Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 79 : ::โชคชะตาบทที่ 67 :: วิหคเพลิงแห่งความแค้น (ภาคทาทารัส ปฐมบท)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

::โชคชะตาบทที่ 67 :: วิหคเพลิงแห่งความแค้น (ภาค???ปฐมบท)

 

“ช่างเป็นราชินีที่ปากไม่ตรงกับใจซะจริง” เอแคร์ที่ถูกประคองอยู่โดยลูซี่พูดออกมาเสียงแผ่ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดังพอให้ลูซี่ได้ยิน...แม้ว่าจะมีความสงสัยอยู่เต็มอกแต่หญิงสาวก็ไม่มีเวลามาใส่ใจแล้ว ตอนนี้เธอต้องรีบพาเอแคร์ออกไปจากบริเวณนี้โดยเร็วที่สุด

 

“เอแคร์?” ผู้อัญเชิญเทพแห่งดวงดาวชะงักกึกเมื่อรู้สึกเหมือนกับว่าคนที่พยุงอยู่ฝืนตัวไม่ไปกับเธอ และก็เป็นอย่างที่คิด...เอแคร์ฝืนตัวเองเอาไว้ไม่ยอมขยับเกินไปไหน “เราต้องรีบไปจากที่นี่นะ...”

 

“ลูซี่...พาฉันกลับไปที” หญิงสาวผู้เป็นนิรันดร์ขอร้อง บาดแผลหลายส่วนที่ถูกเผาเริ่มหายเป็นปกติ พลังกายเริ่มจะกลับมาทีละน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับขนาดที่ว่าจะเดินกลับด้วยตนเองได้ ลูซี่ที่ได้ยินดังนั้นพยายามที่จะปฏิเสธ

 

แม้ว่าเอแคร์จะเป็นอมตะจากนำตาของวิหคเพลิงเทียมตนนั้น แม้ไม่ตายแต่เวลาบาดเจ็บก็เจ็บเหมือนกับคนทั่วไป ลูซี่หลบสายตาของร้องของอีกฝ่ายและหักใจที่จะไม่ทำตาม

 

“เธอจำเรื่องที่ฉันถามบนรถไฟได้ไหม?” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำขอร้องและดึงดันที่จะพาตัวเธอไปยังที่ปลอดภัย เอแคร์จึงยกเรื่องที่เคยพูดถึงบนรถไฟมาพูดอีกครั้ง...แน่นอนว่ามันได้ผล

 

ลูซี่หยุดชะงักขึ้นมาโดยทันที ภาพของสมาชิกทีมนัตสึที่หายตัวไปจากกิลด์ถึง 3 ปี คนที่เธอเห็นทางหางตาคนนั้นผุดขึ้นมาในหัว

 

“ฉันเจอเธอคนนั้น...ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางมายังแมคโนเรีย...เดินทางไปที่กิลด์ของพวกเธอ” เพราะได้เจอกับซุยเซ็นมันถึงทำให้เอแคร์นึกบางอย่างออก และตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังแฟรี่เทล มาเจอกับพวกลูซี่และสมาชิกที่แสนจะใจดีภายในกิลด์แห่งนั้น

 

“ดีจัง...” ลูซี่ที่ได้รับคำยืนยันว่าเพื่อนร่วมทีมคนสำคัญยังปลอดภัยดีคลี่ยิ้ม น้ำตาแห่งความปิติยินดีเอ่อล้นออกมา ความกังวลภายในใจที่มีมาตลอดคล้ายกับถูกปัดเป่าหายไปจนหมด และเหมือนเป็นการยืนยันด้วยว่าตอนนั้นเธอและเวนดี้ไม่ได้ตาฝาด “แต่ทำไม...ทำไมซุยเซ็นจังถึงไม่กลับมาล่ะ?”

 

“...” เอแคร์ที่พอจะรู้คำตอบกัดปากตนเองแน่น ไม่อยากจะพูดออกไป เพราะเข้าใจดีถึงความรู้สึกเวลาคนที่รักและคนสำคัญค่อยๆแก่ตัวลงขณะที่ตนเองไม่มีการเปลี่ยนแปลง...เมื่อคิดถึงตรงนั้นเอแคร์ก็ขยับมือกุมมือลูซี่แน่น

 

“เอแคร์...ไม่เป็นไรนะ? ไหวหรือเปล่า?” ซึ่งคนที่โดนกุมมือแน่นนั้นก็หันมามองอย่างไม่เข้าใจและเป็นกังวล

 

“ไม่เป็นไร” เอแคร์ส่ายหน้าน้อยๆ พลางนึกถึงใบหน้าของซุยเซ็นที่มาพบเธอก่อนหน้านั้นภายในคุก...เธอไม่รู้หรอกนะว่าในอนาคตซุยเซ็นคิดจะทำอะไรต่อ แต่ว่าเธอเชื่อมั่นในตัวของลูซี่และแฟรี่เทลทุกคน “ลูซี่ มันอาจจะยากไปสักหน่อย แต่ถ้าเป็นพวกเธอ...ถ้าเป็นพวกเธอล่ะก็จะต้องทำได้แน่”

 

แม้ลูซี่จะไม่เข้าใจแต่เธอก็พยักหน้ารับ “ไปกันเถอะ...”

 

ถ้าเป็นแฟรี่เทล...อาจจะพอช่วยเยียวยาจิตใจของเธอคนนั้นได้แน่

 

.......

....

..

 

ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ซุยเซ็นกลับคิดว่าวิธีที่จะใช้มันไม่ใกล้เคียงกับคำว่าดาดๆแม้แต่นิด เจ้าหล่อนละสายตาจากน้องชายจ้องมองไปที่วิหคเพลิงซึ่งพยายามที่จะตะเกียดตะกายลุกขึ้นมา มันทำลายเวทย์ที่ตรึงร่างของมันจ้องมองมาทางทิศของซุยเซ็นนิ่งจนเวนดี้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆเผลอถอยหนีด้วยความยำเกรง

 

ก่อนหน้านี้สัตว์ในตำนานตัวนี้มันยังคงบ้าคลั่ง อาละวาดโจมตีทุกสิ่งทุกอย่างๆไม่เลือกหน้าแท้ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนเสียแล้ว วิหคเพลิงตรงหน้าส่งเสียงร้องสั้นๆเสมือนเป็นการเตือน ก่อนที่มันจะตัดสินใจสร้างบอลไฟโจมตีซุยเซ็น

 

ตู้ม!

 

บอลไฟลูกนั้นพุ่งลงเฉี่ยวหน้าเจ้าหล่อนไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นเสมือนเป็นการขู่ และอีกหลายสิบลูกเล็กๆที่ซัดใส่รอบตัวของหญิงสาว ซึ่งซุยเซ็นไม่เพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่กลับค่อยๆก้าวเท้าเดินตรงด้านหน้า

 

กรีส!! (หลบไปองค์ราชินี! ไม่อย่างนั้นพวกข้าจำเป็นต้องทำร้ายท่าน!!)

 

วิหคเพลิงส่งเสียงร้องที่ดังกว่าเดิมพร้อมๆตัดสินใจโจมตีใส่ราชินีของพวกมันอย่างจำใจ ซึ่งซุยเซ็นที่รู้อยู่แล้วว่ามันไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้กลับไม่ยอมหลบ หรือกระทั่งปัดการโจมตีนั้นออกไป

 

ตึก...ตู้ม!

 

บรูค ลูเซียนโน่เข้ามาขวางกั้นระหว่างหญิงสาวกับวิหคเพลิงตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขาปัดการโจมตีนั้นทิ้งไปด้วยความยากลำบากเพราะพลังเวทย์ในตัวมีเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ดวงของเขาวาวโรจน์ขึ้นและหันไปหาคนที่ตนเคารพนับถือ

 

“ทำไมถึงไม่หลบ” เขาถามเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ

 

“เพราะฉัน---เพราะข้าสมควรโดน...ล่ะมั้งนะ” ซุยเซ็นยิ้มตอบด้วยท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ผิดกับบรูคที่รู้สึกหัวเสียอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น ก่อนที่เจ้าหล่อนจะสั่งให้ลูกหลานของโครอฟถอยออกไป ถึงแม้จะมีสายเลือดของวิหคเพลิงอยู่ภายในกายจนมีพลังเวทย์ที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ใช่ว่าจะตายเพราะพลังเวทย์หมดไม่ได้ “ถอยออกไปซะ...เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า”

 

บรูคยิ้มน้อยๆเมื่อรับรู้ถึงความเป็นห่วงของอีกฝ่ายที่มีมาให้ตน “คงจะไม่ได้...เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับพวกข้าเต็มๆเลยล่ะ ท่านเซฟิเรีย”

 

“เมื่อกี้ว่ายั---”

 

“วิชาหมัดมวยแบบฉบับฟูหมินลำดับที่ 1 : แหกไปซะ!!” เสียงสำเนียงติดตะวันออกของเหยากัง ฟูหมินดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของเจ้าตัวที่กระโดดขึ้นไปใช้วิชาเงทย์ประจำตัวซัดที่รอยแผลเดิมที่ซุยเซ็นทำไว้เข้าอย่างจัง จนรอยนั้นเริ่มแตกร้าว “เอลรี่!”

 

หญิงสาวที่โดนเรียกพยักหน้าน้อยๆและเข้าย้ำต่อโดยทันที เวทย์ของเจ้าหล่อนค่อยๆสร้างเกราะชิ้นเล็กๆที่มีลักษณะคล้ายกับเกล็ดของมังกรเคลือบเอาไว้เพื่อป้องกันและเพิ่มพลังโจมตี จนสามารถกะเทาะเปลือก (?) นอกของวิหคเพลิงให้แตกออกจนเริ่มเห็นเนื้อในของมัน

 

กรีส!!

 

“ทุกคนโจมตีซ้ำจุดนั้น!!” เอลซ่าที่เห็นว่าวิหคเพลิงส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดรีบตะโกนสั่งการทุกคนโดยทันที

 

“วาใจได้เลย!” นัตสึที่ได้ยินดังนั้นตอบรับเฉกเช่นกับเหล่าจอมเวทย์บริเวณนั้น พลังเวทย์หลายหลายรูปแบบที่ถูกซัดเข้าไปยังจุดที่ซุยเซ็นได้เปิดช่องไว้นั้นได้ผล เนื้อในของวิหคเพลิงเริ่มถูกทะลวงลึกเข้าไปเรื่อยๆ

 

กรีส!!

 

เสียงกรีดร้องและสาปแช่งของวิหคเพลิงดังขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น จนซุยเซ็นที่พยายามปกปิดความรู้สึกของตนต้องขบฟันแน่น

 

“นี่ไม่ใช่การทำร้าย แต่เป็นการปลดปล่อย...ปลดปล่อยประชาชนของท่านจากความแค้น ความเศร้าและความเจ็บปวด” บรูคที่เห็นท่าทางแบบนั้นของเจ้าหล่อนพูดเสียงอ่อน  หวังเพียงมันจะสามารถปลอบประโลมคนตรงหน้าได้ “เหมือนเมื่อกาลก่อน...คนๆเดียวที่จะปลดปล่อยพวกเขาได้มีแต่ท่าน...องค์ราชินี”

 

ไม่ใช่เพียงแค่ซุยเซ็นที่ได้ยินเสียงกกรีดร้องและสาปแช่งของวิหคเพลิง ทั้งตัวเขา (บรูค) ฟูหมิน เอลรี่ ยู หรือกระทั่งมาสเตอร์กิลด์ไนท์วูฟอย่างริยะก็ได้ยินเช่นเดียวกัน

 

“ความผิดบาปนั่นน่ะ...ให้พวกเราช่วยแบกรับมันสักนิดเถอะนะ” ราชินีแห่งสรรพสิ่งยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่คลออยู่ที่ดวงตาทิ้ง

 

“คิก” เสียงหัวเราะน้อยๆที่ดังเล็ดรอดออกมาจากใต้ผ้าคลุมนั่นทำให้บรูคสบายใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง ซุยเซ็นหันไปมองหน้าของอีกฝ่ายและพูดแกมตำหนิ “อย่าเอาสายสัมพันธ์ในอดีตชาติมารวมกับเรื่องนี้สิ...แต่...ขอบคุณมาก ลูกหลานของโครอฟ

 

 พูดจบหญิงสาวก็กระชับดาบแน่นและเข้าไปเพื่อที่จะทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จลุล่วง ปีกที่สร้างขึ้นมาจากเปลวไฟสีฟ้าแผ่สยายกลางหลัง โผบินขึ้นไปบนฟากฟ้าและลงดาบเข้ากลางลำตัวของวิหคเพลิงอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจคำพูดประโยคถัดมาของบรูคสักนิด

 

“ด้วยความยินดี องค์ราชินี”

 

เปรี้ยง! เปรี้ยง! กรีสส!!

 

ดาบแล้วดาบเล่าที่ซุยเซ็นซัดเข้าใส่ผนวกรวมกับที่พวกจอมเวทย์โจมตีเริ่มทำให้ร่างกาบบริเวณท้องของวิหคเพลิงถูกทะลวงเข้าไปจนเกือบจะถึงแก่นกลาง แต่ในจังหวะที่เจ้าหล่อนกำลังจะซัดดาบสุดท้ายใส่นั้นเอง วิหคเพลิงก็กรีดร้องอีกครั้งพร้อมๆกับพลังเวทย์สีดำที่พุ่งออกมารอบตัวของมันซัดทุกคนจนกระเด็นออกมา

 

“อย่ายอมแพ้! อีกนิดเดียวก็จะเจาทะลวงถึงแก่นกลางแล้ว!” เอลซ่าตะโกนบอกสมาชิกแฟรี่เทลทุกคนที่พยายามลุกขึ้นมา ไททาเนียที่เหลือพลังเวทย์ไม่มากแล้วทำการเปลี่ยนศาตราของตนไปเป็นเกราะสำหรับใช้โจมตีอย่างรุนแรง เตรียมพุ่งไปทำลายแกนกลาง

 

“แฮปปี้ยังบินไหวใช่มั้ย!” นัตสึถามแฮปปี้ที่ยังหิ้วตนบินอยู่บนฟ้า

 

“ไอล์!” เจ้าแมวสีฟ้าตอบกลับพร้อมบินตรงกลับไปอย่างรู้งาน เพื่อให้นัตสึโจมตีเปิดทางให้เอลซ่าโจมตีซ้ำเพื่อหวังทำลายแกนกลาง “หมัดเหล็ก...มังกรเพลิง!!”

 

ในขณะที่นัตสึกำลังจะซัดการโจมตีที่รีดเค้นพลังเวทย์ทั้งหมดในร่างกายซัดเข้าใส่วิหคเพลิงตรงหน้ากลับมี ร่างของหญิงปริศนาที่มีใบหน้าสวยดุปรากฏขวางเอาไว้ ดราก้อนสเลเยอร์หนุ่มที่เห็นดังนั้นพยายามจะหยุดการโจมตีของตน แต่มันสายไป...

 

ตู้ม!!

 

หญิงปริศนาคนนั้นมองนัตสึเล็กน้อยก่อนที่จะใช้มือปัดเขาจนกระเด็นทะลุบ้านเรือนแถวนั้นเกือบสิบหลังด้วยท่าทีสบายๆ

 

“คุณนัตสึ!!/นัตสึ! แฮปปี้!” 

 

“เธอเป็นใคร?” เอลซ่าที่เห็นนัตสึถูกสวนกลับง่ายๆหันไปถามด้วยท่าทีที่ระวังตัว เริ่มรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะแค่วิหคเพลิงเพียงตัวเดียวก็หืดจะขึ้นคออยู่แล้ว หากมีคนที่อันตรายแบบนี้โผล่เข้ามาอีกคน พวกเธอไม่ไหวแน่... “ต้องการอะไร!”

 

หญิงสาวปริศนาคนนั้นที่ปรากฏออกมาทำให้ซุยเซ็นตัวชาวาบไปทั้งตัว ทั้งๆที่รู้ดีแก่ใจแท้ๆว่าการทำแบบนี้อาจจะทำให้กลไกการป้องกันตัวของวิหคเพลิงทำงาน แต่ใครจะคิดล่ะว่ามันสร้างและดึงเอาเสี้ยวความแค้นของโฟราเซี่ยนออกมาแบบนี้...ถึงมันจะมีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างจะสูงก็ตามที

 

1 ในแม่ทัพที่มีฝีมือโดดเด่นเรื่องการต่อสู้และการลุยเดีนส วิหคเพลิงเพียงตนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ซึมซับเอาพลังด้านลบจากเหตุการณ์เลวร้ายของอาณาจักรบ้านเกิดและเปลี่ยนเพลิงของตนให้เป็นสีดำสนิท และถูกขนานนามว่าวิหคเพลิงแห่งความเคียดแค้น...โฟราเซี่ยน

 

“ต้องการอะไร? นั่นสินะ...ทำลายมนุษย์อย่างพวกแกให้สิ้นเผ่าพันธุ์กระมัง”

 

“ว่าไงนะ?! พูดอย่างกับตัวเองไม่ใช่มนุษย์งั้นแหละ!!” เอลฟ์แมนถามกลับด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง...คนตรงหน้าถือสิทธิ์อะไรมาบอกว่าจะทำลายมนุษย์อย่างพวกเขาให้สิ้นเผ่าพันธุ์! จนลืมสิ้นเรื่องพลังของคนตรงหน้า

 

 “แล้วใครบอก...ว่าข้าเป็นมนุษย์เฉกเช่นพวกเจ้าล่ะ?” โฟราเซี่ยนเหลือบตามองพร้อมกับชี้นิ้วเข้าที่กลางอกของเอลฟ์แมน วงเวทย์สีดำขนาดเล็กที่ปรากฏบริเวณปลายนิ้วของเจ้าหล่อนก่อนที่ลำแสงสีดำสายหนึ่งจะพุ่งออกไป โดยมีเป้าหมายที่บริเวณขั้วหัวใจของอีกฝ่าย

 

“เอลฟ์แมน!!” มิร่าตะโกนร้องเตือนแต่เหมือนมันจะสายจนเกินไป

 

เคร้ง!! ฉึก!

 

ซุยเซ็นใช้ความเร็วทั้งหมดของตนเข้าสกัดการโจมตีนั้น แต่ก็ไม่ทั้งหมด ลำแสงที่ถูกกันเอาไว้ไม่หมดพุ่งเข้าใส่ร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว และตัดผ่านผ้าคลุม...เผยให้เห็นเส้นผมสีเงินประกายม่วงของเจ้าหล่อนชัดเจน 

 

ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่ใช้พลังของตนในการพุ่งเข้ามาสกัดเมื่อครู่นี้ หญิงสาวที่รับการโจมตีเมื่อครู่เข้าไปเต็มๆเหลือบตามองบาดแผลบนร่างของตนเองที่ค่อยๆรักษาบาดแผลอย่างช้าๆ และยิ้มให้คนตรงหน้า

 

“ข้าบอกท่านแล้ว...ว่าพวกมันจะนำความวิบัติมาสู่เรา องค์ราชินี” โฟราเซี่ยนพูดประโยคเดิมที่เคยพูดกับเซเรนหลายต่อหลายครั้งเมื่อครั้งอดีต พร้อมกับเรียกดาบคู่กายของตนออกมาโจมตีเข้าใส่ ซึ่งซุยเซ็นที่รู้อยู่แล้วยกดาบขึ้นมากัน

 

เคร้ง!

 

“วิบัติ? ไม่เลย...คนที่นำความวิบัติมาสู่พวกเจ้าน่ะ” ซุยเซ็นทวนคำๆนั้นเบาๆก่อนที่จะสะบัดดาบดันโฟราเซี่ยนจนกระเด็นออกห่างจากพวกแฟรี่เทล

 

...เป็นข้าต่างหาก...

 

[18/9/2563]

 

ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้จบในตอนเดียวแต่...ไหลไปไหลมาก็ยืดไปอีกจนได้สิน่า!

 

ขอบคุณรีดทุกคนที่ยังติดตามอ่านฟิคกาวๆเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ...ฮือ ดีใจมาก อ่านเม้นละใจฟูแบบ...ฟูมากกกกก แต่สำหรับเราหลังจากย้อนกลับไปอ่านทวนเนื้อเรื่องเราว่ามันก็ยังมีหลายๆจุดที่ต่างจากที่คิด อ่านแล้วแบบมีความอิหยังวะในทุกๆตอน 555+ (คันมืออยากกลับไปรีใหม่  แต่ขอดันให้จบก่อนละกัน)

 

*-*-ทำไมสีผมเจ๊ซุยถึงเปลี่ยนสี??-*-*

= ก็เพราะเจ๊ซุยใช้ร่างจำแลงวิหคเพลิงแบบครึ่งเดียวไงคะ ไม่ได้ใส่เพราะหาทางยัดใส่ไม่ได้จริงๆคร่ะ (นอนกราบ) แต่เอาความจริงคือไม่อยากให้พวกนัตสึรู้ตอนนี้ค่ะ หุหุหุ

 

ปล.คนที่อยากอ่านตอนจบมากกว่ารีดก็คือเรานี่แหละค่ะ!---แค่ก! ช่วงนี้มีโมเม้นต์อยากอ่านมากกว่าเขียน (ดองนิยายไว้เป็นกระตั๊ก) เจอกันตอนต่อไปค่ะ

 

บทพวกนัตสึจะเจือจางและหายต๋อมไปแบบนี้แหละค่ะช่วงหลังๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #544 Sunny_Natty (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:38
    เจ้ ลงต่อ เราอุตส่าห์กลับมาอ่านแล้วนะคะ
    #544
    0
  2. #542 '-'Shiro neko (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 00:05

    สนุกมากเลยค่าาา

    #542
    0
  3. #539 wolfgirl2 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 21:53
    ยัยน้องน่าสงสารอ่าาา
    #539
    0
  4. #538 Sugar Desu (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 19:50

    ว้าวอีกตอนหนึ่งล่ะ! เเต่ชักจะลืมเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้เเล้วสิควรจะกลับไปอ่านใหม่ตั้งเเต่ต้นให้ฟินเล่นดีกว่าสิน้า~

    #538
    0