Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 71 : ::โชคชะตาบทที่ 60 :: บทสรุป? (จบภาคฟินิเชี่ยน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

::โชคชะตาบทที่ 60 :: บทสรุป? (จบภาคฟินิเชี่ยน)

 

ตึกๆๆ

 

“ท่านหญิง! ท่านหญิง!” เสียงร้องเรียกเจ้าของบ้านไม้หลังเล็กภายในป่าดังโหวกเหวกพร้อมๆกับต้นเสียงที่วิ่งมา ทำเอาคนถูกเรียกนั้นต้องเบ้หน้าถอนหายใจออกมา “ท่านหญิง! ท่านหญิงเซฟิเรีย!

 

ปึง!

 

“มีเรื่องอันใดที่ทำให้พวกเจ้าโหวกเหวกมาหาข้าเช่นนี้!” เจ้าของชื่อท่านหญิงเซฟิเรียเปิดประตูออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไม่ต้อนรับแขก ดวงตาสีฟ้าสวยนั้นเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัดกับคนที่มาหา “ถ้าหากมาด้วยเรื่องคำทำนายเรื่องดาวหางอะไรนั่น พวกเจ้าก็กลับไปบอกเจ้าเมืองด้วยว่ามันเป็นเรื่องตามธรรมชาติ!

 

“ไม่ใช่ขอรับท่านหญิง! มะ...มี...มีเกาะน้อยใหญ่ตกลงมาจากฟ้าขอรับ!” ชายคนหนึ่งที่วิ่งมาหาสาวเจ้าถึงกลางป่าพูดออกมาพร้อมๆกับหอบเอาอากาศเข้าปอด พลางชี้ไปทางทิศทางที่มีเกาะ...ไม่สิ สิ่งที่คล้ายๆกับแผ่นดินน้อยใหญ่ตกลงมาจากฟ้า “ตอนนี้...ตอนนี้มันกำลังลอยอยู่เหนือหัวเมืองเราขอรับ!

 

“นี่เมามาใช่มั้ย...ไปๆ จะไปมีเกาะลอยอยู่บนฟ้าได้อย่างไร” เซฟิเรียไล่ตะเพิดอีกฝ่ายออกไปพลางทำท่าจะปิดประตูหนีออกจากโลกภายนอก ทันใดนั้นก็มีคริสตัลก้อนใหญ่สีม่วงอ่อนตกลงมาด้านหลังกระท่อมในป่าของเซฟิเรีย เจ้าหล่อนมองไปทางต้นเสียงเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมองข้ารับใช้เจ้าเมือง “กลับไปเถอะ...ตอนนี้ข้ากำลังศึกษาบางเรื่องอยู่”

 

“ไม่ได้นะท่านหญิง!” แต่อีกฝ่ายยังคงรบเร้า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้แปลกประหลาดเกินกว่าที่พวกเขาจะเคยเจอ ดังนั้นหัวเด็ดตีนขาดยังไงตัวเขาต้องลากท่านหญิงเซฟิเรียที่เป็นมิโกะมาจัดการเรื่องนี้ให้ได้! “ข้าต้องพาท่านไปเดี๋ยวนี้!

 

“เฮ้อ...ได้ๆ” หลังจากที่ขี้เกียจฟังอีกฝ่ายเซฟิเรียก็ยอมตามไป แอบบ่นสาปแช่งเจ้าเมืองน้อยๆที่เอาแต่เอาเปรียบหญิงชราเช่นเธอ ถึงจะเห็นรูปร่างหน้าตาเธอยังอยู่ 30 ตอนปลายแต่อายุของเธอนั้นเฉียดจะ 200 ปีเข้าไปแล้วแท้ๆ และเพราะแบบนั้นจึงทำให้พวกชาวบ้านเกลียดชังเธอ หาว่าเป็นปิศาจปลอมตัวมา...จนขับไล่ออกมาจากเมือง

 

หลังจากที่แค่เผลอตัวไปช่วยเจ้าชายอันดับ 1 เจ้าเมืองที่เคยไล่เธอออกมากลับเปลี่ยนท่าที...เคารพอย่างนั้น เคารพอย่างนี้ แถมยังแต่งตั้งเธอเป็นท่านมิโกะอีก...มีงาน มีเรื่องอะไรต้องให้ข้ารับใช้คนนี้วิ่งมาลากเธอไปทุกครั้ง

 

และครั้งนี้ถ้าเรื่องมันไม่ใหญ่จริงดั่งที่เจ้าข้ารับใช้ตรงหน้าว่าจนต้องลากเธอออกมาตอนศึกษาเรื่องสำคัญล่ะก็ เธอสาบานว่าจะย้ายบ้านหนีออกไปจากที่นี่แน่นอน! หลังจากที่ถูกลากวิ่งมาได้พักใหญ่ๆเซฟิเรียก็สุดจะทนกับความเหนื่อย กระทั่งข้ารับใช้นั้นหยุดลง

 

“ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆล่ะก็ คราวนี้ข้าจะย้าย--- เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?” เซฟิเรียกลืนประโยคเมื่อครู่ลงคอไปพร้อมๆกับอุทานกับเรื่องน่าอัศจรรย์ใจตรงหน้า เกาะมากมายลอยอยู่บนฟ้า น้ำไหลรินโค้งเป็นทางสวยงามแต่ก็ไม่มีท่าทีว่ามันจะตกลงมาด้านล่าง แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเธอเลยก็คือ...ตราสัญลักษณ์ธงสีเลือดที่โบกสะบัด สัญลักษณ์ของวิหคเพลิง “ระ...ราชอาณาจักรฟิ...นิเชี่ยน!?”

 

“เมื่อกี้ท่านพูดว่าอย่างไรนะ” ท่านเจ้าเมืองหันมาถามเซฟิเรียผู้แก่วิชาความรู้มากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งสาวเจ้าก็หันไปมองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่อึ้งๆราวกับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไป “สิ่งนั้น...สิ่งนั้นอันตรายหรือไม่? แล้วเพราะเหตุใด...ทำไมน้ำถึงได้ไหลวนแบบนั้น”

 

“มะ...ไม่...ไม่” เซฟิเรียพูดตอบก่อนที่จะหันหน้าไปหาเจ้าเมืองก่อนเริ่มพูดต่อ “ไม่เป็นอันตรายใดๆกับอาณาจักรนี้...ส่วนเพราะเหตุอันใดที่ทำให้เกาะนี้ได้มายังเอดราสแห่งนี้ข้าสุดแต่จะหยั่งรู้ เพียงแต่...สิ่งที่มาพร้อมกับเกาะเหล่านั้นคือสิ่งที่ถูกเรียกว่าพลังเวทย์

 

“เวทย์? หมายถึงเวทมนตร์น่ะรึ?!

 

“หาผิดไม่” เซฟิเรียโค้งตัวตอบ “เพียงแต่ถึงมีพลังเวทย์แต่พวกเราไม่สามารถใช้ได้...จำเป็นต้องอาศัยสื่อกลาง นั่นคือสิ่งที่ข้าพอจะรู้จากความรู้ทั้งหมดที่เคยศึกษามา”

 

ท่านเจ้าเมืองเงียบไป ก่อนที่เซฟิเรียจะขอกลับกระท่อมของตน เกาะเหล่านั้นก็ได้ถูกสั่งให้สำรวจโดยท่านเจ้าเมือง หากจะถามว่าทำไมเซฟิเรียถึงมีความรู้แบบนั้นได้ หลังจากที่เซฟิเรียกลับมายังบ้านของเธอ หญิงสาวก็เดินมายังด้านหลังกระท่อมของตนเองมองคริสตัลที่ตกลงมาด้วยสายตาเรียบเฉย

 

“ไม่คิดจริงๆ...ว่าข้าจะได้มีโอกาสเจอกับตัวข้าของเอิร์ธแลน” เซฟิเรียพูดออกมาพลางเอื้อมมือไปแตะคริสตัลที่ห่อหุ้มร่างของตัวเธอจากเอิร์ธแลนเอาไว้ พลันที่สัมผัสคริสตัลเหล่านั้นก็แตกสลายกลายเป็นละอองแสงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เซฟิเรียรีบพยุงร่างตนเองจากเอิร์ธแลนไปรักษาภายในกระท่อม

 

(ขออนุญาตแทนตัวเซฟิเรียจากเอิร์ธแลนว่าเซเรน ส่วนเซฟิเรียในเอดราก็ตามปกตินะคะ)

 

เซฟิเรียใช้เวลารักษาบาดแผลของเซเรนจนหายสนิทแต่เธอก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักครั้ง ซึ่งเซฟิเรียรู้จักกับคนตรงหน้าตั้งแต่ที่ถูกช่วยไว้เมื่อหลายปีก่อน และก็ได้เจอกันผ่านความฝันที่เชื่อมต่อกันทำให้เธอรู้เรื่องต่างๆในเอิร์ธแลน รวมถึงเวทมนตร์จากความรู้ของเซเรน

 

ส่วนที่แห่งนี้คือเอดราส...ราชอาณาจักรที่เฟื่องฟูด้วยวิทยาการล้ำสมัยด้วยสิ่งที่เรียกว่าอุปกรณ์ประดิษฐ์มากมาย ที่แห่งนี้ไร้ซึ่งเวทมนตร์ ถึงมีก็มีเพียงน้อยนิดจนแทบไม่สามารถใช้เวทย์สักบทได้ ส่วนเธอก็เป็นแค่ตัวตนด้านตรงข้ามของเซเรน...

 

เมื่อเซเรนเป็นถึงราชินีวิหคเพลิงในเอิร์ธแลน ตัวตนของเธอในเอดราสก็ย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน ใช่ ร่างกายเธอไม่ปกติธรรมดาดั่งเช่นคนในเอดราสก็ตั้งแต่ที่ถูกเซเรนช่วยเอาไว้เมื่อตอนอายุได้ 10 ขวบ สมัยที่เซเรนเคยหลงมาที่เอดราสแห่งนี้

 

5 ปีผ่านไป

 

“นอนกินบ้านกินเมืองจริงๆ” เซฟิเรียบ่นออกมาพลางเช็ดตัวให้เซเรน ตั้งแต่วันที่พาอีกฝ่ายมารักษาตัวเซเรนก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมาเลย ราวกับคนตายไปแล้วแต่ก็ยังมีลมหายใจอยู่ “ข้าว่าเจ้าต้องโมโหเลือดขึ้นหน้าแน่ๆถ้ารู้ว่าท่านเจ้าเมืองสั่งทหารสำรวจอาณาจักรของเจ้าทั่วทุกซอกทุกมุมแบบนั้น...”

 

กึก...

 

นิ้วเรียวยาวของเซเรนนั้นขยับเล็กน้อยเฉกเช่นเปลือกตาสีงาช้างที่ค่อยๆเปิดขึ้น ดวงตาสีฟ้าของเซเรนสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าของเซฟิเรีย

 

“ตื่นแล้วสินะองค์ราชินี” เซฟิเรียทักทายอีกฝ่าย

 

“เจ้า...” เซเรนมองคนที่หน้าตาเหมือนตนเองราวกับแกะพลางแสยะรอยยิ้มสมเพชตนเองออกมา “ที่นี่คือเอดราสสินะ...” เซเรนยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดหน้าตนเองพร้อมๆกับน้ำตาที่เริ่มไหลริน เซฟิเรียเอามือปาดมันทิ้งอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับเอามือตีหัวอีกฝ่ายแรงๆครั้งหนึ่ง

 

เพี๊ยะ!

 

“ข้าตั้งใจว่าจะทำตอนที่ได้พบท่านอีกครั้ง...” เซฟิเรียพูดออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นหยิบกะละมังไปเก็บก่อนที่จะกลับมาพร้อมๆกับซุปข้าวโพด “ข้างนอกนั่น...เมื่อ 5 ปีก่อนอาณาจักรของท่านจู่ๆก็ถูกส่งมาที่เอดราส”

 

“ก็คงจะเป็นแบบนั้น...” เซเรนพูดออกมา เพราะถ้าลองคิดดีๆแล้วพลังระเบิดขนาดนั้นจะทำให้มิติบิดเบี้ยวจนส่งทั้งอาณาจักรมายังที่แห่งนี้ แต่เซเรนก็เสียใจที่ระเบิดนั่นไม่ได้คร่าชีวิตเธอไปอย่างที่หวัง “ชีวิตนิรันดร...หึๆ...ฟังๆดูมันก็น่าอิจฉานะว่ามั้ย?”

 

“ไม่สักนิด” เซฟิเรียตอบ แค่อยู่มา 200 ปีเธอก็ทรมาณจะแย่แล้ว เซฟิเรียยื่นถาดซุปให้อีกฝ่าย “กินซะสิ...”

 

“ข้าไม่จำเป็นต้องกิน” เซเรนหันหน้าหนีซุปข้าวโพดตรงหน้าแล้วมองออกไปนอกกระท่อมผ่านทางหน้าตา เซเรนสัมผัสได้ถึงอีเทอนาโนในอากาศของเอดราสที่กระจายตัวไปอยู่ทั่วบริเวณ “นับจากนี้ไปเอดราสคงไม่เหมือนเดิม”

 

“ไม่คิดจะพากลับไปงั้นเหรอ?” เซฟิเรียถามอีกฝ่ายที่ดูแปลกไปจากเมื่อก่อนนี้มาก แค่มองหน้านั้นปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเซเรนตอนนี้กำลังโทษตัวเองอยู่ และบางที...เธออาจจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วก็ได้ เซฟิเรียเงียบไปพักใหญ่ๆก่อนกลั้นใจถามออกไป “ท่านเกลียด...มนุษย์แล้วงั้นเหรอ?”

 

“ข้าเกลียด...” เซเรนตอบออกมาทันที โดยที่ไม่ลืมเน้นย้ำคำพูดนั้นอีกรอบ “ข้าเกลียด...เกลียดพวกมัน”

 

“...” เซฟิเรียไม่ตอบ แต่รับรู้ได้จากสัญชาตญาณว่าเซเรนผนึกความทรงจำส่วนหนึ่งของตนเองเอาไว้ แต่เธอจนปัญญาที่จะล่วงรู้ไปมากกว่านั้น “สรุปแล้วท่าน...จะทำยังไงกับอาณาจักรของท่าน? จะพากลับไปยังเอิร์ธแลนหรือว่า?”

 

“ข้าไม่สามารถพากลับไปได้ ไม่ว่าจะต้องการแค่ไหน” เซเรนพูดตอบก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นมา เธอมองใบหน้าของเซฟิเรีย “เอดราสจะเป็นที่หลับใหลของราชอาณาจักรฟินิเชี่ยน และเหล่าวิญญาณของวิหคเพลิง...ดังนั้นข้าจะฝากฝังมันไว้กับเจ้าได้หรือไม่”

 

“ได้สิ” เซฟิเรียรับคำ พร้อมๆกับเข้าไปพยุงร่างกายของเซเรนที่จู่ๆเจ้าหล่อนก็ลุกขึ้นมา “อ๊ะ? นี่มันคืออะไร?”

 

“ข้ารวมอีเทอนาโนบริสุทธิ์เป็นคริสตัลนี่...มันจะทำให้เจ้าสามารถใช้เวทมนตร์ได้” เซเรนพูดออกมาพร้อมๆกับมองหน้าของเซฟิเรีย พลางยื่นมันไปให้อีกฝ่าย “ข้าคิดว่าจากนี้ไปอาณาจักรแห่งนี้คงไม่เหมือนเดิม...”

 

อาจจะเพราะตัวของเซฟิเรียก็คือตัวตนของเซเรน ตั้งแต่ที่พบกันครั้งนั้นและได้ถูกช่วยชีวิตไว้ทำให้บางครั้งเซฟิเรียก็เข้าใจสิ่งที่เซเรนต้องการบอกเสมอ...ราวกับว่าตัวตนของเธอและเซเรนหลอมรวมเป็นคนๆเดียวกัน

 

“จนกว่าพลังเวทย์ทั้งหมดจะกลับสู่เอิร์ธแลน”

 

เซเรนยิ้มน้อยๆขณะที่เซฟิเรียรับเอาคริสตัลนั้นไป เธอมองตัวตนอีกด้านหนึ่งของตนเองที่เดินออกไปนอกกระท่อมกลายร่างเป็นวิหคเพลิงตัวใหญ่บินหายไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน “หวังว่าข้าคงได้เจอท่านอีก...ท่าน...ที่เป็นเป็นดั่งเช่นท่านในตอนนี้องค์ราชินี”

 

.

.

.

.

 

เอิร์ธแลน

 

นับตั้งแต่ราชอาณาจักรฟินิเชี่ยนล่มสลายและหายสาบสูญไปพร้อมๆกับการล่มสลายของอาณาจักรฟีนอลของรีเดนก็ผ่านมานานกว่า 100 ปี ความเกลียดชังและความเหลื่อมล้ำทางเผ่าพันธุ์ลดน้อยลงเมื่ออาณาจักรเล็กๆที่ชื่อว่าโครเนเรียที่ประกาศยอมรับมนุษย์ และสังสอนหนังสือให้

 

แม่ทัพโครอฟที่เป็นผู้รอดชีวิตจากอาณาจักรฟินิเชี่ยนตั้งหมู่บ้านเล็กๆขึ้นมา และสร้างตระกูลของตนเองขึ้นมาที่มีชื่อตระกูลว่า “ลูเซียนโน่” ก่อนที่จะเสียชีวิตลงไปเมื่อหลานชายตนเองมีอายุได้ 15 ปี โดยที่ก่อนตายโครอฟได้ผนึกหนังสือประจำตัวให้แก่ลูกหลานเพื่อให้ปกป้องราชินีของเขา

 

อเล็กซานด้าหลังจากที่ถูกริกกะส่งออกมาด้านนอกก็ได้เดินทางไปเจอกับมนุษย์คนอื่นๆที่หนีออกมาจากรังของมังกร จึงช่วยพาพวกเขาไปหาที่ปลอดภัย สุดท้ายเธอก็มาหยุดตั้งถิ่นฐานที่เกาะที่เป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรฟินิเชี่ยน สถานที่ๆเป็นที่หลับใหลของแม่ของเซฟิเรีย “เกาะเทนโรว”

 

อเล็กซานด้าสร้างหลุมศพให้แก่เพื่อนๆของเธอไว้ที่มุมเล็กๆมุมหนึ่งของเกาะและสร้างศาลาหินในส่วนบริเวณบ้านของเธอ โดยเขียนภาพต่างๆเพื่อสรรเสริญเซฟิเรีย ก่อนที่จะเขียนหนังสือฝากฝังลูกหลานตระกูล “เวอร์มิลเลี่ยน” ของเธอช่วยเหลือองค์ราชินีเซฟิเรียทุกทางที่ได้เจอเซฟิเรียอีกครั้งเพื่อชดใช้ความผิดที่เพื่อนของเธอและเธอได้ก่อทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

สกาเล็ตหรืออีกชื่อคือมังกรมายาที่อาศัพอยู่ในป่าต้องห้ามทางเหนือก็ได้ถูกอาณาจักรอุลทราสเชิญตัวกลับไปเป็นอาจารย์ให้แก่เจ้าชาย ขณะที่ป่าต้องห้ามค่อยๆตายลงเพราะขาดอีเทอนาโร และเพียง 3 ปีจากนั้นสกาเล็ตก็ตายตามป่าต้องห้ามนั้นไป

 

ส่วนเซฟิเรียหลังจากที่กลับมายังเอิร์ธแลนแล้วก็เร้นกายหายเข้าป่าไปเป็นเวลานานกว่า 100 ปีแต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าชายแห่งอุลทราสเชิญเธอไปอยู่ในฐานะเจ้าหญิงเพราะนับถือเธอ ซึ่งเซฟิเรียก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็เป็นแค่ในนาม...ชีวิตวันๆของเธอเอาแต่ศึกษาเวทย์หรือยาใหม่ๆที่ไว้สังหารตนเอง

 

แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไหร่ความพยายามของเซฟิเรียนั้นดูจะไร้ประโยชน์ ยิ่งกว่านั้นเผ่ามังกรก็ยังร่ำๆจะมีสงครามซึ่งกันและกัน เหล่ามังกรจึงสอนเวทย์ให้มนุษย์เพื่อที่จะให้ช่วยทำสงคราม จึงกำเนิดดราก้อนสเลเยอร์ขึ้นมา

 

เซฟิเรียออกจากอาณาจักรอุลทราสเดินทางไปเรื่อยกระทั่งได้เจอกับไอรีนและแอคโนโลเกียในเวลาไล่เลี่ยกันระหว่างเดินทาง เพียงแค่มองเวทย์ของอีกฝ่ายเธอก็รู้ถึงจุดจบของดราก้อนสเลเยอร์ ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากทั้งคู่ แต่ใครมันจะสนกันล่ะ? เซฟิเรียไม่แยแสพวกมนุษย์มานานแล้ว

 

หลังจากนั้นเธอก็หลบตัวเข้าป่าลึกเพื่อสร้างเวทย์สังหารตนเองขึ้นมาโดยที่เธอให้ชื่อว่า อังค์เซรัม ซึ่งมาจากพลังเวทย์ของเธอ เซฟิเรียคิดว่าเธอนั้นจะสามารถคิดเวทย์นี้จนเสร็จอย่างไม่มีใครกวน และก็มีหลายต่อหลายครั้งที่เธอใช้เวทย์นั่นใส่ตัวจนใกล้ที่จะตายเต็มที...และเหลือแค่อีกไม่กี่ครั้งเธอก็จะตาย วันนั้นก็มีเด็กคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตเธอ

 

เซเรฟ...ดรากูลนีล

 

(อ่านได้จากตอนพิเศษ 2 ดวงใจน้ำแข็ง)

 

เธอได้กลับมารับลูกศิษย์อีกครั้ง เพราะเจ้าเด็กบ้าของเธอก็เผลอสัมผัสเวทย์ อังค์เซรัม ของเธอ สำหรับตัวเธอเวทย์นี่มันจะฆ่าเธอแต่สำหรับมนุษย์อังค์เซรั่มซึมซับเข้าไปในร่างกาย...และค่อยๆเปลี่ยนทุกๆอย่างจากภายในทีละนิดและวันนึง...เด็กนั่นคงเป็นเหมือนเธอ

 

เซฟิเรียรีบๆสอนทุกอย่างให้เซเรฟก่อนที่ร่างกายเธอจะสลายไปเพราะอังค์เซรั่ม เธอจะได้เริ่มต้นใหม่ เซฟิเรียตั้งใจที่จะผนึกความทรงจำทั้งหมด เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด...เป็นแค่เด็กธรรมดาๆเท่านั้น...เพียงแต่...

 

.

.

.

.

 

วิ้ง

 

ดวงตาสีดำสนิทค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของหญิงสาวภายใต้คริสตัลสีม่วงอ่อนค่อยๆขยับ ไม่นานคริสตัลที่คลุมทั้งร่างกายเธอก็แตกสลายออก ร่างของเธอร่วงลงมากองกับพื้น พลังเวทย์มากมายค่อยๆไหลวนรอบๆตัว เรือนผมสีดำสนิทพลันเปลี่ยนสีไปวูบหนึ่งก็กลับคืนมาดังเดิม

 

“หึๆ...สุดท้ายข้าก็ไม่ตายสินะ” หญิงสาวพูดออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเดินไปยังด้านนอก หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อต้องแสงอาทิตย์ ความทรงจำทั้งหมดของเธอกลับมา หญิงสาวค่อยๆเอามือสัมผัสไปตามร่างกายของตนเองเพื่อสำรวจบาดแผล “เป็นวิธีที่คืนความทรงจำได้โหดจริงๆ”

 

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ...พลางยกแขนขึ้นรับเจ้านกฮูกตัวอ้วนกลมที่บินมาหาเธอ มือเรียวหยิบเอาจดหมายที่ถูกผูกเข้ากับขาของมันออกมาอ่านดูก็เผยรอยยิ้มน้อยๆออกมา “...ไอ้เจ้าเด็กแก่แดดเอ้ย! จะจีบข้าน่ะมันยังเร็วไปร้อยปี!

 

ฮูก

 

เจ้าบิสกิตร้องพลางเอียงคอมองหญิงสาว และนั่นทำให้เธอคิดอะไรบางอย่างออก เจ้าหล่อนฉีกยิ้มสยองให้แก่เจ้าบิสกิตจนมันอยากจะร้องไห้บินหนีไป ปกติหญิงสาวตรงหน้าจะน่ากลัวอยู่แล้วก็ตามแต่นี่มัน! นี่มันน่ากลัวกว่าเดิมอีก! (บิสกิตได้กล่าวเอาไว้) “บิสกิตจัง~

 

ฮู๊ก!

 

บิสกิตร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆเจ้าของอีกคนรวบตัวมันมากอดแบบไม่ทันตั้งตัวจนเกือบขาดอากาศตาย ก่อนที่จะปล่อยมันเป็นอิสระแล้วเริ่มเขียนจดหมายตอบแล้วส่งมันบินกลับไป...

 

“เอาล่ะ...ถึงเวลาหาทางออกจากป่านี้แล้ว ซุยเซ็น” หญิงสาววัย 21 ปีพูดออกมาเธอตัดสินใจแล้วในเมื่อตอนนี้เธอคือซุยเซ็นเธอก็จะเลือกเป็นซุยเซ็นต่อไป...เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆที่นิสัยออกจะติ๊งต๊องไปสักหน่อย “หวังว่านิสัยหลงทิศจะหายไปนะ...”

 

ซุยเซ็นเดินลัดเลาะไปตามทางเดินของป่าตามสัญชาตญาณและเพียงไม่นานเธอก็ออกมาจากป่านั้นได้ หญิงสาวมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองที่อยู่ไม่ไกลไปหากิลด์ไนท์วูฟที่น้องชายเธอเป็นมาสเตอร์อยู่

 

คอยดูนะ ถ้าเจอหน้าแม่จะกอดรัดฟัดเหวี่ยงให้หนำใจชดเชยเวลาเกือบ 1,000 ปีที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

 

หลังจากที่เข้าเมืองมาสักพัก

 

ปุบๆ

 

“ว่าไงจ๊ะน้องสาว...สนใจไปเที่ยวกับพวกพี่ก่อนมั้ย?” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นก่อนที่จะมายืนดักหน้าดักหลังซุยเซ็นเอาไว้ แต่หญิงสาวเลือกที่จะเงียบความรู้สึกที่พึ่งเคยเจอแบบนี้ถือเป็นครั้งแรกล่ะนะ “ว่าไงจ๊ะ? จะมากับพวกพี่ดีๆหรือ--- อะ...อาเจ๊เมื่อตอนนั้น!

 

“หา?” ซุยเซ็นส่งเสียงออกมาอย่างสงสัยพลันใบหน้าของคนที่เธอเคยไล่ตะเพิดออกจากเกาะเทนโรวไปก็ผุดวาบขึ้นมา “อ๋อ”

 

“ชะ...ชิบหาย” 1 ในนั้นพูดออกมาเมื่อความทรงจำกับคำสั่งของเจ้าหล่อนย้อนกลับมา “จะ...เจ๊ เจ๊ใจเย็นๆก่อนนะ พวกเราแค่จะชวนไปกินข้าวแล้วเที่ยวชมเมืองเฉยๆเอง เห็นเจ๊พึ่งมาครั้งแรกกลัวหลงอ่ะ”

 

“เหรอ? ใครเชื่อก็โง่แล้วเฟ้ย! เอาไปกินซะ! มะเหงกแห่งความยุติธรรม! ย้าก!

 

“อ้ากกก ช่วยด้วยยยย เจ๊จะฆ่าพวกเราแล้ว!

 

[17/03/2562]

 

สารภาพบาปค่ะ บทนี้ตอนท้ายใช้การสรุปคำพูดแทนเพราะถ้าใส่รายละเอียดมันยาวแบบยาวม๊าก! (ย่อหน้าละตอนเป็นอย่างต่ำ)และด้วยความขี้เกียจเลยเอาแบบนี้แทน ส่วนตัวละครภาคฟินิเชี่ยนมีตัวที่เป็นบรรพบุรุษของตัวละครในแฟรี่เทล 2 คนซึ่งไรท์จำได้แต่อเล็กอีกคนลืมสนิท...แบบไม่เหลือเลย (ฮือ)


ปล. ใครจำ 3 หน่อที่เจ๊ซุยช่วยไว้ไม่ได้บ้างงง เนื่องจากไรท์ไม่รู้ชื่อพวกเขาเลยขออนุญาตตั้งชื่อให้นะคะ 555+


กัส(บ็อบ) อูลเรย์(หมวกหมี) เช็ค (รีเจ้น)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #482 KuThanarak2003 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 15:42

    ????????????????สนุกมากก
    #482
    0
  2. #481 N2612 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 20:38
    รีบกลับมานะคะ ตอนนี้ค้างอย่างแรง
    #481
    0
  3. #480 นักอ่าน หน้าใหม่ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 07:38
    ค้างงง
    #480
    0
  4. #479 ไนท์ เบล (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:32

    เห้อ..ไรท์คะถ้าคิดจะค้างเเบบนี้เเล้วละก็คงเตรียมตัวเตรียมใจที่จะได้ของขวัญชิ้นใหม่อีกเเล้วสินะคะไม่ต้องห่วงค่ะของขวัญชิ้นนี้จะทำให้คุณอยู่ไม่ถึงวันเกิดเเน่^^//ยิ้มสดใสเหมือนอยู่กลางทุ้งลาเวนเดอร์



    ปล.เราเกลียดทุเรียนค่ะT^T

    #479
    1
  5. #478 คนที่เงียบๆ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 17:57
    เห็นแก่ช่วงท้ายๆ จะละเว้นก็ได้ค่ะ

    เดี๋ยวนะ... เหมือนจะลืมอะไรไปสักอย่าง
    อืม
    อืม
    อ้อ!
    เอ.. หวังว่าคุณไนท์ เบลล์จะส่งของขวัญไปให้ไรท์แล้วนะ
    ซุยเซ็น //หยิบโทรโข่ง
    ฝากจัดการนางไรท์ที ข้อหามาทำให้ค้างแล้วจากไป หมั่นไส้ *ยิ้มอ่อนโยนประหนึ่งแม่พระถือมีด*
    #478
    3
    • #478-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 71)
      17 มีนาคม 2562 / 19:32
      ทุเรียนใช่มะ! ใช่มะๆๆๆ //ผิดๆ
      ปล.ค้างเหรอ? ค้างเหรอ...ดะ...เดี๋ยวๆๆ อะไรค้างคะะะะะ
      #478-1
    • #478-3 ไนท์ เบล(จากตอนที่ 71)
      17 มีนาคม 2562 / 21:34
      ส่งทางLazadaอะค่ะไม่รู้ว่าไปถึงรึยัง
      #478-3