Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 18 : Syn 016 หุ่นเชิดอเนกประสงค์ของมังกรอุษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    30 ธ.ค. 57

Syn 016 หุ่นเชิดอเนกประสงค์ของมังกรอุษา

            “หา!!!???” ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจ...ไม่เว้นแม้แต่พวกปีศาจ เมื่อได้ยินบุคคลที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้เอ่ยว่าตนคือสมาชิกคนใหม่ของหน่วยนักรบมังกร

            นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!?

            “บ้าบอ/ อะไรกันครับ! ข้าพูดเรื่องจริงนะ!/ สุดท้ายก็แค่ชุดเชิดอเนก.../ แว้กกก! ข้าเปล่านะ! ข้าแค่ไม่อยากให้ท่านทำงานเองต่างหาก!

            คราวนี้ทุกคนทำหน้าเอ๋อเมื่อเห็นว่ามอร์แกนคุยกับตัวเองไม่ต่างอะไรไปกับคนบ้า! พูดเองตอบเองอยู่คนเดียวจนไดรกอนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ในที่นี่เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเพราะเหตุใดมอร์แกนถึงได้มีท่าทางเช่นนั้น...นี่แม้แต่ท่ามกลางสนามรบสองคนนั้นก็ยังเถียงกันเรื่องงี่เง่าพวกนี้อยู่อีกรึ?

            มันก็บ้าทั้งสองคนนั้นแหละ!

            “อย่ามาล้อเล่นกับข้านะ!” อ็อตตวาดด้วยความกราดเกรี้ยว ท่าทางของมอร์แกนในตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปกับการล้อเล่นไม่เห็นหัวเขาเลยสักนิด! ร่างสูงพุ่งเข้าไปปะทะตรงๆ กับมอร์แกน ทว่ายังไม่ทันจะได้พุ่งออกไปฝ่าเท้าของไดรกอนในร่างแปลงมนุษย์ก็ฟาดเข้าใส่กลางอกอย่างรุนแรงจนร่างของปีศาจหนุ่มกระแทกกับพื้นอีกรอบ! ปีศาจหนุ่มกระอักเลือดออกมาสองคำก็ต้องกัดฟันกรอดเมื่อไดรกอนใช้เท้าข้างที่เตะเขาเหยียบที่กลางอกเอาไว้เพื่อไม่ให้อ็อตลุกขึ้น

            “จะไปไหน...ข้ายังไม่ได้เคลียร์กับเจ้าเลยนะ” ทั้งน้ำเสียงและดวงตาที่เย็นชาของไดรกอนทำให้ผู้คนรอบๆ หนาวสะท้านด้วยความหวาดกลัวที่ปกคลุมเข้าไปในจิตใน

            “อะ...ไร...” ดวงตาสีเลือดเบิกกว้าง...เจ้าจักรพรรดิรุ่นที่สี่นี่มันกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่! เขาจำได้ว่ายังไม่ได้ทำอะไรมันเลยนะ

            “ไม่รู้เรื่องรึ?” ว่าจบก็ลงแรงเท้าข้างที่เหยียบอกอีกฝ่ายอยู่ให้หนักขึ้นจนอีกฝ่ายกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง “กล้าดีนี่...ที่มายุ่งกับเด็กในการปกครองของข้า”

            “ข้าไม่เคยยุ่งกับคนของเจ้า! อั่ก!!!

            “ไม่เคยยุ่งงั้นรึ!? เมื่อเดือนที่แล้วเจ้ากำลังล่าใครอยู่ล่ะ!!

            ดวงตาสีเลือดเหลือกโพลงด้วยความตกใจ...เดือนที่แล้ว...มีแค่คนเดียวเท่านั้น!

            “ข้าเลี้ยงเด็กคนนั้นมาตั้งแต่เจ้าตัวเกิด! เฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมอย่างดี! แล้วเจ้าเป็นใครกันถึงได้กล้ามาทำร้ายเด็กคนนั้นฮะ!?

            ตูม!!! ฝ่าเท้าจากแรงพิโรธของจักรพรรดิรุ่นที่สี่ส่งร่างของแม่ทัพของทัพปีศาจในครั้งนี้ไปกระแทกทะลุปราสาทไปหนึ่งหลังอย่างง่ายดาย! ทุกคนตัวสั่นเทิ้มกับแรงพิโรธของราชามังกรแสงที่โผล่มาพลิกสถานการณ์ในครั้งนี้อย่างน่ากลัวด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน เจ้ามังกรจิ๋วตัวเท่าซาลาเปาที่ซุกจนเส้นผมสีน้ำตาลเทาของมอร์แกนปิดบังมิดจนไม่มีใครเห็นกะพริบตาปริบๆ กับโหมดใหม่ของไดรกอนที่ตนไม่เคยเจอมาก่อน (แต่คนอื่นเคยเจอมาแล้ว)

            ทว่าก่อนที่ร่างของไดรกอนจะตามไปกระทืบอีกฝ่ายให้ตายคาฝ่าเท้า กองทัพปีศาจก็รีบหิ้วขุนพลของตนหนีกลับรอยต่อเงามืดที่ลอยตัวออกมาจากพื้นดินหายไปอย่างรวดเร็ว ชาวซาเดีย ควาเซ และมอลโนวาที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตัวเองตามไม่ทันตรงหน้าด้วยความรู้สึก...อึ้งค้าง

            ง่ายๆ อย่างนี้เลยรึ!?

            “ซิน!!” ฟรองเซ่ร้องขึ้นด้วยความตกใจ ทว่าคนอื่นกลับตกใจยิ่งกว่าเมื่อไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ไม่เห็นเจ้าเด็กเจ้าปัญหาแห่งหน่วยนักรบมังกรเลยแม้แต่นิด

            ร่างสูงขององค์ชายลำดับสามแห่งมอลโนวาวิ่งเข้าไปหามอร์แกนอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าเจ้ามังกรจิ๋วตัวเท่าซาลาเปาที่เกาะอยู่บนหัวของมอร์แกนมากอดเอาไว้ด้วยความคิดถึง ปลายจมูกของชายหนุ่มสัมผัสกับจมูกเล็กของมังกรจิ๋วที่กะพริบตาสีฟ้าเข้มจ้องกลับกับท่าทางของชายหนุ่มที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน

            “อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอขัดจังหวะของไดรกอนดังขึ้นก่อนที่คุณพ่อหวงลูกจะคว้าเจ้ามังกรจิ๋วไปกอดแทน “ทำอะไร...หัดเกรงใจข้าบ้างนะฟรองเซ่”

            “ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้น่ะ?” ฟรองเซ่ถามมังกรแสงตรงหน้าด้วยความสงสัย “แถมยังมากับ...”

            “มอร์แกน อัลเทอร์ถูกเลือกให้กลายเป็น คนทรง จนกว่าซินจะสามารถกลับไปอยู่ในร่างมนุษย์อย่างถาวรได้ ทั้งยังเป็นแขนทั้งสองข้างของจักรพรรดิรุ่นที่สาม...ถือว่ามีความสามารถเทียบเคียงกับบัลลังก์เบื้องซ้ายและเบื้องขวาเลยก็ว่าได้ เป็นผู้ครอบครองพลังมังกรคนหนึ่ง กษัตริย์เรชินก็เลยย้ายเข้าไปอยู่ในหน่วยนักรบมังกรตอนกลับไปมอลโนวาเมื่อไม่กี่วันก่อน ช่วงที่ข้าไปมอลโนวาพอดี” ไดรกอนอธิบายพลางลูบหัวซินดาเทียในร่างมังกรจิ๋วแผ่วเบา

            “นี่ครับโองการขององค์เรชิน” มอร์แกนเอ่ยในขณะที่นั่งคุกเข่าให้ฟรองเซ่ข้างหนึ่งพลางยื่นม้วนสาสน์ที่ถูกปิดผนึกเอาไว้อย่างดีให้ฟรองเซ่

            องค์ชายลำดับสามแห่งมอลโนวารับสาสน์มาเปิดอ่านเนื้อความข้างในก่อนที่จะสบตามอร์แกนนิ่ง “รู้เรื่องแล้วสินะ...”

            “ครับ! ข้าตกใจไม่น้อยที่รู้เรื่องนี้ เอ่อ...แต่น้อยกว่าเรื่องของรุ่นพี่...” ว่าพลางเหล่มองไปทางมังกรจิ๋วตัวเท่าซาลาเปาที่ถูกไดรกอนอุ้มและลูบหัวอย่างทะนุถนอมและอ่อนโยน

            ท่าทางต่างจากที่แสดงออกเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน!

            ราชามังกรอุษาดิ้นไปมาจนหลุดออกจากพันธนาการของไดรกอนแล้วกระโดดไปเกาะหัวมอร์แกน จากนั้นร่างสูงของรุ่นน้องก็เดินไปทางร่างสะบักสะบอมของดารีเซญ์ที่ดราโก้ช่วยพยุงให้ลุกขึ้นอย่างาทุลักทุเล มือหน้าที่สากกระด้างจากการฝึกซ้อมและการใช้มาอย่างทรหดทั้งสองข้างประคองแก้มทั้งสองข้างของกษัตริย์แห่งควาเซนครฝั่งใต้ ท่ามกลางสายตาอึ้งค้างของทุกคน!

            “เฮ้ย!!??” แน่นอนว่าแม้แต่ดราโก้และดรารีเซญ์ก็หน้าเหวอไม่แพ้กัน

            “ร้อนหน่อยนะ...”

            สิ้นประโยคคำพูดของมอร์แกน เพลิงสีขาวบริสุทธิ์ก็ลุกพรึ่บทั่วร่างของดารีเซญ์! เพลิงสีขาวที่ร้อนจนดราโก้ผละออกจากตัวของดารีเซญ์ตามสัญชาตญาณก่อนที่ดวงเนตรสีทองจะตวัดมองมอร์แกนอย่างกราดเกรี้ยว

            “นั่นเจ้าทำอะไร!? หยุดเดี๋ยวนี้!!

            น่าแปลกที่ไม่มีเสียงร้องของดารีเซญ์เลยแม้แต่นิด เพียงครู่เพลิงสีขาวก็หายเข้าไปในร่างของดารีเซญ์ บาดแผลฉกรรจ์รวมถึงรอยช้ำมากมายเมื่อครู่หมายไปราวกับไม่เคยมี ทุกคนมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ ใบหน้าของมอร์แกนเริ่มเศร้าสร้อยพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            “ข้าขอโทษ...ที่ปกป้องนครฝั่งใต้เอาไว้ไม่ได้”

            สองกษัตริย์แห่งควาเซชะงัก...ก่อนที่ดวงตาคมสีทองทั้งสองคู่จะเหลือบไปเห็นใบหน้าของเจ้ามองกรจิ๋วที่เกาะอยู่บนหัวของมอร์แกน มันดูเศร้ามากจนคนมองอย่างพวกเขารู้สึกเจ็บปวดแปลกๆ พลันความรู้สึกคุ้นเคยก็พุ่งเข้ามาในใจของทั้งสองคน

            ความรู้สึกที่พวกเขามีให้เพียงคนคนเดียวเท่านั้น...

            “ซิน!?” ทั้งสองตาค้าง มองมังกรตัวจิ๋วอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “ขอโทษที่ปกป้องพวกเขาไม่ได้...ทั้งๆ ที่พี่เชื่อใจ ทั้งๆ ที่พวกเขาเชื่อใจข้าแท้ๆ...”

            “ไม่ใช่! อย่าขอโทษเลยนะ เจ้าไม่ได้ผิดอะไร เจ้าทำดีที่สุดแล้ว!” ดารีเซญ์รีบร้องขึ้นมาเมื่อเห็นน้ำใสเริ่มคลอหน่วยบริเวณขอบตาของมังกรอุษาตัวจิ๋ว

            “เจ้าวางใจได้ ไม่มีใครในนครฝั่งใต้ตายทั้งนั้น พวกเขารอดตายอย่างหวุดหวิดเพราะคำสั่งอพยพของเจ้า” ดราโก้ช่วยพี่ชายต่างมารดาพูดอีกแรง

            ไม่ชอบใจเลย...ที่เห็นคนตรงหน้าอ่อนแอถึงเพียงนี้

            “แต่พวกเขาทั้งแปดคนตาย...พวกเขาที่ยอมรับในตัวข้า พวกเขาตายเพราะแผนของข้า!

            “นั่นเพราะเจ้ายังตามเล่ห์เหลี่ยมของพวกปีศาจไม่ทันต่างหาก” ไดรกอนขัดขึ้น ร่างสูงเดินมาลูบหัวมังกรอุษาที่ยังคงเกาะอยู่บนหัวมอร์แกนด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “แต่ตอนนี้เจ้าตามพวกมันทันแล้ว...ข้าเชื่อว่าเจ้าจะไม่ตกหลุมมันอีกเป็นครั้งที่สอง”

            ทุกคนชะงักแล้วมองไปยังมังกรอุษาเป็นตาเดียว ในขณะที่คนจากมอลโนวาและควาเซเริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ชาวซาเดียต่างก็ไม่มีใครเข้าใจ

            ตกลงว่ามังกรประหลาดนั่นคือเจ้าตัวปัญหาของหน่วยนักรบมังกร? ชายผู้มาใหม่ที่มีใบหน้าเหมือนเจ้าเด็กตัวปัญหานั่นไม่มีผิดคือจักรพรรดิรุ่นที่สี่ไดรลูเกียร์ ไซย์ทาเลียคนนั้น? แถมเจ้าตัวปัญหานั่นยังเรียกองค์ดารีเซญ์ว่า พี่ อีก!

            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?

            แถมทั้งซินดาเทีย องค์ดารีเซญ์ รวมทั้งจักรพรรดิไดรลูเกียร์ยังมีใบหน้าเหมือนกันอีก!

            “ตามทัน!? นี่ระหว่างที่เจ้าไม่อยู่ที่นี่เจ้าไปรู้เรื่องอะไรมา!?” ฟรองเซ่ถามซินด้วยความตกใจ

            ทว่าซินกลับขยับใบหน้าของมอร์แกนให้หันไปหาไดรกอน “ไดร...นั่นเรย์กะ ภรรยาข้าที่เจ้าถามถึงเมื่อวานซืน” มอร์แกนว่าพลางผายมือไปยังเรย์กะที่ยังคงมองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกใจระคนสงสัย

            ไดรกอนหันไปมองตามที่อีกฝ่ายบอกด้วยความอยากรู้ ก่อนที่จักรพรรดิรุ่นที่สี่จะชะงักค้าง ดวงตาสีฟ้าเข้มคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ทุกคนโดยเฉพาะคนที่รู้จักไดรกอนดีแปลกใจไม่น้อยที่เห็นมังกรแสงผู้โหดเหี้ยมเย็นชาผู้นี้แสดงความตกใจออกมามากเสียขนาดนั้น

            มังกรแสงตนนี้ตกใจอย่างที่พวกเขาไม่เห็นเห็นมาก่อน...

            “ใช่จริงๆ ด้วยสินะ” มอร์แกนว่าเสียงเรียบ คิ้วเรียวเริ่มขมวด “อะไรหรือครับรุ่นพี่/ ก็ข้อสันนิษฐานที่ข้าเคยว่าเอาไว้ตอนที่ยังอยู่ในแดนอเวจีไง/ ฮะ!? งั้น...” มอร์แกนหันไปมองเรย์กะด้วยความตกใจไม่แพ้กัน

            “ข้าสงสัยเรื่องที่พวกเจ้าพูดกันอยู่หรอกนะ แต่ที่ข้าสงสัยคือ...ทำไมเจ้าถึงพูดคนเดียวเหมือนคนบ้าแบบนี้ฮะ มอร์แกน” โคเรลถามขึ้นด้วยความสงสัย

            “ข้าบอกไปแล้วนี่ว่าตอนนี้มอร์แกน อัลเทอร์เป็นคนทรงของซิน เขาจะไม่อาจปฏิเสธเมื่อถูกซินควบคุมได้ ในขณะเดียวกันหากซินไม่ได้คิดจะให้มอร์แกนพูดหรือทำอะไรเขาจะเป็นอิสระ” ไดรกอนอธิบาย

            “แล้วทำไมซินถึงไม่พูดเองล่ะครับ?” เพลเอ่ยถามไดรกอนอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            “แก๊ซ! (ก็ข้าพูดภาษามนุษย์ไม่ได้นี่!)”

            ทุกคนตาค้าง โดยเฉพาะฟรองเซ่ ลูก้า แบล็ค และเชล

            “นี่มัน...” ฟรองเซ่มองซินอย่างพูดไม่ออก

            “ก็อย่างที่พวกเจ้าได้ยินไป ช่วงที่ซินอยู่ในร่างมังกรจะพูดภาษาอื่นไม่ได้นอกจากภาษามังกรโบราณ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงแค่มังกรสวรรค์กับเดอารุสของมังกรสวรรค์เท่านั้นที่ฟังภาษานี้รู้เรื่อง” ดวงตาสีฟ้าเข้มคู่คมทอแววสงสารเมื่อจ้องมองมังกรน้อยที่ทำท่าฮึดฮัดขัดใจกับร่างกายที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเองได้ “เวลาอยู่ในร่างแปลงมนุษย์ก็น้อยยิ่งกว่าเวลาต้มอาหารกึ่งสำเร็จรูป จะทำอะไรหรือสื่อสารอะไรกับใครสักทีก็ลำบาก ต้องควบคุมร่างของมอร์แกนชั่วคราว...พวกเจ้าเลยได้เห็นเจ้านี่คุยกับตัวเองอย่างที่เห็นอยู่นี่ไง”

            มอร์แกนเท้าเอวพลางพูดด้วยสีหน้าท่าทางภาคภูมิใจ “มันช่างสะดวกสบาย ทำได้ทุกอย่าง ได้ตั้งแต่ต้มอาหารกึ่งสำเร็จรูปยันทำลายอาณาจักร!/ เอ๊ะ!? พอเถอะครับรุ่นพี่! แค่ท่านเอาร่างข้าไปทำลายอาณาจักรเรอาเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ทำให้พวกปีศาจตั้งค่าหัวข้าเป็นสิบล้านแล้วนะครับ!/ เจ้ากลัวรึ?/ มะ ไม่ใช่สักหน่อย!

            คนฟังตาค้างหนักกว่าเก่า ฟรองเซ่ เชล แบล็ค ชเรด และอีสโรว์หันไปกระซิบถามไดรกอนเสียงแผ่ว “ซินไปทำลายอาณาจักรอื่นอีกแล้วรึ”

            “อืม ก่อนที่ข้าจะลงมายังโลกเบื้องล่างไม่กี่วัน” ไดรกอนยืนยันด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “อาณาจักรเรอาล่มสลายกลายเป็นหนึ่งในอาณาจักรของพวกปีศาจไปแล้ว ซินก็เลยไปกวาดล้างมาก่อนกลับมอลโนวา”

            เฮือก! พอได้รับคำยืนยันจากไดรกอนทุกคนก็ถึงกับสะท้านเฮือก นี่เจ้าเด็กเจ้าปัญหานั่นมีอำนาจถึงกับสามารถทำลายอาณาจักรได้เลยหรือ!? ในขณะที่พวกฟรองเซ่ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ

            ตั้งแต่ที่ได้รู้จักซินดาเทีย...พวกเขาก็รู้สึกว่าเรื่องพวกนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปซะแล้ว

            “เข้าไปข้างในกันเถอะ ข้าจะเป็นคนอธิบาย ทุกเรื่อง ให้ฟังเอง” มอร์แกนพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาสีส้มของชายหนุ่มทอแววเยือกเย็น นั่นทำให้พวกเขาสามารถรู้ได้ทันทีว่าคนที่พูดอยู่ในตอนนี้คือซิน

            ...และเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

            มอร์แกนจับมือของไดรกอนและเรย์กะเข้าไปด้านในและตรงไปยังห้องพักของพวกเขาที่วอลแรนซ์เป็นคนจัดให้ตั้งแต่มาเป็นกำลังเสริมให้ซาเดีย คนอื่นๆ เดินตามเข้าไปอย่างว่าง่ายโดยที่ไม่มีใครแย้งขึ้นมา ชาวซาเดียที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่สงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาเหล่านั้นและเรื่องที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาผิวเผินอย่างอาณาจักรปีศาจต้องการก่อสงครามเพียงอย่างเดียวแน่ หากแต่พวกเขาก็ต้องหันไปสนใจกษัตริย์วอลแรนซ์ที่สั่งการให้เคลียร์พื้นที่ที่เละเทะให้เรียบร้อยและสั่งให้หน่วยพยาบาลมาดูแลคนเจ็บ

            “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ธรรมดาแล้วนะ” วอลโรเดินเข้าไปกระซินกับวอลแรนซ์ผู้เป็นพี่ชายของตน

            “มันไม่ธรรมดาตั้งแต่องค์จักรพรรดิรุ่นที่สี่ผู้นั้นมาที่นี่แล้ว” ดวงตาสีทัวร์มาลีนทอแววกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็น

            “จากที่ฟังพวกนั้นคุยกับดูเหมือนว่าพวกเขาคุ้นเคยกับองค์จักรพรรดิดีเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” ซีรอสเดินเข้ามาร่วมด้วย

            ใช่ คำพูดพวกนั้นแค่คนนอกอย่างพวกเขาฟังก็รู้ได้ว่าพวกนั้นรู้จักกับองค์ไดรลูเกียร์...เป็นการส่วนตัวเสียด้วย ทว่าเรื่องที่น่าตกใจมากกว่านั้น...

            “ใบหน้าขององค์ดารีเซญ์เหมือนกับซินดาเทียก็ว่าแปลกแล้ว ยิ่งใบหน้าขององค์จักรพรรดิยิ่งเหมือนกับซินดาเทียมากเข้าไปใหญ่...แถมร่างมังกรนั่นข้ายังไม่อาจบอกได้ด้วยว่าเป็นมังกรพันธุ์อะไร” อาร์ดาสกล่าวเสียงเครียด แค่อยู่ในร่างเล็กจิ๋วแบบนั้นทั้งยังมองจากระยะไกลเขายังรู้สึกได้ว่าเจ้านั่นน่าขนลุกไม่น้อย ถ้าอยู่ในร่างจริงจะขนาดไหน...

            ทั้งยังได้รับความเอ็นดูจากไดรลูเกียร์ราวกับว่าเจ้าตัวคือสมบัติล้ำค่าที่ใครก็ห้ามแตะต้อง

            “ที่น่าสนใจในตอนนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างองค์จักรพรรดิ องค์ดารีเซญ์ และซินดาเทียสินะ” วอลแรนซ์ยกยิ้ม เริ่มรู้สึกสนใจในเรื่องที่จะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่หน้าตาเท่านั้น ความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากตัวของสามคนนั้นยังคล้ายคลึงกัน...ราวกับว่าเป็นคนคนเดียวกัน

            แม้หน้าตาจะไม่ถึงกับว่าหล่อเหล่าจนสามารถทำให้ใครมองจนเหลียวหลัง แต่ด้วยบรรยากาศที่แผ่ออกมาสามารถทำให้เป็นจุดเด่นได้แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางคนที่ตัวใหญ่หรือดูแข็งแกร่งกว่า

            ตกลงแล้วสามคนนั้นเป็นใครกันแน่...

 

            “อะไรนะ! เรย์กะคือทายาทของลาเบียร์ที่สอง!!??” ไดรกอนร้องออกมาด้วยความตกใจ แน่นอนว่าคนอื่นๆ เหวอไปแล้ว

            “ไดรเคยเห็นหน้าของลาเบียร์รุ่นแรกไม่ใช่หรือไง แล้วอย่าโกหกข้านะว่าเรย์กะไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกับลูซินดราเรียกับลาเบียร์ที่สอง” มอร์แกนหรี่ตามองไดรกอนอย่างจับผิดเต็มที่

            ทว่าไดรกอนกลับชะงักและมุ่นคิ้ว “เจ้าพูดเหมือนเคยเห็นสองคนนั้นมาก่อน” เขาจำได้ว่าไม่เคยมีรูปของสองคนนั้นอยู่นะ ไม่ว่าจะเป็นกับเขาหรือใครก็ตาม ในวิหารส่วนตัวของลาเบียร์ก็ไม่มี

            “ข้าเคยเจอพวกเขาเมื่อเกือบสองปีก่อน...ที่โลกกึ่งกลางระหว่างโลกกับโลกหลังความตาย ตอนนั้นข้าคงจะเดินตามอาเทอร์ไปหาก...ลูซินดราเรียไม่พาข้าเดินไปอีกทาง”

            “!!!

            “ลาเบียร์ทางนี้ล้วนมีใบหน้าเหมือนกับไดร แล้วอาเทอร์ก็มีหน้าเหมือนกับลาเบียร์ที่สองซึ่งเป็นพ่อ...นั่นทำให้ข้ามั่นใจไปเกินครึ่งว่าเรย์กะมีสายเลือดของลาเบียร์ที่สอง และสิ่งที่ทำให้ข้ามั่นใจเต็มร้อยคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ป่าทมิฬเมื่อเดือนที่แล้ว”

            “เอ๊ะ!?” เรย์กะเริ่มตามไม่ทัน...ทั้งๆ ที่สิ่งที่ซิน (มอร์แกน) กำลังพูดถึงคือเรื่องของเธอแท้ๆ

            “ข้าได้อ่านบันทึกเล่มหนึ่งในแดนอเวจีเข้า มันกล่าวเอาไว้ว่าสายเลือดของลาเบียร์จะไม่มีวันตื่นขึ้นหากมันไม่ได้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงถึงขั้นเกิดความไม่เสถียรอย่างฉับพลันขึ้น...หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายคือความเสถียรในพื้นที่นั้นๆ ถูกทำลายลง และในตอนนั้นคนที่ปะทะพลังกับข้าอยู่ก็คือเจ้า เรย์กะ”

            “ข้า!!??

            “ใช่ เจ้านั่นแหละ ตอนนั้นข้าก็คิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าเป็น อีกคน ข้าก็เลยไม่ตกใจเท่าไหร่ ยิ่งได้รับการยืนยันจากบันทึกในแดนอเวจีข้าก็ยิ่งมั่นใจ...รวมทั้งใบหน้าของเจ้าด้วย”

            “งั้นที่ตอนที่เจอกันครั้งแรกเจ้าบอกว่าข้าหน้าเหมือนใครบางคน...”

            “เจ้าเหมือนกับลาเบียร์ที่สองซึ่งเป็นต้นตระกูลเจ้าอาเทอร์ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดของต้นตระกูลรุ่นที่สองของเจ้า...สรุปคือเจ้าคือสายเลือดของลาเบียร์ เหมือนกับข้าและพี่ดารีเซญ์”

            เรย์กะชะงัก ดวงตาสีอเมทิสต์สั่นไหวระริก เด็กปีศาจจ้องมองมังกรตัวจิ๋วสลับกับดารีเซญ์ที่ตอนนี้กลับคืนสู่ร่างเดิมของตนเองแล้ว

            “เด็กคนนี้...เป็นลูกพี่ลูกน้องของพวกเรา?” ดารีเซญ์ที่เริ่มเรียกสติและความคิดของตัวเองกลับมาได้เอ่ยขึ้นมาลอยๆ

            “คนนี้ล่ะไม่ผิดแน่” มอร์แกนพยักหน้ารับขึงขัง

            ดารีเซญ์หันขวับไปมองเรย์กะ เด็กปีศาจสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะตกใจมากกว่าเก่าเมื่อดารีเซญ์ส่งยิ้มอันอบอุ่นซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาให้

            “ยินดีต้อนรับกลับนะ ข้าชื่อดารีเซญ์ ซาบรีย์...จะเรียกข้าว่าพี่หรือพี่ดารีเซญ์ก็ได้”

            “ซาบรีย์? เอ่อ...ท่าน...”

            “พี่ดารีเซญ์เป็นพี่น้องแท้ๆ ของข้า เพียงแต่ชื่อตระกูลในศิลาแห่งการกำเนิดของพวกเรามันเป็นคนละชื่อเฉยๆ อ้อ ผู้ชายคนนั้นชื่อดราโก้ ซาบรีย์ เป็นพี่ชายคนละแม่ของข้า แล้วก็...มีสายเลือดปีศาจของตระกูลอองเฟห์เหมือนเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าเจ้าจะอ้อนเจ้าสามารถอ้อนสองคนนี้ได้เต็มที่ สองคนนี้ตามใจน้องสาวสุดๆ อยู่แล้ว”

            “พี่...”

            “อะไรรึ?” ดีเซญ์และดราโก้หันมาหาน้องสาวอีกคนของตน เด็กปีศาจสะดุ้งกับอาการตอบรับพร้อมกับของทั้งสองคน

            “ถ้าเจ้ากลัวว่าจะสับสน ข้าแนะนำให้เรียกพี่ดารีเซญ์ว่าพี่ใหญ่ และเรียกดราโก้ว่าพี่รอง”

            “แล้วเจ้า?”

            “ไม่รู้สิ เรียกชื่อข้าเฉยๆ ก็พอ เพราะข้าไม่รู้ว่าระหว่างเจ้ากับข้าใครเป็นพี่ใครเป็นน้องกันแน่”

            “แล้วเรื่องที่เจ้าให้เรย์กะเป็นภรรยาเจ้าล่ะ?” โคเรลหันมาถามซินด้วยความสงสัย แน่นอนว่าคนอื่นๆ ก็สงสัยเช่นกัน

            ตอนนี้คงรู้กันไปทั่วแล้วว่าคู่หมั้นคนนั้นของฟรองเซ่หรืออาเทห์คือซินดาเทีย

            “ไม่เป็นไร ตอนนี้เราได้เกราะที่น่ากลัวมากกว่าข้าแล้ว...ไม่มีใครกล้าแตะต้องเรย์กะแน่หากมีพี่ชายเป็นถึงกษัตริย์แห่งควาเซผู้เกรียงไกรอย่างสองคนนี้ อีกอย่าง...ที่ข้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าฟรองซ์กับข้าเป็นอะไรกันเพราะพวกปีศาจไม่รู้ว่าใครเป็นคู่หมั้นของข้า แต่ดูจากการที่มันจู่โจมฟรองซ์และสิ่งที่มันพูด มันคงรู้แล้วว่าฟรองซ์เป็นใคร เรื่องปิดบังอะไรนั่นก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป”

            “หมายความว่ายังไง!?” ทุกคนโผล่งออกมาพร้อมกับ...แม้พวกเขาจะรู้ว่าซินดาเทียมักจะมีเหตุผลอื่นรองรับในสิ่งที่ทำมากกว่าที่พวกเขารู้เสมอ แต่พวกเขาก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าทำไมครั้งนี้ต้องทำถึงขนาดดึงเรย์กะมา แล้วเรื่องในครั้งนี้เกี่ยวอะไรกับฟรองเซ่

            “...พวกมันกำลังตามล่าข้ากับพี่ดารีเซญ์อยู่ ไม่ใช่เจ้า...เรย์กะ”

            “ว่าไงนะ!!

            “ตอนแรกข้ากับองค์ราชินีภูติคิดว่าพวกมันกำลังตามหาเจ้า การกระทำทุกอย่างของพวกมันล้วนพุ่งตรงไปที่เจ้า แต่ไปๆ มาๆ ข้ากลับมองว่าพวกมันพุ่งมาหาข้ากับพี่ใหญ่” มอร์แกนสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะค่อยๆ พูดออกมาอีกครั้งชัดๆ “ลาเบียร์ต้องพินาศ...ลาเบียร์คือข้ากับพี่ดารีเซญ์ เจ้าที่มีสายเลือดของอองเฟห์อยู่อย่างมากพวกมันก็แค่ล้างเลือดของลาเบียร์ที่อยู่ในตัวเจ้าออกจนเหลือแค่เลือดของอองเฟห์เท่านั้น”

            “พิธีล้างเลือดสินะ” ไดรกอนมุ่นคิ้ว

            พิธีล้างเลือดคือพิธีกรรมอย่างหนึ่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจที่จะประกอบพิธีในวันคืนพระจันทร์สีเลือดเท่านั้น ซึ่งพิธีนี้จะใช้กับปีศาจที่เป็นลูกครึ่งเพื่อดึงเลือดของสายพันธุ์อื่นออกให้หมดเหลือแต่เลือดของปีศาจ จะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือทำให้ปีศาจเลือดครึ่งหรือเลือดผสมเป็นปีศาจเลือดแท้

            “แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้าพี่เองก็เป็นเป้าหมายด้วย” ดราโก้มุ่นคิ้วสงสัย

            เดิมทีคนที่ได้ใช้ชื่อลาเบียร์มีเพียงแค่ซินดาเทียเท่านั้น แต่ดารีเซญ์ใช้ชื่อซาบรีย์มาตั้งแต่เกิดไม่ใช่หรือไง?

            “...หรือจะเกี่ยวกับเพลงกล่อมเด็กของควาเซนครฝั่งใต้?”

            ทุกคนชะงักแล้วหันขวับไปมองชเรดที่นิ่งเงียบอยู่นานเป็นตาเดียว เพลงกล่อมเด็ก? แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะนั่น! ถึงพวกเขาจะรู้ก็เถอะว่าเพลงกล่อมเด็กของควาเซนครฝั่งใต้จะแปลกพิสดารจนไม่เหมือนกับเพลงกล่อมเด็กก็เถอะ ทว่ามันจะมาเกี่ยวกับเรื่องคอขาดบาดตายอย่างนี้ได้ยังไง? ส่วนไดรกอนเริ่มเอ๋อ...

            “เจ้าก็เคยฟังรึ?” มอร์แกนแสดงท่าทีตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดในตอนที่กำลังถาม นั่นทำให้ผู้คนที่มาจากควาเซชะงัก ยิ่งมองไปที่ใบหน้าเอ๋อๆ ไม่รู้เรื่องของไดรกอนแล้ว...

            “ท่านไม่เคยร้องเพลงกล่อมเด็กให้ซินฟังใช่ไหม” เชลถามไดรกอนอย่างคาดคั้น

            “ไม่ ซินไม่เหมือนเด็กคนอื่นข้าจึงไม่จำเป็นต้องหาเพลงกล่อมเด็กมาร้องให้นางฟัง...แล้วข้าก็ไม่เคยได้ยินเพลงกล่อมเด็กอะไรนั่นในควาเซนครใต้ด้วย”

            “ไม่น่าเชื่อ!!” ควาเซทุกคนอุทานดังลั่น มิน่า...ซินถึงได้มีความคิดไม่เหมือนเด็กคนอื่น ที่แท้สาเหตุก็ไม่จากการเลี้ยงดูที่ผิดแปลกไปจากคนอื่นของไดรกอนนี่เอง!

            ทุกคนสงสัย...ซินเคยได้สัมผัสกับเพลงกล่อมเด็กบ้างไหม?

            “แล้วเจ้าไปได้ยินเพลงกล่อมเด็กนั่นมาจากไหน” ไดรกอนหันมาถามมังกรอุษาที่ยังคงใช้ร่างของมอร์แกนในฐานะหุ่นเชิดของตนอยู่

            “เกรล่าร้องเพลงกล่อมข้าตลอดเวลาที่ข้าไม่มีสติในแดนอเวจี ฟังไปฟังมาข้าก็เลยถามนางไปว่ามันเป็นเพลงอะไร เพราะเนื้อหามันฟังดูจะคุ้นก็คุ้น จะไม่คุ้นก็ไม่คุ้น แล้วข้าก็ได้คำตอบมาว่าคนที่คิดเพลงนี้ขึ้นมาคือไดรลูวาร์ ลาเบียร์!

            เพลงกล่อมเด็กนั่นเป็นประโยชน์มากทีเดียว...ยิ่งข้อมูลที่เธอได้มาจากบันทึกลับทั้งสองเล่มก็ยิ่งทำให้ซินดาเทียมั่นใจว่าแท้จริงแล้วเรื่องทุกอย่างมันควรจะดำเนินต่อไปอย่างไรกันแน่

            เรื่องทุกอย่างมันถูกเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดตั้งแต่วันนั้นเมื่อยี่สิบสี่ปีก่อน!!

 

 

---------------------------------------------------------

            จบไปอีกตอน (อย่างมึนๆ)

            ปริศนามากมาย (แต่ไม่ทั้งหมด) กำลังจะเปิดเผย...ในตอนหน้า!

            เกิดอะไรขึ้น? แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับเพลงกล่อมเด็ก? ตกลงแล้วไดรลูวาร์กำลังพยายามสื่ออะไรในเพลงแปลกๆ ที่ไม่มีใครใส่ใจนั่น?

            ตอนต่อไป - Syn 017 ปริศนาความลับที่ซ่อนอยู่ในเพลงกล่อมเด็ก -

            พวกเขาจะทำอย่างไร...เมื่อเรื่องทุกอย่างมันได้ดำเนินมาผิดแปลกไปจากที่ควรจะเป็น?

 

“ข้าไม่ใช่จักรพรรดิ...ตั้งแต่แรก”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

744 ความคิดเห็น

  1. #277 เปลวเทียน (@kitjanon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 21:55
    เพลงกล่อมเด็ก!!!!
    สมกับเป็นนครที่ไทม่ธรรมดาจริงๆ
    #277
    0
  2. #263 milkystar (@mintstarnoii) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 20:09
    กรี๊ดดดดด >///<   ชอบไดรอ้าาาาาา
    สู้ๆ น้ะค้ะไรท์  เป็นกำลังใจให้  จุ๊ฟๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 ธันวาคม 2557 / 20:12
    #263
    0
  3. #262 ชีวะ วิทยา (@mnbvczfghhh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 16:02
    สนุกกกกกก ชอบบค่ะ ><
    #262
    0
  4. #261 fairy_devil (@angle_vempire) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 10:40
    รอนะคะ ไรท์ เป็นกำลังใจให้
    #261
    0
  5. #260 creamnaka-3- (@creamnaka-3-) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 09:18
    มังกรน้อยน่ารัก *0*
    #260
    0
  6. #259 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 07:46
    โอ๊ะโอ น่ารักอะ ซินในร่างมังกรจิ๋ว
    #259
    0
  7. วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 07:41
    กรี๊ด ตกลงมันยังไงกันเนี้่ย ติดตามๆ *-*
    #258
    0
  8. #257 shiroka2 (@maki1-shiro2) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 04:06
    ความสัมพันธ์อันซับซ้อนของบุคคลทั้งหลาย
    #257
    0
  9. #256 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 00:32
    ซินกับฟรองซ์กำลังจะกลับมาหวานกันอีกสินะ...หมายถึงออกสื่อโชว์พวกซาเดียน่ะครึๆๆๆ
    ใครไม่ใช่จักรพรรดิตั้งแต่แรก...ซิน? ไดร? อ้ากกกกงงหรือจะเป็นพวกรุ่นก่อนๆ?ยิ่งคิดยิ่งงงเอาเป็นว่ารอตอนต่อไปแล้วกัน>3<
    #256
    0
  10. #255 ice (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 19:08
    เย้เฮททททท. กรี๊ดเลยค่ะ ไดรจ๋าา +.+
    #255
    0