Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 68 : ::โชคชะตาบทที่ 57 :: งานเทศกาล (ภาคฟินิเชี่ยน) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

::โชคชะตาบทที่ 57 :: งานเทศกาล (ภาคฟินิเชี่ยน)

 

วันนี้ถือเป็นวันเทศกาลใหญ่และคึกคักที่สุดเท่าที่จะเคยมีมาของอาณาจักรฟินิเชี่ยนเลยก็ได้ ถึงแม้อเล็กซานด้าจะแอบรู้สึกตงิดใจบางอย่าง ถ้าเธอจำไม่ผิดคนที่รับผิดชอบงานในปีนี้คือโฟราเชี่ยนผู้เกลียดมนุษย์เข้ากระดูกดำไม่ใช่รึ?

 

“เวลาเปลี่ยน...อะไรๆก็ต้องเปลี่ยน” หญิงสาวเรือนผมสีบลอนพึมพำออกมาเบาๆ อเล็กซานด้ารีบเก็บจานในร้านอาหารที่เธอทำงานอยู่ไปล้างเพื่อที่จะได้รีบไปตามนัดกับเพื่อนๆ แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะออกไปนั่นเอง

 

เธอเห็นโฟราเชี่ยนคนนั้นเดินหน้าแดงหนีผู้ชายมนุษย์คนหนึ่ง...

 

“แต่บางทีนี่ก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวเกินไป” เจ้าหล่อนพึมพำกับตัวเองเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสเจอตัววิหคเพลิงทมิฬตัวเป็นๆ แต่ก็ต้องรีบหลบไปอีกทางทันทีเมื่อคิดได้ว่าตนเองเริ่มจะสายแล้ว

 

แต่เดิมอเล็กซานด้านั้นไม่ได้อยู่ที่อาณาจักรแห่งนี้ เธอย้ายมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เอง...อดีตของเธอถ้าเทียบกับริกกะและชาล็อตแล้วถือว่าดีกว่ามาก...พ่อแม่เธออยู่ในป่าลึกที่ซึ่งปลอดภัยจากมังกรแต่ก้อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆกระทั่งได้มีโอกาสเดินทางมายังที่แห่งนี้

 

คราแรกเธอแอบคิดว่าราชินีเซฟิเรียคงพิเรนอยากเล่นสนุกแต่พอได้ลองรู้จักกับริกกะครั้งที่แอบหนีเที่ยวนอกปราสาทเธอก็ได้ปล่อยวางอคตินั่นลง ลองมองทุกอย่างๆเป็นกลาง

 

ราชินีเซฟิเรียนั้นไม่ใช่อย่างที่ใครอื่นกล่าวหา อเล็กซานด้าคิดว่านางดูแปลกแยกจากวิหคเพลิงหรือมังกรตนอื่นๆ ที่มองพวกเธออย่างที่พวกเธอเป็น...ในสายตาของอเล็กซานด้าเซฟิเรียคือแม่พระผู้มาโปรดทุกสรรพสิ่ง ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นแต่...อเล็กซานด้ายินดีที่จะให้ตัวเองคิดแบบนั้นต่อไป

 

เธอนับถือราชินีเซฟิเรีย...และนับถือในความหวงลูกสาวบุญธรรมจนเกินงามนั่นด้วย

 

อเล็กซานด้าใช้เวลาระหว่างที่เดินไปที่ร้านประจำของพวกเธอคิดถึงเรื่องเก่าๆและซึมซับบรรยากาศรอบๆตัวกระทั่งมาถึงที่ร้านแห่งนั้น

 

หื้อ?

 

“คุณลุงคะ...ชาล็อตไม่อยู่เหรอคะ?” หญิงสาวต้องแปลกใจ เธอสายมาหลายนาทีอยู่แต่ว่าชาล็อตที่ควรอยู่ ณ ร้านแห่งนี้ซึ่งเป็นบ้านของเธอกลับไม่มานั่งรอเธอเหมือนปกติเสียอย่างนั้น

 

“...หนูชาล็อตเหรอ...ลุงวานให้ไปช่วยเก็บสมุนไพรในป่าใกล้ๆน่ะ” คุณลุงเมื่อได้ยินคำถามถึงชาล็อตผู้ที่เคยอยู่ช่วยงานในร้านและอยู่ในบ้านเดียวกันมาก็ตอบอเล็กซานด้าออกไป พวกเขาไม่ได้เป็นญาติหรือครอบครัวเดียวกันแค่ถูกจัดให้อยู่ที่เดียวกันเมื่อหลายปีก่อนเท่านั้นเอง แต่ชราวัยกลางคนก็เอ็นดูชาล็อตเหมือนลูกเช่นกัน “อีกเดี๋ยวคงจะกลับมาแล้วล่ะ...หนูอเล็กซานด้านั่งรอก่อนสิ”

 

“...ค่ะ” อเล็กซานด้าได้ยินแบบนั้นก็วางใจ...แค่บางส่วน ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกใจคอไม่ดียังไงก็บอกไม่ถูก... “รู้สึกเหมือน...กำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ”

 

.

.

.

 

ณ ปราสาท

 

ในช่วงเวลาเย็นๆ

 

เซเรนหลังจากที่รับหน้าแขกจากต่างเมืองเรียบร้อยแล้วก็หลบออกมาสูดอากาศหายใจที่สวนเช่นเดิม วันนี้ถือวัน 1 วันที่สาหัสเอามากๆสำหรับเธอผู้ที่ไม่ค่อยชอบงานเข้าสังคม อีกทั้งใจเธอนี่อยากจะออกไปเที่ยวเต็มแก่แล้วด้วย (ติดอยู่ที่ว่าคนโดนชวนไม่ยอมให้ไปนี่สิ)

 

“ต้องขออภัยที่ข้ามารบกวนท่านในเวลาเช่นนี้” รีเดนเดินเข้ามา ณ สวนด้านหลังปราสาทก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดและรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนหน้า “ไม่ทราบว่าท่านพอมีเวลาว่างให้ข้าสักนิดหรือไม่?”

 

“...” เซเรนหันไปมองก่อนที่จะพยักหน้าน้อยๆ แล้วผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ณ ศาลากลางสวนแห่งนี้ “เชิญนั่งก่อนเถิดราชารีเดน”

 

รีเดนเดินมานั่งตามคำเชิญ

 

“แล้วท่าต้องการจะคุยอะไรกับข้าล่ะ?” เซเรนเอ่ยปากถามดั่งเช่นปกติโดยไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติใดๆบนรอยยิ้มของราชามังกรเลยแม้แต่น้อย

 

“เรื่องเก่าๆ...ข้าแค่ต้องการคำตอบเท่านั้น” รีเดนยักไหล่แล้วนั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจ แต่สร้างความสงสัยให้หญิงสาว “เรื่องมนุษย์”

 

“...” เซเรนนั่งนิ่งฟังเขาต่อไปอย่างไม่แสดงสีหน้า

 

“ข้าได้ยินมา...เรื่องที่ท่านรับพวกมนุษย์เข้ามาส่วนหนึ่งเพียงเพราะจะหาผลประโยชน์จากพวกมันและขยายดินแดน...” ราชามังกรเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังเล่านิทานเรื่องหนึ่ง “โดยที่ท่านแสร้งทำตัวคล้ายแม่พระให้พวกมันตายใจ...แล้วค่อยๆป้อนความรู้ให้เพื่อให้พวกมนุษย์ทำตัวเป็นหมากผู้ซื่อสัตย์ต่อท่านแล้วใช้ปกป้องดินแดน...ใช่หรือไม่?”

 

“...” เซเรนเพียงยกยิ้มน้อยๆ “ไม่ทราบว่าท่านไปฟังเรื่องตลกเช่นนี้มาจากที่ใด”

 

“ข้าแค่เคยได้ยินมาผ่านๆหู...” รีเดนกล่าวก่อนที่จะนึกบางอย่างออก “จะว่าไปบุตรบุญธรรมของท่านพึ่งสร้างหอคอย 1,000 ชั้นที่ถูกปกป้องด้วยปิศาจเวทย์ทั้ง 1,000 ตัวด้วยเวทย์ขั้นสูงใช่หรือไม่?”

 

“น่าแปลกที่ข่าวนี่แพร่ไปเร็วยิ่งนัก” เซเรนยังคงกล่าวนิ่มๆไม่พูดเปิดประเด็น

 

“ถือว่านางเป็นผลงานที่เยี่ยมยอดเลยใช่มั้ย?” รีเดนยังคงกล่าวต่อไปขณะที่เซเรนก็มีท่าทีเช่นเดิม หญิงสาวนั่งนิ่งพร้อมรอยยิ้มบางๆเมื่อเธอรอจนแน่ใจว่าราชามังกรหมดเรื่องที่จะพูดก็ค่อยๆขยับตัวเปลี่ยนท่าทาง

 

“ใช่” และเป็นฝ่ายพูดบ้าง “นางเป็นผลงานชั้นเลิศ และก็ถูกอย่างที่พวกท่านว่าๆข้าอาจใช้พวกนางเป็นเครื่องมือที่ทำให้อาณาจักรรุ่งเรื่องก็ไม่ผิด”

 

ราชามังกรลอบยิ้มกับคำตอบของตน โดยที่เหลือบสายตาไปที่มุมๆหนึ่งที่เห็นชายผ้าที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

ครืด!

 

!

 

“และนั่นมันก็เป็นเพียงมุมมองของเจ้า ที่อาจจะมองสิ่งที่ข้าทำพเป็นแบบนั้น แต่สำหรับข้า...จะมนุษย์ วิหคเพลิง มังกรอย่างพวกท่าน หรือแม้แต่ตัวข้า...ก็เท่าเทียมเสมอกัน” เซเรนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและแรงกดดันอันมหาศาล “ข้าไม่เคยที่จะใช้มนุษย์หรือแม้แต่ริกกะเป็นเครื่องมือ”

 

หึๆๆ

 

ราชามังกรแม้จะตกใจกับคำพูดของอีกฝ่ายแต่เขาก็ขำออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมา “ข้าต้องขออภัยหากกล่าวผิดไป...ข้าเพียงแค่สงสัยเกี่ยวกับข่าวลือพวกนั้นเท่านั้นเอง”

 

...

 

“เช่นนั้นก็ดี” เซเรนมองอีกฝ่ายก่อนที่จะพยักหน้ารับ

 

“เช่นนั้นข้าขอตัว” รีเดนลุกขึ้นโค้งตัวลาอีกฝ่ายแล้วเดินออกไปทันทีเมื่อเห็นว่าแผนการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี...

 

“ราชินีเซฟิเรียเอ๋ย...ข้ารุกฆาตเจ้าแล้ว”

 

.

.

.

 

[60%]

 

ตึกๆๆ

 

ร่างของหญิงสาววิ่งออกไปตามทางเดินพร้อมๆกับน้ำตาที่เริ่มไหลริน เธอวิ่งออกมาจากปราสาทกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้แห่งหนึ่งใบป่าไม่ไกลจากเมืองของชาวมนุษย์เท่าไหร่นัก “บ้าที่สุด...เซ...ท่านเซฟิเรีย”

 

ริกกะเอามือปาดน้ำตาทิ้งไปแต่สุดท้ายเธอก็ค่อยๆชันเข่าขึ้นมาฟุบหน้าร้องไห้ เธอไม่อยากจะคิดอะไรอีกต่อไปแล้วตั้งแต่ที่ได้ยินคำว่า ใช่ สมองของเธอก็เหมือนจะหยุดประมวลไป คำพูดหลังจากนั้นมันแทบไม่มีความหมายเลย “โกรธใช่มั้ยล่ะ?”

 

“ชาล็อต” ริกกะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทของเธอที่ไม่ได้เจอมาหลายวัน

 

“ทั้งๆที่เชื่อใจแต่สุดท้ายในสายตาของพวกมันพวกเราก็เป็นเพียงเครื่องมือ” ชาล็อตมองริกกะด้วยสายตาว่างเปล่า เธอค่อยๆเอามือแตะแผลที่ใบหน้าข้างหนึ่งของเธอเองแต่ทันทีที่ริกกะได้ยินคำพูดนั้นก็ตวาดขึ้นมาทันที

 

“ไม่! เซเรนไม่ได้เป็นแบบนั้น!

 

“งั้นที่เธอได้ยินมามันหมายความว่ายังไงล่ะ!” ชาล็อตตวาดกลับทำให้ริกกะหน้าซีด เธอเม้มปากแน่นไม่อาจจะปฏิเสธได้ หากเป็นปกติเธอคงมีสติเรียบเรียงคำพูดของเซเรนมากกว่านี้แท้ๆ แต่ตอนนี้เธอเอาแต่ปฏิเสธความจริง “ทั้งๆที่เธอทั้งจงรักภัคดี...ซื่อสัตย์ เคารพ และรักราชินีเซฟิเรียขนาดนั้น”

 

แซ่ก...

ชาล็อตเอามือไขว้หลังไว้เพื่อแอบล้วงสิ่งที่ได้มาจากราชามังกรรีเดน เธอเดินเข้ามาใกล้ๆอีกฝ่ายขณะที่เริ่มพูดออกมา “รักจนถวายทั้งร่างกายและจิตใจให้...ราชินีเซฟิเรียคงจะดีใจน่าดู เชื่อฉันสิริกกะ...ที่หล่อนสอนเวทย์ให้เธอ และให้เธอสร้างอุปกรณ์ต่างๆขึ้นมาทำให้อาณาจักรรุ่งเรืองขนาดนี้...อีกไม่นาน...อีกไม่นานหล่อนได้กำจัดเธอแน่ๆถ้าหมดประโยชน์

 

“เซเรนไม่มีทางทำแบบ--” ริกกะตวัดเสียงพูดออกมาแต่ต้องชะงักเมื่อชาล็อตใช้มืออีกข้างเชยคางเพื่อนของเธอขึ้นมามองสบตาเธอ

 

“แน่ใจ? ฉันจะบอกความลับของแผลบนหน้าฉันให้นะ” ชาล็อตพูดออกมา บาดแผลขนาดใหญ่บนใบหน้าเธอสะท้อนอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของริกกะ “แผลนี่...คนที่สร้างมันก็คือเซเรนของเธอยังไงล่ะ! มันทำลายบ้านเกิดของฉัน ฆ่าครอบครัวและคนรู้จักของฉัน! หึ...สุดท้ายก็เพราะมันทำให้ฉันตกไปเป็นทาส...เป็นสัตว์เลี้ยงของไอ้มังกรพวกนั้น”

 

“...” ริกกะพยายามจะพูดปฏิเสธแต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้

 

“ดังนั้นมาร่วมมือกับฉันสิ...” ชาล็อตยังคงพูดกล่อมอีกฝ่าย “ถ้าพวกเราสามารถโค่นล้มอาณาจักรนี้ได้...ด้วยความสามารถระดับเธอ ไม่ว่าอะไรที่เธอต้องการมันก็อยู่แค่เอื้อม...ทุกๆอย่างที่เธอต้องการ เธอจะได้มันมาริกกะ...”

 

“ทุกๆอย่าง...รวมทั้งเซฟิเรียที่เธอรักนัก รักหนา...”

 

เป็นดั่งเสียงกระซิบที่หวานหอมของปิศาจร้าย ที่สามารถทำให้หญิงสาวเผลอเอนเอียงไปได้ ภาพของเซฟิเรียที่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนและเสียงกระซิบที่บอกว่ารักเธอ จนเธอเกือบที่จะเผลอปากตอบตกลงไป

 

“ไม่...”

 

ชิ...

 

ชาล็อตสบถออกมาเบาๆ เพราะอีกฝ่ายยังคงดื้อด้านเกินกว่าที่เธอคาดไว้ หญิงสาวเรือนผมสีส้มค่อยๆเปิดขวดโหลอันเล็กๆขึ้นมา พลันควันสีดำก็ค่อยๆลอยออกมาตรงไปยังริกกะ เมื่อเห็นว่าเพื่อนเธอไม่ทันระวังตัวจึงสูดควันสีดำนั้นเข้าไป “จะร่วมมือกับพวกเราหรือเปล่า...ริกกะ”

 

“...” อีกฝ่ายเงียบก่อนที่จะพยักหน้า “อือ”

 

พุ่บ!

 

“อะไรกันพวกเธอมาอยู่นี่ๆเองงั้นเหรอ? ริกกะ?” อเล็กซานด้าเดินออกมาตามหาชาล็อตแต่บังเอิญมาเจอริกกะอยู่ด้วยก็แอบแปลกใจไม่น้อย หญิงสาวเดินเข้ามาหาเพื่อนทั้ง 2 ที่บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “คุยอะไรกันอยู่น่ะ?”

 

“นิดหน่อย” ชาล็อตตอบเสียงห้วนเล็กน้อย

 

“อเล็ก...ชาล็อต ฉัน...ฉันจะสอนเวทย์ให้” ทั้งคู่หันไปมองริกกะอย่างตกใจ 1 ตกใจและอีก 1 ยิ้มอย่างพอใจ

 

หมับ!

 

“จะดีงั้นเหรอริกกะ...ท่านราชินีจะไม่โกรธงั้นเหรอ?” อเล็กซานด้าจับแขนของเพื่อนตนเองด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก แต่เมื่อเห็นดวงตาของเพื่อนสนิทเธอก็สะอึกแล้วหันไปมองชาล็อตทันที “ชาล็อต! นี่มัน เธอทำอะไรเพื่อนตัวเองน่ะ?!

 

“พวกเรา...จะก่อกบฏ” ชาล็อตพูดออกมาพร้อมๆกับยื่นมือไปหาอเล็กซานด้า “ดังนั้น...สมองและความน่าเชื่อถือของเธอมันจำเป็นอเล็ก”

 

เพี๊ยะ!

 

“ฉันไม่มีทางทรยศท่านเซฟิเรีย! ชาล็อตพวกเธอบ้าแล้วแล้วเหรอ?! ท่านเซฟิเรียเป็นคนช่วยพวกเราเอาไว้นะ! ริกกะ!” อเล็กซานด้าสะบัดมือที่ถูกยื่นมาหาอย่างไม่ใยดี เธอหันไปมองเพื่อนเธออีกคนแต่สิ่งที่ริกกะแสดงออกมาคือใบหน้าที่เรียบเฉย พลันดวงตาของอเล็กซานด้าก็แข็งกร้าวพร้อมๆกับร่างที่ถอยหลังไปเรื่อยๆราวกับจะรีบไปบอกเซฟิเรียเรื่องนี้เพียง

 

ตึก!

 

“น่าเสียดาย...ที่มันจะไม่มีวันนั้นนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลังอเล็กซานด้าพร้อมๆกับร่างของชายหนุ่มเรือนผมสีเพลิง พลังที่แผ่ซ่านออกมาทำให้หญิงสาวตัวสั่น เธอพยายามถอยหลังหนีเพียงแต่ว่า... “ตายซะเถอะ!

 

วู้ม!

 

“อ๊า!!!” อเล็กซานด้าเอามือขึ้นกันเอาไว้เมื่อลูกบอลไฟพุ่งเข้าใส่เธอ หญิงสาวกรีดร้องเมื่อสัมผัสถึงความร้อนที่แขนและค่อยๆลุกลามมาเรื่อยๆ ก่อนที่เสียงนั้นจะค่อยๆเงียบลงพร้อมๆกับเปลวไฟที่มอดลงพร้อมๆกับขี้เถ้าสีดำบางส่วน

 

“เอาล่ะ...ทำงานได้ดีมาก” รีเดนมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่เรียบเฉยก่อนที่จะหันไปหาตัวหมากในมือทั้ง 2 “ฝากด้วยล่ะ...ฉันคาดหวังกับพวกเธออยู่นะ”

 

“ค่ะ” ชาล็อตยิ้มหวานแล้วถอนสายบัวน้อมรับคำชม ขณะที่ริกกะยืนนิ่งราวกับเป็นตุ๊กตา

 

หึๆ...ราชินีเซฟิเรียผู้แสนหยิ่งผยองเอ๋ย...ราชอาณาจักรฟินิเชี่ยนที่น่าภูมิใจของท่านเข้าสู่เวลาล่มสลายแล้วล่ะ

 

[12/03/2562]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #473 คนที่เงียบๆ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 23:52
    แง อเล็กซานด้า ●︿●
    #473
    0
  2. #470 คนที่เงียบๆ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:31

    ม-แม่เจ้าโว้ย ไรท์อัพ ขอบคุณค่ะ

    ปล.ดูแลตัวเองด้วนนะคะ เพื่อนห้องหนูจาก 38 เหลือ 31 เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กันทั้งน้านนน

    #470
    2
    • #470-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 68)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:41

      ขอบพระคุณค่ะ ตอนนี้ต้องเคลียร์งาน เตรียมสอบทุกวัน ถึงเป็นก็ต้องลากสังขารไปเรียนค่ะ ;;_;;
      ปล. รีดก็เช่นกัน รักษาสุขภาพนะคะ
      #470-1
    • #470-2 KuThanarak2003(จากตอนที่ 68)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
      สนุกมากครับรอตั้งนานนึกว่าจะไม่อัพซะอีก555
      #470-2