BAP :: Love again, Break again #ลอกบอก

ตอนที่ 3 : ลอกบอก : ย ก ที่ ห นึ่ ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ส.ค. 58

LOVE again

BREAK again



- ยกที่หนึ่ง -


 

            “สวัสดีครับป้า......”


            แดฮยอนเลื่อนประตูร้านขายไก่ทอดสัญลักษณ์เป็นสีแดงและสีเหลืองด้วยชุดยูนิฟอร์มครบชุด

            เจ้าของร้านอาหารนี้เป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ที่เขาเช่ารายเดือนอยู่มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วล่ะ แถมยังรับจ๊อบพิเศษเป็นพนักงานของร้านนี้ด้วย

            แต่อย่าถามนะว่าเขาทำตำแหน่งอะไร....เพราะแม่ง...ทำทุกอย่างตั้งแต่รับออเดอร์ ทอดไก่ แพคใส่กล่อง ยันขับรถไปส่งตามบ้านต่างๆอีกด้วย

            ถ้าไม่ติดว่าค้าจ้างดี ลดค่าน้ำค่าไฟให้ครึ่งหนึ่งนี่อย่าหวังจะมาทนอยู่นะ ร้อนก็ร้อน น้ำมันกระเด็นใส่ทีหน้าแทบแหก

            “เอ้า แดฮยอน รับออเดอร์ให้ฉันหน่อย โทรศัพท์เข้าไม่หยุดเลยเนี่ย ทางเน็ตอีก...” เสียงตะโกนของคุณป้าวัยไม้ใกล้ฝั่งแต่ยังคงแข็งแรงสุดๆตะโกนบอกชายหนุ่มผิวเข้มให้เริ่มงานทันที

            “สวัสดีครับ แฮปปี้ชิกเก้นครับ...ไก่ทอดน้ำผึ้งกับไก่รสดั้งเดิมนะครับ...” ใช้ไหล่ข้างหนึ่งหนีบโทรศัพท์ไว้กับหูส่วนมือหนึ่งก็จดปากกาลงกระดาษ สายตาก็ไม่วายกดคอนเฟิร์มออเดอร์ที่เด้งไปมาภายในคอมด้วย

            ป้าครับ...มึงช่วยรับคนเพิ่มด้วยเถอะครับ ร้านใหญ่จะตายห่าเสือกมีพนักงานอยู่สี่คน!!

            “ไอ้ดงกึน! มึงมาช่วยกูตอบออเดอร์ลูกค้าในเน็ตหน่อย!” เสียงทุ้มตะโกนบอกเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง

            “กูไม่ว่างโว้ย! ทอดไก่อยู่เนี่ยมึงได้ยินเสียงมั้ย มึงนั่นล่ะรีบรับออเดอร์แล้วมาเอาไก่ไปส่งเขา!

            ฉิบหายแท้ๆ...” แดฮยอนสบถ “ผมบอกป้าแล้วใช่มั้ยว่าให้รับคนเพิ่มๆ!” ไม่วายหันไปกัดคุณป้าที่ยืนนับเงินอยู่ที่เคาท์เตอร์

            “ให้หักค่าจ้างนายมาเป็นเงินเดือนเขามั้ยล่ะ” เสียงแหลมเถียงกลับมา “ค่าห้องเดือนนี้ก็อย่าค้างอีกล่ะ...”

            “รู้แล้วน่า!!” แดฮยอนแยกเขี้ยวกลับ ปิดเทอมแท้ๆแทนที่จะได้กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อเยี่ยมแม่เพื่อไถเงิน เอ้ย! ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เขาต้องมาทำงานงกๆเพื่อเก็บเงิน


            “อิแหม่นะอิแหม่ ก็ฮู้อยู่ว่าข่อยบ่มีเงินๆ.....” บ่นถึงบุพการีผู้เป็นที่รักส่งท้ายก่อนจะวิ่งเข้าครัวไปช่วยงานเพื่อนเพิ่มอีกแรง

            “เป็นอิหยังคือเฮ็ดหน้าจังซั่น...” เสียงเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นขณะที่เขาตักไก่รสชาติต่างๆลงกล่องตามออเดอร์

            “บักชอนจี กูโดนผู้สาวถิ่มอีกแล่ว...” แดฮยอนตอบเพื่อนที่มาจากบ้านเกิดเดียวกับตนเองอย่างปูซาน

            “ไผ?” ชอนจีขึ้นเสียงอย่างงงๆ “อีซอลฮยอนบ่ มึงไปเฮ็ดอิหยังให้เผิ่นสูนอีกล่ะทีนี้ เผิ่นถึงได้ถิ่มมึง...”

            “กูนอนกับหมู่เผิ่น พอเผิ่นฮู้ละก็ตามมาตบกู เก็บผ่าเก็บผ่อนไปเมื่อกี้...”

            “มึงนี่เลวจริงๆ” ดงกึนที่ยืนทอดไก่อยู่ข้างๆหันมาด่าด้วยภาษากลาง

            “บักปอบนี่...” ชอนจียกมือขึ้นตบหัวเพื่อนตัวดี “สมน้ำหน่ามึง!คือเฮ็ดจังซี่ล่ะบักขี้คันคาก...”

            “ฮ่วย มึงสองโตนี่สิเข้าข้างกูจั๊กเทือบ่ได้แมนบ่ คืนนั้นกูเมาคือหมานี่ จำบ่ได้ว่าไผเป็นไผ หมู่ซอลฮยอนก็เริ่มก่อนแท้ๆ โคยกูแข็งขนาดนั้นสิบ่เอาได้จังได๋ล่ะ...”

            “โคยมึงนี่น่าตัดถิ่มเนาะ บักห่ามึงเอ๊ย ทีนี้สิเฮ็ดจังได๋ล่ะ สิไปง้อเผิ่นอยู่บ่...”

            “ง้ออิหยังล่ะ ตบหน้ากูหัวแทบหลุดจังซี่ เลิกแล้วก็เลิกโลด บ่ตาย คนอย่างกู จองแดฮยอนบ่ตายเพราะผู้สาวดอก...” น้ำเสียงมั่นใจเกินล้าน

            “ระวังเจอของจริงแล้วจะสะอึก” ดงกึนยกไก่ทอดขึ้นตะแกรงสะเด็ดน้ำมัน

            “บักฝรั่งชิคาโก้ มึงหุบปากโลด บ่ต้องมาแช่งกู กูล่ะเบื๊อเบื่อคำแช่ง...” แดฮยอนปิดฝากล่องไก่แล้วจัดลงถุง “เว้าอีกกูสิเต๊ะปากมึง บักขี้นก...”

            “จี้ใจดำแล้วทำเป็นพาล คิดถึงเมียเก่ามึงก็บอกมา...”

            “ไผ...” ชอนจีที่เดินเอาไก่ไปส่งให้คุณป้าเจ้าของร้านเพื่อไปเสิร์ฟลูกค้าด้านนอก “บักยองแจนั่นบ่ อย่าเว้าเด๊ะล่ะ ว่ามึงยังฮักมันอยู่อีก....”

            “ฮักเฮิกอิหยังล่ะ มันป๋ากูไปเป็นปี...คิดฮอดจั๊กนิดกูก็บ่มีให้มันดอก...” แดฮยอนดูเหมือนจะหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อต้องพูดถึงประเด็นนี้

            “บ่คิดฮอดแล้วเก็บของๆมันไว้อีกเฮ็ดหยังล่ะ...” ชอนจีกระเซ้า

            “ของอิหยัง มึงอย่ามาเว่าให้กูเด๊ะล่ะ...”

            “โอ๊ยยย บักถ่านหุงเข่า คิดว่าพวกกูปึกขนาดแม่นบ่ รูปบักยองแจในกระเป๋าเงินมึง ตุ๊กตาที่มันให้มึงกี่ปีกี่ชาติมึงก็ยังเก็บไว้ บักห่ามึงเอ๊ย ปากห้อยแล้วยังปากแข็งอีก” ปิดท้ายด้วยการยกขาขึ้นมาเตะตูดเพื่อนสนิทอีกที

            “พวกมึงฮู้เบิ๊ดเลยบ่เนี่ย...” จนมุมจนได้

            ดงกึนหัวเราะเบาๆพลางขีดฆ่าออเดอร์ที่จัดการเรียบร้อยแล้ว “ยังรักมากขนาดนี้ก็ไปง้อขอเขาคืนดีซะสิ...”

            “บ่!!” แดฮยอนลิ้นรัว “ไม่เว้ย! บักยูเอสเอ๋ มึงหุบปาก มึงทอดไก่ไปโลด กูนี่นะจะไปง้อไอ้อ้วนนั่น บ่ฮู้ตอนนี้มีผัวใหม่ไปจั๊กคนแล่ว...”

            “มึงเอาทีละสำเนียง กูแปลไม่ทัน” ดงกึนส่ายหัวระอา “กับเพื่อนกับฝูงมึงไม่ต้องทำเป็นกร่างหรอกน่า พวกกูรู้หมดแหละว่ามึงรู้สึกยังไง”

            “ฮึ่ย! สูนเว้ย!” แดฮยอนกระฟัดกระเฟียดที่เอาชนะเพื่อนสติปัญญาเลิศตรงหน้าไม่ได้เลยสักครั้ง

            “ถ้าได้เจอมันอีกจั๊กเทือ มึงสะเฮ็ดจังได๋บักมืด...”

            “กูบอกมึงจั๊กเทือละว่าอย่าเอิ้นกูว่าบักมืด บักชอนจี...” หันไปทำตาเขียวใส่เพื่อนร่วมภูมิลำเนา “กูก็บ่ฮู้คือกันว่าสิได้พ่อมันอีกอยู่บ่ บ่ฮู้ใจโตเองคือกันว่ากูยังฮักมันอยู่ฮึแค่อยากแก้แค้นมันซือๆ”

            “มึงสิไปแก้แค้นมันได้จังได๋ มันดีกับมึงสิตาย มึงนั่นล่ะถิ่มมันไปนอนกับผู้สาวใหม่ เตียงที่มึงเอามันทุกคืนแท่ๆ มึงนั่นมันชั่ว มึงมันx บักห่ามึงเอ๊ย...”

            “มึงคือหมู่กูฮึหมู่บักยองแจมันกันแน่ ชอนจี ด่ากูจังซี่เอาน้ำมันฮ้อนๆมาสาดกูเลยบ่ บักปึกเอ๊ย...”

            “เถียงเหี้ยไรกันอยู่เนี่ย...” เสียงของผู้เข้ามาใหม่หยุดบทสนทนาที่เริ่มจะรุนแรงขึ้นได้ชะงัด

            “ส่งออเดอร์หมดแล้วหรอยูนกิ...” ดงกึนเอ่ยทักเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เดินเช็ดเหงื่อมาคว้าขวดน้ำไปดื่มอึกใหญ่

            “รถติดชิบหายเลย ไอ้แดฮยอนคิวมึงแล้วนะ...”

            “ขี้เกียจจังว่ะ กูยืมรถมึงนะ รถกูน้ำมันหมด...” แดฮยอนพูดพร้อมรับกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ที่เพื่อนโยนมาให้

            “ขี่รถดีๆล่ะบักแดฮยอน คราวที่แล่วป้าเผิ่นเกือบเอามึงตายตอนมึงปาดรถชาวบ้านซะไก่เก่ยหกเบิ๊ด...” ชอนจีไม่วายกำชับเพื่อนอีกแรง

            “ฮู้แล้วๆ...สี่ที่แม่นบ่ กูสิรีบไปส่งละรีบกลับมาอาบน้ำ มื่อแลงนี้ต้องออกไปทำอีกงานโด้ย...”

            “มึงสิเฮ็ดงานหนักเกินไปแล้วเด๊ะล่ะ...สิเปิดเทอมอยู่แล้วมึงสิแบ่งเวลาจังได๋”

            “กูทำอีกบ่กี่เทือก็สิลาออกแล่ว มึงบ่ต้องห่วงดอก กูฮู้ว่าต้องเฮ็ดจังได๋...” แดฮยอนผลักหัวเพื่อนแล้วหอบไก่ทั้งหมดออกไปยังประตูหลังร้านที่ยูนกิจอดรถมอไซค์พร้อมกล่องบรรจุสินค้าทั้งหมดที่ด้านท้าย


            “สรุปเมื่อกี๊คุยอะไรกัน” ยูนกิซึ่งยังงงๆอยู่เอ่ยถามขึ้น

            “อ๋อ...” ดงกึนขอเป็นคนตอบ “แค่จี้ใจดำมนุษย์ตัวดำน่ะ”

            “ห๊ะ?” หนุ่มตัวขาวซีดทำหน้ามึนกว่าเดิม

            ชอนจีทนไม่ได้เลยเฉลยซะเอง “ไอ้แดฮยอนมันยังรักยองแจอยู่ยังไงล่ะ”

            “ยองแจ เมียเก่าสมัยม.ปลายของมันน่ะนะ” ยูนกิทวนความจำ “ไหนว่าจบไม่ค่อยสวยยังไงล่ะ พูดถึงกี่ครั้งมันก็โมโห แล้วไง คือยังรักอยู่ว่างั้น”

            “เอากันเตียงแทบพังขนาดนั้น รักมากล่ะมั้งกว่าจะได้ดอกฟ้ามาเชยชม พอได้แดกเสือกทิ้งๆขว้างๆ สมน้ำหน้ามัน”

            “เอ้อ ก็ดีนี...” ยูนกิส่ายหัว “จังไรอย่างมันก็ไม่ควรได้คนดีๆมาทำเมียนักหรอกมั้ง

            “แต่คนนี้อาจจะเป็นคนเดียวที่มันรักจริงเลยก็ได้นะ...” ดงกึนค้าน

            “แล้วจะทำไงได้ ตั้งแต่จบม.ปลายกันมาก็ไม่ได้ข่าวคราวกันอีกเลย” ชอนจียักไหล่ “แต่ก็อยากให้มันโคจรมาเจอกันอีกอยู่หรอกนะ แค่คิดก็สนุกละ...”

            “การจีบแฟนเก่าตัวเองนี่แม่งก็น่าตื่นเต้นไปอีกแบบนะ พวกมึงว่ามั้ย” ดงกึนขำพลางเทไก่ลงไปทอดอีกครั้ง

            ยูนกิส่ายหัว “แต่กับผู้ชายอย่างไอ้แดฮยอน ใครจะอยากเริ่มต้นใหม่กับมันวะ”

            คราวนี้อีกสองคนที่เหลือถึงกับประสานเสียงออกมาพร้อมกัน “กูเห็นด้วย”




 

            “ติดหาพ่อมึงหรอครับ....”


              แดฮยอนสบถออกมาเป็นรอบที่ล้านหลังจากต้องหยุดรถตามไฟแดงจุดที่หนึ่งแสน จะไปส่งทันเวลากำหนดมั้ยเนี่ย ดีนะไม่มีโปรโมชั่นส่งช้ากินฟรี ไม่งั้นกูนี่ล่ะจะได้แดกหน้าแข้งคุณป้าฟรีๆ

            “ไอ้พวกเพื่อนเหี้ย เพราะพวกมึงนั่นล่ะพูดถึงไอ้ยองแจมันทำไม กูอารมณ์เสียเลย...” บ่นพึมพำกับตัวเองท่ามกลางท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยามบ่ายแก่ๆ

            เขาเริ่มต้นทำงานที่ร้านแฮปปี้ชิกเก้นมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ปีหนึ่ง พอสมัครเข้ามาก็ได้เจอกับดงกึนและยูนกิก่อนแล้ว ส่วนไอ้ชอนจีมันเพิ่งเข้ามาทำได้ปีเดียวเองนั่นล่ะ

            เขาทำงานร้านนี้มาจนจะขึ้นปีสามแล้ว ดังนั้นก็เลยค่อนข้างจะสนิทกับไอ้สามตัวนี้โคตรๆเลย คนแรกคือไอ้ดงกึน ความจริงมันมีชื่อฝรั่งด้วยนะ เห็นมันบอกว่าแม่มันเรียกว่าพีเนียล เขาล้อมันบ่อยๆว่าไอ้ผิวเนียนจนแม่งบังคับให้เรียกชื่อเกาหลีแทน มันมาจากชิคาโก้ เมืองฝรั่งมังค่านั่นล่ะ มาอยู่นี่เพราะแม่มันกลัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะพูดภาษาบ้านเกิดได้ไม่คล่อง เพราะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตั้งกะอ้อนกะออก มันบอกว่ามาทำงานที่ร้านนี้เพราะจะได้ฝึกภาษาเกาหลีไปในตัว ซึ่งก็จริงแรกๆที่รู้จักกันแม่งพูดห่าไรไปก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ดูเดี๋ยวนี้ให้แรปคำด่ามันทำได้สบายมากแล้วอะ

            คนต่อมาคือไอ้ยูนกิ ไอ้ตัวขายตาไม่ค่อยมี มันเป็นรูมเมทกับไอ้ฝรั่งคนแรกนั่นด้วยนะ เรียนที่เดียวกันอีกต่างหาก ซึ่งก็เป็นคนละมหาลัยกับเขา ถึงจะชื่อจริงว่ามินยูนกิแต่ก็ชอบบังคับให้ใครต่อใครเรียกมันว่าชูก้าๆ ชูก้าไรเดอร์ กระรอกบินสิมึงอะ ทำตัวน่ารักได้ไม่เข้ากับสันดานเลย เห็นหน้าหวานๆงี้แม่งคอทองแดงชิบหาย มีเรื่องทีไรแม่งกระโดดก้านคอชาวบ้านก่อนทุกครั้ง ร้อนไอ้ดงกึนต้องคอยกระชากคอเสื้อมันเอาไว้

            และคนสุดท้าย ไอ้ชอนจี มันเป็นเพื่อนตั้งกะเรียนอยู่ที่ปูซานจนสอบติดมาเรียนที่โซลด้วยกันเนี่ย แค่อยู่คนละคณะ แถมบ้านมันยังย้ายมาอยู่โซลด้วยกันหมด มันเป็นคนเดียวที่เห็นเรื่องราวของเขากับไอ้ยองแจมาตั้งแต่ต้น จะว่าไงดีล่ะ...แม่งเป็นเหมือนพ่อสื่อให้เขาด้วยล่ะมั้ง แต่ก็ช่างแม่งเหอะ เรื่องมันนานละ ไม่อยากจะพูดถึง

            “รักบ้ารักบออะไรล่ะ แค่ยังลืมไม่ได้เท่านั้นนั่นล่ะ....” โมโหปลอบใจตัวเองเสร็จก็บิดคันเร่งรถออกไปส่งไก่ให้ทันเวลา


            ก็แค่มึงน่ารัก...แค่มึงทำทุกอย่างเพื่อกูตลอด

            แค่มึง...โดนใจกูทุกอย่าง...แค่มึง...

            โอ๊ย!!! หยุดคิดเว้ยหยุดคิด เดี๋ยวขี่รถคว่ำแม่งเลยเนี่ย




 

            “ป้า! หมดกะผมแล้วนะวันนี้ล่ะ!!” แดฮยอนเปิดประตูร้านเข้ามาโพล่งอย่างดัง หลังจากเอาออเดอร์ไปส่งที่บ้านลูกค้าเรียบร้อยจนหมดแล้ว

            “เอ้า นี่ค่าแรงของอาทิตย์นี้...” คุณป้ายื่นซองเงินให้ “อย่าเอาไปใช้หมดก่อนล่ะ เหลือไว้จ่ายค่าห้องด้วยนะ”

            “รู้แล้วครับป้า...” แดฮยอนรับเงินมากอดไว้ด้วยความดีใจ “ผมไปอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวชะมัด....”

            “เดี๋ยวๆ นี่นายเก็บห้องรึยัง” คุณป้าพูดเมื่อนึกขึ้นได้

            “เก็บไมอะป้า...” แดฮยอนที่วิ่งเอากุญแจไปคืนยูนกิหลังร้านพลางจะเดินออกไปทำหน้างงๆ

            “นี่ลืมหรอเนี่ย! ฉันบอกนายไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วๆนี่นาว่าห้องนายน่ะจะมีคนมาเช่าห้องร่วมอยู่ด้วยแล้ว”

            “ห๊ะ?!!” แดฮยอนทวนคำ “ป้าบอกผมตอนไหนเนี่ย”

            “คืนนั้นที่ฉันบอกนายกลางดึกตรงหน้าตึกนี่ไง ยังจำกลิ่นเหล้านายได้อยู่เลย ฉันบอกว่าให้นายเก็บห้อง เพราะมันเหลือห้องนายห้องเดียวแล้วที่ว่างน่ะ...”

            “ป้าบอกผมตอนผมเมาเนี่ยนะ โอ้โห แทบัก!” แดฮยอนเสยผมตัวเองลวกๆ “เดี๋ยวผมต้องออกไปทำงานแล้ว จะเก็บทันยังไงล่ะเนี่ย...”

            “ไม่ทันก็ต้องทัน”

            “ให้มันนอนพื้นไปก่อนละกัน...”

            “ถ้านายเก็บทัน ค่าน้ำค่าไฟเดือนนี้ฉันไม่เก็บ”

            “ตกลง!!!!” รับปากแทบจะทันที “มันจะมาตอนไหนล่ะป้า ไอ้ว่าที่รูมเมทของผมเนี่ย”

            “ตอนนี้ห้าโมงแล้ว...น่าจะสองทุ่มมั้ง เห็นบอกแบบนั้นนะ”

            “ให้ตายเถอะ โอเคๆ ผมรู้แล้ว...” ชายหนุ่มผิวสีเข้มบ่นพึมพำแล้วรีบตรงดิ่งขึ้นมายังห้องของตัวเอง

            “ให้ตายเถอะแม่ง...กูจะเก็บยังไงดีวะเนี่ย...” มองสภาพห้องที่ของกองกระจัดกระจายบวกกับขยะทุกสารทิศแล้วก็ยิ่งเหนื่อยขึ้นเป็นสองเท่า

            “อะไรก็ช่าง ขอกูอาบน้ำก่อนล่ะ” พูดจบก็คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปทันที

            ได้สระผม ขัดขี้ไคล กากเกลื่อนทิ้งไปกับสายน้ำแล้วก็พอจะอามณ์ดีขึ้นมาหน่อย เอื้อมมือไปปิดก๊อกพร้อมคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมาพันรอบเอวเดินออกจากห้องน้ำ

            “งานกูก็เข้ากะตอนหกโมงเย็น จะเก็บยังไงให้ทันล่ะวะเนี่ย” สะบัดหัวเปียกๆจนน้ำกระเด็นไปรอบห้องแถมอีกต่างหาก

            ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก....” เสียงเคาะที่ประตูห้องดังขึ้น

            “อะไรอีกป้า! ผมยังไม่ได้เริ่มเก็บเลย!!!

            เสียงเคาะห้องดังกลับมาแทนเสียงตอบกลับทำเอาแดฮยอนขมวดคิ้ว กำผ้าขนหนูตัวเองแน่นแล้วเดินไปที่ประตู

            ป้าแกแก่ขนาดนั้นแล้วคงไม่มีอะไรมาพิศวาสหุ่นของเขาหรอก

            “แอ๊ด.....” และเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก คนที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับทำให้เขาตกใจซะยิ่งกว่าอีก


            “เฮ้ย/เฮ้ย!!

            เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกัน


            “มึง/มึง!!!

            เสียงที่สองก็ยังพร้อมกัน


            “ยูยองแจ!/ ไอ้เหี้ย!!!!

            แต่เสียงที่สามนี่ชัดเจนเลยว่าแตกต่าง


            แดฮยอนอ้าปากพะงาบๆกับใบหน้าของยองแจที่เบิกตากว้าง รู้ตัวอีกทีมือที่จับผ้าขนหนูอยู่มันก็ปล่อยออกพร้อมกับผ้าผืนน้อยที่ร่วงลงต่อหน้าต่อตาของยูยองแจ

            ผู้มาเยือนที่เบิกตากว้างอยู่แล้วต้องช็อกขึ้นไปอีกเมื่อเลื่อนสายตาจากปลายเท้าของอีกฝ่ายไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนเจอเข้ากัน


            ข้าวหลามปูซาน!!!


            “เฮ้ย!!” นี่ของแดฮยอน

            “ย๊ากกกกก!!!!” นี่ของยองแจ

            และเสียงของยองแจก็มาพร้อมกับฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้ากีฬาชั้นดีถีบพรวดเข้ามายังกล่องดวงใจที่เต้นระบำเปลือยท้าสายตาชาวโลกได้อย่างแม่นยำ


            !!!!!


            “อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!!” ไม่แตกก็ไข่ดันแดกครับงานนี้

 

 

 

 

 

 

- - - - - - - - - -



ชีวิตการต้องมาอยู่ร่วมกับแฟนเก่าจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย?

ฟิคเรื่องนี้เหมือนจะดองนานมาก (โคตรมาก) 55555555

หวังว่าจะยังมีคนรออ่านนะคะ คอมเม้นท์กันด้วยน้า

หรือจะสกรีมในแท็ก #ลอกบอก บนทวิตเตอร์ก็ได้ค่ะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #76 เข็ม'ลี่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 21:19
    เเด้พูดลาวฮาก๊ากเลยย
    #76
    0
  2. #67 Wiww (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 20:42
    ก็แค่น่ารัก แค่ตามใจทุกอย่าง ก็แค่โดนใจทุกอย่าง แล้วแกทิ้งเค้าทำไมฮะดำ ขอด่าหน่อยเถอะเมน
    หงุดหงิดๆ อ่านแล้วหมั่นดอน คือถ้าไม่แย่จริงเพื่อนคงไม่ด่าแกขนาดนั้นหรอก 
    ยองแจหนูตกใจทำไมลูก ของเคยๆ 

    อ่านภาษาถิ่นแล้วฮามากเลยค่ะ อ่านเรื่องนี้ตั้วแต่ยังไม่ชิปคู่นี้ พอมาอ่านตอนที่ชิปแดแจแล้วรู้สึกหมั่นดอนมากค่ะ อ่านแล้วโอ๊ยยยยย จะทำยังไงดีก็หมั่นไส้ดอนนะแต่อยากให้ได้กัน แบบได้กลับมารักกันอีกอะไรอย่างงี้
    #67
    0
  3. #57 Demolish. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 16:10
    ย้อนกลับมาอ่านใหม่เพราะคิดถึงมาก
    ฮือออออ
    ข้าวหลามปูซานน่ากินรึเปล่าคะยองแจ #เดี๋ยวๆ
    #57
    0
  4. #49 YooJae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 08:42
    เป็นการพบกันครั้งใหม่ที่ดีมากเลยอ่ะ ข้าวหลามปูซาน อร้ายยยยย แต่นี่อ่านแล้วหมั่นไส้แดฮยอนชะมัดเลย คือซึนอ่ะ ยังรักอยู่ก็ทำเป็นปากแข็ง แล้วนี่แจก็กลับมาแล้วด้วย แถมได้เป็นรูมเมทกันอีก เลิกปากแข็งได้แล้วนะแกรรรรร
    #49
    0
  5. #44 oynit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 03:51
    แจ กลับมาแล้ว มาถอนคำสาบแช่ง เอ?รึกลับมาเอาคืน

    สนุกละทีนี้ ชอบภาษาอิสาน ชอบๆ
    #44
    0
  6. #30 MBKY; (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 18:20
    555555 อีสานมาเต็ม
    #30
    0