Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 23 : Syn 021 ล่มสลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 มี.ค. 58

Syn 021 ล่มสลาย

            วันเวลาผ่านไปร่วมสัปดาห์นับตั้งแต่ทหารมากมายของซาเดียและหน่วยนักรบมังกรส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบของจิตมารไปตามๆ กัน ราชวงศ์ซาเดียแต่ละคนปรายตามองเด็กน้อยผู้มีอายุน้อยที่สุดบนโต๊ะอาหารนี้ที่ไม่ยอมทานอะไรเลยนอกจากนมสด...อาหารในจานตรงหน้าของเจ้าตัวไม่พร่องลงไปเลยแม้แต่นิด แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นขนมปังที่มีไอร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนกินอย่างที่เจ้าตัวชอบมาก (ตามคำยืนยันของฟรองเซ่ เชล ชเรด) ก็ตาม จนตอนนี้ร่างเล็กที่ตัวเล็กผอมแห้งจนแทบจะหาเนื้อหนังไม่เจอผ่านผอมลงไปจากเดิมอีกอักโขจนหน่วยนักรบมังกรเริ่มแสดงความหนักใจออกมาทางดวงตาไม่ต่างกัน

            ไดรกอนที่น่าจะรู้สาเหตุก็ยังไม่กลับมา...ให้ตายสิ! นี่มันร่วมเจ็ดวันแล้วนะที่ซินดาเทียไม่ยอมกินอะไรนอกจากนมสดอุ่นๆ น่ะ!

            “ลองทานสิ่งนี้หน่อยไหมเพคะองค์อาเทห์? อาหารจานนี้ถูกปรุงขึ้นมาจากวัตถุดินชั้นยอดที่หาได้เพียงหนึ่งของซาเดียเลยนะเพคะ” รัชทายาทเวดีสตักเนื้อชุ่มไวน์ชั้นดีใส่จานอาหารของฟรองเซ่อย่างเอาใจ...มีคู่หมั้นแล้วยังไงล่ะ? ถ้ารักแล้วไม่ทุ่มเทก็ไม่ได้มาครอบครองหรอก!

            หน่วยนักรบมังกรชะงัก โดยเฉพาะฟรองเซ่ที่รู้สึกกระอักกระอ่วนที่สุด ดวงตาสีน้ำตาลแดงหันไปมองที่นั่งเก้าอี้ข้างซ้ายของตนก็พบกับดวงตาสีฟ้าเข้มที่มองมาทางนี้อยู่แล้ว...เปล่า ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองเขา แต่จ้องไปยังชิ้นเนื้อที่เวดีสตักให้เขาอย่างไม่วางตาต่างหาก!

            ฟรองเซ่พยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่โตที่ไร้ซึ่งความรู้สึกนั้นกำลังทดประกายอยู่ แม้จะเพียงนิด แต่ชายหนุ่มผู้ (คลั่ง) ชอบในตัวซิน (มากถึงมากที่สุด) อย่างเขาสามารถสัมผัสได้!

            ตะเกียบไม้เนื้อดีคีบก้อนเนื้ออย่างบรรจงและยื่นมาตรงปากของเด็กน้อยที่จ้องมองมาตาไม่กะพริบพลางใช้มืออีกข้างรองก้อนเนื้อชิ้นนั้นเอาไว้เพื่อไม่ใช้น้ำซอส (ไวน์) หล่นเปรอะเปื้อน...แม้แต่การกระทำเล็กน้อยอย่างการป้อนอย่างระมัดระวังและไม่ให้เด็กน้อยเปื้อนน้ำซอสของอาหารอย่างเอาใจใส่ของฟรองเซ่นั้นสามารถเรียกสายตาให้คนจ้องร้อนวูบวาบได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            เรียกได้ว่าประคบประหงมสุดๆ เลยทีเดียว!

            “อ้าม” ฟรองเซ่พูดขึ้นมา...เผื่ออีกฝ่ายจะยอมอ้าปาก เชลกับชเรดลุกพรวดแทบจะทันที!

            “เฮ้ย! นั่นมันเหล้านะฟรองเซ่!! ซินแพ้เห...!!!

            ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ทันห้ามจบ ปากเล็กๆ ก็ยื่นมางับก้อนเนื้อเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ่ยๆ ด้วยท่าทางปกติ ใบหน้าของเด็กน้อยยังคงเรียบนิ่ง แต่ประกายตาคู่โตที่ไร้ซึ่งความรู้สึกนั้นกับวิบวับราวกับเจอของถูกใจ

            “อ้า” ซินดาเทียตัวน้อยส่งเสียงร้องพลางอ้าปาก...ราวกับขออาหารชิ้นเมื่อครู่อีก

            นะ...น่าร้ากกกกก!!! หน่วยนักรบมังกรถึงกับเลือดกำเดาพุ่งเลยทีเดียว

            ฟรองเซ่ (ที่โดนดาเมจมากที่สุดในที่นี้) คีบอาหารชนิดเดียวกับเมื่อครู่มาป้อนซินดาเทียตัวน้อยอีก เด็กน้อยก็กินเข้าไปอย่างไม่มีท่าทางปฏิเสธ และ...ไม่แสดงอาการแพ้ออกมาเลยแม้แต่นิด

            “เป็นไปได้ยังไง ปกติแค่กลิ่นก็ไม่ไหวแล้วไม่ใช่หรือไง?” ชเรดพึมพำด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเกินวัย นี่มันผิดปกติแล้ว!

            ส่วนเชลนั้นพยายามดมกลิ่นของอาหารจานนั้นที่ซินกินเอากินเอาโดยไม่สนใจใครรอบข้าง ก่อนที่เชลจะตัดสินใจคีบเจ้าเนื้อนั่นมากินบ้าง เมื่อเนื้อชั้นดีเหนียวนุ่มแทบจะละลายบนลิ้นเข้าสู่ปาก เชฟประตำตัวของซินดาเทีย (สถาปนาตนเองเรียบร้อย) ก็เบิกตาโพลงทันทีจนแทบจะเหลือกโพลน!!

            “นี่มัน...” เชลครางขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “อ้อ นี่คือน้ำผึ้งจากดวงจันทร์น่ะ เหล้าชั้นดีที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ทหารของอาณาจักรเราใช้สิ่งนี้เพื่อเพิ่มแรงกายเป็นประจำ มันหาได้เฉพาะอาณาจักรซาเดียแห่งนี้เท่านั้น...” วอลแรนซ์บรรยายสรรพคุณอย่างภาคภูมิในในสินค้าผูกขาดซึ่งหาได้จากอาณาจักรตนที่เดียวเท่านั้น หากแต่เชลกลับไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเดียวแม้แต่นิด ดวงตาสีน้ำตาลไหม้หันขวับไปจ้องซินดาเทียตัวน้อยที่แม้ใบหน้ายังนิ่งแต่ก็รู้สึกได้ว่าเด็กน้อยกำลังมีความสุขกับการกินมื้อนี้อย่างไม่เชื่อสายตา

            “เหล้ามังกร!!!

            “หะ!?” ชาวซาเดียตกใจเมื่อจู่ๆ เชลก็โผล่งขึ้นมาเสียงดัง...ด้วยศัพท์ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของน้ำผึ้งจากดวงจันทร์นี้

            “อ่า...มันมีชื่อนั้นก็จริงนะ เพราะมันเป็นเหล้าฤทธิ์แรง แม้แต่ชายชาติทหารยังเมามายได้ง่ายๆ แต่พวกมังกรน่ะกลับเมาได้ยาก...”

            “ไม่ใช่! ข้าหมายถึงว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง! ปกติมันเป็นเหล้าที่มังกรสวรรค์ชอบหมักเก็บไว้ดื่มในช่วงสังสรรค์ต่างหาก!!

            แถมซินดาเทียที่แพ้เหล้าอย่างแรงยังกินได้โดยไม่เมาด้วย!!

            “...มันอยู่ในก้อนนั่น” ว่าแล้วนิ้วเล็กๆ ของซินดาเทียก็ชี้ไปยังก้อนขนมปังที่ยังไม่พร้องบนจานตรงหน้าตน “เจ้าก้อนนั่นที่ไดรเอามาให้ข้ากินมีเจ้านี่ผสมอยู่ แต่ของที่นี่ไม่มี...ข้าก็เลยกินไม่ลง” ด้วยความที่ตอนนี้เจ้าตัวเล็กชินกับอาหารที่ตนกินเมื่อครั้งที่ยังอยู่ในคุกมืดจึงไม่อาจกินอะไรอย่างอื่นได้ แม้ว่าความทรงจำจะเคยลิ้มรสรสชาติอย่างอื่นมากกว่านี้ก็ตาม

            นี่ท่านให้ซินกินเหล้ามังกรตั้งแต่เด็กเลยเรอะ!!! เชลกับชเรดตะโกนร้องในใจ ให้ตายสิ ใครใช้ให้เลี้ยงเด็กด้วยเหล้าแบบน้านนนนน!!!

            แม้แต่ราชวงศ์ซาเดียและหน่วยนักรบมังกรที่เพิ่งจะรู้ความจริงข้อนี้ก็ยังอึ้งไปตามๆ กัน ที่ไดรกอนผู้หวงซินดาเทียราวกับไข่ในหินเลี้ยงซินดาเทียมาด้วยอาหารแบบนี้

            ผสมเหล้ามังกรเอาไว้กับขนมปังให้เด็กสี่ขวบกินงั้นรึ...ทำไปได้ยังไง!?

            ซินดาเทียกำลังจะยกแขนเสื้อของตนเช็ดปากที่เลอะคราบเหล้ามังกรที่มุมปากตน หากแต่ฟรองเซ่กลับไวกว่าหยิบทิชชู่เช็ดให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ ทุกคนมองภาพนั้น...

            อย่างน้อยๆ ก็อายพวกข้าบ้างก็ดีนะ!!

            “อยากกินอะไรอีกไหม?” ฟรองเซ่กล่าวเสียงนุ่ม ซินดาเทียส่ายหน้าปฏิเสธ ฟรองเซ่จึงประคองอุ้มร่างเล็กเข้ามาในอกอย่างเบามือ “งั้นข้าพาไปทำแผลตอนเช้านะ”

            เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกไปจากห้อง ใบหน้าเล็กที่ไม่แสดงความรู้สึกหันขวับกลับมาจ้องเวดีสที่มองตามหลังอยู่ก่อนแล้วด้วยดวงตาว่างเปล่าทว่าน่าขนลุก ก่อนจะพูดช้าๆ อย่างไร้เสียงให้คนที่ตนต้องการจะสื่อด้วยได้รู้ข้อความชัดๆ

 

            มนุษย์...สิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุด

 

            ทุกคนหนาวสะท้าน คราวนี้ทุกคนถึงได้รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจ้องปฏิกิริยาที่เวดีสแสดงต่อฟรองเซ่ตลอดเวลา และก็ข่มความรู้สึกเอาไว้ได้อย่างแนบเนียนชนิดที่ว่าแม้แต่เชลและชเรดที่อยู่กับอีกฝ่ายมาตั้งแต่เด็กๆ ยังไม่อาจรับรู้ได้!

            “...เด็กคนนั้นคงจะเกลียดมนุษย์มากสินะ” ซีรอสกล่าวพร้อมยิ้มแหยเมื่อนึกถึงสิ่งที่มนุษย์ (ในอาณาจักรควาเซ) เคยทำเอาไว้กับเด็กคนนั้นที่ไดรกอนเล่าให้ฟัง

            “แค่คำว่าเกลียดยังน้อยไป” ชเรดพูดเสียงเย็นแล้วตักมื้อเช้าเข้าปาก “ข้าล่ะนับถือนางจริงๆ ที่ค่อยๆ เลิกเกลียดมนุษย์ได้ถึงขนาดนั้น แต่ก็นะ...รู้สึกคราวนี้จะกลับมาเกลียดมากกว่าเดิมเสียอีก” ว่าแล้วก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

            ถึงแม้ตอนนี้ซินดาเทียตัวน้อยจะปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆ ในหน่วยนักรบมังกรได้แล้ว (โดยเฉพาะฟรองเซ่) หากแต่กับมนุษย์คนอื่นนั้นเด็กน้อยเย็นชาใส่และเมินเฉยอย่างเห็นได้ชัด

            “หึๆ เรื่องหวงของของตัวเองอย่างรุนแรงของมังกรแสงนี่แม้แต่ซินก็มีสินะ” เชลพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี...นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นซินแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า หวง และเผอิญว่าองค์ชายลำดับสามคนนั้นคือสิ่งที่ซินดาเทียหวงมากๆ จนไม่อาจเมินเฉยได้

            และไม่อาจสูญเสียไปด้วย...

            “ถึงข้าจะไม่ชอบหน้าเจ้า แต่ข้าเตือนด้วยความหวังดี...ตัดใจจากฟรองเซ่ซะ” ชเรดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและไม่มีทีท่าว่าจะให้ความเคารพกับอีกฝ่ายที่มีศักดิ์เหนือกว่าตนเลยสักนิด

            “...ถึงเรื่องนี้เวดีสจะผิดจริง แต่อย่างน้อยก็ให้เกียรติน้องสาวข้าบ้าง ถึงอย่างไรนางก็เป็นรัชทายาทหญิงแห่งซาเดีย...” วอลโรกัดฟันกรอดอย่างข่มอารมณ์

            “ก็ดีกว่าตายเพราะกำลังจะแย่งคนของคนอื่นไม่ใช่หรือ?” ฮาลที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น ทุกคนชะงักที่แม้แต่คนที่เกรงใจคนอื่นอย่างฮาลขึ้นต้นด้วยประโยคที่แรงขนาดนี้เป็นครั้งแรก “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพระองค์ทรงใคร่รุ่นพี่ฟรองเซ่มากแค่ไหน แต่ข้าขอเตือน...รุ่นพี่ซินให้ความสำคัญกับรุ่นพี่ฟรองเซ่มาก...มากอย่างที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน และรุ่นพี่ซินไม่ยอมเสียรุ่นพี่ฟรองเซ่ไปเด็ดขาด”

            “มั่นใจจังนะ...ทั้งที่ดูยังไงก็ไม่มีความรู้สึกแท้ๆ” อาร์ดาสเอ่ยถามขึ้น เขาไม่ได้ตั้งใจว่าซินดาเทียตัวน้อย แต่จากใบหน้าและท่าทางของเด็กคนนั้นมันแสดงเช่นนั้นจริงๆ

            “เพราะอย่างนี้ไงล่ะซินถึงได้หวงฟรองเซ่มากๆ” ชเรดปรายตามองรองหัวหน้าอัศวินแห่งซาเดียที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตน...ด้วยสายตาเย็นเยียบ “เพราะเจ้านั่นเป็นคนเดียวที่ไม่ได้สนใจภายนอกของซิน แต่รับรู้ทุกอย่างของซินด้วย ความรู้สึก ที่เจ้านั่นตั้งใจเรียนรู้ถึงตัวตนของซิน ถึงจะไม่แสดงออก แต่นี่คือสิ่งที่ทำให้สองคนนั้น เลือก อีกฝ่ายยังไงล่ะ”

            มื้ออาหารของเช้านี้จบลงด้วยบรรยากาศที่ติดจะตึงเครียด หน่วยนักรบมังกรต่างคนต่างแยกย้ายออกไปจากห้องอาหาร หากแต่สุดท้ายแล้วก็ไปจบอยู่ที่ห้องพยาบาล

            ก็นะ...แผลพวกเขายังไม่หายเลย!

 

            หลังจากจบอาหารมื้อเช้าอันแสนตึงเครียดไปกษัตริย์วอลแรนซ์ก็เรียกขุนนางชั้นสูงทั้งหลายเข้ามาประชุมในห้องอาหาร (ห้องใหม่ ห้องเก่าโดนอสูรแดงทำลายยับไม่เหลือแล้ว) จนเมื่อทุกคนมากับครบพวกเขาก็เริ่มประชุมถึงเรื่องอนาคตที่แทบจะหาไม่ได้ของอาณาจักรซาเดียในตอนนี้

            ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถูกพวกปีศาจต้อนมาจนถึงทางตันแล้ว

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางการประชุมที่เคร่งเครียดระหว่างราชวงศ์ซาเดีย หัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยอัศวิน รวมถึงขุนนางชั้นสูงคนอื่นๆ ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงักพร้อมกับหันไปมองยังบานประตูไม้ที่แกะสลักอย่างประณีตสวยงามด้วยฝีมือช่างชั้นสูง ทุกคนในห้องมองหน้ากันแล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่ทุกสายจะจ้องไปยังรองหัวหน้าหน่วยอัศวินผู้เป็นสายเลือดต้องห้ามเพียงหนึ่งในที่นี้และมีประสาทสัมผัสไวที่สุด

            “ใคร?” วอลโรเอ่ยถามเสียงเบา

            “...ขออภัย กระหม่อมจับจิตของอีกฝ่ายไม่ได้ หากแต่...กลิ่นมังกรเพศเมีย กลิ่นของซินดาเทียพ่ะย่ะค่ะ”

            ชื่อของเทพมารสีขาวผู้เป็นตำนานแห่งทวีปตะวันออกทำให้ทุกคนเลิกคิ้วสูง ก่อนที่ดวงตาของอาร์ดาสจะเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง ข้อความต่อมาที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มสายเลือดต้องห้ามยิ่งทำให้คนทั้งห้องตะลึง

            “มีกลิ่นของทางลับใต้ดินทั่วอาณาจักรซาเดียด้วยพ่ะย่ะค่ะ!

            ทางลับใต้ดิน...ทางหนีทีไล่ที่กษัตริย์แห่งซาเดียรุ่นแรกทรงสร้างเอาไว้เพื่อเป็นทางหนีฉุกเฉิน ไม่มีใครรู้นอกจากคนในราชวงศ์ซาเดีย แล้วทำไมเด็กนั่นถึงรู้!? ไม่สิ...กลิ่นนั้นเจ้าตัวสามารถกลบมันเอาไวได้อย่างแนบเนียนจนไม่อาจรับรู้ได้ อาร์ดาสที่เคยตามติดซินดาเทียในตลาดในเมืองเมื่อเดือนก่อนรู้ดี แต่ทำไมมาคราวนี้กลับไม่ปกปิดกลิ่นใดเลย!?

            “...นี่คงจะเป็นการบังคับกลายๆ ว่าให้พวกเราเปิดประตู” เวโรลออกความคิดเห็น ซึ่งคิดอื่นๆ ก็คิดเช่นนี้ไม่ต่างกัน คนทั้งห้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

            “เข้ามา” สุดท้ายแล้ววอลแรนซ์ผู้มีอำนาจสูงสุดในที่นี้จึงเอ่ยปากอนุญาตขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

            ขืนปล่อยเวลาให้นานกว่านี้ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะพังประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจก็เป็นได้...

            ประตูไม้เปิดขึ้นทันทีที่ได้รับอนุญาตจากบุคคลในห้อง เผยให้เห็นร่างเล็กของเด็กสี่ขวบ...ผู้ซึ่งแท้จริงแล้วร่างของเจ้าตัวตอนนี้ก็แค่สามขวบกว่า ทุกคนสะท้านยามที่ดวงตาสีฟ้าเข้มคู่โตไล่มองสบตากับแต่ละคนในห้อง ร่างเล็กเดินเข้ามาในอาณาเขตของห้องก่อนที่ประตูบานใหญ่จะปิดลงโดยที่เจ้าตัวไปไม่หันกลับไปปิด

            ...ประตูมันปิดเอง

            นี่พวกเขากำลังอยู่ในหนังสยองขวัญหรือไร!?

            ดวงตาสีฟ้าเข้มไล่มองไปทั่วทั้งห้องก่อนจะหยุดที่ชายผู้ซึ่งครอบครองอำนาจเหนือใครในอาณาจักรซาเดียนี้ เด็กน้อยชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว เอียงคอและเผยรอยยิ้มน่ารักไปให้...แต่ทำไมทุกคนที่อยู่ในห้องถึงได้รับรู้ว่ามันคือรอยยิ้มอาบยาพิษ!?

            “ข้ามีข้อเสนอให้สองทาง...”

            “เดี๋ยวๆๆ นี่มันเรื่องอะไร!?” ซีรอสรีบเบรกอีกฝ่ายที่โผล่มาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรขึ้นมาก่อน จู่ๆ ก็เสนอข้อเสนอบ้าบออะไรขึ้นมาก่อนก็ไม่รู้

            ไม่คิดจะอธิบายอะไรก่อนหรือไร?

            ทั้งเจ้าตัวยังฉายเดี่ยว ไม่มีใครในหน่วยนักรบมังกรติดตามมาแม้เพียงสักคน ทั้งที่คนในหน่วยนั้นไม่กล้าปล่อยให้เจ้าตัวเล็กไปแผลงฤทธิ์ที่ไหนแท้ๆ

            เด็กน้อยตรงหน้าทำตาโต...ดูยังไงก็เสแสร้งชัดๆ! อีกฝ่ายเอียงคออีกนิดพร้อมเอ่ยถามหน้าตาย “เมื่อครู่พวกเจ้าคุยอะไรกันอยู่ล่ะ?”

            “!!!

            “ต่อให้อยู่ติดขอบชายแดนข้าก็ได้ยินนะ หึๆ”

            อะ...ไอ้ท่าทางเกลียดกลัวมนุษย์หายไปไหนหมด!?

            “...แล้วองค์หญิงน้อยแห่งควาเซมีอะไรจะเสนอล่ะ?” วอลแรนซ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวน จากที่ฟังไดรกอนเล่าเมื่อวันก่อนนู้นทำให้เขาพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่า องค์หญิง’!

            และมันก็จริงอย่างที่คาด เด็กน้อยทำหน้าหงิกเพียงชั่วเสี้ยววินาที แถมยังแอบกัดฟันกรอดอย่างขัดเคืองแม้ใบหน้าจะยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึก

            “ข้าขอเสนอทางเลือกง่ายๆ ให้กับพวกเจ้า”

            “ทางเลือกอะไรของเจ้า” รัชทายาทเวดีสหรี่ตามองเด็กสี่ขวบที่ยังอยู่ในชุดนักโทษสีขาวตรงหน้า นี่คือรสนิยมขององค์หญิงแห่งควาเซงั้นรึ!? เวดีสมองอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยจะเชื่อสายตาของตนเองเสียเท่าไหร่ (เวดีสไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ไดรกอนเล่าเรื่องของซินให้ฟัง)

            “เวลามีไม่มากนัก ข้ารวบรัดเลยก็แล้วกัน” ว่าแล้วร่างเล็กก็ทิ้งตัวนั่งบนอากาศ...ราวกับว่าตรงที่เด็กน้อยนั่งนั้นมีเก้าอี้ที่มองไม่เห็นอยู่ ซึ่งบางคนที่รู้ว่าซินเป็นผู้ใช้พลังจิตนั้นสามารถเดาได้ว่านั่นคือพลังของเจ้าตัว “คนที่รับภารกิจที่พวกเจ้าส่งไปยังองค์...เอ่อ...พะ พ่อเรชินไม่ใช่ฟรองซ์ที่เป็นหัวหน้าหน่วยนักรบมังกร แต่เป็นข้า”

            “อะไรนะ!!” ทุกคนในห้องร้องออกมาด้วยความตกใจกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ แม้จะรู้สึกแปลกๆ ที่อีกฝ่ายเรียกองค์กษัตริย์แห่งมอลโนวาว่า พ่อ ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยอย่างคนไม่ชินก็เถอะ

            แต่...อีกฝ่ายเรียกองค์กษัตริย์แห่งมอลนาวาว่า พ่อ งั้นเรอะ!?

            “ซึ่งข้าไม่ได้รับภารกินนี่มาเฉยๆ แต่ข้าแลกเปลี่ยนมาด้วยเงื่อนไขสามข้อ”

            “เงื่อนไข?” ทุกคนในห้องทวนคำพูดของปีศาจตรงหน้า แต่ละคนทำหน้าเย้ยหยันคนตัวเล็กอย่างไม่ปิดบัง

            มนุษย์ก็เป็นแบบนี้ทุกคน แม้แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าปีศาจที่ไร้ความรู้สึกก็ยังไม่เว้น...

            “ใช่ ข้อหนึ่ง พ่อเรชินต้องยอมอนุญาตให้ข้าพาเรย์กะมาที่นี่ด้วย ข้อสอง การตัดสินใจของข้าล้วนไม่ต้องผ่านการอนุมัติหรืออนุญาตใดๆ ข้าสามารถทำได้ทันทีแม่พ่อเรชินหรือใครก็ตามสั่งห้าม การกระทำทุกอย่างของข้าล้วนไม่ผิด ไม่ว่ามันจะร้ายแรง ผิดกฎ หรือผิดข้อตกลงระหว่างอาณาจักรแค่ไหนก็ตาม และข้อสาม...” ดวงตาสีฟ้าเข้มกวาดมองทุกคนในห้อง พวกเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ภารกิจนี้จะสำเร็จหรือไม่ข้าไม่สน เพราะข้าต้องการเพียงแค่ตามหาใครบางคนให้เจอเท่านั้น” คนฟังหน้าซีดเผือด จากประโยคทั้งสามนั้น...บ่งบอกได้ว่าชีวิตของพวกเขา ไม่สิ ทุกคนในอาณาจักรซาเดียตกอยู่ในกำมือของปีศาจร้ายตรงหน้านี้! หากอีกฝ่ายจะยกเลือกพันธะสัญญาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักร ก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากกษัตริย์เรชิน

            สมแล้วที่คนตรงหน้าได้ชื่อว่าเป็นปีศาจร้าย!

            “ส่วนทางเลือก...ทางแรก ยอมให้อาณาจักรนี้ล่มสลายโดยแลกเปลี่ยนกับชีวิตของทุกคนในอาณาจักร หรือ...ทิ้งชีวิตนี้ไปซะเพื่อศักดิ์ศรีอันสูงส่งของกษัตริย์อันงี่เง่าไร้สาระอย่างหาค่าไม่ได้นั่น”

            “...เพื่ออะไร...” วอลโรกัดฟันกรอดอย่างพยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านตอนนี้

            “หืม?”

            “พวกข้าไปทำอะไรให้เจ้ากัน!!

            “ไม่มีอะไร...ข้าแค่สังหรณ์ว่าคนที่ข้ากำลังตามหาอยู่ในอาณาจักรนี้ก็เลยรับงานมาก็เท่านั้น...ซึ่งตอนนี้ข้าก็เจอแล้ว อีกอย่าง พวกเจ้าควรจะขอบคุณข้านะ เพราะสาสน์ที่พวกเจ้าส่งไปนั้นในที่ประชุมไม่มีใครยอมรับมาทำนอกจากข้า”

            “ข้าเลือกข้อแรก” วอลแรนซ์รีบชิงพูดขึ้นมาก่อนที่ใครในห้องจะลุกขึ้นมาปฏิเสธ ซึ่งเท่าที่ดู...ทุกคนในห้องนี้นั่นแหละ

            “เสด็จพี่!?

            “ต่อให้อาณาจักรนี้ล่มสลาย แต่ถ้าหากพวกเรายังคงรักษาชีวิตเอาไว้ได้จนสงครามจบลงพวกเราก็สามารถสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้”

            “...” ทุกคนเงียบอย่างพูดอะไรไม่ออกกับเหตุผลของวอลแรนซ์ ปีศาจกระตุกมุมปากขึ้นเพียงนิดอย่างพอใจในเหตุผลของอีกฝ่าย

            “ช่างน่าชื่นชม สมแล้วที่เจ้าได้รับตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบชีวิตของทุกคนในอาณาจักรซาเดียนี้” ซินดาเทียชื่นชมอีกฝ่ายอย่างใจจริง น้อยนักที่จะเจอกษัตริย์ที่มีความคิดน่านับถือเช่นนี้ได้ “ดีกว่าผู้ชายคนนั้นเยอะ...” ประโยคนี้แอบพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ก่อนที่จะหันมาสบตากับทุกคนในห้องนี้ “งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”

            “พวกเรา?” ทุกคนสงสัย หากแต่ก็สงสัยได้เพียงไม่นานนักเมื่อกระจกหน้าต่างทุกบานในห้องนี้แตกละเอียดพร้อมกับทุกบานจากพลังปริศนาที่อัดมาจากข้างนอก!

            “เจรจาสำเร็จ!!” ซินดาเทียตะโดนแข่งกับเสียงกระจกแตก ทุกคนในห้องแปลกใจได้เพียงครู่เมื่อหน่วยนักรบมังกรที่พวกเขาไม่เห็นตั้งแต่แรกพุ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับตั้งรับการจู่โจมอย่างฉับพลันของพวกปีศาจที่พุ่งเข้ามาในห้องนี้อย่างไม่มีสัญญาณมาก่อนจากทางหน้าต่าง

            “พวกเจ้า!!” ซีรอสตาโตตกใจ โดยเฉพาะอาร์ดาสที่ไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของหน่วยนักรบมังกรได้เลยสักนิด

            ตูม!!! ดาบจิตพุ่งเข้าจู่โจมไปทั่วทุกทิศทางจนฝุ่นตลบฟุ้งกระจายจนไม่อาจมองเห็นทัศนียภาพรอบตัวได้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งพร้อมกับเสียงกรีดร้องบาดหูอย่างทรมานจนไม่อาจรู้ได้ว่าเสียงนั้นเป็นของใคร เมื่อกลุ่มฝุ่นควันหายไปก็พบกับซากศพจำนวนมากของเหล่าปีศาจที่กองอยู่กับพื้นเต็มไปหมดโดยมีร่างของเด็กสี่ขาวยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากศพนั้น มือเล็กสะบัดหัวของปีศาจในมือของตนทิ้งอย่างไม่ใยดี

            เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากทิศหนึ่งในห้องทำให้ดวงตาสีฟ้าเข้มหันขวับไปมองอย่างแปลกใจ

            ไม่ตกใจเท่าไหร่...เพราะซินดาเทียคาดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะต้องมีคนที่ยังไม่ได้ออกไปจากห้องนี้หลงเหลืออยู่จนเธอต้องออกจากห้องเป็นคนสุดท้ายเพื่อพาคนที่เหลือที่ว่านั้นหนี แต่ไม่คิดว่าคนที่เหลือจะเป็นเวดีสเสียนี่

            ซินดาเทียบอกกับตนเองได้คำเดียวว่าซวย!

            ใบหูเล็กกระดิกเมื่อได้ยินเสียงกระพือปีกจำนวนมากดังมาจากข้างนอก แม่ตาจะไม่อาจมองเห็นที่มาของเสียงก็ตาม แน่นอนว่ามนุษย์ธรรมดาไม่อาจแม้แต่จะได้ยินเสียงเลยด้วยซ้ำ ซินดาเทียรีบวิ่งตรงเข้ามาหาเวดีส คว้าข้อมือบางของอีกฝ่ายแล้วออกแรงกระชากลากอีกฝ่ายหนีอย่างรวดเร็ว!

            “ปล่อยนะ!” รัชทายาทหญิงร้องพลางพยายามสะบัดข้อมือของตนออกจากมือของปีศาจร้าย หากแต่มันก็ไม่เป็นผลเลยสักนิดเมื่อไม่มีทีท่าว่ามือของคนลากจะปล่อยหลุดออกจากข้อมือตนเลยแม้แต่นิด ทั้งยังบีบแน่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก! เวดีสพยายามยื้อตัวเอาไว้ไม่ยอมวิ่งตามแรงลากของคนตรงหน้า หากแต่หญิงสาวก็ไม่อาจขัดขืนอีกฝ่ายได้อยู่ดี

          บอกทีได้ไหมว่านี่คือเด็กสี่ขวบจริงๆ!

            “กรี๊ดดดดด!!!” หญิงสาวร้องลั่นเมื่อปีศาจบินโฉบเข้ามาใกล้ หากแต่ก่อนที่มันจะทำอะไรได้ก็ถูกดาบจิตสีขาวพุ่งเข้าเสียบทะลุหัวใจอย่างรุนแรจนร่างกระเด็นไปกระแทกผนังข้างทางจนพื้นที่สั่นสะเทือน เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนปีศาจผู้ไร้ความรู้สึกเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเป็นครั้งแรก (ในรอบเกือบเจ็ดวัน) กับเสียงร้องของรัชทายาทหญิงที่ตนลากให้วิ่งตามมาด้วย...ให้ตายเหอะ มันรบกวนสมาธิเธอนะ!

            “ถ้ายังไม่อยากตายก็หุบปากซะ!!!” ซินดาเทียตวาดใส่อีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด รัชทายาทหญิงรีบหุบปากฉับทันที

            หญิงสาวรู้สึกสะท้านเฮือกกับน้ำเสียงที่ราวกับจะฆ่าเธอได้นั้น...

            ร่างต่างขนาดต่างความสูงเริ่มวิ่งไปตามทางที่เริ่มมืดมิดมากขึ้นเรื่อยๆ ของทางลับใต้ดินเส้นหนึ่งที่ซินรีบวิ่งหนีเข้ามาเมื่อสลัดหลุดพ้นสายตาของพวกปีศาจมาได้ หัวใจของเวดีสเต้นถี่ระรัวด้วยความกลัว เธอมองไม่เห็นแม้แต่ทางเดิน ทำได้แต่เพียงวิ่งตามแรงฉุดของเด็กตรงหน้าที่ออกแรงวิ่งอย่างไม่มีลดความเร็วเลยแม้แต่นิด ที่นี่ไม่มีแสงไฟเลยสักนิด คบเพลิงที่ควรจะมีตลอดเส้นทางก็ไม่มี หญิงสาวรับรู้ได้แค่เพียงเสียงหอบหายใจที่เริ่มเหนื่อยอ่อนจากระยะทางที่วิ่งมาอย่างยาวไกลของตนเองที่ดังก้องไปทั่วทางใต้ดินนี่เท่านั้น ไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากนี้ แม้แต่เสียงลมหายใจของอีกฝ่ายที่ยังคงฉุดรั้งร่างของเธอให้วิ่งต่อไป สิ่งที่ยังตอกย้ำว่าเวดีสไม่ได้อยู่คนเดียวในความมืดของทางใต้ดินนี้คือฝ่ามือที่ทั้งเย็นเฉียบและเล็กกว่าเธอมากที่ยังคงจับมือเธอวิ่งไปตามทางที่อีกฝ่ายนำอย่างไม่ยอมปล่อยมือ

            น่าแปลกที่ฝ่ามือเย็นเฉียบที่ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงชีพจรของได้นั้นกลับทำให้รัชทายาทหญิงรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย และหัวใจเต้นแรงได้อย่างน่าประหลาด

            ทั้งๆ ที่เธอไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายแท้ๆ!

            เมื่อสามารถมองเห็นแสงสว่างจากปลายทางข้างหน้าได้คนตัวเล็กตรงหน้าก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น พอออกมาข้างนอกทางลับใต้ดินได้เวดีสก็ได้รู้ว่าพวกเธอใช้ทางลับที่ออกมายังหุบเขาสูงชันและห่างไกลจากอาณาจักรซาเดียมาสามหุบเขา หากแต่ดวงตาสีทัวร์มาลีนคู่งามกลับมองเห็นบ้านเรือนทุกหลังของอาณาจักรซาเดียพังราบเป็นหน้ากลองได้อย่างชัดเจน บางหลังยังคงมีเพลิงกำลังลุกไหม้โดยที่ยังไม่ยอมมอดเลยด้วยซ้ำ

            อาณาจักรซาเดียล่มสลายแล้ว...

            ร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง ภาพบ้านเกิดตรงหน้าที่พังย่อยยับจากน้ำมือของพวกปีศาจเป็นอะไรที่ทำให้หญิงสาวสะเทือนใจอย่างถึงที่สุด ดวงตาสีฟ้าเข้มมองภาพตรงหน้าอย่างไม่รู้สึกอะไร และเธอ...ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่ารัชทายาทหญิงกำลังรู้สึกเช่นไรในตอนนี้

            เพราะแม้แต่เธอที่ไม่ค่อยผูกพันกับนครฝั่งใต้ก็ยังเสียใจไม่น้อยที่ตนเองไม่อาจปกป้องนครฝั่งใต้เอาไว้ได้

            “จำความรู้สึกของเจ้าในตอนนี้เอาไว้ให้ดี...เพราะมันจะย้ำเตือนไม่ให้เจ้าหลงเดินทางไปในทางที่ผิด” ปีศาจร้ายกล่าวเสียงเรียบโดยไม่มองหน้าคนที่ตนกำลังพูดด้วย ราวกับว่าเจ้าตัวเพียงแค่พูดขึ้นมาลอยๆ เท่านั้น มือเล็กยื่นให้คนที่ตัวสูงใหญ่กว่าตรงหน้า “รีบลุกขึ้นมาซะ ก่อนที่พวกมันจะตามกลิ่นมาเจอ”

            “...”

            “จงเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้...แล้วใช้มันผลักดันให้ตัวเจ้าก้าวเดินต่อไปข้างหน้าซะ”

            ดวงตาสีทัวร์มาลีนคู่งามเงยขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่สั่นระริกที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใสที่พร้อมจะไหลลงมาทุกเมื่อ ในใจพลางคิดว่าคนตรงหน้าช่างแข็งแกร่ง...แม้ความตายที่พุ่งเข้าจู่โจมอย่างกะทันหันเมื่อครู่อีกฝ่ายก็ยังมีสติที่จะพาทุกคนหนีออกมาจากสถานที่ที่กลายเป็นนรกบนดินในเสี้ยววินาทีตรงหน้าได้ ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะหนีไปคนละทิศละทางก็เถอะ...

            “เจ้าทำได้อย่างไร...” เสียงหวานครางเสียงแผ่ว

            “หือ?”

            “เจ้าเข้มแข็งอย่างนั้นได้อย่างไร”

            “...ข้าไม่ได้เข้มแข็งเลยสักนิด” ดวงตาสีฟ้าเข้มหันมาสบกับดวงตาสีทัวร์มาลีนตรงๆ แม้จะเรียบนิ่ง แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้เวดีสสามารถสัมผัสได้ถึงความจริงจังของคนตรงหน้า “แต่ข้ามีคนที่ต้องปกป้อง มีที่ที่ต้องกลับไป ที่นั่นไม่ใช่ควาเซ ไม่ใช่บ้านเกิดของข้า แต่เป็นสถานที่ที่เหล่าคนสำคัญของข้ากำลังรอให้กลับไปอยู่ สถานที่ที่ข้าสามารถเรียกมันได้อย่างมั่นใจว่ามันคือ บ้าน ของข้า เพราะฉะนั้น...ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพวกเขา เพื่อกลับไปหาพวกเขา ไม่ว่าจะสักกี่ครั้งก็ตาม”

          บ้านของข้า...มีเพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น...

          บ้านที่มีโลกของข้า...มี หัวใจ ของข้าอยู่

          จะปกป้องเอาไว้ให้ได้ จะไม่ยอมสูญเสียไปอีกครั้งแน่!

            มือเล็กยื่นไปคว้าชุดเสื้อผ้าออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า มันคือชุดเก่าๆ สองชุด ชุดหนึ่งพอดีกับตัวของเวดีส อีกชุดมีขนาดเล็กและรูปร่างเรียบง่ายและเหมาะกับขนาดตัวของซินดาเทีย

            “เปลี่ยนชุดซะ ใส่ชุดนั้นต่อไปไม่ส่งผลดีต่อการเดินทาง มันจะทำให้เดินทางลำบาก และเป็นจุดสนใจได้ง่าย...พวกเราต้องพลางตัวให้แนบเนียนที่สุด ต้องไม่มีใครจับได้ว่าเจ้าเป็นองค์หญิง”

            มือบางยื่นไปยับเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายยื่นมาให้อย่างไม่เต็มใจนัก หากแต่ก็ยอมเปลี่ยนชุดแต่โดยดีอย่างไม่มีอาการต่อต้านอย่างที่ควรจะเป็น

            คำพูดของอีกฝ่ายเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในหู นั่นเป็นสาเหตุที่เธอไม่กล้าดื้อด้านกับอีกฝ่ายมากนัก

            แม้จะไม่ชอบหน้า แต่อีกฝ่ายก็ช่วยชีวิตเธอเอาไว้

            “ไปกันเถอะ...สงครามของจริงเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น”

            มาดูกันสิ...ว่ากระดานหมากของใครจะพ่ายไปก่อนกัน พูชี อองเฟห์!

 

 

--------------------------------------------------------------------

            จบไปอีกตอนแล้ววววว!! ชื่อของผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏตัว! (เอ๊ะ? ใคร? ยังจำได้ไหมน้อออ ฮ่าๆๆๆ)

            ช่วงนี้เพ้อหนัก เมื่อวานถึงขั้นเกือบเขียนพล็อตควาเซ 2 ลงบนข้อสอบส่งอาจารย์ =___=;; วันนี้ว่าง (เพราะอาจารย์ยกเลิกคลาส) เลยมาต่อซะเลย ทั้งๆ ที่การบ้านยังรออื้อ =[]= (เด็กดีไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ T^T)

            ตอนนี้หนูซินทั้งอ้อน ทั้งเถื่อน ทั้งอ่อนโยน >///<

            ติดตามตอนต่อไป (ตอนต่อไปรอยาวแน่ๆ เพราะยังเหลือข้อสอบอีกหลายวิชาที่ต่อแถวมารอให้ทำ TTOTT)

            ตอนต่อไป - Syn 022 มังกรกับเจ้าหญิง -

            ใครว่ามังกรไม่เถื่อนกับเจ้าหญิง? เอ๊ะ หรือไม่เถื่อน?

            อย่าเพิ่งทิ้งเหล่าควาเซกันนะคะ!!

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

744 ความคิดเห็น

  1. #375 rada (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 13:12
    รอนานแล้วนะT_T ใจจะขาดแล้วเอย~
    #375
    0
  2. #374 vet (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 22:32
    รอนานแล้วววววววว เมื่อจะอัพค่ะ^^
    #374
    0
  3. #373 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 08:49
    รอตอนต่อไปนะคะ ><
    #373
    0
  4. #362 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 11:29
    อ๊ากกกกกกกก รอนานแล้วน้าา ใจจะขาดดดดด *^*
    #362
    0
  5. #359 เจดาร์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 15:17
    สนุกมากกกกกกกกกกก รีบๆอัพนะ รออยู่^^
    #359
    0
  6. #358 ลมเหนือ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 13:29
    จะรอนะ
    #358
    0
  7. #357 อัศวินผู้พิชิต (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 14:22
    ชอบมากเลย...จะรอนะ...

    รีบมาต่อไวๆนะ
    #357
    0
  8. #356 ณีรนิน ฟรังก์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 16:04
    ชอบมากกกกก รออยุค่ะ
    #356
    0
  9. #355 min-nalinee (@lonelyluhan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 16:56
    ยังคงรออออออ
    #355
    0
  10. วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 13:48
    รอคอยอย่างตั้งใจ
    #354
    0
  11. #353 เคโระหน้าปลวก (@karonaka410) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 16:01
    สนุกมากค่ะ รอนร้า
    #353
    0
  12. #352 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 16:21
    ขอโทษจากใจค่ะ
    มันคือใครวะคะ  จำไม่ได้จริงๆ ;w;
    #352
    0
  13. #351 เอ็ม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 12:00
    สนุกกกกกก รออ่านอยู่นะฮะ
    #351
    0
  14. #350 เอ็ม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 11:59
    สนุกกกกกก รออ่านอยู่นะฮะ
    #350
    0
  15. #349 เอ็ม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 11:59
    สนุกกกกกก รออ่านอยู่นะฮะ
    #349
    0
  16. #348 ลมเหนือ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 01:31
    สนุกมากจะรอน่ะค่ะ

    ปล.หมั่นไส้ยัยเจ้าหญิงมาก
    #348
    0
  17. #346 light in the night (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 10:21
    หนุกมากกก ยังรอไรท์มาอัพต่ออยู่น้าาา
    #346
    0
  18. #345 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 09:47
    โอ๊ะ อย่าบอกนะว่า องค์หญิงจะเปลี่ยนใจมาชอบซินดาเทีย
    #345
    0
  19. #344 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 23:33
    ซินน้อย สู้ ๆ
    #344
    0
  20. #343 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 22:52


    อรั้ยยยยยย ~
    ซินxฟรองซ์ทำเราใจลัลลายยยยยยยยยยย

    #343
    0
  21. #342 Supang Aiamsa Ard (@supulish) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 22:28
    สนุกมากเลยค่ะ จะรอติดตามนะคะ
    #342
    0
  22. #341 Nok $ Kratel (@kratal) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 19:36
    ชอบตอนซินอ้อนฟรองซ์อ่า น่ารัก~
    #341
    0
  23. #339 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 17:46
    หวาาาา เหลือซินกับเวดีสแค่สองคนเองง่า เวดีสคงไม่หันมาชอบซินหรอกน้าาาา  ว่าแต่พูชีนี่ใช่คนที่เป็นคนที่ทำให้อาเธอเป็นมังกรมารรึเปล่าหว่า ตระกูลอองเฟห์นี่ รอตอนต่อไปค่าาาาาา //ตอนนี้ซินกับฟรองซ์หวานมักมัก
    #339
    0
  24. #338 ceekung (@nekocee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 17:07
    รอค่ะรอเฮ้ๆ
    #338
    0
  25. #337 oum (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 15:49
    รออยู่นะคะ สู้สู้ค่ะ
    #337
    0