SF (namjoo x jisoo) FRIENDSHIP SET ON FIRE

ตอนที่ 6 : friendship set on fire :: late at night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    15 ต.ค. 59


(c)              Chess theme




SF :: N A M J O O   x   J I S O O














 

“I love food and sleep. If I give you my food or text you all night,  you’re special to me.”

 

มันเป็นเรื่องตลกที่ว่าหากเขาส่งข้อความเรียกให้ผมไปหา แม้จะดึกแค่ไหน ผมก็ยอมไปอยู่ดีนี่สิ”

 

 




 

            “อือ...ใครวะ...” นัมจูฮยอกกระพริบตาในความมืดกลางห้องนอน คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิดเมื่อรับรู้ถึงการสั่นสะเทือนไม่หยุดจากเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

            เข้าเพิ่งจะเข้านอนไปตอนเที่ยงคืนนี่เอง หลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ได้อาบน้ำล้างตัวเสร็จก็กระโจนลงบนเตียงหลับเลย รู้สึกยังไม่ทันได้หลับสนิทด้วยซ้ำก็มีโทรศัพท์มาก่อกวนซะแล้ว ถ้าไม่สำคัญจริงนี่อยากจะด่าสักที

            นาฬิกาที่บอกเวลาด้วยแสง LED สีฟ้า สะท้อนว่าเพิ่งจะเข้าสู่ตีสองเท่านั้นเอง นั่นยิ่งทำให้ขเาปวดมึนหัวมากขึ้นไปใหญ่ ปกติจะไม่ค่อยมีใครโทรมาหาเขาแบบนี้หรอกนะ

            “ใครกันแน่วะ” ควานมือไปจนจับโทรศัพท์มาดูหน้าจอได้ก็ต้องขมวดคิ้ว “จีซู...” ด้วยความประหลาดใจจึงไม่ทันได้กดรับ และอีกฝ่ายก็ตัดสายไปก่อน เขามองเห็นสายที่แจ้งเตือนไม่ได้รับอยู่สี่ห้าสาย แจ้งเตือนโทรผ่านแอพอีกสิบสาย และข้อความไม่ได้อ่านอีกเยอะ

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่โทรมาอีกรอบจึงกดเข้าไปยังแอพที่แชทคุยกันก่อน เจอเข้าความที่ส่งมาสลับกับสติ๊กเกอร์เยอะเลยล่ะ

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย:หิวอะ

                        จูฮยอกอา นอนรึยัง

                        ฉันหิวจัง

                        หิว

                        หิวจังเลย

                        จะตายอยู่แล้ว

                        นอนเร็วจัง

                        นายแกล้งเมินฉันรึเปล่าเนี่ย

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย:ทำไมโทรไปก็ไม่รับ

                        ใจร้ายจริงๆ

                        โอย หิว


 

 

            “อะไรของเขานะ” นัมจูฮยอกยกมือขึ้นนวดขมับ กระพริบตาแน่นๆอีกหลายทีแล้วจึงขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เอื้อมมือไปปิดไฟสีเหลืองส้ม

 

 

Me: เป็นบ้าอะไรตอนตีสอง

 


            รอไม่นานเลยจริงๆ ข้อความก็ถูกอ่านแล้วตอบกลับแทบทันที

 


เจ้าลูกหมาปากห้อย: ยังไม่นอนแล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน?!

Me: ยังไม่นอนบ้าอะไรเล่า ฉันตื่นก็เพราะโทรศัพท์ของนายนี่ล่ะ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ขอโทษ TOT

Me: แล้วสรุปเป็นอะไร

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ฉันหิวอะ

 


            นัมจูฮยอกส่งเสียงสบถในลำคอ พลางหัวเราะขำๆ

 


Me: หิวแล้วส่งข้อความมาหาฉันมันจะทำให้นายอิ่มขึ้นมามั้ยล่ะ ไม่ลุกไปหาอะไรกินซะ

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ตู้เย็นฉันมีแต่น้ำเปล่า

Me: งั้นก็โทรสั่งซะ ร้านเปิด 24 ชั่วโมงเยอะแยะ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ปวดตัวยังไงไม่รู้ ขี้เกียจลุก

 


            “เอ๊ะ ไอ้เจ้านี่มัน....” หมดคำจะด่าเลยนะเนี่ย เขาควรจะทำยังไงดีล่ะทีนี้ โทรมาป่วนการนอนของคนอื่นเขาตอนตีสองเนี่ยนะ




Me: แล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ รีบๆข่มตาให้หลับซะ เดี๋ยวก็เช้าแล้ว ฉันนอนต่อล่ะนะ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ใจร้ายที่สุด!

Me: งั้นอยากให้ฉันทำอะไรเล่า

เจ้าลูกหมาปากห้อย: คุยกันฉันไง ให้ฉันหายหิว

Me: บ้าไปแล้ว

 

 

            นัมจูฮยอกอ้าปากหาววงใหญ่ พยายามลืมตาคุยกับเจ้าคนร้ายกาจที่ทำให้เขาตัดใจล้มตัวนอนต่อเลยไม่ได้

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย: หิวอ่า หิว หิว มีแต่ของที่อยากกิน

Me: บ่น บ่น บ่นเข้าไป

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ปวดท้องอ่า

Me: เสนอทางไหนให้ก็ไม่เอา งั้นอย่ามาบ่น

เจ้าลูกหมาปากห้อย: เมื่อไรจะเช้าสักที หิวจะตายแล้ว

Me: ฉันไม่นั่งคุยกับนายถึงเช้าหรอกนะ ง่วง จะนอนแล้ว

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ไม่ได้!

 

 

            นัมจูฮยอกหาวอีกรอบแล้วใช้มือยกขึ้นทุบรอบท้ายทอยตัวเองอยู่หลายทีให้คลายความง่วงลงบ้าง “เจอหน้าจะเตะสักสามที” คาดโทษเบาๆ

            แต่ตอนนี้รู้สึกอยากจะเตะตัวเองมากกว่าที่ยังบ้าจี้นั่งส่งข้อความคุยกับอีกคนเนี่ย

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย: จูฮยอกอา..

Me: อะไรอีก

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ทำอะไรอยู่

Me: นายมาถามทำบ้าอะไรตอนตีสอง ฉันคงตีสนุ๊กอยู่มั้งล่ะ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ตีสนุ๊กสนุกมั้ยครับ

Me: แค่นี้นะ ฉันไปนอนต่อก่อนล่ะ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: เดี๋ยวก่อนซี่!! ฉันยังหิวอยู่เลย

Me: ฉันไม่สน ฉันจะนอนแล้ว

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ถ้าทำแบบนั้นฉันจะบล็อกเบอร์นาย

Me: อยากโดนเตะเหรอ พูดแบบนี้

เจ้าลูกหมาปากห้อย: อยากมาก มาเตะสิ

 

 

            “กวนประสาทเก่งเป็นที่หนึ่ง” นัมจูฮยอกส่ายหัวอย่างหมั่นไส้แต่ก็หัวเราะปิดท้ายประโยคเช่นเคยอยู่ดี

            ถ้าปกติเป็นคนอื่นมารบกวนเวลานอนตอนกลางดึกของเขาแบบนี้ มั่นใจค่อนข้างสูงเลยล่ะว่าตอนให้เป็นคนอาวุโสกว่าแค่ไหนเขาก็คงตำหนิอย่างไม่ไว้หน้าแน่ๆ แต่กับคนปลายสายตอนนี้นี่...คงจะถือเป็นข้อยกเว้นจริงๆนั่นล่ะ

            สิทธิพิเศษเหนือกว่าใครอื่น

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย: จูฮยอกอา หิวง่ะ

Me:





 

            นัมจูฮยอกหัวเราะลั่นเมื่อรูปที่ตนถ่ายกับอาหารถูกส่งไปให้อีกฝ่ายและก็ได้รับการตอบกลับด้วยสติ๊กเกอร์สื่ออารมณ์โมโหสุดแรงเกิด

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ย๊า!!!! นัม จู ฮยอก!!

Me: ไปนอนได้แล้ว

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ไม่!! ไม่ไป!!!

 

            “จะสู้เหรอ...ได้....” นายแบบหนุ่มขายาวหัวเราะ

 

Me:


 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย: เห๊อะ! เบื่อพวกชอบทับถมว่ะ

Me: ยังไม่หมดนะ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: พอเลย ไม่อยากเห็นแล้ว

Me: อันนี้ก็น่ากิน


 

 



            นัมจูฮยอกหัวเราะราวกับคนบ้าในห้องนอนของตัวเอง คิดถึงใบหน้าที่ตาตี่ๆนั่นคงจะจ้องจอจนแทบสึก ริมฝีปากคว่ำเพราะไม่พอใจจนหน้างอแน่ๆ

            “ไอ้ตัวแสบเอ๊ย”

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย: เกลียดนายแล้วนะ

Me: ไอติมก็อร่อยนะ


 

 

 

            คราวนี้นัมจูฮยอกต้องขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายกลับตอบกลับมาเป็นจุดเพียงสามจุดเท่านั้น ทำเอาเขาถึกับงงเลยทีเดียว

 

 

เจ้าลูกหมาปากห้อย:

Me: เป็นอะไร

เจ้าลูกหมาปากห้อย:

Me: ส่งมาแต่จุดทำไม

เจ้าลูกหมาปากห้อย:

Me: ทำแบบนี้จะไปนอนแล้วนะ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ฉันจะโทรไปหาคนอื่นดีกว่า นายไปนอนเถอะ

 

 

            “อะไรวะ” นายแบบหนุ่มสบถด้วยความไม่เข้าใจ ส่งข้อความไปอีกย้ำๆอีกฝ่ายก็ไม่ตอบกลับมาเลย ทำเพียงเปิดอ่านเท่านั้น นี่ทำเอาความโมโหแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆเลยนะ

            เปลี่ยนจากส่งข้อความมาเป็นกดปุ่มโทรออกแทน แต่เจ้าตัวดีปลายสายก็ไม่ยอมรับซะงั้น เฮ้ย นี่มันชวนประสาทเสียตอนตีสองเป็นที่สุด

 

 

Me: รับโทรศัพท์ฉันเดี๋ยวนี้

Me: อย่าทำตัวแบบนี้สิ

Me: เป็นอะไร

 


            “รับสิวะ” ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมานั่งร้อนรนกับแค่ใครคนหนึ่งไม่ยอมตอบข้อความ ไม่ยอมรับสายตอนตีสองแบบนี้

            “คิมจีซู นายจะทำให้ฉันเป็นบ้ารึยังไงนะ”

 

 

Me: คิมจีซู!!

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ปล่อยให้ฉันหิวตายนี่ล่ะ ไม่ต้องมาสนใจหรอก

Me: รับสายฉันเดี๋ยวนี้!!

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ไม่รับ

Me: เป็นอะไร ไหนพิมพ์บอกมาสิ

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ไม่คุยกับนายแล้ว

Me: ทำไม จะโทรตามใครมาหา

เจ้าลูกหมาปากห้อย: มีเยอะก็แล้วกันครับ

 

 

            “แม่ง....” นัมจูฮยอกกลืนคำสบถหยาบคายไว้ในลำคอ แต่ก็เกือบจะปาโทรศัพท์อัดกับพื้นห้องเลยล่ะ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆว่าทำไมจะต้องมากระฟัดกระเฟียดกับเรื่องเพื่อนแบบนี้ด้วย

            เจ้าเพื่อนที่ปั่นหัวเขาได้ตลอดเวลา

 


 

Me: ถ้าทำแบบนั้นฉันจะเตะนายให้น่วมเลย

เจ้าลูกหมาปากห้อย: ไม่กลัว

 


 

            “ได้ จะลองดีก็ได้เลย...” นัมจูฮยอกสะบัดผ้าห่มทิ้งแล้วลุกตรงดิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบลวกๆ คว้าโทรศัพท์ กระเป๋าตังค์ และกุญแจรถ เอาฮู้ดคลุมหัวตัวเองเดินเข้าลิฟต์ไปยังลานจอดรถทันที

           

 

            ต้องขอบคุณที่บ้านของเขาอยู่ไม่ไกลจากคอนโดของจีซูมากสักเท่าไรนัก เหยียบด้วยความเร็วสูงแต่ยังไม่เกินลิมิตตามกฎหมายไม่นานเขาก็ใกล้ถึงแล้วล่ะ คิดแล้วก็ขำจริงๆ ตีสองเกือบตีสาม แทนที่จะได้นอน เขากลับทำตัวเหมือนไอ้งั่งที่แล่นจะมาจัดการหมาดื้อๆสักตัว

            แต่ถึงจะโมโหยังไงความเป็นห่วงมันก็เอาชนะได้อยู่ดี

            นัมจูฮยอกแวะจอดรถเพื่อซื้ออาหารให้กับคนที่หิวโซก่อนถึงจะกลับมารีบขึ้นรถขับไปจอดในอาคารจอดรถของคอนโดจีซู

            รู้สึกโชคดีไม่น้อยที่ตนเคยมาที่นี่แล้วสองสามครั้ง พนักงานด้านล่างจึงจดจำเขาได้ไม่ยากเมื่อเขาบอกหมายเลขห้อง จึงได้เดินผ่านลิฟต์เข้ามาแบบเฉียดฉิว

 


            เดาะลิ้นในปากอยู่สองสามครั้งขณะที่รัวกดกริ่งหน้าห้องของคนใจร้ายจนคิดว่ามันคงจะลั่นห้องไปหมดแล้ว อีกมือที่ถือถุงอาหารก็ยกปิดรูส่องตาแมวด้วยล่ะ

            ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วพอๆกับที่นายแบบหนุ่มแทรกตัวเข้าไปในห้องทันทีถามกลางอาการอ้าปากค้างของเจ้าของห้อง

            “นะ...นาย...”

            “เออ ฉันเอง” นัมจูฮยอกเอาถุงอาหารไปวางไว้บนโต๊ะอาหารก่อนจะหันไปประจันหน้ากับคนที่ปิดประตูห้องแล้วเดินตามมา

            “มาได้ไง”

            “มาเตะคนไง” สีหน้าโหดมากด้วยตอนนี้

            จีซูเห็นสีหน้าไร้การล้อเล่นของอีกฝ่ายแล้วก็ถอยหลังทันที เคยคิดมาตลอดว่าตัวเท่าๆกัน แต่ตอนนี้นัมจูฮยอกดูตัวใหญ่กว่าเขาไปหลายเท่าแล้วล่ะ “อย่านะเว้ย”

            “จะไปไหนล่ะ ไหนว่าไม่กลัวไง มานี่สิ” นัมจูฮยอกสาวเท้าตามไม่ห่าง “ไหนเอามือถือมาดูหน่อย ที่ว่ามีเยอะเนี่ย มีเยอะแค่ไหน”

            “เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย กลับไปเลยนะ” จีซูเดินวนรอบโต๊ะกินข้าวแล้ว

            “แล้วใครล่ะ ที่โทรมาป่วนฉันกลางดึกแบบนี้น่ะ ก็นายทั้งนั้น”

            จีซูก้าวเท้าให้ยาวขึ้น มือก็ปัดแขนอีกฝ่ายที่พยายามจะเอื้อมมาคว้าคอเสื้อหรือต้นแขนตัวเองไปด้วย “งึ้ยยยยย” สะบัดก็ไม่หลุดแล้วงานนี้ “ปล่อย”

            นัมจูฮยอกใช้แขนข้างหนึ่งล็อกคอจีซูเอาไว้แน่น อีกข้างก็รวบลงไปโอบรัดรอบเอว “อยู่นิ่งๆไม่งั้นเจอดีแน่ๆ”

            จีซูจำต้องยืนสงบอยู่ในอ้อมแขนของคนที่อยู่ด้านหลัง คิ้วยังขมวดหากันจนยุ่ง

            “สรุปว่าเป็นอะไร โกรธเรื่องอะไร” นัมจูฮยอกถามในที่สุด

            “ไม่ได้โกรธ”

            “คนโกหก”

            “ไม่ได้โกหก แค่ไม่อยากตอบ”

            “ขับรถมาเพื่อฟังคำตอบเลยนะ จะไม่ตอบหน่อยเหรอ”

            จีซูเม้มปากเข้าหากันนิ่งเงียบสนิทไม่พูดอะไรออกมา แม้กระทั่งว่าตอนที่นัมจูฮยอกจับไหล่ให้หันมายืนเผชิญหน้ากันก็ตามเถอะ

            “จีซูยา...” น้ำเสียงของนัมจูฮยอกอ่อนลงพร้อมกับใช้ปลายนิ้วชี้เกลี่ยริมฝีปากล่างของจีซูเล่น “ฉันอยากรู้นะ”

            นักแสดงหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดแต่สายตาก็ไม่ละไปจากอีกฝ่าย “อย่าหัวเราะนะ”

            “โอเค จะพยายาม”

            จีซูหยิบมือถือออกมาแล้วกดไปยังหน้าต่างแชทกับคนตรงหน้า เลื่อนไปยังไฟล์ภาพเคลื่อนไหวที่ถูกส่งมา

            “ไม่ชอบ”

            “หือ” นัมจูฮยอกยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ไม่ชอบไอติมเหรอ”

            “ไม่ชอบ”

            “โอเค จะจำไว้ว่าไม่ชอบกินไอติม”

            “ไม่ชอบนาย!

            นัมจูฮยอกถึงกับงงหนักยิ่งขึ้นไปใหญ่ คล้ายว่ากำลังคุยกันคนละเรื่องอยู่ แล้วคืนนี้จะได้หลับได้นอนกันมั้ยล่ะเนี่ย

            “จีซูยา ฉันไม่เข้าใจ”

            “ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ จะนอนแล้ว” จีซูตัดบท

            “อ้าว ไหนว่าหิว อาหารก็ซื้อมาแล้วนะ” นัมจูฮยอกชี้ไปยังกองถุงบนโต๊ะ

            จีซูเดินไปรวบมันใส่ตู้เย็น “ไม่หิวแล้ว ไว้กินพรุ่งนี้เช้า”

            “อ้าว ไอ้นี่เว้ย สรุปคือไล่ฉันกลับว่างั้น”

            “ใครไล่กลับ จะสว่างแล้วเนี่ย ไปนอนสิ” จีซูลากแขนอีกฝ่ายตรงไปยังห้องนอนของตนทันที “ไม่รู้จะใจร้อนขับรถมาทำไม” บ่นอุบอิบ


            นัมจูฮยอกถอดเสื้อคลุมและกางเกงขายาวออก โถมตัวลงบนเตียงที่กว้างพอจะให้ผู้ชายตัวโตนอนแผ่สองคนได้สบายๆ “กลัวหมาจะหิวตายไง เลยรีบซื้ออาหารมาให้ ถ้ารู้ว่าจะไม่กิน รู้งี้นอนผึ่งอยู่ห้องตัวเองดีกว่า” ว่าแล้วก็นอนตะแคงหันหลังให้อีกฝ่ายทันที

            จีซูปิดไฟจนห้องมืดสนิท ล้มตัวนอนลงบนเตียงบ้าง ขยับจัดที่ทางแล้วจึงได้ฤกษ์เข้านอนสักที แต่ก็พลิกตัวไปมาอยู่หลายทีคล้ายไม่สบายตัว สุดท้ายก็นอนตะแคงไปหาแผ่นหลังของนัมจูฮยอก

            นายแบบหนุ่มลืมตาในความมืดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงกลุ่มผมที่ซบอยู่บริเวณท้ายทอยของตัวเองและยังอีกแขนที่พาดอยู่บนเอวตนด้วย ฝ่ามือของจีซูกำลังลูบแผ่นอกเขาขึ้นลง

            “เล่นอะไร อย่าซน นอนได้แล้ว”

            “งือ...” จีซูกลับไม่ฟังถ้อยคำตำหนินั้น แปะมือบนตำแหน่งอกซ้ายของนัมจูฮยอกแล้วลูบเบาๆ

            “บอกว่าอย่าซนไง เดี๋ยวตีเลย พูดไม่ฟังเนี่ย”

            “อธิบายไม่ถูก” จีซูพูดเบาๆ “ไม่รู้จะพูดยังไง”

            นัมจูฮยอกนอนนิ่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายขยับมือยุกยิกตามใจชอบ “เรื่องอะไร”

            “อยู่ๆมันก็โมโห จนทำตัวงี่เง่าแบบนี้”

            “ก่อนจะรู้สึกแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นก่อนนั้นล่ะ เอาที่ใกล้ที่สุดก็ได้” นัมจูฮยอกวางมือข้างหนึ่งทาบบนหลังมือของจีซู

            จีซูหายใจเปล่าลมร้อนลงบนหลังของนัมจูฮยอก “ไม่ชอบรูปที่นายส่งมา”

            “อาหารน่ะ...”

            “รูปที่มีใครป้อนไอติมนาย”

            เกิดความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนที่มืดสนิท จีซูไม่พูดอะไรเพิ่ม นัมจูฮยอกเองก็ทำเพียงลูบหลังมืออีกฝ่ายเป็นจังหวะ สลับกับเสียงหายใจสองเสียงที่ดังแข่งกัน

            นานจนจีซูเป็นฝ่ายพูดต่อ “แต่พอเห็นว่านายขับรถซื้อข้าวมาให้ฉันทั้งๆที่มันก็ดึกขนาดนี้แล้ว ฉันก็เลยยิ่งรู้สึกผิดที่โมโหไม่เข้าท่า ขอโทษนะ”

            นัมจูฮยอกยิ้มบางๆ ทำสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำเช่นกัน ด้วยการดึงมืออีกฝ่ายที่วางทาบหน้าอกของตัวเอง ขึ้นมากดจูบย้ำๆอยู่หลายทีจนทั่ว “นอนได้แล้ว จะเช้าแล้ว”

            จีซูรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วฝ่ามือลามขึ้นมาตามต้นแขน “งือ”

            “พรุ่งนี้จะได้ตื่นมากินข้าวด้วยกันไง รีบนอน” นัมจูฮยอกยิ้มบางๆ

            “งือ”

            “งืออะไรบ่อย งอแงจะเอาอะไรล่ะรอบนี้ พอแล้ว เก็บไว้ซนต่อพรุ่งนี้นะ”

            จีซูกดริมฝีปากลงบนผิวบริเวณต้นคอด้านหลังของคนตรงหน้า “ขอบคุณนะ ดึกขนาดนี้แล้ว นายก็ยังมาเพราะเป็นห่วงฉัน”

            กลายเป็นนัมจูฮยอกบ้างที่ร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ไม่สามารถหยุดรอยยิ้มบนใบหน้าของตัวเองได้เลย

            “เจ้าลูกหมาเอ๊ย นอนได้แล้ว”

            จีซูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะหลับตาลงบ้าง “ฝันดีนะ เจ้าขี้เหร่”

 



            น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่การถูกรบกวนกลางดึกคราวนี้ทำให้นัมจูฮยอกไม่ได้รู้สึกโมโหหรือกระฟัดกระเฟียดอย่างที่มักจะเป็น

            แถมการขับรถบุ่มบ่ามในยามวิกาลกลับทำให้เขาเป็นสุขซะอย่างนั้น

            จะโทษใครได้ล่ะเนอะ คงต้องโทษตัวเองที่ตามใจเขาซะขนาดนี้ ความสุขของเขา ความทุกข์ของเขา ก็รับเอามาแบกเองซะหมด

 


            ก้มหน้าทำต่อไปก็แล้วกัน น่าจะดีต่อหัวใจที่สุดแล้ว

 

 

 

 






- - - - - - - - - - - - - - - - -


. //// .)/ ไฮ เจอกันที่ #นัมจูชวนจีซูเล่นกับไฟ


ยังคงยืนยันว่าเจ้าคู่ (เพื่อน) รักนี่ ทำให้เรามีความสุขได้อยู่เสมอเมื่อได้แต่ง : )



หวังว่าทุกคนจะคอมเม้นท์หรือติดแท็กเยอะๆนะคะ เรารออ่านอยู่น้า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #161 Kamellia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:33
    งื้อออออออ ดีต่อจัยยยยย ฮือออ ;///;
    #161
    0
  2. #147 marktuan1a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 09:06
    แฟนแล้วล่ะ อย่างนี้ โอ้ยยยย 5555
    #147
    0
  3. #136 Chankuma (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 22:25
    นี้ไม่ใช่เพื่อนแล้วคู้ณณณณ นี้มันแฟนละค่าาาา
    #136
    0
  4. #68 _nnnnumx_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 21:21
    งื้ออออทำไมน่ารักอะงื้อออออเขินจังเลยงื้อออออ คนพิเศษก็เป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกอย่างเหละเจ้าขี้เหร่ เจ้าหมาปากห้อยก็เริ่มหึงเจ้าขี้เหร่แล้วล่ะสิ ฉากบนเตียงนี้เขินมากเลยงื้อออนี้คาดว่าถ้าเป็นดิฉันคงจับฟัดไปแล้วค่ะเจ้าลูกหมานี้มันน่าฟัดจริงๆเลยย
    #68
    0
  5. #67 Ji(won)young (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 12:56
    มีเพื่อนอย่างงี้คบกันไปเลยดีกว่า
    #67
    0
  6. #66 minnie48 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 11:21
    ต่อนะคะ
    #66
    0
  7. #63 iron_fia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 10:11
    เดี๋ยวนะ ตอนนี้มัน -/////////- อะไรคือจูบมือ จูบต้นคอ โว้ยยยยยยยย ตายแล้ว ยอมมมมมมมมม
    #63
    0
  8. #61 viva_kanun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 23:53
    โอ้ยยย ถึงเนื้อถึงตัวกันละ ฟิน อิชั้นตายอย่างสงบ 555
    #61
    0
  9. #60 Wuyeol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 22:46
    จีซูววววววว ไปเล่นอะไรแบบนั้นนน โอ๊ยยยย ลูบอกนัมจูแบบนั้นทำไมมม โอ๊ยย เขินแรงง นัมจูก็อีก ฟินนนนน
    #60
    0
  10. #59 minhoxx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 12:02
    มีจูบหลังคอด้วยอ่ะ อร้ายยยฟินมากก
    #59
    0
  11. #58 toon toon.ID (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 10:39
    จะบอกว่าฟินมากกกกกกกกมีความแฟน แต่งต่อนะไรต์😄😄😻😻😻
    #58
    0
  12. #57 TeB_B (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 10:09
    แบบนี้เรียกว่าโมโหหิวรึเปล่าน่า... โมโหหึง+หิวไงงง อิอิ ตอนแรกก็ขำๆตามสถานการณ์ไป แต่พอนัมจูเหยียบรถไปคอนโดตาหนูนี่ทุบโต๊ะเลยค่ะ พี่ลงทุนอะ ตีสองนะนั่น???? ไล่ลงมาเรื่อยๆ คุณเอ๊ยยย เค้าจูบมือกันแล้วอะะ! เพื่อนกันไม่ทำอย่างนี้นะคุณ ;____;
    #57
    0
  13. #55 Fatboy~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 09:01
    ฮือออออออออ น่ารักจังเลยยยย ชอบมากๆ อ่านแล้วเขินสุดๆ เหมือนจะไม่เข้าใจตัวเองแต่ก็เข้าใจตัวเองกันเนอะ มีจูบเบาๆแล้วแกกกกกกก๊ ปลื้มปริ่ม เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะะะะะ ~
    #55
    0
  14. #53 `arleszx03° (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 08:46
    แง //ปิดหน้าร่ำไห้ ต้องโมโห(รึเป็นห่วง?)เค้าขนาดไหนกัน ถึงได้บึ่งจากคอนโดไปหาเค้าตอนตีสองตีสามเนี่ย ฮืออออ T////////////T เราว่าเพื่อนกันเค้าไม่มีจ่งมีจูบหลังมือกันหรอก ไหนจะจูบท้ายทอยอีก แฟนกันแน่ๆ แฟนกันแน่ๆ ฟหกด่าสวง #สลบing
    #53
    0