EXO :: R e i n c a r n a t i o n

ตอนที่ 2 : Scene I: monogamy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 พ.ย. 58







(แนะนำให้เปิด
ดนตรีประกอบ)







REINCARNATION

Scene I: monogamy




 





 

            ‘กริ๊ง...กริ๊ง......

 

            เสียงกระดิ่งกระทบกันดังไปทั่วจนทำให้ชายหนุ่มต้องค่อยๆเผยอเปลือกตาขึ้นเรื่อยๆ หว่างคิ้วย่นเข้าหากันคล้ายคนยังไม่ตื่นจากนิทราดีนัก ใบหูยังคงเปิดรับเสียงอันไม่คุ้นเคยนั้น

            หากแต่สัมผัสอันแปลกประหลาดจากฝ่ามือกลับทำให้เขาฉงนใจเป็นที่สุด...มันควรจะเป็นสัมผัสของสาบผ้าปูที่นอนของเขา

            แต่นี่ไม่ใช่...

            มันคือผืนหญ้าเขียวชะอุ่ม แถมยังเริ่มเปียกน้ำค้างหน่อยๆ หญ้าอะไรกันจะมาอยู่ในห้องนอนของเขา ชายหนุ่มเอ่ยถามตัวเองเบาๆ ก่อนที่สายตาจะกวาดไปทั่ว

            ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเขานั้นเป็นลานกว้างที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย กลิ่นดินและกลิ่นอายฝนเจือน้ำค้างทำให้เขาตระหนกใจยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

            เขาอยู่ที่ไหนกันแน่?

 

            กริ๊ง...กริ๊ง.......

 

            เสียงกระดิ่งที่กระทบกันหลายเสียงจนน่าจะเป็นเสียงกระพรวนซะมากกว่าดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มคนนี้ได้อีกครั้ง เขาค่อยๆลุกขึ้นยืนพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาท้องฟ้าสีดำอมน้ำเงินซึ่งมีแสงนวลตาของพระจันทร์เต็มดวงลอยคว้างอยู่บนนั้น

            สายลมแผ่วเบาค่อยๆพัดแรงขึ้นเรื่อยๆคล้ายจะทำหน้าที่เข็มทิศให้เขาออกเดินไปตามแนวที่ลมพัดไป

            เขาออกเดินช้าๆเพียงเพราะไม่คุ้นชินกับสถานที่เลยแม้แต่น้อย จริงอยู่ว่าเขาอาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจนชิน แต่สภาพแวดล้อมแบบนี้กลับไม่คุ้นตาเขาเลยสักนิด

            หากแต่ความรู้สึกในใจส่วนลึก...เขากลับคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

            เขาออกเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว คล้ายดั่งว่าสายลมเมื่อครู่จะพัดพาต้นเสียงของใครสักคนมาด้วยในคราวนี้

            และเสียงนั่นก็ทำให้เขาต้องสั่นสะท้านไปทั่วร่าง

 

 


คืนเดือนเพ็ญ เย็นอิงแอบ แนบสวาท

จำต้องขาด พรากรัก หักใจหาญ

ดวงใจนี้ มิอาจลับ ดับวันวาน

อยู่เหนือกาล ผ่านภพ ไม่เสื่อมคลาย

 

รัชนีกร วอนสดับ รับคำข้า

โปรดนำพา นางกลับ ก่อนเกินสาย

ให้ได้ครอง คู่แท้ เร้นความตาย

แม้นสิ้นกาย จิตผูก อยู่ต่อเอย

(*)

 


 

            “นั่นใครครับ...” เขาตัดสินใจเอ่ยถามออกไป หวังว่าจะได้พบกับใครสักคนที่จะตอบคำถามและไข้ข้อสงสัยทั้งหมดในตอนนี้ของเขาได้

            แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาเป็นเพียงสายลมเอื่อยที่พัดมาปะทะร่างของเขาอีกครั้ง เพื่อให้เขาขยับขาก้าวเดินไปตามทางหินที่เรียงรายกันไว้คล้ายถนนแคบๆเส้นยาว

            เขาเดินต่อมาไม่นานก็พบกับต้นตอของเสียงกระพรวนนี้จนได้ ชายหนุ่มยืนอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่งพร้อมกับสายตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า

            ต้นไม้ขนาดใหญ่...ใหญ่ขนาดที่ว่าต้องใช้อยู่ชายร่างกำยำเกินสิบคนแน่ๆจึงจะโอบรอบลำต้นได้หมด แถมกิ่งก้านของมันยังแผ่ออกไปจนอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าคือลำต้นของต้นไม้ต้นอื่นไปเสียแล้ว

            ความเขียวขจีของแต่ละใบนั้นยิ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ามันยังคงยืนหยัดผ่านการเวลามาได้นานจนน่าประหลาดใจ

            ชายหนุ่มคนเดิมเลื่อนสายตากลับมามองยังหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าต้นไม้นี้ โดยที่ความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้ยืนห่างอะไรออกไปไกลจากเขามากนัก แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับรู้การมีตัวตนอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย

            เขาจ้องมองชุดที่เธอสวมอยู่อย่างไม่คุ้นตา มันเป็นชุดประจำชาติของเกาหลี แต่ก็ไม่ใช่ตามสมัยนิยมอย่างที่เขาเห็นในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ เฉดสีและลวดลายของผ้าทำให้เขานึกถึงประเทศจีนซึ่งเป็นแหล่งผ้าไหมทออันขึ้นชื่อ

            เขาเห็นเพียงเบื้องหลังของเธอเท่านั้น แต่คิดว่าจากลักษณะการทำผม เสื้อผ้าที่สวมใส่ และผิวพรรณที่พอจะโผล่พ้นออกมาให้เห็นนั้น คงจะต้องเป็นผู้มีฐานะมากแน่ๆ

            เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์บนท้องฟ้าอีกครั้ง นึกฉงนใจว่าตนกำลังเข้ามาวิ่งเล่นในความฝันอยู่รึเปล่า แต่เท่าที่เขาคำนวณไปเมื่อต้นเดือน เทียบจากปริมาณงานที่เขาต้องทำ และความเครียดสะสมที่เขามีในช่วงนี้แล้ว โอกาสที่เขาจะฝันมีไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นเท่านั้นนี่นา

            แล้วทำไมเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่กันล่ะ

            มันควรจะเป็นความฝัน หรือไม่ก็เพราะรายการโทรทัศน์ที่เขาชอบเปิดให้บ้านไม่เงียบจนเกินไปตอนที่เขาทำความสะอาดแน่ๆที่ฝังจินตนาการแปลกๆมาใส่ในหัวเขาแบบนี้

           

            โอเซนา.....

 

            เสียงเดินกลับที่ได้ยินเมื่อครู่ดังขึ้นให้เขาได้รู้สึกตัวแล้วรีบเบนสายตากลับมามองยังตำแหน่งที่หญิงสาวยืนอยู่ทันที เพียงแต่ตอนนี้เธอไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

            ร่างบอบบางของเธอถูกบดบังด้วยอ้อมกอดจากด้านหลังของชายหนุ่มรูปร่างล่ำสันมีมัดกล้ามสมชายชาตรีในชุดที่แปลกตาซะยิ่งกว่าฝ่ายผู้หญิงเสียอีก

            ชายหนุ่มพลัดถิ่นเริ่มรู้สึกกังวลกับสิ่งที่ตนกำลังเห็นตรงหน้า นี่เขากำลังทำบ้าอะไรกับกลไกสมองตัวเองอยู่นะ ทำไมตัวละครที่เขาฝันถึงจึงได้โผล่ขึ้นมาเองตามใจชอบแบบนี้ ถ้าหากเป็นแบบนี้แล้วเขาควรจะใช้สูตรเลขคณิตอันไหนคำนวณดูว่าอีกกี่นาทีเขาจึงจะตื่นจากโลกสมมติอันนี้กันล่ะ

            เขาไม่อาจจะได้ยินเสียงขานตอบของหญิงสาวได้อีกแล้ว หากเพียงแต่ครู่ต่อมาทั้งสองก็ตัดสินใจประคองกันเดินไปหยุดแล้วนั่งลงคุกเข่าต่อหน้าโคนของต้นไม้ใหญ่ที่ว่านี้

            เขายังคงเห็นเพียงด้านหลังของคนทั้งคู่เท่านั้น

            เริ่มจากที่ฝ่ายช่ายหยิบกริชชิ้นหนึ่งออกมาจากซอกด้านในของเสื้อ จากนั้นจึงใช้มันกรีดที่ปลายนิ้วนางข้างซ้ายของตนเบาๆ ปล่อยให้หยดเลือดนั้นไหลรินรดลงบนพื้นหญ้าต่อหน้าต้นไม้มหึมาต้นนี้

            จากนั้นสักพักเซฮุนก็ต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าหญิงสาวก็ทำตามเช่นนั้นเหมือนกัน

            “ทำไมเหมือนพิธีบูชายันอะไรสักอย่างเลย” เขาพูดด้วยอารมณ์ตะขิดตะขวงในใจ แน่ล่ะ เป็นเพราะเขาไม่ใช่คนที่เชื่อในศาสนาอะไรสักอย่าง ดังนั้นเรื่องแนวมนต์ดำไสยศาสตร์แบบนี้จึงไม่ดึงดูดความสนใจของเขาได้มากนัก

            สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มจำต้องเงียบลงคือสิ่งที่ประกาศกร้าวดังต่อไป

            “ข้า!...............เป็นแม่ทัพหน้าแห่งราชวงศ์........”

            เซฮุนหายใจเต้นแรงถึงแม้ว่าสายลมที่เริ่มพัดแรงขึ้นจะทำให้เขาได้ยินชื่ออีกฝ่ายไม่ชัดเจนก็ตามเถอะ

            เสียงอ่อนหวานดังขึ้นบ้าง “ข้า โอเซนา บุตรีแห่ง......”

            เสียงลมพัดแรงหวีดขึ้นจนชายหนุ่มผู้แอบฟังอยู่ไม่ห่างไปนักชักเริ่มฟังไม่ได้ศัพท์

 

            “เราขอสาบานว่าจะขอเป็นคู่แท้กันทุกภพทุกชาติไป อย่าได้มีอะไรมาพรากพวกเราออกจากกันได้แม้แต่ความตาย ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน ข้าก็รักจะและดูแลนางตลอดไป”

 

            สิ้นเสียงเข้มแข็งนั้นแล้ว หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้นบ้าง

 

            “หากแม้นเลือกเกิดเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง ข้าก็ยังจะรักเขา หากแม้นต้องเกิดเป็นสัตว์ต้อยต่ำ ข้าก็ยังจะรักเขา ความรักที่ข้ามี เหมือนดวงตะวันอยู่คู่กับจันทรา เหมือนดาราที่ไม่เคยลับไปจากท้องฟ้าได้นาน”

 

            ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังต้นไม้รู้สึกได้ถึงลมที่พัดอยู่รอบๆกายนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงลมพัดหวือจนเขาต้องเงี่ยหูฟังบทสนทนาของทั้งคู่ให้มากขึ้น

 

            “หากแม้นมีใครคนใดในเราสองผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าดินเป็นพยาน ขอให้ข้าหรือนางมีอันเป็นไป หากความรักนี้มีใครคิดทรยศ ขอให้ต้องเจอแต่ความทุกข์ทนและทรมาน...”

 

           

            เมื่อจบแล้วทั้งคู่ก็เลื่อนใบหน้าเข้าหากกันคล้ายกับจุมพิตสาบาน เขาพยายามจะเดินเข้าไปใกล้ทั้งคู่ให้มากขึ้น แต่ก็ไม่มีจุดไหนที่จะพรางตัวได้เท่าตรงนี้อีกแล้ว

 

            “ข้ามีของขวัญอะไรจะให้เจ้า...” ชายหนุ่มร่างแข็งแรงคนนั้นยื่นบางอย่างต่อหน้าหญิงสาว

            “กระจก..” เธอทวนคำเบาๆให้กับเขา “แต่เจ้าก็รู้ว่าการให้กระจกกันนั้นถือเป็นลางไม่ดีนี่นา...” น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความกังวล

            ชายหนุ่มพ่นเสียงในลำคอ “ข้าไม่เชื่อไอ้คำบอกต่องี่เง่าทั้งหลายนั้นหรอกนะ ข้าคิดเสมอว่ามนุษย์มีสิทธิ์เลือกชะตาชีวิตตัวเองได้”

 

 

คำพูดแข็งกร้าวนั้นเหมือนคมมีดที่บีบหัวใจชายหนุ่มอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาจำต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตนแน่น

            จนกระทั่งลมพัดแรงจนคล้ายกับพายุลูกย่อมๆ พัดเสียจนเขามองไม่เห็นสรรพสิ่งรอบตัว ได้แต่ยกมือขึ้นมาป้องหน้าไม่ให้ผืนลมดินสีน้ำตาลนั้นทำอะไรดวงตาตนได้

            และเมื่อความรุนแรงนั้นจบลง เขาก็ต้องฉงนใจอีกครั้งเมื่อสภาพแวดล้อมตอนนี้เปลี่ยนไปอีกครั้ง

 


            เขากำลังยืนอยู่บนพื้นที่เขียวขจีเช่นเดิม หากแต่คราวนี้กลายเป็นเวลากลางวัน! แสงแดดอ่อนๆของดวงอาทิตย์ที่ไม่ได้ส่องตรงหัวมากนัก กับสายลมโชยอ่อนนำพาเอากลิ่นหอมของดอกไม้เต็มทุ่งนี้มาปะทะกับจมูกของเขา

            มันหอมเสียจนเขาเคลิ้บเคลิ้มไปเลย เป็นกลิ่นที่ห้องปฏิบัติการของเขาคงไม่มีทางสังเคราะห์กลิ่นยวลใจขนาดนี้ขึ้นมาได้แน่ๆ

            ที่นี่คือที่ไหนกันแน่?

            เสียงหัวเราะคิกคักทำให้เขาต้องหันไปมอง ก่อนจะได้เจอกับชายหญิงทั้งสองนั้นอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มต้องกระพริบตาถี่ๆปรับวิสัยทัศน์ของตัวเองเพราะแม้ว่าเขาจะพยายามเงยหน้ามอง เขาก็เห็นทั้งคู่เพียงถึงปลายคางเท่านั้น ไม่อาจจะเห็นใบหน้าของทั้งคู่ได้เลย แม้จะขยับตัวไปอีกทาง ก็เหมือนตนเองกำลังถูกการควบคุมจอภาพของใครสั่งคนบดบังอยู่

            ตอนนี้เขายืนอยู่ไม่ห่างจากทั้งคู่เลย แต่ก็เหมือนทั้งสองคนจะไม่รับรู้การยืนอยู่ของเขาสักนิด ยังคงหยอกล้อกันและกันท่ามกลางอากาศที่ดีแบบนี้

            “เจ้าจะยอมข้าได้หรือยัง...ยอดรัก....” เสียงชายหนุ่มคนนั้นเต็มไปด้วยความวาบหวาม ก่อนจะเอนตัวหญิงสาวในนอนลงท่ามกลางทุ่มหญ้าที่กึ่งจะกลายเป็นเตียงดอกไม้สำหรับคนทั้งคู่ไปแล้วตอนนี้

            ชายหนุ่มพลัดถิ่นหายใจหอบแรงเมื่อเพียงครู่ต่อมาเขาก็ได้เห็นว่าหญิงสาวเสียงอ่อนหวานคนนี้ค่อยๆถูกปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทีละชิ้นๆเรื่อยๆ

            “โอเซนา...” เสียงเรียกชื่อดังขึ้นจนเขาเกือบจะเผลอขานตอบเพราะคิดว่าเรียกตนเสียแล้ว “ให้ข้าได้เชยชมความงามนี้ของเจ้าเสียทีเถิด”

            สายตาของชายผู้ตระหนกหวีดร้องออกมาอย่างไร้เสียงเมื่อคราวนี้ที่เขาเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าหญิงสาว มันไม่ถูกบดบังจากอะไรอีกแล้ว

           

            แต่ทว่ามันกลับเป็นใบหน้าของเขาเอง!!!

            ไม่สิ เธอผมยาว เธอ...แต่เธอมีใบหน้าเช่นเดียวกับเขา

 

            สองขาของหญิงสาวถูกชันขึ้นจนความงดงามระหว่างขานั้นเปิดให้โลกได้เชยชม ใบหน้าแห่งความเขินอายจนผิวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อไปทั่วตัว กลับไม่คลายความกังวลให้กับชายหนุ่มที่หน้าเหมือนเลยสักนิด

            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

            แต่แล้วเขาก็ต้องร้องออกมา “โอ๊ย!” ก่อนจะทรุดลงไปนั่งกับกองพื้นหญ้าและกองดอกไม้

            เมื่อชายหนุ่มร่างโตคนนั้นค่อยๆสอดใส่นิ้วเรียวยาวเข้าไปในร่างอันอ่อนนุ่มของหญิงสาว

            เขากลับต้องมากุมท้องน้อยและพื้นที่ต่ำกว่านั้นของตนบ้าง มันเกิดความรู้สึกแปลกๆ ยิ่งอีกฝ่ายขยับนิ้วมือเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสั่นสะท้านไปทั่วร่างพร้อมๆกัน

            “ยะ..หยุด....” เขาพูดด้วยเสียงกระเส่า มันเป็นความกระสันที่เกิดขึ้นอยู่ภายใต้ท้องน้อยเขาของ มันไม่ได้เกิดขึ้นที่ความตื่นตัวของแก่นกายอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อภายใต้ร่างกายเขาส่วนนี้ก็น่าจะเป็นกระเพาะปัสสาวะ ไม่ใช่มดลูกเฉกเช่นร่างกายของผู้หญิง

            “เฮือก...” เขาสะดุ้งอีกครั้งเมื่อภาพตรงหน้าคือหญิงสาวกำลังถูกหยอกล้อยอดอกอย่างเอาแต่ใจด้วยริมฝีปากของชายหนุ่ม หากแต่เขาเองกลับรู้สึกร่วมไปด้วย หน้าอกใต้ชุดนอนนี้ของเขามันเจ็บตึงจนเขาต้องยกมือขึ้นมากดมันเอาไว้

            เขาจำต้องผงะถอยหลังไปอีกหลายก้าวก่อนที่จะล้มลงบนพื้นหญ้าเมื่อทั้งคู่เข้าถึงจุดที่สอดใส่แก่นกายเข้าร่างอันงดงามของเธอ เขานอนแผ่ด้วยความเจ็บปวดเหมือนร่างกายถูกแยกออกเป็นสองส่วน ร่างกายส่วนล่างรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่เคลื่อนเข้าออก แต่มันก็ว่างเปล่า

            เขาหวีดร้องขั้นสุดพร้อมๆกับสายลมที่พัดแรงขึ้นรอบๆตัวจนมองไม่เห็นทุกอย่างอีกครั้ง

 

 

            “ไม่!!” เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกรอบก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในถ้ำมืดๆแห่งหนึ่งที่มีแสงสว่างมาจากคบไฟที่ห้อยอยู่ตามจุดต่างๆเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เขาตระหนกยิ่งกว่าก็คืนร่างของหญิงสาวคนเดิม แต่ตอนนี้เธอกลับนอนเปลือยเปล่าอยู่บนแท่นหินกว้างนั้นต่างหาก

            หน้าท้องของเธอนูนขึ้นมาราวกับหญิงตั้งครรภ์ได้หกถึงเจ็ดเดือน ใบหน้าสวยแต่คล้ายคลึงกับเขามากนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา

            ชายหนุ่มคนเดิมที่เขาจำได้ค่อยๆเคลื่อนตัวมาลูบหน้าท้องนูนของเธอแผ่นๆ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดแบบข่มอารมณ์เอาไว้ ลิ้นยาวเลียตั้งแต่ท้องน้อยลากขึ้นไปตามความโค้งนู้นจนหยุดอยู่ที่สะดือขาว

            หญิงสาวถูกจับให้นอนชันขาขึ้น ส่วนสองแขนนั้นถูกมัดไว้เหนือหัว มีเพียงเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากปากเท่านั้น

            ชายหนุ่มเสียงแข็งนั้นค่อยๆใช้สองมือลูบหน้าท้องเธอเบาๆ “ถ้ามันเป็นลูกข้าก็คงจะดีสินะ เจ้าว่ามั้ย โอเซนา...”

            ก่อนที่เหตุการณ์จะรวดเร็วจนตัวเขาที่เฝ้ามองต้องร้องลั่นออกมา “ไม่!! อย่า!!!

            เพราะชายหนุ่มคนที่ว่าจับเข่าสองข้างของหญิงสาวไว้แน่นแล้วเคลื่อนแก่นกายแข็งตึงเข้าสู่ร่างของเธอทันที

            และแน่นอนว่าเขาก็เจ็บท้องน้อยร่วมตามไปด้วย แต่สิ่งที่น่าสงสารคือเสียงร้องอันน่าเวทนาของหญิงสาวคนนี้ต่างหาก

            “หยุดเดี๋ยวนี้!!!” เขาหวีดร้องจนสุดเสียง แต่ก็เหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ได้ยิน

            มีเพียงร่างของหญิงสาวเท่านั้นที่หันมาสบตากับเขา ก่อนที่หยาดน้ำตาหนึ่งจะไหลริน

            เขารู้สึกราวกับว่ากำลังจ้องมองตัวเอง


            พรึ่บ!!

 

            เพียงกระพริบตาครั้งเดียว เขาก็ได้รู้แล้วว่าความหวาดกลัวที่สุดในชีวิตเป็นอย่างไร เขา...กลายเป็นเธอ! ไม่สิ!! เขาอยู่ในร่างเธอ!

            เขานอนอยู่บนแท่นหิน ข้อมือถูกมัด ร่างกายด้านล่างถูกล่วงล้ำอย่างไร้ความเมตตา พยายามก้มหน้าจนคางชิดอกก็เห็นเพียงหน้าท้องที่นูนใหญ่เท่านั้น บดบังใบหน้าของคนตรงหน้า

            เบิกตากว้างด้วยความตระหนก ความแสบ ความปวดหน่วง และความรู้สึกแปลกอีกมากมายปะทุอยู่ในร่างกายของเขาตอนนี้

            น้ำตาไหลออกมาอย่างไร้การควบคุม รู้เพียงแต่ว่านี่มันชักจะเกินเลยความฝันที่เกิดขึ้นจากจินตนาการไปมากแล้ว เขาควรจะต้องรีบตื่นขึ้นสักที


            “ทำไมกัน..ทำไม โอเซนา ทำไมถึงได้ทรยศความรักของข้า!!!

 



 

            เสียงคำรามนั้นก่อให้เกิดพายุลมลูกเดิมอีกครั้ง และคราวนี้เขาก็ไม่กล้าคาดคะเนล่วงหน้าก่อนเลยว่าตัวเองจะไปโผล่อยู่ที่ไหนอีก

 

            กริ๊ง.....

 

            เสียงแหลมคราวนี้ไม่ใช่เสียงของกระพรวนอีกแล้ว หากแต่เป็นเสียงโซ่ เขากระพริบตาถี่พร้อมกับอาการรู้สึกชาที่ข้อมือ หากแต่นั่นยังไม่เจ็บเท่าความปวดที่เกิดขึ้นตรงหน้าท้องน้อยและหว่างขา

            เขากลั้นใจก้มมองไปยังร่างกายเบื้องล่างของตัวเอง

            หน้าท้องที่นูนใหญ่กว่าเมื่อครู่อยู่มาก คล้ายบอลลมที่พร้อมจะระเบิดอากาศออกมา แต่นี่มันไม่ใช่...เพราะเขารู้สึกได้ถึงแรงเคลื่อนไหวไปมาภายในนั้น

            พอพอกันที!

            เขาสะบัดหน้าไปมา ก่อนจะตระหนกที่เห็นปอยผมยาวสะบัดตามไปมาด้วย นี่มันไม่ใช่ร่างกายของเขา เขาเป็นผู้ชาย ไม่ใช่สตรีเพศแบบนี้

            “โอ๊ยยย!!” เขาหวีดร้องจนสุดเสียงเมื่อรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในท้องของตน มันปวดคล้ายถูกบีบรัดอย่างแรง จนกระทั่งที่ต้นขาของเขารู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นและกลิ่นคาว

 

            น้ำคร่ำแตก!

 

            เขาพยายามหายใจเข้าออกอย่างตระหนก เขาเคยผ่านวิชาสุขศึกษามาบ้าง แต่รายละเอียดลงลึกขนาดนี้เขาเองก็ไม่เคยศึกษามาก่อน แล้วตอนนี้เขาควรจะทำยังไงดี

            เหงื่อกาฬจำนวนมากไหลย้อยลงมาตามใบหน้าของเขา ชุดที่จะปกปิดร่างกายตอนนี้ก็ไม่มี หนำซ้ำเขายังถูกโซ่ตรวนล่ามไว้กับผนังถน้ำเหนือหัวนี้อีก

            นั่งอยู่บนพื้นดินหยาบๆแบบนี้มันไม่ใช่สถานที่ๆผู้หญิงคนหนึ่งเหมาะสมจะใช้มันคลอดลูกเลยเสียด้วยซ้ำ

            ว่ายังไงนะ...คลอดลูกงั้นหรอ

            ไม่! มันต้องไม่ใช่ตัวเขาแน่ๆ!!

 

            เสียงกร้าวของคนใจอำมหิตแผดกร้าวขึ้นอีกครั้งแม้ว่าเขาจะไม่เห็นแม้แต่เงาของคนพูดเลยก็ตาม

 

            “ลูกเจ้าไม่สมควรจะเกิด!! จงให้มันตายซะ!!! ตายให้สมกับที่มันไม่ยอมมาเกิดเป็นลูกของข้า!!!!!

 

            เขาเบิกตากว้างพร้อมตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ จิตใจจะต้องทำด้วยอะไรนะ จึงได้เอ่ยคำโหดเหี้ยมออกมาขนาดนี้ เขาพยายามข่มความเจ็บปวด มองหาว่าคนพูดอยู่ที่ไหน

            หากแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง

            รับรู้ได้เพียงแต่ว่ามีบางอย่างจะปะทุออกจากร่างของตน เหงื่อไหลชื้นตามเรือนผม ก้มมองหน้าท้องของตนด้วยความกลัวสุดขีด

            ไม่! ไม่...มันจะต้องแย่แน่ๆ...ได้โปรดล่ะ

 

            ความเจ็บปวดซะยิ่งกว่าที่เคยได้รับมาทั้งชีวิต คล้ายกับความรู้สึกถูกฟ้าฝ่าร่างจนขาดเป็นเสี่ยงๆ ตรงระหว่างขาของเขานั้นมันปวดคล้ายร่างกายถูกบดกระดูกรวมเข้าหากัน

            เลือดกองจำนวนมากไหลย้อนออกมา ก่อนที่เขาจะต้องหวีดร้องจนสุดลำคออีกครั้งเมื่อศีรษะทารกโผล่ออกมาจากระหว่างขาของเขา!

 

            “ม่ายยยยยยยยยยยยย!!!!!!

 

 

 

            “เฮือกก!!!!!!” ชายหนุ่มผลุดเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง เหงื่อไหลท่วมร่างกายท่ามกลางห้องนอนที่มืดสนิท เสียงลมหายใจยังคงหอบสะท้านด้วยความกลัว

            เขาเอื้อมมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเอง ไฟห้องนอนยังคงสว่างจ้า รีบจ้องมองไปทั่วร่างกายของตนที่ยังคงสวมชุดนอนนั่งอยู่กึ่งกลางของเตียงขนาดคิงส์ไซส์

            มืออันสั่นเทาค่อยๆถูกยกขึ้นมาพิจารณาคล้ายคนยังไม่ได้สติ ก่อนจะวางมันลงบนหน้าท้องของตัวเอง หายใจเข้าออกลึกๆด้วยความหวาดผวา กดฝ่ามือลึกลงช้าๆที่ละมุมจนทั่ว

            ไม่...

            ไม่มีอะไร...

 

            ตึก!!’

 

            แรงขยับอันหนักหน่วงจนฝ่ามือเขาสัมผัสได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเสียจนเขาต้องผงะถอยหลังร่นไปนั่งชิดหัวเตียง หวีดเสียงร้องขึ้นมา “เฮ้ย!!

            ขาสั่นเทา อันนี้จริงต้องเรียกว่าสั่นไปทั้งร่างกาย ดวงตาเบิกกว้างเมื่อหว่างขาของตนนั้นมีเลือดสีแดงฉานทะลักออกมา!!!

            มันซึมทั้งกางเกงนอนและผ้าปูเตียงสีดำสนิทเป็นวงกว้าง

            ชายหนุ่มยกสองมือขึ้นมาขยี้ผมตัวเองอย่างแรง หลับตาก้มหน้าคางชิดอกตะโกนร้องคล้ายจะเสียสติ

 

            “ม่ายยยยยยยยยยย!!!!

 

           

            “เฮือก!!!!!” เขาผลุดลุกขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับฝันที่ซ้อนเข้ากับความฝันระลอกแล้วระลอกเล่า คราวนี้เขายังอยู่บนที่นอนตัวเองเหมือนเดิมเพียงแต่ไฟในห้องดับสนิท ดังนั้นจึงรีบเอื้อมมือไปตบสวิชต์ไฟให้สว่างจ้าทั่วห้องทันที

            เขาเอาฝ่ามือกดหน้าท้องอย่างแรงจนคล้ายกับว่ากำลังชกตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น

            เมื่อไม่เห็นว่ามีสัมผัสแปลกประหลาดอะไรจึงได้แต่ยกมือขึ้นเสยผมตัวเองลวกๆ มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นแสงสีทองลอดรำไรเข้ามาแล้ว นี่ก็เป็นเวลาเกือบจะหกโมงเช้าแล้วนี่นา

            “ฝันบ้าอะไรวะแบบนี้....” เขาสบถกับตัวเอง

            ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆนี้เขาจะเริ่มนอนหลับไม่สนิทหรือเต็มอิ่มเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังไม่เคยฝันเป็นตุเป็นตะ หรือเป็นรูปร่างขนาดนี้มาก่อน

            ชายหนุ่มจำต้องหยุดชะงักอีกระลอกเมื่อลืมตาขึ้นเต็มตื่นแล้วกลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างของตนนั้นเต็มไปด้วยบาดแผล คล้ายกับการถูกเสียดสีอย่างหนัก


            ด้วย.......โซ่


            “จะเป็นไปได้ยังไงกัน” เขาพึมพำถามตัวเอง แต่หากจะถามว่ามันเจ็บรึเปล่า เขามั่นใจเลยว่าตอนนี้มันไม่ใช่ความฝันแน่ๆ เขาตื่นแล้ว แต่ทว่าไอ้รอยแผลพวกนี้มันมาจากไหนกันล่ะ

            “หรือช่วงนี้เราจะเครียดกับงานมากเกินไปนะ”

            ชายหนุ่มสะบัดหัวไปมาพยายามหาเหตุผลที่น่าเชื่อถือตามหลักวิทยาศาสตร์สักข้อขึ้นมาอธิบายสิ่งที่ตนเพิ่งจะได้ประสบมา แต่หากก็ไม่ทันได้นึกถึงข้อไหนสักข้อเลยตอนนี้

            สุดท้ายจึงได้แต่ทอดถอนใจให้กับรอยฟกช้ำบนร่างกายของตัวเอง

 

            “โอเซนา....” เอ่ยทวนชื่อที่ติดหูนี้อีกครั้ง

            จากนั้นชายหนุ่มจึงล้มตัวลงบนเตียงนอนนุ่มขนาดใหญ่นี้ มันควรจะเป็นวันหยุดที่เขาได้พักผ่อนร่างกายและสมองรวมถึงจิตใจแท้ๆ หากแต่ต้องมาเกิดตัวขัดขวางอันประหลาดนี้ด้วย

            ทำเอาเขาไม่กล้านอนเปิดไฟอีกเลยล่ะ

 

            “โอเซนา...”

          “โอเซนา...โอเซนา...”

 

            เขานอนทวนชื่อนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้นจนผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยกับความฝันอันสมจริงจนน่าเหลือเชื่อ

 

            “โอเซนา...โอเซนา...” เสียงเรียกขานชื่อนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างแผ่วเบา ถึงแม้ว่าชายหนุ่มคนเดียวในห้องจะหลับไปแล้วก็ตาม

 

            เสียงเรียกที่แข็งขึงหากแต่ก็สอดแทรกความอาลัยอาวรณ์มาตามสายลมในคืนพระจันทร์เต็มดวงแบบนี้

            ในตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่แทนในวันใหม่

 

            “โอเซนา...”

 

            สายลมที่พัดลอดมาตามหน้าต่าง พัดเอาหนังสือนิตยสารเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ชายหนุ่มอ่านค้างไว้ให้พลิกเปิดไปยังหน้าหนึ่ง

            ตัวอักษรสีแดงฉานขนาดใหญ่ เขียนข้อความไว้ชัดเจน

 


         R U N   or   D I E ?

 


            ใกล้ๆกับหนังสือเล่มนี้นั้น บนโต๊ะทำงานและอ่านหนังสือนี้ก็ยังมีป้ายชื่อตั้งไว้แสดงความเป็นเจ้าของกองชีทและกองหนังสือสูงเนินนี่ด้วย

            ชื่อของชายหนุ่มที่เพิ่งข่มตานอนหลับได้สำเร็จ

 

            ชายหนุ่มผู้พลัดถิ่น

            ชายหนุ่มผู้เดินข้ามกาลเวลา

            ชายหนุ่มผู้หลงอยู่ในความทรงจำของใครสักคน

 

           

         “โอเซฮุน”

           

 

 

 

 

- - - - - - - - - -

คำอธิบายประกอบเนื้อเรื่อง

 

            (*) กลอน 2 บทนี้เป็นกลอนแปดที่ผู้แต่งประพันธ์ขึ้นเองเพื่อประกอบเรื่อง

 

            รัชนีกร แปลว่า ดวงจันทร์

 

            ชื่อตอน Monogamy (เอกคู่ครอง) หมายถึง รูปแบบของการสมรส ซึ่งอนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคู่ครองตามกฎหมายได้คนเดียว มีแบบอุดมคติยึดหลักของการสมรสชนิดนี้ว่า “จนกว่าความตายจะพรากจากกัน” ของความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา ตรงข้ามกับรูปแบบพหุคู่ครอง (Polygamy) ในรูปแบบของครอบครัวในโลก เอกคู่ครองนับว่าเป็นสากล

 





 

- - - - - - - - - - - - - - - - -



รู้สึกว่ากว่าจะได้เขียนทอล์คตรงนี้มันเหนื่อยมากกกก!!

วางพลอตไว้ตั้งแต่ต้นปี 2015 กว่าจะได้ลงตอนแรกก็ปลายปีซะแล้ว

แถมแค่ตอนแรกยังใช้เวลาเป็นเดือนเลยค่ะ นานมากจริงๆ

เพราะเป็นเรื่องแรกที่เป็นแนวนี้ของเรา (และคงไม่กล้าแต่งอีกแล้ว)

มีการเก็บข้อมูลกันหลายเดือน ค้นคว้าหลายเล่ม จนต่อเรื่องแทบไม่ได้

เนื้อเรื่องไม่เน้นสยองขวัญสั่นประสาทมากนะคะ (คิดว่าแบบนั้น)

ส่วนมากจะเน้นเรื่องความอดทนของจิตใต้สำนึกมนุษย์ กับประวัติศาสตร์มากกว่า

หวังว่าจะถูกใจทุกคน และติชมกันเรื่อยๆนะคะ

อย่าลืมคอมเม้นท์ กดโหวต หรือสกรีมในแท็ก #เซฮุนชาติภพ ค่ะ

 

สวนจีน.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #9 apblocdy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 21:13
    ฟิคดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกใจสั่นไปด้วยเลย ยิ่งเปิดเพลงฟังด้วยแล้วนี่แบบ...

    ชอบพล็อตแปลกๆ แบบนี้ค่ะ จะรอนะคะ หวังว่าจะไม่สั่นประสาทอะไรมาก มาแค่ตอนแรกก็รู้สึกสั่นไปทั้งตัวแล้ว 555 บอกเลยค่ะ ว่าอ่านไป อ้าปากค้างไป อึ้ง และ ทึ่ง ค่ะ
    #9
    0
  2. #8 Another-Eye (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 23:49
    เย้ ในที่สุดพี่ก็มาอัพซักที รอตอนต่อไปนะ สนุกมากค่ะ
    #8
    0
  3. #7 LOGIN_GI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 05:56
    รอค่ะ พล็อตเก๋มากก อยากอ่านต่อ 
    #7
    0
  4. #6 Orianna (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 22:24
    โห้วววววว สุดยอดเปิดเพลงฟังไปด้วยคือได้ฟีลมากๆค่ะ เหมือนกำลังเริ่มดูหนังฟอร์มยักษ์เลย คืออ่านจบรู้เลยว่าต้องมีอะไรที่น่าพิศวงแน่ๆ 5555 

    ไรเตอร์ สู้ๆ นะคะ เราจะกางเตนท์รอตอนต่อไป ><
    #6
    0
  5. #5 Mr.HunHun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 21:33
    ฟิคดีมากกก ชอบบบบบบ

    เซฮุนฝันแบบซ้อนฝัน ทำเอาลุ้นว่าเมื่อไหร่จะตื่นน

    โอ้ยยยย คุณจงอิน(?)ท่าจะแค้นหนักเลยนะ

    ตายๆๆๆ โอเซนาไปทำอะไรไว้ ถึงโดนแค้นหนักขนาดนี้ นอกใจจริงๆหรอ

    รอพระนายเจอกัน อยากรู้จงอินจะเป็นยังไง



    รอตอนต่อไปค่าา สู้ๆนะ
    #5
    0
  6. #4 JERXJARQ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 18:17
    ฮื่อออออออ มันมาแล้ววววววว รอนานมากกกกกกกกก ดีจรวัยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย สู้ๆนะคะ 
    #4
    0