BAP :: Love again, Break again #ลอกบอก

ตอนที่ 6 : ลอกบอก : ย ก ที่ สี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ส.ค. 58


LOVE again

BREAK again



- ยกที่สี่ -

 



            “ยงนัมมมมมม กินมะเขือเทศให้หน่อย” ยงกุกพูดก่อนจะเขี่ยสิ่งที่ว่าใส่จานของพี่ชายฝาแฝด

            ตอนนี้สองฝาแฝดตระกูลบังและฮิมชานพร้อมด้วยน้องรหัสปีหนึ่งของฮิมชานมานั่งร่วมโต๊ะกันอยู่ ณ ที่ร้านเสต๊กแห่งหนึ่งใกล้กับมหาวิทยาลัย

            “แดกเองดิ ของกูก็มีเต็มจานแล้วเนี่ย” ยงนัมเขี่ยกลับคืน

            ยงกุกหันไปหวังพึ่งเพื่อนสนิทตัวเองทันที “ไอ้ฮิม....”

            “เขี่ยมา เดี๋ยวกูแดกให้” คิมฮิมชานไม่อยากจะฟังไอ้สองแฝดนี่มันง้องอนกันอีกแล้วครับ ปวดหัว “มึงไม่เกรงใจน้องรหัสกูบ้างเลย”

            “ไม่เป็นไรครับ น่ารักดี” เด็กปีหนึ่งคนที่ว่ายิ้มจนตาปิด

            “เออ” เหมือนยงกุกจะเริ่มรู้สึกตัว “ชื่ออะไรนะเนี่ย”

            “มึงฟังเวลาคนอื่นเขาพูดบ้างมั้ยเนี่ย น้องชื่อจงออบเว้ย มุนจงออบ” ฮิมชานแทบจะเอามีดหั่นเสต๊กทิ่มตาเพื่อนสมัยเด็ก

            “อ้อๆ บอกเลยนะว่านายซวยแล้วมามีไอ้เหยินนี่เป็นพี่รหัส”

            “อ้าว ไมมึงพูดงี้วะ มึงเอาไปแดกเองเลย มะเขือเทศเนี่ย” ฮิมชานแยกเขี้ยว

            จงออบหัวเราะเบาๆ “พวกพี่นี่สนิทกันจังเลยนะครับ”

            “ก็ไม่ได้อยากสนิทหรอกนะทำไงได้ พ่อแม่สนิทกันมาก่อนตั้งแต่พวกฉันจะเกิดซะอีก” ฮิมชานเล่า “โตก็โตมาด้วยกัน เรียนก็เรียนที่เดียวกันมาตั้งแต่อนุบาลยันมหาลัยแบบนี้ เกินคำว่าเบื่อขี้หน้ามาแล้วล่ะ”

            “ดีจังนะครับ ผมต้องย้ายที่เรียนบ่อยก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทเลย” จงออบยิ้มไม่หยุด

            “ยิ้มแล้วน่ารักนะเนี่ย” ยงกุกอดยิ้มตามไม่ได้

            ฮิมชานยื่นเท้าไปเหยียบเท้าเพื่อนใต้โต๊ะแรงๆ “มึงอย่ามายุ่งกับน้องรหัสกูนะเว้ย”

            “ทำไม หรือมึงจะเก็บไว้ยุ่งเอง” ยงกุกเถียงกลับ

            “ไอ้ยงกุก” ฮิมชานหน้าตาตื่นเหมือนคนถูกจับได้

            “คนมองกันทั้งร้านแล้วพวกมึงจะอายได้รึยัง” ยงนัมขัดขึ้น “รีบแดกของมึงให้หมดเลยยงกุก กูจะไม่ซื้อตุ๊กตาให้มึงแล้วนะ” คนเป็นพี่เสียงเครียด

            “ทำไมอะ มึงสัญญากับกูแล้วนะเว้ย” คนเป็นน้องก็โวยวายไม่เกรงใจใบหน้าตัวเองเลยแม้แต่น้อย

            “ว้าย สมน้ำหน้า อดซะ..” ฮิมชานหัวเราะเกทับ

            “มึงแม่ง!!” ยงกุกหน้าง้ำงอทันที รีบยัดเสต๊กเข้าปากคำโตๆ

            “เออ...” ยงนัมรับคำในคอแล้วจึงกินส่วนของตัวเองบ้าง

            ฮิมชานเหลือบมองสองแฝดตรงหน้าแล้วก็ขำ “งานเข้าอีกแล้วไง เรารีบกินแล้วแยกๆกับพวกมันเถอะจงออบ”

            เด็กปีหนึ่งคนเดียวของโต๊ะหัวเราะเล็กน้อยแล้วจึงรีบลงมือกินตามคำสั่ง

 

 

            “ไปนะมึง เดี๋ยวกูพาจงออบไปซื้อของก่อน เจอกันที่บ้าน ไอ้ยงกุกเดี๋ยวกูจะเอาหนังสือไปให้มึงดูนะ” ฮิมชานพูดขึ้นหลังจากจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จแล้ว

            “เออๆ มึงจะมาตอนไหนก็มา” ยงกุกยังหงุดหงิดกับแฝดตัวเองอยู่ หันไปยิ้มให้จงออบเล็กน้อยแล้วเดินตัวปลิวไปเลย

            “ไปมึง ไปง้อมัน” ฮิมชานตบบ่ายงนัม “น้องมึงนี่แม่งตุ๊ดขึ้นไปทุกวันๆ”

            ยงนัมยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วจึงเดินแยกกับฮิมชานและจงออบตามมาหาใครบางคนที่มาหยุดอยู่หน้าร้านตุ๊กตาเจ้าประจำแล้วจนได้

            “ไหนมึงบอกมีตัวใหม่เข้ามาไง”

            “กูให้เขาเก็บไว้ให้แล้ว”

            “งั้นก็ไปซื้อดิ ไปจ่ายเงินแล้วเอาตุ๊กตามาให้กู”

            “กูบอกว่าจะไม่ซื้อให้มึงแล้วไง” ยงนัมเลิกคิ้ว

            “ไอ้ยงนัม”

            “อะไร”

            “ไอ้พี่เชี่ย...”

            “เดี๋ยวกูจะตบปากมึง” ยงนัมดุ

            ยงกุกหน้างอซะยิ่งกว่าเดิม “ทำไม่ได้แล้วจะสัญญาทำห่าอะไร ไอ้พวกชอบให้ความหวังคนอื่น มึงไปไกลๆเลย เดี๋ยวกูซื้อเองก็ได้ ไอ้ควาย”

            “มึงจะงอแงทำเหี้ยไรเนี่ย เรื่องแค่นี้เอง” ยงนัมเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ขำอีกต่อไปแล้ว

            เดี๋ยวคงได้ทะเลาะกันหน้าไอ้ร้านตุ๊กตาสุดแสนจะมุ้งมิ้งนี่แล้วล่ะ

            “กูเกลียดมึง”

            “เออ เกลียดไปเลย”

            “ง้อกูเดี๋ยวนี้เลยนะ”

            “ไม่ง้อ” ยงนัมสวนกลับทันที “แล้วถ้ามึงจะฟ้องแม่มึงก็ไปฟ้องเลย”

            “ฮึ่ย!!!” ยงกุกกำมือแน่นเหมือนเด็กถูกขัดใจ “กูโกรธมึงจริงๆแล้วนะ”

            “โกรธเลย กูก็โกรธมึงเหมือนกัน”

            ยงกุกจ้องตาพี่ชายไม่กี่นาทีของตัวเองที่สูงกว่าห้าเซ็นราวกับต้องการจะเอาชนะทางสายตา “กูจะเอาหนังสือนิยายมึงไปเผา” หมายถึงนิยายภาษาเยอรมันสุดรักสุดหวงของยงนัมนั่นล่ะนะ

            “กูก็จะเอาทิกเกอร์ทุกคอลเลกชั่นของมึงไปทำปุ๋ยเหมือนกัน”

            “เออ! ได้! มึงไม่ต้องมาคุยกับกูเลยนะ อยากทำเหี้ยไรก็ทำไปเลย” ยงกุกซัดอกคนตรงหน้าไปทีนึง แล้วเดินตรงออกไปเพื่อที่จะกลับบ้านทันที

            “เฮ้อ..” ยงนัมถอนหายใจหนักๆ “กูต้องเป็นฝ่ายง้ออีกแล้วสินะ”

            แฝดพี่เดินหายกลับเข้าไปในร้านพักใหญ่ๆก็เดินออกมาพร้อมกับถุงใส่ตุ๊กตาทิกเกอร์ที่เพิ่งเปิดตัวในวันนี้จนได้

            “ยงกุก...” ยงนัมสาวเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะเดินให้ทันอีกฝ่าย

            เจ้าของชื่อก้มหน้าก้มตาเดินไม่สนเสียงเรียกของใครทั้งสิ้น

            “ไอ้ยงกุก จะเอามั้ยตุ๊กตาเนี่ย” ยงนัมเดินทันแล้วจึงยื่นถุงไปให้คนข้างๆ

            ยงกุกยังไม่สนใจอยู่ดี “ไม่เอาแล้ว”

            “โอเค กูขอโทษรอบนี้ ตกลงมั้ย” เอื้อมมือไปโอบรอบคอแฝดน้องตัวเองเอาไว้ “ยงกุก...พี่ขอโทษ หายงอนนะ”

            “ไม่...ได้งอนนะเว้ย โกรธเหอะ”

            “ได้ หายโกรธเถอะนะ พี่ผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่แกล้งแบบนี้อีกแล้ว”

            ยงกุกหยุดเดินเมื่อถึงหน้าบ้านแล้ว ร้านอาหารซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวเขาก็ยังคงคึกคักเหมือนทุกวัน

            มือเรียวเอื้อมไปกระชากถุงจากมือของยงนัมมาถือเอาไว้ซะเอง “จะรับไว้แล้วถือว่าเป็นของขวัญขอโทษละกันนะ”

            ยงนัมพ่นเสียงหัวเราะพลางขยี้ผมอีกคนแรงๆ “ดีใจก็พูดมาไอ้ตุ๊ดเด็ก”

            “ใครตุ๊ดวะ!!!” ยงกุกวิ่งไล่ถีบพี่ชายตัวเอง พลางวิ่งขึ้นตึกกันไปห้องพักข้างบน

            “ยงนัม ยงกุก อย่าวิ่ง!!!” ได้ยินเสียงแม่ออกจากครัวของร้านมาตะโกนด่าพวกเขา

            “แม่!! นัมมันหาว่ากุกเป็นตุ๊ด แม่มาตีมันให้หน่อย!

 

 

            ยองแจเก็บของเข้าตู้เย็นจนเสร็จแล้ว ความจริงเรียกว่าล้างตู้เย็นขัดทำความสะอาดแทบทุกซอกทุกมุมเลยซะมากกว่า ขยะเก่าๆก็เอามาทิ้งหมดแล้วด้วย มันก็ยังเสร็จก่อนหกโมงเย็นอยู่ดี

            ฆ่าเวลาด้วยการโทรกลับไปคุยกับแม่ อธิบายคร่าวๆว่าชีวิตที่เมืองหลวงนี่เป็นยังไงบ้างให้ท่านพอคลายกังวล พร้อมรับปากว่าจะรีบกลับบ้านแน่ๆเมื่อมีเวลา

            ก็ไม่ได้รออะไรหรอกนะ เพียงแต่ว่าเขาเป็นคนที่ตรงต่อเวลาก็เท่านั้นเอง พอเข็มยาวชี้เลขสิบสอง บอกเวลาหกโมงเย็นเป๊ะ เขาก็มายืนอยู่ที่หน้าร้านขายไก่ทอดใต้หอพักนี่แล้ว

            “จะเข้าไปข้างในดีมั้ยเนี่ย” ยองแจพูดกับตัวเองเบาๆ

            ถึงแดฮยอนจะบอกให้เขาเข้าไปรอก็ได้เถอะนะ แต่ไหนๆอีกฝ่ายก็จะเลิกกะทำงานแล้วนี่นา รออยู่ข้างนอกนี่ก็ได้มั้ง

            “ยองแจ!” เสียงร้องเรียกใกล้ๆทำให้เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้ง “ยูยองแจใช่มั้ยเนี่ย”

            “ชอน..จี....” ยองแจหรี่ตามองใบหน้าอีกฝ่ายแล้วเรียกชื่อออกมา

            “นึกว่าจะลืมกันซะแล้ว” ชอนจีดับมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งออกไปส่งไก่ทอดให้ลูกค้ามาแล้วพุ่งตรงมาหายองแจทันที “ไปยังไงมายังไงถึงมาอยู่ที่นี่ได้เนี่ย”

            “เอ่อ...” เรื่องมันยาวจนไม่อยากเล่าเลยแฮะ

            ชอนจีหันซ้ายหันขวา “เจอกับไอ้แดฮยอนมันรึยังล่ะ หรือว่าไม่อยากเจอ”

            “เจอแล้ว อยู่ห้องเดียวกันข้างบนเนี่ย” ยองแจทำหน้าเบื่อโลก

            “ห๊ะ....” ชอนจีที่ปกติตาก็โตอยู่แล้ว ตอนนี้ดูเหมือนตาจะถลนออกจากเบ้ามาซะมากกว่า “ยาวครับยาว....งานนี้มีเรื่องให้คุยกันยาว เข้ามาในร้านก่อนดิ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

            “เอ่อ ไม่เป็นไร ฉันแค่....”

            “มาเถอะ ไอ้แดฮยอนมันไม่อยู่ร้านหรอกตอนนี้” ชอนจีดันหลังเพื่อนเก่าสมัยมัธยมให้เดินเข้ามาในร้านด้วย ยองแจแม้จะไม่เต็มใจแต่ก็มาโผล่ที่หลังร้านแล้วจนได้

            “พาใครมาด้วยวะมึงไอ้ชอนจี แฟนมึงหรอ ซุ่มนะมึง”ยูนกิที่กำลังนับจำนวนสต๊อคเนื้อไก่อยู่หันมาทัก

            “นี่มัน.....” ดงกึนมองหน้ายองแจสักพักคล้ายว่าเคยเจอที่ไหน “คนในรูปที่ไอ้แดฮยอนเก็บไว้ในกระเป๋าตังค์นี่หว่า”

            ยองแจชะงักไปนิดหน่อยกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ

            “อะแฮ่ม” ชอนจีกระแอมเรียกบรรยากาศผ่อนคลาย “นี่คือยูยองแจเว้ย เพื่อนกูตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลายที่ปูซาน”

            “ยูยองแจ...เมียเก่าไอ้แดฮยอนอะนะ...โอ๊ย!!!” ยูนกิร้องเพราะโดนดงกึนเขกหัวเข้าเต็มแรง “เอ่อ ขอโทษๆๆๆ....”

            “ไม่เป็นไร” ยองแจพูดสั้นๆ “นี่รู้เรื่องกันหมดเลยหรอ”

            “อย่าไปถือสาไอ้ยูนกิมันเลยนะยองแจ มันก็ปากเสียแบบนี้ล่ะ เอ้านี่ นั่งๆๆ” ชอนจีจัดแจงเก้าอี้ให้อีกฝ่ายนั่งพลางจัดไก่ทอดใส่จานแยกมาให้ด้วย “กินเลยๆ กินฟรีไม่มีคิดตังค์”

            “เอ่อ ขอบใจ” ยองแจพยักหน้างงๆ เหมือนพนักงานร้านนี้จะไม่เต็มกันเลยสักคน

            “พวกนายชื่อดงกึน....” ยองแจชี้ไปยังผู้ชายที่สำเนียงการพูดแปร่งๆนิดหน่อย จากนั้นจึงชี้ไปที่อีกคน “ส่วนนายคือยูนกิใช่มั้ย ฉันจะจำไว้”

            ยูนกิลากเก้าอี้มานั่งข้างๆยองแจ “ตอนนี้ไอ้แดฮยอนมันไปส่งของให้ลูกค้าล่ะ...”

            “ไหนมันว่าวันนี้ไม่ใช่กะส่งของรอบของมันไง” ยองแจเผลอถามออกมา

            “รู้ได้ไงเนี่ย”ดงกึนพับกล่องไว้เตรียมแพคไก่ทอดเสร็จหันมามองอย่างสงสัย

            ยองแจเลี่ยงคำตอบนั้นโดยการก้มหน้ากินไก่ทอดแทน ชอนจีจึงเป็นคนเฉลยเสียเอง “ยองแจพักอยู่ห้องเดียวกับไอ้แดฮยอนข้างบนเนี่ย”

            “จริงดิ!!!” อีกสองคนประสานเสียงขึ้นมา “โคตรซวย!!!

            “อือ ซวยจริง” ยองแจพยักหน้า “ห้องที่จองไว้มีปัญหานิดหน่อย เลยถูกจับมาอยู่ร่วมกับห้องมันไปก่อนเทอมนึง”

            “ฉันได้ข่าวว่านายสอบติดมหาลัยตั้งแต่ก่อนเราจบแล้วนี่...” ชอนจีขมวดคิ้ว

            “ฉันซิ่วมาเรียนปีหนึ่งใหม่” ยองแจตอบ

            “ไม่เอา ไม่คุยเรื่องเรียนดิ ไม่เห็นน่าสนใจ” ยูนกิร้องโวยวาย “มาคุยเรื่องไอ้แดฮยอนกัน” ทำหน้าทะเล้นแถม

            ยองแจหรี่ตา “ฉันไม่มีอะไรจะพูดถึงมันหรอกนะ”

            “โห้ย! เยอะแยะเลยเถอะ แต่ถ้านายไม่อยากพูด งั้นฟังจากพวกเราแทนมั้ยล่ะ”

            “ฟังอะไร” ยองแจงง

            “ก็ฟังเราเล่าว่าไอ้แดฮยอนมันยังคิดถึงนายแค่ไหนยังไงล่ะ” ยูนกิหัวเราะร่า

            ดงกึนต้องเขกหัวรูมเมทของตัวเองอีกรอบ “ไม่ใช่เรื่องของมึงน่าไอ้ยูนกิ เดี๋ยวไอ้แดฮยอนก็เตะปากมึงแตกเอาหรอก”

            ยองแจเอียงคอ “ชักอยากฟังแล้วสิ เล่ามาๆ”

            “เห็นมั้ย! ยองแจอยากรู้ งั้นกูก็ต้องเล่าสิ” ถลกแขนเสื้อเตรียมเล่าอย่างเมามัน “ไอ้แดฮยอนอะนะ มันชอบโวยวายกลบเกลื่อนตลอดเลยเวลาที่พวกเราล้อมันว่ามันยังลืมนายไม่ได้น่ะ”

            “งั้นหรอ..” ยองแจทำน้ำเสียงไม่สนใจแต่ความจริงแล้วในใจลึกๆกลับเต้นระรัวเลยล่ะ

            บ้าน่า! คนเจ้าชู้อย่างไอ้แดฮยอนเนี่ยนะ จะยังลืมเขาไม่ได้

            ฝันไปเถอะ!

            “พอแล้วไอ้ยูนกิ” ชอนจีที่ถึงยังไงก็ยังเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของแดฮยอนอยู่ดีต้องปราม “มึงพูดมากเกินไปแล้วนะ”

            “โหย อะไรวะ”  เหมือนเด็กน้อยที่โดนบรรดาพี่ชายตำหนิ

            “ไม่เป็นไร แค่นี้ก็พอแล้ว ขอบใจนะ” ยองแจยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างจริงใจ

            เสียงประตูร้านเปิดขึ้นอีกรอบพร้อมแดฮยอนที่รีบวิ่งพุ่งเข้ามา “เฮ้ยพวกมึงๆ กูไปแล้วนะ กู.....รีบ....อ้าวมึง” แดฮยอนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเงิบเมื่อเห็นยองแจนั่งแทะไก่ทอดอยู่สบายใจเฉิบ “กูไม่เห็นมึงหน้าร้านขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องก็ไม่เจอ นึกว่ามึงไปซุปเปอร์มาเก็ตคนเดียวแล้วนะเนี่ย

            ยองแจตีหน้ามึน “กูไปคนเดียวแล้วใครจะช่วยกูหารล่ะ”

            “ฮิ้วววววววว!!!” เสียงลูกคู่อีกสามคนประสานกันขึ้น

            “ฮิ้วหาพ่อมึงหรอ” แดฮยอนขัดฟีลทันที

            ชอนจีศอกเพื่อนที่เอวเบาๆ “บ่เห็นมึงบอกกูเล่ยว่าบักยองแจมาอยู่ฮ่วมฮ่องกับมึง”

            “อีหลีเบาะ กูคึดว่ากูบอกมึงแล้วเด้ล่ะ” นี่ก็ตีมึน

            “บักซั่วซ่าเอ้ย คึดสิปิดกูแมนบ่ มึงปิดกูบ่ได้ดอกหมู่เอ้ยย กูกับมึงนี่เป็นหมู่กันมาน่าน อย่าคึดว่ากูบ่ฮู้ใจมึงเด๊” ประโยคหลังๆนี่ชอนจีเลือกกระซิบเบาๆกับแดฮยอนแทน

            “ขอบใจที่เลี้ยงฉันนะ” ยองแจเช็ดปากแล้วเดินไปล้างมือที่อ่างล้าง ดงกึนจึงเนียนๆเดินเข้ามาหาแดฮยอนทันที “น่ารักว่ะ”กระซิบเบาๆ

            “อะไรน่ารัก” แดฮยอนหนวดกระตุกทันทีที่มองตามสายตาของดงกึนแล้วจึงรู้ว่ามันหยุดอยู่ที่ยองแจ

            “ยองแจไง มึงนอกใจเขาลงได้ไงวะ น่ารักขนาดนั้น ไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่เฉยๆก็น่ารักแล้ว”

            “เช็ดน้ำลายหน่อยมั้ยมึง เอาตีนกูเช็ดมั้ยครับ”

            “หึงหยอ หวงหยอ...” ยูนกิโผล่หน้าเข้ามทะเล้นใส่ทันที

            “ฟวย” แดฮยอนด่าสั้นๆ

            “ไปๆมึง จะไปซื้อของกันใช่มั้ย รีบไปเถอะ” ชอนจีโบกมือไล่พร้อมล็อกคอเพื่อนร่วมงานอีกสองคนไว้ไม่ให้ตามไปป่วนทั้งคู่อีก

            “ไว้เจอกันนะ” ยองแจส่ายหัวให้กับอาการพิลึกๆของคนทั้งหมด

 

 

            “เอ้า! ใส่ซะ” แดฮยอนโยนหมวกกันน็อกใบสีแดงขาวให้ยองแจ

            ยองแจมองหมวกกันน็อกในมือตัวเองที่ด้านข้างเพ้นท์เป็นลายมิกกี้เม้าส์อยู่ก็เหลือบมองอีกคนที่สวมหมวกกันน๊อกสีดำสนิทสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์รออยู่ก่อนแล้ว “มึงไปซื้อมาตอนไหน”

            “ขากลับเมื่อกี๊เห็นเขาวางขายมือสองอยู่ก็เลยซื้อมา” แดฮยอนเบนหน้าไปอีกทาง

            “ของมือสองทำไมดูใหม่จัง เงาวับเลย”

            “มึงคิดว่าคนขายเขาจะไม่ทำความสะอาดเลยรึไงล่ะ สงสัยอะไรนักหนา ขึ้นมา!” แดฮยอนเสียงเข้มขึ้น

            จะให้บอกได้ไงล่ะว่าแวะไปซื้อใบใหม่มาให้

            เสียฟอร์มคนหล่อหมด!

            “เออๆ ถามแค่นี้ไม่เห็นจะต้องขึ้นเสียงเลยนี่หว่า เป็นอะไรของมึงเนี่ย” ยองแจหน้ามุ่ย สวมหมวกกันน็อกแล้วจึงขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายแดฮยอน

            ระหว่างเดินทางแดฮยอนก็พยายามคิดหัวข้ออะไรสักอย่างขึ้นมาเพื่อที่จะได้ชวนอีกฝ่ายคุย “มึงคิดไว้รึยังว่าจะซื้ออะไรบ้าง”

            “ก็เขียนๆไว้แล้วนะ พวกของใช้ ของกิน ของจำเป็น ตอนนี้ตู้เย็นก็แทบไม่เหลืออะไรแล้วกูลิสต์ไว้สิบกว่าอย่างแล้วอะ”

            แดฮยอนขำนิดๆ “มึงนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ ชอบวางแผนทุกอย่างล่วงหน้าเสมอ”

            “จะให้ใช้ชีวิตไม่มีแก่นสารไปวันๆแบบมึงรึไง”

            “เอ้า! ไอ้นี่เว้ย วกมาด่ากูซะงั้น” แดฮยอนจงใจบิดคั่นเร่งให้ไวขึ้น

            “ไอ้เหี้ย! มันอันตรายนะ อย่าขับเร็ว กูไม่ชอบ” ยองแจทุบไหล่คนขับไปหนึ่งที

            “กลัวก็กอดเอวกูไว้ดิ”

            ยองแจเม้มปากแน่น เบนหน้าไปมองข้างทาง “พูดเหี้ยอะไรชวนอ้วก”

            แดฮยอนพยักหน้ารับเบาๆ แต่ก็ไม่ต่อปากต่อคำอะไรกับอีกฝ่ายให้มันเสียบรรยากาศเพิ่ม ขับรถไปเรื่อยๆจนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตจนได้

            “กูมีงบให้มึงเท่านี้นะ อย่าซื้อเกิน หมดตัวแล้วเนี่ย” แดฮยอนยื่นแบงก์ห้าหมื่นวอนสองใบให้ยองแจ

            “มึงจะไม่มาเดินเลือกกับกูรึไง จะไปไหน”

            “ไปเอารถเข็นครับ ไอ้สัตว์” แดฮยอนหายไปสักพักก็กลับมาตามรถเข็นตามที่พูดจริงๆ

            “เห็นมึงยัดมือใส่เงินกูก็นึกว่าจะทิ้งให้กูเดินซื้อคนเดียว” ยองแจพูดแก้เก้อ

            “ก็เดี๋ยวมึงจะหาว่ากูไม่มีเงินจ่ายอีก นี่เงินเดือนที่กูได้จากเป็นแคชเชียร์ที่ร้านสะดวกซื้อเว้ย เงินเดือนออกวันนี้พอดี”

            ยองแจพยักหน้ายิ้มๆ พลางเดินนำหน้าเพื่อเลือกของ หยิบพวกน้ำยาซักผ้า น้ำยาถูพื้น ของใช้จำเป็นๆอีกหลายอย่าง

            “มึง เอาอันนี้ดิ มันถูกกว่าที่มึงถือเยอะเลย” แดฮยอนพูดขึ้นเมื่อเห็นยองแจหยิบน้ำยาปรับอากาศ

            “แต่อันนี้มันเป็นลายมิกกี้เม้าส์ กูจะเอาอันนี้” ยองแจพูดพลางมันลงในรถเข็น

            แดฮยอนขมวดคิ้ว “แต่ครึ่งหนึ่งมันก็เงินกูนะเว้ย กูไม่มีสิทธิ์ออกเสียงเลยรึไง”

            “งั้นเดี๋ยวอันนี้มึงไม่ต้องหาร กูจะเอาเงินตัวเองจ่าย มึงอย่าเอาออกดิ๊!!!” ยองแจร้องงอแงเมื่อแดฮยอนทำท่าจะหยิบกล่องน้ำยาปรับอากาศที่ว่าขึ้นไปเก็บบนชั้นขาย ทำเอาแดฮยอนต้องรีบเอามาใส่รถเข็นเหมือนเดิมแทบไม่ทัน

            “มึงจะร้องทำไมเนี่ย โตเป็นควายแล้วกูอายเขา”

            “มันเป็นมิกกี้เลยนะเว้ย มันน่ารัก มึงอย่ามายุ่ง!” ยองแจทำหน้าจริงจังถึงขีดสุด

            “เออๆ มึงนี่มันบ้ามิกกี้เม้าส์จริงๆ กูล่ะเกลียดหนู”

            “ก็เหมือนที่กูเกลียดแมวที่มึงชอบนั่นล่ะ!!” ยองแจกอดอกเดินนำหน้าไปอีกโซนทันที

            บรรยากาศที่ตึงเครียดและกำแพงที่กั้นคนทั้งสองคนเอาไว้มันค่อยๆลดลงที่ละนิดๆโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด

            ที่รู้ก็แค่ว่า...ตอนนี้มันก็ดีนะ

            อือ...ลึกๆในใจแล้วกำลังรู้สึกดี

 

            ขอบคุณที่มาช่วยผมเลือกซื้อของนะครับพี่ฮิมชาน แล้วยังขับรถมาส่งผมถึงที่นี่อีก” จงออบโค้งหัวขอบคุณพี่รหัสตัวเองเบาๆ

            ฮิมชานเหลือบมองอาคารตรงหน้า “นี่นายพักอยู่ที่นี่หรอ”

            “ครับ ผมเช่าอยู่ที่ชั้นห้าล่ะครับ ตรงข้ามกับห้องเจ้าของหอพักพอดี”

            “ห้องพักเป็นยังไงบ้างล่ะ”

            “ก็ดีนะครับ สะดวกดี แต่งคล้ายๆอารมณ์คอนโดเลย ถูกใจผมดีราคาก็พอรับได้ด้วย”

            “ถูกใจก็ดีแล้ว นายมีเบอร์พี่แล้วใช่มั้ย ถ้ามีอะไรก็โทรมานะ” ฮิมชานยิ้มให้คนตรงหน้า

            เมื่ออีกฝ่ายยิ้มกลับมันยิ่งทำให้ฮิมชานอารมณ์ดีขึ้นไปอีก

            เด็กนี่มีรอยยิ้มที่น่ารักจริงๆ

            “พี่จงออบ!” เสียงไถเสก็ตบอร์ดดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กชายหัวทองคนหนึ่ง รูปร่างสูงเก้งก้างเลยล่ะ

            “อ้าว จุนฮงกลับมาจากโรงเรียนแล้วหรอ” จงออบหันไปยิ้มทัก

            “ผมเลิกนานแล้ว แต่แวะไปเล่นบอร์ดกับเพื่อนๆมาก่อน พี่ไปซื้อของมาหรอครับ” เด็กหนุ่มมองถุงในมือของจงออบแล้วจึงเลยมามองฮิมชานที่ดูเหมือนจะกลายเป็นคนนอกวงสนทนาไปแล้ว

            “อ้อ จุนฮงนี่พี่ฮิมชาน เป็นพี่รหัสที่มหาลัยของพี่เอง แล้วนี่ก็จุนฮงครับ เป็นลูกชายเจ้าของหอพักนี้”

            “อ่า..สวัสดี” ฮิมชานพยักหน้ารับรู้

            “ดี...” แต่จุนฮงกลับตอบรับคำได้ห้วนซะฮิมชานต้องขมวดคิ้ว

            “ถ้ายังไง ผมขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับพี่ฮิมชาน ขอบคุณที่มาส่งผมอีกครั้งนะครับ”

            “ไม่เป็นไรๆ ไว้เจอกันที่มหาลัยนะ” ฮิมชานยิ้มพร้อมเอ่ยคำลา

            เมื่อจงออบเดินเขาตึกไปแล้วจุนฮงก็จะไถบอร์ดกลับขึ้นห้องตัวเองเช่นกัน แต่ก็ไม่วายเปลี่ยนทิศทางเข้ามาใกล้ๆฮิมชานที่จะเดินกลับรถ

            “อย่ามาจีบพี่จงออบนะเว้ย!” ยักคิ้วกวนตีนแถมอีกต่างหาก

            “อะไร...” ฮิมชานทำน้ำเสียงติดจะรำคาญ

            จุนฮงทำท่าเชือดคอ “พี่จงออบน่ะว่าที่แฟนฉัน ถ้าไม่อยากตายไปจีบคนอื่นซะ”

            “น่ากลัวมาก อย่านมรึยังเหอะไอ้ขี้ก้าง”

            “เฮ้ย พูดจางี้อยากมีเรื่องหรอวะ” จุนฮงฉุน

            “จะหลบไปดีๆ หรือจะให้ฉันขึ้นไปพบพ่อแม่ของนายแล้วบอกว่าฉันถูกนายข่มขู่ยังไงน่ะ”

            “ชิ! ไอ้พวกขี้ฟ้อง” จุนฮงจิ๊ปากแล้วจึงไถบอร์ดหลบกลับไปยังประตูขึ้นตึก

            “อะไรของมันวะ ไอ้เด็กสมัยนี้” ฮิมชานส่ายหัวพลางเหลือบมองชุดนักเรียนสีเหลืองๆของอีกฝ่าย

            “เรียนที่ SOPA เลยหรอวะ รุ่นน้องกันนี่หว่า”

 

 

            “มึงซื้อของเยอะขนาดนี้คิดว่ากูมีรถสิบล้อหรอครับ” แดฮยอนบ่นขึ้นทันทีหลังจากที่หอบข้าวของที่ซื้อมาขึ้นมากองบนห้องได้จนหมดแล้ว

            เพราะยองแจบอกว่าของที่ตนจดลิสต์มานั้นล้วนสำคัญทั้งหมดตัดอะไรออกก็ไม่ได้สุดท้ายก็ซื้อซะถล่มทลาย

            “มึงจะบ่นทำไม ก็กลับมาถึงห้องได้จนปลอดภัยแล้วนี่ไง”

            แดฮยอนปีนขึ้นไปนอนแผ่บนเตียง “เหนื่อยโว้ย ทำงานก็เหนื่อยแล้วยังต้องมาแบกของเพิ่มอีก”

            “แทนที่มึงจะบ่นไร้สาระ เอาเวลามาช่วยกูเก็บของเข้าที่ได้มั้ย” ยองแจเท้าเอว

            “ไม่เอาล่ะ มึงทำเลย กูเสียสละ กูเพลีย กูจะนอน” ฝังหน้าลงกับหมอนบนที่นอนที่จัดการเปลี่ยนผ้าปูทั้งหมดแล้วทันที

            “ไอ้เหี้ยนี่...” ยองแจล่ะหมดคำจะพูด

            หลังจากถอนหายใจเบื่อๆคนที่นอนอยู่บนเตียงชั้นสองเสร็จแล้ว ยองแจก็เดินมาเช็คของทั้งหมดที่ซื้อมาทันที จัดการเอาของสดแยกใส่ตู้เย็นไว้ก่อน จัดเรียงทุกอย่างได้เป็นระเบียบอย่างดีเลยล่ะ

            “ยองแจ...” แดฮยอนเรียกขึ้น

            แต่เพราะว่ายองแจยังง่วนอยู่แต่กับการเก็บของนี่ล่ะเลยไม่ได้ขานตอบ

            “ไอ้อ้วน! โทรศัพท์มึงสั่น!!!” คราวนี้ถึงกับต้องตะโกนลั่นห้อง

            “กูไม่ได้อ้วน!!!” ยองแจตะคอกกลับ แต่ก็ยังเดินไปจับโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนเตียงอยู่ดี “คนเหี้ยอะไร มือถือสั่นอยู่ตั้งไกลยังรู้สึกได้”

            แดฮยอนชูนิ้วกลางให้แทนคำชมนั้น

            ยองแจมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วก็รีบกดรับทันที “โดจิน!” เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงกระปรี้กระเป่าซะจนแดฮยอนขมวดคิ้ว

            “อื้อๆ...ปิ๊กบ้านแล้วก่อ....” ยองแจหลุดภาษาถิ่นประจำอึยจองบูออกมา

            แดฮยอนนอนพลิกตัวหันข้างมาดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของยองแจ

            “ยะอะหยังอยู่ กิ๋นเข้าแล้วก๊า...”

            “....”

            “ฮากิ๋นแล่ว....”

            ยองแจเดินเก็บของไปเรื่อยๆพร้อมกับพูดคุยโทรศัพท์ไปด้วย สักพักก็ขึ้นเสียงสูงด้วยความตกใจ “ไปยะหยังมา แข้งขามีก้าเป้อะ....”

            “.....”

            “คิงจะมากรุงโซลบ่าได.....”

            “......”

            “แมนก่อ.....” ยองแจมีสีหน้าเศร้าเล็กน้อย “อือ ฮาบ่เป็นหยัง อยากเห็นหน่าคิงสักเตื้อ ฮากะจะปิ๊กบ้านสักสองอาทิตย์หน่า..”

            แดฮยอนเบะปากเพราะเริ่มรู้ได้แล้วว่าบทสนทนาที่ตนเองไม่เข้าใจนั้นไอ้ปลายสายมันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

            “อือ..” ยองแจพยักหน้ากับโทรศัพท์ “หยังมาเสียงดังขนาด คิงยะอะหยังอยู่...”

            “.....”

            “คุยบ่ได้แล้วก่อ...หยังมาง่อมแต๊ง่อมวา...ขอแหมน่อยเต๊อะ..”

            “.....”

            “แม่นก่อ...ฟั่งแต๊ ฟั่งว่า...”

            “......”

            “กึ๊ดเติงขนาด...”

            ยองแจพูดอีกไม่กี่ประโยคก็ตัดสายลง สีหน้าเศร้าลงเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเก็บของต่อ

            “ออนตอน ยะ ออนตอน...” แดฮยอนทำเสียงล้อเลียน

            “อะไรของมึง เสียงยังกับควายออกลูก”

            “โอ้โห” แดฮยอนพลิกตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที “มึงคุยกับใครอะ”

            “เสือก” สั้นๆแต่ชัดเจน

            “เออ กูเสือก”

            ยองแจยักไหล่ “แฟนกู มึงจะทำไม”

            แต่คำตอบสั้นๆคราวนี้กลับทำให้แดฮยอนไปไม่เป็นเลยทีเดียว หนุ่มปุซานอึ้งไปสักพัก

            “มึง...มีแฟนใหม่แล้วหรอ”

            ยองแจชะงักมือที่เก็บของเข้าชั้นแต่ก็ไม่ได้หันกลับมามองแดฮยอนอยู่ดี “มึงไปเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหนล่ะ ว่ากูต้องนั่งรอคนอย่างมึง”

            แดฮยอนเม้มปากแน่น เบือนหน้าหนีไปอีกทางพลางล้มตัวนอนลงบนเตียง ต้องใช้เวลาเกือบสักพักเลยล่ะกว่าจะปรับน้ำเสียงตัวเองได้

            “กูเองก็มีแฟนใหม่เป็นสิบเลยเถอะ”

            “เรื่องของมึงสิ” ยองแจสวนแทบจะทันที “มีแฟนหลายคนมันไม่ได้น่าอวดเท่ากับมีแฟนที่คบกันได้นานหรอกนะ”

            โดนหมัดฮุคเข้าไปอีกเต็มๆสำหรับแดฮยอน

            ฝ่ามือที่กำเข้าหากันแน่นและความเจ็บที่แล่นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุทำให้รู้สึกว่าตัวเองต้องพูดอะไรสักอย่างเพื่อโต้กลับ

            “แล้วมาอยู่ไกลแบบนี้ไม่กลัวรักแท้แพ้ระยะทางเรอะ ระวังน้า กลับบ้านอีกทีจะเจอแฟนอยู่กับคนอื่น ...”

            ยองแจปิดประตูชั้นอย่างแรง พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆบ้าง “ไม่จำเป็นต้องอยู่ไกลหรอก...”

            “.....”

            “บางทีนั่งอยู่ข้างกันทุกวัน สบตากันแทบจะตลอด ถ้าคนมันจะเหี้ย ยังไงมันก็หาทางไปแอบกินกันจนได้นั่นล่ะ”

            “......”

            “มึงน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่รึไงแดฮยอน” ยองแจต้องข่มความเจ็บปวดไว้อย่างหนักเลยล่ะกว่าจะพูดออกมาได้จนจบประโยค

            แดฮยอนเองก็ยังนอนหันหน้าเข้ากำแพงอยู่เหมือนเดิม

            บรรยากาศดีๆมันพังลงไปอีกแล้ว

            “ไม่เถียงหน่อยล่ะ หมดข้อแก้ตัวแล้วรึไง”

            “แม่ง....” แดฮยอนสบถเบาๆ

            “กูไม่น่ารู้จักมึงเลยแดฮยอน กูกับมึงไม่น่าเคยคบกันเลย”

            “.....”

            “จุดด่างในชีวิตกูแท้ๆ”

            “.....”

            “กูเกลียดมึง ได้ยินมั้ย กูเกลียดมึง” ยองแจคว้าเอาถุงรามยอนที่อยู่ใกล้มือปาขึ้นไปใส่หลังคนที่นอนอยู่เหมือนทองไม่รู้ร้อน

            “เออ กูได้ยินแล้ว รู้แล้วว่ามึงเกลียดกู” แดฮยอนตอบรับในที่สุด

            “....ปึง!!.....”

            เสียงปิดประตูห้องน้ำพร้อมกับเสียงน้ำไหลดังออกมาจนได้ยินชัดเจน

            แดฮยอนยกมือขยี้ผมตัวเองหนักๆ “แม่งเอ๊ย หนีไปร้องไห้ในห้องน้ำอีกแล้วสินะ”

            หนุ่มปูซานผิวสีเข้มชักอยากจะตบปากตัวเองแรงๆที่ชอบพูดจาให้อีกฝ่ายเจ็บปวดตลอด

            “ขอโทษนะยองแจ”

            ได้แต่พูดเบาๆให้เสียงน้ำไหลนั้นกลบเสียงตัวเอง





- - - - - - - - - - - - - - - - - - 


#ลอกบอก บน ทวิตเตอร์

สกรีมกันเยอะๆนะคะ จะรอฟีดแบกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #84 fatymi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:51
    กลับมาอ่านอีกครั้งงงงง ลืมไปเลยว่าเคยอ่าน เห็นเม้นตัวเองละงง นี่เราอ่านแล้วอ่อวะ55555555 อึ้งแดกไปดิแดฮยอน โอยยยย พี่สวนจีนจ๋า อย่าทิ้งเรื่องนี้นะ แงง เค้ารอนะ มันสนุกจริมๆๆๆๆ

    #84
    0
  2. #70 Wiww (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 21:34
    นัมกุกนี่น่ารักจริงๆเลยค่ะ มีจะฟ้องแม่ด้วย มุ้งมิ้งไปอีก
    นึกภาพเวลามีผู้ชายตัวโตแทนตัวเองว่าพี่ก็น้องชายที่อายุเท่ากันแล้วมันมิ้งมากเลย
    ต้องขอบคุณยูนกินที่เผาแด้ให้แจฟัง วร้ายยย ยองแจใจสั่นน่ารักไปอีก
    แต่แบบพออ่านมาเจอช่วงท้ายบท นี้ถ้าต่อยมวยกันแดฮยอนก็คงเป็นมุมน้ำเงินที่โดนน๊อคเอ้าท์คาเวที ไม่ต้องรอแพทย์สนามเรียกรถมาเก็บเลยเถอะ คือโดนหมัดฮุกจนน่วมกันเลยที่เดียว 
    ตอนนี้คืออยากรู้มากว่า แด้เลิกกับยัยหนูได้ไง คือแค่นอกใจจริงๆเหรอ แบบแด้เบื่อแล้วมีคนใหม่ไรงี้ แต่นั้นจริงๆ รึมีอะไรมากกว่านั้น
    #70
    0
  3. #60 Demolish. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 16:34
    โอยยยยยย อึ้งแดกไปดิ้แดฮยอนนนนนนน
    #60
    0
  4. #52 YooJae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 21:03
    น้องโล่ไม่ธรรมดา ออกมาฉากแรกก็ขู่พี่ฮิมซะแล้ว จงออบบี้นี่ก็เสน่ห์แรงจริง มีแต่หนุ่มรุมแย่ง

    ส่วนบังทวินส์ โอ้ย พี่ยงกุกนี่จะเข้าข่ายคำว่าตุ๊ดเข้าไปทุกวันแล้วนะ ง้องแง้งมาก แต่น่าร้ากกกก พี่ยงนัมก็นะ ถึงจะชอบชวนน้องทะเลาะ แต่ก็เป็นฝ่ายง้อน้องตลอดเลย เป็นพี่ที่อบอุ่นมากอ่ะ

    ส่วนแดแจนี่สติลยังคงหมั่นไส้แดฮยอนมิเสื่อมคลาย คนอะไรนิสัยไม่ดี ชอบพูดจาทำร้ายจิตใจยองแจอ่ะ ทั้งๆที่ในอดีตตัวเองก็ผิดแท้ๆเลยนะ อึ้งเลยอ่ะดิ น้องแจมีแฟนแล้ว ว้ายๆๆๆ

    ปล. น้องแจพูดภาษาเหนือน่ารักมากกกก
    #52
    0
  5. #47 oynit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 09:25
    แด้ทำร้ายจิตใจแจน้อยอีกละ โดนสวนแล้วเป็นไง ที่ผ่านมาแกผิดเต็มๆ

    แกมันนอกใจ เจ้าชู้ ปากคอเลาะร้าย หนอยแน่ะ ยังไงฉันอยู่ข้างยะแจน้อย

    นะจ้ะ อู้คำเมืองน่าฮักขนาด พี่น้องนัมกุกก็น่าตีจัง ง้องแง้งน่ารักจุง
    #47
    0
  6. #41 fatymi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 02:37
    มันต้องมีเงี่ยนงำไรบางอย่างที่แดมันแกล้งนอกใจแจอะ
    #41
    0
  7. #36 MBKY; (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 21:34
    งะ แฝดนี้เถียงกันยิ่งกว่าแฟนอีก 5555 อีกคนเว่าอีสาน อีกคนก็อู๋คำเมือง ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวซะเหลือเกิน 555555555
    #36
    0