SF (namjoo x jisoo) FRIENDSHIP SET ON FIRE

ตอนที่ 4 : friendship set on fire :: home's noodles

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    3 ต.ค. 59

(c)              Chess theme





SF :: N A M J O O   x   J I S O O










“Just your smile, puts me in the stupidest, happiest mood.”

 

“รอยยิ้มของเขาคือเครื่องปรุงใจให้มีความสุขของผม”

 




 

            ...น่ารัก...

            ...น่ารัก...

            ...น่ารัก...

            ...น่ารัก...

            ...น่ารัก...

 

 

            นัมจูฮยอกนั่งพูดคำนี้ในใจอยู่เกือบจะครบหนึ่งร้อยครั้งแล้วล่ะ สายตาจับจ้องไปยังพื้นห้องหน้าทีวีที่มีใครคนหนึ่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับลูกรักของเขาทั้งสองตัว

            นายแบบหนุ่มพ่วงดีกรีนักแสดงดาวรุ่งหลุดยิ้มกว้างออกมาให้จีซูผู้ที่มาเยี่ยมบ้านเขาตั้งแต่หกโมงเย็นแบบนี้ เรียกว่ามาไม่ให้เขาได้ทันตั้งตัวเลยล่ะ เพียงแค่โทรมาถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน มีงานรึเปล่า พอเขาตอบว่าไม่ เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็โทรมาอีกครั้งพร้อมบอกว่ารออยู่ชั้นล่างแล้ว เล่นเอาเขาทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

            ร้านรับดูแลสุนัขพาก๊บซุนและคาอึล สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสองตัวที่เขาจะทำไปฝากเลี้ยงทุกวันมาส่งคืนพอดี พอจีซูเห็นเท่านั้นล่ะ ร้องลั่นตาเป็นประกายเลยทีเดียว

           


            “ฉันก็เลี้ยงหมาเหมือนกันนะ แต่คนละพันธุ์กับนาย ตัวเท่าๆนี้ล่ะ ชื่อคงจู” จีซูหันมายิ้มบอกเจ้าบ้านซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาห่างออกไป

            “เรียกหมาว่าเจ้าหญิงเลยทีเดียว” ส่ายหัวพร้อมขำ

            “อย่ามาหัวเราะเยาะแฟนสาวของฉันนะ” จีซูชี้หน้าคาดโทษ ก่อนจะก้มลมไปจูบแก้มสัตว์เลี้ยงของนัมจูฮยอกอีกหลายๆที ส่งเสียงสูงพูดคุยราวกับว่ารู้ภาษาเดียวกัน “ไงคาอึล งื้อ...เจ้านายแกดูแลแกดีมั้ย โดนดุบ้างมั้ยก๊บซุน...ฮื้อ...”

            “ไอ้เจ้าพวกนี้นี่ลำเอียงจริงๆ” นัมจูฮยอกเห็นท่าทีเชื่องแสนว่าง่ายของสุนัขตัวเองแล้วก็ได้แต่มองอย่างหมั่นไส้ หากเป็นเวลาปกติน่ะเหรอ จะไปอยู่ตามมุมตามห้องอื่นๆ ไม่ให้เขาเข้าใกล้แบบนี้หรอก เรียกก็ไม่มาหา จะขอกอด ขอหอมหน่อยน่ะเหรอ อย่าฝันเลยว่าจะยอม วันดีคืนดีลุกขึ้นมากัดนู่นชนนี่จนห้องเละไปหมด

            ชักสงสัยจริงๆแล้วว่าเขาเป็นคนเลี้ยงพวกมันหรือต้องคอยเป็นทาสรับใช้กันแน่ ไหนใครว่าเลี้ยงหมาจะน่ารักกว่าเลี้ยงแมวยังไงล่ะ ไม่จริงเลยสักนิด!!

 


            “ไว้ถ้ามีเวลา พาหมาของฉันกับนายมาเล่นด้วยกันนะ” จีซูพูดหลังจากที่เดินไปล้างมือจนสะอาดออกมาแล้ว ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆนัมจูฮยอก

            “ก็คงน่าสนุกเหมือนกัน คงจะปวดหัวน่าดู” คิดภาพแล้วก็ชักเหงื่อตก

            จีซูเอนหลังพิงแผ่กับโซฟาเบาะนุ่ม ร้องครวญคราง “โอย เหนื่อย...ปวดหลังชะมัดวันนี้”

            “ไปทำอะไรมาอีกล่ะ” น้ำเสียงดูเหมือนถามตามมารยาทแต่จริงๆแล้วในใจของนายแบบหนุ่มกลับกังวลไม่น้อยเวลาที่อีกฝ่ายบ่นเรื่องไม่สบายตัวแบบนี้

            “ก็ถ่ายละครนั่นล่ะ วันนี้หลายซีนหน่อย หลายเทคด้วยล่ะ ผู้กำกับเขาอยากจะได้หลายมุม”

            นัมจูฮยอกพยักหน้าอย่างไม่คิดจะถามต่อ เพราะคิดว่าหมดเวลางานก็ควรจะพักสมองจากความเครียดต่างๆได้แล้ว เอื้อมมือไปวางบนหน้าท้องอีกคน “หิวมั้ย กินอะไรมารึยัง”

            จีซูยิ้มเผล่ จับข้อมือนัมจูฮยอกถูขึ้นลงบนแผ่นหน้าท้องตัวเอง “ยังเลยอะ หิวมากเลย แต่อดทนมากินพร้อมนายนี่ไง”

            นายแบบหนุ่มกำฝ่ามือทันทีแล้วกดเบาๆบนหน้าท้องจีซูอย่างหมั่นเขี้ยว “ฉันไม่เลี้ยงข้าวนายหรอกนะ ต่อให้พูดแบบนี้ก็เถอะ”

            “ขี้งกสม่ำเสมอจริงๆ” คว่ำปากใส่ซะเลย

            นัมจูฮยอกลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง “เอาไง จะสั่งมากินหรือจะทำกินเอง”

            “นายทำอะไรเป็นบ้าง” ถามพร้อมสื่อกลายๆว่าตนทำอะไรไม่เป็นและจะไม่ลงมือทำแน่นอน

            “ในตู้เย็นน่าจะมีเครื่องพอทำรามยอนดีๆสักถ้วยได้ กินกับข้าวมั้ยล่ะ แม่ฉันเพิ่งส่งกิมจิใหม่มาให้ด้วย มีหลายแบบเลย”

            “เจ๋งเลยว่ะ งั้นนายไปทำนะ ฉันขอนอนรออยู่ตรงนี้” ว่าแล้วก็แผ่ตัวนอนคว่ำไปตามความยาวของโซฟาทันที “เพลียชะมัดเลย” ปิดตาลงซะแล้วด้วย

            นัมจูฮยอกยืนเท้าเอวมองคนที่ทำท่าว่าจะหลับในสามวินาทีได้ทันทีแล้วก็ส่ายหัว เมื่อเห็นว่าลูกรักทั้งสองตัวของตนยังตามไปวอแวคล้ายอยากจะเล่นด้วย “ก๊บซุน คาอึล ไปเล่นที่อื่นไป” แน่ะ...ทีเขาพูดนี่ไม่ฟังเลยสักคำ กระโดดขึ้นไปบนโซฟาเหยียบบนหลังจีซูอีก

            “อื้อ...เจ็บ....” จีซูขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าหลังตัวเองจู่ๆก็หนักขึ้นมา

            “จีซู ลุก...” นัมจูฮยอกตีเข้าที่ไหล่เพื่อนเบาๆ “เข้าไปนอนบนเตียงในห้องฉันไป นอนนี่โดนกวนจนไม่ได้นอนแน่ๆ”

            “ขี้เกียจ” งึมงำเบาๆ

            เจ้าของห้องต้องช้อนแขนเข้าใต้ราวรักแร้อีกฝ่ายแล้วงัดขึ้นทันที “ลุก! อย่าดื้อ ไปนอนบนเตียงให้สบายๆ” กึง่ลากกึ่งจูงคนที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยสักนิด ขนาดตายังไม่ยอมลืมมามองทางเลยล่ะ กว่าจะถูลู่ถูกังไปวางบนเตียงได้ก็เล่นเอาเหนื่อย

            จีซูพลิกตัวนอนคว่ำบนเตียงกว้างที่มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหอมฟุ้ง ยิ้มมุมปากอย่างพอใจกับที่นอนแสนสบายแบบนี้

            แต่นัมจูฮยอกกลับยังไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนจริงๆเสียที “จีซูยา ลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุดก่อน นั่นเสื้อนายเพิ่งไปกอดกับเจ้าสองตัวนั้นมา เดี๋ยวเตียงฉันสกปรก”

            “ไม่” สั้นๆคำเดียว “จะนอนแล้ว อย่ากวน เจ็บหลังอยู่”

            เจ้าบ้านได้แต่ยืนอย่างหมดคำพูด “เจ็บหลังอะไรของนายนักหนา หลังๆนี่เอาแต่บ่นแบบนี้นะ ไปหาหมอหน่อยมั้ย”

            ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก จีซูหลับสนิทได้เร็วจนนัมจูฮยอกเชื่อแล้วว่าอีกฝ่ายคงจะเพลียอย่างที่ปากพูดจริงๆ เดินไปกดเปิดเครื่องฮีตเตอร์สร้างความอบอุ่นภายในห้อง และหยิบแลปทอปของตัวเองมาเปิดเพลงคลาสสิคที่คาดว่าน่าจะทำให้อีกฝ่ายผ่อนคลายขณะนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

            เดินกลับมาที่เตียงก็เห็นว่าเจ้าลูกหมาตาตี่หลับตาพริ้มแถมยังคงรอยยิ้มไว้มุมปากอีกต่างหาก น่าจะเป็นสุขใจกับการนอนตอนนี้จริงๆ อดใจไม่ไหวต้องเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนิ่มๆนั่นเล่นสักที “ฉันจะให้นายนอนสักพักก็แล้วกันนะ”

           


            นัมจูฮยอกเดินกลับออกมาที่ฝั่งห้องครัว หยิบหม้อหุงข้าวมาตวงและกดหุงอย่างชำนาญ เขากะว่าจะหุงข้าวก่อนเป็นอย่างแรกเพราะจะต้องใช้เวลารอสักพักใหญ่ๆ ช่วงเวลานี้ก็คงจะไปนั่งทำอะไรอย่างอื่นรอก่อน ไว้อีกสักสองชั่วโมงค่อยลงมือทำรามยอน เพื่อที่จีซูจะได้มีเวลานอนพักต่ออีกสักหน่อย

            ถ้าหลับไปได้แป๊บๆแล้วถูกปลุกให้ตื่นเดี๋ยวจะมึนหัวแย่

            นายแบบหนุ่มขายาวเดินมานั่งอ่านนิตยสารเล่มใหม่ที่ตนได้ร่วมถ่ายลงในเล่มและทางผู้จัดการเพิ่งนำมาให้ดู จริงๆก็ไม่ได้สนใจจะอ่านเนื้อหาอะไรมากหรอก แต่ก็อย่างที่บอกว่าอยากจะหาอะไรทำฆ่าเวลาขณะที่รออีกฝ่ายนอนหลับเท่านั้น

            ก้มใบหน้ามองก๊บซุนและคาอึลที่มาพันแข้งพันขา “อะไร อยากเล่นกับจีซูเหรอ” เอ่ยถามแล้วก็หัวเราะ “ไม่ได้หรอกนะ ฉันต้องให้เขานอนพักตอนนี้ เพราะเดี๋ยวเที่ยงคืนเขาจะต้องไปถ่ายละครต่ออีกน่ะ”

            ลูกสุนัชสองตัวมองเจ้าของตัวเองพูดเจื้อยแจ๋วตาแป๋ว บ่งบอกไม่ได้ว่ากำลังตั้งใจฟังหรือกำลังงุนงงว่าเจ้านายตนจะเล่าให้ฟังทำไมกันแน่

            “งานดึกดื่นแบบนี้คงเหนื่อยแย่เลยเนอะ พวกแกว่าแบบนั้นมั้ย ไปทำงานแล้วก็กลับมาบ่นอยู่ทุกวันว่าปวดตัวบ้างล่ะ เจ็บหลังบ้างล่ะ อะไรกัน ยังไม่ทันแก่เลยแท้ๆ” บ่นไปก็ยิ้มไปจนชักกลัวว่าตัวเองจะเป็นบ้าขึ้นมาสักวัน



            อ่านหนังสือได้ยังไม่ทันจบเล่มดีด้วยซ้ำนัมจูฮยอกก็อ้าปากหาวด้วยความง่วงขึ้นมา จึงล้มตัวนอนพาดขายาวบนโซฟา กะว่าจะพักสายตาสักนิดหน่อยแล้วค่อยลุกมาต้มรามยอนแล้วไปปลุกจีซู

            โชคดีหน่อยที่นาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ไม่ทรยศต่อคำสั่งของเขา ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งเขาก็ตื่นแล้วลุกไปเตรียมเครื่องทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทันที

            ถือว่าจีซูยังมีโชคด้านอาหารอยู่มากที่มาในวันที่ตู้เย็นของเขามีทั้งเนื้อสัตว์และผักอัดแน่นอยู่แบบนี้ ต้องยกความดีความชอบให้แม่ที่ขึ้นมาเยี่ยมเขาจากปูซานเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้ตู้เย็นจึงอุดมสมบูรณ์มากเลยล่ะ

            นัมจูฮยอกบรรจงใส่ของอัดแน่นลงไปในหม้อ ทั้งเส้นรามยอนสองก้อน เบคอน เนื้อหมูหมักงา ปลาทูน่ากระป๋อง สะหร่ายวากาเมะ ต้นหอมญี่ปุ่น แครอท ข้าวโพดอ่อน ถั่วงอกต้นยาว ไข่ไก่ ซอสโคชูจังและชีสยืดๆ จนดูเหมือนว่าตอนนี้มันเกือบจะล้นหม้อแล้วล่ะ

            วางหม้อที่เต็มไปด้วยเครื่องเคียงต่างๆรายรอบ ทั้งกิมจิผักกาด กิมจิหัวไชเท้า กิมจิแตงกวา และยังมีกิมจิหอยนางรมสูตรลับเฉพาะของบ้านเขาอีกด้วย

            ยืนมองผลงานตัวเองด้วยความภูมิใจแล้วจึงเดินออกไปยังห้องนอนเพื่อปลุกจีซูที่นอนไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม ลองเอามือแตะที่คออีกฝ่ายเล็กน้อยก็ขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อน “ป่วยรึไงนะ”

            เขย่าไหล่เบาๆ “จีซูตื่นได้แล้ว อาหารเสร็จหมดแล้วนะ” เขย่าอยู่อีกหลายทีจนเจ้าตัวยอมขยับลุกขึ้นนั่ง

            “ตื่น..แล้ว...ตื่น...แล้ว” พูดทั้งๆที่ตายังปิดสนิทอยู่

            “ลุกไปล้างหน้าแล้วรีบมากินเร็ว ก่อนที่เส้นมันจะอืดน่ะ”

            จีซูล้างหน้าล้างตาแล้วเดินเข้ามาที่ครัวตามกลิ่นหอมที่โชยตลบอบอวลไปทั่วห้อง “โอ้โห น่ากินจังเลย นายนี่เก่งชัด!!” รีบนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเจ้าบ้านทันที

            “กินเข้าไปเยอะๆ เดี๋ยวก็ไม่มีแรงไปถ่ายละครคืนนี้น่ะ”

            ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำสองจีซูก็หยิบตะเกียบแล้วลงมือจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว “ซูดด...อร่อยชะมัดเลยจูฮยอกอา...” ยิ้มจนตาปิด

            นัมจูฮยอกก็กินเยอะไม่แพ้กัน​ “ถ้าเป็นเรื่องต้มรามยอนฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก” คีบกิมจิใส่ถ้วยของจีซูให้ “แม่ฉันทำเอง”

            จีซูเคี้ยวแล้วตาก็เป็นประกายกว่าเดิม “อร่อย! อร่อยมากๆเลย”

            “กินเยอะๆ ถ้าแบบนั้นน่ะ”

            “อันนี้ก็อร่อยมาก!” จีซูคีบกิมจิหอยนางรมใส่ปาก

            “อันนี้ก็สูตรเด็ดบ้านฉันเลย”

            จีซูเคี้ยวคำโต “ไว้หาเวลาไปเที่ยวบ้านนายกันนะ”

            นัมจูฮยอกชะงักมือเล็กน้อย “พูดจริงดิ”

            “เอ้า ไปไม่ได้เหรอ ฉันอยากไปเห็นที่ๆนายเกิดและเติบโตมาไง”

            “อ่า...” นายแบบหนุ่มลอบยิ้ม “ฉันจะพานายเที่ยวจนทั่วเลยล่ะ”

            “สัญญาแล้วนะ” จีซูพูดพลางคีบอาหารเข้าปากอีกคำโต ก่อนจะหัวเราะออกมา “กินหอยนางรมเยอะขนาดนี้ สงสัยว่าถ่ายละครคืนนี้ฉันจะคึกทั้งคืนแหงๆ”

            นัมจูฮยอกจำต้องใช้ด้ามตะเกียบเอื้อมมือไปตีหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ อย่างหมั่นไส้ “ไม่ต้องกินแล้ว กินอันอื่นไป”

            “อะไรเล่า อย่างกสิ ก็อันนี้มันอร่อยๆจริงๆนี่นา” รีบคีบอีกหลายตัวเข้าปากพร้อมเส้นรามยอน

            “วันนี้ถ่ายฉากอะไรบ้างเหรอ ทำไมดูเหนื่อยจัง จะไปถ่ายต่อคืนนี้ไหวมั้ยเนี่ย”

            จีซูอมยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วทำปากจุ๊บๆกลางอากาศ

            “เลิฟซีนเหรอ” นัมจูฮยอกวางตะเกียบลงแล้วเลิกคิ้วถาม ขณะที่ฟันกรามก็บดขยี้กิมจิในปากจนละเอียด เมื่อจีซูพยักหน้าจึงถามต่อ “ที่บอกว่าถ่ายหลายเทคหลายมุมก็คือซีนนี้เหรอ”

            “ก็...” จีซูยิ้มๆ “ใช่นะ”

            “จูบแนวไหนอะ” ไม่รู้จะอยากถามต่อไปทำไม แต่ก็ถามไปแล้วล่ะนะ

            “แบบนี้” จีซูยักคิ้วแล้วแลบลิ้นออกมาคล้ายจะกวนประสาทคนตรงหน้า

            แต่ก็ต้องร้องลั่นเมื่อนัมจูฮยอกคว้าตะเกียบขึ้นมาใช้ตีลิ้นชมพูแดงนั่นอย่างหมั่นไส้ เท่านั้นยังไม่พอ เคลื่อนตะเกียบลงไปคีบริมฝีปากล่างของจีซูแล้วดึงจนยืดอีกต่างหาก

            “โอ๊ะ...โอ๊ย...อื้อ...” จีซูสะบัดหน้าจนหลุดพ้นจากตะเกียบคู่นั้น “เจ็บนะเว้ย!” ตาขวางแล้วตอนนี้

            “อยากทำตัวน่าหมั่นไส้ก่อน” ตักน้ำซุปขึ้นมาซดต่อ “ฉากสำคัญอะไรนักหนาถึงต้องจูบใช้ลิ้น”

            “เจ็บจริงๆนะเนี่ย” จีซูทำปากยื่น

            “จะให้เป่าให้ด้วยมั้ยล่ะ” นี่ก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน

            จีซูรีบโน้มตัวมาตรงหน้านัมจูฮยอก “เอาสิครับ” เชิดคางขึ้นอีกต่างหาก

            ท่าทีกวนโอ๊ยแบบนี้ทำให้นายแบบหนุ่มต้องใช้ตะเกียบตีแปะลงไปกลางหน้าผากอีกครั้ง “เดี๋ยวจะโดน”

            “เจ็บไปหมดทั้งหน้าแล้วเนี่ย ชอบทำร้ายกันจัง” บ่นอุบ

            นัมจูฮยอกตักข้าวมาเติมใส่หม้อรามยอนหลังจากที่กินเส้นกันหมดแล้ว จีซูพักรบแล้วรีบลงมือกินต่อจนกระทั่งทั้งคู่ช่วยกันจัดการจนเกลี้ยง ไม่เหลือสักอย่างบนโต๊ะ

            จีซูนั่งเอนหลังกับเก้าอี้กินข้าว พึมพำว่าทั้งอร่อย อิ่มและจุกแถมอีกด้วย ขณะที่รอนัมจูฮยอกล้างจานและอุปกรณ์ทำอาหารจนเสร็จ

            “เอ้า กินซะ ตัวนายร้อนเหมือนจะเป็นไข้” วางถ้วยใส่เม็ดยาและแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆจีซู

            จีซูกินยาอย่างว่าง่ายก่อนจะยิ้มออกมา “นายนี่ดีกับฉันจริงๆเลยนะ”

            “งั้นนายก็เลิกดื้อกับฉันได้แล้วสิ”

            นักแสดงท็อปสตาร์ส่ายหัวไปมา พลางเสไปยกมือขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองแทน สื่อว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นง่ายๆอย่างแน่นอน

            นัมจูฮยอกหัวเราะกับความแสบของคนตรงหน้า จับเข่าอีกคนให้หันตัวมาทางตนเอง ก่อนจะวางสองมือลงบนหน้าท้องของจีซู ลูบขึ้นลงเพื่อให้อาหารย่อยสบาย คลายอาการจุกเสียด

            “อยู่เฉยๆ อย่ายุกยิก จะทำให้” พูดขณะที่เพิ่มแรงกดลงบนหน้าท้องเล็กน้อย

            จีซูร้องด้วยความสบาย เข้าใจแล้วว่าทำไมนัมจูฮยอกถึงได้ชอบทำแบบนี้นักหลังกินอาหารเสร็จ

            นายแบบหนุ่มใช้สองมือจับวัดที่เอวของจีซู “เอวก็ไม่หนา แล้วที่กินไปทั้งหมดมันไปกองอยู่ที่ไหนวะเนี่ย”

            “กล้ามไง” จีซูยกยิ้ม

            นัมจูฮยอกใช้มือหนึ่งเลิกชายเสื้อขึ้นดูหน้าท้องเปลือยของจีซูแล้วเบะปากส่ายหัว “ไหน ไม่เห็นมีเลย”

            “จะข่มฉันว่านายมีซิคแพคขึ้นชัดกว่าใช่มั้ยล่ะ” จีซูชกไหล่เพื่อนไปทีหนึ่ง

            “ยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ” นัมจูฮยอกหัวเราะ ก่อนจะยอมให้อีกฝ่ายได้เอื้อมมือมาเลิกชายเสื้อตนขึ้นบ้าง

            “เฮอะ ชอบข่มว่ะ” จีซูบ่นอุบอิบเมื่อเห็นแล้วว่าหน้าท้องของนัมจูฮยอกนั้นแข็งจนขึ้นเป็นลอนกล้ามอย่างชัดเจน

            นัมจูฮยอกวางมือไล่ไปตามหน้าท้องอีกคน กดตรงนั้นตรงนี้นิดหน่อย “ถ้านายหาเวลาเข้ายิมบ่อยๆ มันก็น่าจะขึ้นไม่ยากหรอก”

            “เดี๋ยวต้องถ่ายฉากสระน้ำกับพี่ๆทุกคนแล้ว ฉันต้องฟิตขึ้นให้เยอะๆเลย จะอวดกล้าม”

            นัมจูฮยอกหัวเราะ ปล่อยชายเสื้ออีกฝ่ายลงเช่นเดิม “จะไปอวดใครนักหนา”

            “โหย ก็ดูบรรดาฮยองนิมคนอื่นๆสิ พี่ซุนวูงี้ พี่ฮานึลงี้ ไหนจะพี่จงฮยอนอีก แต่ละคนนะ กล้ามฟิตๆทั้งนั้นเลย ฉันไม่ยอมแพ้หรอก”

            นัมจูฮยอกเบะปากนิดหน่อย จับข้อมืออีกฝ่ายให้วางแปะลงบนหน้าท้องตัวเอง ขยับปากอุบอิบ “อิจฉาแค่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องไปมองของคนอื่น”

            จีซูมองตาแป๋วก่อนจะเลื่อนมือลงบนหน้าท้องแข็งของนัมจูฮยอก จนอีกฝ่ายต้องจับข้อมือซนนั้นออก “อย่า มันร้อน”           

            “อะไรร้อน” ท็อปสตาร์หนุ่มถามอย่างงุนงง “อากาศเหรอ”

            “ไม่บอกหรอก”

            จีซูยิ้มล้อเลียน “อะไรอ่า ชวนฉันมากินรามยอนที่บ้านแบบนี้ มันชักจะยังไงๆอยู่นา”

            นัมจูฮยอกยกมือเขกหัวทันที “ฉันชวนนายมาที่ไหน นายมาของนายเอง”

            “แต่เราก็กินรามยอนด้วยกันแล้วนี่นา” ยังแกล้งไม่เลิก “สงสัยหอยนางรมจะออกฤทธิ์แล้วเนี่ยตอนนี้”

            “คิมจีซู!” ไม่รู้แล้วว่าจะจัดการกับความแสบของคนตรงหน้านี้ยังไง

            เจ้าของชื่อระเบิดหัวเราะออกมา “เย้ ชนะ!

            “ผู้ชายที่ไหนเขาจะมาพูดกันแบบนี้ นายมันน่าไม่อาย”

            “เพื่อนกันไม่เห็นต้องคิดมาก” จีซูยักคิ้ว

            “แล้วรามยอนของฉันอร่อยถูกใจนายมั้ยล่ะ” นี่ก็ยังไม่อยากจะยอมแพ้

            “ก็ถูกปากอยู่นะ”

            “ถามว่าถูกใจมั้ย” ย้ำคำถามใหม่

            จีซูยิ้มยียวน “ก็ยังไม่เคยไปลองกินที่บ้านใครนะ”

            “ลองไปดูสิ” นัมจูฮยอกกลอกตามองไปทางอื่น “เจอดีแน่”

            “โอ้โห กลัวจังเลยครับ ชักอยากจะรู้แล้ว”

            “นี่จริงจังนะเนี่ย” ดีดหน้าผากอีกทีซะเลย “กินรามยอนที่ฉันต้มคนเดียวก็พอแล้ว ของคนทั้งโลกน่ะไม่อร่อยเท่าที่ฉันทำหรอก”

            จีซูอดไม่ไหวต้องชกต้นไหล่เพื่อนไปอีกที เหลือบมองนาฬิกา “ฉันว่าฉันควรไปได้แล้วล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเตรียมตัวไม่ทัน ขอบใจมากนะวันนี้สำหรับอาหาร มันอร่อยๆมากๆเลย” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืน

            “ให้ฉันขับรถไปส่งมั้ย” นัมจูฮยอกถาม

            จีซูส่ายหัว “นายจะกลับไปกลับมาทำไม เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่ไป” ด้วยเพราะตกลงกับผู้จัดการแล้วว่าจะเจอ ณ​สถานที่ถ่ายทำเลย

            “งั้นเดี๋ยวฉันเดินลงไปส่งข้างล่าง รอแท็กซี่เป็นเพื่อนนาย”

            “อะไรของนายเนี่ย” จีซูหัวเราะขณะเดินมาที่ประตูห้อง “นายน่ะอยู่ที่นี่ไปเลย แท็กซี่มันไม่ได้หายากขนาดนั้นนะ”

            นัมจูฮยอกเกลียดชะมัดกับการที่ต้องยอมรับว่าเขาเพียงแค่อยากจะยืดเวลาให้ได้อยู่กับอีกฝ่ายนานขึ้นสักหน่อย แต่ได้คุยและเห็นหน้าต่ออีกสักนิดก็ยังดี แต่จะให้พูดไปในสิ่งที่คิดน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ

            “ไปส่งไม่ได้รึไง ไม่ได้ลำบากอะไร” พูดหลังจากอีกฝ่ายใส่รองเท้าเรียบร้อยแล้ว

            จีซูเอื้อมมือมาตีหน้าผากคนตรงหน้าแปะๆ “เจ้าขี้เหร่ เป็นเด็กดีนะ ไว้จะแวะมาเล่นด้วยใหม่”

            นัมจูฮยอกเท้าแขนกับประตูห้องที่จีซูเดินออกไปแล้ว “ถึงแล้วส่งข้อความมาด้วย”

            “นี่ฉันต้องรายงานตัวกับนายตลอดเลยรึเปล่าเนี่ย”

            “รู้ตัวก็ดี” นี่ก็รับมุขซะด้วย

            จีซูส่ายหัวไปมา “กลับเข้าห้องไปได้แล้ว ฉันจะไปจริงๆแล้วล่ะ”

            “เดินทางปลอดภัยนะ”

            “ฝันดีล่วงหน้านะเพื่อน”

            “ไม่เอา ส่งข้อความมาบอกอีกทีสิ”

            นักแสดงท็อปสตาร์หัวเราะ “นายนี่มันจริงๆเลย”

            “สรุปว่าจะส่งมามั้ยล่ะ”

            “ต้องส่งอยู่แล้วสิ ก็ส่งอยู่ทุกวัน”

            นัมจูฮยอกหลุดยิ้มอย่างพอใจ “ไปได้แล้ว”

            ปิดประตูลงแต่ก็ยังยืนส่องช่องตาแมวจนเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้าลิฟต์ไปแล้วจึงจะยอมกลับเข้ามาด้านใน



            เจ้าก๊บซุนและคาอึลพากันหลับอยู่มุมห้อง ส่วนเจ้าของพวกมันนั้นก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

            งานนี้ก็ไม่รู้จะบรรยายแล้วว่าความสุขที่มีอยู่รอบตัวนั้นมันเยอะขนาดไหน แต่เอาเป็นว่ามันทำให้เขาใกล้เคียงกับคนบ้าเข้าไปทีละนิดๆแล้วล่ะ

 



            ช่วยไม่ได้นี่นา ต้องโทษคิมจีซูนั่นแหละ

            เจ้าเพื่อนที่มีรอยยิ้มซึ่งทำให้เขาต้องยิ้มกว้างขนาดนี้

            ฟังดูเหมือนเขาเป็นเจ้าโง่ แต่ก็คงเป็นเจ้าโง่ที่มีความสุขที่สุดในโลก

 


            เขามีความสุขจริงๆนะครับ เชื่อเถอะ!

            







- - - - - - - - - - - - - - - - -


. //// .)/ ไฮ เจอกันที่ #นัมจูชวนจีซูเล่นกับไฟ

โอย ตายแล้ว มีชวนกันมากินรามยอนถึงที่บ้าน มีความอ่อยหนักมาก 555


ขอบคุณทุกคนมากค่ะ! จู่ๆฟิคเรื่องนี้ก็มียอดรีทวิต และยอดวิวสูงขึ้นจนเราตกใจ

ขอบคุณทุกการบอกต่อจนเราทั้งขอบคุณและงงๆไปพร้อมๆกัน ฮ่าๆ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับพวกเขาทั้งสองคนนะคะ มันอาจจะยังไม่ดีมาก

แต่เราใส่ความตั้งใจลงไปมากๆเลยค่ะ ความคิดเดียวตอนเขียนเรื่องนี้ก็คือ

เราอยากจะเขียนฟิคที่จะทำให้ทุกคนมารู้จักและรักนัมจูจีซูเยอะๆ และเราชอบไอเดียนี้มาก


หวังว่าทุกคนจะคอมเม้นท์หรือติดแท็กเยอะๆนะคะ เรารออ่านอยู่น้า ^^


ปล. ฝากติดตามผลงานของทั้งนัมจูและจีซูด้วยนะคะ ตอนนี้มาแรงมากๆ

คาดว่าจะทยอยมีผลงานออกมาให้เราได้ติดตามกันเยอะขึ้นแน่ๆ เย้เย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #151 ศิตาวารี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 12:48
    เพิ่งมาอ่าน แต่น่ารักมากเลยอ่ะ แงงงงงง
    #151
    0
  2. #146 marktuan1a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 08:51
    ฮรือออ น่ารักมากเลยค่ะ TT
    #146
    0
  3. #51 _nnnnumx_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 20:22
    นัมจูคนโง่ที่มองแต่จีซูคนเดียวววว ฮืออน่ารักจังเยยยยจีซูนี้อ่อยแรงมากเลยค่ะ;///////////;นัมจูคนพาโบอย่าไปยอมหนูต้องกู้เอกราช
    #51
    0
  4. #45 `arleszx03° (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 22:29
    อยากไปฝากเนื้อฝากตัวที่บ้านรึเปล่าเอ่ย ;//////; เป็นตอนที่อ่านแล้วแอบหิว 5555555555555
    #45
    0
  5. #33 jearpcy11 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 03:17
    อร้ายยย อ่านไป ยิ้มไปป ยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลยอ่าา เขิลลล ต่อเถอะชอบบบ ต่อให้จบน้าาา ตอนยาววๆไไ สนุกมากกก
    #33
    0
  6. #28 Wuyeol (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 11:16
    จะไปฝากตัวเป็นลูกสะใภ้บ้านเขาใช่ไหมจีซู คิคิคิ ชอบตอนลูบท้องกันจัง >\\\<
    #28
    0
  7. #27 TeB_B (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 23:09
    อยากไปเที่ยวบ้านเขานี่อยากกินหรืออยากไปไหว้แม่คะเอาดีๆ(?) 555555 ฮือออเขิน มีแต่ช่วงเขินๆทั้งนั้นอะค่ะ คนนึงก็ขี้หวง คนนึงก็ขี้เล่นจ๊นนนนน ;;____;;
    #27
    0
  8. #26 @iron_fia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 22:42
    หมันไส้ -////- นี่จีบกันได้น่ารักมากเลย ขำความซึนของเมนตัวเองไม่ไหว 5555555
    #26
    0