Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 21 : Syn 019 กลับสู่วัยเด็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    10 ก.พ. 58

Syn 019 กลับสู่วัยเด็ก

            เพียงจบประโยคนั้นของดรูว์ เหล่าซาเดียหันขวับมาจ้องเจ้าตัวคนพูดเขม็ง ถามพวกเขาสักคำหรือยังว่าจะสู้กันที่นี่!? ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ค้าน เหล่ากบฏทั้งหลายก็กรีดร้องออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าใส่พวกเขาพร้อมกัน!

            ตูม!!! เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ก่อนที่ชาวซาเดียผู้อยู่ในห้องนี้จะได้ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นร่างของพวกเขาก็ถูกใครบางคนแบกออกมาจากผนังห้องที่ถูกทำลายเป็นรูกว้างตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อย่างรวดเร็ว เมื่อออกมาข้างนอกได้แล้วพวกเขาถึงได้รู้ว่าพวกเขาถูกสมาชิกในหน่วยนักรบมังกรแบกออกมาข้างนอก ซึ่งตอนนี้...ทุกคนอยู่ข้างนอกกันหมด จะไม่มีก็แค่อสูรแดงเท่านั้น!

            “อันตรายจริงๆ” ไรเซอร์ขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            “อันตรายสิ! นี่พวกเจ้าปล่อยให้พวกพ้องต้องรับมือกับกบฏพวกนั้นคนเดียวงั้นรึ!?” เวโรลร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “...พูดแบบนี้ไม่ดูถูกผู้ล่ากบฏไปหน่อยหรือ?” ไดรกอนเลิกคิ้วถาม

            “พวกเราออกมาข้างนอกแบบนี้นั่นแหละถูกแล้ว” เชลว่าพลางปัดมือไปมา

            “ขืนอยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงเปล่าๆ” ฟรองเซ่ถอนหายใจ

            “เผลอๆ อาจโดนลูกหลงไปด้วย” รินกะพยักหน้าเห็นด้วย

            “ไม่แน่อาจจะได้ตายโดยไม่รู้ตัว” ชเรดพูดหน้าตาย

            “อสูรแดงโผล่มาจัดการเองทีไรไม่เคยจบสวยสักรอบ!” ตบท้ายด้วยไรเซอร์ที่พูดออกมาด้วยท่าทางสยองขวัญเมื่อนึกถึงวีรกรรมที่ผ่านๆ มาของอสูรแดง

            แล้วทั้งหมดก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ชาวซาเดียได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หากทว่าพวกเขาก็สงสัยได้แค่ไม่นานเท่านั้นเมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นอีกรอบ ครั้งนี้รุนแรงมากกว่าคราวที่แล้ว พายุฝุ่นและเศษคอนกรีตพวยพุ่งออกมาจาก (อดีต) ห้องอาหารส่วนพระองค์ด้วยความรุนแรงอันน่ากลัว พื้นดินสั่นสะเทือนมาจนถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่ เสียงกรีดร้องฟังไม่ได้ศัพท์ดังโหยหวยโดยไม่ได้หยุดหย่อน กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว จิตมารจำนวนมหาศาลลอยละลิองออกมาจากผนัง (ที่ตอนนี้กลายเป็นรูโหว่ขนาดยักษ์เรียบร้อยแล้ว) ชวนให้ผู้คนที่อยู่ข้างนอก (ที่มีแค่ชาวซาเดีย) พากันยืนตัวสั่นกันเล่น

            “เอ่อ...เวลาซินต่อสู้รุนแรงขนาดนี้เลยหรือ?” เรย์กะเอ่ยถามเสียงสั่น...คราวที่แล้วก็รุนแรง แต่น้อยกว่าครั้งนี้

            “ซินน่ะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ถ้าเป็นอสูรแดง...ไม่เคยมีครั้งไหนที่เรื่องจบโดยที่ไม่มีอะไรพัง...”

            ตูม!!!

            ยังไม่ทันที่เพลจะได้พูดจบประโยคดี เสียงระเบิดก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง...ยืนยันคำพูดของนายทหารร่างแห้งได้เป็นอย่างดี คู่หูต่างไซด์กอดกันกลมมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกตนด้วยความหวาดกลัว

            “...น่ากลัวกว่าเมื่อสองปีก่อนอีก!” โคเรลร้องเสียงสั่น

            “ก็ข้าเพิ่งปลดผนึกทั้งหมดของนางไปเมื่อครู่นี้เอง จะมีพลังเพิ่มขึ้นก็ไม่แปลก”

            “เมื่อกี้ท่านพูดว่าอะไรน้าาา~!!!” โคเรล เพล ไรเซอร์ และรินกะหันมาถามไดรกอนเสียงหลงกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่

            มันไม่จริงใช่ไหม!?

            “สภาพที่ไม่เสถียรของดรูว์ในตอนนี้สู้กับพวกกบฏไม่ถนัดแน่ ข้าก็เลยปลดผนึกทั้งหมดของนางออก”

            ทั้งสี่พอได้ยินคำตอบชัดๆ ก็อ้าปากเหวอ ในขณะที่ฮาล รินกะ ฟรองเซ่ และพวกซาเดียขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ต่างจากชเรดและเชลที่ดูเหมือนจะอารมณ์ดีกว่าครั้งไหนๆ

            “หึๆ เพิ่งเห็นพลังที่ไม่ถูกผนึกก็คราวนี้แหละ” ชเรดแสยะยิ้ม

            “ถึงว่าสิ ครั้งนี้ถึงได้คึกคักกว่าปกติ~” เชลเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน

            “นี่มันใช่เรื่องที่น่าสนุกไหม!!” ทั้งสี่หันมาว้ากใส่ทั้งสอง หากแต่คนโดนว้ากกลับเพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่สนใจ

            “หืมมม มีเรื่องอะไรน่าสนุกรึ!?” น้ำเสียงกระตือรือร้นของคนถูกกล่าวถึงดังขึ้นในระยะประชิดทำให้คนทั้งหมดผงะตกใจ...มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมือไหร่!? “อ๊ะ!” ดรูว์ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อไดรกอนวางมือลงบนหัวตนพร้อมกับผนึกพลังที่แท้จริงเอาไว้เหมือนเดิม

            ทุกคนเองก็คาดไม่ถึงกับการกระทำอันรวดเร็วนี้ของไดรกอนเช่นกัน

            “นี่มันอะไรน่ะป๊ะป๋า!?

            “ก็ผนึกเหมือนเดิมไง” ไดรกอนเลิกคิ้วตอบ...ราวกับว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ผิดแปลกตรงไหน

            “ทำไมล่ะ? เมื่อกี้ป๊ะป๋าปลดผนึกให้ข้าเองนะ!

            “เพราะข้าเห็นว่าพลังของเจ้ายังไม่เสถียรจนสามารถสู้ได้เหมือนเมื่อก่อนต่างหาก...ไหนๆ ก็สู้จบแล้วข้าก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้พลังเจ้ามันรั่วไหลจนไปดึงดูดพวกกบฏมาอีก” ไดรกอนหรี่ตามองเด็กสาวที่ตอนนี้ทำหน้าช็อกจนไม่เหลือเค้าความเป็นหญิง (จากที่ปกติก็แทบจะติดลบอยู่แล้ว)

            “...”

            “อีกอย่าง...เมื่อครู่เจ้าก็ใช้พลังโดยไม่ยอมยั้งมือเลยนี่?”

            “...ใจร้าย!” ดรูว์ทำแก้มป่องแล้วสะบัดหน้าใส่ไดรกอนอย่างที่เคยทำในช่วงที่ตนยังเป็นคนเร่ร่อน

            “...” คนอื่นๆ มองเข้าไปใน (อดีต) ห้องอาหาร คราบเลือดและเศษเละๆ ของอะไรบางอย่างที่พวกเขาคาดเดาว่ามันคือร่างของพวกกบฏกลาดกลาดเต็มพื้นห้องที่ตอนนี้เละไม่เหลือชิ้นดี ภาพที่เห็นทำเอารัชทายาทเวดีสโก่งคออาเจียนอย่างทนไม่ได้

            กบฏเยอะขนาดนั้น...จัดการด้วยตัวคนเดียวได้รวดเร็วขนาดนั้นเลยรึ!?

            “ว้าว! จัดการได้รวดเร็วสมกับเป็นท่านจริงๆ!” มอร์แกนที่โผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้รองขึ้น ดวงตาสีส้มที่จับจ้องมายังอสูรแดงทอประกายระยิบระยับด้วยความนับถือ

            “จัดการเรื่องที่ข้าสั่งเสร็จแล้วรึอัลเทอร์” ดวงตาสองสีตวัดมองอย่างเย็นชา

            “ขอรับ! ข้านำเชลยที่น่าจะฉลาดที่สุดในกลุ่มมาให้ท่านด้วย” ว่าแล้วมือข้างหนึ่งที่กำคอเสื้อของ เชลย ก็ยืนร่างของกบฏที่ตอนนี้ไร้แขนขามาตรงหน้า ทุกคนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกขนลุกแปลกๆ

            อสูรแดงหรี่ตามองกบฏที่ตอนนี้ดิ้นพล่านเพราะแขนขาของมันถูกมอร์แกนตัดขาดไปแล้ว ร่างเล็กนั่นลงเพื่อที่จะสนทนากับอีกฝ่ายได้อย่างถนัด “ตอนนี้พวกเจ้าคิดจะทำอะไร แล้วงูลายพร้อยที่พวกเจ้านำมาที่นี่มีทั้งหมดกี่ตัว”

            “ฮึ! จ้างให้ข้าก็ไม่บอกพวกเจ้า! จะฆ่าข้าก็ทำเสียเลยสิ!” กบฏตนนั้นว่าพลางถลึงตาใส่อสูรแดงอย่างไม่เกรงกลัว

            ทว่าแทนที่จะโกรธดรูว์กลับเพียงแค่พยักหน้าเข้าใจ เด็กสาวกรีดฝ่ามือตนเองจนเลือดไหลซึมออกมา แม้จะเพียงนิด แต่มันก็ทำให้กบฏถึงกับดิ้นพล่านด้วยความหิวกระหายได้ ยิ่งมือบางข้างนั้นเข้าตรงมาเหนือใบหน้าของมัน ดวงตาสีแดงฉานก็เบิกโพลงมองหยดเลือดที่ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วน้ำลายและเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล

            “เจ้าคงจะรู้นะว่าเลือดของข้ามันเป็นที่ต้องการมากแค่ไหน?”

            เลือดเพียงไม่กี่หยดนั้น...หากมันได้มาครอบครอง มันก็สามารถสร้างแขนขาขึ้นมาใหม่ได้อย่างง่ายดาย หนำซ้ำการที่มันจะสร้างร่างเนื้อใหม่ที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิมให้ตนเองมันก็เป็นเรื่องง่ายแค่หยิบมือ!

            “ได้ๆ! ข้าจะบอก! พวกข้านำงูพร้อยมาทั้งหมดสิบสามตัวเพื่อสร้างบาปทั้งสิบสาม! ซึ่งงูลายพร้อยพวกนั้นผ่านการกลืนกินกบฏมาแล้ว มันหนึ่งตัวสามารถสร้างกบฏและบาปได้หนึ่งตัว เมื่อมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบพวกเราก็จะอัญเชิญนายให้กลับมายังโลกนี้ได้อีกครั้ง!!

            “สิบสามตัวงั้นรึ” ดรูว์ขมวดคิ้วพึมพำเสียงเบา เธอจับและฆ่าไปแล้วสองตัว (ตัวที่กลายเป็นหนูทดลองและตัวที่โดนเตะในห้องอาหาร)

            “ข้าบอกเจ้าแล้วนะ! เอาเลือดของเจ้ามาให้ข้าสิ!!” ดวงตาสีชาดเบิกโพลงด้วยความยินดีกับรางวัลอันมีค่ามหาศาลที่มันกำลังจะได้รับมาโดยง่าย

            ดวงตาสองสีหรี่ตามองอย่างดูแคลน เพียงแค่นั้นร่างของกบฏตนนั้นก็ถูกจิตมารที่โผล่ขึ้นมาจากเงาของอสูรแดงตัดขาดจนเละไม่เหลือสภาพ!

            “ข้าบอกแค่ว่าเลือดของข้าเป็นที่ต้องการ แต่ไม่ได้บอกว่าจะมอบให้เจ้าเสียหน่อย” พูดหน้านิ่งพร้อมกับใช้ลิ้นเลียเลือดที่ฝ่ามือของตนออกจนหมด

            เรย์กะ ฮาล และชาวซาเดียสะท้านเฮือกกับคำพูดของอสูรแดง หากแต่คนอื่นๆ ที่ชินกับท่าทางเย็นชาเช่นนั้นของซินแล้วกลับมองมันเป็นเพียงแค่การกระทำธรรมดาๆ อย่างหนึ่งของเจ้าตัวเท่านั้น

            ก็นะ แค่นี้ยังร้ายได้ไม่ถึงครึ่งที่พวกเขาเคยสัมผัสมาเลย!

            “เอ่อ...อสูรแดง”

            “มีอะไรรึอัลเทอร์” อสูรแดงเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัยในท่าทางของชายตรงหน้า

            “ข้าอยากขอรางวัลที่พาตัวเชลยมาขอรับ!

            “...ข้าจะพิจารณาละกัน”

            “ข้าขอท้าสู้กับท่านขอรับ!

            “ฮะ!?” ทุกคนตกใจกับคำขอแบบไม่กลัวตายของมอร์แกน เฮ้ยๆ ก็เห็นอยู่ไม่ใช่หรือไงว่าเจ้าเด็กนี่สามารถฆ่ากบฏพวกนั้นได้ด้วยตัวคนเดียวเชียวนะ!

            “ทำไมรึ?” ดรูว์แปลกใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายขอมาเช่นนี้

            “คราวที่แล้วที่เจอกันท่านบอกให้ข้าจับตัวท่านให้ได้ก่อนที่จะครบหนึ่งวัน ซึ่งการต่อสู้ในครั้งนี้จะทำให้ข้ามีโอกาสทำได้สำเร็จมากขึ้น!

            “อ้อ...” อสูรแดงพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดถึงก่อนที่จะปัดมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่จำเป็นหรอก”

            “เอ๋!? หมายความว่ายังไงกันครับ!

            “เจ้ายังจำในสิ่งที่ซินดาเทียสอนให้พวกเจ้าเมื่อหนึ่งปีก่อนได้ แค่นี้ก็สอบผ่านแล้ว” ว่าพลางยักไหล่แล้วเดินออกไปตามหาเหล่างูเจ้าปัญหาที่ตอนนี้ยังเหลืออีกสิบเอ็ดตัวในวังแห่งนี้...ไม่สนใจใครอีก

            มอร์แกนชะงักกับคำพูดนั้น ดวงตาสีส้มเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง ใบหน้าตื่นตะลึงของชายหนุ่มทำให้ทุกคนมองด้วยความสงสัย ชายหนุ่มรีบวิ่งไปดักหน้าอสูรแดงอย่างไม่กลัวตายพร้อมกับร้องถามเสียงดัง

            “คราวก่อนท่านเคยพูดว่าคนบางคนสอนด้วยวิธีธรรมดาไม่ได้แต่ต้องใช้บางอย่างเป็นสิ่งกระตุ้น ที่ท่านพูดเช่นนี้หมายถึงข้าใช่ไหมขอรับ”

            “เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ?”

            มอร์แกนก้มหัวลงให้อสูรแดงแล้วพูดออกมาด้วยประโยคที่ออกมาจากใจของเขาจริงๆ “ขอบคุณครับอาจารย์!

            มือเล็กวางไว้บนหัวของอีกฝ่ายเพียงนิดแล้วเดินออกไป “ข้าไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้นหรอกนะอัลเทอร์”

            ชายหนุ่มหันกลับไป ทว่าแม้แต่เงาของอสูรแดงเขาก็ไม่อาจเห็นอีกแล้ว...คนอื่นๆ เดินเข้ามาหาเขาแล้วถามด้วยความสงสัย โดยเฉพาะไรเซอร์

            “ที่เจ้าพูดเมื่อครู่หมายความว่ายังไง?”

            “ก็ข้อตกลงของอสูรแดงไงครับ! ที่บอกว่าถ้าข้ายังจับนางไม่ได้ภายในหนึ่งวันจะส่งข้าไปบุกเดี่ยวที่อาณาจักรปีศาจ มันเป็นเพียงแค่สิ่งกระตุ้นให้ข้าตั้งใจพัฒนาฝีมือมากขึ้นยังไงล่ะครับ!

            คนฟังเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากจะเชื่อ ไดรกอน ฟรองเซ่ เชล และชเรดยกยิ้มเพียงนิดที่เจ้าเด็กนี่เข้าใจในการกระทำชวนเข้าใจผิดของอสูรแดง

            “เป็นไปได้ยังไง?” ไรเซอร์ครางอย่างไม่เชื่อ

            “นางก็บอกไปแล้วนี่ว่าทำตามความรู้สึกที่แท้จริงของซินดาเทีย เพราะอย่างนั้นนั่นคืออีกด้านหนึ่งของซินที่ไม่เคยเผยออกมายังไงล่ะ” ไดรกอนอธิบายให้เจ้าคนหัวช้าฟังพลางถอนหายใจ

            เพราะไม่เหลือซึ่งความรู้สึก เพราะไม่อาจสัมผัสได้ว่าตนเองรู้สึกอะไร ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองต้องการอะไร  ดังนั้นซินดาเทียจึงไม่ได้แสดงในความรู้สึกหรือการกระทำบางอย่างได้ แต่อสูรแดงนั้นไม่ใช้ เพราะจิตของอสูรแดงรู้สึก ดังนั้นอสูรแดงจึงสามารถทำในสิ่งที่ซินดาเทียต้องการทำแต่ไม่สามารถทำได้ออกมา

            และมันช่างเป็นการกระทำที่ชวนเข้าใจผิดอย่างถึงที่สุด!

 

            “ทางนั้นเจอหรือเปล่า” ฟรองเซ่ถามเมื่อเขาและคนอื่นๆ ในหน่วยนักรบมังกรกลับมายังลานหน้าวังกลางที่พวกเขาใช้เป็นจุดนัดพบ

            “ไม่เจอ” คนอื่นๆ ตอบเป็นคำตอบเดียวกัน พวกเขาพากับถอนหายใจอย่างหนักอก

            “พวกเจ้าก็ให้ข้าหาสิ กะอีแค่งู...แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ” อสูรแดงกอดอกทำแก้มป่องบนตักไดรกอน โดยมีวงแขนแกร่งกอดรัดเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนี

            “เพราะเจ้านั่นแหละที่จะทำให้หายากกว่าเดิม!!” ไรเซอร์หันมาว้ากใส่ อย่าคิดนะว่าเขาไม่รู้ว่าแม้แต่สัตว์ที่ไม่มีมันสมองยังกลัวเด็กนี่จนวิ่งหนีหางจุกตูดน่ะ!

            เนื่องจากรู้ดีว่าจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น...พวกเขาจึงพร้อมใจขอให้ไดรกอนรั้งให้อสูรอยู่กับที่ เพื่อที่จะได้ไม่ไปเดินเผ่นพล่านจนงูตื่นกลัวหนีไปจนไม่เป็นทิศเป็นทางและหากยากมากกว่าเก่า

            “สามวันแล้วนะ...ได้แค่สองตัว” วอลแรนซ์ถอนหายใจอย่างท้อแท้

            “ได้อีกตัวแล้ว!” อาร์ดาสวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาทางนี้พร้อมกับชูมือที่จับงูลายพร้อมที่แผ่จิตมารจนคนธรรมดาสามารถรู้สึกได้

            ทุกคนมองไปที่อาร์ดาสแล้วใจชื้นขึ้น อย่างน้อยก็เจออีกหนึ่งตัว อสูรแดงทำปากยื่น

            “ให้ข้าไปหาก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้วแท้ๆ” อสูรแดงยังคงพึมพำเสียงเบากับตนเองอย่างไม่พอใจที่ตนต้องมาอยู่เฉยๆ แบบนี้

            “เจ้าน่ะเงียบไปเลย!!” ไรเซอร์หันขวับมาว้ากใส่ ดรูว์กรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายกับนิสัยขี้โวยวายของอีกฝ่าย...ที่โวยวายแต่เธอคนเดียว

            มันจะอะไรกันนักกันหนา!

            “จะว่าไป...ทำไมถึงเป็นบาปทั้งสิบสามล่ะ? ไม่ใช่ว่าเป็นบาปทั้งเจ็ดหรือ?” ซีรอสถามในสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจตนมาได้สามวันแล้ว

            หากแต่อสูรแดงกลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นกับคำถามนั้น...ราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา “ปกติบาปมีแค่เจ็ดก็จริง แต่ บาปทั้งสิบสาม ที่ข้าพูดถึงคือความมืดในใจมนุษย์ที่เปลี่ยนให้อาเทอร์กลายเป็นมังกรมารต่างหาก แน่นอนว่าการที่จะให้คนคนหนึ่งถูกเลี้ยงมาด้วยความมืดพวกนั้นตั้งแต่เกิดมันเป็นไปไม่ได้ แต่อองเฟห์นั่นสามารถทำได้...แต่ก็เพียงแค่ครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้นางต้องการเป็นจริงมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น...คือการสร้าง ผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้ ขึ้นมาเพื่อให้เป็นมังกรมารตนที่สอง”

            “ผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้?” วอลโรขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

            “เคยได้ยินโครงการสร้างเครื่องจักรสังหารของแต่ละอาณาจักรทั่วโลกหรือเปล่า?” คนฟังหยักหน้ารับ “แต่การที่จะได้ เครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะสิ่งสำคัญคือการควักหัวใจของมนุษย์ที่เป็นร่างทดลอง แน่นอนว่าแค่ควักออกก็ตายแล้ว”

            “ทำไมต้องควักหัวใจล่ะ? ไม่มีวิธีอื่นอีกรึไง” ซีรอสถามด้วยความสนใจ...แน่นอนว่าเขาเองก็เคยเข้าร่วมโครงการนั่น หากแต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า มีเพียงแค่ความสามารถที่มากกว่าคนอื่นเท่านั้นที่เป็นผลตอบแทนกลับมา

            “ถ้าหากยังมีหัวใจอยู่...ก็เป็นได้เพียงแค่จักรเครื่องที่ไม่สมบูรณ์” ชเรดเอ่ยเสียงเย็น ดวงตาสีน้ำตาลแดงคู่คมทอประกายวาวโรจน์เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับซินเมื่อครั้งยังอยู่ในควาเซ “หากยังมีหัวใจต่อให้เย็นชาแค่ไหนก็จะยังมีความรู้สึก แต่ถ้าหากไร้ซึ่งหัวใจก็จะไร้ซึ่งความรู้สึก ความรู้สึกทุกอย่างที่เคยมีจะหายไป หลงลืมซึ่งความรู้สึกของตนเองและคนรอบข้าง ไม่อาจรับรู้หรือเข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า ความรู้สึก ได้อีกต่อไป ทำได้เพียงแค่ทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายเท่านั้น”

            “เครื่องจักรที่สมบูรณ์ไร้ซึ่งความหวัง ความฝัน ความปรารถนา หรือง่ายๆ ก็คือไร้ซึ่งสิ่งที่มนุษย์...ไม่สิ สิ่งมีชีวิตควรจะมี” เชลเสริม

            “แล้วพวกเจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง” วอลโรขมวดคิ้ว แค่ควักหัวใจก็ตายแล้ว!

            “เพราะควาเซสร้างเครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบสำเร็จเมื่อยี่สิบปีก่อนโดยอองเฟห์คนหนึ่งที่แฝงรอยเข้าไปในอาณาจักรควาเซ เมื่อสองปีก่อนอองเฟห์เกือบจะทำให้เครื่องจักรที่สมบูรณ์คนนั้นกลายเป็นมังกรมารตนที่สองได้สำเร็จ...แต่กลับกลายเป็นว่าโดนเจ้าชายแห่งแดนอเวจีคารอสซ้อนแผน การกำเนิดมังกรมารตนที่สองถูกขัดขวาง เครื่องจักรที่ทำบูรณ์แบบคนนั้นถูกทำให้กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง”

            คนฟังหนาวสะท้านกับความจริงข้อนี้...ทำให้เป็นเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์เพื่อสร้างมังกรมารขึ้นมาอีกครั้งงั้นรึ!? นี่มันเรื่องอันตรายชัดๆ!

            “แต่ข้าเพิ่งจะเคยได้ยินนี่ล่ะว่าบาปทั้งสิบสามสามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วย ทั้งยังเป็นวิธีที่จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยากได้อย่างน่าใจหาย” ดรูว์โครงหัวไปมา แต่สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “เพราะฉะนั้น...ให้ข้าจัดการเจ้างูพวกนั้นเถอะ รับรอบว่าแป๊บ...”

            “หยุดพูดไปเล้ย!!!” ไรเซอร์หันขวับมาร้องใส่เสียงดังจนดรูว์ยกมือขึ้นอุดหูตัวเองแทบไม่ทัน

            “ข้าว่าเจ้าอยู่เฉยๆ บ้างก็ดีนะ ตั้งแต่มาที่นี่เจ้าก็วิ่งวุ่นไม่ได้หยุดเลย” ฟรองเซ่พูดเสียงอ่อนพลางลูบหัวอสูรแดงแผ่วเบา ดวงตาสองสีกระพริบมองคุณชายตรงหน้าแล้วก็ยอมเงียบแต่โดยดีทว่าไม่วายทำหน้ามุ่ยอย่างเด็กถูกขัดใจ

            ถึงจะพูดเหมือนรำคาญก็เถอะ แต่ทำไมเธอได้ยินแล้วรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงแบบนี้ล่ะ!?

            “...รู้งี้ให้ฟรองเซ่พูดตั้งแต่แรกก็ดี” ไรเซอร์พึมพำเมื่อเห็นท่าทางว่าง่ายของอสูรแดง ทว่าคนหูผีก็หันขวับมาถลึงตาสองสีใส่อย่างน่ากลัว

            “เอาเถอะๆ เอาเป็นว่าไปหางูพวกนั้นให้เจอก่อนเถอะ” โคเรลพูดตัดบทเมื่อเห็นว่าสองคนนี้กำลังจะฉะกันอีกยก อสูรแดงทำแก้มป่องแล้วสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น

            ทุกคนแยกย้ายกันไปอีกครั้ง ตอนนี้เหลือเพียงแค่ดรูว์ ไดรกอน และรัชทายาทเวดีสเท่านั้นที่ยังอยู่ที่นี่ ดวงตาสีทัวร์มาลีนคู่สวยไล่มองเด็กสาวผมยุ่งที่เธอจำได้ว่าเป็นคู่หูของฟรองเซ่ที่ชื่อ ซิน ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างประเมิน

            “เจ้าเป็นองค์หญิงของควาเซจริงหรือ?”

             “ดูหน้าข้ากับพี่ดารีเซญ์ก็น่าจะรู้นะ” อสูรแดงตอบอย่างไม่ใส่ใจความรู้สึกคนถามเสียเท่าไหร่ มือเล็กคว้าแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มแก้คอแห้ง

            เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจกับคำตอบของอีกฝ่าย...นี่เธอถามดีๆ นะ!

            “หึ! เจ้าคงจะถูกเลี้ยงมาอย่างประคบประหงมเลยสินะ เป็นทั้งเจ้าหญิงแห่งควาเซ เป็นทั้งหนึ่งในผู้สืบสายเลือดขององค์จักรพรรดิรุ่นที่สอง” รัชทายาทเวดีสเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน...ดูจากการกระทำของแต่ละคนที่ปฏิบัติต่อเด็กสาวตรงหน้าแล้วน่าจะเป็นเช่นนั้น

            รัชทายาทสาวคิดว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นช่างขี้โกง แค่เกิดมาก็ได้รับการเอาใจใส่ในฐานะผู้มีสายเลือดของจักรพรรดิ ทั้งยังเป็นบุตรสาวเพียงหนึ่งของควาเซซึ่งเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่อีกฝ่ายได้เป็นผู้ล่ากบฏแห่งทวีปใต้และคู่หมั้นของฟรองเซ่คงจะเป็นเพราะเส้นสายของควาเซสินะ

            หากทว่าสิ่งที่รัชทายาทสาวคิดนั้นกลับตาลปัตรตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

            “จะคิดยังไงก็เรื่องของเจ้า” ว่าแล้วก็อ้าปากหาวอย่างไม่เกรงใจ เวดีสมองท่าทางของอีกฝ่ายตาค้าง

            นี่ตามใจจนแม้แต่กิริยามารยาทที่องค์หญิง...ไม่สิ ผู้หญิงพึงมีก็ไม่ได้รับการสั่งสอนงั้นรึ!?

            “เบื่อ~” ดรูว์ลากเสียงยาวแล้วถูแก้มของตนกับแขนข้างหนึ่งของไดรกอน “ป๊ะป๋าไม่เบื่อหรือ?”

            ดวงตาสีฟ้าเข้มคู่คมก้มมองสบกับดวงตาสองสีที่จ้องมาวาววับอย่างเด็กน้อยที่กำลังร้องขอให้ผู้ใหญ่ซื้อของเล่นให้ ไดรกอนยิ้มอย่างเอ็นดูกับท่าทางของอีกฝ่าย

            “คิดจะหาแนวร่วมหรือ?”

            “ชิ! รู้ทัน” ดรูว์ทำปากยื่นใส่คนที่เลี้ยงตนมาอย่างไม่จริงจังนัก...เพราะอย่างนี้สินะเจ้าพวกนั้นถึงได้ส่งไดรกอนมาควบคุมพฤติกรรมเธอแทนที่จะเป็นฟรองเซ่!

            เวดีสมองทั้งสองคนแล้วย่นคิ้ว เธอรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าอสูรแดงตรงหน้าเชื่อฟังและว่าง่ายกับไดรกอนมากกว่าดารีเซญ์ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของตนเองเสียอีก

            บรรยากาศสงบสุขอยู่ได้เพียงไม่นานนักทั้งดรูว์และไดรกอนต่างก็ผวาเฮือก ไม่สิ...แม้แต่รัชทายาทเวดีสผู้เป็นมนุษย์ธรรมดาเพียงหนึ่งในที่นี้ก็ยังรู้สึกได้ จิตมารที่รุนแรงมหาศาลที่ทำให้หายใจแทบไม่ออกนี่! ดรูว์และไดรกอนรีบวิ่งไปยังที่มาของจิตสังหารโดยไม่ลืมกำชับให้เวดีสกลับเข้าไปอยู่ในปราสาท เมื่อทั้งสองไปถึงก็ต้องชะงักกับภาพตรงหน้า

            สภาพสะบักสะบอมของหน่วยนักรบมังกรแต่ละคน ดารีเซญ์ ดราโก้ และชาวซาเดียที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นทำเอาดรูว์กับไดรกอนพูดไม่ออก โดยเฉพาะชเรดกับดารีเซญ์ที่กลับไปอยู่ในสภาพเด็กอีกครั้ง!!

            “ดรูว์...อย่าเข้ามา! รีบหนีไป!!” ดราโก้ที่ยังพอเหลือบแรงอยู่เมื่อเห็นอสูรแดงก็รีบร้องเตือน ดวงตาสองสีตวัดมองเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวยักษ์ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ทุกคนในที่นี้ตกอยู่ในสภาพนี้

            งูลายพร้อยตัวมหึมา...เหนือสิ่งอื่นใดคือมันมีดวงวิญญาณถึงเจ็ดดวงในตัวเดียว! อสูรแดงจ้องเจ้างูยักษ์เขม็ง

            “...นี่มันกินกันเองเรอะ”

            “ไม่ใช่เวลามาวิเคราะห์นะ! รีบหนีไป!!” เพลร้องลั่นเมื่อเห็นท่าทีเมินเฉยของอสูรแดง จะนิ่งเกินไปแล้ว!

            ในที่สุดสองคนผู้มาใหม่ก็เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น งูลายพร้อยที่เหลือเจ็ดตัวกินกันเองเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและจิตมารให้ตัวเอง คนอื่นๆ ที่มาเจอมันเข้าก็ถูกมันเล่นงานจนมีสภาพอย่างที่เห็นตอนนี้ ส่วนชเรดกับดารีเซญ์ที่มีตราบาปตั้งแต่เด็กก็กลับไปเป็นเด็กในช่วงเวลาที่ได้รับตราบาปอีกครั้ง ส่วนฟรองเซ่ที่ได้รับเมื่อสองปีก่อนไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก แต่...

            “เชลไม่เป็นไรแฮะ” อสูรแดงทึ่งกับข้อมูลใหม่ เชลเป็นบาปบริสุทธิ์...คำสาปคงจะไม่มีผลกับคนที่มีตราบาปตั้งแต่เกิดสินะ?

            “เจ้าบ้าชเรด! อดทนไว้ก่อนนะ!” เชลเขย่าตัวชเรดจิ๋วที่ตอนนี้แทบจะลืมตาไม่ขึ้น ชเรดน้อยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทว่าดวงตากลับมองเชลด้วยความระแวง

            “เจ้าเป็น...ใคร?”

            “...ส่งผลกระทบหนักน่าดูเลยแฮะ” อสูรแดงเดินเข้าไปใกล้ ทว่าเดินได้แค่ก้าวเดียวก็สะดุดล้มอย่างง่ายดาย! ทุกคนมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ

            “ดรูว์!?” เชลกับไดรกอนอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าร่างของอสูรแดงกลับไปอยู่ในวัยสี่ขวบอีกครั้ง! ชาวซาเดียมองสิ่งที่เกิดขึ้นหน้าเหวอ...จากที่ตกใจที่ดารีเซญ์และชเรดกลายเป็นเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบแล้ว การที่เห็นเด็กผู้หญิงทั้งยังเป็นถึงองค์หญิงแห่งควาเซกลับกลายเป็นเด็กสี่ขวบมันทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่า

            นี่มันไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายกลายเป็นคนบาปตั้งแต่อายุสี่ขวบเลยรึไง!?

 

--------------------------------------------------------

            กลายเป็นเด็กกันถ้วนหน้า (ตั้งสามคนแน่ะ)

            จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป พวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป? ติดตามตอนหน้านะคะ

            ตอนต่อไป - Syn 020 การกลับมาของเทพธิดาแห่งสงคราม -

            สถานะของแฮทตอนนี้ : ติดเรียน ติดงาน เวลาแต่งควาเซแทบไม่เหลือ (ส่วนใหญ่เวลาของควาเซหายไปเพราะแฮทเสียพลังงานในการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยไปจนเกือบหมดเพราะตื่นเต้นที่ไม่ได้ไปมาหนึ่งเทอม ^^;)

            สถานะของควาเซตอนนี้ : เนื่องจากอสูรแดงทำการข่มขู่แฮทตลอด 24 ชั่วโมง ควาเซตอนต่อไปจึงมีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกทั้งๆ ที่คนแต่งยังเรียนไม่จบเทอม (แต่ก็ยังช้าอยู่ดี)

 

 

 

มนุษย์...สิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุด

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

744 ความคิดเห็น

  1. #371 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 08:28
    ตายๆ กลายเป็นเด็กกันหมด
    #371
    0
  2. #315 s-mas (@s-mas) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 16:45
    มาแต่งต่อไวนะ อยากอ้านต่อมากเลย><
    #315
    0
  3. #313 Karutana (@sunshineny) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 22:26
    ไรท์ขา คิดถึงดรูว์ อ่า ดารูวา อสูรเเดง คิดถึงหมดเลย รอตอนใหม่อยู่นะคะ <3 
    #313
    0
  4. #310 ไนท์แมร์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 20:32
    รอ ร๊อ รอ รอต่อไป

    เมื่อไหร่จะลงต่อน๊า

    รออยู่นะ...
    #310
    0
  5. #309 napattnz (@napattnz) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 15:53
    ซินกลับเป็นเด็กแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อล่ะเนี่ย!?
    #309
    0
  6. #308 ราชินีไร้บัลลัง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:51
    อดทนรอไม่ไหวแล้ว....มาต่อเถอะนะ
    #308
    0
  7. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:04
    ฮุๆๆ พึ่งรู้หรือจ๊ะ บางทีพวกเธอก็ดูโง่นะฮุๆๆๆ
    (ไลท์วาโย:ว๊ากกกกก ยัยด้านมืดเข้าไปเลยไป๊ ดาร์กวาโย:ชิ! ไรวะ ขอออกมาหน่อยก็ไม่ได้ ไลท์วาโย:ไม่ต้องมาชงมาชิเลย! กลับไปเลยโว้ยยยย! ดาร์กวาโย:เออ!)
    สนุกมากเลยค่ะ มาอัพต่ออีกนะคะ ดูแล้วคงจะวุ่นวายน่าดู 55555+

    #307
    0
  8. #305 จ้าวแห่งวายุ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:29
    สนุกมากรอยุนะ สู้ๆ ^^
    #305
    0
  9. #304 จอมนางไร้นาม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:36
    รออยูน๊า..มาต่อเร็วๆสิค้างมากๆเลย
    #304
    0
  10. #303 ... (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:10
    ตอนต่อไปเป็นตอนที่น่าอ่านมากค่ะ จะรอนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรต์เตอร์!
    #303
    0
  11. #301 อิสปาเร (@pandagon1827) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:24
    รอน่ะค่ะ มาอัพเรวๆๆน่ะค่ะ
    #301
    0
  12. #300 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:19
    รอน้าาาาา เป็นกำลังใจให้ค่าาา
    #300
    0
  13. #299 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:18
    สนุกมากกกกกกกกก รอค่าาาาาาาาาา
    #299
    0
  14. #298 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:32
    หวาาาา ดรูว์กลายเป็นเด็กแล้วง่าาา T^T จะทำไงต่อไปหนอ ว่าแต่ตอนต่อไปคงบู้ล้างผลาญสินะคะเนี่ย จะรอตอนต่อไปค่าาาา ^^
    #298
    0