Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 70 : ::โชคชะตาบทที่ 59 :: สายเกินแก้ (ภาคฟินิเชี่ยน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

::โชคชะตาบทที่ 59 :: สายเกินแก้ (ภาคฟินิเชี่ยน)

 

**NOTE!: ตั้งแต่ภาคนี้ไปอาจจะไม่ความกาวแล้วนะคะ**

 

แซ่กๆ...

 

“อึก...อื้อ” เสียงสายลมที่กระทบกิ่งไม้สีกันและกลิ่นยาที่ฉุนกึกทำให้ร่างที่อยู่บนเตียงนั้นเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาสีเกาลัดค่อยๆกวาดมองไปรอบๆตัว หญิงสาวพยายามยันร่างกายตนเองลุกขึ้นมาแต่ต้องทรุดลงไปนอนอีกครั้ง

 

“ฟื้นแล้วสินะ...” ร่างของหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีแดงสดและดวงตาที่ดุดันเดินเข้ามาในห้องพร้อมๆกับอาหารเช้ารสอ่อนๆ “นอนแบบนั้นไปสักพักเถอะ...เจ้าพึ่งออกจากคริสตัลรักษาของข้า คงใช้เวลาอีกสัก 2 – 3 วันกว่าร่างกายเจ้าจะเข้าที่เข้าทาง”

 

“...” หญิงสาวพยักหน้ารับฟังก่อนที่จะทำตัวว่าง่ายให้อีกฝ่ายพยุงตัวเธอลุกขึ้นมานั่งเพื่อที่จะได้ป้อนข้าวได้สะดวก

 

“เจ้าคงมาจากอาณาจักรฟินิเชี่ยนสินะ” หญิงสาวถามแค่ปรายตามองเครื่องแต่งกายนั่นก็พอที่จะทำให้รับรู้ได้ไม่ยาก เมื่อคนที่ถูกช่วยไว้พยักหน้าตอบรับก็ถามต่อ “แล้วเจ้าชื่ออะไร?”

 

“อเล็ก...อเล็กซาด้า” อเล็กซานด้าพูดตอบ

 

“ข้าสกาเล็ต” สกาเล็ตแนะนำตัวก่อนที่จะเงียบไม่ถามอะไรไปกระทั่งป้อนข้าวเสร็จแล้ว

 

“มนุษย์อย่างเจ้ามาถึงที่ป่าแห่งนี้ได้ยังไง...ยิ่งกว่านั้นคือไฟคำสาปมังกรที่โดนอีก” เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยสกาเล็ตก็เข้ามาสืบสาวเอาความกับอเล็กซานด้าทันที การที่มีมนุษย์ที่อยู่ในอาณาจักรฟินิเชี่ยนมาถึงที่นี่ได้นับว่าไม่ธรรมดา ยิ่งมาพร้อมบาดแผลจากไฟมังกรยิ่งไม่ธรรมดา!

 

“ไฟ...มังกร” อเล็กซานด้าที่ยังมึนงงอยู่นั้นทวนคำ พลันความทรงจำที่ขาดๆหายๆของเธอก็กลับมา แบบนั้นเจ้าหล่อนรีบตะเกียกตะกายหมายจะลุกขึ้นทันที แต่ถูกเวทย์ของสกาเล็ตตรึงร่างกายของเธอเอาไว้

 

“ตอบข้ามา”

 

“องค์ราชินีกำลังแย่! พวกชาล็อตกำลังจะกบฏ! เธอ...เธอใช้อะไรบางอย่างทำให้ริกกะมาเป็นพวก” สิ้นคำพูดนั้นสกาเล็ตก็เบิกตากว้างขึ้น ลมหายใจของเธอหยุดชะงักกึก “ฉัน...ฉันกำลังจะห้ามพวกเขาแต่จู่ๆก็มีคนมาขวางฉัน...แล้วก็...จำไม่ได้แล้ว”

 

“คน? แน่ใจนะว่านั่นคน” สกาเล็ตควบคุมลมหายใจตนเองแล้วถามเน้นย้ำ

 

“ไม่...ไม่เชิง คนๆนั้นมีบรรยากาศคล้ายๆกับท่าน” อเล็กซานด้าพูดออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก สัมผัสที่เธอสัมผัสได้จากชายผู้นั้นคล้ายกับสัมผัสที่สกาเล็ตแผ่ออกมาตลอดเวลา แต่ก่อนที่จะมีเวลาสงสัย “ฉันต้องรีบไปบอกท่านราชินี! อย่างน้อยก็ต้องรีบกันไว้ก่อน”

 

กึกๆ...

 

ทันใดที่จบคำพูดของอเล็กซานด้าผืนดินก็สั่นไหวอย่างรุนแรงจนสกาเล็กตต้องเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อดูดวงดาวบนฟากฟ้าที่สามารถบ่งบอกเหตุการณ์ต่างๆได้ เมื่อเธอเห็นดวงดาวประจำตัวของเหล่าแม่ทัพหลายๆคนค่อยกับแสงไปก็ได้เข้าใจ

 

ครืดๆ...

 

และยิ่งเหล่าต้นไม้ในป่าที่ยื่นกิ่งก้านมาให้เธอเพื่อบอกเล่าเรื่องราวก็ทำให้สกาเล็ตยิ่งพูดไม่ออก เธอเม้มปากแน่นจะเป็นห่วงก็เป็นห่วง แต่ตอนนี้ที่เธอห่วงกว่าสภาพจิตใจของเซฟิเรียเพื่อนของเธอก็คือเรื่องต่อจากนี้...

 

“สายเกินไป...ราชอาณาจักรฟินิเชี่ยนล่มสลายไปแล้ว” สกาเล็ตพูดออกมาทำให้อเล็กซานด้ามีสีหน้าที่ซีดเผือด อย่างน้อยเธอไม่น่าจะหลับไปนานขนาดที่พวกชาล็อตจะเริ่มแผนการเร็วขนาดนั้น! และเหมือนสกาเล็ตจะรู้เรื่องนี้ “นับแต่วันที่ข้าเจอเจ้า...และรักษามันก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว”

 

5 ปี...

 

เสียงนั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของอเล็กซานด้า...ก่อนที่หญิงสาวจะได้สติรับของที่ถูกโยนมาจากสกาเล็ต เมื่อเธอมองดูก็พบกับหนังสือหนังเล่มหนึ่ง “นี่มัน...”

 

“ของที่เซฟิเรียให้ข้ามาครั้งก่อนที่ไปอาณาจักรฟินิเชี่ยน...ฝึกมันซะ การที่เจ้าจะต้องออกจากที่แห่งนี้สิ่งนั้นมันจำเป็น” สกาเล็ตพูดออกมาระหว่างที่อเล็กซานด้าค่อยๆเปิดด้านในดูทีละหน้า...ในนั้นมันคือเวทมนต์ต่างๆ เธอเงยหน้าไปมองสกาเล็ตอย่างไม่เข้าใจ “ข้าไม่ได้อยากจะช่วยพวกเจ้า...แต่ถ้าหากเจ้ายังอยากจะช่วยเพื่อนๆของเจ้าล่ะก็ๆรีบฝึกมันแล้วไปเตือนให้เพื่อนเจ้าหนีไปก่อนที่ราชินีวิหคเพลิงจะอาลาวาทจะดีกว่า

 

“องค์ราชินี?” อเล็กซานด้าถามย้ำอย่างไม่แน่ใจแต่สกาเล็ตไม่ยอมตอบเธอ อีกฝ่ายเดินออกจากห้องนั้นไปทันที

 

อเล็กซานด้าไม่มีทางเลือกมากนักจึงต้องฝึกเวทย์ในนั้นไปเพื่ออกจากป่าแห่งนี้...การที่เธอมายังที่แห่งนี้ได้เพราะระหว่างจุดของความเป็นความตายเธอได้บังเอิญใช้เวทย์หลบหนีทันทั้งๆที่ไม่ได้ฝึกหรือใช้เวทย์มาก่อน (สกาเล็ตบอกว่าเพราะเธอมีพลังแฝงในตัว)

 

ระยะเวลาผ่านไปหลายปีในที่สุดอเล็กซานด้าก็สามารถใช้เวทย์ในหนังสือเพื่อออกจากป่าแห่งนั้นมายังป่าในอาณาจักรฟินิเชี่ยน...ไม่สิ อาณาจักรฟินิเชี่ยนใหม่ได้ (ด้วยเวทย์เคลื่อนย้าย)

 

ระหว่างทางที่เธอมาเธอเห็นทัพใหญ่ของมังกรยกทัพมาจนถึงเขตเมืองหลวงแล้ว และที่เด่นหราอยู่หน้ากองทัพมังกรพวกนั้นคือหัวของเพื่อนเธอ ชาล็อต...

 

.

.

 

ภายในปราสาท

 

ริกกะเดินทอดน่องไปตามทางเดินด้วยสายตาว่างเปล่า ตลอดเวลาที่เธอไปครองราชย์มานี้เธอรู้สึกไม่มีความสุขเลย ทั้งๆที่การก่อกบฏครั้งนั้นมันเกิดขึ้นเพราะความต้องการของเธอและชาล็อต แต่ไม่รู้ทำไมทุกๆครั้งที่เธอได้ก้าวเดินไปยิ่งทำให้เธอเจ็บปวด...

 

ราวกับว่า...เธอทำอะไรที่ไม่สมควรที่สุดไป...

 

แกร๊ก...

 

“ใครน่ะ! ออกมาเดี๋ยวนี้” ริกกะส่งเสียงถามเมื่อรับรู้ถึงเสียงแปลกปลอม สิ้นคำของเธอร่างของอเล็กซานด้าก็โผล่มาตรงหน้าเธอ ริกกะเบิกตากว้างเมื่อเพื่อนสนิทที่ถูกสังหารไปแล้วนั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ “ทหาร---”

 

ชู่ว

 

“ใจเย็นๆสิริกกะ” อเล็กซานด้าเอานิ้วทาบปากตนเองไว้ก่อนที่จะร่ายเวทย์พันธนาการร่างกายของริกกะให้หยุดอยู่นิ่งๆ “ฉันมาเพื่อยืนยันเรื่องหนึ่ง...เธอดีใจมั้ยที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้?”

 

สิ้นคำพูดของอเล็กซานด้าน้ำตาเม็ดเล็กๆก็ค่อยๆไหลลงมาตามแก้มของริกกะ ทำให้อเล็กซานด้าเข้าใจในทันที อเล็กเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วร่ายเวทย์ก่อนที่จะดึงควันสีดำบางอย่างออกมาจากร่างกายเพื่อนสนิท วินาทีนั้นริกกะเริ่มรู้สึกเหมือนตนเองถูกปลดปล่อยจากสิ่งที่บังคับร่างกายเธอมานาน

 

“อเล็ก...ฉัน...เซเรน” ทันทีที่อเล็กซานด้าคลายเวทย์พันธนาการริกกะก็ไม่อาจจะที่กักเก็บความรู้สึกผิดมากมายไว้ได้ แต่อเล็กนั้นเอามือปิดปากริกกะเอาไว้พร้อมๆส่ายหน้า

 

“ไม่...ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเสียใจ ทัพมังกรกำลังกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ และที่สำคัญ...องค์ราชินีก็กำลังจะมาที่นี่” ข่าวทั้ง 2 ข่าวที่ออกมาจากปากเพื่อนสนิทของริกกะทำให้อีกฝ่ายลุกพรวดขึ้น เซเรนกำลังจะมา ที่นี่? “เพื่อชำระความแค้น”

 

กรอด...

 

ริกกะกัดฟันแน่นหลังจากฟังคำพูดสุกท้ายของอเล็กซานด้าแล้ว “ดังนั้นรีบหนีเร็วเข้า!

 

“ขอโทษนะอเล็ก...เธอไปเถอะ เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับอาณาจักรนี้ทั้งนั้น” ริกกะกลับพูดปฏิเสธเธอแล้วผลักอีกฝ่ายเข้าสู่วงเวทย์เคลื่อนย้ายของเธอไป แม้อเล็กซานด้าจะขัดขืนแต่เมื่อเห็นดวงตาที่ยอมรับความตายของอีกฝ่ายเธอก็ได้หยุดความคิดที่จะพาริกกะหนีไป

 

“ถ้ามันเป็นกรรมของฉัน ฉันก็จะรับมันไว้ด้วยความยินดี”

 

จบคำพูดนั้นริกกะก็เดินไปหยิบดาบของเซฟิเรียมาก่อนที่จะออกจากห้องไป ออกสู่สนามรบที่ไม่มีทางที่จะหวนกลับได้ อย่างน้อยๆสำหรับตัวเธอมันสายเกินไปที่จะย้อนกลับแล้ว แม้ว่าทางที่เธอเลือกเดินมามันไม่ได้มาจากความตั้งใจของเธอเลย

 

ริกกะย่างก้าวออกมาระหว่างทางมีทหารเข้ามารายงานเรื่องที่รีเดนยกทัพมาถล่มอาณาจักรและเรื่องชาล็อต แต่ถึงว่าดูจากจำนวนพวกเธอสู้ไม่ได้เลย กระนั้นริกกะก็ไม่ได้หนีไป เธอกลับเดินมายังสนามรบพร้อมๆกับชูดาบขึ้นสู่ฟ้า

 

“เปลวเพลิงนิรันดรเอ๋ย จงแผดเผาศัตรูแห่งเราให้ราบคาบ! มหาเวทย์บทที่ 50!!

 

เสียงของเธอดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมๆกับพลังเวทย์มากมายที่ก่อตัวเป็นรูปร่างของวงเวทย์ขนาดใหญ่เหนือหัวทัพมังกร ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งแสงสว่าง “เพลิงทมิฬ!

 

สิ้นคำพูดนั้นสนามรบก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีดำที่พุ่งลงมาคร่าชีวิตเหล่ามังกรทั้งหลายไปหลายร้อยตัว ทำให้รีเดนแสยะยิ้มดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ราชินีริกกะที่เคยเป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานของเขาแต่ ตั้งแต่ครั้งที่แผนกบฏสำเร็จทั้งคู่ก็ทรยศเขาไม่ยอมยกอาณาจักรแห่งนี้ให้ตามสัญญา

 

“เป็นแค่ตัวหมากแท้ๆ” รีเดนเค้นเสียงพูดออกมาระยะเวลากว่าหลายปีในการยึดอาณาจักรแห่งนี้ทำให้เขาสูญเสียทหารมากฝีมือไปไม่น้อย มังกรหนุ่มลุกขึ้นพร้อมๆกับกลับคืนสู่ร่างที่แท้จริงบินตรงมาหมายจะขย้ำราชินีผู้จองหองให้จมเขี้ยวแต่อีกฝ่ายกลับหลบได้

 

.

.

.

.

 

ทั้งรีเดนและริกกะต่อสู้กันไปหลายชั่วโมงจนกระทั่งท้องฟ้ามืดลง ทหารของทั้ง 2 ฝ่ายสูญเสียไปมากมาย แต่ถึงแบบนั้นริกกะและรีเดนต่างไม่มีใครยอมใครกระทั่งริกกะใช้จังหวะที่มังกรหนุ่มเผลอกับจิตสังหารที่รุนแรงที่พุ่งมายังที่แห่งนี้ ริกกะก็ตวัดดาบเรียวในมือตัดหัวมังกรหนุ่มจนขาดสะบั้น

 

แฮ่ก...แฮ่ก...กรีสสสสสส

 

หลังจากที่ทรุดหอบได้ไม่นานเสียงกรีดร้องของวิหคเพลิงก็ดังขึ้นทำให้เหล่าทหารและผู้คนตื่นตกใจ และวินาทีต่อมาเปลวไฟสีฟ้าก็โหมกระหน่ำทั่วอาณาจักรด้วยฝีมือของราชินีวิหคเพลิงอย่างเซฟิเรีย

 

“องค์ราชินี!” ทหารนายหนึ่งวิ่งมาหาริกกะด้วยน้ำเสียงขอความช่วยเหลือ เพราะทหารที่ถูกฝึกให้ใช้เวทย์กำจัดวิหคเพลิงนั้นต่างตายในสงครามกับเผ่ามังกรไปจนหมดแล้ว จะมีก็แต่คนที่คิดเวทย์นั้นขึ้นมาอย่างริกกะ “องค์ราชินีช่วยด้วย--อ๊ากกก!!

 

กริ้ง

 

ดาบในมือของริกกะสั่นไหวเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวเงยหน้ามองเหนือหัวตนเองก็พบกับร่างของวิหคเพลิงตัวใหญ่ที่บินอยู่เหนือหัวหลังจากที่จัดการพวกมนุษย์ในอาณาจักรจนสิ้นซากแล้วเซฟิเรียก็ได้เวลาชำระแค้นกับคนตรงหน้า...

 

วิ้ง

 

ริกกะที่มองอีกฝ่ายกลับมาสู่ร่างของมนุษย์ที่ไม่ได้เห็นมานาน สถานการณ์ตรงหน้าราวกับซ้อนทับกับเรื่องสมัยที่ริกกะเจอเซฟิเรียครั้งแรก เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ตรงหน้ากลับแตกต่างกับตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง “ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว...เจ้าพวกมนุษย์โสโครก”

 

“หึ” ริกกะแสยะยิ้มกับเรียกพวกเธอที่เปลี่ยนไป แต่กระนั้นเธอก็ยังเลือกที่จะแสดงใบหน้าดั่งเช่นตัวร้ายออกมา “ท่านกลับมาราวกับว่าไม่กลัวตาย...น่าเสียดาย สิ่งที่แม่ทัพพวกนั้นทำเพื่อท่าน...”

 

“ถ้าข้าสามารถสังหารพวกเจ้าให้สิ้นเผ่าพันธุ์ได้ ถึงตายข้าก็ยอม” เซฟิเรียพูดออกขณะที่ริกกะยังคงปั้นหน้ายิ้มร้ายเอาไว้เช่นเดิม ...ไม่ ท่านน่ะตายไม่ได้เด็ดขาด... เมื่อเห็นว่าริกกะไม่ได้พูดอะไรเซฟิเรียก็ใช้ทริกจากไฟของตนเองสร้างดาบขึ้นมาพร้อมๆกับตั้งท่าเตรียมพร้อม

 

ชิ้ง!

 

เฉกเช่นริกกะ อย่างน้อยๆช่วงเวลาที่เธออยู่กับเซฟิเรียก็ถูกฝึกเรื่องต่างๆมากมาย รวมถึงเรื่องดาบ ทั้งคู่ดูท่าทีกันครู่หนึ่งแล้วพุ่งเข้าโจมตีซึ่งกันและกัน ท่ามกลางไฟที่โหมกระหน่ำทำลายทุกๆอย่างรอบตัว

 

เคร้งๆๆ

 

เสียงดาบที่กระทบกัน และเสียงร่ายเวทย์ดังต่อเนื่องหลายชั่วโมง ราวกับริกกะรับรู้ถึงความลังเลในดาบของอีกฝ่าย จนกระทั่งริกกะตัดสินใจที่พลังเวทย์ใกล้จะหมดเต็มที แกล้งใช้เวทย์สังหารวิหคเพลิงกับเซฟิเรียเพื่อให้อีกฝ่ายเอาจริงสังหารเธอซะ

 

เคร้ง!

 

ดาบในมือข้างหนึ่งที่ริกกะปัดป้องดาบของเซฟิเรียขณะร่ายเวทย์ถูกดาบน้ำแข็งสีดำม่วงนั้นปัดกระเด็นไป ขณะที่ดาบของเซฟิเรียแตกไป เมื่อเห็นช่องว่างนั้นริกกะเลยตั้งใจจะแกล้งรีบร่ายเวทย์ให้เสร็จแล้วโจมตีเซฟิเรีย

 

หมับ! ฉึก!!

 

ราวกับภาพช้าที่ถูกฉายซ้ำ...เซฟิเรียรับดาบประจำตัวแล้วเสือกแทงเข้าที่อกของอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่จังหวะที่ดาบนั้นกำลังจะแทงเข้าสู่ร่างของอีกฝ่ายเซฟิเรียเห็นบุตรบุญธรรมของเธอลอบยิ้มออกมา ดวงตาสีฟ้าสวยและดวงตาสีน้ำตาลสบกับแวบหนึ่ง

 

คราแรกเธอไม่เข้าใจว่าทำไมริกกะถึงยิ้ม แต่เมื่อดาบนั้นแทงเข้าสู่ร่างอีกฝ่าย ความทรงจำของริกกะตั้งแต่เกิดก็ไหลจากดาบสู่สมองของเธอ...ทั้งภาพ ทั้งความรู้สึกต่างๆที่ริกกะมีให้เธอ ความเคารพ นับถือ...ทุกๆอย่างที่ริกกะคิดและเจอมาทั้งหมด

 

ทุกๆอย่าง...เซฟิเรียสั่นไปทั้งร่างเมื่อเห็นว่าในตอนนั้น ตอนที่เธอคุยกับรีเดน...คำว่า ใช่ ของเธอมันทำร้ายริกกะอย่างแสนสาหัส และเรื่องที่ริกกะโดนควบคุม ทุกๆอย่าง เรื่องราวของเธอตั้งแต่พบกับริกกะนั้นถูกเล่นไปราวกับโศกนาฏกรรม

 

เซเรน...

 

ท่านเซฟิเรีย...

 

เสียงเรียกของริกกะดังขึ้นในหัวของเธอซ้ำไปซ้ำมา เซฟิเรียค่อยๆทรุดลงกับพื้นมองภาพตรงหน้าท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ดวงตาแสนสวยสั่นระริก น้ำตานองหน้า บ้านเมือง อาณาจักร ทุกๆอย่างที่เป็นดังความทรงจำของเธอถูกแผดเผา...ถูกทำลาย...จนไม่เหลือชิ้นดี พร้อมๆกับร่างของริกกะที่นอนนิ่งสนิทไร้ซึ่งลมหายใจ

 

วูบ!

 

ชั่ววินาทีหนึ่งที่เธอรับรู้ว่ามีใครบางคนกำลังกอดปลอบประโยนเธอจากด้านหลัง แต่เธอรู้ดีว่าไม่มีใครอยู่ที่แห่งนี้แล้วกระทั่งเสียงเสียงกระซิบจากความทรงจำของริกกะดังขึ้นยิ่งทำให้ความผิดของเธอเพิ่มพูนขึ้นจนไม่อาจจะรับไหวอีกต่อไป

 

ข้าชอบเซเรน...ไม่สิ ข้ารักเซเรน...

 

ในวันนี้ทุกอย่างถูกทำลายเพราะความโง่งมของเธอ...แม้แต่หัวใจของตัวเอง หยดน้ำตาและเสียงกรีดร้องที่เจ็บปวดเจียนตายร้องขึ้น หวังระบายความเจ็บปวดของตนเองออกมา ร่างบางเอาแต่ร้องไห้ ร้องแล้วร้องอีกจนน้ำตากลายเป็นสายเลือด วิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าขอให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน...

 

วู้ม!!

 

ร่างกายของเซฟิเรียเปล่งแสงสีฟ้า อีเธอนาโนในอากาศเริ่มปั่นป่วนเพราะพลังของวิหคเพลิงที่กำลังจะหลุดจากการควบคุม เซฟิเรียในสภาพที่ใจสลายไม่สามารถควบคุมพลังอันมากมายของเธอได้อีกต่อไปจนเกิดก้อนพลังเวทย์ขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ...และเรื่อยๆ...

 

ก้อนพลังเวทย์นั้นค่อยๆร่วงลงสู่พื้นดินพลันก็เกิดแสงและแรงกระแทกอันมหาศาลที่ทำให้โลกสั่นสะเทือน เซฟิเรียมองภาพตรงหน้าที่เริ่มจะขาวโพลนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหลับตาลง ไม่ขยับ ไม่ดิ้นรน...รอรับความตายที่กำลังจะใกล้เข้ามา เธอหวังว่าสิ่งนั้นจะทำให้เธอหมดทุกข์เสียที

 

กระทั่งสติสุดท้ายของเธอก็หมดลง

 

[15/03/2562]

 

 อีกประมาณ 2 ตอนจะจบภาคฟินิเชี่ยนแล้วนะคะ (บางทีตอนหน้าอาจจะจบเลยก็ได้)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #476 คนที่เงียบๆ (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 01:12

    (...)
    เพลงมา 'เก็บเอาไว้ในลิ้นชัก คงไม่เจอแล้วถุงก๊าวว'
    เอาล่ะ รีดทั้งหลายเอ๋ย จงหยิบรองเท้า ระเบิด ทุเรียนและอื่นๆของท่านขึ้นมา
    พิกัด - บ้านไรท์
    ย้ำอีกที
    [บ้านไรท์]
    #476
    3
    • #476-2 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 70)
      15 มีนาคม 2562 / 13:31
      ดะ...เดี๋ยวก่อนนนน (ตัวไรท์ยังกาวอยู่นะคะ ถ้าหาจังหวะแทรกได้จะแทรกแต่มิใช่ภาคนี้)
      ปล.ขอทุเรียนเยอะๆนะไรท์ชอบบบบ >3<
      #476-2
    • #476-3 KuThanarak2003(จากตอนที่ 70)
      27 มีนาคม 2562 / 15:22

      ซึ้งมากเลยไรท์
      สนุกมากๆเลยครับ
      #476-3