Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 15 : Syn 013 การต่อสู้ของสายเลือดต้องห้าม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ธ.ค. 57

Syn 013 การต่อสู้ของสายเลือดต้องห้าม

            เพียงแค่จบประโยคนั้นทั่วทั้งลานฝึกก็ตกอยู่ในความเงียบ อาร์ดาสเบิกตากว้างกว่าปกติเล็กน้อยก่อนที่จะหัวเราะเบาๆ ให้กับประโยคที่ซินดาเทียพูดออกมาเมื่อครู่

            “จะหักกระดูกข้า? เจ้าที่ไม่เรียกปานมังกรออกมาน่ะ...!!!

            อาร์ดาสรีบพุ่งตัวหลบไปด้านข้าง...ระยะไกลจนเกือบจะออกนอกขอบสนาม ดวงตาสีเปลือกไม้ตวัดมองร่างบางที่อยู่ตรงข้ามกับเขา...อีกด้านหนึ่งของขอบสนาม ไอสีดำที่รอยออกมาจากเงาของคนร่างเล็กนั้นช่างน่าขนลุก ดวงตาสีทองเหลือบกลับมามองเขาด้วยความว่างเปล่าราวกับว่าอีกฝ่ายคือตุ๊กตา ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาขนลุกยิ่งกว่าคือขีดสีดำที่อยู่ตรงกลางของดวงตาสีทองคู่นั้นต่างหาก!

            เนตรมังกร...

            หากแต่เมื่อฟรองเซ่เห็นดวงตาสีทองคู่นั้นก็ถึงกับชะงักไปเพียงนิด ชายหนุ่มรู้สึกว่าคิ้วขวากระตุกถี่พิกล และที่แน่ๆ...อีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่ใช่คู่หูของเขาอย่างแน่นอน!

            “เห...นี่เจ้าถึงขนาดใช้เนตรมังกรได้เลยรึ...!!!

            อาร์ดาสผงะอีกระรอกเมื่อร่างเล็กกว่าพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความรวดเร็วจนแม้แต่เขาก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัว! หมัดเล็กๆ ของสายเลือดตรงหน้าพุ่งเข้าปะทะกับแก้มเขาอย่างแรง! ด้วยขนาดรูปร่างของอีกฝ่ายแล้วมันคงจะเป็นหมัดที่เบามากจนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหากเขาจะต้องรับการจู่โจมจากอีกฝ่ายตรงๆ ทว่าเมื่อรองหัวหน้าอัศวินได้ลิ้มรสหมัดนี้ไปเต็มๆ แล้ว...

            เขาคิดผิดมหันต์!!

            เพราะนอกจากมันจะไม่เบาอย่างที่คิดแล้ว มันยังสามารถซัดร่างของเขาออกไปนอกเขตแดนที่ถูกตีเส้นไปกระแทกกับพนังด้านหลังตนได้อย่างง่ายดาย! อาร์ดาสรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างในร่างกายแตกหักดังก้องในหูของตน มันช่างเป็นเสียงที่น่ากลัว และหลังจากที่ดึงสติกลับมาได้ร่างสูงของอาร์ดาสก็ล้มลงแนบพื้นอย่างหมดท่า ความทรมานยิ่งกว่าความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่าง ไม่มีส่วนไหนของร่างที่อาร์ดาสสามารถขยับมันได้...แม้จะไม่มีเลือดของเขาออกมาให้เห็นแม้เพียงสักหยด

            “...เล่นแรงไปงั้นรึ?” ดูเหมือนว่าคนต่อยจะเพิ่งได้สติ อีกฝ่ายกะพริบตาปริบๆ มองผลงานของตนตรงหน้าแล้วเริ่มเหงื่อตก ส่วนในใจนั้น...

            อ๊ากกกกก!! เพิ่งมาอยู่วันแรกก็งานเข้าแล้วเรอะ!? พี่ขอโทษษษ~!!!

            ทว่ากรีดร้องในใจได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ ไหล่ทั้งสองข้างก็ถูกฉุดลากออกไปจากตรงนี้ด้วยฝีมือของสองหนุ่มผู้เย็นชา คนตัวเล็กกว่าได้แต่นิ่งเงียบพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นใบหน้าทะมึนของฟรองเซ่และชเรด เมื่อลากมาจนถึงข้างปราสาทซึ่งเป็นจุดที่ลับสายตาผู้คนสองหนุ่มก็จัดการหมุนร่างของคนที่พวกเขาลากออกมาให้กลับมาจ้องหน้าพวกเขาตรงๆ

            “มีอะไรจะพูดไหม...องค์ดารีเซญ์” ฟรองเซ่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ชเรดเองก็จ้องมาอย่างคาดคั้นไม่แพ้กัน

            ขืนโกหกไป...ตายสถานเดียว

            หากแต่คนถูกถามกลับไม่ตกใจอะไรทั้งสิ้น ชายหนุ่มในร่างของน้องสาวตัวเองเพียงแค่ยิ้มแหยๆ พลางถอนหายใจออกมา “หลอกพวกเจ้าสองคนอย่างที่ซินเตือนเอาไว้ไม่ได้จริงๆ สินะ”

            “ซินมีเนตรมังกรก็จริง แต่เป็นสีฟ้าเข้มเหมือนของไดร...ไม่ใช่สีทอง” ชเรดพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเย็น

            “แถมซินมีแผลเป็นที่กลางหลังอยู่จุดเดียว...แผลที่เป็นตราบาป เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ซินจะมีแผลเป็นน่ากลัวที่แขนขา และถึงแม้จะพยายามเลียนแบบตราบาปของอีกคนยังไงแต่ตราบาปของตนเองก็ยังปรากฏชัดอยู่” ดวงตาสีน้ำตาลแดงจ้องหน้าว่าที่พี่เขยนิ่งแล้วถอนหายใจออกมา “เพราะฉะนั้นคนที่ปลอมตัวเป็นซินได้เนียนถึงขนาดรู้จักการวางตัวและนิสัยของนาง...มีแค่ท่านเท่านั้น องค์ดารีเซญ์”

            เพราะมีสายเลือดเดียวกันและถูกเลี้ยงดูมาโดยมังกรเหมือนกัน ดังนั้นดารีเซญ์จึงสามารถปลอมตัวเป็นซินดาเทียได้แนบเนียนที่สุด แต่ในกรณีของดารีเซญ์แล้วเขานั้นไม่ได้รันทดถึงขนาดเจอเหตุการณ์เลวร้ายแบบน้องสาวของตน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะสบายมากไปกว่าซินดาเทียผู้เป็นน้องสาว

            เทียบกันแล้วคุโรวยังปราณีกับเขามาก

            “ตอนนี้ซินอยู่ไหน” ฟรองเซ่หรี่ตาถาม

            “...ตอนนี้นางกลับนครฝั่งใต้”

            “อะไรนะ!!!” ทั้งฟรองเซ่และชเรดต่างร้องออกมาด้วยความตกใจจนหลุดมาดเย็นชาออกมาได้ง่ายๆ

            “ที่นครฝั่งใต้เกิดเรื่องไม่น่าไว้วางใจขึ้น ข้าที่ติดต่อกับซินผ่านทางโอโตเมะมาได้สักพักเลยตกลงกันว่าจะสลับตัวกันชั่วคราวจนกว่าเรื่องในนครฝั่งใต้จะสงบลง...”

            “ซินไปตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?” ชเรดถามอีกฝ่ายด้วยท่าทางอ่อนลงจากคนอื่น

            ก็นะ ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นเพียงคนเดียวที่มีสายเลือดเดียวกันกับซินทั้งตัวนี่นา เป็นคนคนเดียวที่ซินเรียกว่า พี่ ได้อย่างสนิทใจ แถมยังอ้อนเกือบทุกครั้งที่อีกฝ่ายมาเยี่ยมถึงมอลโนวา

            “ก่อนที่ข้าจะไปรวมตัวที่ลานฝึกเมื่อครู่นี้ไง”

            “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเพิ่งไป...” ชเรดครุ่นคิด สำหรับสองพี่น้องคู่นี้แล้วเรื่องเวลาและระยะทางนั้นไม่ใช่ปัญหา

            “เดี๋ยวนะ โอโตเมะนี่...กษัตริย์คาชีล์แห่งวิชเทห์?” ฟรองเซ่ติดใจกับชื่อนั้น ถ้าเขาจำไม่ผิด...รู้สึกว่าเขาจะเคยได้ยินดรูว์กับไดรกอนจะเรียกอีกฝ่ายแบบนั้น

            “ใช่ กษัตริย์วิชเทห์คนนั้นนั่นแหละ” องค์ดารีเซญ์ลอบถอนหายใจ “รู้สึกว่าเพื่อนแต่ละคนที่เด็กคนนั้นคบหาด้วยนี่จะมีแต่ตัวอันตรายทั้งนั้น ยิ่งคารอสแห่งอาบีสยิ่งแล้วใหญ่ ตั้งแต่ข้าได้เป็นกษัตริย์แห่งนครฝั่งใต้ก็มาป่วนข้าได้ทุกวัน ไม่พี่ก็น้องนี่ล่ะ”

            “...” ฟรองเซ่ได้แต่ยิ้มแหย...เพราะเขารู้ว่าสองคนนั้นน่ะน่ากลัวแค่ไหน ยิ่งคารอสนี่ไม่ตั้งพูดถึง...

            จนถึงบัดนี้ฟรองเซ่ก็ยังสงสัยไม่หายว่าเขารอดมาจากเงื้อมมือของรัชทายาทผู้นั้นมาได้อย่างไร

            “แต่จะว่าไป ข้ายังไม่ได้หักกระดูกเจ้านั่นเลยนี่นา!” ดารีเซญ์ชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ กษัตริย์แห่งนครใต้เผยใบหน้าเสียงดายออกมาให้เห็น หากแต่สองหนุ่มก็ทำได้แค่กุมขมับให้กับนิสัยแปลกๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องคู่นี้

            ถึงว่า...ทำไมถึงไม่มีใครจับสองคนนี้ได้

            “พอเถอะ ป่านนี้ร่างทั้งร่างของเจ้านั่นคงไม่มีกระดูกให้ท่านหักเล่นแล้วล่ะ” ฟรองเซ่ปรามเสียงเบา ก็เล่นซะเสียงกระดูกหักดังลั่นซะขนาดนั้น...

            น่าสงสารเจ้านั่นจริงๆ

 

            ทวีปตะวันออก (ควาเซ) - นครฝั่งใต้

            ร่างสูงโปร่งนั่งเท้าคางด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ดวงตาสีทองคู่คมที่ทั้งน่าหลงใหลและเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจกวาดตามองเหล่าตาแก่ทั้งสินคนซึ่งเป็นสมาชิกของสภาอวุโสทั้งสิบแห่งนครฝั่งใต้ที่นั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายและขวามือของตนฝั่งละห้าคน กลิ่นอายของแต่ละคนที่โชยออกมานั้นทำให้เจ้าตัวรู้สึกหงุดหงิดมากถึงมากที่สุด!

            กลิ่นของความโลภและความรู้สึกด้านลบต่างๆ ของมนุษย์...

            องครักษ์ทั้งแปด (อดีตนักโทษมังกรทั้งแปด) ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้านอี้ที่เจ้าของร่างสูงโปร่งนั่งอยู่นั้นได้แต่ตีหน้านิ่งทั้งที่ในใจนั้นหวาดผวา

            แม้หน้าตาจะเหมือนกันก็จริง แต่ความรู้สึกที่สามารถรับรู้ได้นี่มันต่างกันคนละขั้วเลย!

            “ระบบทางการเงินที่วางเอาไว้มีปัญหางั้นรึ?” ร่างสูงโปร่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบจับขั้วหัวใจจนคนฟังรู้สึกว่าตนเองกำลังจะเป็นไข้จับสั่น (?)

            “ขะ...ขอรับ” หนึ่งในชายที่เข้าขั้นชราคนหนึ่งก้มหัวน้อมรับคำถามที่ฟังดูเหมือนคำคาดคั้นของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่น

            ทำไมวันนี้องค์ดารีเซญ์ถึงได้น่ากลัวจัง (วะ) !

            “เห...เจ้าเป็นอาวุโสที่ควบคุมระบบการเงินและงบประมาณของนครฝั่งใต้มิใช่รึ” ดวงตาสีทองหรี่มองอีกฝ่ายที่ตอนนี้ตัวสั่นงันงกยิ่งกว่าเจ้าเข้ามากกว่าเดิม

            “เอ่อ...ขะ ข้าได้ลองตรวจสอบบัญชีดู...”

            “เอาบัญชีทั้งหมดมาให้ข้า”

            น้ำเสียงเด็ดขาดกว่าปกติหลายเท่าตัวที่ดังขัดขึ้นทำให้ทั้งหมดสะดุ้งเฮือก จิตสังหารที่เบาบางทว่าคมกริบแผ่กระจายไปทั่วห้องประชุมแห่งนี้ แม้หน้าต่างจะเปิดกว้างรับสายลมเย็นๆ ของอากาศที่ดีข้างนอกเข้ามาในห้อง หากแต่บรรยากาศมันกลับไม่ดีขึ้นเลย ความรู้สึกกดดันไม่จางหายแม้แต่นิด ซ้ำร้ายมันยังอึดอัดมากขึ้นจนตอนนี้สภาอาวุโสทั้งสิบเริ่มหายใจไม่ออก

            ทว่าสิ่งที่ได้กลับไม่ได้มีเพียงแค่บัญชีเท่านั้น แต่เอกสารทุกอย่างที่อาวุโสทั้งสิบรวบรวมมาวันนี้ทั้งหมดถูกส่งให้องค์ดารีเซญ์ที่ตอนนี้เคาะนิ้วทั้งห้าลงบนโต๊ะประชุม เสียงที่ดังกังวานผิดปกตินั้นแสดงให้ทุกคนได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหงุดหงิดไม่น้อย

            เมื่อได้เอกสารทั้งหมดมาดวงตาสีทองก็ปราดมองข้อมูลในหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วจนสภาอาวุโสทั้งสิบอึ้งในความรวดเร็วปานมองผ่าน เพียงครู่กระดาษแผ่นสุดท้ายก็ถูกวางกองเอาไว้ข้างตัวอย่างไม่ใส่ใจ หากทว่าดวงตาสีทองคู่คมของคนตรงหน้ากลับคมกริบและแผ่จิตสังหารออกมามากกว่าเดิม!

            “องครักษ์ทั้งแปด! เอาสิบคนนี้ไปขังไว้ในคุกมืดซะ! ปลดตำแหน่งออกให้หมดแล้วขังไว้สักสามวัน น้ำท่าอาหารไม่ต้อง พอพ้นสามวันแล้วเนรเทศออกไปนอกนครฝั่งใต้ซะ!!

            “ขอรับ!!” ชายฉกรรจ์ทั้งแปดคนที่ยืนอยู่ด้านหลังขององค์ดารีเซญ์เดินเข้ามาลากสภาอาวุโสทั้งสิบออกไปตามสำคัญทันที!

            “เดี๋ยว! พวกข้าผิดอะไรหรือขอรับ!!” หนึ่งในสภาอาวุโสท้วงขึ้น เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าคุกมืดน่ะ...มันนรกบนดินชัดๆ!

            หากแต่เจ้าของร่างสูงโปร่งกลับเพียงแค่ปรายตาสีทองคู่นั้นมอง...ด้วยสายตาราวกับมองสิ่งที่ด้อยค่ายิ่งเสียกว่าสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ

            ไม่สิ ขนาดสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำยังมีประโยชน์กว่าเจ้าสิบคนนี้รวมกันอีก

            “นครฝั่งใต้ไม่ต้องการคนทรยศ”

            “!!!” สภาอาวุโสทั้งสิบถึงกับชะงักเมื่อเห็นดวงตาคู่คมสีทองแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้ม “ดวงตานั้นมัน...!!! เป็นไปไม่ได้! เจ้าคือ เบื้องหลัง ของกษัตริย์ดารีเซญ์งั้นรึ!!!

            เป็นที่รู้กันดีในนครฝั่งใต้...ว่า เบื้องหลัง หรือ ผู้กอบกู้นครฝั่งใต้ นั้นคือกษัตริย์ที่แท้จริงของนครฝั่งใต้ หากแต่เจ้าตัวกลับไปต้องการและได้ยกตำแหน่งให้กษัตริย์ดารีเซญ์ ว่ากันว่าผู้กอบกู้คนนั้นมีรูปพรรณสัณฐานที่เหมือนกับดารีเซญ์ราวกับถอดรูปออกมาจากพิมพ์เดียวกันชนิดที่ว่าไม่มีใครสามารถแยกได้หากดวงตาของผู้กอบกู้คนนั้นไม่ใช่สีฟ้าเข้ม และ...ผู้กอบกู้คนนั้นเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความโหดร้ายและเด็ดขาด เป็นบุคคลที่ไม่เคยมีใครพบเห็น

            ทว่าวันนี้พวกเขาทั้งสิบได้ประจักษ์ถึงความโหดร้ายและเด็ดขาดนั่นเข้าให้แล้ว!

            “...คงไม่ต้องให้ข้าอธิบายนะ” เจ้าตัวถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

            เป็นอันว่าสภาอาวุโสทั้งสิบถูกยุบลงจนเหลือเอาไว้เพียงแค่ตำนาน...

            เสียงร้องโหวกเหวกโวยวายเริ่มลดเสียงลงเรื่อยๆ ตามระยะทางที่ทิ้งห่างเรื่อยๆ ร่างสูงทิ่มหน้าตนลงกับโต๊ะอย่างไม่ออมแรงจนมังกรคู่หูขององครักษ์ทั้งแปดต่างพากันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ มังกรร่างจิ๋วทั้งแปดรีบบินเข้าหามนุษย์เพียงหนึ่งที่เหลืออยู่ในห้องนี้ด้วยความเป็นห่วง

            “เป็นอะไรไปหรือ!?” มังกรทรายถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

            “เหนื่อยชะมัด...ต้องตีหน้านิ่งต่อหน้าเจ้าพวกนั้น...”

            “...” ปกติท่านก็หน้านิ่งอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!? มังกรทั้งแปดท้วงในใจ

            “เฮ้อ~! เอาเถอะ ยังไงก็ปลดไปเปรอะหนึ่งล่ะ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีกลับมาเป็นสีทองปรายตาไปยังกองเอกสารเมื่อครู่...ความรู้สึกคุกรุ่นในใจของเจ้าตัวทำให้กระดาษกองนั้นติดไปสีขาวขึ้นจนเหลือเพียงแค่เศษขี้เถ้า ทว่าเจ้าตัวคนเผาเองที่ต้องชะงัก

            ทำไม...ไฟถึงเป็นสีขาว ไม่ใช่สีดำเหมือนทุกที!?

            “ท่านคิดว่าพวกมันจะโผล่หางออกมาจริงรึ” เสียงหวานของมังกรนิลปฐพีซึ่งเป็นตัวเมียเพียงหนึ่งเดียวในบรรดามังกรทั้งแปดตนร้องถามขึ้น

            ดูเหมือนว่าเสียงของมังกรนิลปฐพีจะช่วยดึงสติของดารีเซญ์กลับมา ดวงตาสีทองทอประกายวาวกับแผนที่ตนวางเอาไว้กับเหล่าองครักษ์ทั้งแปดและใครอีกคนก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งในด้วยร่างของใครอีกคนที่ว่า

            “โผล่สิ...ในเมื่อพวกเราบีบคั้นมาถึงขนาดนี้แล้ว” ว่าแล้วดวงตาสีทองก็หรี่ลง มังกรทั้งแปดมองแววตาของผู้ล่าของอีกฝ่ายแล้วก็ถึงกับสะท้าน “พวกปีศาจงั้นรึ...ดูเหมือนว่าพวกมันเองก็ไม่ปล่อยที่นี่เอาไว้เช่นกัน”

            “...นายน้อย...”

            “เอาเถอะ ถึงพวกมันจะไม่มายุ่งกับที่นี่ยังไงข้าก็ไม่ปล่อยศัตรูที่กล้าหันดาบใส่พวกเราไว้ตั้งแต่แรกแล้ว...ความแค้นทั้งหมดจะต้องจบลงเสียที”

            มังกรทั้งแปดตนค้อมหัวให้บุคคลตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียง ดารีเซญ์...ไม่สิ ผู้ที่ใช้ร่างของดารีเซญ์อยู่ถึงกับผงะกับท่าทางของมังกรทั้งแปดตนที่อายุมากกว่าตนตรงหน้า

            “พวกข้าดีใจที่ท่านกลับมาที่นี่...นครฝั่งใต้แห่งนี้ และดีใจที่จะได้ต่อสู้ร่วมไปกับท่าน...นายน้อย”

            ดวงตาสีทองที่ทอดมองมังกรทั้งแปดอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็น รอยยิ้มบางระบายบนริมฝีปากที่ยิ้มยากยิ่งเสียกว่าอะไร น่าเสียดายนักที่มังกรทั้งแปดเอาแต่ก้มหน้าจนพลาดมองของหายากไป เสียงที่นุ่มกังวานสะท้อนไปมาในหัวของมังกรทั้งแปดอย่างนุ่มนวล

            “ขอบคุณพวกเจ้ามาก”

            ขอบคุณ...ที่อยู่ข้างข้ามาตลอด

            ตูม!!! เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นด้านนอกปราสาท ซินดาเทียในร่างของดารีเซญ์แลมังกรทั้งแปดหันขวับไปยังทิศที่เกิดเสียงระเบิดเมื่อครู่ ทางนั้นมัน...คุกใต้ดิน

            “เริ่มเร็วกว่าที่คิดแฮะ” ซินพึมพำเสียงเบา

            ร่างสูงกระโดดลงจากหน้าต่างชั้นที่ตนอยู่...ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของปราสาทหลังนี้และเป็นชั้นที่สิบ! มังกรทั้งแปดบินตามออกมาพร้อมกับขยายร่างของพวกตนให้ใหญ่ขึ้น หนึ่งในนั้นรับร่างของซินดาเทียขี่หลังตนอย่างนุ่มนวลและบินไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว! ดวงตาสีทองเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

            สิ่งที่เธอไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น...

            ด้านหน้าของคุกมืดเป็นหลุมบ่อใหญ่ที่เกิดจากแรงระเบิด สภาอาวุโสทั้งสิบอยู่ในสภาพสะบักสบอมเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์...ที่บ่งบอกว่าอาการของคนทั้งสินในตอนนี้นั้นมีทางรอดน้อยมากแม้จะได้รับการรักษาเสียแต่ตอนนี้ และ...ร่างส่วนต่างๆ ขององครักษ์ทั้งแปดกระเด็นห่างกันไปคนละทิศละทาง

            ที่สำคัญ...ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ซินไม่คุ้นหน้ามาก่อนยังยืนอยู่ใจกลางหลุมนั่นพอดี!

            สัญชาตญาณร้องเตือนพวกเขาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากชายผู้นี้

            คนคนนั้นเป็นชายหนุ่มที่ดูๆ แล้วน่าจะมีอายุพอๆ กับดารีเซญ์ ผมสีดำสนิทยาวคลอลำคอ ดวงตาสีเลือดที่มีขีดสีดำผ่ากลางกับกลิ่นไอแบบนี้ แค่มองแวบเดียวพวกซินก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นปีศาจ!

            แถมยังไม่ธรรมดาเสียด้วย

            ซินดาเทียกัดฟันกรอดเมื่อเห็นสภาพศพขององครักษ์ทั้งแปดที่ไม่เหลือชิ้นดีเลยสักคน แผนของเธอพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะแผนของเธอถึงได้ทำให้คนทั้งแปดคนต้องมาจบชีวิตลงที่นี่!

            “นายน้อย?” มังกรสีเผือกที่ให้ซินขี่หลังอยู่ส่งเสียงร้องเรียกเมื่อสู้สึกได้ว่าคนที่ขี่หลังตนอยู่ขยุ้มเส้นขนของมันแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์

            “อพยพคนทั้งหมดได้เร็วที่สุดเท่าไหร่” เสียงเบายิ่งกว่ากระซิบของซินทำให้มังกรสีเผือกขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจที่จะตอบ

            “เร็วสุด...เห็นจะสักครึ่งชั่วโมงได้” เนื่องจากนครฝั่งใต้ในตอนนี้ยังมีไม่กี่ครอบครัวที่เข้ามาตั้งรกราก แต่บ้านเรือนเหล่านั้นก็ตั้งได้กระจัดกระจายและห่างกันมาก

            “ฝากด้วย ข้าคงถ่วงเวลาให้ได้สักยี่สิบนาที” ซินก้มลงกระซิบเสียงแผ่วมากกว่าเดิม “ข้าเชื่อพวกเจ้า แล้วก็...ขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย”

            ร่างสูงกระโดดลงจากหลังของมังกรสีเผือก หากเป็นคนปกติคงได้มีแขนขาหักกันไปข้าง หากแต่อีกฝ่ายที่เป็นสายเลือดต้องห้ามทั้งยังเคยใช้ร่างมังกรมาครั้งหนึ่งแล้วนั่นไม่ใช่ปัญหา มังกรสีเผือกกัดฟันแน่นหากแต่มันก็ยอมกับอีกเจ็ดตนหนีไปตามคำสั่งที่ซินดาเทียทิ้งท้ายเอาไว้

            “เห...เจ้าจะสู้กับข้าคนเดียวงั้นรึ? ซินดาเทีย ไซย์ทาเลีย” ปีศาจตรงหน้าแสยะยิ้ม แววตาสีเลือดจ้องมองมายังอดีตจักรพรรดิที่ยังคงใช่รูปร่างของพี่ชายตนเองอยู่

            “ต้องการอะไร” หากแต่ซินดาเทียกลับเอ่ยเสียงเรียบโดยเมินประโยคคำพูดของอีกฝ่ายไป

            “อืม~ เจ้าเป็นถึงทายาทของไทวะ เจ้าเองก็น่าจะรู้เห็นมันแล้วนี่...ผ่านทางพลังนิมิตของไทวะ”

            “อะไรนะ?”

            รอยยิ้มของอีกฝ่ายเริ่มบิดเบี้ยวมากกว่าเดิม “...ลาเบียร์จะต้องพินาศ พวกเจ้าจะต้องชดใช้ อะไรก็ตามที่เป็นของพวกเจ้า...พวกเราปีศาจจะทำลายทิ้งให้หมด!

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาสีทองก็เบิกกว้าง ก่อนที่เจ้าตัวจะกัดฟันแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เมื่อเริ่มปะติดปะต่อได้จากความฝันและน้ำเสียงที่ปีศาจตรงหน้าใช้ “แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะไม่รู้เห็นด้วยงั้นรึ?”

            “มันไม่เกี่ยวสักหน่อย! แค่พวกมันเป็นคนที่เจ้าให้ความสำคัญพวกข้าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปล่อยมันเอาไว้เลยสักนิด!

            “ไอ้บ้าเอ๊ย!!!” ซินดาเทียคำรามลั่น เพลิงสีขาวกระพือโหมลุกทั่วร่างจนเด็กสาวกลับมาอยู่ในร่างเดิมของตัวเอง...ไม่มีแล้วเหตุผลที่ต้องปกปิด ในเมื่ออีกฝ่ายมาถึงนี่เพราะรู้ว่าเธออยู่ที่นี่

            ร่างของทั้งสองคนพุ่งเข้าใส่กัน แรงปะทะรุนแรงอย่างที่ไม่มีใครยอมใครทำให้บรรยากาศโดยรอบเริ่มเกิดความปั่นป่วน เพียงแค่ทั้งสองปะทะกันด้วยมือเปล่าก็เกิดแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินโดยรอบที่ทั้งสองยืนอยู่ ซินกัดฟันแน่น...นี่เป็นครั้งแรกที่ซินเจอคู่มือที่สามารถรับการจู่โจมของเธอด้วยมือเปล่าได้ แรงปะทะกันของทั้งสองคนทำให้ซินนึกถึงเหตุการณ์ที่ต้องสู้กับมังกรมารเมื่อเกือบสองปีก่อนขึ้นมา

            “เพื่ออะไร...เจ้าทำไปทุกอย่างเพื่ออะไร!?

            “มันง่ายนิดเดียว...เพื่อท่านแม่ของข้ายังไงล่ะ” ชายตรงหน้าหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

            ได้ยินเช่นนั้นซินก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้า ดาบจิตหลายเล่มปรากฏอยู่ด้านหลังเด็กสาว เมื่อชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็รีบเตะเข้าที่สีข้างของเด็กสาว ซินรีบผละตัวหลบแล้วปล่อยดาบจิตใส่อีกฝ่ายทันที! แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็รอช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน เพราะทันทีที่ซินผละตัวออกปีศาจตรงหน้าเองก็ถอยหนีห่างจนมีเวลาหลบดาบจิตของเธอที่พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทันได้!

            “อย่ามายุ่งกับคนของข้า!!” เสียงใสตะหวาดกร้าว ปานมังกรสีทองเริ่มลามไปทั่วทั้งร่างอย่างรวดเร็ว ใบหน้าดุดันราวกับสัตว์ป่าเวลาเผชิญหน้ากับศัตรูทำให้ปีศาจหนุ่มแสยะยิ้มอย่างถูกใจ

            “เห็นทีคงจะไม่ได้...เพราะหลังจากที่ข้าฆ่าเจ้าตรงนี้แล้ว ข้ายังต้องไปฆ่าเจ้ามังกรแปดตัวนั้นอีก... อ้อ รวมถึงเจ้าชายลำดับสามแห่งมอลโนวานั่นด้วย” มือซ้ายยื่นไปด้านข้างตัว “จงสั่นคลอนนรก ชาเอไทม์!

            ซินดาเทียรีบเบี่ยงตัวหลบเมื่ออีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่พร้อมชาเอไทม์ จากการปะทะกันตรงๆ คราวที่แล้วทำให้ซินรู้ว่าแรงของเธอทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ ยิ่งอีกฝ่ายมีชาเอไทม์อยู่ในมือเช่นนี้เธอเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ! มือซ้ายทาบลงกับอกเตรียมเรียกชาเอไทม์ออกมาใช้ ทว่ายังไม่ทันได้ออกปาก...เพียงแค่คิดจะเอาออกมาเท่านั้น ร่างเล็กก็ทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดทรมานที่แล่นไปทั่วทั้งร่าง!

            เด็กสาวอ้าปากออกมา ไม่มีแม้กระทั่งเสียงร้อง หายใจไม่ออก...นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?

            “หืม...ดูเหมือนว่าตั้งแต่เจ้ากลับมาก็ไม่เคยเอามันออกมาใช้เลยสินะ” ปีศาจหนุ่มตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่นอนหอบหายใจอยู่กับพื้นที่ท่าทางเหมือนคนหายใจไม่ออก “...ถึงได้ไม่รู้ว่าพลังของตัวเองถูกผนึกโดยพลังอีกครึ่งในร่างของตัวเอง”

            “!!!

            “ตกใจแบบนี้...ไม่รู้จริงๆ สินะ” ปีศาจหนุ่มหัวเราะคิก ร่างสูงย่อตัวลง มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือชาเอไทม์ลูบไล้ใบหน้าของเด็กสาวอย่างหลงใหล “อา...อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังสิ เจ้าเป็นถึงคนที่มอบเขี้ยวน้ำนมให้กับนายท่านของข้าเชียวนะ หึๆ”

            ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง...เธอไม่เคยให้เขี้ยวน้ำนมกับใครนอกจากฟรองเซ่กับ...

            “หึๆ หลังจากที่ข้าฆ่าองค์ชายลำดับสามนั่น ข้าคิดว่าข้าจะตามหาตัวนางล่ะ...”

            ปานมังกรสีทองของซินเริ่มซีดมากขึ้นเรื่อยๆ หากดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนไปนี้ หรือไม่...ก็ไม่ได้สนใจ แต่จะยังไงก็ช่าง เพราะตอนนี้ในใจของซินดาเทียเริ่มกู่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสีฟ้าเข้มเหลือกโพลงมากกว่าเดิมจนกลัวกว่าคู่ตาคู่นั้นจะหลุดออกมาจากเบ้า พลังที่ไหลเวียนอยู่ในกายเริ่มปั่นป่วนจนทำให้เด็กสาวรู้สึกร้อนระอุไปทั้งตัว

            ราวกับว่ามีแรงอันมหาศาล...

            ราวกับว่ามีพลังที่ไม่รู้จักเกิดขึ้นในร่างของตน...

            ...แล้วระเบิดออกมา

            ดวงตาสีเลือดของปีศาจตรงหน้าเลิกกว้างเมื่อเห็นแสงสีทองซีดแผ่ออกมาจากร่างเล็กพร้อมกับจิตมหาศาลที่ปะทุออกมาจากร่างนั้นมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างสูงรีบผละตัวออกอย่างรวดเร็วและใช้เวทข้ามมิติเมื่อพอนึกได้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นต่อจากนี้

            สิ่งที่ซินดาเทียเห็นเป็นภาพสุดท้ายคือร่างของปีศาจตนนั้นหายเข้าไปในเวทข้ามมิติ และเลือนรางลงเรื่องๆ จากแสงประหลาดที่เริ่มกระจายตัวไปทั่วทั้งพื้นที่จนดวงตาสีฟ้าเข้มไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้อีกนอกจากสีสว่างที่จะเป็นสีขาวก็ไม่ใช่ สีทองก็ไม่เชิง

            เสียงสุดท้ายดังขึ้นในหัว

            “อ้อ เกือบลืม...ข้าชื่อ อ็อต ลันเทิร์น หวังว่าพวกเราคงได้พบกันอีก...”

            เมื่อเปลือกตาปิดลง ภาพของสถานที่อันแสนคุ้นตาและน่าคิดถึงก็แจ่มชัดขึ้นในหัว ป่าสีเขียวชอุ่ม...กับศิลาสีหม่นขนาดยักษ์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าจนเตะตาเมื่ออยู่ในป่าแห่งนั้น

            ศิลาแห่งการกำเนิด...ของเธอ

 

 

------------------------------------------------------

            จบไปอีกตอน... (หัวแฮทแฮงค์แล้ว T^T)

            ตะลึงกับการที่จะมีคนมาลากแฮทขึ้นจากหลุม =[]=! ไม่ได้ล่ะ ก่อนที่จะมีนักอ่านคนไหนตามหาหลุมหลบภัยของแฮทเจอ แฮทต้องเอาตอนใหม่มาให้ก่อน! (เดี๋ยวไม่มีหลุมให้อยู่ล่ะยุ่งเลย)

            จะเกิดอะไรขึ้นกับซินดาเทียต่อไป? สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร?

            โปรดติดตามตอนต่อไป.

            ตอนต่อไป Syn 014 ล่มสลายอีกครั้ง

            ติดตามกันต่อไปนะค้า~ >O<

 

            ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ ตอนนี้แฮทเริ่มดีขึ้นแล้ว ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เหมือนชาวบ้าน (?) แล้ว ^^

            เอ่อ...สุดท้ายนี้ ภาคสองนี้พระเอกนางเอกเราอยู่กันคนละทิศเลยเนอะ แหะๆ ^^; (แฮทจะโดนดักตีหัวไหมเนี่ย?)

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

744 ความคิดเห็น

  1. #218 mon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2557 / 16:53
    อ๊ากกก ค้างอ่ะไรท์ รีบมาต่อไวนะคะ ปล.อยากรู้จังว่าหลุมหลบภัยของไรท์อยู่ที่ไหน คิๆๆๆๆ
    #218
    0
  2. #217 Gutjy_Melody (@kimi-kim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 09:32
    มาอัพแบ้ววว กี๊ดด!!! ว่าแต่...หลุมหลบภัยอยู่ที่ไหนหรอเจ้าคะ อยากเห็นจังเลย*-*
    #217
    0
  3. #215 ..... (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 21:28
    อ๊ากกกกกก ค้างครับไรท์ ค้างยิ่งกว่าอะไร (รีบๆมาต่อนะครับ)
    #215
    0
  4. #214 j-nai (@j-nai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 21:08
    จะติดตามรอนะครัช
    #214
    0
  5. #213 LoKi VampirE (@ri-j_yoh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 20:40
    เง้อ เรานี่แหล่ะ จะดักตีไรท์ เพราะทำให้มันค้างขนาดนี้
    #213
    0
  6. #212 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 19:05
    งือ องครักษ์มังกรทั้งแปดตายเลยหรอ ฮือ แล้วซินเป็นไรอ่า ว่าแต่อีกคนที่ได้เขี้ยวน้ำนมของซินคือเด็กผู้หญิงที่ซินช่วยไว้นี่ ความลับเยอะจัง....

    ปล.สนุกมากค่า ขอให้หายไวๆน้า 
    #212
    0
  7. #211 PIASIM (@piasimcafe30236) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 17:52
    อยากอ่านต่อจังเลย. พี่ซินที่จริงลืมไปแล้วน้าเนีย5555 ไม่ค่อยมีบท. แต่ไม่เป็นไร มีบทของนางเอกเราก็พอ:). อยากอ่านต่อออออมากกกกเลยอะอะ. กำลังสนุกกก. นางเอกเราจะเป็นไงต่อน้า. ขอบคุณค่ะ
    #211
    0
  8. #210 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 17:47
    Shock!!!!!
    โอเคร๊ หนักกว่าเดิม...ค้างแบบยกกำลังเลยนะคะกะซิกๆ
    ปอลิง ท่านแฮทมิต้องห่วงฟรองซ์กับซินห่างกันเขาไม่ดักตีหัวท่านหรอก แต่...ระวังสากบินนะคระ>3<
    #210
    0