่ล่ะ ที่ไม่รู้ว่าจบงานนี้จะถึงขั้นเลิกคบกันเลยรึเปล่า

            เจ้าตัวแสบยังดูกินดีอยู่ดี แก้มย้อยกว่าเดิมซะอีก หนีหน้าเขาเป็นอาทิตย์แบบนี้ยังจะกล้ามานอนกินส้มสบายใจเฉิบอีก

            “อ๊า...ตาจูฮยอก” คุณนายคิมเดินกลับเข้ามาทักทั้งรอยยิ้ม ยืนอยู่กลางระหว่างลูกชายและเพื่อนตัวโต หันมองลูกชายที่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาแล้วก็ได้แต่ยิ้มแหย

            “หม่าม้า” จีซูเข้าไปเกาะไหล่แม่ “ทำไมทำแบบนี้...”

            นัมจูฮยอกยืนใช้ลิ้นดุนดันไปมาในปาก รู้ว่าจะต้องสำรวมมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้ความร้อนมันกำลังแผ่ไปทั่วในใจเลยล่ะ “สวัสดีครับคุณป้า ไม่เจอกันนานมากเลยนะครับ” เอ่ยทักคนที่เคยเจอกันสองสามครั้งเห้นจะได้

            “นั่นสินะ” คุณนายคิมยิ้มเก้อ “สบายดีใช่มั้ยลูก”

            “ก็สบายดีนะครับ ถ้าไม่ติดว่าโดนใครบางคนใช้คาถานินจาใส่แบบนี้”

            “อะไร พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” จีซูตะโกนกลับแม้จะยืนอยู่หลังแม่ก็ตาม “กลับไปเลยนะ บ้านนี้ไม่ต้อนรับ”

            “ตาจีซู!” คุณนายคิมดุ “ไปพูดแบบนั้นใส่เพื่อนได้ยังไง”

            “ไม่เป็นไรครับ” นัมจูฮยอกยิ้มเย็น “เดี๋ยวผมจัดการเอง”

            “โอ้...” คุณนายคิมสูดลมหายใจเข้า “ถ้าอย่างนั้นแม่ว่าแม่ออกไปทำเล็บดีกว่า เพิ่งนึกได้ว่ามีนัด” เธอเสตัวหลบแม้จะมีแรงขืนจากลูกชายตัวโตก็ตาม “แล้วเย็นๆว่าจะแวะไปรับเจ้าคงจูด้วย ยังไงก็คุยกันดีๆนะลูก”

            “หม่าม้า!! ไม่เอานะ อย่าทิ้งผม” จีซูร้องงอแงจะเดินตามแต่นัมจูฮยอกก็คว้าข้อมือเอาไว้ทันที “ปล่อยนะเว้ย!

            นายแบบหนุ่มจ้องนิ่งๆ “อยู่คุยกันให้รู้เรื่อง”

            คุณนายคิมคว้ากระเป๋าเดินออกมาจากห้องนอน ลูบหลังลูกชายหลายๆที ก่อนจะหันไปมองนัมจูฮยอก “คุยกันดีๆนะ”

            “ครับ” ฟากผู้มาเยือนรับคำเงียบๆ

            “หม่าม้า!!” จีซูยืนดิ้น

            คุณนายคิมกล่าวคำรั้งท้าย “ห้องนั่งเล่นบ้านนี้มีกล้องวงจรปิดนะ” แม้เธอจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำร้ายให้ลูกชายเธอเจ็บตัวก็ตาม

 

            เมื่อเสียงประตูบ้านปิดลงจีซูก็ทำท่าจะวิ่งหนีทันที ติดอยู่ที่นัมจูฮยอกไหวตัวทันกว่า คว้าตัวอีกคนขึ้นแบนบนบ่าทั้งที เหมือนความรู้สึกตอนนี้มันรุนแรงเสียจนเขาสามารถแบกคนที่ส่วนสูงและน้ำหนักพอๆกันได้อย่างสบายๆ

            “ปล่อยฉันลงนะเว้ย!!!!” จีซูดิ้นอยู่บนบ่ากว้างๆนั่น “นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ นี่มันบ้านของฉันนะ”

            “ห้องนอนนายไปทางไหน บอกมา” อีกฝ่ายพูดเสียงเรียบ

            “ไม่บอก!! โอ๊ยยยย!!!” จีซูร้องลั่นเมื่อนัมจูฮยอกยกอีกมือฟาดลงที่ก้นเขาอย่างแรง แถมตอนอยู่บ้านเขาก็สวมแต่กางเกงขาสั้นเป็นนิสัยนี่นา เจ็บชะมัดเลยล่ะ

            “อยู่ไหน” ถามย้ำอีกรอบ

            “ไอ้บ้าเอ๊ยยย” จีซูระดุมรัวฟาดหลังของคนเผด็จการคืน แต่กลับโดนอีกฝ่ายตีลงที่ก้นอยู่หลายที โดนแรงที่แบกเขาไว้นั่นก็ไม่สะเทือนเลยสักนิด “ฉันเจ็บนะเว้ย!

            “เจ็บสิดี” นัมจูฟาดสะโพกอีกฝ่ายแรงๆอีกสองที “ถ้านายไม่ยอมบอกห้องนาย ฉันก็จะยืนตีนายให้แม่นายได้กลับมาเช็คกล้องแล้วเห็นอยู่แบบนี้ล่ะ”

            “ไอ้คนใจร้าย ฉันจะฟ้องหม่าม้า” จีซูเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด “ฮึ่ยย ทางนี้!!” ยอมชี้มือไปทางห้องหนึ่งในที่สุด นัมจูฮยอกจึงรีบแบกอีกฝ่ายไปทางนั้นแล้วเปิดเข้าไปในห้องทันที

 



 

            “โอ๊ย!!!” จีซูร้องอีกระลอกเมื่อโดนโยนทิ้งลงกับเตียงแล้วมีอีกฝ่ายโถมตัวมานอนทับตนไว้ “หนักนะเว้ย ลุกออกไปเดี๋ยวนี้!

            นัมจูฮยอกใช้เรี่ยวแรงที่เหนือกว่าประสานักกีฬายึดสองข้อมือของจีซูที่รั้นจะทุบตีเขาเอาไว้แล้วจ้องตาดุ “หยุดอาละวาดสักที แล้วมาคุยกัน”

            “คุยอะไร ไม่คุย กลับไปซะ”

            “เป็นบ้าอะไร หนีหน้าทำไม” นัมจูฮยอกต้องใช้ความอดทนอย่างสูงในตอนนี้ “คุยกันดีๆ”

            “ไม่คุย ไม่อยากเจอ ไม่อยากเห็นหน้า” จีซูยั้งดื้อไม่เลิก

            “ที่โดนตีไปเมื่อกี้ยังไม่เข็ดสินะ”

            “ไม่เข็ด แต่เจ็บมากนะเว้ย!” จีซูโก่งคอร้องตอบ “หม่าม้ากับปะป๊ายังไม่เคยตีฉันแบบนั้นเลยสักครั้ง นายกล้าดียังไงวะ?!

            “แล้วนายดื้อกับฉันทำไมล่ะ” นัมจูฮยอกตะคอกกลับ “หรือไอ้เกือบสิบวันที่ผ่านมามันมีแต่ฉันคนเดียววะที่คิดถึงนาย?!!!

            จีซูหยุดการกระทำทุกอย่างทันทีแล้วนอนนิ่งๆเมื่อเห็นแววตาแฝงความเจ็บปวดของคนตรงหน้า เสียงหายใจสองโทนสอดประสานกันท่ามกลามความเงียบ นัมจูฮยอกปล่อยข้อมือของจีซูให้เป็นอิสระแต่ก็ยังไม่ยอมลุกผละออกไปไหน

            “ทำไมทำแบบนี้ คนที่ใจร้ายจริงๆน่ะ มันคือนายต่างหาก”

            จีซูเม้มปาก เบือนสายตาหลบไปอีกทาง แต่นัมจูฮยอกกลับใช้มือจับคางและแก้มอีกฝ่ายให้หันกลับมาสบตากับตน

            “โทรหาก็ไม่ยอมรับสาย ไปตามหาคอนโดก็สั่งยามให้ห้ามฉัน บอกผู้จัดการไม่ยอมให้ตอบคำถามฉัน ข้อความสักฉบับก็ไม่มี นี่นายกำลังทรมานฉันอยู่นะ รู้ตัวรึเปล่า”

            นักแสดงหนุ่มเม้มปากแน่น คล้ายว่าจะไม่ยอมพูด

            “เพราะฉันจูบนายเหรอ นายก็เลยโกรธใช่มั้ย จนพาลอยากเลิกคบกับฉันเลยงั้นเหรอ จีซูยา พูดกับฉันหน่อยสิ”

            จีซูกลับยังนิ่งเงียบอยู่แบบนั้น จนต้องร้องห้ามเมื่อนัมจูฮยอกก้ามหน้าลงมาใช้ปลายจมูกถูไปทั่วใบหน้าของตน “อย่าทำแบบนี้”

            นายแบบหนุ่มกลับไม่สนใจฟังคำห้ามนั้น ใช้สองมือประคองแก้มของจีซูแล้วซุกไซ้จมูกไปทุกพื้นที่ใบหน้าของคนที่ทำให้เขาแทบจะเป็นบ้ามาตลอดหลายวันนี้ “ฉันคิดถึงนาย ขอหอมหน่อย”

            “นัมจูฮยอก ฉันบอกให้หยุดยังไงล่ะวะ” จีซูยกมือขึ้นชกไหล่คนที่คร่อมอยู่ด้านบน “ฉันเป็นผู้ชายนะเว้ย แหกตาดูให้ดี”

            “แล้วนายมีส่วนไหนที่เหมือนผู้หญิงเหรอวะ ฉันถึงจะได้เข้าใจผิดน่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงยังทำแบบนี้กับผู้ชายด้วยกันอีก พอได้แล้ว” จีซูร้องห้ามคนที่จงใจกดริมฝีปากลงมาแตะกับปากของตน “ทำไมแบบนี้อีกแล้วนะ”

            “ทำอะไร ฉันทำอะไร” สายตายียวน

            “ก็...”

            “จูบไง ฉันจูบนาย ฉันคิดถึงนายแทบบ้า ไอ้ตัวแสบเอ๊ย ทำไมเราจะต้องทำให้มันเป็นเรื่องยากกันด้วย มาเปิดอกพูดตรงๆกันเถอะ”

            “ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนาย”

            “แต่ฉันมี” นัมจูฮยอกสวน “อย่ามาทำเป็นเหมือนไม่รู้เลยน่า นายรู้ดีว่าฉันคิดกับนายยังไง ฉันชอบนาย ชอบจนต้องคอยหึงคอยหวง ทำตัวงี่เง่าเวลาที่มีใครมาวอแวนาย ที่ตามดูแลนายมาตลอดแบบนี้ ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าฉันน่ะชอบนายมากแค่ไหน”

            เจอสารภาพตรงๆมาแบบนี้จีซูก็ไม่รู้จะหลบหนีไปทางไหนอีกแล้ว “แต่...แต่ฉันไม่ชอบนาย อื้อ...” ถูกปิดปากด้วยหนึ่งจูบทันที

            “ว่ายังไงนะ”

            “ฉันบอกว่าฉันไม่ชอบนาย! อึก..” นัมจูฮยอกจัดให้อีกหนึ่งจูบ แม้จะเป็นแค่การจูบแตะไม่มีการล่วงล้ำก็ตามเถอะ

            “นายโกหก สายตาของนายบอกฉันว่านายกำลังโกหก”

            จีซูตาขวาง หน้างอง้ำหนักกว่าเดิม “ฉันจะชกหน้านาย”

            “ชกมาเลยสิ ถ้าจะปฏิเสธฉันก็ทำให้มันจริงจังกว่านี้หน่อย” นัมจูฮยอกท้าทาย “แต่ฉันชอบนายมาก และจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะ”

            “นายมันไอ้คนดื้อ” จีซูเอ็ด

            “ก็ดื้อเหมือนนายนั่นล่ะ”

            สองคนจ้องหน้าแบบไม่มีใครยอมใคร เสียงหอบแฮ่กเพราะใช้พลังในการเถียงกันไปซะเยอะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปจบลงที่ตรงไหน

            “ลงไปได้แล้ว ฉันหนัก จะนอนทับฉันอีกนานมั้ย” จีซูบอก

            “ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ จะหนีไปไหนอีก”

            “ไม่ได้จะหนี แต่ฉันหนักจริงๆ”

            “งั้นเอาแบบนี้” นัมจูฮยอกพลิกตัวลงไปนอนแผ่กับเตียงก่อนจะดึงอีกฝ่ายให้มานอนคร่อมทับตัวเองแทน สองมือยกโอบรัดรอบบนแผ่นหลังของจีซูไว้แน่น “ไม่ให้หนีอีกแล้ว”

            “จะทับให้แบบเป็นปลาหมึกเลย” จีซูจ้องหน้า “ไอ้เกย์”

            “พูดจาไม่น่ารักเลยนะ”

            “ไอ้เกย์” จีซูย้ำอีกรอบ

            “จีซูยา...”

            “ไอ้เกย์” นักแสดงหนุ่มยังเรียกอีกรอบ

            “ฉันจะตีปากนายแล้วนะ”

            “ถ้านายชอบฉันต่อไป นายก็จะถูกคนทั้งโลกเรียกแบบนี้”

            สายตาที่จริงจังของจีซูทำให้นัมจูฮยอกต้องเงียบลง ทั้งสองคนยังไม่เลิกจ้องหน้ากันอีก

            “ไอ้เกย์” จีซูเอ่ยอีกครั้ง

            “อือ ใช่...” นายแบบหนุ่มยอมรับ “ฉันเป็นเกย์ พอใจนายรึยัง”

            จีซูอยากจะเบือนหน้าหนีสายตาที่เจ็บปวดนั่นแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนัมจูฮยอกใช้มือข้างหนึ่งล็อกท้ายทอยเขาเอาไว้แน่น

            “นายรังเกียจไอ้เกย์คนนี้มั้ยล่ะ อยากฆ่าให้ตายเลยมั้ย ที่มันกล้าไปจูบนายคืนนั้นน่่ะ วันนี้ก็ด้วย”

            “หยุดพูดเดี๋ยวนี้”

            “ยังอยากให้ไอ้เกย์อารมณ์ร้อน ผีเข้าผีออกตลอดเวลาแบบนี้อยู่ใกล้ๆนายมั้ย หรืออยากให้ออกไปอยู่ไกลๆ ไม่ต้องพบเจอ ไม่ต้องพูดคุยกันอีก ฉันมันแย่มากใช่มั้ยที่ชอบนาย”

            “นัมจูฮยอก...”

            “เอาสิ พูดมาคำเดียวว่าจะให้ฉันไปให้พ้นๆหน้า พูดมาเลย”

            “ไป...”

            “แต่บอกก่อนนะ ถ้านายพูดคราวนี้ ฉันจะไม่กลับมาหาอีกเลย”

            จีซูเม้มปากหยุดเสียงใดๆที่จะออกไปจากลำคอ สายตาของคนตรงหน้าไม่มีแววล้อเล่นอีกแล้ว สองแขนของนัมจูฮยอกก็ปล่อยออกไม่ได้โอบรัดเขาต่อไป เจ้าตัวค่อยๆขยับลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง กลายเป็นว่าจีซูนั่งทับสองตักของอีกคนเอาไว้

            “นายบอกว่าให้เราอยู่ห่างกันสักพัก เผื่อความรู้สึกที่ว่านี้มันจะหายไป” นัมจูฮยอกพูด “แล้วเป็นไงล่ะ มันดีขึ้นบ้างมั้ย”

            จีซูหลุบตาต่ำลง

            “แต่ฉันกลับยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ว่าฉันชอบนายจริงๆ” นัมจูฮยอกวางสองมือลงบนพื้นเตียง “แต่ถ้านายไม่ชอบที่มันเป็นแบบนี้ ก็พูดมาเลย ฉันจะได้หาวิธีตัดใจแล้วไปจากนายสักที”

            “ฉัน...” จีซูค่อยๆพูด “อยากเป็นเพื่อนกับนาย”

            นัมจูฮยอกเม้มปากแน่นเมื่อคำตอบที่ออกมาไม่เป็นอย่างที่ใจตนต้องการ อ้าปากไม่รู้จะพูดคำใดออกมา ได้แต่พยักหน้าผงกๆว่าตนได้ยินแล้ว

            “อือ” ขนาดคำขานรับยังติดอยู่ในลำคอเลย “ลงไปได้แล้ว ฉันจะกลับแล้ว”

            จีซูเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่าทีเหมือนคนหมดแรงของคนตรงหน้า ยิ่งอีกฝ่ายใช้สองมือดันเอวเขาออกคล้ายจะให้ลุกสักทีก็ยิ่งใจเสีย “จูฮยอกอา...”

            “ขอเวลาหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ยังเป็นเพื่อนให้เหมือนเดิมไม่ได้”

            “ไม่ใช่แบบนั้นนะ นายเข้าใจผิดแล้ว” จีซูร่ำล่ำระลักพูด “ฟังฉันก่อน”

            “ไม่อยากฟังแล้ว ลุกสักที ฉันจะไม่ไหวแล้ว” หมายถึงดวงตาที่ร้อนผ่าวของตน

            นักแสดงหนุ่มรีบใช้สองมือประคองแก้มของนัมจูฮยกอมาสบตากัน แล้วก็พบว่ามันเอ่อคลอด้วยน้ำใสๆเสียแล้ว ไวกว่าความคิด ริมฝีปากนุ่มของจีซูจูบซับลงที่หางตาของนัมจูฮยอกทีละข้างเพื่อกักเก็บความเสียใจนั้นเอาไว้

            “ทำแบบทำไม ไม่เข้าใจเลย” นัมจูฮยอกกำผ้าปูแน่น “จะเอายังไงกันแน่”

            จีซูเคลื่อนริมฝีปากไปทั่วใบหน้าของนัมจูฮยอกบ้าง ทั้งหน้าผาก แก้ม สันกราม จมูก ปลายคาง ก่อนจะวกกลับมาที่ริมฝีปาก นักแสดงหนุ่มค่อยๆขบเม้มมันเบาๆ ปล่อยให้สัมผัสนุ่มหยุ่นก่อตัวขึ้นทีละนิด

            เมื่อเห็นว่านัมจูฮยอกยังไร้ปฏิกิริยาตอบสนองจึงค่อยๆเพิ่มความกล้าด้วยการแตะปลายลิ้นร้อนที่ริมฝีปากล่างอีกฝ่ายเบาๆ ไล้เลียราวกับว่าจะขออนุญาต แต่เจ้าของปากนั้นกลับยังนิ่งเฉยไม่ให้ความร่วมมือสักนิด

            จีซูจำต้องละการกระทำออกมา “อ้าปากสิ”

            “ไม่” นัมจูฮยอกบอก “เพื่อนกันเขาไม่ทำแบบนี้หรอก”

            จีซูหน้าเสียเมื่อน้ำเสียงของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน “เกลียดฉันแล้วเหรอ”

            “ก็เริ่มจะเกลียดขึ้นมาหน่อยๆแล้ว”

            “จะร้องไห้แล้วนะ”

            “ร้องเลย ไม่สนใจแล้ว” นัมจูฮยอกตอบด้วยสายตาว่างเปล่าและสีหน้านิ่งๆ

            จีซูตัวสั่นขึ้นมาอีกรอบเมื่อเห็นท่าทีเย็นชาในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากอีกฝ่าย นัมจูฮยอกตอนนี้เหมือนจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเขาเสียแล้ว “จูฮยอกอา...” ที่ปลายจมูกมันเริ่มร้อนแดงซะแล้ว

            นัมจูฮยอกเม้มปากแน่นเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อเห็นว่าเจ้าลูกหมาตรงหน้าเริ่มจะงอแงจริงๆแล้ว ต้องใช้ความใจแข็งอย่างมากที่จะไม่รวบตัวมากอดปลอบ

            “ไม่เคยมีผู้ชายมาสารภาพรักกับฉันมาก่อน ฮึก ฉัน...ไม่รู้จะทำยังไง” กลายเป็นว่าจีซูร้องไห้โยเยเหมือนเด็กไปซะแล้ว ปกติก็เป็นคนที่อ่อนไหว ร้องไห้ง่ายอยู่แล้ว คราวนี้กลับรู้สึกว่าตนเข้าถึงความรู้สึกยิ่งกว่าตอนที่เล่นละครเรื่องไหนๆเสียอีก

            นัมจูฮยอกกำมือเข้าหากันจนแน่น

            “แล้วฉัน ฮึก...ฉันก็ไม่รู้ว่า ฮือ ถ้าชอบผู้ชายแล้วต้องทำยังไง ฮึก ฉันก็ไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อนเหมือนกันนะ”

            นายแบบหนุ่มเงยหน้ามองอีกฝ่ายพร้อมขมวดคิ้ว

            “แต่นายมันคนใจร้าย จะทิ้งฉันดื้อๆแบบนี้ได้ลงคอ ใจร้าย ไอ้คนใจร้าย แม่งใจร้าย” ไม่ว่าเปล่ายกมือขึ้นมาระดมทั้งชกและทุบไปทั่วใบหน้าและลำตัวของนัมจูฮยอก

            “มันเจ็บ จีซู อย่าทำ” ต้องจับสองข้อมือเอาไว้ “หยุดร้อง ดูไม่ได้แล้วเนี่ย” เอื้อมมือไปหยิบทิชชู่มาให้เช็ดหน้าและสั่งน้ำมูก “ร้องเป็นเด็กเลย หยุดร้อง” สุดท้ายก็ต้องยกมือขึ้นลูบหลังเขาอยู่ดีนั่นล่ะ

            นัมจูฮยอกเคยเอาชนะคิมจีซูได้สักครั้งบ้างมั้ยเนี่ย



            “ฉันเป็นผู้ชายแมนๆนะ ซังนัมจาน่ะรู้จักมั้ย” จีซูเบะปาก “จะให้มายอมรับว่าฉันก็ชอบนายแบบนี้มันดูตุ๊ดมาเลย ไม่พูดหรอก ฮึก...ให้ตายก็ไม่ยอมรับหรอกว่าฉันก็ชอบนาย”



            นัมจูฮยอกรู้สึกอยากจะตีก้นคนตรงหน้าขึ้นมาอีกสักสิบรอบ ได้แต่ถอนหายใจให้กับรั้นเป็นที่หนึ่ง “โอเค ไม่พูดก็ไม่พูด หยุดร้องนะ”

            “ฉันเป็นผู้ชายแมนๆนะ”

            “ตกลงๆ นายเป็นผู้ชายแมนๆ ส่วนฉันก็เป็นไอ้เกย์ แบบนี้ดีมั้ย” นัมจูฮยอกลูบหลังอีกฝ่ายขึ้นลงหลายๆที “หยุดร้องไห้นะครับ คุณผู้ชายแมนแมน ร้องเยอะแบบนี้ไอ้เกย์อย่างผมใจไม่ดีเลยนะครับ”

            “อย่ามาล้อเลียนนะ!!” จีซูโวยวายก่อนจะสั่งน้ำมูกใส่ทิชชู่ที่คนตรงหน้าน้ำมาจ่อที่จมูก ตามมานิ้วปลายนิ้วของนัมจูฮยอกที่เช็ดน้ำตาออกให้จนหมด

            จากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้งห้องเอาไว้อีกครั้ง นัมจูฮยอกยังนั่งพิงหัวเตียงเหยียดขายาวเหมือนเดิม จีซูก็ยังนั่งคร่อมทับหน้าขาอีกฝ่ายเอาไว้เช่นเดิมด้วย

            “นายจะไม่ไปไหนแล้วใช่มั้ย”

            “ถ้านายไม่บอกให้ฉันไป” นัมจูฮยอกตอบ

            “ไม่ได้หรอก ถึงฉันไล่ นายก็ห้ามไป”

            “แบบนั้นเรียกว่าขี้โกง”

            “ฉันขี้โกง ฉันยอมรับ” จีซูพูดหน้าตาย “แต่นายห้ามไปจากฉัน”

            นายแบบหนุ่มหัวเราะออกมา แล้วส่ายหัวให้กับคนตรงหน้า “เชื่อนายเลยจริงๆ” ยกมือขึ้นลูบหลังอีกฝ่าย “ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ”

            “ต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันแบบนี้ไปตลอด” จีซูยื่นคำขาด

            “แล้วเพื่อนกัน จูบกันได้มั้ย ฉันนอนกอดนายได้รึเปล่า หึงหวงนายจากคนอื่นได้มั้ย มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตนายได้แค่ไหน”

            “ทำไมถามเยอะ คิดไม่ทัน”

            “แต่จะเอาคำตอบนะ พูดมา”

            จีซูทำหน้างอ “อยากทำอะไรก็ตามใจนายเถอะ มันใจของนายนี่”

            “แล้วถ้าฉันไปจูบกับเพื่อนคนอื่นด้วยล่ะ”

            “แบบนั้นไม่ได้นะ!” จีซูร้องห้าม “ถ้าไม่ใช่งาน นายห้ามจูบกับคนอื่น”

            “แล้วให้จูบใคร”

            “จูบฉันไง จูบฉันได้คนเดียว”

            นัมจูฮยอกเผยรอยยิ้มกว้าง “ตกลงเลย” ก่อนจะทำอย่างที่ว่าจริงๆ ท้ายทอยของจีซูถูกดันมาแนบชิดกันยิ่งกว่าเดิน แผ่นอกที่บดเบียดกันแน่น ริมฝีปากประกบเข้าหากันในแบบที่ต่างฝ่ายต่างเผยอปากเพื่อยอมรับความรู้สึกของกันและกันเสียที



            เรียวลิ้นของนัมจูฮยอกส่งเข้าไปทักทายจีซูก่อน รอไม่นานเลยอีกฝ่ายก็ขยับอวัยวะเดียวกันตอบจังหวะกลับมา กลีบปากนุ่มนวลส่งมอบรสจูบที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นดุดันยิ่งขึ้น

            จีซูยกมือทั้งสองข้างแปะสองแก้มของนัมจูฮยอกขณะที่เอียงหัวให้จูบได้องศามากขึ้นในขณะที่นายแบบหนุ่มนั้นก็สาละวนอยู่กับการลูบไปทั่วแผ่นหลังของจีซู อีกมือก็จับเอวอีกฝ่ายไว้แน่นกันหงายหลัง

            ผลออกมาให้กันได้หายใจแล้วก็วกกลับไปจูบตอบกันอยู่แบบนั้นอยู่หลายทีจนรู้สึกว่าเริ่มจะเจ็บปากกันเสียแล้ว จีซูกดริมฝีปากลงที่สันจมูกโด่งของนัมจูฮยอก ลากกลับลงมายังปากที่เผยอรออยู่ก่อนแล้ว เขาดูดดึงริมฝีปากล่างอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักเบื่อในเมื่อมันสร้างความรู้สึกที่ดีขนาดนี้ นายแบบหนุ่มก็ไม่ยอมตกเป็นรองเช่นกัน แก้มกลมของจีซูถูกช่วงชิงความหอมไปหลายที แล้วจึงดูดดึงริมฝีปากล่างของเจ้าลูกหมาตัวแสบให้เจ่อยิ่งขึ้นกว่าเดิม



            “ใจฉันเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาเลย” จีซูดึงมืออีกคนให้ขึ้นมาแปะที่อกซ้ายของตนเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปแปะบนอกซ้ายของนัมจูฮยอกบ้าง​ “นายเองก็เหมือนกัน”

            “ก็ฉันมีความสุข” นัมจูฮยอกยอมรับตรงๆ

            “ทำไมถึงมีความสุข”

            “เพราะได้กอดนายไว้แบบนี้ยังไงล่ะ” ลูบหลังเป็นการย้ำเตือน

            “ไอ้เกย์เอ๊ย” จีซูทำหน้าหมั่นไส้

            นัมจูฮยอกดึงหลังมือคนตรงหน้าขึ้นมากดจูบไปทั่ว “อย่าหนี อย่าหลบหน้าฉันแบบนี้อีกนะ มีอะไรให้คุยกัน เข้าใจมั้ย”

            “ไม่รับปากหรอก” จีซูขัด “นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง”

            นัมจูฮยอกถอนหายใจ “งั้นคราวหน้าถ้าจะหนีก็บอกสถานที่ปลายทางหน่อยได้มั้ย คนที่ติดต่อไม่ได้เลยมันเป็นห่วง”

            “ขอโทษ” ยอมรับผิดเสียงอ่อย

            “คราวนี้ยกโทษให้ แต่คราวหน้าจะตีให้นั่งไม่ลงไปสามวันเลย”

            “นายแม่ง ตีมาได้ มือหนักชะมัด” จีซูเลื่อนมือไปลูบก้นตัวเองป้อยๆ

            “ก็นายดื้อ ไม่น่ารักเลย”

            “ฉันเป็นพี่นายนะ” ทวงสิทธิ์ “นายจะมาตีเหมือนฉันเป็นเด็กแบบนี้ไม่ได้”

            “สรุปจะเป็นพี่หรือเป็นเพื่อน”

            จีซูกลอกตาไปมา “เป็นทั้งหมดเลย”

            “เจ้าลูกหมาโลภ” นัมจูฮยอกหัวเราะ ยกมือขึ้นขยี้ผมอีกคนจนยุ่ง “คืนนี้ไปนอนห้องฉันนะ”

            “ไม่เอา ยังไม่กลับ”

            “ไม่กลับไม่ได้แล้ว นี่มารับกลับโดยเฉพาะ” นัมจูฮยอกส่ายหัว “อยากนอนกอดนายจะแย่แล้ว ไปค้างที่ห้องฉันนะ”

            “ไม่ไป พรุ่งนี้มีงาน”

            “แต่ฉันไม่มี เดี๋ยวขับไปส่งเลยก็ได้ ไม่เอาน่า อย่างอแงนะ ไม่ได้นอนกอดนายมาตั้งหลายคืนแล้ว เห็นใจฉันเถอะ”

            จีซูเม้มปาก อยากปฏิเสธอีกรอบแต่เมื่อเห็นสายตาหงอยของอีกฝ่ายแล้วก็ทนแกล้งต่อไม่ไหว “งั้นขอรามยอนถ้วยโตๆเลยนะ”

            นายแบบหนุ่มยิ้มกว้าง “จะขุนนายให้อ้วนเลย” ปิดท้ายด้วยประทับริมฝีปากที่กลางหน้าผากอีกคน “กลับบ้านกับฉันนะ”

            “กลับครับ” ยิ้มจนตาหยีเช่นกัน

            “กลับไปแล้วจะดื้อยังไงก็ได้เลยนะ แค่อยู่ในสายตาฉันตลอดก็พอ”

            “พูดเองนะ” ยิ้มกริ่ม

            “แต่ดื้อมากก้นลายนะ” นี่ก็ขยันขู่จัง

            “จะฟ้องหม่าม้า” จีซูหน้างอ “ให้หม่าม้าเข้ามากีดกัน”

            “ร้ายจังนะ” บีบจมูกอย่างหมั่นเขี้ยว แต่ก็ห้ามตัวเองให้หยุดยิ้มไม่ได้เลย “คิดถึงนะ”

            จีซูพยักหน้า “คิดถึงเหมือนกัน”

            “คืนนี้นอนกอดกันนะ”

            “ตกลง” จีซูพยักหน้าย้ำ

            “จูบก่อนนอนด้วยนะ”

            “เออ จะพูดทุกอย่างเลยมั้ย” ทุบไหล่แก้เขินไปอีก “ไอ้บ้านี่”

            “ก็ไม่ได้คุยกับนายมาตั้งหลายวันนี่นา” นัมจูฮยอกท้วงรวบอีกคนเข้ามากอดแน่นๆ “คิดถึง”

            “รู้แล้ว ก็บอกว่าคิดถึงเหมือนกันไง”

            นัมจูฮยอกพูดอู้อี้กับอกอีกคน “แต่ตอนนี้มีความสุขจัง”

            จีซูยิ้ม ยกมือขึ้นลูบผมคนที่เอาแต่ซุกหน้าจมอกตัวเอง “หัวใจฉันเต้นดังมั้ย”

            นัมจูฮยอกเอียงหูแนบกับอกซ้ายอีกคน “ดังมาก”

            “เพราะฉันก็มีความสุขมากไง”

 

 

           

            บางทีเป็นเพื่อนกันในรูปแบบนี้มันก็ดีนะ ขอเวลาให้ความกล้ามันเพิ่มมาขึ้นกว่านี้ มากพอที่จะยอมรับอะไรหลายๆอย่าง และก้าวเดินออกจากความกังวลทั้งหลาย

            ให้ความรู้สึกที่ค่อยๆชัดเจนขึ้นนั้นทำลายความกลัวทั้งหมดที่มีให้หายไป ถ้าวันนั้นมาถึง ก็คงจะได้ทำอะไรอีกหลายอย่างให้กันมากขึ้นแน่ๆ แค่ตอนนี้จะต้องอดทนรอ ค่อยๆสำรวจความรู้สึกกันไป และทำให้ทุกอย่างมันมากขึ้น

 

            ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนหาคำตอบอะไรเลย รักหรือไม่รัก ลึกๆในใจเราอาจจะมีคำตอบอยู่แล้ว ตอนนี้ปล่อยใจให้ไปตามทางของมัน แล้วโอบกอดกันไว้อย่างนี้ มอบรสจูบที่แสนรู้สึกดีให้กันดีกว่า

 

            เพื่อน...ที่จูบและนอนกอดกัน

            อาจจะเป็นสถานะพิเศษที่รู้กันเพียงสองคน

 

 

 


 


- - - - - - - - - - - - - - - - -


. //// .)/ ไฮ เจอกันที่ #นัมจูชวนจีซูเล่นกับไฟ


เป็นตอนที่โหดมากจริงๆค่ะ ปกติเขียนตอนละ10หน้า

เฉพาะตอนนี้ตอนเดียว 20 หน้าเลย เป็นตอนสำคัญที่เราร่างมานานแล้ว

โอยเฉพาะเพลงประกอบอย่าง Lot Like Love คือจุดให้เราเริ่มเขียนเรื่องนี้เลย


"หากกังวลว่ารักหรือไม่รัก ตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไร แค่กอดฉันไว้ก็พอ"

เป็นประโยคอธิบายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ดีมากจริงๆ


ใจจริงอยากจะตัดจบเรื่องเท่านี้เลย (?) ยังมีคนอยากอ่านต่อมั้ยน้า

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และยอดวิวจริงๆ โดยเฉพาะกำลังใจสำคัญ เขียนวิจารณ์ให้ด้วย

เรามีความสุขมากจริงๆค่ะ จากตอนแรกคิดว่าจะไม่มีใครอ่านซะแล้ว

นี่ยอดวิวเยอะขึ้นทุกวัน มีคนมาซัพพอร์ต จีซูและนัมจูเยอะขึ้นด้วย (ปากน้ำตาด้วยฟีลออมม่า)


ยังไงก็ฝากอ่าน โหวต เม้น สกรีมติดแท็กในทวิต เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ

ถ้าอยากให้เรื่องนี้มีต่อก็บอกกันบ้างน้า


ปิดท้ายด้วยรูปพี่อูแจสุดที่เลิฟกับนัมจูคนขี้เหร่ อิอิ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #138 Chankuma (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 00:34
    ขนาดนี้ไม่เพื่อนแล้วค่า โอ๊ยยยยยจีซูดื้อจริงๆ น่ารักมากๆเลย
    #138
    0
  2. #114 miikiijm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:53
    พาร์ทนี้จีซูดูนุ่มนิ่มมากอ่ะ งือออ น่ารักกกก
    #114
    0
  3. #111 นินจาลำดับเก้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 02:05
    พึ่งมีเวลาว่างอ่านอ่ะ ฮรือออ อ่านรวดเดียวเลย

    ชอบมาก ชอบทุกตอนเลยยย~

    อยากให้แต่งอีกเยอะๆ เลยค่ะ ชอบคู่นี้มาก

    คอยติดตามอยู่นะคะ 😊
    #111
    0
  4. #109 lllppp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 23:18
    สนุกมากเลยค่าาาาา อ่านรวดเดียวเลย อิอิ ><

    ขอบคุณนะคะ ที่แต่งฟิคละมุนๆน่ารักๆแบบนี้มาให้รีดเดอร์ได้อ่านกัน
    #109
    0
  5. #108 มันคุง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 22:43
    ดีต่อใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ขอบคุณที่ทำให้หัวใจเต้นแรง^^
    #108
    0
  6. #105 BenzIGUZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 12:13
    มาต่อนะคะๆ นี่อ่านรวดเดียวจบเลย เป็นฟิคที่ให้ความรู้สึกฟีลกู้ดมากจริงๆ ฟินมันทุกตอนเลยให้ตายเถอะค่ะ อ่านแล้วอยากอ่านซ้ำ และคงจะซ้ำจนไรท์มาต่อ เพราะงั้น มาต่อด้วยนะคะ ต่อจนไม่มีอะไรเหลือให้ต่อเลย ;-; /ปักธงรอ
    #105
    0
  7. #99 _nnnnumx_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 22:01
    โอ้ยยยยยยดีงามมากค่ะตบมือรัวๆ ฮือออเราแอบร้องไห้นิดนึงด้วยเหละแต่สุดท้ายเขาก็รักกันฮือออโบกป้ายไฟ
    #99
    0
  8. #96 `arleszx03° (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 20:41
    ฮืออออ เพลงมาเลย ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน แงงงงงง ดีงามมากเลยข่ะออมม่า T-------T
    #96
    0
  9. #94 NarawitchayaJB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 19:30
    นี่ตามหาเรื่องนี้มานานมาก กว่าจะหาเจอ 5555 ชอบมากเลย ปกติก็ชิปนัมจูจีซูอยู่แล้ว อ่านเรื่องนี้เข้าไป ชิปหนักกว่าเดิมอีก เป็นกำลังใจให้แต่งต่อไปนะ สู้ๆ
    #94
    0
  10. #93 toeyy-2212 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 22:58
    งื้ออออออ คือดีใจนะถึงไม่มีสถานะชัดเจนแต่เพื่อนกันกผ้เป็นคนพิเศษได้ กลับบ้านกันนะ เขินนนนน
    #93
    0
  11. #92 RNAVE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 00:26
    อ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้ นี่ชั้นเป็นอะไร จะบ้าตายย ;///;
    #92
    0
  12. #91 itchaayaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 00:04
    สนุกมากเลยค่ะ ปลื้มที่มีดราม่า แต่ก้จบไนตอนแบบแฮปปี้ไปอีก แต่งมาเปนช่วงๆก้ได้นะคะ จะรออ่าน ชอบมากกกก ;-)
    #91
    0
  13. #90 TeB_B (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 13:13
    เป็นตอนที่มีหลายอารมณ์ดีจัง ฮื่อออ ดีกันแล้วนะลูก ไม่โป้งกันอีกนะ~~ อยากอ่านต่อนะคะพี่สวนจีน นี่จะดูเอาแต่ใจไปมั้ยคะ...
    #90
    0
  14. #89 แม่หมีสีน้ำตาล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 12:44
    น่ารักกกก แต่งต่อไปเรื่อยๆนะคะ สู้ๆ
    #89
    0
  15. #88 tmgm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 23:02
    ฟินนนน อยากอ่านต่อ สู้ๆนะคะ
    #88
    0
  16. #86 cartoon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 20:07
    น่ารักอ่าแบบฟินมากกขอต่อ อยากได้ จีซู นัมจูบ้าง ติดตามเสมอนะไรต์
    #86
    0
  17. #85 forfia (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 19:39
    แอบน้ำตาคลอๆแห้ะ ช่วงที่สองคนนี้เริ่มเปิดเผยความรู้สึกกัน แต่จบความสัมพันธ์ที่มันเป็นแบบนี้ก็ดีนะคะ ไม่ต้องให้ใครรู้ว่าเราคบกันแบบไหน (แต่ชั้นรู้ 555555) รักไรท์นะ จบแบบนี้มันก็ดี อยากอ่านต่อก็อยาก สับสนนนอ่ะ T^T
    #85
    0