BAP :: Love again, Break again #ลอกบอก

ตอนที่ 5 : ลอกบอก : ย ก ที่ ส า ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ส.ค. 58


LOVE again

BREAK again


- ยกที่สาม -

 



            “ฮึ่ย...ใครแม่งเปิดม่านวะ” แดฮยอนนอนหงุดหงิดอยู่ที่พื้นยกแขนขึ้นมาป้องใบหน้าตัวเองจากแสงแดด

            สะลึมสะลืออยู่ได้ไม่กี่วินาทีก็ต้องเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง “เหี้ยแล้ว! กี่โมงแล้ววะเนี่ย” ตาลีตาเหลือกความโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอ “ตายแน่มึง สิบโมงแล้ว”

            ก็วันนี้นัดรับน้องมันเริ่มตั้งแต่ยังไม่แปดโมงเลยนี่หว่า

            โดนด่าขี้หูระเบิดแน่มึงเอ๊ย

            แดฮยอนรีบคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันโผออกมาแต่งตัวในชุดลำลองอย่างรวดเร็ว

            ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้อง กระเป๋าเดินทางของยองแจวางอยู่มุมห้องพร้อมกล่องลังอีกสองสามกล่องบน เตียงก็ถูกจัดเป็นระเบียบ

            แล้วเจ้าของเตียงล่ะ?

            “ไอ้เวรนี่ไปข้างนอกโดยที่ไม่ปลุกกูเลยหรอวะ ไอ้อ้วนเอ๊ย”

            หนุ่มปูซานคว้าของที่จำเป็นพร้อมกุญแจรถมอเตอร์ไซค์และหมวกกันน็อกวิ่งลงไปชั้นล่างของหอทันที

            “แม่งเอ๊ย สายไรตั้งสองชั่วโมงวะ พี่ยงกุกแทงเข่ากูแหงๆงานนี้”

            ถึงจะรีบยังไงก็ต้องเคารพกฎจราจรดังนั้นกว่าที่แดฮยอนจะมาถึงมหาวิทยาลัยได้นั้นก็ปาเข้าไปสิบโมงครึ่งแล้ว

            “แฮ่ก...แฮ่ก....” วิ่งจนกระบังลมแทบจะพลิกกลับด้านกว่าจะถึงสถานที่รับน้องของคณะตนเองในวันนี้

            มีพวกเด็กปีหนึ่งนั่งเรียงกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่พอประมาณ ถัดไปก็น่าจะเป็นคณะอื่นล่ะมั้ง

            “เอ้า ทำไมมาเช้าจังวะมึง ยังไม่ถึงเวลานัดเลย” บังยงกุก นักศึกษาชั้นปีที่สี่พ่วงตำแหน่งพี่รหัสของแดฮยอนด้วยยิ้มแย้มทักทาย

            “จะด่าก็ด่ามาเลยพี่ ไม่ต้องแขวะ” แดฮยอนหยุดยืนหายใจเข้าปอดแรงๆ “ขอโทษแล้วกันเมื่อคืนกว่าผมจะได้นอนก็เกือบเช้า”

            “ฮั่นแน่....” คิมจงอิน หรือในชื่อรับน้องที่ตั้งโดยพี่ๆคือไอ้ไค สายรหัสปีสองของแดฮยอนโผล่หน้ามาร่วมกวนตีนทันที “ทำอะไรดึกดื่น เมื่อคืนหนักไปหน่อยหรอครับพี่ชายยยยยย”

            “แดกตีนกูแทนข้าวเที่ยงมั้ยมึง กูไปทำงานมาครับ” แดฮยอนแทบจะกระโดดถีบขาคู่ “ทำอะไรยังไงไปถึงไหนกันแล้วเนี่ย”

            ยงกุกมองกลับไปยังกลุ่มน้องๆปีหนึ่ง “กว่าจะต้อนให้พวกแม่งมานั่งเรียงกันได้ครบแบบนี้ก็เกือบสิบโมงนั่นล่ะมึง แม่งมากันโคตรสายเลยให้ไปวิดพื้นกันซะคนละร้อย”

            “ผู้หญิงด้วยเนี่ยนะ พี่มึงโหดว่ะ” แดฮยอนเบะปาก

            ยงกุกฟาดมือลงกระหม่อมน้องทันที “ผู้หญิงก็ให้กระโดดตบสิครับไอ้ควาย กูไม่ได้ถ่อยขนาดนั้น”

            “ปีนี้รับร่วมกับคณะอะไรวะมึงไอ้จงอิน” แดฮยอนยกแขนกอดคอน้องรหัส

            “เนี่ย..” จงอินชี้มือ “คณะวิทยาศาสตร์เราอยู่ตรงกลาง ซ้ายเป็นคณะบริหาร ขวาเป็นคณะดุริยางค์”

            “บริหาร?..” แดฮยอนทวน “คณะเซฮุนเมียมึงอะนะ”

            “ใช่แล้วพี่ ปีนี้มีเด็กเข้าคณะมันเยอะจนแม่งบ่นเลย”

            “อ้าว มึงมาแล้วหรอแดฮยอน” เสียงที่แหบต่ำไม่แพ้ของยงกุกเดินเข้ามาเตะตูดแดฮยอนเบาๆ

            “หวัดดีพี่ฮิมชาน เด็กเยอะมั้ยคณะพี่ปีนี้” แดฮยอนหันไปทักพี่ที่นับถือกันอีกคน ฮิมชานเป็นเพื่อนสนิทของพี่ยงกุกตั้งแต่สมัยเด็กแล้วล่ะ เห็นว่าบ้านพี่ฮิมชานเปิดร้านชำมั้ง ส่วนบ้านพี่ยงกุกก็เปิดร้านอาหารตึกข้างๆกันนั่นล่ะ ก็เลยได้โตมาด้วยกัน เรียนที่เดียวกันมาตลอดอีก

            “พอๆกับปีที่แล้วนะมึง แต่ตอนนี้กูโคตรมีความสุขเลย ปีนี้กูมีน้องรหัสนะเว้ย! โคตรน่ารักอะ” ฮิมชานดีใจสุดขีด

            ก็ไม่แปลกหรอกนะ พี่แกเรียนมาจนถึงปีสี่ยังไม่เคยมีน้องรหัสสักคน แม่งไม่มารายงานตัวเรียนกันเลย

            น่าสงสารปนน่าขำฉิบหาย

            “เออ แล้วน้องปีหนึ่งสายเราปีนี้ล่ะวะพี่” แดฮยอนหันไปถามยงกุกที่ยืนคุยกับสต๊าฟรับน้องคนอื่นๆอยู่

            “ไม่มาว่ะ” ยงกุกตอบ “เห็นว่าเป็นผู้หญิง เป็นนางแบบด้วยนะมึง”

            “เยดเข้” แดฮยอนรู้สึกหัวใจพองโต “พี่ปีสามอยากแดกน้องปีหนึ่งเลยครับ”

            “มีเมียแล้วยังคิดจังไรอีกนะมึง” ฮิมชานเขกหัว

            “ตกข่าวแล้วพี่ เลิกกันไปตั้งกะสองวันก่อนละ” แดฮยอนไม่อยากพูดถึง “ช่างแม่ง หาใหม่เอาให้สวย ให้นมใหญ่กว่าแม่งเลย”

            “พี่ครับ มึงโคตรเหี้ยเลย กูยกนิ้วให้” จงอินทำท่าประกอบ

            แดฮยอนหันไปบีบคอน้องรหัสตัวดี พร้อมกับการเดินเข้ามาใหม่ของใครอีกคน

            “ยงกุก ข้าวกล่องวันนี้ล่ะ...”

            บังยงนัมแฝดผู้พี่ของพี่ยงกุกนั่นเอง เอาจริงๆเขาก็สนิทกับพี่ยงนัมนะ แต่ไม่มากเท่าพี่ยงกุกและพี่ฮิมชาน อาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าตัวเรียนคณะอักษรศาสตร์ที่อยู่ตึกอีกฟากล่ะมั้ง เลยไม่ค่อยได้เจอกันตามมหาลัยสักเท่าไหร่

            แถมพี่ยงนัมกับพี่ยงกุกเรียกได้ว่าเป็นคนๆเดียวกันมากกว่าเป็นแฝดซะอีก ทั้งหน้าตาที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว น้ำเสียงที่เหมือนกันเป๊ะ กริยา ท่าทางการเดิน หยิบจับ เรียกว่าการขยับตัวเหมือนกันทุกอย่างเลยเหอะ

            ไหนจะเรื่องของการแต่งตัว การฟังเพลง หนังสือที่ชอบ คืออะไรจะเหมือนกันเป๊ะขนาดนั้น

            ที่ยังพอให้ได้แยกออกก็คือรูปร่างนั่นล่ะ พี่ยงกุกสูงประมาณ180เซ็นแถมผอมๆแห้งๆ ส่วนพี่ยงนัมปาเข้าไปตั้ง185 นอกจากนี้หุ่นยังบึ้กกว่าพี่ยงกุกอีกตั้งเยอะ

            “ไม่ได้ทำมาว่ะ กูรีบมาจัดการเรื่องรับน้องเนี่ย” ยงกุกหันไปทำหน้ารู้สึกผิด “แล้วมึงมาถึงมหาลัยตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

            “กูออกมาหลังมึงแป๊บเดียว กูบอกให้รอมาด้วยกันทำไมแค่นี้รอไม่ได้วะ” ยงนัมทำหน้าเซ็งๆ “ถ้าจะไม่ทำมาก็แปะโน้ตไว้หน่อยก็ดี กูจะได้ไม่ต้องถ่อมาถามมึงขนาดนี้ โทรมาก็ไม่รับ จะหาเรื่องกูใช่มั้ย”

            “ปัญหาครอบครัวแล้วไงมึง” ฮิมชานหลบฉากออกมายืนกับแดฮยอนและจงอินทันที

            แดฮยอนหัวเราะพลางส่ายหัวเบาๆ

            เป็นภาพที่เห็นจนชินตาสำหรับพวกเขาไปแล้วล่ะ ที่จะเห็นพี่น้องฝาแฝดคู่นี้เถียงกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆอะไรเทือกนี้

            ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาจะคิดว่าเป็นผัวเมียกันแล้วนะเนี่ย!

            “กูก็บอกว่ากูขอโทษไง ทำไมมึงต้องทำเสียงเหมือนรำคาญด้วยวะ กลับคณะมึงไปเลยไป” ยงกุกเริ่มรู้สึกเสียฟอร์มต่อหน้าเพื่อนและน้องๆ

            ยงนัมหรี่ตา “ใครกันแน่ทำเหมือนรำคาญน่ะ” โบกมือมาทางฝั่งฮิมชานเล็กน้อย “กูไปก่อนนะ ฝากเอามันกลับบ้านด้วยละกัน ไอ้เหี้ยนี่เนี่ย”

            “ยงนัม!!” ยงกุกยกขาถีบพี่ชายที่เกิดก่อนไม่กี่นาทีของตัวเอง “กูจะฟ้องแม่”

            “มาละ ประโยคคลาสสิค” จงอินพยายามกลั้นขำ

            ถึงปกติยงกุกจะดูเป็นคนที่ดูโหดเถื่อนและดุดันแค่ไหน แต่พออยู่กับแฝดตัวเองกลับดูเหมือนเด็กไม่ยอมโตตลอดเลย

            จะโทษใครได้ ก็เจ้าตัวยงนัมเองนั่นล่ะที่ตามใจตลอดไม่เคยขัดใจ

            ก็นี่น้องเล็กของบ้านเชียวนะ

            “เจอกันที่บ้านแล้วกัน เชิญมึงรับน้องไปตามสบายใจมึงเลย”

            “วันนี้กูจะไปนอนบ้านไอ้ฮิมชาน”

            “เออ ตามใจมึงเลย”

            “ไอ้เหี้ย ฮิมชานมึงดูมันดิ” หาตัวช่วยทันที

            “ลำบากกูอีกไง” ฮิมชานเกาหัวหนักๆ ให้กับเพื่อนตั้งแต่เด็กของตัวเองทั้งสองคน “เออๆ มึงอย่าเถียงกันน่า ยงนัมมึงก็ยอมให้มันอีกครั้งแล้วกัน เดี๋ยวรับน้องหมดบ่ายโมงนี่ไปหาไรกินกัน โอเคมั้ย”

            ยงนัมส่ายหัวเบาๆ

            ยงกุกก็เบะปากไม่ยอมเหมือนกัน

            “เอาน่า ถือว่ากูขอร้องนะมึงนะ” ฮิมชานตบบ่ายงนัม “เนี่ย กูไหว้มึงเลยก็ได้ มึงก็รู้เวลาแฝดมึงงี่เง่ามันน่าฆ่าทิ้งแค่ไหน ยอมๆมันซะให้จบเรื่องไป”

            “ไอ้ฮิมชาน...”

            “มึงหยุดเลย” ฮิมชานชี้หน้ายงกุก “เดี๋ยวยงนัมมันไม่ง้อมึงๆนั่นล่ะจะมานั่งเศร้าเป็นเด็กโดนทิ้ง ขอโทษพี่มึงซะ”

            “ไม่....” ยงกุกมองไปรอบๆอย่างกลัวเสียหน้า แต่เมื่อเห็นว่าฮิมชานยืนตาขวางบวกกับยงนัมที่ไม่ยอมหันมามองก็ต้องอ่อนลง “มึงเดินออกไปก่อนดิ”

            “ตามใจมึงเลยจ้า” ฮิมชานหมั่นไส้ เดินกลับมาคุยกับแดฮยอนและจงอินต่อ กลัวเพื่อนจะเสียฟอร์มไปมากกว่านี้

            ยงกุกดึงแขนยงนัมไปยืนห่างจากจุดที่มีคนเล็กน้อย “มึง...”

            “อะไร...” ยงนัมเลิกคิ้ว

            “ขอโทษ...”

            “เรื่อง....”

            “เมื่อกี๊ไง....”

            “อะไรล่ะ...”

            “แม่ง...” ยงกุกพ่นลมหายใจ “ขอโทษที่งี่เง่า”

            “เออ...” แค่นี้ยงนัมก็พอใจแล้วล่ะ

            แต่คำตอบรับสั้นๆของยงนัมดันทำให้ยงกุกใจเสียขึ้นไปอีก กลัวแฝดตัวเองจะโกรธจริงๆแล้วพาลไม่ยุ่งด้วย

            นี่เพื่อนนัมเบอร์วันของเขาเลยนะเว้ย!

            “ขอโทษนะพี่...”

            ยงนัมยกยิ้มในใจ ถูกงัดออกมาใช้แล้วไง มุกนี้ ไม้ตายของยงกุกเวลาที่ทำให้เขาโกรธมากๆ

            “ว่าไงนะ”

            “พี่ยงนัม อย่าโกรธเลยนะ”

            การเรียกยงนัมว่าพี่นี่ไง ทำให้แฝดพี่ต้องยอมใจอ่อนให้ทุกครั้ง

            แล้วก็รวมครั้งนี้เข้าไปด้วย

            “เออ หายโกรธแล้ว เลิกทำหน้างอน่า ดูไม่ได้เลย”

            “ก็มึงอะ รู้ว่ากูแค่พูดไปงั้นมึงจะถือเป็นจริงเป็นจังทำไม” ยงกุกตาขวาง “ไม่คิดว่ามึงดุเมื่อกี้กูจะอายพวกรุ่นร้องอายเพื่อนบ้างหรอวะ”

            “มึงก็ชอบข่มกูต่อหน้าคนอื่นจัง ไม่คิดบ้างหรอว่ากูคิดยังไง” ยงนัมวางมือลงบนหัวคนตรงหน้า “นี่แฝดมึงนะครับ ไม่ใช่เบ๊มึง ไม่ใช่ลูกน้องมึง”

            “ก็ขอโทษแล้วไง”

            “ก็ให้อภัยแล้วไง”

            ยงกุกยกมือจับมืออีกคนให้ออกจากหัวตัวเอง “รับน้องเสร็จพาไปกินข้าวด้วย”

            “เออ...”

            “กินไอติมด้วย”

            “เออ...”

            “อย่ามาพูดเออใส่ ไม่ชอบ”

            “ครับ” ยงนัมหลุดขำ “ครับ น้องชาย พี่ชายจะพาไปกินทั้งของคาว ของหวาน ซื้อตุ๊กตาให้อีกตัวแถมด้วยเลยเอามั้ยครับ”

            “นี่กูโตแล้วนะเว้ย อย่าเอาของเล่นมาล่อ!

            “แล้วจะเอามั้ย ทิกเกอร์รุ่นใหม่วางขายวันนี้นะ”

            “เอาดิ! ไปตอนนี้เลยได้มั้ย” ยงกุกตาโตทันที

            “อ้าว แล้วรับน้องมึงล่ะ”

            “รับไร ไม่รับแล้ว ป้ะมึง ไปซื้อตุ๊กตากัน”

            “โดดไม่ได้ครับมึง อย่าชิ่ง ไอ้ห่า” ฮิมชานพุ่งเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองทันที ทนฟังแม่งง้องอนกันนานๆแล้วแทบจะอ้วกทุกที “มึงต้องทำกิจกรรมร่วมกับคณะกู คณะของจีอึนก่อนครับ”

            ซงจีอึนเพื่อนสนิทในแก๊งค์อีกคนของพวกเขาทั้งสาม เราสี่คนเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วล่ะ ไม่สิความจริงต้องพูดว่าจีอึนเข้ามารู้จักกันตอนมัธยมปลายมากกว่า เพราะพวกเขาสามคนเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาลเลยต่างหาก

            จีอึนเรียนอยู่คณะบริหารแถมยังถูกเลือกให้เป็นดาวคณะอีกด้วย พอๆกับที่ฮิมชานเป็นเดือนคณะฝั่งของดุริยางค์ศาสตร์

            “โหย มึงรีบๆรวบรัดตัดตอนกิจกรรมเลยนะ ให้เหลือครึ่งชั่วโมงพอ”

            ก่อนที่ฮิมชานจะอ้าปากด่าอะไร แดฮยอนก็หัวเสียเดินเข้ามาร่วมกลุ่มสนทนาซะก่อน

            “แม่งเอ๊ยแม่ง...”

            “อะไรของมึงวะ” ยงกุกงง

            “นั่นดิพี่” จงอินที่ถือแก้วน้ำตามมาก็พูดขึ้น “แค่ผมพาไปซื้อน้ำมากินเท่านั้นเอง พอเดินมาคณะบริหารพี่ดันโมโหขึ้นมาซะงั้น”

            “โลกกลมสัส มหาลัยมีล้านแปดไม่เข้า ดันซิ่วมาเข้าที่เดียวกับกูอีก” แดฮยอนกรอกตา

            “อะไรของมึงวะ” ฮิมชานสงสัยขึ้นมาอีกคน

            แดฮยอนตาขวางมองไปยังทางคณะบริหารไม่ละสายตา “แรดเข้าไป อ่อยเข้าไป คิดว่าน่ารักมากเลยดิ ไอ้ห่า ยิ้มให้เขาอีก ไอ้อ้วน ไอ้...”

            “ถ้ามึงไม่อธิบายกูถีบไส้ไหลแน่” ยงนัมที่ไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นสักเท่าไหร่นักยังชักสงสัยขึ้นมาบ้าง

            “เมียเก่า” แดฮยอนอธิบายสั้นๆ

            “ไหนวะพี่ ไหนๆ คนไหนอะ” จงอินเผยอาการเสือกขึ้นมาทันที

            แดฮยอนพยักเพยิดไปทางยองแจที่กำลังยืนพูดคุยกับมาร์ค ลูกครึ่งจีน-อเมริกัน ดีกรีเดือนคณะปีสี่พ่วงตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยอย่างออกรส

            “หูว น่ารักนี่หว่า” ฮิมชานผิวปาก

            แดฮยอนทำหน้าเซ็งขึ้นไปอีก “เออ น่ารัก แต่แรด แม่ง ดูดิ๊จะยิ้มออเซาะไปถึงไหน แล้วไงวะ ก็แค่ขาว ก็แค่บ้านรวย แม่ง...แม่งเอ๊ย”

            บุคคลที่เหลือหันไปมองหน้ากันก่อนจะหันกลับมามองแดฮยอนอีกที

            “แน่ใจว่าเมียเก่า” ยงกุกเลิกคิ้ว

            “ทำไมล่ะพี่” แดฮยอนถามทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาไปจากยองแจ

            ฮิมชานผลักหัวแดฮยอนแรงๆหนึ่งที “น้ำเสียงมึงเนี่ย หวงเขามากกกกก หึงเขาสัสๆเลยจ้า”

            “หวงไร หึงไร พี่มึงมั่วแล้วครับ” แดฮยอนส่ายหน้ารัวๆ

            “เหรออออออออออ” ทั้งวงประสานเสียงกันขึ้น

            “พวกนายมายืนสุมหัวอะไรกันตรงนี้เนี่ย” เสียงแหลมของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น “ยงกุกต่อไปเป็นกิจกรรมแนะนำตัวแล้วนะ”

            ซงจีอึน เดือนสาวสวยจากคณะบริหารและเพื่อนร่วมแก๊งของยงกุก ยงนัมและฮิมชานนั่นเอง

            “เออ จีอึนมาก็ดี มานี่ๆ” ฮิมชานกวักมือเรียกรัวๆ

            “อะไรของนาย” จีอึนทำหน้างงๆ “อ้าว ยงนัมมาด้วยหรอ สวัสดีนะ”

            สมัยมัธยมปลายจีอึนเคยสารภาพรักกับยงนัมไปตอนกำลังจะเรียนจบแต่ถึงแม้ว่ายงนัมจะตอบปฏิเสธ จนถึงพวกนี้พวกเขาสี่คนก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาเรื่อยๆอยู่ดี

            “นูน่าๆ คนนั้นๆ คนนั้นที่น่ารักอะ เมียเก่าพี่แดฮยอน” จงอินชี้มือไปเสร็จสรรพ

            “ห๊ะ น้องยองแจน่ะหรอ โหย นี่ขวัญใจคนใหม่ของคณะฉันเลยนะเว้ย ผู้หญิง ผู้ชายชอบน้องเขาหมดเลย” จีอึนหันมามองแดฮยอน “เคยคบกันจริงดิ”

            “นานแล้วพี่ สมัยมัธยม”

            “แล้วทำไมเลิกกันล่ะ” ยงกุกถามต่อ

            แดฮยอนจิ๊ปาก “ผมนอกใจ”

            “สมน้ำหน้า!!!” คราวนี้แยกไม่ออกเลยว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร

            “เออ แต่ว่านะ พวกฉันกับเพื่อนคุยๆกันว่าน้องยองแจน่าจะเป็นตัวเก็งได้เป็นเดือนคณะของปีนี้ล่ะ”

            “อย่า” แดฮยอนสวนขึ้นทันที “อย่าให้มันเป็นได้มั้ยพี่”

            “ห๊ะ ทำไมล่ะ” จีอึนเอียงหัว

            “มันกลัวว่าเมียเก่ามันจะได้ไปทำกิจกรรมกับเดือนปีสี่น่ะสิ” ยงนัมขำ

            “มาร์คอะนะ” จีอึนร้อง “เฮ้ย คนนี้คนดีนะแก ฉันการันตี เพื่อนฉันเอง”

            “ดีก็ช่างแม่งดิ นะพี่ อย่าให้ยองแจมันเป็นเลย มีคนอื่นน่ารักกว่ามันอีก”

            “นี่ล่ะน่ารักที่สุดแล้ว” จีอึนยกมือห้าม “คนที่แกควรระวังน่ะไม่ใช่มาร์คนะ นู่นพี่มินโฮนู่น เห็นจ้องยองแจตาเป็นมันจนฉันยังเสียวสันหลังวาบๆเลย ประวัติฟันแล้วทิ้งนี่ยาวขนาดเลยนะ”

            ชเวมินโฮ ครามจริงควรจะเรียนจบในรุ่นที่แล้วๆ แต่เพราะอาชีพนายแบบที่กำลังดังสุดขีดทำให้ต้องดรอปเรียนไปหนึ่งปี ตอนนี้ก็เลยยังคงสภาพความเป็นนักศึกษาปีสี่อยู่เช่นกัน

            “แม่งจะฮอตไรนักหนาวะ” แดฮยอนสบถ

            “ยังรักเขาอยู่ล่ะซี่” จีอึนยื่นนิ้วมาจิ้มแก้มน้องชายต่างคณะ

            แดฮยอนทำหน้าเบื่อโลกขึ้นไปอีก “ไม่ใช่นะพี่”

            “ไม่มีใครเชื่อพี่หรอกบอกเลย” จงอินตบบ่า “หวงก็บอกมาว่าหวง เดี๋ยวผมให้ไอ้เซฮุนไปคอยเฝ้าให้เลย”

            “ง้อเขาดิ อุตส่าได้มาอยู่มหาลัยเดียวกันละ” ยงนัมยักไหล่

            “อยู่ห้องเดียวกันด้วย” แดฮยอนต่อทันที

            “ห๊ะ...” ทั้งวงอึ้ง

            “แม่งมาพักอยู่หอเดียวกับผม ซวยเหลือห้องผมห้องเดียวด้วย”

            “เยดดดดดดดดดดดด” ฮิมชานร้องลั่น “ถ้าไม่เรียกเนื้อคู่ก็เจ้ากรรมนายเวรอะมึงแบบนี้”

            “ผมว่าน่าจะอย่างหลังมากกว่านะ”

            “รักเขาอยู่ก็พูดมา” ยงกุกเข้าไปกอดคอน้องรหัสแล้วยิ้มกวนๆ

            แดฮยอนละเหี่ยใจกับประโยคนี้จริงๆ “ไม่รู้เว้ย”

            “ไม่รู้ก็ไม่ได้แปลว่าไม่รักนะเว้ยเฮ้ย” ฮิมชานผสมโรง

            “พวกพี่จะแกล้งผมอีกนานมั้ย นี่หงุดหงิดจริงๆแล้วนะ”

            “โอ๋ๆ....เลิกก็ได้” ยงกุกขอโทษขอโพย

            แดฮยอนหันกลับไปมองยองแจที่ตอนนี้ยังมีคนนั้นคนนี้แวะเวียนเข้ามาพูดด้วยไม่หยุด

            “รำคาญว่ะ”

 

 

            รอจนกระทั่งกิจกรรมรับน้องของวันนี้เสร็จสิ้นจนหมด แดฮยอนจึงโบกมือลาทุกคนเดินกลับไปยังที่ลานจอดมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง

            เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เดินต๊อกๆอยู่ริมฟุตบาทจึงเดินขี่รถไปจอดข้างๆ

            “จะไปไหนล่ะมึง” ถามทั้งๆที่สายตายังมองตรงไปยังถนนข้างหน้า

            “ไม่ใช่เรื่องของมึง” ยองแจตอบพลางเดินหลบ

แดฮยอนไถรถตามต่อ “นี่กูถามดีๆนะไอ้สัตว์”

“กลับหอ มึงมีเหี้ยไร”

“เออก็แค่นั้น กูก็จะกลับหอเหมือนกัน ขึ้นมาดิ” ขี้มือพยักเพยิดไปทางเบาะหลังรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง

“เก็บความหวังดีของมึงเอาไว้เหอะ”

“มึงนี่....” แดฮยอนอ้าปากแต่ก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นมาเสียก่อน

“น้องยองแจ...” ชเวมินโฮ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้ม แถมยังเป็นนายแบบชื่อดังในตอนนี้ด้วย

“อะ เอ่อ พี่มินโฮ..”

“เพิ่งเจอกันวันแรกเรียกกันซะสนิทสนมเชียว” แดฮยอนเบะปาก

มินโฮจอดรถห่างจากยองแจไปพอประมาณเพราะมีมอเตอร์ไซค์ของแดฮยอนจอดขวางอยู่ ลงจากรถมายืนอยู่ที่ประตูรถ ยิ้มหล่อพร้อมมาดนายแบบ “กำลังจะไปไหนหรอครับ ให้พี่ไปส่งมั้ย”

“คือ....” ยองแจหรี่ตาอย่างลำบากใจ

“อ้อ มอไซค์ถูกๆของกูมันสู้พอร์ชหรูๆไม่ได้สินะ...” แดฮยอนกำแฮนด์แน่น

ยองแจชักอยากจะประชดไอ้คนตรงหน้าขึ้นมาตะหงิดๆ “เออ กูจะไปนั่งพอร์ชให้มันสบายตูดกูพอใจมั้ย”

“อย่าไป...” แดฮยอนกดเสียงต่ำจ้องตาอีกฝ่ายไม่กระพริบ “อย่าไปกับมัน”

ยองแจปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดวงตาคู่ตรงหน้ามันยังส่งผลต่อความรู้สึกของเขาได้จนถึงตอนนี้ “มึงห้ามกูได้รึไง เป็นแค่ผัวเก่าอย่าสะเออะมาพูดมาก”

“อย่าไป...” แดฮยอนยืนยันคำเดิม “มันไม่ใช่คนดี เชื่อกู...”

“พูดอย่างกับว่ามึงดีนักนี่ ไอ้เหี้ย” ยองแจขบฟัน

“อย่าดื้อกับกูยองแจ อย่าไปกับมัน”

“กูจะไป มึงห้ามกูไม่ได้ มึงไม่มีสิทธิ์”

แดฮยอนสบถในลำคอนิสัยดื้อแพ่งนี่แม่งไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ “เอาซี่ มึงไปเลย วันเปิดเรียนมึงได้ดังสะพัดไปทั้งมหาลัยแน่ว่าเคยแดกกับกูมาก่อนน่ะ”

“ไอ้!!!” ยองแจหมดคำจะด่า

“น้องยองแจ มีอะไรรึเปล่าครับ” มินโฮเริ่มงงๆ มองสลับระหว่างยองแจและแผ่นหลังของคนที่เขาไม่รู้จักซึ่งนั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์

“ไปสิ มึงลองก้าวขึ้นรถมันไปก้าวเดียว กูจะสูบบุหรี่หมดซองในห้องเลยคืนนี้”

อยากตายเพราะภูมิแพ้กำเริบก็เอาเลยยูยองแจ

“มึงมันเหี้ย” ยองแจกำมือแน่น

“ขึ้นมาบนรถกูนี่ กูจะไปส่งที่หอ”

“แม่ง...” ยองแจกำมือแน่น

“จะถึงเวลาเข้ากะทำงานของกูแล้ว ขึ้นมาเร็วๆ” แดฮยอนสตาร์ทรถอีกครั้ง

“เอ่อ...” ยองแจหันไปทำสีหน้าลำบากใจทางมินโฮที่ยืนรออยู่ “ขอโทษนะครับพี่ พอดีว่าวันนี้ผมต้องไปทำธุระกับเพื่อน”

“งั้นหรอน่าเสียดายจัง งั้นพี่ขอเบอร์เรา...” มินโฮพูด

“บรื้นน!!!” แดฮยอนกลับบิดคันเร่งจนเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณนั้นแทน

“ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ” ยองแจกลัวจะแดฮยอนทำอะไรให้แย่ไปกว่านี้จึงรีบบอกล่ามินโฮแล้วก้าวขึ้นไปนั่งซ้อนรถอีกฝ่ายทันที “ไปเลยมึงไอ้เหี้ย หน้าด้านชิบหาย”

หนุ่มผิวแทนแสยะยิ้มที่มุมปากแล้วจึงออกรถ “ว่าง่ายๆแต่แรกก็จบแล้ว”

แดฮยอนพยายามขับรถให้ช้าๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่การที่ยองแจมานั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์เขาแบบนี้ก็ทำให้อดนึกถึงสมัยเรียนด้วยกันที่ปูซานไม่ได้ เขามักจะขี่รถไปรับไปส่งยองแจอยู่เป็นประจำ

“ยองแจ...”

“อะไร” เจ้าของชื่อขานรับ

“เก็บตู้เย็นให้หน่อยสิ” แดฮยอนพูดขณะที่เลี้ยงที่มุมถนน “ว่าจะไปซื้อของเข้าห้องซะหน่อยเย็นนี้”

“ของๆมึง มึงก็เก็บเองดิ”

“กูจะชวนมึงไปซื้อของที่ลอตเต้มาร์ทด้วยกันไง” แดฮยอนลองหยั่งเชิง “มึงจะไม่ซื้อของใช้อะไรสักหน่อยรึไง

“เดี๋ยวกูไปซื้อของกูเอง”

“แต่ถ้าไปกับกู มีกูช่วยหารด้วยนะเว้ย”

“ไม่ต้อง”

“ไปด้วยกันนะ...” แดฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

ก็แค่...ก็แค่ถ้าไปด้วยกันมันคงจะสนุกมั้ง

แค่นั้นล่ะ...แค่นั้นเอง

ยองแจเม้มปากแน่น ไม่อยากจะพาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวกับสารถีจำเป็นตรงหน้านี่ให้มากนัก

แผ่นหลังของมัน จังหวะการขับขี่รถ กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย

แม่ง...ไม่เปลี่ยนไปเลย

“เออ ไปก็ไป...”

 

 

แดฮยอนเปลี่ยนชุดเป็นยูนิฟอร์มร้านแฮปปี้ชิคเก้นแล้วจึงออกมหาแดฮยอนที่นั่งจัดของอยู่หน้าตู้เย็น

“ไหนว่าจะไม่ทำไง”

ยองแจก้มเก็บของต่อไปไม่หันไปมองอีกฝ่าย “หุบปาก แล้วไสหัวไปทำงานเถอะ”

“วันนี้ไม่ใช่คิวกูไปส่งของ อยู่ในร้านข้างล่างนี่ล่ะ ถ้ามึงหิวลงไปได้นะ เดี๋ยวกูเอาให้แดกฟรี”

“เออ..” ยองแจไม่ชินเลยกับการต้องมาพูดอะไรดีๆกับคนๆนี้อีก

คนที่แม่งเคยทำให้เขานอนร้องไห้ไม่หยุดเจ็ดวันมาแล้ว

“กูเลิกกะหกโมงเย็นนะ”

“อือ...” ยองแจเก็บพวกของกินที่หมดอายุแล้วใส่ในถุงขยะ

แดฮยอนเหลือบมองคนตรงหน้าแล้วก็ไม่รู้จะหาบทสนทนาอะไรมาพูดต่อ “เอาเบอร์โทรศัพท์มึงมาดิ”

“เอาไปทำไม ไม่ต้อง”

“จะได้ติดต่อมึงง่ายๆ ไหนนๆก็ยังต้องอยู่ร่วมห้องกันไปอีกตั้งเทอมนึง อย่าสงสัยมากน่ะ เอามา” แดฮยอนหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา พลางเดินไปนั่งยองๆใกล้ๆยองแจที่หน้าตู้เย็น

ยองแจถอนหายใจ “060-2601-2012

“เบอร์เดิมนี่ มึงยังไม่เปลี่ยนหรอ” แดฮยอนเงยหน้ามองอีกฝ่าย

กว่าจะคิดได้ว่าพูดอะไรออกไป ทั้งห้องก็ปลกคลุมด้วยความเงียบไปเสียแล้ว

ทั้งสองคนต่างทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

“เอ่อ...เดี๋ยวกูโทรเข้าให้มึงเซฟเบอร์กูไว้แล้วกัน”

แดฮยอนเลือกกดปุ่มโทรออกแก้เก้อ

แต่กลับต้องเงิบอีกรอบเมื่อมือถือของยองแจที่เจ้าตัวถืออยู่นั้นแสดงหน้าจองสายเรียกเข้า

“...ไอ้เหี้ย...”

พร้อมรูปถ่ายคู่กันของเขากับยองแจสมัยที่ยังคบกันอยู่

ยองแจกำโทรศัพท์มือสั่นเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงกับพื้นแล้วเริ่มจัดตู้เย็นต่อ

แดฮยอนกดตัดสาย สายตาก็ไม่กล้าเหลือบมองคนตรงหน้าเช่นกัน

“แหม...” พยายามทำเสียงให้มันสดชื่นขึ้น “เซฟชื่อกูซะหล่อเลยนะ”

“ไปทำงานเถอะ มึงสายแล้ว” ยองแจพูดเรียบๆ

ชายหนุ่มอีกคนพยักหน้าแล้วจึงลุกขึ้นยืน “หกโมงตรงมึงลงไปรอกูที่ร้านก็ได้นะ”

“อือ” ยองแจรับคำสั้นๆ

แดฮยอนเห็นว่าตนเองควรเดินออกไปจริงๆแล้วจึงออกก้าวเดิน แต่ก็ไม่วายใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งวางแปะลงบนหัวของยองแจเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องออกไปอย่างรวดเร็ว

ยองแจยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเองพลางเสยผมลวกๆ

ไม่ชอบเลย

ต้องแย่แน่ๆ สามเดือนนี้

มันไม่ง่ายแน่ๆ

การต้องเผชิญหน้ากับแฟนเก่าทุกวันแบบนี้


“ทั้งๆที่กูรักมึงมากขนาดนั้น ทำไมถึงยังนอกใจกูได้ลงวะแดฮยอน”





- - - - - - - - -


เตรียมตัวเลือกอยู่ทีมใครรึยังคะเนี่ย?

บอกกันผ่านคอมเม้นท์หรือ #ลอกบอก บนทวิตเตอร์บ้างน้า

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #83 fatymi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:34
    แม่ง ซึนอะซึนนนนนน เจ็บแล้วจำคือคน!!! ....แต่ถ้าแดฮยอนมันเแล้วก็ยอมมันเถ้อะ แงงงง  เว่ยนี่เขินอะ เขืนไรวะ555555555
    #83
    0
  2. #78 เข็ม'ลี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 22:00
    ถ้าจะขนาดนี้รีบๆง้อเค้าเลยนะเเด้
    #78
    0
  3. #69 Wiww (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 21:13
    สงสารยองแจ มีตัดพ้อเล็กน้อย บ่งบอกถึงเยื่อใยรึความแค้น T^T
    ดอน แบบนิสัยเสียมากของมากที่สุดแบบ หวงก้างมากมาย แบบว่าทำไมถึงเป็นคนที่น่าหมั่นไส้ขนาดนี้  เอาจริงจอง แดฮยอนต้องเป็นคนมีระดับพื้นผิวหนาแค่ไหนกันถึงจะถึงยองแจไปแล้วยังสามารถอยู่กันยองแจแบบนี้ได้ นับถือละเกิน
    ถ้าจะว่ายัยหนูขนาดนั้น แกก็ขังเค้าไว้ให้องเลยไหมละ เฮอะๆๆ หึงเค้าก็บอกเถอะนะเรื่องจะได้จบ 

    คู่นัมกุกคือน่ารักมากเลยค่าาา แบบพี่กุอ้อนแล้วแบบ โง้ยยยยยย

    #69
    0
  4. #59 Demolish. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 16:26
    อ่านละสัมผัสได้ถึงเศษเสี้ยวความผูกพันธ์ของทั้งสองคน โอยยยยย เครียดดดด
    #59
    0
  5. #51 YooJae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 20:44
    โอ้ย บังทวินส์น่ารักมากอ่ะ งุ้งงิ้งมุ้งมิ้งกันอยู่สองคน แอบสงสารพี่ฮิม 5555555 แดฮยอนนี่ก็นะ ขนาดนี้แล้วก็ยังไม่รู้ตัวอีกว่ายังรักยองแจอยู่ หึงก็บอกว่าหึงสิแหม ไม่ใช่บอกว่ารำคาญ ~
    #51
    0
  6. #46 oynit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 05:10
    แด้ร้ายกาจจัง สารพัดจะเอามาขู่ ให้แจยอมไปด้วย โอย

    ทั่งอึดอัดแทนแจ ทั้งลุ้น จะเข้าข้างใครดีเห็นใจแจสงสาร

    แฟนเก่าทำเจ็บนี่นะ นัมกุกน่ารักจริงง้องอนกันมุ้งมิ้ง

    #46
    0
  7. #34 MBKY; (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 21:10
    อ้าว ทั้งสองยังมีเยื้อใยต่อกัน โธ่อย่าปากแข็งใส่กันนักเลยน่า ._. บักแดก็ขี้หวงมาก 555555
    #34
    0