SF (namjoo x jisoo) FRIENDSHIP SET ON FIRE

ตอนที่ 2 : friendship set on fire :: our texts

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    26 ก.ย. 59

(c)              Chess theme





SF :: N A M J O O   x   J I S O O







“When you text me I don’t even care what it says.

I just like the fact the I crossed your mind.”

 

 

“ผมชักจะคุ้นชินการหยิบมือถือขึ้นมาเช็คข้อความทุกๆชั่วโมงว่าเขาจะส่งอะไรมารึเปล่า

และนั่นมันก็ทำให้ผมแปลกใจตัวเองมากอยู่เหมือนกันนะ”

 

 

 

            นัมจูฮยอกเดินเช็ดผมที่เปียกหมาดออกมาจากห้องน้ำในสภาพชุดนอนที่ใส่เป็นประจำกับท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่างที่ดำสนิท นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่ง วันนี้เขากลับถึงบ้านตั้งแต่สี่ทุ่ม รู้สึกขอบคุณตารางการทำงานอยู่ไม่น้อยที่ทำให้เขาได้กลับมาพักเหนื่อยไวกว่าวันอื่นๆ ร่างสูงโปร่งทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงกว้างก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเช็คกะว่าจะอ่านข่าวกีฬาซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมโปรด

            มุมปากยกยิ้มขึ้นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างเมื่อเห็นโปรแกรมแชทแจ้งเตือนข้อความจากใครบางคน นิ้วยาวเรียวรีบกดเข้าไปอ่านทันที คาดว่าคงจะส่งมาตอนที่เขากำลังอาบน้ำแน่ๆ

            มือหนึ่งเช็ดผมไป ขณะที่อีกข้างก็เลื่อนนิ้วดูรูปโปรไฟล์ที่อีกฝ่ายเพิ่งจะเปลี่ยนแน่ๆ เพราะเมื่อตอนเย็นที่เขาเปิดดูยังเป็นอีกรูปหนึ่งอยู่เลย นี่คิดจะเปลี่ยนทุกวันเลยรึยังไงนะ ได้แต่คิดเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ

            อ่านชื่ออีกฝ่ายที่เขาบันทึกไว้แล้วก็ขำ “ลูกหมาปากห้อย”

 

            ลูกหมาปากห้อย received: เจ้าขี้เหร่ ทำอะไรอยู่

            Me sent: เพิ่งอาบน้ำเสร็จ นายล่ะ

 

            รอไม่กี่อึดใจเลย แค่เดินไปตากผ้าขนหนูแล้วกลับมานั่งที่เตียงเหมือนเดิมเสียงโทรศัพท์ก็แจ้งเตือนข้อความใหม่แล้ว

 

 

            ลูกหมาปากห้อย received: ยังอยู่ที่บริษัทอยู่เลย อีกสักพักคงกลับ วันนี้เหนื่อยมากเลยล่ะ

            Me sent: ไปทำอะไรมาถึงเหนื่อย

            ลูกหมาปากห้อย received: วันนี้ฉันมีถ่ายละครเรื่อง Doctors ได้เข้าฉากที่ต้องแบกถังแก๊สล่ะ ถึงแม้มันจะเป็นแค่ถังเปล่าๆ แต่ก็ทำเอาไหล่ฉันระบมเลย

 

 

            นัมจูฮยอกเปลี่ยนท่าจากนอนแผ่บนเตียงมาเป็นนั่งพิงหัวเตียงเอาไว้แทนพร้อมกับขมวดคิ้วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าปลายสายคู่กรณีของเขานั้นช่วงนี้วิ่งรอกถ่ายละครอยู่หลายเรื่อง เอาจริงๆนับตั้งแต่ที่ได้เจอกันครั้งแรกเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เขาก็ไม่ได้เจออีกฝ่ายอีกเลย มีแต่ส่งข้อความไปกวนประสาทกันทุกวัน ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าเขาคุยกับอีกฝ่ายเยอะมากๆ หากตัดเวลาที่ต้องทำงานแล้วก็ถือว่าแทบจะคุยตลอดเลยล่ะ

            หัวข้อที่คุยก็มีสาระบ้าง ไม่มีแก่นอะไรเลยบ้าง คุยดีๆได้แปบเดียวก็เปลี่ยนมากัดกันอีก สลับกันวนไปมาแบบนี้ แต่ก็กลายเป็นว่าเราทั้งคู่สนิทกันขึ้นมากภายในเวลาอันรวดเร็ว

            มันเร็วจนเขายังรู้สึกเลยว่าเหมือนได้จักหมอนี่มาสิบปี ให้ตายเถอะ กลายเป็นความคาดหวังที่จะได้รับข้อความตอบกลับไวๆ อยากคุยอีก มีเรื่องนู่นเรื่องนี้จะเล่าให้ฟัง อีกทั้งยังรอว่าแต่ละวันจีซูจะมีเรื่องอะไรมาพูดกับเขา

            ดูเหมือนเด็กอนุบาลที่เพิ่งจะมีเพื่อนกับเขาเป็นคนแรก

            ทุกอย่างมันดูน่าตื่นเต้น และเรียกรอยยิ้มเขาได้อยู่บ่อยๆ

            จีซูยังคงเป็นมนุษย์สี่มิติอยู่เช่นเดิม บางวันก็รัวส่งข้อความมาหาเขา บางวันก็เงียบหายไปทั้งวัน ส่งสติ๊กเกอร์มาเพียงอันเดียว แล้วสักพักก็กลัวมาพร้อมกับข้อความเสียวยาวยืด เดาทาง เดาอารมณ์ไม่ถูกเลยสักวัน แต่นั่นก็นับเป็นความตื่นเต้นอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ

            ว่าแต่...วันนี้จะมาในรูปแบบไหนกันนะ

 

 

            ลูกหมาปากห้อย received: จูฮยอกอา ฉันปวดไหล่จัง

            Me sent: ปวดมากมั้ย

            ลูกหมาปากห้อย received: มาก

            Me sent: ทำไงดีล่ะ

            ลูกหมาปากห้อย received: มานวดให้หน่อยได้ไหมครับ

            Me sent: อยากโดนเตะเหรอ

 

 

            นัมจูฮยอกย่นคิ้วก่อนจะหัวเราะเบาๆกับตัวเอง อยากเห็นหน้าอีกฝ่ายจริงๆว่าตอนที่พิมพ์ประโยคนี้ออกมาจะกำลังทำหน้าแบบไหนกันนะ

            แต่ที่น่าสนใจมากกว่าก็คืออาการปวดไหล่ของเจ้าลูกหมาตาชั้นเดียวนี่ล่ะ

 

 

            Me sent: กลับถึงบ้านแล้วทายาด้วยล่ะ

            ลูกหมาปากห้อย received: ไม่

            Me sent: กินยาแก้อักเสบด้วย

            ลูกหมาปากห้อย received: ไม่

            Me sent: อยู่ที่ไหนแล้วตอนนี้

            ลูกหมาปากห้อย received: บอกว่าอยู่บริษัท ทำไม จะมาหาเหรอ

            Me sent: ใช่ จะไปเตะจนกว่าจะยอมทำตามที่บอก

 

           

            นายแบบหนุ่มหัวเราะลั่นห้องให้กับสติ๊กเกอร์แซลลี่สีเหลืองที่ทำท่าโมโหจนปากระป๋องลงพื้น ป่านนี้ปลายสายคงแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งแล้วล่ะมั้ง แค่ลองคิดภาพตามก็ตลกแล้วล่ะ ปากห้อยๆนั่นก็คงจะคว่ำลง หน้างอไปหมดทุกส่วนแล้วล่ะมั้ง

 

 

            Me sent: ส่งรูปมาให้ดูหน่อย

            ลูกหมาปากห้อย received: จ่ายมาห้าพันวอนก่อน

            Me sent: ห้าร้อยวอนก็ไม่มีให้หรอก

            ลูกหมาปากห้อย received: งกว่ะ

            Me sent: ส่งรูปมาให้ดูหน่อย

            ลูกหมาปากห้อย received: อยากเห็นหน้าฉันล่ะสิ

            Me sent: ใช่

 

 

            คิดชักอยากจะหั่นมือตัวเองทิ้งขึ้นมาทันทีที่ตอบกลับไปรวดเร็วซะอย่างนั้น ไม่ทันได้ใช้สติไตร่ตรองคำพูดก่อนเลย กดส่งไปแล้ว ขึ้นสถานะว่าอ่านแล้วด้วย จะแก้ไขอะไรก็ไม่ทันเสียแล้ว เอาเถอะ ลึกๆก็คิดแบบนั้นจริงๆนี่นา แต่จะเพราะอะไรนั้น อย่าไปพูดถึงเลยดีกว่า

            เอาเป็นว่า...อยากเห็นหน้าก็แล้วกัน

 

           

            ลูกหมาปากห้อย received: นายก็ส่งด้วยนะ

            Me sent: อะไรนะ

            ลูกหมาปากห้อย received: นายส่งรูปนายมาด้วย

            Me sent: อยากเห็นหน้าฉันล่ะสิ

            ลูกหมาปากห้อย received: มาก

 

            นัมจูฮยอกจำต้องยกมือขึ้นมาถูปลายจมูกตัวเองแล้วก็หัวเราะอย่างไม่ทราบสาเหตุ บอกตัวเองว่าเจ้าเพื่อนคนนี้ประหลาดดีจริงๆ ทำให้เขารู้สึกอารมณ์ขึ้นๆลงๆได้ตลอดเวลา

 

 

            Me sent: ตกลง

            ลูกหมาปากห้อย received:

 

            

 

 

            Me sent: ถ่ายวันนี้เหรอ

 

            นัมจูฮยอกยิ้มให้กับรอยยิ้มทะเล้นของรูปที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ สายตาที่จ้องกล้องตอนถ่ายรูปนั้นทำให้เหมือนว่าเจ้าตัวกำลังส่งรอยยิ้มเผล่ให้เขาอยู่ตรงหน้าจริงๆ ขนาดว่าไม่ได้เจอกันมาสองอาทิตย์ เขาก็ยังจำใบหน้ากวนๆนี่ได้อยู่เลย

 

            ลูกหมาปากห้อย: เปล่าอะ รูปหลายวันก่อน ตอนรอเข้าฉาก

            Me sent:

            

 

            Me sent: ไปกินกับพี่เมเนมาเมื่อวาน

            ลูกหมาปากห้อย received: อาหารน่ากินจัง แต่ทำไมนายต้องเก๊กขนาดนั้นด้วย

            Me sent: ตอนนั้นฉันกำลังจุกเพราะอิ่มมากต่างหาก

            ลูกหมาปากห้อย received: อย่ามาโกหกหน่อยเลย

            Me sent: ไหนรูปต่อไปของนาย

            ลูกหมาปากห้อย received: ไม่ส่งแล้ว

            Me sent: ตอนนี้อยู่ไหนแล้ว

            ลูกหมาปากห้อย received: ยังอยู่บริษัท จะมาเตะก็มาเตะ

            Me sent: จีซูยา เร็วสิ ฉันอยากเห็นนะ


            ลูกหมาปากห้อย received:


               

         

            Me sent: ทำหน้างอทำไม

            ลูกหมาปากห้อย received: เบื่อนาย

 

            นายแบบหนุ่มพ่นเสียงหัวเราะแล้วจึงค้นรูปในคลังภาพตัวเองก่อนจะกดส่งไป

 

            Me sent:

             

 

            ลูกหมาปากห้อย received: ในรูปทำอะไรอยู่

            Me sent: ส่งข้อความ

            ลูกหมาปากห้อย received: หาใครเหรอ

            Me sent: เจ้าลูกหมาปากห้อยไง

            ลูกหมาปากห้อย received:

     

            

 

 

            งานนี้ถึงกับนั่งไม่ติดเตียงเลย ลุกขึ้นมายืนกระโดดตัวตรงกับพื้นห้องนอน มือที่จับโทรศัพท์ก็สั่นไปหมด รอยยิ้มตาหยีที่ปรากฎในรูปยังไม่กระตุกหัวใจเขาได้เท่ากับสัญลักษณ์หัวใจจากมืออีกฝ่ายนั่นเลย

            หมัดฮุคชัดๆเลยแบบนี้...ชกใต้เข็มขัดของแท้ เจ้าหมาขี้โกง

 

            ลูกหมาปากห้อย received: ทำไมเงียบล่ะ

            ลูกหมาปากห้อย received: ไม่เล่นด้วยกันแล้วเหรอ

 

            ลูกหมาปากห้อย received: จูฮยอกอา..

 

            ลูกหมาปากห้อย received: ไปไหนแล้ว นอนแล้วเหรอ

            ลูกหมาปากห้อย received: โกรธแล้วนะ เอารูปนี้ไปซะ

            ลูกหมาปากห้อย received: 

            

 

 

            นัมจูฮยอกรีบยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง พร้อมกับทุบอกซ้ายตัวเองที่จู่ๆก็เหมือนความดันพุ่งขึ้นสูงซะอย่างนั้น หัวใจทำงานผิดปกติ สูบฉีดเลือดระรัวจนเขาแทบจะล้มทั้งยืน เกิดจะหน้ามืดเพราะอะไรกันเนี่ย

            ปล่อยให้หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นว่าอ่านแล้วอยู่เกือบสิบนาทีโดยที่ไม่ได้ส่งอะไรตอบกลับอีกฝ่ายไป

 

 

            Me sent: ย๊า จะโกรธฉันทำไมล่ะ

            Me sent: ไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย

 

            นายแบบหนุ่มเลือดใหม่รออยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะขึ้นคำว่าอ่านแล้วจากอีกฝ่าย คิ้วขมวดเข้าหากันจนยุ่ง อะไรกันนี่โกรธจริงงั้นเหรอ ทำไมกันล่ะ ทำไมต้องโกรธด้วย

 

           

            Me sent: จีซูยา...อ่านข้อความฉันเดี๋ยวนี้นะ ตอบด้วย

            Me sent: นายคงไม่อยากโดนฉันเตะหรอกใช่มั้ย

 

            Me sent: คิมจีซู ไม่เล่นแบบนี้นะ

 

 

            ลองลุกไปออกกำลังกายด้วยการวิดพื้นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อข่มใจไม่ให้วิ่งมาเช็คโทรศัพท์ตลอดเวลา แต่แม้จะกลับมาดูอีกครั้ง ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากอีกฝ่ายกลับมาเลยสักนิด

 

            Me sent: ย๊า! คิมจีซู!!

            Me sent:


            

 

 

            รอต่ออีกสิบนาทีเมื่อยังไม่เห็นคำว่า “อ่านแล้ว” ปรากฏขึ้นคราวนี้จึงเปลี่ยนจากส่งข้อความในแอพเป็นการโทรผ่านแอพเลยทีเดียว เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นจนตัดไป เขาก็กดต่อใหม่อยู่แบบนั้น จนหน้าสนทนาเด้งคำว่า Missed Call อยู่เกือบสิบครั้ง

            “ทำไมเป็นแบบนี้เนี่ย” ชักจะหัวเสียจริงๆแล้ว

            นิ้วเรียวยาวเปลี่ยนไปที่หน้าเบอร์โทรแล้วกดต่อหาหมายเลขโทรศัพท์อีกคน กลับขึ้นสัญญาณว่าติดต่อไม่ได้ซะอย่างนั้น

            “นี่ปิดเครื่องใส่ฉันเลยเหรอ” โอ้โห...ได้แต่ร้องว่าโอ้โหอยู่ในใจ

            ปาเครื่องมือสือสารลงบนพื้นเตียงแล้วโดดขึ้นไปนอนตามทันที โอเค วันนี้เขาเลิกงานไวกว่าปกติ แปลว่าจะได้มีเวลานอนนานขึ้น ฉะนั้นเขาก็ควรจะใช้เวลานี้กอบโกยเวลาพักผ่อนให้มากที่สุดงั้นสิ จะสนใจทำไมก็แค่เพื่อนใหม่ที่ขี้งอน โกรธง่าย แถมยังกล้าทำแบบนี้ใส่เขาอีก

 

            โอเค พอ! นอนได้แล้ว นัมจูฮยอก!

 

            นอน

            นอน

            นอน

 

            นอนสิเว้ย! ทำไมนอนไม่หลับล่ะ

 

            กดโทรศัพท์เลื่อนดูอะไรไปเรื่อยด้วยใจขุ่นมัวจนจะเข้าสู้เที่ยงคืนแล้ว อดใจไม่ไหวกดเข้าไปดูแอพแชทก็ยังไม่ขึ้นว่าจีซูอ่านข้อความเขาแล้วสักนิด นี่นายจะปั่นหัวฉันเล่นรึยังไงกันนะ

 

            “เจอหน้าเมื่อไรฉันจะเตะนายให้น่วมเลย” เข่นเขี้ยวกับตัวเอง

 

            จนกระทั่งนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นพร้อมๆก็เสียงเรียกข้าวของโทรศัพท์จนนัมจูฮยอกสำลักอากาศหน้าแดงไปหมด

 

            ไอ้ดื้อ   ชื่อเบอร์ที่เขาเพิ่งเปลี่ยนจากเจ้าลูกหมาไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ปรากฎขึ้น ลองนับหนึ่งถึงสิบในใจไม่ให้แสดงอาการออกมากไปว่ารอสายอยู่ แล้วจึงกดรับ

 

            “อะ....”

            “จูฮยอกอา! นายยังไม่นอนใช่มั้ย...” ปลายสายดูมีน้ำเสียงร้อนรนจนเขาพูดอารมณ์เสียตอบกลับไปไม่ลง

            กำลังจะนอนแล้วล่ะ” จะนอนอะไร ตาสว่างขนาดนี้

            “อ้าวเหรอ...” จีซูเสียงแผ่วลง “งั้นนายนอนก็ได้ ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง แค่นี้นะ”

            “เฮ้ย เดี๋ยวสิ!” คราวนี้นายแบบหนุ่มถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงเลย “เดี๋ยวสิ โทรมาแค่นี้อ่ะนะ”

            “ก็นายบอกว่านายจะนอนแล้ว”

            “ฉันกำลังโกรธนายอยู่ต่างหากล่ะ” ไม่ฟงไม่ฟอร์มมันแล้ว อีกฝ่ายก็ทึ่มเหลือเกิน งั้นเขาพูดตรงๆนี่ล่ะ

            “โกรธฉันงั้นเหรอ โกรธทำไมล่ะ”

            “นายไม่ตอบข้อความฉัน อยู่ๆก็หายไปเป็นชั่วโมงแบบนี้เนี่ย”

            “ก็ฉันเห็นว่านายไม่ตอบฉันก่อน นึกว่านายนอนแล้ว ต่อจากนั้นพี่เมเนก็เรียกฉันไปคุยพอดี กลับมาจับมือถือก็เห็นว่าแบตหมดแล้ว และฉันก็ได้กลับบ้านพอดี เลยมาชาร์จเปิดเครื่องที่นี่ เห็นข้อความของนาย ก็รีบโทรมาหานี่ล่ะ” อีกฝ่ายพูดระรัวจนเขาแทบจะจับใจความไม่ทัน ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจอีกหลายเฮือก

            นัมจูฮยอกรู้สึกว่าเศษหน้าของตัวเองกำลังกองเต็มพื้นห้องนอนแล้วล่ะ จะพูดอะไรต่อก็ยังไม่รู้เลย

            “นายไม่รู้รึไงว่าฉันรอคุยกับนายอยู่เนี่ย”

            จีซูเงียบไปอึดใจหนึ่ง “ทำยังไงนายจะหายโกรธ”

            “วิดีโอคอลมาสิ” ปากไปก่อนสมองอีกแล้ว ยกมือขึ้นมาตบปากตัวเองอีกหลายที กลัวอีกฝ่ายจะเห็นเป็นเรื่องตลก แต่ก็พูดไปแล้วจะให้ทำยังไงได้

            “ได้สิ แต่รอแปบหนึ่งได้มั้ย ฉันไปอาบน้ำก่อน ตอนนี้เหนื่อยมากเลย”

            “โอเค แล้วโทรมานะ ห้ามเบี้ยวล่ะ” นัมจูฮยอกส่งเสียงเข้มกำชับ

            จีซูตอบกลับมาด้วยเสียงเนือยๆคล้ายคนง่วงเต็มที “ไม่เบี้ยวครับ”

           

            คราวนี้นัมจูฮยอกถึงกับถือโทรศัพท์เดินวนเป็นวงกลมรอบห้องเลยทีเดียว สายตาก็เอาแต่จ้องโทรศัพท์ว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะโทรมาเสียที ปกติคนเราอาบน้ำกันกี่นาทีนะ ห้าเหรอ? ไม่สิ นั่นแค่เวลาถอดเสื้อผ้าเองมั้ง หรือจะสิบ? แต่ถ้ารวมสระผมโกนหนวดเข้าไปอีกก็อาจจะกินเวลาไปถึงครึ่งชั่วโมงเชียวนะ ถ้าจีซูบ่นเหนื่อยและจะนอนเลยล่ะ แปลว่าเวลาคุยกันก็น้อยลงไปกว่าเดิมอีกสิ?

 

            โอย แค่สมมติทำไมมันเหนื่อยแบบนี้นะ

 

            สะดุ้งจนสุดตัวเมื่อสัญญาณวิดีโอคอลดังขึ้น มือเลื่อนไปกดรับทันที ต่อสัญญาณกันไม่นานก็ได้เห็นใบหน้าของกันและกันชัดเจน

            นัมจูฮยอกย่นคิ้วเมื่อเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายค่อนข้างอิดโรย “สบายตัวขึ้นมั้ย”

            “ก็สดชื่นขึ้นหน่อยนะ” จีซูพูดพลางนั่งลงบนเตียง “ทำไมนอนดึก อุตส่าห์ได้กลับบ้านเร็ววันนี้”

            “ก็บอกแล้วไงว่ารอคุยกับนายน่ะ ทำไมถามซ้ำ”

            จีซูยิ้มจนตาหยี “หายโกรธฉันแล้วเหรอ”

            “จริงๆก็ยังเคืองอยู่นะ”

            “ทำยังไงจะหายโกรธเหรอ ยิ้มสิ ยิ้มๆแบบนี้ไง” ปิดท้ายด้วยการยิ้มจนตาปิดใส่กล้องจนนัมจูฮยอกแทบจะหลุดขำ

            “ลุกขึ้นไปกินยาก่อน ถึงจะหายเคืองสนิท”

            “ลุกอะไร ไม่ลุกแล้ว เหนื่อย พรุ่งนี้ค่อยกิน”

            “งั้นฉันโกรธนะ”

            “โกรธไปเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะฉันจะง้อนายอีกที”

            “คิมจีซู ลุกไปกินยา เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็ระบมหนักน่ะ” หมายถึงไหล่ที่วันนี้ใช้งานมาหนัก

            “ไม่ลุก” ทำหน้ายียวนใส่กล้อง

            “จีซูยา...” คราวนี้นัมจูฮยอกใช้น้ำเสียงอ่อนลง “ลุกไปกินยานะ ฉันขอร้อง ไม่งั้นพรุ่งนี้ไหล่นายจะเจ็บเอามากๆเลยนะ”

            “ขี้เกียจ”

            “จีซูยา...” พูดอีกครั้ง “ลุกนะ ไปหยิบยานิดเดียวเอง จะได้นอนสบายๆ ไม่ปวดไง” ส่งเสียงฮื้อฮืมในคอเหมือนกล่อมเด็กน้อยอยู่นิดหน่อย จีซูก็ทำปากคว่ำบ่นนั่นนี่เล็กน้อยแต่ก็ยอมลุกขึ้นจากเตียงจนได้

            “นายทำเหมือนฉันเป็นเด็ก” บ่นอีกระลอก

            “ไม่เด็กหรอก โตแล้ว นี่ไง กินยาเองได้ด้วย”

            “ย๊า! นัมจูฮยอก!” จีซูหรี่ตาใส่ แต่ก็ยกแก้วดื่มน้ำพร้อมกินยาให้อีกฝ่ายเห็นผ่านกล้อง “กินแล้วนะ เรื่องมากจริงๆเลยนายนี่ ทำตัวเหมือนพ่อฉันไปได้”

            “เข้านอนได้แล้วครับลูก” สำทับต่ออีกน่ะ

            “ฮึ่ย!” จีซูเดินกระแทกเท้ากลับไปนอนที่เตียง “พอผู้ชายสองคนมาวิดีโอคอลหากันแบบนี้มันขนลุกชะมัด

            “ไม่ชอบเหรอ” นัมจูฮยอกถาม

            จีซูเงียบลงเล็กน้อย ปรับองศาหมอนให้นอนหนุนสบาย “ก็ไม่นะ กับนายน่ะ”

            “เฉพาะกับฉันเหรอ...”

            “ไม่รู้สิ ก็ไม่เคยวิดีโอคอลหาใครคนไหนแบบนี้มาก่อน” ย่นคิ้วพยายามนึกย้อน

            “เย้...” หลุดปากอีกครั้งแล้วสำหรับวันนี้

            “เย้อะไร”

            “ฉันเย้เหรอ ตอนไหน ฟังผิดรึเปล่า”

            “ก็ได้ๆ...” จีซูว่าแล้วก็หาวฟอดใหญ่ “วันนี้เหนื่อยมากเลย ง่วงชะมัด”

            “อยากนอนแล้วเหรอ” น้ำเสียงผิดหวังจนปิดไม่มิด

            “จะหลับแล้ว...”

            “ก็ได้ๆ” จำต้องยอมแพ้ “นอนก็นอน”

            “นายก็นอนด้วย”

            “รู้แล้ว วางสายจากนายก็จะนอนแล้วล่ะ” นัมจูมองใบหน้าอีกฝ่ายที่จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่แล้วก็ขำ “อย่าทำวันนี้อีกนะเว้ย”

            “ทำอะไร...”

            “อยู่ๆก็หายไป ไม่อ่านข้อความ ไม่รับโทรศัพท์ไง ฉันตกใจแทบแย่”

            จีซูหัวเราะคิก “เป็นห่วงเหรอครับ”

            “ยังจะมีหน้ามาครับอีก”

            “เป็นห่วงเหรอ”

            นัมจูฮยอกสูดจมูกเล็กน้อย “ก็ใช่ไง...”

            “คึคึ” จีซูหัวเราะยิ้มตาหยี “ดีจัง”

            “นอนได้แล้วไป ไม่คุยแล้ว”

            “ปวดไหล่ชะมัดเลย” จีซูเอ่ยอีกรอบ “ฉันเกลียดถังแก๊ส”

            นัมจูฮยอกหัวเราะออกมา “ขอให้ฉากที่นายแบกมันจนไหล่เจ็บแบบนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนดูนะ...”

            “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ”

            “นอนได้แล้วเจ้าหมาปากห้อย ลืมตาไม่ขึ้นแล้วน่ะ”

            “ฉันไม่ได้ปากห้อยซะหน่อย เจ้าขี้เหร่ รีบนอนนะเว้ย” พูดจบแล้วก็ตัดสายไปเลยทันที ทำเอานัมจูฮยอกอ้าปากค้าง

            “เฮ้ย นี่จบบทสนทนาแบบนี้เลยเรอะ”

            ยัง...ยังอยากคุยต่ออีกนิดอยู่เลยนะ

 

            นัมจูฮยอกส่ายหัว พยายามสลัดการคิดมากออกไปและคิดว่าตัวเองควรจะพักผ่อนเสียที จนกระทั่งมีข้อความจากแอพแชทเด้งขึ้นนั่นล่ะ

 

            ลูกหมาปากห้อย received: นอนน้อยเดี๋ยวขี้เหร่ไปกว่าเดิมนะ

            ลูกหมาปากห้อย received: ราชาจีซูแจกความสดใสให้คืนนี้

            ลูกหมาปากห้อย received:

 

            

 

            ลูกหมาปากห้อย received: ส่วนอันนี้

            ลูกหมาปากห้อย received:


            

 

            ลูกหมาปากห้อย received: ถ่ายตอนส่งข้อความหานายวันนี้

            ลูกหมาปากห้อย received: ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ โจอือดะ

 

 

            นัมจูฮยอกนิ่งไปอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจพร้อมระบายยิ้มกว้าง สลับกับถอนหายใจ แล้วกลับมายิ้มอยู่แบบนั้น

            เขาคงมีสภาพคล้ายคนบ้าเข้าไปทุกทีแล้วล่ะตอนนี้

 

            โจอือดะ

            ชอบจังง่ะ

            โจอือดะ

            ดีจังง่ะ

           

            โจอือดะ

            โจอือดะ

            โจอือดะ

 

           

            คำพูดติดปากของเจ้าตัวที่ทั้งชอบส่งและชอบพูดอยู่บ่อยๆ จนหลังๆเขาก็ชักติดไปด้วย ตอนนี้มันทำให้เขาร้อนผ่าวบนใบหน้าไปแล้ว ให้ตายเถอะ เจ้าเพื่อนคนนี้ชักจะน่ากลัวต่อเขาขึ้นไปทุกที

            รู้มั้ยว่าทำให้เขาควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้ยากขึ้นเรื่อยๆ จะเก็บอาการกลั้นยิ้ม กลั้นขำ กลั้นหัวเราะก็แทบจะไม่ได้แล้ว จะทำยังไงดีล่ะทีนี้ ต่อไปคงจะเป็นเรื่องยากมากแน่ๆ

 

            ก็เพราะ...เขาเองก็โจอือดะไง

 

            เฮ้อ...นัมจูฮยอก เจ้าเพื่อนคนนี้มันร้ายจริงๆนะว่ามั้ย







- - - - - - - - - - - - - - - - -


. //// .)/ ไฮ เจอกันที่ #นัมจูชวนจีซูเล่นกับไฟ

ตอนนี้ยาวมาก ไม่อยากตัดจบเลยค่ะ ; ////;) อยากอัดความน่ารักไว้ทั้งตอน

สกรีมบนแท็กเยอะๆน้า ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่า


เอารูปตอนจีซูแบกถังแก๊สมาฝาก สาวๆกรี๊ดกันแบบที่นัมจูพูดไว้มั้ยน้อ



ปล. ถ้าคอมเม้นท์ในเด็กดีนี่ เราจะไปตอบต่อท้ายทุกอันเลยน้า มาคุยกันได้จ่้า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #162 Kedkiki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 13:35
    อยากให้มาต่อจังเลยยยยยย
    #162
    0
  2. #143 pinkshoes (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 17:36
    น่ารักเวอร์ งื้อออออ จูฮยอกเอ๋ย ห่วงเขาก็บอกเร็วเนอะ 5555
    #143
    0
  3. #107 มันคุง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 22:24
    น่ารักมากเลย>///<
    #107
    0
  4. #56 Ann ll nnA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 09:24
    เราเขินตามมม
    #56
    0
  5. #43 `arleszx03° (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 22:26
    #ตะกุยฝาผนังบ้านวนไป ดีงาม นี่จะกรี้ดก็ไม่ได้ อยู่ในที่สาธารณะ ไม่รู้จะกัดจะจิกอะไรแล้วฮือ =/////////=
    #43
    0
  6. #30 Wuyeol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 11:19
    ขอมอบแท็กนี้ให้นัมจู #ชอบเขามาก 55555 ดูจะอยากเห็นเขาตลอดเวลาเลยนะนัมจู เขินง่ะ
    #30
    0
  7. #23 TeB_B (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 11:44
    ละมุนไปแล้วคู่นี้ หงึ?? เจ้าลูกหมาก็น่ารักน่าฟัดละเกิน นัมจูนี่ก็ติดพี่เขาม๊ากกกกกกกมาก ฟหก่าเด่ดนเทดสพทดนกทพาดาดืเสเทดทพนอดทกทกดาดท เขินค่ะ เขิ๊นนนน ฮือ
    ปล.เพิ่งเห็นว่าสีเขียวด้วยล่ะ?
    #23
    0
  8. #20 Luciferเฟ่อร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 21:08
    ฮือออ ทำไมดูเรียล ไม่ไหวแล้วววว //ตะกุยผนัง
    #20
    0
  9. #16 eighteddy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 14:41
    ละมุนจนแก้มฉีก หยุดไม่อยู่จริงๆค่ะ เขินเเทนจน แบบ หาอะไรข้างตัวมาบิดได้คงพงเเน่ๆ ตอนนี้ อัดความน่ารักมาเต็มที่จนอดยิ้มตามไม่ได้เลย  แบบ ผู้ชายวิดิโอคอลกันนี่ มันช่างน่ารัก อื้อออ ไม่ต้องมีอะไรเยอะเเยะ เป็นความห่วงใยของเพื่อนจริงๆอ่ะ มัน Bromance มากๆ อ่านตอนสอนนั่งยิ้มเหมือนคนบ้า ฮ่าๆ รู้เเล้วล่ะค่ะ ทำไมถึงชื่อ #นัมจูชวนจีซูเล่นกับไฟ เพราะว่า ถังแก๊สของจีซูไง แก๊สไม่ระเบิดหรอก แต่แก้มเราอ่ะระเบิดไปหมดล้าว โอ้ยยย รักจังค่ะ รักนัมจุ รักจีซู รักไรเตอร์ที่ เขียนมันออกมา มีความสุขมากๆ อิอิ
    #ท่านัมจูเขินเขินนี่มันใช่มากๆ ใช่มากๆ
    #16
    0
  10. #15 xantho (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 22:18
    อ่านตอนนี้แล้วเหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งขนมหวานที่ชอบเลยค่ะ มีความสุขมากกก แบบมากๆจริงๆ เฟรนด์ชงเฟรนด์ชิปอะไรกันพวกเธอสองคน เราให้ได้แค่ชงกับชิปเท่านั้นแหละ! ฟหกด่าสว น่ารักมาก น็อคเอาท์ตั้งแต่รู้ว่าเขาเท็กซ์หากันบ่อยๆ ไม่ต้องไปถึงส่งรูปเลยค่ะ แง5555 ชอบที่บอกว่าถ้าไม่นับเวลางานก็เหมือนเราคุยกันทั้งวัน ฮือ เขินมากๆ เราเข้าใจเลยว่าทำไมนัมจูถึงเดินวนไปมารอบๆห้อง ความรู้สึกกระวนกระวายเวลารอให้ใครสักคนตอบข้อความโดยเฉพาะคนที่เรารู้สึกว่าเขาพิเศษนี่ทำให้เรานั่งไม่ติดจริงๆ ไม่ต้องกังวลนะนัมจู จีซู การแบกถังแก๊สของนายมันคุ้มค่าจริงๆ เพราะจนถึงวันนี้เราก็ยังเรียกเขาว่าเด็กส่งแก๊สอยู่เลยค่ะ ฮอล เราขอโทษorz ตอนที่วิดีโอคอลนี่มีความคู่รักถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ จนกระทั่งบรรทัดสุดท้ายเราก็ยังหยุดมุมปากของตัวเองให้ไม่ยกขึ้นไม่ได้ ดีงามจริงๆค่ะ แง;-;
    #15
    0
  11. #11 _nnnnumx_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 20:26
    ฮืออออน่ารักกกกทำไมถึงได้น่ารักกันขนาดเน้!!!! นี้เห็นอัพปุ้ปทิ้งหนังสือเลยต้ะ เข้ามาอ่านแล้วทำให้สมองปลอดโปร่งมากๆเลยยยฮือออลูกหมาปากห้อยกับนายขี้เหร่ เขินนนนนน
    #11
    0
  12. #10 BenBen_SK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 06:06
    ตายค่ะ ตอนอ่านนี่อะไรอยู่ใกล้มือไม่ได้เลย ขาดหมด55
    #10
    1
    • #10-1 สวนจีน(จากตอนที่ 2)
      27 กันยายน 2559 / 06:07
      ; ////;) ขอบคุณมากจริงๆค่า มามะ มาลงเรือด้วยกัน
      #10-1
  13. #9 DEVIL WING (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 00:44
    สัมผัสดาเมจรุนแรงแบบที่นัมจูโดนได้เลยยยย ฮือ รุนแรงมาก ลูกหมาน่ารักเหลือเกินนนนน อ่านไปนี่อยากวิ่งไปข่วนผนัง จะไม่ทนค่ะ จะไม่ทนน ฮอลล
    #9
    1
    • #9-1 สวนจีน(จากตอนที่ 2)
      27 กันยายน 2559 / 09:13
      อิจฉาเจ้าขี้เหร่มากๆเลยค่ะ ; ///;)
      #9-1
  14. #7 mildliam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 21:55
    นัมจูนายน็อคเอ้าเราก็น็อคเอ้าด้วยค่ะฮรือออออออลูกหมาน่ารักที่สุดเป็นนัมจูจะไปแค่วิ่งรอบห้องจะชักดิ้นชักงอให้กับความน่ารักนี้ บ้าเอ้ยนี่เราหยุดยิ้มไม่ได้ บ้าจริง ฮรือออตายกันไปเป็นแทบๆกับความน่ารักนี้
    #7
    1
    • #7-1 สวนจีน(จากตอนที่ 2)
      26 กันยายน 2559 / 22:13
      เราอ่านทวนเป็นสิบรอบแล้วค่ะ ไม่ทนจริงๆกับความน่ารักนี้ แงงงงง ; ////;)
      #7-1