Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 29 : Syn 027 ก็แค่เรื่องเล่าของเด็กคนหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 มิ.ย. 59

Syn 027 ก็แค่เรื่องเล่าของเด็กคนหนึ่ง

            ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืนของอาณาจักรวาเคียน ฝีเท้าคู่หนึ่งได้เดินเบาๆ โดยไม่ให้เกิดเสียงมากที่สุด ดวงหน้าเรียวเล็กหันซ้ายหันขวาตามจิตของคนคนหนึ่งที่เธอพยายามตามจับและอยากพบมากที่สุดในตอนนี้ ทว่าเดินต่อไปได้อีกไม่นานนักก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของร่างที่ตนตามหาอยู่กำลังนั่งหันหลังให้อยู่บนเก้าอี้ไม้ที่ดูเก่าและผุพังเล็กๆ ต่างจาก วังเล็ก แห่งนี้ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ข้าวของหรูหราที่ทั้งใหม่และราคาแพง

            “ซิน...” เจ้าของร่างเล็กเอ่ยเรียกคนที่ตนตามหา เจ้าของชื่อที่นั่งหันหลังให้อยู่หันมามองและเลิกคิ้วขึ้น

            “มาเดินเล่นอะไรแถวนี้ตอนมืดๆ แบบนี้ล่ะ เดี๋ยวก็โดนพวกปีศาจจับไปหรอก”

            “ไม่ได้เดินเล่นสักหน่อย! อีกอย่าง...ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า” เรย์กะหน้างอง้ำขึ้นทันทีเมื่อประโยคแรกที่อีกฝ่ายทักเธอ มันช่างชวนให้คนฟังอย่างเธอแง่งอนอีกฝ่ายจริงๆ

            “มานั่งนี่สิ” ซินดาเทียขยับจนเก้าอี้ที่ดูเก่าและโทรมในสายตาของเรย์กะมีเนื้อที่ว่างพาให้คนอีกคนนั่งได้พอดีขึ้นมาทันใด

            “เก้าอี้ตัวนี้...” พอนั่งลงได้เรย์กะก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงสิ่งที่แปลกปลอมที่สุดในวังเล็กแห่งนี้

            “ข้าเคยถูกไออาเลี้ยงอยู่ช่วงหนึ่งน่ะ เก้าอี้ตัวนี้เป็นตัวที่ข้ามักจะชอบมานั่ง...ไม่นึกว่าหมอนั่นยังจะเก็บเอาไว้แบบนี้”

            “ซินสนิทกับราชายักษ์มากหรือ?”

            “ถ้าจำไม่ผิดหมอนั่นเคยบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกับท่านยายของข้า”

            “...เป็นซินนี่ดีจังเลยนะ”

            “หืม?” ดวงตาสีฟ้าเข้มหันไปมองคนข้างตัวด้วยความสงสัย แม้ประโยคที่อีกฝ่ายพูดเมื่อครู่จะเบามาก แต่มันก็ไม่อาจรอดหูดีๆ ของนักรบมังกรคนนี้ไปได้

            “ซินน่ะ...ไม่ว่าใครก็ชอบ ไม่ว่าใครก็หลงใหล ไม่ว่าใครก็เชื่อใจ...ดีจังเลยนะ”

            “...ไม่ดีหรอก”

            “เอ๊ะ!?

            “ถ้าเจ้ารู้จักตัวข้าเมื่อสองปีก่อน เจ้าจะไม่มีวันพูดออกมาแบบนี้”

            “ซิน...”

            “กว่าที่ข้าจะมาเป็นตัวข้าในตอนนี้ได้ มันมีอะไรมากกว่าที่เจ้าเห็นนะเรย์กะ”

            “...”

            “ว่าแต่ เจ้าอยากคุยกับข้าเรื่องอะไรหรือ?” ซินดาเทียเปลี่ยนบทก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มขุดคุ้ยเรื่องในอดีตของเธอออกมาอีกครั้ง

            ก็แค่อดีต...ก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตต่อไป ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างมันก็ดีแล้ว

            “...เรื่องเผ่าปีศาจน่ะ คิดดีแล้วหรือ”

            “หืม?”

            “...มันอันตรายนะ ยังจะสู้อีกหรือ” ดวงตาสีอเมทิสต์สบมองดวงตาสีฟ้าเข้ม ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกจนซินดาเทียเริ่มเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายพยายามจะพูด

            ซินดาเทียถอนหายใจ ไม่แปลกใจเรย์กะจะเริ่มรู้สึกกลัว ใครๆ ก็กลัวสงครามกันทั้งนั้น กลัวความตาย กลัวการแยกจาก ทว่า... “ฟังข้านะเรย์กะ ในโลกที่เต็มไปด้วยสงครามนี้น่ะ ถ้าเจ้าไม่ล่าอีกฝ่ายก็จะเป็นเจ้าเสียเองที่จะถูกล่า”

            “...”

            “เจ้าอยากถูกไล่ล่าเหมือนที่ผ่านมาตลอดเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมานี้อย่างนั้นหรือ?”

            “ไม่!

            “แล้วเจ้ากำลังกลัวอะไรอยู่ล่ะ”

            ปีศาจที่เคยได้ชื่อว่าไร้นามก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “...เจ้า...”

            “ข้า?”

            “ข้าเพิ่งเคยมีเพื่อน เพิ่งเคยมีความสุข ข้ากลัว...กลัวที่จะเสียมันไป อีกอย่าง อีกฝ่ายต้องการแค่ตัวข้า เจ้าไม่จำเป็นต้อง...”

            “พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ตัวเจ้า แต่รวมไปถึงการฆ่าข้าด้วย” ซินดาเทียพูดขัดขึ้นมาก่อนที่เรย์กะจะได้ทันพูดจบ นั่นทำให้เด็กปีศาจต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย “ข้าพูดไปแล้วนี่ว่ามันต้องการฆ่าข้า ข้าที่เป็นสายเลือดของพี่สาวของลาเบียร์ที่เป็นคนหักอกมัน บางทีมันเองก็อยากจะฆ่าเจ้าที่เป็นหนามตำใจของมันด้วยซ้ำหากเจ้าไม่ใช่ตัวแปรที่จะทำให้เหล่าปีศาจอยู่ใต้อาณัติร้อยเปอร์เซ็นต์”

            “แต่...”

            ซินดาเทียถอนหายใจออกเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายที่พยายามจะปฏิเสธการช่วยเหลือของเธออย่างชัดเจน ดวงตาสีฟ้าเข้มเงยขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีที่ตอนนี้มีดวงอยู่เพียงน้อยนิด ถึงมันจะสว่าง แต่มันก็สว่างน้อยกว่าทุกทีที่ควรจะเป็น...ก่อนที่ปีศาจร้ายจะเอ่ยประโยคที่ชวนให้คนฟังแปลกใจออกมา “เจ้าเคยได้ยินเรื่องในโลกภายนอกของโลกที่เจ้าเคยอยู่ไหม”

            ไม่จำเป็นต้องหาคำอธิบายเพิ่มเติม ในเมื่อเรย์กะรู้อยู่แล้วว่า โลกที่เธอเคยอยู่ หมายถึงกรงที่ใช้กักขังเธอนั่นเอง “ก็เคยอยู่บ้าง”

            “เคยได้ยินเรื่องของสายเลือดต้องห้ามไหม”

            “เคย สายเลือดของสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดของมังกรไหลเวียนในร่างกาย”

            “หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือสายเลือดที่ไม่ใช่มังกรแม้ทั้งหมด” ซินดาเทียเสริมด้วยใบหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึก

            ใบหน้าของปีศาจร้ายเรียบนิ่งจนคนมองอย่างเรย์กะไม่อาจคาดเดาได้ว่าซินดาเทียตอนนี้กำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่

            “พวกเราก็เป็นสายเลือดต้องห้ามนี่นะ” ซินดาเทียกล่าวออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แม้จะฟังดูขบขัน แต่น่าแปลกที่เรย์กะกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายนั้น...ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

            ซินดาเทียกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่ กำลังจะพูดอะไรกับเธองั้นหรือ?

            “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องรู้ว่าสายเลือดต้องห้ามไม่เป็นที่ยอมรับ”

            “...รู้” เรย์กะตอบเสียงแผ่ว แน่นอนว่าเรื่องนี้เธอรู้ดี แม้ว่าเธอจะเป็นสายเลือดต้องห้ามที่ถูกส่งขายไปมาด้วยความกระหายของพวกนักล่า แต่เธอก็ยังจับความรู้สึกที่พวกนั้นปิดซ่อนเอาไว้ไม่ได้ แม้จะอยากได้ตัวเธอเพราะเป็นของแปลกและเพื่ออำนาจ แต่พวกมันก็ รังเกียจ เธอด้วยเช่นกัน

            “ข้าจะเล่าเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งให้เจ้าฟัง เป็นมันเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น้อยคนจะรู้...เรื่องของสายเลือดต้องห้ามคนหนึ่งที่ดิ้นรนจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต”

            “...คนคนนั้นตายไปแล้วหรือ?”

            “ใช่ ตายมานานแล้ว ตายไปจากโลกนี้ แต่ยังคงอยู่ในใจของเหล่าพวกพ้องที่ยังคงจดจำเอาไว้แม้จะทำให้พวกเขารู้สึกเศร้าใจยามนึกถึงก็ตาม”

            “ถ้าเศร้าแล้วทำไมต้องจำล่ะ?”

            ดวงตาสีฟ้าเข้มละจากดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วหันมาสบคนที่นั่งข้างตน คนที่มองตนอยู่ก่อนแล้ว ริมฝีปากบางเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างที่น้อยคนนักจะได้เห็น “เพราะมันเป็นเรื่องน่าเศร้าแต่คนก็ยังจะจดจำมัน ข้าถึงอยากเล่าให้เจ้าฟัง”

            “...”

            “นานมาแล้ว...มีสายเลือดต้องห้ามคนหนึ่ง คนคนนั้นเกิดมาก็ถูกตราหน้าว่าเป็นตราบาปของตระกูล เป็นกาลกินีของบ้านเมือง คนคนนั้นจึงถูกสั่งขังตลอดชีวิตไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันทั้งๆ ที่เพิ่งเกิด”

            “โหดร้าย”

            “ใช่ไหมล่ะ โหดร้าย...แต่มันก็เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว”

            “แล้วเด็กคนนั้นรอดไหม?”

            ปีศาจร้ายยังคงยิ้มเมื่อเห็นว่าเรื่องที่ตนเล่านั้น “ถ้าตายเสียแต่ตอนนั้นแล้วจะมีพวกพ้องหรือ?”

            เด็กปีศาจคิดตามกับคำถามของอีกฝ่าย “นั่นสิ แล้วเรื่องเป็นอย่างไรต่อหรือ”

            “เด็กทารกคนนั้นก็ยังอยู่ในคุกใต้ดินนั้นต่อไป ใครๆ ก็คิดว่าเด็กคนนั้นน่าจะตาย แต่เด็กคนนั้นกลับรอด...รอดเพราะมังกรคู่หูของตนเองที่หาอาหารมาให้ เลี้ยงดูอย่างดูที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่เด็กน้อยสายเลือดต้องห้ามคนนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมและเพราะอะไร แต่บางอย่างก็เกิดขึ้น มังกรตนนั้นกลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่ทำให้เด็กสายเลือดต้องห้ามนั่นอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อในโลกเน่าๆ ใบนี้ ไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่เพื่อมังกรที่เลี้ยงดูตนเองมาตนนั้น”

            “...”

            “ต่อมาเด็กคนนั้นก็ถูกปล่อยตัวออกมาจากคุก เป็นครั้งแรกที่เด็กคนนั้นได้เห็นแสงสว่าง แต่ก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ทำให้เด็กสายเลือดต้องห้ามคนนั้นรู้ว่าแสงสว่างที่ว่านั่นแท้จริงแล้วกลับดำมืดและโสมมกว่าความมืดที่ตนอยู่มาตลอดนั่นเสียอีก”

            “เกิดอะไรขึ้น...”

            “เด็กคนนั้นถูกส่งไปล่ากบฏในสงคราม โดยพ่อแท้ๆ ของตนเอง”

            ดวงตาสีอเมทิสต์เบิกโพลงพร้อมกับมือเรียวเล็กทั้งสองข้างที่ยกขึ้นปิดปากตนเองด้วยความสะเทือนใจ “ตอนนั้น...ตอนนั้น ที่ถูกส่งไปสงคราม สายเลือดต้องห้ามคนนั้น...”

            “อายุไม่ถึงสี่ขวบด้วยซ้ำ”

            น้ำใสไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย โหดร้าย... เรย์กะได้แต่ร่ำในใจ ใช่ มันโสมมอย่างที่ซินดาเทียกล่าวหา เธอไม่อาจปฏิเสธได้ และเธอก็เห็นด้วยกับคำว่ากล่าวของซินดาเทีย

            “แต่ก็รอดมาได้ แลกกับความรู้สึกที่เริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ ของสายเลือดต้องห้ามคนนั้น” ซินดาเทียเล่าต่อโดยที่มือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นลูบหัวอีกฝ่าย “สายเลือดต้องห้ามคนนั้นไม่รู้จักคำว่าครอบครัว ครอบครัวเป็นอย่างไร? หากมีครอบครัวเหมือนคนอื่นแล้วจะมีความสุขหรือเปล่า? เด็กคนนั้นได้แต่ถามตัวเองในใจและไม่เคยได้ถามใครออกไป เด็กคนนั้นรู้แค่เพียงว่ามังกรคู่หูของตนที่เลี้ยงตนมานั้นสำคัญมาก เป็นเพียงคนเดียวในโลกที่แสนโหดร้ายนั่นยังต้องการตัวเด็กคนนั้น

            วันแล้ววันเล่าที่ต้องฆ่าฟันศัตรูในสงคราม เด็กคนนั้นรอดมาได้ รอดมาเพื่อกลับมาหามังกรตนนั้น ภายในเวลาไม่ถึงปีที่ได้ออกมาสู่โลกแห่งแสงสว่างที่บิดเบี้ยวนั่นมีเรื่องหลายเรื่องเกิดขึ้น เยอะมาก...จนเปลี่ยนแปลงชีวิตของสายเลือดต้องห้ามครั้งใหญ่

            มีลมหายใจแต่กลับไร้ซึ่งความรู้สึก กลายเป็นเด็กที่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้วแม้แต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลขนาดใหญ่ที่สามารถคร่าชีวิตของตนได้ทุกเมื่อ สายเลือดต้องห้ามจึงถูกมังกรคู่หูผนึกจิตใต้สำนึกลงไปแล้วสร้างตัวตนอีกคนขึ้นมา แม้จะไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆ แต่ก็ยังดีกว่าดวงจิตของสายเลือดต้องห้ามที่ถูกผนึกเดือนนั้น

            วันเวลาผ่านไปไม่เท่าไหร่ สายเลือดต้องห้ามคนนั้นก็ถูกเนรเทศออกจากอาณาจักรที่เป็นบ้านเกิด สายเลือดต้องห้ามคนนั้นย้ายถิ่นฐานไปมาอยู่ไม่เป็นที่ในโลกภายนอก เพราะรู้ว่าตนนั้นกำลังถูกตามล่าทั้งจากคนของอาณาจักรที่เนรเทศตนมา กบฏ หรือแม้แต่มนุษย์ที่ต้องการพลังอำนาจของตน

            มนุษย์เชื่อใจไม่ได้ นี่คือสิ่งที่สายเลือดต้องห้ามรับรู้มาตลอด เพราะอย่างนั้นจึงได้ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์เท่าไหร่นัก เพราะอย่างนั้นจึงมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่สายเลือดต้องห้ามคนนั้นเชื่อใจ การเดินทางของสายเลือดต้องห้ามและมังกรคู่หูช่างยาวนานนัก ทั้งคู่ผ่านเรื่องราวและอุปสรรคมามากมาย จวบจนกระทั่งมาถึงอาณาจักรแห่งหนึ่งที่ทำให้สายเลือดต้องห้ามคนนั้นต้องหยุด...หยุดเพราะรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ตนตามหามาตลอดนั้นอยู่ที่นี่...”

            “...”

            เปลือกตาปิดดวงตาสีฟ้าเข้มและถอนหายใจออกมาก่อนจะเล่าต่อ “การแทรกซึมเข้าไปเป็นหนึ่งในคนของอาณาจักรนั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงที่เปิดรับสมัครการสอบเข้าเป็นทหารของอาณาจักรพอดี ทว่าสิ่งที่สายเลือดต้องห้ามไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นก็คือตนนั้นรู้สึกผูกพันกับพวกพ้องเหล่าทหารฝึกหัดด้วยกัน และไม่คิดด้วยว่าพวกเขาเหล่านั้นจะให้ความสำคัญกับตนมากถึงขนาดนั้น จนสายเลือดต้องห้ามรู้สึกกลัว กลัวว่าเมื่อเวลาที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่ตามหามาตลอด เมื่อตนจากไปตนจะรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน

            เรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นที่นั่น ไม่ว่าจะถูกคนทั้งโลกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องถูกกำจัดยังไง แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังปกป้องสายเลือดต้องห้ามตนนั้น แม้จะถูกรู้ว่าเป็นสายเลือดต้องห้าม แม้ว่าความจริงทุกอย่างจะเปิดเผย...แต่พวกเขาก็ยังปฏิบัติต้อสายเลือดต้องห้ามเหมือนเดิม สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือพวกเขาเหล่านั้นพยายามปกป้องสายเลือดต้องห้ามจากการตามล่ามากขึ้นกว่าเดิม

            และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายก็มาถึง สายเลือดต้องห้ามต่อสู้กับสิ่งที่ตนตามหามาตลอด ปลดปล่อยผู้คนจำนวนมากให้หลุดพ้นจากความหวาดกลัว ทว่า...สุดท้ายแล้วสายเลือดต้องห้ามก็ต้องตาย”

            “เอ๋!? ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ!” เรย์กะร้องออกมาอย่างไม่เข้าใจ เท่าที่ฟังมาสายเลือดต้องห้ามคนนั้นก็ช่วยผู้คนมากมายนี่นา

            หรือว่าจะเป็นเพราะ...ทนพิษบาดแผลไม่ไหว?

            “เพราะสายเลือดต้องห้ามคนนั้นก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ตนตามหาอยู่ยังไงล่ะ เมื่อสิ่งนั้นหายไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นก็หายไปด้วย” ซินดาเทียตอบคำถามของอีกฝ่ายทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่

            “ถ้าอย่างนั้นไม่สู้เลยเสียยังดีกว่า!” เด็กปีศาจร้องออกมา นี่มันไม่ยุติธรรมกับสายเลือดต้องห้ามคนนั้นเลยสักนิด

            “นั่นสิ ไม่ทำเลยยังดีเสียกว่า สายเลือดต้องห้ามคนนั้นก็เคยเกิดความลังเลขึ้นมาเหมือนกัน ทว่า...ถ้าไม่สู้ สุดท้ายแล้วก็จะไม่เหลืออะไรเลย ทุกคนจะตาย ทุกสรรพสิ่งจะถูกทำลายทั้งหมด แล้วเจ้าคิดว่าสายเลือดต้องห้ามคนนั้นจะยอมเห็นคนสำคัญของตัวเองเหล่านั้นตายไปงั้นหรือ?”

            เรย์กะเงียบ เธอไม่อาจตอบคำถามให้แก่ซินดาเทียได้เลย ถ้าไม่สู้ทุกคนก็ตาย แต่ถึงสู้สุดท้ายตนก็ต้องตาย สุดท้ายแล้วก็ต้องจากกันไม่ใช่หรือ? ไม่ว่าจะเลือกทางไหนบทสรุปสุดท้ายก็ต้องจากกันอยู่ดี

            “ถ้าสู้สุดท้ายสายเลือดต้องห้ามคนนั้นก็ตายแค่คนเดียว คนอื่นรอด ในขณะที่อีกทางเลือกนั้นทุกคนตายทั้งหมด สายเลือดต้องห้ามจึงเลือกที่จะสู้ยังไงล่ะ”

            ดวงตาสีอเมทิสต์เงยสบกับดวงตาสีฟ้าเข้มที่จ้องมองมาก่อนแล้ว ปีศาจร้ายไม่ได้ดุหรือไม่พอใจเธอ หากแต่เพียงส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มบางที่เธอไม่เข้าใจความหมายของมัน ก่อนที่ดวงตาสีอเมทิสต์จะพร่ามัวเพราะรอยยิ้มของคนตรงหน้ามากไปกว่านี้ เจ้าของรอยยิ้มก็ขยายความคำพูดของตนเมื่อครู่

            “สู้เพื่อปกป้องคนสำคัญของตัวเอง นั่นล่ะคือคำตอบที่สายเลือดต้องห้ามได้หลังจากที่ต้องต่อสู้อย่างไร้ความหมายมานาน สิ่งที่ทำให้ลังเลคือการแยกจาก หากจะต้องแยกจากแล้วล่ะก็...สิ่งสุดท้ายที่จะทำก่อนตายก็คือต้องลากอันตรายของคนสำคัญของตนให้ตายตกตามกันไปด้วย”

            “...ถ้าอย่างนั้น ซินล่ะ ซินต่อสู้เพื่ออะไร” กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ เรย์กะก็พบว่าตนถามอะไรออกไปเสียแล้ว

            “เพื่อทำลายและปกป้อง”

            “...ทำลาย?” เรย์กะไม่เข้าใจความหมายนี้ เธอเข้าใจว่าปกป้องที่ซินดาเทียพูดถึงคือปกป้องอาณาจักรมอลโนวาและพวกฟรองเซ่ แต่ทำลายนี่...

            “ข้าถูกสอนให้สู้เพื่อทำลาย ทำลายทุกอย่าง ทำลายแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง ทว่าก็มีคนมาฉุดรั้งความคิดนั้นได้เมื่อสองปีก่อน” เมื่อพูดถึงตรงนี้รอยยิ้มละมุนก็จุดขึ้นที่มุมปากอย่างที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว เรย์กะที่เห็นรอยยิ้มนั้นถึงกับเบิกตาโต และแน่นอนว่าถ้าคนอื่นๆ โดยเฉพาะไดรกอนเห็นจะต้องตกใจเป็นแน่

            เพราะมันเป็นรอยยิ้มที่ซินดาเทียไม่เคยยิ้มมาก่อน

            “พวกซินจะสู้สงครามกับเผ่าพันธุ์ปีศาจสินะ”

            “ใช่”

            “แล้วทำไมถึงไม่บุกทางนั้นก่อนล่ะ ซินทำเหมือนกับว่ากำลังรอให้ฝ่ายนั้นโจมตีมา”

            “เพราะเผ่าพันธุ์ปีศาจไม่ได้เป็นศัตรูทั้งหมดน่ะสิ หลายๆ คนเป็นพันธมิตรกับมนุษย์ พวกเขาอยู่รวมกันและออกไปใช้ชีวิตปะปนกับผู้คนในอาณาจักรอื่นมากมายจนไม่รู้ว่าใครเป็นศัตรูใครเป็นมิตร เพราะอย่างนั้นพวกเราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่ามีใครบ้างที่เป็นศัตรู” ซินดาเทียลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่ลืมที่จะฉุดมือของเรย์กะให้ลุกขึ้นมาด้วย “ไปนอนกันได้แล้ว นี่มันก็ดึกมากแล้วด้วย”

            “แล้วเรื่องของสายเลือดต้องห้ามคนนั้น...” ดูเหมือนว่าเรย์กะจะยังคงสนใจเรื่องเล่าของซินอยู่ ปีศาจร้ายหันกลับมาที่เด็กสาวก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

            “มันก็แค่เรื่องเล่าของเด็กคนหนึ่ง เจ้าไม่ต้องไปใส่ใจหรอก”

            ทั้งสองเดินกลับเข้าห้องนอนของพวกตน ทว่าในใจของเรย์กะกลับยังคิดถึงเรื่องเล่าของสายเลือดต้องห้ามที่ซินดาเทียเล่าให้ฟัง จากเท่าที่เธอฟังดูแล้วทั้งชีวิตของสายเลือดต้องห้ามคนนั้นพบความสุขก็มีอยู่เพียงแค่ช่วงเวลาที่อยู่ในอาณาจักรที่ตนตาย

            เรื่องน่าเศร้าแบบนี้ แต่ซินกลับเล่าได้อย่างไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ...

            ดวงตาสีอเมทิสต์จ้องมองแผ่นหลังของคนที่เดินนำหน้าตน ผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันกับเธอส่วนหนึ่ง...ครอบครัวที่เหลืออยู่ของเธอทั้งที่เธอคิดมาตลอดว่าไม่เหลืออยู่แล้ว แผ่นหลังของคนที่แบกรับตราบาปขนาดใหญ่อันแสนน่ากลัวนั่น แบกรับหน้าที่และความเจ็บปวดมากมายที่เธอไม่อาจคิดถึง ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายอยู่ดีนั่นล่ะ

            เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลย...จริงๆ หรือ?

            คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเด็กปีศาจ ทว่าประโยคก่อนหน้านี้ของซินดาเทียก็ดังขึ้นมาในหัวราวกับว่านั่นคือคำตอบของความสงสัยที่อยู่ในหัวของเธอตอนนี้

 

            ข้าถูกสอนให้สู้เพื่อทำลาย ทำลายทุกอย่าง ทำลายแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง...

 

            เข้าสู่ช่วงเช้าของวันใหม่ วันนี้ก็ยังคงเป็นอีกวันที่พวกปีศาจยังไม่มีท่าทีว่าจะบุกจู่โจมเข้ามา ทว่าซิน ไดรกอน ไดอาเนส และเท็ตสึก็ยังไม่อาจวางใจได้และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เนื่องทั้งซินดาเทียและไดอาเนสเคยเป็นผู้ล่ากบฏมาก่อนจึงรู้ว่าช่วงเวลาที่เงียบสงบแบบนี้นี่ล่ะที่ไม่น่าไว้วางใจมากที่สุด

            พายุมักจะมาหลังจากทะเลสงบเสมอ

            “นายท่านคะ...” ลีเวียธานที่นั่งอยู่ข้างๆ ซินดาเทียเริ่มกระเถิบตัวเข้ามาใกล้ “ข้าได้กลิ่น...” พูดเพียงแค่นั้นก็เงียบเสียงลง ทว่าทุกคนกลับรู้ว่าเด็กสาวหมายถึงอะไร

            ซินดาเทียลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ นั่นทำให้เหล่านักรบมังกรที่เหลือลุกตามขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าเข้มทอประกายน่าขนลุกพร้อมกับริมฝีปากบางที่แสยะยิ้ม...รอยยิ้มของปีศาจร้ายที่หายไปนาน!

            “มากันเร็วกว่าที่คิดไว้อีกนะ”

            สิ้นคำ ร่างของเหล่าปีศาจจำนวนมากก็โผล่ขึ้นมารอย่างรวดเร็วและไร้ที่มาที่ไป ทว่านั่นก็ไม่เป็นปัญหากับเหล่านักรบมังกรและพวกวาเคียนทั้งสามที่มักจะเจอเรื่องกะทันหันแบบนี้บ่อยๆ ในขณะที่เหล่าซาเดียตั้งรับอย่างเก้กังเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว

            “ฮาล! พยายามอยู่ประชิดเรย์กะเอาไว้ อย่าให้พวกมันกันท่าเจ้าออกห่างได้!

            “ครับ!” ชายหนุ่มรับคำรุ่นพี่ของตนพร้อมกับดึงตัวของเด็กปีศาจมาหลังอยู่ด้านหลังตน

            แม้จะรู้ว่าเรย์กะนั่นเป็นผู้สืบสายเลือดของลาเบียร์ สายเลือดของจักรพรรดิ ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ไว้ใจพลังในตอนนี้ของเรย์กะเลยสักนิด เนื่องจากพวกเขาเพิ่งมารู้ไม่กี่วันก่อนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าทมิฬตอนที่ทดสอบเรย์กะนั้นเกิดจากพลังของเรย์กะและพลังของซินปะทะกัน และซินดาเทียในวันนั้นก็กลับมาในสภาพที่ย่ำแย่พอควร ถึงแม้จะได้รับการฝึกฝนมาพอสมควร แต่พลังที่มากเกินไปก็ควบคุมได้ยากอยู่ดี

            ดังนั้นทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คืออย่าให้เด็กปีศาจใช้พลังของตนออกมาเท่าที่จะทำได้เพื่อกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น

            ทางด้านฟรองเซ่และลีเวียธานนั้นเรียกดาบเขี้ยวมังกรออกมาใช้โดยที่ทั้งสองคอยระวังรอบตัวให้ซินดาเทียเป็นระยะ แม้จะรู้ว่าเด็กสาวเก่งกว่าพวกตนแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ในเมื่อครั้งนี้เป้าหมายของพวกวมันพุ่งตรงมาที่เด็กสาวคนสำคัญของพวกเขาโดยตรง ไดอาเนสพุ่งเข้ามาฟังร่างของปีศาจตนหนึ่งที่พุ่งเข้าประชิดหลังซินดาเทียจากทางด้านบนจนกลายเป็นว่าตอนนี้ซินดาเทียและไดอาเนสต่างคอยระวังหลังให้กันจนไม่มีปีศาจตนไหนสามารถเข้ามาใกล้ทั้งสองได้ในรัศมีหนึ่งช่วงแขน

            “ไม่ได้สู้ด้วยกันแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ คิดถึงจัง” ราชายักษ์กล่าวกลั้วหัสเราะจนดวงตาสีฟ้าเข้มของคนอายุน้อยกว่าหรี่ลงอย่างหมั่นไส้

            “ก็แค่สองปี ไม่สิ ไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ”

            “แต่ยังไงสำหรับข้าก็ถือว่านานอยู่ดี”

            จบการพูดคุยแค่นั้นร่างของทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่เหล่าปีศยาจที่ยกทัพมาอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหมดเสียที และเนื่องจากซินดาเทียเรียกขาเอไทม์และเชอานินม์มาใช้สิ่งต่างๆ รอบตัวจึงพังพินาศอย่างง่ายดายและรวดเร็วจนแม้แต่ฝ่ายเดียวกันยังต้องคอยหลบลูกหลงมากกว่าการจู่โจมจากศัตรู

            “เฮ้ยยัยเตี้ย! จะอาละวาดก็ระวังพวกเราบ้างเซ่!!” ไรเซอร์ที่จับคู่สู้กับรินกะว้ากขึ้นเมื่อลูกหลงจากชาเอไทม์ของซินดาเทียเมื่อครู่เฉียดแก้มของตนไปทว่ามันก็ได้แผลลึกพอสมควร ให้ตายเถอะ ขนาดเขากับรินกะยกอาวุธสังหารมังกรขึ้นมากันพลังนั่นพร้อมกันยังเอาไม้อยู่เลย!

            “ข้าไม่ได้เตี้ยสักหน่อย!!!” แต่ทว่าคำพูดที่น่าจะทำให้ปีศาจร้ายเพลาๆ มือลงกลับทำให้เจ้าตัวเลือดขึ้นหน้ามากกว่าเดิม คราวนี้ไม่ได้มาแค่ลูกหลง แต่เด็กสาวสายเลือดต้องห้ามกลับซัดพลังของชาเอไทม์และเชอานินม์ใส่ชายหนุ่มเต็มๆ!

            “อ๊ากกกกก!!! หยุดนะยัยบ้า!!!

 

            “โง่เง่าจังเลยนะคะ” ลีเวียธานว่าเสียงเย็นในขณะที่มือก็ใช้ดาบเขี้ยวมังกรองตนฆ่าพวกปีศาจที่พุ่งเข้ามาโจมตีใส่ตนอย่างไม่กลัวตาย

            “แต่ข้าก็เห็นเจ้านั่นโง่มาตั้งแต่สองปีที่แล้ว” ฟรองเซ่สำทับคำพูดของลีเวียธานอย่างเห็นด้วยไม่แพ้เด็กสาว ในสายตาขององค์ชายลำดับสามแห่งมอลโนวานั้นการตั้งตัวเป็นศัตรูกับคู่หูของเขาของเป็นเรื่องที่โง่เง่าอย่างถึงที่สุด

            เปรี้ยง!!! เสียงอัสนีบาศดังขึ้นไม่ไกลจากทั้งสอง ร่างของปีศาจนับสิบไหม้เกรียมจนหาเค้าเดิมไม่เจอพร้อมกับร่างใหญ่ของราชามังกรอัสนีที่บินอยู่เหนือท้องฟ้ารวมกับราชามังกรแสง ราชามังกรเพลิงดำ ราชามังกรทมิฬ ราชามังกรวารีและราชามังกรเพลิงแดงที่จัดการพวกปีศาจจากทางท้องฟ้า ดวงตาสีเหลืองของมันบ่งบอกได้ถึงความเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัดกับบทสนทนาของฟรองเซ่กับลีเวียธาน

            “เจ้ายังไม่ชินกับความโง่ของไรเซอร์อีกรึฟรองเซ่”

            “เจ้าว่าใครโง่กันฮะ!!??” ทั้งไรเซอร์และฟีนอลร้องออกมาพร้อมกันอย่างเดือดดาล เขาไม่ได้โง่สักหน่อย!

            “แค่ยั่วโมโหเจ้าหนูก็โง่แล้ว” อีสโรว์ว่าพลางส่ายหน้าไปมา

 

            เหล่าซาเดียที่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยมองสงครามที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความทึ่งระคนตกใจ ทุกคนนับว่าตั้งตัวกันได้เร็วมาก และกำจัดพวกปีศาจได้เร็วและเยอะมากในเวลาเดียวกัน เยอะจนพวกมันแทบจะไม่หลุดรอดมาโจมตีพวกเขาเลยด้วยซ้ำ พวกเขาต่างกลืนน้ำลายลงคืออย่างยากลำบาก

            “นั่นหรือ...วาเคียน...” วอลโรแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ แค่สอง ไม่สิ... แค่สามคนยังเก็บกวาดพวกปีศาจได้เยอะกว่ากองทัพของพวกเขาเสียอีก

            “นั้นหรือ...มังกร...” ซีรอสมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพลังของมังกรกับตาตัวเองเพราะอาร์ดาสไม่เคยใช้ร่างมังกรของตนเองมาก่อน

            “นั่นหรือ...มอลโนวา...” วอลแรนซ์มองภาพตรงหน้า แค่ซินดาเทียคนเดียววังเล็กทั้งวังก็หายไปเพียงแค่พริบตาแล้ว!

            ช่างเป็นการรวมตัวกันที่น่ากลัวจริงๆ!

 

 

------------------------------------------------------------------

            ขออภัยทุกท่านกับความล่าช้าของควาเซค่ะ (_ _)

            ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปหากอ่านแล้วไม่ได้อารมณ์ดั้งเดิมหรืออยากจะเลิกอ่านแฮทก็ไม่ว่านะคะ เพราะความจำของแฮทหายไปเยอะมาก (หายจริงๆ พยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออก) บวกกับไม่ได้แตะนิยายมานานมากทำให้เข้าถึงอารมณ์ของตัวละครไม่ได้แม้จะพยายามตามอ่านตั้งแต่ภาคแรกก็ตาม แฮทพยายามอย่างที่สุดแล้ว

            ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามและไม่ลืมกัน ขอบคุณคนบางคนที่มาเตือนว่าแฮทแต่งนิยายเอาไว้และยังมีคนรออ่านอยู่ และท้ายที่สุดขอบคุณที่เข้ามาทวงนิยายกัน เพราะนั่นทำให้แฮทเชื่อว่ายังมีคนติดตามนิยายของแฮทอยู่

 

            ตอนต่อไป - Syn 028 ตัวประกัน -

 

พวกเจ้ายังคิดว่านังเด็กนั่นยังเป็นมนุษย์อยู่อีกรึ?

 

            เกิดอะไรขึ้น ติดตามตอนต่อไปค่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

744 ความคิดเห็น

  1. #644 nenut (@nenut) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 18:50
    แฮทจ๋า แค่อยากบอกว่ายังมีคนรออ่านนิยายของแฮทอยู่นะ
    #644
    0
  2. #643 OniZX (@firesiXZ) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 19:26
    ต่อให้เป็นปีข้าก็จะรอ//ฟรองได้กล่าวเอาไว้
    #643
    0
  3. #640 nenut (@nenut) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 20:47
    เราเข้ามารอแฮททุกวันเลยนะ เมื่อไหร่จะกลับมา? คิดถึงนะรู้ยัง!
    #640
    0
  4. #638 nenut (@nenut) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 15:47
    แฮท เรายังรออยู่นะ กลับมาเถอะ
    #638
    0
  5. #637 Wind of Darkness (@prenapat10) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 16:57
    ยังรออ่านอยู่น้าาา
    #637
    0
  6. #636 Nuchy_chimz (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 09:32
    สนุก ติดตาม รออ่านอยู่นะค่ะ
    #636
    0
  7. #634 my_MeNok (@my_MeNok) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 10:03
    รออ่านอยู่นะค่ะ #สู้ๆ????
    #634
    0
  8. #633 Kanyarak Pongsiriphanich (@nice3) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 14:09
    สนุกมากๆเลยค่ะ รอติดตามนะคะ
    #633
    0
  9. #632 รัน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 23:27
    ไรท์จ๋า ไรท์หายไปไหน ไรท์ออกมาจากป่ายัง ไรท์รู้ไหมเรารอไรท์อยู่นะ กลับมาสักทีเถอะ พรีสสสสสสสสสส
    #632
    0
  10. #631 KJNan (@KJNaN21) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 22:02
    รออยู่นะแฮท
    #631
    0
  11. #629 mind (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 15:27
    รออ่านนะคะ อยากรุ้ตอนจบมากเลยคะ
    #629
    0
  12. #628 janejane-za (@janejane-za) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 17:05
    ไรท์รอยุน้าาา
    #628
    0
  13. #625 hnujemmy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 03:45
    ไรท์รีบมาเร็วๆนะรออ่านยุ
    #625
    0
  14. #624 kikkaduey (@kikkaduey) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 00:10
    แค่กลับมาก็ดีใจเเล้วววว
    อย่าหายไปนานๆอีกนะค่ะ
    สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #624
    0
  15. #623 0815585835 (@0815585835) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 07:00
    ไม่เป็นไรค่ะ กลับมาแต่งต่อให้รู้ว่า ยังไม่ทิ้งนิยายก็พอ รักมากเลยเรื่องนี้ ไรท์สู้ๆน่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #623
    0
  16. #622 Maneein (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 09:37
    มาช้าดีกว่าไม่มาค่ะ แฮท

    ดีใจที่กลับมานะคะ
    #622
    0
  17. #619 Melanie43 (@Melanie43) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 14:06
    รออยู่
    ต่อเร็วๆนะค่ะ
    #619
    0
  18. #618 ขนมปัง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 16:13
    สนุกมากค่ะรีบมาต่อไวๆนะคะ
    #618
    0
  19. #617 เฟนดิ (@12345678900000) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 14:41
    ไรท์กลับมาแล้ววววว (กระโดดจูบ >3< )

    หลังจากที่รอคอยมานานมากกกกกก

    ไรท์ขาาาอย่าหายไปอีกนะคร้าาาา

    รีดยังรอไรท์เสมอ พยายามเข้านะคะ สู้ๆค่ะ ♥♥
    #617
    0
  20. #616 Titty1234 (@Titty1234) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 06:31
    ไรท์กลับมาแล้ว ดีใจมากกกกเลย
    ลืมเนื้อเรื่องไปแล้วอ่า//อ่านใหม่แป๊ป
    #616
    1
  21. #615 LoKi VampirE (@ri-j_yoh) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 20:25
    รออยู่ค่ะ ดีใจที่กลับมา
    #615
    0
  22. #614 natnichakawtatip (@natnichakawtatip) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:27
    รอค่ะ//คิดถึงงงงงงงงง
    #614
    0
  23. #613 sanglert (@sanglert) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:06
    คิดถึงมากมายเลยค้าาาาา
    รอตอนต่อไปน่ะค้าาาาาา
    #613
    0
  24. #612 Death Davil (@miyo00) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:04
    ไรท์มาแล้ว ดีใจ. แล้วใครโดนจับไปเป็นตัวประกันล่ะเนี่ย
    #612
    0
  25. #611 ิอิสระ_1 (@0935316365) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 15:58
    รอนานมากกกกกกกกกก
    รอตอนต่อไปด้วยค่ะ
    #611
    0