Qwaze II มหาสงครามสามอาณาจักร

ตอนที่ 12 : Syn 010 เจ้าหญิงรัชทายาทแห่งซาเดีย [I] - ร่องรอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    1 พ.ย. 57

Syn 010 เจ้าหญิงรัชทายาทแห่งซาเดีย [I] - ร่องรอย

            “ซิน...เมื่อคืนเจ้าได้นอนหรือเปล่า”

            “หืม...”

            ดวงตาสีฟ้าเข้มละจากภาพการฝึกซ้อมเบื้องหน้าไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างตน...ชายผู้เป็นคู่หมั้นของเธอ ดวงตาสีน้ำตาลแดงที่ฉายแววเย็นชาตลอดเวลาทว่าตอนนี้กลับจ้องมายังเธอด้วยสายตาเป็นห่วง

            ปกติชายหนุ่มหัวหน้าหน่วยจะออกไปหาข้อมูลข้างนอกกับคนอื่นๆ โดยให้เพลอยู่เป็นเพื่อนซินดาเทีย หากแต่ในเช้าวันนี้เด็กสาวกลับมีอาการประหลาด...เหม่อลอย เหมือนกับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ซ้ำเชลก็ยังหายตัวไปเสียเฉยๆ ดังนั้นวันนี้ฟรองเซ่จึงมาอยู่เป็นเพื่อนซินแทนเพล

            ปลายนิ้วเรียวยาวได้รูปลูบผิวหนังใต้ตาของเด็กสาวอย่างเบามือและอ่อนโยน หากเป็นหญิงอื่นคงได้ใจเต้นแล้วสลบคากองเลือด หากแต่ซินกลับต่างออกไป...เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเสียมากกว่า

            “ใต้ตาเจ้าออกสีคล้ำหน่อยๆ”

            ใช่ มันผิดปกติมากจนฟรองเซ่สามารถสังเกตได้ ไม่สิ แค่เรย์กะยังรู้ตัวเลยว่าซินดาเทียในวันนี้แปลกไป

            “อืม...ข้าคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”

            “เรื่องข้อมูลที่เจ้าได้มาจากเจ้าปีศาจนั่น?”

            “มีส่วน แต่ข้าก็คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบสองปีก่อนด้วย”

            จบประโยคนี้ฟรองเซ่ก็ชะงัก ชายหนุ่มชักมือกลับแล้วจ้องดวงตาสีฟ้าเข้มที่ตอนนี้นิ่งเรียบ...เหมือนกับเมื่อเกือบสองปีก่อน ตอนที่เด็กสาวตรงหน้าเขายังคงเป็นจักรพรรดิมังกรอยู่

            เขาไม่ชอบเลย...ดวงตาแบบนั้นของซินดาเทีย

            มือเล็กทั้งสองข้างตบแก้มของคนตรงหน้าพร้อมกัน เสียงหัวเราะน้อยๆ ดังออกมาจากซินดาเทีย ฟรองเซ่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาไม่เข้าใจ

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ แค่เจ้าทำหน้าเย็นชาก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เจ้าแล้ว”

            ก็เพราะนอกจากเจ้าแล้วข้าไม่ชอบให้คนอื่นมาเข้าใกล้ข้า...

            “ข้าไม่เป็นไรหรอก เจ้าก็รู้นี่ว่าชีวิตข้าผ่านอะไรมาบ้าง”

            ก็เพราะรู้น่ะสิถึงได้ห่วง...

            “เจ้าเป็นเจ้าชีวิตของข้านะ เข้มแข็งหน่อยสิ เจ้ารู้ไหมว่าข้าอยากต่อยปากเจ้าคนที่บอกว่าเจ้าอ่อนแอจริงๆ แต่ก็ทำได้แค่นิ่งเงียบไว้เพราะเห็นแก่หน้าเจ้า”

            “...” ข้าเองก็ไม่ชอบที่มีใครมาดูถูกเจ้าเหมือนกัน!

            “อีกอย่าง ข้าไม่ชอบให้คนที่ข้าชอบต้องทำหน้ากลุ้มแบบนั้นนะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ฉีกยิ้มสดใส...อย่างที่เธอในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาพยายามยิ้มให้เขาบ่อยๆ

            ฟรองเซ่รู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้นแรงอย่างไม่เป็นจังหวะอีกครั้งเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากซินดาเทียคนนี้ เขารู้ดีว่าตั้งแต่ที่เด็กสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งเธอพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อพวกเขามากแค่ไหน ไม่อยากให้พวกเขาลำบากใจกับสถานะของเธอ ไม่อยากให้พวกเขารู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวเธอยามเผลอ

            จิตมาร...ฟรองเซ่รู้ดีว่ามันยังอยู่ในตัวของซินดาเทีย

            ไม่สิ ถ้าต้องเรียกให้ถูก...มันคือจิตของมังกรสวรรค์ต่างหาก จิตที่มังกรสวรรค์ทุกตนมี ยิ่งเป็นถึงระดับราชาก็ยิ่งมีพลังนี้แข็งแกร่งมากขึ้น จิตที่เกิดจากพลังของชาเอไทม์ของมังกรสวรรค์!

            แม้ร่างกายจะเป็นมนุษย์แล้วยังไง? ถึงอย่างไรเสียเด็กสาวตรงหน้าเขาก็ยังคงมีสายเลือดของลาเบียร์และไซย์ทาเลียซึ่งเป็นมังกรสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดไหลเวียนอยู่ในร่างอยู่ดี เธอแข็งแกร่งและน่ากลัว...ซึ่งตอนนี้ร่างกายของเธอก็สามารถรับพลังทั้งหมดนั้นได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงแล้ว

            เธอคนนั้นเมื่อเกือบสองปีก่อนกลับมาแล้ว

            “เจ้าเองก็เหมือนกัน ถ้าหนักใจอะไรเจ้าก็ควรจะเล่าให้ข้าฟังบ้าง”

            “ข้ารู้ว่าถึงข้าไม่เล่า เจ้าก็ยังเชื่อใจข้าอยู่ดี”

            ฟรองเซ่รู้สึกว่าหัวใจของตนเองกำลังกระตุกกับถ้อยคำเรียบง่ายของเด็กสาวตรงหน้า...แต่ทว่ามันกลับมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขามากเหลือเกิน

            เพราะนั่นแสดงว่าอีกฝ่ายก็เชื่อใจเขาเช่นกัน

            ใช่แล้ว เพราะอีกฝ่ายคือซินดาเทีย คือคู่หูของเขา คือคนเพียงคนเดียวที่บอกว่าจะอยู่เคียงข้างเขาต่อให้เขาเป็นกบฏ...ทั้งๆ ที่รู้จักกันได้ไม่กี่วันแท้ๆ รู้จักตัวตนของอีกฝ่ายแล้วหรือก็เปล่า หากแต่คนตรงหน้าของเขาคนนี้กลับรักษาคำพูดของตัวเอง ไม่เคยโกหกเขาเลยสักครั้ง และที่สำคัญที่สุด...เธอเชื่อในตัวเขาจากใจจริง

            อะไรคือสิ่งที่ทำให้เขาเลือกซินดาเทียน่ะหรือ?

            คำตอบมันทั้งสั้นและง่ายเพียงนิดเดียว...เพราะคนตรงหน้าเขาคือซินดาเทียยังไงล่ะ

            ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นใครหรือชื่ออะไรเขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น ขอเพียงแค่อีกฝ่ายยังคงเป็นตัวของตัวเองเช่นนี้ต่อไปก็พอ

            “จริงสิ เมื่อเช้าตอนข้าเข้าไปในเมืองข้าได้ยินพวกชาวบ้านคุยกันว่าวันนี้องค์หญิงของอาณาจักรนี้จะกลับมาที่นี่ล่ะ!” ดวงตาสีฟ้าเข้มที่เป็นประกายวาววับของเด็กสาวในคราบหนุ่มน้อยตรงหน้าทำให้ฟรองเซ่อดยิ้มขำเสียไม่ได้

            “ข้าได้ยินมาว่านางสวยด้วยนะ” ฟรองเซ่ต่อประโยคให้

            ใบหน้าของเจ้าตัวเล็กยิ่งดูตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น หากเป็นคนอื่นในหน่วยหรือในหอเซาท์คงจะปลงกับท่าทางเช่นนี้ของท่านหัวหน้าหอของตนแน่ หากแต่กับฟรองเซ่นั้นเขาคิดว่าต่อให้คนตรงหน้าจะชอบผู้หญิงสักกี่คน แต่เอาเข้าจริงเจ้าตัวก็ไม่แตะต้องอยู่ดี

            บทเรียนที่ได้รับจากธิดาอเวจีผู้นั้นเป็นเครื่องยืนยันความมั่นใจให้ฟรองเซ่ได้อย่างดี

            แต่...

            “ข้าให้เจ้ามีภรรยาได้แค่คนเดียวนะ” ฟรองเซ่ขัดอีกฝ่ายเสียก่อนที่จะได้คิดก่อเรื่องแปลกๆ ขึ้นให้วุ่นวายมากไปกว่านี้

            ซินดาเทียทำแก้มป่องทันที “เจ้าก็รู้ว่าข้าแค่ชอบของสวยๆ งามๆ เรื่องเรย์กะมันเป็นเหตุสุดวิสัย”

            “เพราะข้าเข้าใจไงข้าถึงได้อนุญาตน่ะ”

            เพียงแค่นั้นเจ้าตัวเล็กก็ฉีกยิ้มกว้าง ฟรองเซ่เห็นรอยยิ้มที่หาได้ยากของอีกฝ่ายก็ทำเอารู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันที มือหนาเสยผมสีบรอนซ์ของตนพลางปิดหน้าครึ่งหนึ่งของตน

            ขี้โกง

 

            “ไง...หายหน้าไปนานเลยนะ” ชายหนุ่มเจ้าของมาดเถื่อนเอ่ยประชดกึ่งงอนใส่เด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มที่กำลังเดินมาหาเขา

            “ก็แค่สี่วัน...”

            “ห้าวันเลยต่างหาก!” คาชีล์ประท้วง

            ซินดาเทียยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทันกับเสียงของชายหนุ่มมาดเถื่อนที่ตะโกนใส่หูเธอ เด็กสาวหน้ายู่ “ห้าก็ห้า อย่าตะโกนใส่หูข้าได้ไหม”

            กษัตริย์คาชีล์ถอนหายใจให้กับสหายนิสัยแปลกของตน จะโกรธอีกฝ่ายก็ไม่ได้เพราะเขาได้ยินข่าวลือมาว่าอีกฝ่ายจับปีศาจได้ตนหนึ่ง...คงจะสนุกสนาน (?) กับการรีดข้อมูลจากเชลยน่าดู

            “แล้วได้อะไรมาบ้างล่ะ” ดวงตาสีน้ำตาลลอมทองเฉมองไปทางอื่นซึ่งมีผู้คนเดินพลุกพล่านเต็มไปหมด...กลบเกลื่อนสายตาผู้คนว่าตนเพียงแค่เดินผ่านมา หาได้นัดกับเจ้าตัวเล็กนี่ตั้งแต่แรก

            นี่เป็นครั้งแรกที่คนตัวเล็กกว่าเรียกให้เขามาพบในตอนกลางวัน...ท่ามกลางตลาดที่มีผู้คนแน่นขนัดแบบนี้!

            “เยอะ...น่าสนใจมากเลยทีเดียว”

            “หืม...” ชายหนุ่มลากเสียงยาวพลางเลิกคิ้วขึ้นมองซิน หาได้ยากนักที่อดีตจักรพรรดิคนนี้จะสนใจอะไรสักอย่างขึ้นมาเช่นนี้

            ดวงตาสีฟ้าเข้มกลอกไปมา หากแต่คาชีล์รู้ดีว่าท่าทางในตอนนี้ของซินนั้นไม่ได้กำลังรู้สึกเบื่อหน่ายเขา...แต่เป็นอีกอย่างที่เจ้าตัวกำลังกังวล สุดท้ายแล้วอดีตจักรพรรดิก็เอ่ยปากขึ้น “เดินไปคุยไปเถอะ”

            เพียงเท่านั้นกษัตริย์ผู้มีงานอดิเรกเป็นการหาความลับและข้อมูลก็เข้าใจได้ในทันที...มีคนตามซินดาเทียมา ชายหนุ่มมาดเถื่อนจึงออกเดินนำหน้าโดยไม่เผยพิรุธใดๆ โดยที่ซินดาเทียแกล้งทำเป็นสนใจร้านรวงที่อยู่ใกล้ๆ ตน สบโอกาสที่มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินผ่านตนรีบก้าวเท้าเร็วๆ ทันทีโดยพยายามไม่เผยพิรุธ

            ร่างในเงามืดเดินตามคนร่างเล็กไปเมื่อเห็นว่าเป้าหมายของตนเริ่มเคลื่อนไหว บุคคลปริศนารีบตามร่างเล็กที่เผลอแวบเดียวก็ทิ้งระยะห่างจากตนไปไกลจนเห็นเพียงแค่เงาไวๆ แล้ว! จะบอกว่าอีกฝ่ายรู้ตัวแล้วงั้นรึว่ากำลังโดนสะกดรอยอยู่!? บ้าไปแล้ว! มันลบจิตสังหารแถมยังแฝงตัวให้กลืนไปกับฝูงชนแล้วนะ! คราวนี้จากการก้าวเท้าเร็วกลายเป็นวิ่งทันทีเมื่อตนแทบไม่เห็นแผ่นหลังของคนตัวเล็กนั่นแล้ว บุคคลปริศนารีบวิ่งออกไปทันที ทว่าก็ต้องชะงัก...เมื่อตนเองหลุดไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

            “ป่า!?” บุคคลปริศนากัดฟันกรอด...มันคลาดสายตาไปจากเป้าหมายโดยสมบูรณ์แล้ว

 

            “เจ้าเด็กหน้าละอ่อนนั่นสินะที่เป็นสายให้พวกปีศาจ” คาชีล์ลูบหนวด (ปลอม) แผ่วเบาอย่างใช้ความคิด ดวงตาสีน้ำตาลลอมทองจ้องมองบุคคลที่ตามสหายของตนมาด้วยประกายเย็นชาจนน่าขนลุกในมุมสูง

            “ข้าว่าไม่น่าจะใช่” ดวงตาสีฟ้าเข้มที่ทอประกายเย็นชาไม่แพ้คนที่หลบอยู่บนกิ่งไม้อีกด้านของตนจ้องมองชายหนุ่มหน้าละอ่อนที่วันนี้อยู่ในชุดพื้นๆ เฉกเช่นชาวบ้านธรรมดาๆ แล้วหลับตาลงพลางส่ายหน้า “แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าเจ้านั่นอยู่ฝ่ายไหนกันแน่”

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปแล้วคาชีล์ก็ถอนหายใจออกมา “ตกลง...คราวนี้พวกเราจะคุยกันที่นี่สินะ” ว่าแล้วก็มองกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่ตนกำลังเหยียบอยู่

            ตอนนี้พวกเขาสองคนหลบอยู่บนต้นไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่งที่มีใบหนาเป็นพุ่ม หากให้มองจากมุมล่าง...ต่อให้สายตาดีแค่ไหนก็มองไม่เห็นพวกเขาแน่นอน โชคดีที่ป่านี้อุดมสมบูรณ์และมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่หลายต้น เพราะถึงอีกฝ่ายจะคิดว่าพวกเขาหลบอยู่บนต้นไม้แต่ก็ไม่รู้แน่ว่าซ่อนอยู่บนต้นไหน

            “ก็คงจะเป็นเช่นนั้น” ซินพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

            พวกเขาซ่อนอยู่บนต้นไม้ต้นเดียวกันแต่ยืนอยู่คนละกิ่ง ซินดาเทียนั่งลงแล้วคนข้างตัวก็เริ่มเปิดบทสนทนา

            “คุยที่นี่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ไปๆ มาๆ”

            อดีตจักรพรรดิเลิกคิ้วให้กับคำพูดของอีกฝ่าย...แสดงว่ามีบางสิ่งบางอย่างในป่านี้ที่ต้องการให้เธอดูให้ได้สินะ “จะไปเลยไหมล่ะ”

            “...ใจร้อนไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ” คาชีล์หัวเราะน้อยๆ ให้กับสหายก่อนที่จะกระโดดลงจากต้นไม้เมื่อแน่ใจว่าเจ้าคนที่ตามซินดาเทียมาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว คนร่างเล็กกระโดดตามลงไปแล้วเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ “มันเป็นวัตถุประหลาดขนาดยักษ์ มันดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าสนใจ...หากมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันทิวากรสีเงินเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ซึ่งมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ และหากเจ้าไม่ให้ข้อมูลส่วนนี้กับข้ามาข้าเองก็คงจะไม่สนใจมันเช่นกัน”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นซินดาเทียก็หูผึ่ง ดวงตาสีฟ้าเข้มที่ทอประกายเย็นชามาตลอดทางเริ่มทอประกายความหวัง คาชีล์เห็นท่าทางเช่นนั้นของอีกฝ่ายก็ลอบยิ้มอย่างอารมณ์ดี

            ท่าทางเหมือนเด็กนั่น...หากได้ยากยิ่งหลังจากที่อีกฝ่ายตัดเพื่อนกับเขาไปแล้ว

            ยิ่งเดินเส้นทางก็ยิ่งปกคลุมไปด้วยหมอกที่เริ่มหนาทึบมากขึ้นเรื่อยๆ หากแต่มันก็ไม่เป็นปัญหากับคาชีล์ที่มาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งกับซินดาเทียที่มีตาดวงดีๆ ของราชามังกรอยู่ ทั้งสองเดินไปโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร แล้วร่างสูงก็หยุดเดินเมื่อนำทางเด็กสาวมายังที่หมาย

            ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกกว้าง มองวัตถุขนาดยักษ์ตรงหน้า...ดวงความรู้สึกเช่นไรนั้นแม้แต่คาชีล์ก็ไม่อาจคาดเดาได้ อดีตจักรพรรดินิ่งเงียบมองสิ่งที่เห็นตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกโพลงอย่างที่คาชีล์ไม่เคยเห็นมาก่อน

            “กรงสีดำที่บิดเบี้ยว...ท่ามกลางหมอกหนาทึบ...” เด็กสาวพึมพำ ก่อนที่ความทรงจำส่วนหนึ่งจะประดังขึ้นในหัว

            ใช่แล้ว...กลิ่นอีกกลิ่นที่เธอได้จากปีศาจที่ถูกเธอจับเป็นเชลย...คือกลิ่นของหมอกนี่เอง!

            ไม่แปลกใจเลยที่ในตอนนั้นซินดาเทียนึกไม่ออก เพราะทั้งซินและดรูว์นั้นเดินทางผ่านสถานที่ที่มีหมอกน้อยมาก...อย่างน้อยก็มีอยู่ที่หนึ่งคือป่ากินคน

            ดูเหมือนว่าความดีความชอบครั้งนี้เธอต้องยกให้ท่านราชีนิภูติและเจ้าคนที่ยืนอยู่ข้างเธอเสียแล้ว

            “มันใหญ่เกินกว่าที่จะขังมนุษย์นะข้าว่า” คาชีล์เริ่มเสนอถึงความเป็นไปได้ ดวงตาสีฟ้าเข้มมองเจ้าสิ่งตรงหน้า

            “แต่ซี่กรงก็ถี่เกินกว่ามนุษย์จะหนีออกมาได้...” ซินขมวดคิ้วมุ่น “แถมที่ซี่กรงแต่ละซี่มันเบี้ยวได้ถึงขนาดนั้น...แสดงว่า...”

            ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วเริ่มรู้สึกว่ามีน้ำผุดขึ้นมาตามไรผมของตน

            “จักรพรรดิอีกคนมีสภาพเป็นมังกร”

            “แถมยังทุรนทุรายเพื่อให้ได้ออกไปจากกรงขังนี่” ว่าแล้วดวงตาสีฟ้าเข้มก็จ้องเจ้าสิ่งที่ตั้งอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่ชอบใจ และก่อนที่คาชีล์จะได้ตั้งตัว ดาบจิตสีดำของซินดาเทียก็พุ่งเข้าใส่กรงสีดำตรงหน้าพวกเขา

            ตูม!!!

            “...น่ากลัวแฮะ” กษัตริย์แห่งวิชเทห์ยิ้มแหย...โชคดีที่เขาไม่เคยคิดตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนคนนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เหลือแม้แต่ซากเหมือนกับเจ้ากรงสีดำขนาดยักษ์ที่ตอนนี้ได้อันตรธานไปจากโลกนี้เสียแล้ว

            วัตถุที่ทั้งใหญ่และแข็งแกร่งขนาดนั้นถูกทำให้หายไปได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ไม่อยากนึกเลยว่าหากสิ่งมีชีวิตโดนเข้าไปจะเหลือสภาพไหม!

            “ว่าแต่...เจ้าไม่เก็บมันไว้หรือ” ชายหนุ่มเจ้าของมาดเถื่อนหันไปถามสหายตน

            “ของพรรค์นั้นไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไว้” ซินดาเทียกัดฟันกรอดอย่างพยายามระงับอารมณ์ของตนที่ตอนนี้พุ่งขึ้นสูงจนแทบทะลุเพดาน “อีกอย่าง มันคงไม่ดีหากศัตรูมาเจอเข้า”

            เพราะมันมีกลิ่นของลาเบียร์อีกคนอยู่...ซึ่งซินดาเทียมั่นใจว่าเจ้าเชลยที่เธอจับมานั้นยังหาสิ่งนี้ไม่เจอ เพราะไม่อย่างนั้นมันก็คงจะไม่หันมาสนใจเธอและเบี่ยงประเด็นไปยังอีกคนแทน

            มันเป็นอย่างที่เธอคิด...ตามที่สัญชาตญาณของเธอกู่ร้องบอกออกมาตลอดเวลา

            ยิ่งนึกถึงภาพความฝันเมื่อคราวก่อนเรื่องราวก็ยิ่งเข้าล็อก มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เธอหาจักรพรรดิอีกคนเจอก่อนพวกปีศาจ! ดวงตาสีน้ำตาลลอมทองมองประกายตาที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้วางใจของคนข้างตัวแล้วก็ขนลุก

            “แล้ว...เรื่องอีกคน...”

            “ดูเหมือนว่าข้าต้องวานเจ้าอีกสักสองเรื่องแล้วล่ะ” ดวงตาสีฟ้าเข้มหันกลับมาสบกับเขาด้วยแววตาจริงจัง ขัดคำถามของเขากลางปล้อง หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกขัดใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อสบกับดวงตาสีฟ้าเข้มที่เต็มไปด้วยความจริงจังของคนตรงหน้า

            “...งานใหญ่ของจริงมาแล้วสินะ” คาชีล์ยิ้มแหย และมันก็เด่นชัดขึ้นเมื่อคนตรงหน้ายิ้มละไม

            จบงานนี้เมื่อไหร่เขาสาบานว่าจะไม่เฉียดเข้าใกล้สหายคนนี้อีกสักสามปี!

 

            ภายนอกวังว่าจัดงานต้อนรับองค์หญิงรัชทายาทแห่งซาเดียได้อย่างคึกคักแล้ว ทว่าภายในวังนั้นกลับคึกคักและวุ่นวายยิ่งกว่า เหล่าทหารทุกหน่อยต่างวิ่งวุ่นไปอยู่ตามจุดอารักขาของตน เหล่านางกำนัลที่ส่วนหนึ่งตระเตรียมการแสดง อาหาร และความสะอาดทั่วทั้งวัง พวกฟรองเซ่ที่ตอนนี้อยู่พร้อมหน้ากันทุกคนยกเว้นซินดาเทียมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความอึ้ง ทึ่ง และตื่นเต้นกับการต้อนรับทายาทองค์สุดท้องแห่งราชวงศ์ซาเดียอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้อาณาจักรไหนแม้จะเข้าสู่ช่วงของสงครามแล้วก็ตาม

            เว้นฟรองเซ่ไว้คนที่ตอนนี้รู้สึกอึดอัดกับสถานที่ที่มีคนแออัดมากขนาดนี้

            “หน้าเจ้าซีดนะฟรองเซ่” โคเรลที่หันมาเห็นสีหน้าของเพื่อนสนิทพอดีเอ่ยทักขึ้น

            “...ข้าไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะ” หัวหน้าหน่วยนักรบตอบด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาต่างจากปกติ หากมันก็ไม่รอดไปจากคนอื่นๆ ในหน่วยที่หูดีกว่ามนุษย์ปกติในระดับหนึ่ง

            “นี่เจ้ายังไม่ชินอีกหรือ” เพลถามหน้าเหวอ เห็นตอนอยู่มอลโนวาฟรองเซ่ก็เข้ากับคนอื่นได้เป็นปกติเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายหายจากอาการปฏิเสธผู้คนแล้วเสียอีก

            ฟรองเซ่เบือนหน้าหนีพร้อมพึมพำเสียงแผ่ว “ชินไม่ลง”

            คนอื่นๆ ในหน่วยยิ้มแหยให้กับท่านหัวหน้าหน่วย คำตอบที่เจ้าตัวตอบได้อย่างไม่ใส่ใจนั่นช่างเย็นชาเสียจริง แต่ก็สมกับเป็นคุณชายผู้เย็นชาแห่งหอเซาท์ล่ะนะ

            หากแต่ชเรดที่อยู่นอกวงสนทนา (เพราะไม่ได้สนใจ) กำลังมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าอย่างเหม่อลอย เชลหายไปตั้งแต่กลางดึก ซินดาเทียเองก็มีอาการแปลกๆ ตั้งแต่ตอนเช้า ดูเหม่อลอยผิดปกติ แถมสภาพยังเหมือนคนที่ไม่ได้นอนทั้งคืน ทั้งตอนนี้ก็ยังเข้าไปในเมืองยังไม่กลับมา

            หายไปไหน...

            ตอนนี้เชลก็ไม่อยู่ การที่เขาจะออกไปตามหาเด็กสาวคนนั้นจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะฟรองเซ่คงไม่อนุญาตให้เขาไปไหนตามลำพังโดยไร้เชลแน่ เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะนอกจากซินที่เขาเกรงใจกับอิสึกะผู้เป็นคู่หูของเขาแล้วมีเพียงแค่เชลเท่านั้นที่เอาเขาอยู่

            หากจะให้ฟรองเซ่ไปกับเขาด้วยตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แน่เพราะตำแหน่งหัวหน้าหน่วยทำให้เขากลายเป็นแขกคนสำคัญในงานนี้

            ทันใดนั้นดวงตาสีน้ำตาลแดงของบุคคลผู้โหดเหี้ยมเย็นชาไร้ความปราณีต่อผู้ใดก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มผมสีทองคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางนี้...คนที่เขารู้สึกไม่ถูกชะตาด้วยตั้งแต่แรกพบ

            รัชทายาทวอลโร

            ชายคนนี้คือคนที่ซินดาเทียรู้สึกไม่ชอบขี้หน้า และเขายิ่งรู้สึกไม่ชอบอีกฝ่ายมากขึ้น...เมื่อบางครั้งดวงตาสีฟ้าคมคู่นั้นจ้องมองเจ้าชีวิตของเขาด้วยความสนใจและคาดไม่ถึง

            เขาไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเธอคนนั้น และไม่ชอบอย่างยิ่งหากมีใครมาต้องตาเจ้าชีวิตของเขา!

            แค่เจ้าชายลำดับสามนี่ก็มากเกินพอแล้ว

            ว่าแล้วดวงตาสีน้ำตาลแดงของชเรดก็เสมองอย่างอื่นแทนก่อนที่เขาจะเก็บความหงุดหงิดในใจเอาไว้ไม่อยู่ ตอนนี้ไม่มีเชลแล้วคงไม่มีใครรู้แน่ว่าเขาในตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ เกิดพลั้งมือขึ้นมาต่อให้เป็นฟรองเซ่ก็ห้ามไม่ทันแน่ อีสโรว์ก็เพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้

            เลวร้ายสุดๆ

            “พวกเจ้าไม่ไปนั่งรอที่จุดของแขกหรือ?” วอลโรถามขึ้น ชเรดยิ่งเสมองสิ่งอื่นมากขึ้นกว่าเดิมโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

            “เอ่อ...พวกเรากำลังรอเจ้าตัวเล็กอยู่น่ะ” โคเรลรีบตอบอย่างรวดเร็ว เมื่อสีหน้าของฟรองเซ่ในตอนนี้กำลังจะพูดว่า ไม่เอา ข้าอึดอัด

            “เจ้าตัวเล็ก?” รัชทายาทวอลโรขมวดคิ้วมุ่นก่อนที่ดวงตาสีฟ้าจะเหลือบมองคนในกลุ่ม “หมายถึงเจ้าเด็กสายเลือดต้องห้ามนั่น?”

            “อ่า นั่นล่ะๆ เผอิญว่ารายนั้นชอบเที่ยวตลาดนิดหน่อยน่ะ คงจะเพลิน...”

            “ดูเจ้าตามใจเด็กนั่นจังนะ” รัชทายาทวอลโรหันไปพูดเชิงติเตียนกับฟรองเซ่ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยของซินดาเทีย

            ไร้ระเบียบ ไร้กฎเกณฑ์ ไร้ความรับผิดชอบ ไม่รู้จักเวลา ช่างเป็นคนที่น่าขัดใจจริงๆ! หากเจ้านั่นเป็นทหารของอาณาจักรนี้ล่ะก็เขาได้ปลดออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันแรกแล้ว เขาล่ะเกลียดคนประเภทนี้จริงๆ

            หากแต่ฟรองเซ่กลับทำเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นกับคำพูดที่ฟังยังไงก็กำลังติเตียนความสามารถในการคุมลูกน้องของเขาชัดๆ ...ทว่าไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าในตอนนี้ฟรองเซ่กำลังรู้จักเช่นไรกันแน่ ท่าทางของฟรองเซ่ในตอนนี้ไม่มีใครในที่ดีดูออก หากแต่ฟรองเซ่ก็ตอบอีกฝ่ายราวกับไม่รู้สึกอะไร

            “ซินต้องการอิสระ ซึ่งข้าเชื่อว่าใครก็ให้เด็กคนนั้นไม่ได้แน่”

            วอลโรชะงักกับคำตอบนั้น นี่มัน...จะบอกว่าหัวหน้าหน่วยนักรบมังกรคนนี้จงใจปล่อยให้ซินอยู่นอกเหนือคำสั่งของตนเองอย่างนั้นรึ? บ้าหรือเปล่า! ไม่มีหัวหน้าที่ไหนปล่อยให้ลูกน้องในสังกัดของตนอยู่นอกเหนือคำสั่งของตนเองเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะควบคุมได้ยังไง!

            “องค์รัชทายาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!!” ทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามา หยาดเหงื่อโทรมหน้าและเสียงหอบนั่นทำให้วอลโรรู้ได้ว่าทหารนายนี้คงวิ่งมาไกลแน่

            “เกิดอะไรขึ้น?” วอลโรถามอย่างใจเย็น

            “ปีศาจ! พวกปีศาจลอบจู่โจมขบวนขององค์รัชทยาทเวดีสระหว่างเดินทางมาที่นี่พ่ะย่ะค่ะ!

            “อะไรนะ!?” วอลโรร้องขึ้นด้วยความตกใจก่อนที่รัชทายาทหนุ่มจะสั่งการให้ทหารส่วนหนึ่งไปกับเขา ทั้งหมดวิ่งออกไปยังเส้นทางของชายแดนฝั่งเหนือซึ่งเป็นเส้นทางที่องค์หญิงเวดีสใช้เดินทางกลับมาที่นี่และถูกพวกปีศาจจู่โจม

            พวกฟรองเซ่มองเหตุการณ์ที่วุ่นวายมองขึ้นกว่าเดิมนิ่งโดยไม่คิดที่จะไปไหน หากแต่ชเรดกลับมุ่นคิ้วราวกับคนที่กำลังคิดไม่ตกก่อนที่จะหันไปถามฟรองเซ่

            “ซินรู้เรื่ององค์หญิงอะไรนั่นหรือเปล่า”

            คำถามที่ไม่คาดฝันของหนุ่มเย็นชาทำเอาคนจากมอลโนวาตะลึงเพลิด หากแต่ฟรองเซ่กลับตอบนิ่งๆ “รู้”

            “องค์หญิงอะไรนั่นสวยไหม”

            ตามติดมาด้วยคำถามที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตของชเรดผู้เย็นชาคนนี้จะเอ่ยปากถาม! ทุกคนอ้าปากค้างเพราะช็อกกับคำถามนี้

            “ข้ากับซินได้ยินมาว่าสวย แต่ไม่รู้ตัวจริงเป็นยังไง” ฟรองเซ่ตอบตามตรง ไม่มีแววอึ้งช็อกเหมือนคนอื่น

            “...ซวยแล้ว”

            คำพูดต่อมาของชเรดทำให้ฟรองเซ่ชะงัก โคเรลและเพลที่เริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องได้ก็รีบดึงวิญญาณเข้าร่างตนเองแล้วขมวดคิ้วตามชายหนุ่มผู้เย็นชาทั้งสอง

            “นี่เจ้าอย่าบอกนะว่า...” โคเรลอ้าปากพะงาบๆ

            ดูจากนิสัยที่ผ่านๆ มาของดรูว์ซึ่งซินดาเทียได้รับมาแบบเต็มๆ นั้นผนวกกับที่เจ้าตัวเล็กยังไม่กลับมาสักที แถมยังเป็นคนที่มีสัมผัสไวสุดๆ อีก...พวกเขาคิดได้เพียงแค่อย่างเดียว

            ซวย!!

 

            ภายในป่าทางฝั่งเหนือของซาเดีย ตามพื้นหญ้าและต้นไม้บางส่วนมีหยาดเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ โดยมีร่างในชุดคลุมสีดำจำนวนมากที่ล้มตายตามพื้น มือบางที่กระชากกลุ่มผมของปีศาจตนสุดท้ายในบริเวณนี้ขึ้นต้องปล่อยอีกฝ่ายลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตายไปแล้ว

            “ไม่ได้เรื่อง” ร่างเล็กที่เต็มไปด้วยหยาดเลือดของศัตรูพึมพำ ดวงตาสีฟ้าเข้มเหลือบมองศากศพของพวกปีศาจด้วยความเย็นชา “สู้กับพวกกบฏยังจะดูมีสาระมากกว่าพวกเจ้าอีก”

            ฝีมือเจ้าพวกนี้เทียบไม่ได้เลยกับกบฏระดับกลาง...ทั้งๆ ที่มีสมองมากกว่าแท้ๆ

            ใบหูเล็กกระดิกเมื่อได้ยินเสียงอาวุธกระทบกันในป่าอีกด้าน เด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ...ก่อนที่จะแสยะยิ้มร้ายแล้วเดินตามเสียงที่ว่าไปอย่างไม่รีบร้อน

            “หวังว่าคราวนี้จะมีอะไรดีๆ กว่านี้นะ”

            ถึกๆ อึดๆ กันหน่อยสิ ข้ายังมีเรื่องสงสัยที่อยากถามพวกเจ้าอีกเยอะ...

 

 

------------------------------------------------------------------

            จบไปอีกตอนแล้ว! เย้! \(T^T)/

            รู้สึกว่าช่วงนี้การแต่งควาเซมันช่างยากยิ่งนัก...ปวดหัวอ่า TOT

            ตอนนี้แฮทยังอยู่ในระหว่างการรักษาตัวระยะยาว จะพยายามต่อไปค่ะ!

            ตอนตอนไป - Syn 011 เจ้าหญิงรัชทายาทแห่งซาเดีย [II] - หลงใหล -

 

            เพียงแค่แรกพบสบตา...ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าคนคนนั้นต้องเป็นท่านเท่านั้น!

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

744 ความคิดเห็น

  1. #367 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 21:37
    มีสาวงามมาหลงหนูซินอีกแล้วใช่หรือไม่ - -;
    #367
    0
  2. #231 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 09:49
    หนุกม่กกกเยย
    #231
    0
  3. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 21:42
    ซินมาแล้ว  ดีใจที่สุด
    ฟรองเซ่น่าย๊ากมาก
    ฮาเร็มน้อยๆ?ของซิน
    ไม่ชอบวอลโรอ่ะ  ดูหน้าต่อย
    ซินเอ๋ย  ฉันกลุ้มแทนฟรองอ่ะ
    #172
    0
  4. #170 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 17:02
    ซินจะได้สาวมาเพิ่มในสต๊อกอีกคนละ55555555
    #170
    0
  5. #169 Qlookadxx (@qlookadxx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 03:05
    ตื่นเต้นมากอ่านเรื่องนี้ทีไร ชอบซินดาเทียย
    อัพไวๆน้า
    #169
    0
  6. #167 ไอจอมยุ่ง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 20:43
    สมกับการรอคอย...สนุกมาก

    ซินเก่งเสมอ

    เอ๊ะๆซินจะเจอไรอ่ะ

    เจ้าหญิงนั่นจะต้องหลงซินแน่นอนเลย

    อ๊ายๆๆๆรอไม่ไหวแล้ว...มาอัพเร็วๆน๊า
    #167
    0
  7. #166 Fair (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 20:40
    รอตอนต่อไปค่า เป็นกำลังใจให้นะ
    #166
    0
  8. #165 Fair (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 20:40
    รอตอนต่อไปค่า เป็นกำลังใจให้นะ
    #165
    0
  9. #164 surenchi luka (@eing2795) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 17:29
    เจ้าหญิงอะไรนั่นต้องหลงรักซินน้อยแน่ๆเลย อวยให้เปิดฮาเร็มค่า!!!!! 55555555
    #164
    0
  10. #161 dark rose (@41240) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 08:23
    สนุกฟุดฟุด::>_<::
    #161
    0
  11. #160 Sappire (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 22:43
    กรี้ดดด อัพแล้วว ดีใจน้ำตาไหลพราก55555555



    อย่าบอกน้ะว่าเจ้าหญิงจะหลงซินอีกคน เปิดฮาเร็มได้เลยนะเนี่ย555



    ขอให้หายไวๆ แล้วมาต่อเร็วๆน้ะค้า
    #160
    0
  12. #158 Argento morte (@reborn2555) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 19:05
    กริ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ฮาเร็มของซิน
    #158
    0
  13. #157 Argento morte (@reborn2555) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 19:05
    กริ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ฮาเร็มของซิน
    #157
    0