Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 6 : Syn 004 บททดสอบ พลังที่ไม่เสถียร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    20 พ.ค. 57

0Syn 004 บททดสอบ พลังที่ไม่เสถียร

            วันรุ่งขึ้น ด้านหน้าทางเข้าป่าทมิฬ

            ตอนนี้กษัตริย์เรชิน ชาเอล ซาเมล หัวหน้าของสายพิเศษทั้งแปด ซินดาเทีย และเรย์กะมากันพร้อมทุกคน เนื่องจากทางออกของบททดสอบนั้นแบ่งออกเป็นแปดสาย ที่ปลายทางจึงต้องให้หัวหน้าสายพิเศษในแต่ละสายยืนรอผู้เข้ารับการทดสอบ และด้วยความที่การทดสอบในครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ซินดาเทียรับหน้าที่เป็นคนสร้างทางวงกตซึ่งปกติแล้วในแต่ละครั้งจะใช้คนทั้งหมดถึงสิบคน และกษัตริย์เรชินมาเป็นพยานรับรู้เหตุการณ์ด้วยตนเองโดยมีชาเอลและซาเมลคอยสังเกตการณ์จากภายในป่า

            “เจ้าทำได้ใช่ไหม” กษัตริย์เรชินถามซินด้วยความเป็นห่วง “ถ้าทำไมได้ก็ให้รีบบอกข้า...ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว เจ้าเองก็เหมือนลูกคนหนึ่งของข้า”

            “ขอบคุณท่านมาก ข้าไม่เป็นไรจริงๆ”

            เมื่อเห็นว่าซินดาเทียยังคงยืนกรานที่จะทำกษัตริย์เรชินก็ถอนหายใจออกมา เนื่องจาดร่างกายของเด็กสาวไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมเพราะพลังมังกรที่หายไปทำให้พระองค์ห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยนิสัยของเด็กสาวนั้นพระองค์รู้ดีว่าถึงจะห้ามไปก็เปล่าประโยชน์

            “ถ้าเจ้าไม่ไหวก็ขอให้หยุดทันที” กษัตริย์เรชินเดินห่างออกไปยังจุดปลายทางซึ่งปกติใช้เป็นแหล่งรวมตัวกันของผู้ที่ผ่านการทดสอบทหารฝึกหัดเพราะที่นั่นมีลูกแก้วเวทมนต์ขนาดยักษ์ที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ภายในป่าทมิฬได้

            แต่ละคนเข้าประจำจุดของตนเอง ซินดาเทียเดินเข้าไปหาเรย์กะแล้ววางมือตนลงบนไหล่เด็กสาว “พยายามเข้า...ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้”

            “อะ อืม...” เรย์กะรับอย่างไม่เต็มเสียงเท่าไหร่เพราะเธอไม่แน่ใจว่าจะทำได้

            ซินดาเทียเริ่มกางอักขระไปทั่วผืนป่า เมื่อซาเมลและชาเอลให้สัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเรย์กะก็เดินเข้าไปในป่า บรรยากาศในป่าทมิฬมืดมิดกว่าปกติที่เคยเป็นจนชาเอลและซาเมลที่สังเกตการณ์ในป่านึกหวั่นใจขึ้นมาแปลกๆ ราวกับว่าจะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้น และด้วยการทดสอบในครั้งนี้ต่างกับปกติเพราะไม่มีบทสอบสอบจากทหารรุ่นพี่ระหว่างทาง แถมยังมีคงสร้างทางวงกตแค่คนเดียว...ทั้งคนคนนั้นยังเป็นอดีตจักรพรรดิ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นอดีต แต่พวกเขารู้ดีว่าเป็นเพราะเด็กสาวไม่ต้องการมันต่างหาก

            เรย์กะมองบรรยากาศที่ทั้งวังเวงและน่าขนลุกรอบตัวอย่างไม่ไว้วางใจ เธอเคยหนีพวกนักล่าหรือปีศาจด้วยกันเองไปสถานที่ต่างๆ มากมาย ผ่านสถานการณ์เฉียดตายมาก็หลายครั้ง ไม่ไม่มีที่ไหนหรือครั้งไหนน่ากลัวได้เท่ากับที่แห่งนี้อีกแล้ว เรย์กะรู้สึกคุ้นเคยความรู้สึกแบบนี้อย่างน่าประหลาดทั้งที่แน่ใจว่าตนเองนั้นไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนแน่ๆ ทว่าถึงจะกลัวยังไงเด็กสาวก็ยังคงเดินต่อไปข้างหน้าอยู่ดี ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์ร้าย แต่เมื่อหันมองไปรอบด้านกลับไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากตัวเธอเอง เด็กปีศาจเดินต่อไปด้วยความระมัดระวังโดยที่ตลอดทางมีแต่เสียงขู่คำรามต่ำๆ แต่กลับไม่พบที่มาของเสียง ร่างเล็กชะงักเมื่อตรงหน้าของเธอคือหุบเหวลึกที่มองไม่เห็นก้น ปากหลุมเหวมีหมอกสีขุ่นลอยเป็นประปราย เรย์กะรับรู้ได้ถึงไอของความตายที่ลอยออกมาจากปากเหว มันทั้งน่าขนลุกและเขย่าขวัญผู้พบเห็นได้อย่างง่ายดาย เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อหันไปรอบด้านแล้วพบว่าไม่มีเส้นทางใดที่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ถ้าไม่ข้ามเหวน่ากลัวนี่ไป

            นี่มันอะไรกันเนี่ย! เรย์กะแทบทรุด ปกติผู้รับเข้าเป็นทหารฝึกหัดทุกคนต้องผ่านอะไรแบบนี้ทุกคนเลยงั้นหรือ แน่ใจนะว่านี่เป็นบททดสอบเพื่อเป็นทหารฝึกหัดน่ะ!

 

            ชาเอลกับซาเมลที่ใช้เวทลอยตัวอยู่บนผืนป่าทมิฬเพื่อที่จะมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าได้ง่ายๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก...ป่าทมิฬที่ใช้ทดสอบทหารฝึกหัดในเวลานี้น่ากลัวกว่าปกติที่ผ่านมาจนแม้แต่พวกเขาเองก็ยังรู้สึกขนลุก...ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในป่าและอยู่ห่างจากป่าพอสมควร

            “แน่ใจนะว่าซินสร้างทางพวกนี้ขึ้นมาคนเดียว” ซาเมลเหงื่อตก น่ากลัวกว่าครั้งอื่นๆ ที่ต้องใช้ทหารจากส่วนกลางทั้งสิบคนนั้นอีก!

            “อักขระพวกนี้จะเปลี่ยนไปตามพลังและความสามารถของผู้ใช้ ซินเคยเป็นจักรพรรดิมาก่อน แต่ข้าก็ไม่เคยคิดว่ามันจะน่ากลัวขนาดนี้...” ชาเอลมองมองลงไปข้างล่างแล้วรู้สึกเสียงสันหลังชอบกล “แต่คิดดูอีกทีก็ไม่แปลก เพราะนางน่ากลัวซะขนาดนั้น...” นึกถึงเมื่อหนึ่งกว่าปีก่อนแล้วชาเอลก็อดที่จะขนลุกไม่ได้

            เขาที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในหอเซาท์...กลับแพ้ให้กับเด็กสาวได้อย่างง่ายดาย

            “ถ้าเด็กคนนั้นไม่แน่จริงล่ะก็...ไม่มีทางหลุดออกมาจากทางวงกตที่ซินสร้างขึ้นมาได้แน่” ชาเอลพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของน้องชายตน

            ปกติแล้วผู้เฝ้ามองอย่างพวกเขาสามารถเข้าไปวุ่นวายในระหว่างที่ทำการทดสอบได้ จะขัดขวางก็ได้ หรือแม้แต่จะช่วยก็ยังได้

            หากทว่า...

            ...ครั้งนี้แม้แต่จะช่วยพวกเขาก็ยังไม่กล้าเลย!

 

            “นี่มัน...” เรย์กะจ้องมองอักขระสีทองสว่างตาที่อยู่บนพื้นด้วยความแปลกใจ...มันคือสิ่งที่เธอคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิดเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ที่เป็นเจ้าของอักขระนี้ หากแต่นี่คือครั้งแรกที่เด็กปีศาจเคยเห็นอักขระปีศาจที่เป็นทองสว่างตาขนาดนี้

            นี่ใช่อักขระปีศาจแน่หรือ

            เรย์กะนั่งลงสัมผัสกับอักขระปีศาจสีทองสว่างที่อยู่บนผืนดิน อักขระนั้นช่างเย็นยะเยือก พลัน...เด็กปีศาจรู้สึกว่าสิ่งนี้ช่างให้ความสัมผัสเหมือนกับซินดาเทียตอนที่โดยเธอเลยคาง

            อย่าบอกนะว่านี่คืออักขระที่ซินดาเทียกางเอาไว้ทั่วป่าแห่งนี้

            เมื่อคิดได้ว่าในตอนนี้ซินดาเทียต้องทนรับผลกระทบที่เกิดจากการร่ายอักขระปีศาจนี้เพียงคนเดียวเรย์กะจึงตัดสินใจที่จะออกจากป่าทมิฬนี้ให้เร็วที่สุด ดวงตาสีอเมทิสต์จ้องมองหุบเหวแห่งความตายตรงหน้า...ก่อนที่จะวิ่งไปจนสุดขอบเหวแล้วกระโดดข้ามอย่างรวดเร็ว!

            แม้จะรู้ว่านี่คือการกระทำอันบ้าบิ่นที่เด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างเธอกระโดดข้ามเหวที่กว้างจนแทบจะมองอีกฝั่งไม่เห็น ดวงตาสีอเมทิสต์เพ่งมองสิ่งที่อยู่ข้างหน้าก่อนจะคว้ามันเอาไว้...มันคือเถาวัลล์สีดำคล้ำเส้นหนาที่ห้อยลงมาจากต้นไม้ที่สูงจนค้ำเหวพวกนี้ หากแต่มันกลับมีเมือกลื่นจนร่างเล็กไถลจากเส้นเถาวัลล์ เรย์กะกำมือแน่นเพื่อไม่ให้ร่างของตนร่วงลงไปข้างล่างมากกนี้ แรงเหวี่ยงของเถาวัลล์กลักร่างของเรย์กะให้พุ่งไปข้างหน้า มือเรียวอีกข้างรีบคว้าเถาวัลล์อีกเส้นได้ก็รีบปล่อยเส้นเก่าเพื่อส่งแรงเหวี่ยงให้ร่างของตนไปจนถึงปลายทาง เรย์กะทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงพื้นดินอีกฟากที่อยู่ตรงหน้า หากแต่กลับมีบางสิ่งบางอย่าพุ่งพรวดออกมาจากก้นเหวตรงมาที่ร่างเล็กอย่างรวดเร็ว!

            ไม่มีสิ่งใดที่ทำแล้วสำเร็จได้ง่ายสมใจหมาย...

            สัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างยาวใหญ่คล้ายงูยักษ์หากแต่หัวของมันกลับเหมือนวาฬอ้าปากกว้างโชว์ฟันแหลมคมเต็มปากเหมือนฟันจระเข้แต่กลับสังเกตเห็นเขี้ยวที่คล้ายเขี้ยวงูแถมยังมีน้ำพิษฉีดออกกระเป็ดกระปอยออกมาจากปลายเขี้ยวได้ชัด เรย์กะเบิกตากว้าง หากทว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นกลับกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวแล้วก็ถูกอะไรบางอย่างกระชากกลับลงไปในเหวก่อนที่มันจะได้ทำอะไรเรย์กะ เด็กปีศาจรีบคว้าเกาะขอบเหวเอาไว้และเพราะเมื่อครู่เธอมัวแต่ตกใจกับการปรากฏตัวขึ้นมากะทันหันของสัตว์ประหลาดทำให้เด็กสาวเกือบตกลงไปในเหว เรย์กะรีบปีนขึ้นไปด้านบนพื้นดินแล้วหอบหายใจออกมาด้วยหัวใจที่ยังคงหวาดหวั่น

            ก่อนที่เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นจะตกลงไป...เธอเห็นว่าทุกส่วนบนลำตัวของมันปริแตกลากยาวไปเป็นทางราวกับโดนคมอาวุธฟันร่างขณะที่ร่วงลงไป

            ใบหน้าและเสียงกรีดร้องที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ามันกำลังกลัวอะไรบางอย่างที่ฉุดมันกลับลงไป...และสิ่งนั้นก็น่ากลัวมากกว่ามัน

            เมื่อคิดได้ดังนั้นขนทั้งร่างของเรย์กะก็พากันลุกพรึบ เด็กสาวรู้สึกเสียวสันหลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกับความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นกับตนในตอนนี้ เด็กปีศาจรีบรุกขึ้นแล้วเดินทางต่อทันที เพราะหากอยู่ที่นี่นานไปมากกว่านี้ไม่แน่ว่าเจ้าตัวที่อันตรายกว่านั่นได้โผล่ขึ้นมาจากเหวมาหาเธอแน่

            นี่มันอะไรกันเนี่ย! ไม่สถานที่น่ากลัวแบบนี้มันเป็นบททดสอบของทหารฝึกหัดจริงหรือ!? ถ้าอยากจะเลื่อนขั้นจะต้องเจอบททดสอบที่โหดกว่านี้ขนาดไหนกัน!

 

            “อั้ก!” ก้อนเลือดสีแดงสดถูกพ่นออกมาจากปากอย่างแรงโดยที่เจ้าของเลือดก้อนนี้ไม่คิดที่จะสนใจมันเลยแม้แต่นิด คิ้วเรียวกระตุกอย่างไม่สบอารมณ์ โชคดีที่ตอนนี้เธอแยกตัวออกมาคนเดียว และไม่มีใครมาอยู่ข้างเธอเพื่อคอยดูแลเวลาเกิดผลกระทบกับร่างกายขณะใช้อักขระปีศาจครอบคลุมป่าทมิฬ

            ซินดาเทียเช็ครอบเลือดที่ยังติดอยู่บนริมฝีปากกับแขนเสื้อแล้วถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก

            เจ้าสัตว์ประหลาดในป่ากินคนมันโผล่มาที่นี่ได้ยังไงกัน!

            อดีตปีศาจขาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ไม่คิดเลยว่าการเข้าไปแทรกแซงจะทำให้เกิดผลกระทบกับร่างกายแบบนี้ การใช้อักขระปีศาจของซินไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ไม่มีผลกระทบใดที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แต่มันมีปัญหาตอนที่เธอจัดการเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นให้กลับลงเหวไปต่างหาก

            ทันทีที่เข้าไปแทรกแซง ราวกับว่าถูกพลังอะไรบางอย่างสะท้อนออกมา

            เด็กสาวนิ่งคิด...ถ้าเธอคาดไม่ผิด มันคือพลังของเรย์กะ

            เด็กปีศาจคนนั้นปฏิเสธการมีตัวตนอยู่ของสัตว์ประหลาดตนนั้น เธอเลยปล่อยพลังออกมาโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ซินกระชากร่างของสัตว์ประหลาดลงเหว เธอจึงโดนพลังของเรย์กะด้วยอีกคน

            “ไม่เลว...” ซินยิ้มอย่างอารมณ์ดีแทนที่จะหัวเสียเพราะโดนอีกฝ่ายเล่นงาน (โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว) แล้วเริ่มทำการเฝ้ามองปีศาจที่ตน (หิ้ว) พากลับมาที่นี่

            แม้จะถูกใจอีกฝ่ายไม่น้อย หากแต่มันก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่บอกได้ว่าปีศาจตนนี้คือคนคนเดียวกันกับที่เธอคิด

            แม้จะเชื่อใจในสัญชาตญาณของตัวเอง...แต่คนอื่นคงไม่ยอมรับด้วยเหตุผลเพียงแค่นี้หรอก

 

            ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าไปในถ้ำใกล้ๆ เพื่อหลบห่าฝนที่จู่ๆ ก็เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เรย์กะบิดน้ำออกจากผมอยู่ในถ้ำ ดวงตาสีอเมทิสต์ผินมองออกไปด้านนอกถ้ำที่ฝนตกลงมาอย่างหนักจนมองทัศนียภาพด้านนอกไม่เห็น แม้การทดสอบในครั้งนี้จะไม่กำหนดเวลา แต่ถ้าหากปล่อยเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปนานเข้าซินดาเทียที่เป็นคนใช้อักขระต้องได้รับผลกระทบไม่น้อยแน่

            ไม่ได้...ต้องรีบแล้ว...

            เมื่อคิดได้ดังนั้นเรย์กะจึงรีบหมุนตัวเพื่อเดินออกจากถ้ำที่ตนใช้หลบฝน ทว่ายังไม่ทันได้เดินแขนของเด็กสาวก็ถูกใครบางคนคว้าเอาไว้ เด็กปีศาจหันกลับไปมองแล้วก็ต้องร้องขึ้นมาเสียงหลง...เมื่อคนที่จับแขนเธออยู่ไม่ใช่มนุษย์! เงาที่ก่อตัวขึ้นจนมีรูปร่างแห้งเหี่ยวเหมือนกิ่งไม้ มีแขนขาคล้ายมนุษย์ และพวกมันมีอยู่กันเต็มถ้ำ! ดวงตาสีอเมทิสต์เบิกโพลงด้วยความตกใจ ก็เมื่อครู่ในถ้ำมันไม่มีอะไรไม่ใช่หรือไง!? เงาพวกนั้นเกาะแกะตามลำตัว แขน ขา หรือส่วนไหนก็ตามที่พวกมันสามารถจับได้ เรย์กะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ส่วนที่น่าจะเป็นตาของพวกมันเป็นก้อนเลือดแถมยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดอีกต่างหาก

            “ปีศาจ...ปีศาจ...”

            “เจ้ามันไร้ค่า”

            “ไร้ค่า...ไร้ค่า...แม้แต่ชื่อก็ไม่มี”

            เงามากมายที่รายล้อมตัวเรย์กะเริ่มพำพึมออกมา เสียงของพวกมันแหบแห้งแต่กลับดังก้องอยู่ในหัว เรย์พยายามที่จะไม่ฟัง ทว่าเสียงของพวกมันก็ยิ่งก้องชัดมากกว่าเดิม เด็กสาวกรีดร้องออกมา

            “ไม่จริง! ข้ามีชื่อ!!” เรย์กะร้องปฏิเสธเสียงดัง มือทั้งสองข้างพยายามยกขึ้นปิดหู...เพื่อที่จะไม่ต้องได้ยินเสียงของพวกมัน

            หากแต่แรงเธอหรือจะสามารถสลัดเงาเหล่านี้ออกไปได้

            “ปีศาจไร้นามอย่างเจ้าน่ะ...ไม่มีใครหรอกการหรอก”

            “ไม่มีใครต้องการ”

            “ทุกคนรังเกียจเจ้า!

            “ไม่จริง!! อย่างน้อยก็มีคนต้องการข้าอยู่หนึ่งคน!” เรย์กะยังคงร้องปฏิเสธ น้ำใสเริ่มคลอหน่วยที่ขอบตา

            “เห...เจ้านั่นมันบอกว่าต้องการเจ้างั้นหรือ...??”

            คำพูดประโยคนั้นทำให้เรย์กะชะงัก จนปัญญาที่จะเถียงร่างเงาพวกนี้...ใช่ ซินดาเทียตั้งชื่อให้เธอ บอกว่าเธอคือภรรยาของเขา แต่ซินดาเทียกลับไม่เคยพูดว่าต้องการเธอ

            ไม่เคยพูด...

            เรย์กะรู้สึกเจ็บที่ใจขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ไม่มีบาดแผล แต่เธอกลับรู้สึกเจ็บเหมือนกับจะขาดใจ ซินดีกับเธอก็จริง แต่ก็ไม่เคยบอกว่าต้องการเธอ

 

            โลกใบนี้ไม่ได้สวยงามตลอดหรอกนะ จากบทเรียนในอดีตของเจ้าเจ้าก็น่าจะเข้าใจดี...

 

            อยู่ๆ ประโยคที่ซินดาเทียพูดขึ้นมาเมื่อวานก็ดังเข้ามาในหัว ใช่ โลกนี้มันไม่ได้สวยงามเลยสักนิด เพราะมันมีความโหดร้ายที่จ้องจะทำร้ายเธอ...ความโหดร้ายที่เรียกว่า ความจริง

 

            ‘...อันที่จริงโลกที่เจ้าอยู่มาตลอดอาจจะปลอดภัยกว่าโลกที่เจ้าย่างกายเข้ามาในตอนนี้ก็ได้

 

            โลกที่เธออยู่มันปลอดภัยกับเธอ แม้จะอยู่ในวงจรการเป็นสินค้าเร่ร่อน อันตรายต่อชีวิตของเธอ แต่อย่างน้อยมันก็ปลอดภัยต่อจิตใจของเธอ

            จิตใจของเธอเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากซินดาเทีย เธอต้องการคนคนนั้น ต้องการเด็กสาวที่ทำตัวเหมือนผู้ชายคนนั้น คนที่ดึงเธอให้หลุดพ้นออกมาจากวงจรที่เธอไม่ปรารถนา แม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะซินดาเทียเลือกฟรองเซ่ แต่อย่างน้อย...คนคนนั้นก็เป็นมิตรกับเธอ

            ขอแค่ได้เป็นเพื่อนกัน...เท่านั้นมันก็มากพอแล้วสำหรับเธอ

            ในขณะที่เรย์กะกำลังถูกคำพูดของพวกเงาลากลงสู่ความมืด ดวงตาสีอเมทิสต์เหลือบไปเห็นอักขระปีศาจสีทองสว่างพาดอยู่บนพื้น พลันประโยคพูดของชเรดก็ดังขึ้นในหัว

 

            ...จงเชื่อใจซินซะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

 

            ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...งั้นรึ...

 

            ไม่ว่าซินจะทำอะไร ตัดสินใจยังไง เจ้าต้องเชื่อใจนางอย่างไม่มีข้อสงสัย ไม่ว่าใครจะทำอะไร พูดยังไง ขอเพียงแค่เจ้าเชื่อใจซินแค่คนเดียว...

 

            เชื่อใจ...อย่างที่ไม่มีข้อสงสัย...

            แล้วทำไมเธอถึงต้องเชื่อใจคนคนนั้นด้วย?

 

            เพราะซินต้องการปกป้องเจ้ายังไงล่ะ

 

            คนคนนั้น...ต้องการปกป้องปีศาจอย่างข้างั้นรึ...

 

            พยายามเข้า...ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้

 

            เชื่องั้นรึ...ซินดาเทียบอกว่าเชื่อใจคนอย่างเธองั้นหรือ ทั้งที่โคเรลเคยพูดเอาไว้ว่าซินดาเทียคนนั้นไม่เคยคิดที่จะเชื่อใจใครนอกจากฟรองเซ่น่ะหรือ!?

            คิดได้ดังนั้นดวงตาสีอเมทิสต์ก็ทอประกายมุ่งมั่น เรย์กะพยายามสะบัดแขนออกจากการพันธนาการของพวกเงาน่ารำคาญจนสำเร็จ มือบางรีบทาบกับอักขระปีศาจบนพื้นทันที!

            “ถ้าทำลายอักขระนี้ได้เงาพวกนี้ก็จะหายไป! ข้าก็จะสามารถเดินหน้าไปต่อได้!

            แม้จะเจ็บปวด แต่ถ้าอดทนไว้แล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เธอก็จะไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดอีก!

            เรย์กะใช้อักขระของตนแทรกแซงอักขระปีศาจของซินดาเทียที่อยู่บนพื้นเพื่อทำลายทิ้ง เธอต้องทำลายอักขระพวกนี้ เธอต้อวผ่านการทดสอบนี้ไปให้ได้!!!

 

            ซินดาเทียสะดุ้งโหยงเมื่อเธอรับรู้ได้ว่าเรย์กะต่อต้านอักขระปีศาจที่เธอสร้างขึ้นและพยายามทำลายมันทิ้ง! ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกกว้าง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีใครกล้าทำลายอักขระที่เธอเป็นคนสร้างขึ้น ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนแล้วร่ายอักขระซ้ำเพื่อไม่ให้มันถูกทำลาย นั่นทำให้พลังของทั้งสองปะทะกันแม้ตัวจะอยู่ห่างกันมากก็ตาม อักขระบางส่วนเริ่มปริแตก ซินรีบร่ายอักขระให้เร็วขึ้นแล้วใส่พลังจิตของตัวเองลงไปเพื่อให้อักขระแข็งแกร่งขึ้น อักขระส่วนที่เริ่มปริได้ประสานจนรอยแตกหายไป ทว่ามันก็เริ่มปริแตกอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเองก็ใส่พลังเข้ามาอย่างไม่ยอมเช่นกัน

            “บ้าเอ๊ย! ขืนเป็นแบบนี้ความเสถียรของพลังเขตแดนของป่าทมิฬได้ถูกทำลายแน่!” ซินรีบแบ่งพลังลงไปเสริมให้กับเขตแดนของป่าทมิฬเพื่อป้องงกันการหายไปของป่า ทว่าการแบ่งพลังนี้เองทำให้อักขระเริ่มอ่อนแอลง!

            อดีตผู้ล่ากบฏสองทวีปหลับตาแน่น พยายามนึกถึงและรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในร่าง มือขวาทาบลงที่กลางอกพลางดึงพลังของชาเอไทม์ที่เธอผนึกเอาไว้ในร่างออกมาใช้โดยที่ไม่เอาชาเอไทม์ออกมาจากร่าง พลังของซินดาเทียและเรย์กะปะทะกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีใครยอมใคร ปฐพีทั่วป่าทมิฬเริ่มสั่นสะเทือน ลมพายุลูกใหญ่ก่อขึ้นหลายลูกทั้งนอกป่าและในป่า ซินดาเทียกัดฟันแน่นเมื่อร่างกายของตนต้องมารับพลังลูกใหญ่ของเรย์กะที่พยายามต่อต้านอักขระของเธอ ปานมังกรสีทองเริ่มปรากฏขึ้นทั่วร่างของซินดาเทีย พลังทั้งหมดที่อยู่ในร่างของอดีตจักรพรรดิก็ระเบิดออกมา!

            แสงสีทองสว่างแผ่ออกจากร่างของซินดาเทียพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเหมือนเสาสีทอง ในขณะเดียวกันภายในป่าทมิฬก็สีเสาพลังที่มีอำนาจไม่แพ้กันเกิดขึ้นแต่เป็นสีดำ ปรากฏการณ์ประหลาดชวนพรั่นพรึงที่ปรากฏขึ้นทำให้เหล่าคนที่มองเห็นรู้สึกหนาวสันหลังไปตามๆ กัน

 

            นอกเขตป่าทมิฬ ฟรองเซ่กับโคเรลมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา ทั้งสองคนเบิกตากว้าง รู้สึกหวั่นเกรงกับเสาพลังทั้งสองที่เกิดขึ้นมาจากคนละจุด ชายร่างใหญ่หัวเราะแห้งๆ

            “การทดสอบครั้งนี้มันอะไรกันเนี่ย...”

            ในขณะที่ฟรองเซ่มองเสาพลังสีทองสว่างแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงผู้เป็นเจ้าของพลังนั้น “ซิน...” ไม่ผิดแน่...ความรู้สึกแบบนั้น นี่มันพลังของซินดาเทีย!

 

            ภายในอาณาจักรวาเคียน มือหนาทั้งสองข้างที่พึ่งดึงผ้าห่มให้ร่างเล็กที่นอนอยู่บนโซฟาชะงัก 0ดวงตาสีทับทิมที่มีอยู่เพียงข้างตวัดหันไปมองด้านนอกหน้าต่าง...เสาพลังสองต้นที่มีต่างกันหากแต่ก็มีพลังเท่าเทียมกัน หนึ่งในนั้นคือพลังที่เขารู้สึกคุ้นเคย ดวงตาสีทับทิมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

            “ตื่นแล้ว...งั้นรึ...”

 

            ท่ามกลางกองทัพปีศาจจำนวนมาก ร่างบางในชุดคลุมสีดำมิดชิดเงยหน้าขึ้นบนท้องฟ้า รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนเรียวปากยามเมื่อมองเสาพลังทั้งสองต้นที่สูงทะลุเมฆ

            “เมื่อพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ทั้งสองปะทะกัน ความไม่เสถียรก็จะเกิดขึ้น เมื่อนั้นพลังของสองสิ่งนั้นก็จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา!” ร่างบางในชุดคลุมหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง...ท่ามกลางกองทัพปีศาจที่ต่างก็ก้มหัวให้

            “ในที่สุดก็ตื่นขึ้นมาเสียที...จักรพรรดิผู้ครองโลกกับปีศาจที่น่ากลัวที่สุด!!!

 

            ปรากฏการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นเพียงครู่ก่อนที่จะหายไป หลังจากนั้นก็เกิดระเบิดขึ้นทั่วป่าทมิฬ! อักขระปีศาจทั้งหมดหายไป แรงระเบิดมหาศาลดีดร่างของเด็กปีศาจให้กระเด็นออกมานอกป่า...ในทางที่เป็นทางออกของการทดสองพอดี ทุกคนกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก แม้ร่างกายของเรย์กะจะไม่ได้รับบาดแผลมากมายนักนอกจากแผลถลอก แต่เป็น...

            “...สายพิเศษ F!” โคเรลเป็นคนแรกที่ได้สติอุทานขึ้นมา

            “ก็ไม่ได้ผิดจากที่ซินคาดไว้...ยินดีต้อนรับสู่สายพิเศษ F” ว่าจบฟรองเซ่ก็วางมือบนไหล่โคเรล “พานางกลับด้วย ข้าจะไปดูซินก่อน”

            “อ้าว!? เฮ้! เดี๋ยวสิฟรองเซ่!!” โคเรลหันไปเรียกเพื่อนร่วมหอ ทว่าไม่ทันแล้วเมื่อฟรองเซ่วิ่งหนีจนลับสายตาไปแล้ว ชายร่างใหญ่เกาหัวแกรก “ให้ตายสิ พอเป็นเรื่องซินนี่ช้าไม่ได้เลย...”

            เรย์กะยิ้มแหย “ช่วยไม่ได้นี่นา ก็พวกเขาเป็นคู่หมั้นกันนี่นา” ก็พอจะเข้าใจล่ะนะว่าสำหรับคู่หมั้นแล้วอีกฝ่ายสำคัญแค่ไหน...

            “ไม่เกี่ยวกับการเป็นคู่หมั้นหรอก” โคเรลขัดขึ้น เรียกความสงสัยจากเด็กปีศาจที่ยังคงนั่งอยู่กับพื้นได้เป็นอย่างดี

            “เอ๋!?

            “สิ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้นเอาไว้ไม่ใช่สิ่งสวยงามที่เรียกว่าความรัก แต่เป็นความเชื่อใจซึ่งกันและกันต่างหาก”

            “จะว่าไป...เมื่อวานท่านพูดว่าสองคนนั้นไม่คิดที่จะเชื่อใจใคร...”

            “มันมีอดีตอยู่น่ะ ต่างคนต่างก็เจอเรื่องที่ทำให้ไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีก แต่เจ้ารู้อะไรไหม? ความรู้สึกที่สองคนนั้นมีให้กันน่ะ...ต่อให้ความตายก็ไม่อาจพรากไปได้”

            เพราะเมื่อหนึ่งกว่าปีก่อน...ฟรองเซ่รอซินดาเทียถึงครึ่งปี รอมาตลอด รอ...แม้จะไม่แน่ใจว่าเด็กสาวคนนั้นจะกลับมา

            เพียงแค่เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะกลับมาตามที่พูดเอาไว้ เพียงแค่นั้นจริงๆ

 

            ร่างสูงวิ่งมาถึงด้านนอกของป่าทมิฬอีกทางอย่างรวดเร็วด้วยความกระวนกระวายใจ หากแต่ร่างสูงก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กของคนที่ตนกำลังเป็นห่วงนั่งหมดแรงอยู่กับพื้น

            แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจ...คือปานมังกรสีทองของเด็กสาวต่างหาก

            “ปานมังกรน่ะ...ไม่ใช่สิ่งที่จะหายไปง่ายๆ หรอก ไม่สิ ต้องบอกว่าถ้ามีมันแล้วมันจะไม่มีวันหายไปต่างหาก” ซินพำพึมให้ได้ยินกันแค่สองคน

            ฟรองเซ่เลิกคิ้วแล้วเดินเข้าไปใกล้เด็กสาว ชายหนุ่มนั่งลงตรงหน้าซินก่อนที่มือหนาจะวางไว้บนหัวของเธอ...อย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

            “แม้จะกลายร่างเป็นมังกรไม่ได้แล้ว แต่พลังของมังกรก็ยังอยู่สินะ” ฟรองเซ่ถามเสียงเรียบ...ไม่สามารถเดาได้ว่าองค์ชายลำดับสามแห่งมอลโนวาในตอนนี้รู้สึกเช่นไร หากแต่ซินดาเทียก็พยักหน้ายอมรับความจริง

            “ร่างกายของข้าก็ยังเป็นมังกรด้วย...แต่เป็นมังกรแรกเกิด แล้วก็แปลงร่างเป็นมังกรเหมือนเมื่อตอนนั้นไม่ได้”

            มือหนารั้งร่างบางเข้ามากอด มืออีกฝ่ายลูบหัวเด็กสาวราวกับกำลังปลอบประโลม “ไม่เป็นไร...ถึงยังไงเจ้าก็คือเจ้า ต่อให้เป็นมังกร เจ้าก็ยังเป็นซินดาเทียที่ข้ารู้จักอยู่ดี”

            ซินดาเทียยิ้มบางให้กับคำพูดของคู่หูตนเอง เด็กสาวทิ้งตัวให้อีกฝ่ายกอดโดยที่ไม่คิดจะขัดขืน

            “เอาเถอะ กอดข้าจนพอใจแล้วก็ให้ข้าขี่หลังกลับด้วย”

            ...พร้อมด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่ในโลกนี้คงไม่มีใครกล้าเรียกร้องจากองค์ชายลำดับสามแห่งมอลโนวาคนนี้แน่ (ถ้ายังไม่อยากตายน่ะนะ) แต่กลับคนคนนี้...คงไม่ใช่

            ฟรองเซ่ยิ้มขำกับคำขอของคู่หูตน แม้จะไม่ต่างไปจากที่คาดเดา และแม้จะไม่ชอบให้ใครมาขอหรืออยากจะทำอะไรแบบนี้ให้ แต่สำหรับเธอ...เขาให้สิทธิพิเศษล่ะนะ

 

 

 

------------------------------------------

            จบไปอีกตอน...

            ในตอนนี้คงจะตอบใครหลายๆ คนได้ว่าซินจะกลับมาทนทายาทเหมือนภาคแรกหรือเปล่า แต่ถ้าใครยังไม่รู้ ตามลุ้นต่อไปนะคะ ^^

            ตอนนี้แอบหวานเล็กน้อย (หรือเปล่า?)

            ย้ำอีกครั้ง...นี่คือนิยายแฟนตาซี ไม่ใช่รักใสๆ หัวใจกุ๊กกิ๊กแต่อย่างใด (มีปนเล็กน้อย แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ T^T)

            ตอนต่อไป - Syn 005 เดินทางสู่ซาเดีย...นี่เจ้าอีกแล้วเรอะ!? -

            คู่แข่งขององค์ชายลำดับสามกำลังจะมา...เป็นใครนั้น ติดตามตอนต่อไป >___<

 

            ค.ห. 41 คนนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่มีโอกาสนะคะ แต่ใช่หรือไม่ ติดตามต่อไป >_<

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

744 ความคิดเห็น

  1. #75 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 21:26
    มาอัพต่อเดี๋ยวนี้
    อยากอ่ายต่อแล้ววววววววววววววว
    #75
    0
  2. #71 knowing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 16:54
    แอบส่องและรอคอยทุกวัน ต่อเถิดพลีสสสสสสสสสสสสสสสส
    #71
    0
  3. #69 fanda (@tipyota) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 21:54
    คู่นี้น่ารักผุดๆๆ
    #69
    0
  4. #63 คิคุโญะจัง (@kikuyoth) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 22:48
    เพิ่งเม้นแรก อยากบอกว่าสนุกมากกกก ตั้งแต่ภาคที่แล้วๆอะ เราชอบความสัมพันธ์นี้จัง ไม่ต้องรักกันปานกลืนกิน แค่เชื่อใจและให้อีกฝ่ายเป็นที่หนึ่งเสมอ สังเกตและคอยดูแลความรู้สึกกันและกัน นั้นแหละสิ่งที่เราอยากมี //อิจฉาพระ-นางเรื่องนี้จัง 
    #63
    0
  5. #62 praenumwa (@prae-numwa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 23:08
    ใครอ่ะ อยากรู้ๆๆ มาแย่งซินเล้ยยยย><
    #62
    0
  6. #59 Monkeysleep (@sleepalone4) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 06:28
    รอค่ะ ฟินนน!
    #59
    0
  7. #58 ธิดามรณะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:52
    มา-ต่อ-ด่วน-เลย
    #58
    0
  8. #53 Pepper (@balensia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 09:17
    สนุกมากมาก มาต่อไวไวนะค้าาา
    #53
    0
  9. #52 arolis tranzee (@sengoku) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 20:27
    น่ารักมากคู่นี้ -///-
    #52
    0
  10. วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 06:33
    ทำยังไง ฟรองค์กับซินยังน่ารักเสมอเลยอ่า ♥0♥
    #51
    0
  11. วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 08:07
    ฟินมากกกกก ตอนท้ายอัะะะะะ ><
    #50
    0
  12. #48 FFF (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 / 22:37
    ตกลงนี้คือ...เรย์กะรู้ตัวรึยังว่าเป็นจักรพรรดิปีศาจนะ???
    #48
    0
  13. #47 Sappire (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 / 21:23
    ฟินตอนท้ายยย>
    #47
    0