Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 78 : ::โชคชะตาบทที่ 66 :: อีกครั้ง (ภาคทาทารัส ปฐมบท)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

::โชคชะตาบทที่ 66 :: อีกครั้ง (ภาค???ปฐมบท)

 

ฟึ่บ!!!

 

“นะ...นี่มัน...” จอมเวทย์ทุกคนที่ต่างกำลังทุ่มเทพลังเวทย์ทั้งหมดในกายและพลังใจเพื่อหยุดการโจมตีของวิหคเพลิงตรงหน้าที่อาละวาดอยู่ต่างตกตะลึงและพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อเห็นเส้นแสงสีฟ้าที่มีพลังเวทย์อันมหาศาลพรั่งพรูออกมาคลุมรอบเมืองเปรียบเสมือนบาเรีย “นี่มันอะไรกัน?”

 

“บาเรีย?”

 

“ฝีมือและพลังเวทย์ระดับนี้มัน...” เอลซ่าที่กำลังตะลุมบอนกับวิหคเพลิงตรงหน้าพูดขึ้น พร้อมกวาดสายตาหาคนๆหนึ่งที่น่าจะทำเรื่องแบบนี้ได้ ไม่ต่างจากเกรย์ที่หันขวับมาหาสมาชิกกิลด์ไนท์วูฟอย่างบรูคทันที...

 

“ฝีมือนายเรอะ?” เกรย์ถามขณะที่ฝ่ายถูกถามนั้นกำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วงจากการฝืนใช้พลังมากเกินขีดจำกัดอยู่

 

“ใช่ที่ไหนกัน...ถึงฉันจะใช้มหาเวทย์เป็นเวทย์หลักแต่ฉันไม่ได้มีพลังเวทย์มากขนาดที่สร้างวงเวทย์นี่ขึ้นมาได้นะ” บรูคแยกเขี้ยวตอบกลับพร้อมๆกับทิ้งตัวลงกับพื้นพิงเศษผนังอาคารอย่างหมดสภาพ เวนดี้ที่เห็นแบบนั้นจึงรีบมาปฐมพยาบาลให้ทันที “...ขืนฉันทำแบบนั้นมีหวังได้ขึ้นสวรรค์พบหน้าบรรพบุรุษให้โดนเขกหัวเล่นก่อนที่มันจะสำเร็จซะอีก”

 

“ถ้าไม่ใช่คุณบรูค...แล้ว...แล้วจะเป็นฝีมือใครล่ะคะ?” เวนดี้ถามออกมาเสียงเครียดขึ้นเล็กน้อยขณะที่ปฐมพยาบาลบรูคที่พลังเวทย์หมดตัวไปด้วย...ยิ่งกว่านั้นตั้งแต่ที่วงเวทย์นี่ปรากฏวิหคเพลิงเองก็เริ่มที่จะสงบลงกว่าเมื่อครู่นี้มาก

 

“อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นเลยน่าบรูคเอ๋ย~~ ขี้เกียจไต่แรงค์ S ของกิลด์แข่งกับรองมาสเตอร์ยูก็ว่ามาตามตรงน่า!!” สมาชิกกิลด์ไนท์วูฟหันมาแซวบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมเวทย์แรงค์ S ของกิลด์ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับที่ 3 ในกิลด์อย่างออกรส เพราะดูจากสภาพการณ์ตรงหน้าแล้วเรื่องดูเหมือนจะเริ่มเข้าทางพวกเขามากขึ้น เสียจนความวิตกเมื่อครู่นี้จะถูกลืมสิ้น

 

“ใช่ที่ไหนเล่า!” บรูคตวัดเสียงใส่

 

“อย่างที่บรูคว่านั่นแหละ...ถึงตัวฉันมันจะไม่ค่อยมีความรู้ทางศาสตร์พวกนี้สักเท่าไหร่ก็พอจะรู้มาบ้างว่า...วงมหาเวทย์นี่น่ะ” ฟูหมินหันมาแก้พร้อมกับเอาเท้าเตะเส้นแสงที่เรืองรองบนพื้นเบาๆ “นอกจากจะใหญ่และก็กินพลังเวทย์ผู้ใช้แล้ว มันยังช่วยป้องกันความเสียหายไม่ให้ออกไปถึงภายนอกและช่วยฟื้นฟูพลังเวทย์ให้คนภายในด้วย อย่างบรูคที่ใช้มหาเวทย์ขั้นสูงแค่ 4 บทก็สลบแล้วไม่มีทางใช้มหาเวทย์ชั้นสูงสุดแบบนี้ได้หรอกน่า!”

 

“หา?! ทำอย่างกับนายทำได้ล่ะฟูหมิน!”

 

“อย่างน้อยๆฉันก็มีทักษะการต่อสู้สูงกว่านายน่ะนะคุณที่ 3” ฟูหมินเล่นหูเล่นตาเย้ยหยันบรูคไปได้แค่ครู่เดียวก็ถูกเอลรี่เดินมาชกเข้าที่ท้องน้อยจนต้องลงไปนอนบิดตัวงอเป็นกุ้งอยู่กับพื้น “อะ...เอลรี่!”

 

หญิงสาวทำเป็นไม่ได้ยินเสียงร้องนั้น ที่ทำไปเพราะเธอไม่อยากจะฟัง 2 คนนี้ฟาดฝีปากใส่กันอีกรอบ

 

“ถ้าไม่ใช่ฝีมือของนาย...แล้วจะมีใครหน้าไหนที่ใช้เวทย์แบบนี้ได้อีกกันล่ะ?” ชาร์ลที่มองละครลิง (?) ของที่ 3 และที่ 4 ของกิลด์ไนท์วูฟครู่หนึ่งถามออกมา พร้อมๆกับมองวิหคเพลิงที่ตอนนี้แทบจะหยุดอยู่กับที่อยู่แล้วถามออกมา

 

“นะ...นั่นสิ...” ฟูหมินอึกอักขึ้นมากะทันหันพลางนอนบิดตัวกับพื้นเพราะความจุก “มะ...มาสเตอร์ล่ะ ถ้าเป็นมาส---”

 

“ไม่ใช่หรอกครับ” เสียงของผู้มาใหม่กล่าวขึ้นมาพร้อมๆกับใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มเหยๆเอาไว้ พลางโบกมือหยอยๆปฏิเสธ “ถึงผมจะเก่งกว่าพวกคุณนิดหน่อย (?) แต่ผมก็ไม่เก่งขนาดใช้เวทย์นี้ได้หรอกครับ...ขืนผมใช้จริงมีหวังพลังเวทย์หมดตัวตายก่อนจะสำเร็จอีกครับ”

 

“มาสเตอร์?!”

 

“ถ้าไม่ใช่ฝีมือมาสเตอร์...แล้วจะเป็นใครล่ะคะ?” เอลรี่ถามซึ่งคำตอบที่ได้คือสายตาที่เป็นประกายเทิดทูนจากมาสเตอร์ของกิลด์ไนท์วูฟ ซึ่งแค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้สมาชิกไนท์วูฟนึกได้พร้อมกัน แม้ว่าจะไม่เคยเห็นฝีมือเท่าไหร่นักแต่จากคำบอกเล่าของบรูคและคำสรรเสริญจากมาสเตอร์แล้วทำให้พวกเขาเลื่อมใสคนๆนี้เป็นที่สุด!

 

“หมายถึงอาเจ๊น่ะเหรอ?!!”

 

“เออ...ก็มีอยู่คนเดียวนี่หว่า” บรูคตอบกลับพร้อมใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มท่ามกล่างเสียงโห่ร้องอย่างดีใจของไนท์วูฟ สมาชิกแฟรี่เทลกลับนั่งงงเป็นไก่ตาแตก พอจะหันไปหาเอลรี่ที่น่าจะเป็นคนที่มีสติครบบาท (?) ที่สุดในกิลด์เจ้าหล่อนก็ทำท่าทางไม่เข้าใจเท่าไหร่นักเช่นกัน

 

“จะฝีมือใครก็ช่างขอแค่เป็นพวกเดียวกันก็พอแล้ว...ตอนนี้พวกเราควรรีบใช้โอกาสนี้หาทางจัดการก่อนที่เรื่องจะลุกลามเถอะ” เอลซ่าลงมาพูดกับพวกเกรย์ที่รวมกลุ่มอยู่กับพวกบรูคที่ตอนนี้น่าจะกำลังฟื้นพลังอยู่

 

“ไม่ต้องห่วงๆ ยังไงเรื่องนี้มันก็ใกล้จะจบอยู่แล้วล่ะน่า” ฟูหมินว่าอย่างไม่รีบร้อนใจ จบประโยคนั้นพื้นก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเสียงกรีดร้องของวิหคเพลิงมันทำให้บ้านเมืองรอบบริเวณพังทลายลงเป็นแถบๆ ขณะที่ฟูหมินจำต้องกลืนคำพูดเมื่อครู่นี้ลงคอไป “โอเค ถือว่าเมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไรไปก็แล้วกัน”

 

วิหคเพลิงตัวนั้นกระพือปีกสร้างแรงลมพัดตึกให้ถล่มลงมาอย่างไม่ขาดสาย การโจมตีเริ่มเปลี่ยนไปจากอาลาวาดอย่างไม่มีเป้าหมายเป็นผู้คนที่ยังอยู่ในเมืองแทน มันบินขึ้นสู่ฟากฟ้าและโฉบเอาชาวบ้านสังหารทิ้งอย่างไม่ใยดี...เฉกเช่นเดียวกันกับสีของตัวมันที่เริ่มจะเปลี่ยนไปเป็นสีแดงก่ำราวกับเลือด

 

กรีสสส!!

 

“ทำไม...มันถึงเริ่มโจมตีชาวบ้านล่ะ” เวนดี้มองภาพตรงหน้าพลางรำพึงรำพันออกมาอย่างไม่เข้าใจการกระทำนั้น

 

“เวนดี้! ระวัง!” ชาร์ลร้องบอกพร้อมๆกับบินโฉบเอาร่างของเวนดี้หลบกรงเล็บของวิหคเพลิงอย่างฉิวเฉียด โชคดีที่มันไม่หันมาโจมตีพวกเธอต่อจึงรอดตัวไปอย่างหวุดหวิด แมวสีขาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมๆกับเหงื่อเย็นๆที่ซึมมาข้างขมับ พร้อมๆกับคิดว่าทำไมพลังการเห็นอนาคตของเธอถึงไม่เตือนเรื่องนี้...ทั้งๆที่เมื่อก่อนเธอก็มักจะเห็นเหตุการณ์เลวร้ายใหญ่ๆอยู่เสมอ

 

แม้ว่าจะเพียงแค่พริบตาก็ตาม...ยังไม่ทันที่ชาร์ลจะได้หัวเสียไปมากกว่านี้ ฉับพลันภาพนิมิตรภาพหนึ่งที่เคยเห็นมาแล้วก็แว้บเข้ามาในหัว ร่างของคนในชุดคลุมสีดำที่ยืนประจันหน้ากับวิหคเพลิง จากเดิมที่เห็นจากไกลๆจนไม่สามารถรับรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

แต่ในตอนนี้มันกลับค่อยๆชัดขึ้น ภาพใบหน้าเบื้องล่างที่โผล่ออกมาของคนในผ้าคลุมสีดำคนนั้นซ้อนทับกับสมาชิกแฟรี่เทลทีมนัตสึที่หายตัวไปจากกิลนานกว่า 4 ปี อย่าง ซุยเซ็น คนนั้น

 

“ขอบคุณนะชาร์ล” เวนดี้เอ่ยขอบคุณเมื่อชาร์ลช่วยไว้

 

ชาร์ลสะบัดหน้าน้อยๆไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน และตอบเวนดี้กลับไป “ไม่เป็นไร”

 

“บ้าจริง! พวกนายส่วนหนึ่งไปคุ้มกันชาวบ้านที่เหลือ ส่วนพวกฉันจะต้านมันเอาไว้ให้” เอลซ่าสบถพร้อมๆกับเปลี่ยนศาตราของตนเองเพื่อพร้อมสู้กับวิหคเพลิงตรงหน้า เธอหันไปสั่งการสมาชิกแฟรี่เทลรวมถึงไนท์วูฟในบริเวณนั้น โดยที่ยังไม่ละสายตามองมหาเวทย์บนพื้นดิน  “มหาเวทย์นี่...มีทางทำลายมันมั้ย?”

 

บรูคเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเอลซ่าถามเขา ซึ่งเจ้าหล่อนก็ถลึงตาใส่ทันทีที่บรูคไม่ยอมตอบ ทำเอาชายหนุ่มที่กำลังหมดแรงอยู่ส่งเสียงหัวเราะ หึ ออกมา แม้จะไม่อยากรู้แต่ว่าสิ่งที่เอลซ่าคิดมันคงไม่ใกล้เคียงความจริงแม้แต่น้อย

 

“แค่ทำให้ผู้ร่ายหมดสภาพมันก็หายไปแล้ว...อ่ะ! แต่น่าเสียดายนะที่มหาเวทย์บทนี้มันไม่ได้ควบคุมหรือเสริมพลังให้วิหคเพลิงอย่างที่เธอคิดหรอก ขอเอาหัวของฉันเป็นประกันเลย” บรูคว่าโดยไม่ลืมแก้ความเข้าใจผิดๆนั้น

 

เอลซ่ายืนนิ่งอย่างรับรู้ก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปรวมตัวกับพวกเกรย์ เข้าโรมรันกับวิหคเพลิงอีกรอบหนึ่งโดยไม่มีท่าทีว่าจะยอมถอยง่ายๆ อย่างน้อยช่วยถ่วงเวลาให้คนอื่นไปช่วยเหลือคนที่ยังติดอยู่ในเมืองได้อีก 2-3 คนก็ยังดี

 

พวกเขาเข้าโรมรันกับวิหคเพลิงตรงหน้าโดยใช้ทุกเวทย์ที่ตนมีเข้าใส่ ดึงความสนใจจากมันทุกทิศทาง แม้ว่าจะฝืนทำต่อไปได้อีกไม่กี่นาทีก็ตาม พลังเวทย์ในตัวของหลายๆคนเริ่มที่จะหมดจนเข้าขั้นอันตราย กระนั้นก็ไม่มีใครยอมแพ้

 

กรี๊ส! งับ!

 

“ขอบใจ...สำหรับอาหาร” นัตสึที่ถูกวิหคเพลิงตรงหน้าโจมตีเป็นลูกไฟใส่สูดกินไฟนั้นอย่างรวดเร็วทำให้พลังกายที่ถดถอยกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง และพุ่งเข้าซัดตัวของนกยักษ์ แต่โชคร้ายที่มันรู้ตัวขยับปีกบินขึ้นฟ้า “แฮปปี้!”

 

“ไอล์!!” แมวสีฟ้าตอบรับและบินโฉบเอานัตสึขึ้นไปหมายมั่นว่าจะโจมตี เพียงแต่วิหคเพลิงตรงหน้ามันกลับออกแรงกระพือปีกสร้างลมหอบใหญ่ซัดผู้คนในระยะจนกระเด็น

 

“อึก!”

 

“เอลซ่า! อันตราย!!” เกรย์ร้องเตือนเมื่อเห็นว่าเจ้านกยักษ์นั่นพุ่งเข้าใส่เอลซ่าที่กำลังออกแรงต้านลมหอบนั้นอยู่ กรงเล็บขนาดใหญ่ที่อ้าออกหมายจะโฉบเอาไททาเนียขึ้นไปบดขยี้นั้นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เอลซ่าที่ได้ยินเสียงเตือนนั่นรีบเปลี่ยนเกราะของตนและตั้งท่าหมายจะฟันใส่วิหคเพลิงก่อนถึงตัว เพียงแต่...

 

ฉั๊วะ!! กรีสสสส!!

 

กลับมีร่างในชุดคลุมดำร่างหนึ่งกระโดดลงมากันไว้ บุคคลปริศนานั้นสะบัดดาบในมือฟันเข้าใส่วิหคเพลิงที่กลางลำตัวจนเกิดแผลขนาดใหญ่ แต่นั่นไม่สร้างความตกใจให้เท่ากับตราสัญลักษณ์แฟรี่เทลที่หลังมือและเปลวเพลิงสีฟ้านั่น

 

“ธะ...เธอ...”

 

.

.

.

.

 

“ทรงรู้หรือไม่พะย่ะค่ะว่าเหตุใด...ราชาและราชินีรุ่นแล้วรุ่นเล่าถึงไม่ทำลายหินวิหคเพลิงที่แสนจะอันตรายนี้ทิ้งไป แล้วเลือกที่จะเก็บรักษามันเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของราชอาณาจักร?” ร่างของนักบวชประจำราชอาณาจักรในชุดสีขาวยิ้มพลางเอ่ยคำถามกับตัวเซเรนเมื่อสมัยที่พึ่งจะครองราชย์ได้ไม่นาน...ซึ่งนั่นเป็น...

 

คำถามที่เซเรนเคยตอบไม่ได้...และไม่เคยตอบได้จนถึงปัจจุบันนี้…เซเรนรู้เพียงแค่ว่ามันเป็นหน้าที่มาโดยตลอด

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจู่ๆก็นึกถึงคำพูดของโครอฟเมื่อสมัยก่อนขึ้นมา แต่นั่นกลับทำให้ซุยเซ็นเริ่มรู้สึกเหมือนคำตอบที่ไม่เคยตอบได้นั้นค่อยๆเฉลยออกมาทีละนิด ยามที่มองภาพตรงหน้าที่เข้าสู่สภาวะวิกฤต...หญิงสาวจ้องมองคนที่เคยรู้จักทั้งหลายและคนที่เคยผูกพัน

 

ซุยเซ็น---อดีตราชินีคนสุดท้ายของราชอาณาจักรฟินิเชี่ยนถอนหายใจออกมายาวเหยียด เธอไม่นึกว่าจอมเวทย์เหล่านี้จะยังยืนหยัดที่จะหยุดหินวิหคเพลิงจนถึงป่านนี้ หญิงสาวนึกถึงเรื่องในอดีต สมัยที่เธอคิดจะทำลายหินวิหคเพลิงทั้ง 2 ชิ้นเพื่อความปลอดภัย ลำดับขั้นที่ตอนที่เธอและโครอฟช่วยกันคิดขึ้นมา มันถูกเขียนเอาไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวที่อาจจะนอนอย่างสงบในสักที่ๆเอโดลาส หรือบางทีอาจจะหายไปตลอดกาลไปพร้อมๆกับเหตุการณ์ในวันนั้น

 

และนั่นรวมถึงความทรงจำของเธอเช่นกัน รายละเอียดยิบย่อยของลำดับขั้นตอนต่างๆที่ถูกใช้เพื่อสลายพลังคุ้มครองของหินแทบจะไม่หลงเหลืออยู่ในหัวเซเรนเลยแม้แต่นิด ที่ยังจำได้มีแค่วิธีดาดๆ ที่เธอเคยร่างเอาไว้ก่อนที่จะถูกโครอฟเก็บมันไปสานต่อจนเสร็จสมบูรณ์

 

แน่นอนว่าเซเรนไม่เคยได้มีโอกาสอ่านมันเลยสักครั้ง...เพราะเหตุผลเพียงข้อเดียวคือลำดับขั้นตอนของมันอ้างอิงมาจากพิธีสู่นิรันดร์ พิธีอันศักสิทธ์ที่จะนำวิหคเพลิงชั้นสูงอย่างเธอสู่ความตาย

 

“ถ้าถูกลูกหลงตายก็อย่ามาโกรธกันล่ะ...ในเมื่อไม่ยอมหนีกันออกไปเอง” เจ้าหล่อนพูดเสียงแผ่วเบา ตอนนี้เธอคงรอให้เหล่าจอมเวทย์ล่าถอยไปเองไม่ได้อีกแล้ว ไม่เช่นนั้นคงจะไม่สามารถจัดการหินวิหคเพลิงได้อีก หญิงสาวยกมือขึ้นมากลางอากาศและเริ่มสร้างวงมหาเวทย์ขั้นสูงใหญ่คลุมเมืองแห่งนี้เอาไว้

 

ขณะนั้นเองความวุ่นวายและความตึงเครียดของการต่อสู้ ทุกอย่างพลันหยุดชะงัก วิหคเพลิงเองก็มีอาการตอบสนองกับพลังเวทย์ของเซเรน มันเลยหยุดนิ่งไป หัวของมันโค้งลงเล็กน้อยราวกับทำความเคารพต่อเซเรน แต่มันก็แค่เพียงครู่เดียวก่อนที่มันจะส่งเสียงกรีดร้องและเริ่มทำลายล้างต่อ

 

กรีสสส!!

 

“นั่นสินะ” ซุยเซ็นพึมพำออกมาพร้อมกับรอยยิ้มขืนๆที่ปรากฏบนใบหน้างาม คิดดูสิ ใครหน้าไหนจะยอมสงบลงเพราะรับรู้ถึงพลังเวทย์ของอดีตราชินีที่นำพาความวิบัดมาสู่พวกตนกันล่ะ? เจ้าหล่อนเรียกดาบประจำตำแหน่งราชินีของตนออกมาถือไว้ในมือ

 

ดวงตาสีดำวูบไหวเล็กน้อยยามเมื่อต้องลงมือทำร้ายประชาชนที่รักยิ่งอีกครั้งเพื่อมนุษย์ที่ครั้งหนึ่งเคยทรยศพวกเธอ ความรู้สึกผิดภายในใจตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ จุกเสียจนพูดแทบไม่ออกแต่กระนั้นความตั้งใจของเธอก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ปากก็พร่ำบอกว่าเกลียดแต่ลึกๆแล้วในใจนั้นรู้ดีมาโดยตลอด และค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

“คนที่พวกเจ้าควรจะเกลียดและชังมากที่สุดไม่ใช่พวกมนุษย์ แต่เป็นตัวข้ามากกว่าที่ทำร้ายพวกเจ้าถึง 2 ครั้งสองครา” หญิงสาวพูดเสียงแผ่วพร้อมๆกับทิ้งตัวลงสู่พื้นและฟาดดาบในมือของเธอใส่ร่างของวิหคเพลิงครั้งหนึ่งจนเปิดเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ และฟาดฟันต่อไป

 

กรีสสส!!!

 

วิหคเพลิงตนนั้นส่งเสียงกรีดร้องสูงอย่างเจ็บปวดในหูของจอมเวทย์คนอื่นแต่กลับกัน ซุยเซ็นกลับได้ยินเสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บแค้นของประชาชนจำนวนมากของเธอในทุกๆครั้งที่ลงดาบใส่ ลำตัวของมันที่ราวกับเป็นลำตัวของสิ่งมีชีวิตถูกฟันจนเริ่มที่จะกลับคืนสู่ภาชนะดังเดิม

 

“ไฟสีฟ้ากับดาบแบบนั้น...แล้วก็ตราสัญลักษณ์....” เวนดี้ที่สู้อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นพึมพำเสียงแผ่ว ท่วงท่าการโจมตีและพลังแบบนั้นมีเพียงคนเดียวที่พวกเธอรู้จัก โดยเฉพาะตราสัญลักษณ์ของแฟรี่เทลที่หลังมือของอีกฝ่าย “คุณซุย...”

 

โครม!!

 

“มันอันตรายนะ!!” ชาร์ลที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีแปลกไปรีบกระชากตัวเวนดี้หลบ และก็เป็นอย่างที่คิดเพราะคนในชุดคลุมคนนั้นหันมาฟาดดาบใส่ตรงจุดที่เวนดี้เคยยืนอยู่ หากโดนเข้าไปจังๆคงไม่มีทางที่จะรอดเป็นแน่ “เธอบ้าไปแล้วหรือยังไง?!”

 

“เป้าหมายของฉันมีเพียงอย่างเดียว...คือจัดการหินวิหคเพลิง ส่วนพวกที่เสร่อจะยังอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่รับประกันความปลอดภัย” ซุยเซ็นพูดโดยที่แอบร่ายเวทย์ลวงตาสัญลักษณ์กิลล์อย่างแนบเนียน โดยไม่ลืมแซะเรื่องที่พวกแฟรี่เทลยังคงดื้อด้านจะอยู่ที่แห่งนี้ต่อ “ถ้าไม่อยากตาย ก็รีบพาพวกเพื่อนที่หมดสภาพ ของพวกเธอหนีไปซะจะดีกว่า หัดเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้างก่อนที่จะทำอะไรห่ามๆแบบนี้ กำลังใจกับพลังพวกพ้องมันไม่ทำให้พวกเธอชนะได้หรอก

 

“พูดบ้าอะไรของเธอน่ะซุยเซ็น!” เกรย์ที่รู้สึกเหมือนโดนเหยียดหยามโต้กลับ

 

“ซุยเซ็น? อ่า...โทษทีนะแต่ฉันคงไม่ใช่ซุยเซ็นที่พวกนายรู้จัก” ได้ยินดังนั้นเกรย์ก็พยายามจะแย้งแต่เมื่อมองไปที่หลักฐานเรื่องตราสัญลักษณ์แฟรี่เทลกลับพบว่ามันว่างเปล่า ทั้งๆที่เมื่อครู่เขาเห็นมันชัดๆ!

 

กรีสสส!!

 

“อะเฮือกกก อาเจ๊! ช่วยมาจัดการทีเถอะคร๊าบบบ อย่ามัวแต่ยืนคุยกันอยู่ ไอ้นกไฟนี่มันคลั่งกว่าเดิมอีกอ่ะ” สมาชิกไนท์วูฟร้องเรียกด้วยเสียงโหยหวนเพราะวิหคเพลิงดูเหมือนจะคลั่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทำให้ซุยเซ็นที่ได้ยินดังนั้นเหลือบตามองพลางดีดนิ้ว 2 ครั้งสร้างมหาเวทย์บทเล็กโจมตี เข็มขนาดใหญ่ร่วงลงปักตรึงร่างของมันเอาไว้กับพื้น

 

“พี่รู้วิธีจัดการใช่มั้ยครับ...” มาสเตอร์ของไนท์วูฟกระโดดลงมาถามพี่สาวของตนซึ่งน่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ซึ่งเจ้าหล่อนก็หันมามองช้าๆพร้อมรอยยิ้มชวนสยอง แม้จะเห็นแค่หน้าท่อนล่างแต่มันทำให้ริยะสะท้านไปทั้งตัว เพราะเห็นรอยยิ้มนี้ทีไร ชิบหายทุกที! “ยะ...อย่าบอกนะครับว่า...”

 

“ก็แค่วิธีดาดๆน่ะนะ”

 

[14/9/2563]

 

ใครยังจำเรื่องนี้ได้บ้างเอ่ย~~~

 

อาจจะยาวหน่อยนะคะ แต่ตอนนี้คือแต่งดองไว้นานมากคือจากวันที่อัพตอนที่ 65 ก็แต่งเก็บไว้ได้ราวๆ 70% กว่าจะเข็นจนเป็น 100 คือเถลไถลเยอะมาก (เกินไป) มีแอบดองไปอัพนิยายอีกไอดี และยิ่งหนักคือดันหลวมตัวไปติดแม่โม่ เท่านั้นแหละเสพทั้งอนิเมะ ซีรี่ย์และซื้อนิยาย แค่นี้คงจะรู้แล้วว่าหายไปไหนมา (5555+) ยิ่งรวมกับจบแล้วทำงานเจอความ ปสด. ของเพื่อนร่วมงานมันเลยไม่อยากทำอะไรต่อเลย แต่ก็นั่นแหละเราหกลุดพ้นจากจุดๆนั้นมาแล้ว เลยขอมาอัพต่อนะคะ

 

...ต้องขออภัยที่อาจจะต้องประกาศดองไว้สักพัก (เอ็งดองไปแล้ว!!) ตอนนี้คือกำลังเข็นเรื่อง DGM เข้าสู่ฝั่งอยู่ (?) ส่วนแฟรี่เทลคือจะพยายามมาต่อ และเรื่องรีไรท์จะแก้เฉพาะช่วงต้นเรื่องนะคะ (เกรงว่าถ้ารีหมดคือน่าจะได้เก็บเข้ากรุทั้ง 2 เรื่อง)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #537 Sugar Desu (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 09:21

    ดีใจจังเลยที่ยังมีชีวิตอยู่จนไรท์อัพ นึกว่าจะเเต่งงานมีลูกมีหลานก่อนซะเเล้วล่ะค่ะ

    ปล. คิดถึงนุ้งซุยยยยย~~~

    #537
    1
    • #537-1 (จากตอนที่ 78)
      18 กันยายน 2563 / 15:36
      ดีใจเหมือนกันค่ะที่ยังมีชีวิตอยู่จนกลับมาเขียนเรื่องนี้ได้ (ฮรึก) ขอบพระคุณจริงๆนะคะที่ยังไม่ลืมนิยายกาวๆเรื่องนี้ //นอนกราบ
      #537-1
  2. #536 wolfgirl2 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 20:45
    ใดๆคืออ่านซัดยาวจนถึงตอนนี้ อ่านเพลินมากเเละที่ชัดเจนที่สุดคือสกิลการบรรยายของไรท์อัพเวลขึ้น ขอฝอย สงสารยัยซุยอ่ะ นี้อ่านภาคฟินิเชี่ยนเเล้วอาณาจักรสลายคือร้องไห้เเบบฟูมฟาย มันรู้สึกได้ความเจ็บปวดจากการโดนทรยศ ความรู้สึกผิดต่อปชชเเละอาณาจักรที่ล่มสลายเป็นเพราะน้อง งื้ออออออออ ตอนอ่านคือกำหมัดเเน่นมาก อ่านจนถึงตอนนี้ รู้สึกได้เลยว่าน้องนิสัยขัดเเย้ง จะบอกว่าเกลียดมนุษย์ก็ใช่เเต่ความผูกพันตอนที่อยู่กิลด์ก็มี พื้นฐานเปนคนอ่อนโยนอยู่เเล้วเเต่เพราะมันเจออะไรเเบบนั้น เป็นใครก็ลืมไม่ลงหรอกเนอะ เเต่ที่รู้ๆคือน้องต้องช้ำในอกเเน่ๆเพราะต้องสู้กับวิหคที่เหมือนปชชของตัวเองเพื่อปกป้องมนุษย์. โถ่ววววลูก เอาซะยาวเลย เเหะๆ ยังไงก็เถอะ รีบมาต่อนะไรท์!!!! เพราะมันค้างมาก 5555555 สู้ๆเน้อ ม๊วฟ
    #536
    2
    • #536-1 (จากตอนที่ 78)
      18 กันยายน 2563 / 15:38
      แต่ทำไมเราดันรู้สึกว่าการเขียนตัวเองดรอปลง (ฮา) แล้วก็ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ยังไม่ลืมนิยายกาวๆเรื่องนี้นะคะ 555+
      #536-1
    • #536-2 wolfgirl2(จากตอนที่ 78)
      18 กันยายน 2563 / 21:45
      ตอนเเรกเนื้อหาจะงงๆหน่อย การเเสดงความรู้สึกของตัวละครไม่ค่อยชัดเท่าไร ดูมึนๆเเต่ตอนนี้คาเรคเตอชีดเจนขึ้น บรรยายดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เชื่อในตัวเองนะคะ เก่งมากกกก
      #536-2
  3. #535 คนที่เงียบๆ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 17:40

    เอ๋ นี่ฉันเคยอ่านนิยายเรื่องนี้ด้วยเหรอ??


    //รักนะ จึงหยอกเล่น

    #535
    1