Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 66 : ::โชคชะตาบทที่ 55 :: ศิษย์คนแรก (ภาคฟินิเชี่ยน) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

****ตอนนี้ลืมเรื่องที่ริกกะจะทรยศไปก่อนนะคะ****



::โชคชะตาบทที่ 55 :: ศิษย์คนแรก (ภาคฟินิเชี่ยน)

 

หลังจากที่เซเรนและรีเดนพูดคุยเกี่ยวกับการสงบศึกและสัญญาการค้าระหว่าง 2 อาณาจักร เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปเกือบๆจะ 10 ปีแล้ว ทุกๆอย่างดูจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเสียเท่าไหร่ เว้นแต่มีอยู่ไม่เปลี่ยนไปดูจะมีอยู่ไม่กี่อย่างก็คือ...สภาพบ้านเมืองและ...มนุษย์

 

ริกกะจากเด็กหญิงวัย 8 ปีกลายเป็นเด็กสาววัย 18 ปีผู้มีใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้ม ติดออกแนวห้าวๆเกินไปสตรีไปหน่อย แต่ทุกๆวันเจ้าหล่อนมักจะเดินถือหนังสือเข้าออกห้องสมุดในปราสาทเป็นประจำจนเป็นที่ชินตาไปแล้วว่าเมื่อไหร่ที่ไม่เห็นลูกบุญธรรมของราชินีเซเรนไม่ถือหนังสือวันนั้นคงเกิดพายุเป็นแน่แท้

 

“...ท่านเซฟิเรีย...พอจะ...เอ่อ...มีเวลาว่างสักเดี๋ยวหรือเปล่าคะ?” ริกกะที่ค่อยๆเปิดประตูห้องทำงานของเซเรนเข้าไปด้วยเสียงที่เบาที่สุดก่อนที่จะอ้าปากถามเมื่อเจ้าของห้องที่กำลังนั่งหัวปั่นอยู่กับการพัฒนาบ้านเมืองในด้านเทคโนโลยีเงยหน้าขึ้นมา

 

“หือ? มีอะไรงั้นเหรอ?” เซเรนถามออกมา

 

“ข้าแค่อยากถามบางอย่างเกี่ยวกับหนังสือ...” ริกกะพูดออกมาทำให้เซเรนยิ้มกว้าง เธอยกมือขึ้นกวักเรียกเจ้าหล่อนให้เดินเข้ามาในห้องแทบจะทันที

 

“มาสิๆ...จะถามตรงไหนล่ะ?” หลังจากที่ร่างบางอนุญาตให้ริกกะเข้ามาในห้องเธอก็เอ่ยถาม ทำให้เด็กสาวยกหนังสือที่คั่นหน้าที่ตนสงสัยไว้มากางตรงหน้าของเซเรน นิ้วเรียวค่อยๆไล่บรรทัดไปเรื่อยๆกระทั่งหยุดที่บรรทัดหนึ่ง...

 

“ตรงนี้...อีเทอร์นาโนคืออะไรงั้นเหรอ?” ริกกะถามออกมา คำศัพท์คำนี้มันแปลกเกินกว่าที่เธอจะสามารถหาได้ ขนาดค้นตำราทุกเล่มเธอยังไม่สามารถเจอมันได้เลย แต่เมื่อสิ้นสุดคำถามนั้นเซเรนก็มีสีหน้าแปลกไปนิดหน่อย...ริกกะแอบเห็นอีกฝ่ายหลับตาสูดหายใจเข้าราวกับว่าตนเองทำอะไรพลาดไปงั้นแหละ “...ท่านไม่รู้?”

 

“ไม่...” หญิงสาวตอบปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนที่จะหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมามันเป็นร่างการวิจัยเบื้องต้นของหลอดไฟเวทย์รุ่นแรก ที่เธอจำไม่ได้แล้วว่าไปเอาเก็บไว้ที่ไหน นึกว่าจะเก็บรวมกับพวกหนังสือเวทย์ที่หอสมุดลับแล้วเสียอีกแต่นึกไม่ถึงว่า...จะเก็บไปไว้ที่หอความรู้ทั่วไป “อีเทอร์นาโนเป็นอนูเวทย์เล็กๆที่ลอยอยู่ในอากาศน่ะ”

 

“ลอยอยู่ในอากาศ?” ริกกะทวนคำนั้นอย่างไม่เข้าใจก่อนที่จะไล่เรียงคำตอบนั้นในใจอีกรอบหนึ่ง “เวทย์!

 

“อื้อ...” เซเรนส่งเสียงในลำคอตอบ

 

“อย่างนี้นี่เอง...ถ้าอย่างนั้นที่หลอดไฟพวกนี้ทำงานได้เพราะมีตัวดูดซับอีเทอร์นาโนเอาไว้แล้วแปรรูปมันเป็นพลังเวทย์แสงสินะ...” ริกกะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ซึ่งไม่อาจรอดพ้นหูของเซเรนแน่นอน ทำเอาหญิงสาวที่กำลังจะอ้าปากพูดบางสิ่งถึงกับหุบปากฉับเมื่อริกกะพูดประโยคหนึ่งออกมา “ถ้างั้นเป็นไปได้มั้ยที่มนุษย์จะสามารถดูดซับพวกมันแล้วเอามาใช้ได้น่ะ?”

 

...

 

สิ้นคำถามนั้นก็เกิดเดทแอร์ขึ้นกะทันหันจนทำให้ริกกะรู้ตัวว่าพูดเรื่องไม่สมควรออกไปแล้ว ถึงจะเข้าใจว่ามนุษย์อย่างพวกเธอมันไร้พลัง อ่อนแอ จนไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ในใจเธอก็แอบตัดพ้อเซเรน “...ที่แท้ท่านก็มองข้าเช่นนั้น...หรือว่าตลอดมาแล้ว...ท่านเพียงแค่เลี้ยงข้ามาเหมือนกับ?”

 

“ได้สิ” เสียงหวานๆของเซเรนดังขึ้นทำเอาริกกะหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด “พวกเจ้าสามารถใช้มันได้...ถ้ารู้จักกระบวนการแปรรูปและดึงพลังของอีเทอร์นาโนออกมาใช้”

 

...

 

...ถึงจะรู้ว่าข้าไม่ควรที่จะพูดแบบนั้นแต่ว่า...

 

“...เจ้า...อยากจะลองดูมั้ยล่ะ?” เซเรนถามออกมา ในวันนั้นถ้าเธอสามารถย้อนกลับไปได้เธอคงเลือกที่จะไม่ถามคำถามนี้กับคนตรงหน้าเธอแน่ๆ และคำถามนั้นทำให้ริกกะมีดวงตาที่เป็นประกาย เธอยิ้มกว้างด้วยความดีใจจนปิดไม่มิด...แต่มันไม่สามารถทำให้ความกลัวในใจของเซเรนลดลงได้เลย “...ข้าจะสอนให้เจ้าพรุ่งนี้...ที่...ที่สวนด้านนอก”

 

“ค่ะ” ริกกะรับคำก่อนที่จะเดินออกไป

 

.

.

 

“เฮ้อ...มันถูกแล้วจริงๆเหรอ?” เซเรนถามออกมากับตนเองเบาๆ ความรู้สึกบางอย่างตีขึ้นมาจนจุกที่ลำคอ ความรู้สึกกลัว...ทรยศ? “เฮ้อ...ข้าคงฟังคำเตือนของพวกโครอฟมากไปจนคิดมากแน่ๆ...เด็กคนนั้นไม่มีวันทำแบบนั้นหรอก...ไม่...”

 

ไม่มีวัน

 

.

.

.

 

“ฮะๆ” เสียงทุ้มหัวเราะลั่นบ้านต้นไม้ของตนเอง เจ้าหล่อนเอามือปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาลวกๆก่อนที่จะขำต่ออีกครั้งหนึ่งจนทำให้คนที่อุส่าบินมาหาตั้งไกลต้องนั่งหน้ามุ่ยอยู่ฝั่งตรงข้าม “ฮะๆ...ที่...ที่เจ้า...ที่เจ้าอุส่า...ฮะๆ”

 

“จะพูดหรือจะขำก็เลือกมาสักอย่างเถอะสกาเล็ต” เซเรนพูดตำหนิอีกฝ่ายเสียงเรียบบ่งบอกอารมณ์ว่าเธอไม่ชอบให้อีกฝ่ายขำแบบนี้ขณะที่เธอกำลังกังวล

 

“โทษทีๆ...ข้า...คิก...ขอขำจนพอใจก่อนนะ” สกาเล็ตมังกรสาวผู้มีเรือนผมสีแดงเพลิงเอามือปาดน้ำตาก่อนที่จะหัวเราะออกมาอีกชุดใหญ่ หลายนาทีผ่านไปกว่าเจ้าหล่อนจะยอมหยุดลง สกาเล็ตกระแอมไอสัก 2 – 3 ครั้งเพื่อปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ “ที่เจ้าอุส่าบินมาหาข้าที่อยู่ตั้งไกลเพื่อเรื่องแค่นี้?”

 

“ข้าแค่รู้สึกไม่ดี...เลยอยากให้เจ้าทำนายให้หน่อย” เซเรนพูดออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง หลังจากโดนมังกรสาวเพื่อนรักที่บังเอิญเจอกันเมื่อครั้งนานมากแล้วขำใส่เกือบ 1 ชั่วโมง

 

“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจมานานเกิน 10 ปีแล้วเหตุใดถึงพึ่งมากังวลเอาป่านนี้เล่าเซเรน!” สกาเล็ตพูดออกมาเชิงตำหนีน้อยๆ “แล้ว...มาที่นี่คงไม่ใช่จะมาเล่าให้ฟังเฉยๆใช่มั้ย?”

 

“อื้อ...ข้าอยากให้เจ้าช่วยหน่อย”

 

“ทำนายสินะ...” สกาเล็ตทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงลั้นลา “แน่นอนว่าต้องมีค่าตอบแทน”

 

“...” เซเรนแอบกรอกตาขึ้นฟ้าเล็กน้อยก่อนที่จะยอมรับแต่โดยดี “ก็ได้ๆ เดี๋ยวข้าจะช่วยเพิ่มอีเทอร์นาโนในป่าแถวๆนี้ให้”

 

“ขอบใจ” สกาเล็ตส่งเสียงตอบก่อนที่จะเดินไปหยิบลูกแก้วทำนายของตนเองออกมาวางตรงหน้าของเซเรน “แตะลูกแก้วแล้วคิดถึงเรื่องที่กังวล”

 

แตะ...

 

“...” สกาเล็ตมองสีลูกแก้วที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก่อนที่เธอจะเริ่มเห็นเป็นเรื่องราว พักหนึ่งที่มังกรสาวเงียบไปก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองเซเรน สีหน้าของสกาเล็ตเรียบเฉยไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ “การที่เจ้าจะสอนเวทย์ให้นางเป็นสิ่งที่สมควร นางตอบแทนเจ้าแน่ๆ ทั้งยังช่วยเรื่องเทคโนโลยีต่างๆในเมืองเจ้าในอนาคตด้วย...เฮ้อ...เอาตามตรงนะเซเรน ริกกะบุตรบุญธรรมเจ้าไม่ทรยศต่อเจ้าแน่นอนหากเจ้าไม่ทรยศต่อนางก่อน”

 

“ข้าไม่มีวันทรยศนาง” เซเรนพุดออกมาเสียงหนักแน่น

 

“ใจคนเรามันเปลี่ยนกันได้...ถึงเจ้าจะเป็นวิหคเพลิงที่ตั้งใจอะไรแล้วจะแน่วแน่ไม่มีเปลี่ยนแปลง...แต่อย่าลืมเล่า...นางเป็นมนุษย์” สกาเล็ตเอ่ยเตือนเพื่อนของตนเองที่รู้จักกันมานาน สมัยที่นางยังสาวกว่านี้เป็นกอง (ตอนนี้คือแก่แล้ว?) ตอนนั้นเซเรนหลงมาที่นี่ทำให้นางและเซเรนได้เจอกันและมีบุญคุณต่อกันจนยากที่จะใช้คืน

 

“...” เซเรนเงียบฟังสกาเล็ต

 

“ขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้ว...แน่นอนว่าย่อมไม่เหมือนกับพวกเจ้า เจ้าเป็นถึงราชินีวิหคเพลิงส่วนริกกะบุตรบุญธรรมเจ้าเป็นแค่มนุษย์ต่ำต้อยมันก็มีบ้างที่นางอาจจะคิดว่าเจ้าเลี้ยงนางไว้เป็นของเล่น...ข้าพูดตามจริงเลยนะ” สกาเล็ตเป็นพวกที่ชอบพูดตรงๆแบบขวานผ่าซากทำให้คนฟังเจ็บมานักต่อนักแล้ว “ถ้าเจ้ายังไม่อยากโดนทรยศ...ก็ทำให้เห็นซะว่าเจ้าให้เกียรตินางหรือมนุษย์แบบนางเท่ากันกับเหล่าวิหคเพลิงไม่สนว่าพวกนางจะเป็นมนุษย์”

 

“ข้าก็พยายามทำ...แต่สกาเล็ต...มันไม่ง่ายเลย” เซเรนพูดออกมาเสียงอ่อน ความพยายามทั้งหมดของเธอแทบไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าของเหล่าประชาชนชาวมนุษย์ที่ครึ่งหนึ่งมีท่าทีต่อต้านเธอกระทั่งตอนนี้

 

[50%]

 

“...” สกาเล็ตเงียบไม่ยอมพูดต่อแต่ดวงตาก็มองสบอีกฝ่ายอย่างกดดัน “คำทำนายย่อมมีวันเปลี่ยนแปลงเจ้าก็รู้...ถึงจะได้คำยืนยันไปว่าไม่เป็นไร...ก็แค่ในช่วงนี้เท่านั้น เจ้าก็รู้...ดังนั้นถ้าไม่อยากให้มันก็เกิดขึ้นข้าขอแนะนำเลยนะ...ห้ามพูดทำร้ายจิตใจของนางหรือมนุษย์คนอื่นๆเด็ดขาด!

 

เงียบ

 

เซเรนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนพยักหน้าตอบ ตัวของเธอนั้นไม่เคยทำแบบนั้นเลยสักครั้ง แต่ก็ต้องระวังตัวไม่ให้พวกโครอฟที่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นักมาพูดกรอกหูเธอบ่อยๆจนเกิดความระแวงต่อมนุษย์เสียเอง “ได้...ถ้างั้น...เรื่องอีเทอร์นาโน”

 

“ข้าขอแบบหนาแน่น...ไม่จางหายไปอีกสักประมาณพันปี” สกาเล็ตพูดออกมาทำเอาเซเรนหันไปทำตาขวางใส่ “ล้อเล่นน่า...แค่ช่วยเติมให้เต็มป่านี่ก็พอ”

 

“เจ้านี่ลึกลับเสียจริง...ข้าพึ่งรู้ว่ามังกรเช่นเจ้าอยู่ได้เพราะอีเทอร์นาโนในป่าแห่งนี้?” เซเรนแซะอีกฝ่ายที่ตั้งแต่เจอกันเธอไม่เคยรู้เบื้องลึกเบื้องหลังความเป็นไปของสกาเล็ตเลย เพียงแต่ดูจากท่าทาง การวางตัวหรือความหัวโบราณสุดๆก็คิดว่า...น่าจะอยู่มานานแล้ว “ถ้าเกิดเจ้าขาดอีเทอร์นาโนคงจะไม่ตายใช่มั้ย?”

 

“ทำอย่างกับเจ้าจะบินมาเติมมันให้ทุกครั้งที่หมดล่ะ?” สกาเล็ตแขวะก่อนที่จะโบกมือไล่ “ไปๆ ไปได้แล้วข้าจะได้หลับต่อ”

 

“...” เซเรนกรอกตามองบนก่อนที่จะเดินออกจากบ้านอีกฝ่ายไปแต่โดยดี หญิงสาวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะกลับคืนสู่รูปลักษณ์ของบลูฟีนิสทะยายบินขึ้นสู่ฟ้า ทุกครั้งที่สะบัดปีกก็จะเกิดละอองเล็กๆกระจายลงมาสู่เบื้องล่าง...ก่อนที่ร่างของวิหคเพลิงจะบินลับหายไปจากป่าแห่งนั้นเมื่อทำหน้าที่เสร็จ

 

ณ ปราสาท

 

พรึ่บๆ

 

“ท่านไปไหนมาอย่างนั้นหรือ?” ริกกะที่รอเซเรนจนรากจะงอกอยู่แล้วรีบเดินมาถามเมื่อเห็นร่างของวิหคเพลิงตัวใหญ่บินลงมาก่อนที่จะกลายร่างเป็นหญิงสาวสูงศักดิ์

 

“ข้าไปหาเพื่อนเก่ามาน่ะ...พร้อมแล้วใช่หรือไม่?” เซเรนตอบออกไปตามจริงโดยหลบเลี่ยงรายละเอียดยิบย่อย เธอเลยรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีซึ่งนั่นทำให้ริกกะตาเป็นประกายพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วทันที! จนทำให้เซเรนเผลอยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู “ถ้าอย่างนั้นข้าจะสอนให้...เริ่มด้วยการ...นั่งสมาธิ!

 

...

 

“นั่งสมาธิ?!!” เด็กสาวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะโวยวายออกมาก่อนที่เธอจะต้องหุบปากฉับเพราะดวงตาของเซเรนที่มองมา... “ฮรือ...ไม่ต้องดุขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ!

 

“ถ้าเจ้าอยากเรียน...ข้าก็จะสอน...และไม่มีคำว่าปราณีเด็ดขาดเข้าใจมั้ย?” เซเรนพูดออกมาทำให้ริกกะต้องจำยอมต่อความอยากรู้อยากเห็นและสายตาอันน่ากลัวของเซเรนเดินไปนั่งที่พื้นหญ้าตรงหน้าของเซเรนทันที “เริ่มจากสมาธิ”

 

เด็กสาวทำตามแต่โดยดีซึ่งระหว่างนั้นเธอก็นั่งเงียบๆไปโดยที่มีเสียงเดินไปเดินมาของเซเรนอยู่รอบตัว คอยตีไหล่บ้าง ตีหลังบ้างทุกครั้งที่ริกกะเมื่อยหรือเสียสมาธิ

 

กึกๆ ป้าบ!

 

“โอย...” เด็กสาวเอามือกุมหัวตนเองทันทีที่โดนแผ่นไม้บางอย่างที่ไม่ทราบว่าเซเรนไปงัดมันมาจากไหนฟาดใส่เพราะขยับตัวยุกยิ้กๆมากเกินไป แต่ช่วยไม่ได้นี่นาขอเธอชาไปแล้ว!

 

“นั่งนิ่งๆ...ทำจิตใจให้สงบพยายามจับสัมผัสของอีเทอร์นาโนในอากาศ...หากจับสัมผัสไม่ได้ก็นั่งต่อไป” เซเรนพูดออกมาก่อนที่จะใช้จังหวะที่เห็นว่าบุตรบุญธรรมและศิษย์คนแรกของเธอนั้นเริ่มมีสมาธิเข้าที่เข้าทางแล้วจึงขอตัวแว้บออกไปเอางานของตนเองมาที่สวนเพื่อทำไประหว่างรอ

 

ทุกๆอย่างเงียบสงบมากจนริกกะได้ยินเสียงธรรมชาติรอบตัว เสียงสายลม และที่สำคัญคือเสียงขูดกระดาษแกรกๆที่ดังไม่หยุดเสียทีพอจะลองเปิดตามองก็โดนแม่บุญธรรมส่งเสียงกระแอมไอออกมาเหมือนเตือนเธอ “อะแฮ่ม!

 

เฮือก...

 

สุดท้ายริกกะก็ทำตามแต่โดยดี ตอนแรกก็คิดว่าจะโดนเซเรนหยอกเล่นแต่พอได้ทำจริงๆแล้วเสียงรอบๆตัวก็ดูจะเงียบไป เมื่อยิ่งลองเพ่งสมาธิดูก็รู้สึกถึงละอองที่ลอยอยู่ในอากาศรอบๆตัวเธออย่างหนาแน่น แม้จะมองไม่เห็นแต่สัมผัสได้... “นี่สินะอีเทอร์นาโน...หือ?”

 

“การนั่งสมาธิเป็นเหมือนหลักสำคัญที่จะให้ร่างกายได้รับรู้สิ่งที่เรียกว่าอีเทอร์นาโน...หรือจะเรียกว่าพลังเวทย์ธรรมชาติก็ได้...” เซเรนพูดอธิบายออกมาเมื่อเห็นว่าริกกะไปถึงขั้นแรกได้เร็วกว่าที่เธอคาดเอาไว้มากๆ “ปกติแล้วพวกเจ้าได้ดูดซับอีเทอร์นาโนไว้ในร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว...จะเหลือก็แต่ขั้นตอนการดึงมันไปใช้”

 

“ดึงไปใช้...เดี๋ยวก่อนนะ...ท่านเซฟิเรียที่ท่านพูดว่าพวกข้าดูดซับอีเทอร์นาโนไว้อยู่แล้ว?” ริกกะลืมตาหันไปถามเซเรนทันที “พวกข้าทุกคนใช้เวทย์ได้?”

 

กึก...

 

“...ไม่เชิง...หากในร่างกายมีภาชนะที่ใช้เก็บไว้อย่างเป็นที่เป็นทาง...คนๆนั้นแหละที่สามารถใช้พลังเวทย์ได้” เซเรนหยุดมือที่กำลังจดบางอย่างลงไปเล็กน้อยเมื่อได้ลองนึกดูดีๆแล้ว เมื่อครั้งที่เดินทางไปยังเมืองมนุษย์ก็มีคนที่มีและไม่มีภาชนะเก็บพลังเวทย์ในตัว “ส่วนคนที่ไม่มีจะดูดซับไว้ในส่วนต่างๆของร่างกาย...ทำให้การดึงไปใช้นั้นลำบาก...จึงทำให้ไม่สามรถใช้พลังเวทย์ได้”

 

“ท่านรู้ได้ยังไงน่ะ?” ริกกะถามออกมา

 

“ข้าเห็น...เห็นที่เก็บพลังของพวกเจ้าหากต้องการเห็น” เซเรนพูดออกมาตามความจริงก่อนที่จะพูดดักเอาไว้ก่อน “ส่วนเรื่องที่เจ้ามีภาชนะนั้นมั้ย? มันเป็นคำตอบที่เจ้าควรจะหาได้ด้วยตนเอง...เมื่อเจ้าได้คำตอบ...พวกเราก็จะได้เข้าสู่บทเรียนต่อไป”

 

“เอ๋!” ริกกะร้องเสียงหลงเมื่อโดนสั่งการบ้านมาตั้งแต่เรียนครั้งแรก “แต่ว่า!

 

“...ข้าจะใบ้ให้ว่ามันก็เหมือนกับวิธีที่เจ้าทำเมื่อครู่...” เซเรนใบ้ให้เพื่อให้อีกฝ่ายไม่ทักท้วงเธอ แต่หญิงสาวเชื่อว่าต่อให้ไม่ใบ้ให้ ริกกะสามารถหาคำตอบนั้นได้อย่างแน่นอน “จริงสิ...อีกอย่างที่ข้าจะสอนในวันนี้คือ...ความรู้สึกที่มุ่งมั่น”

 

“มุ่งมั่น?”

 

“เหมือนกับที่เจ้ามุ่งมันที่จะเรียนหนังสือครั้งแรกไง” เซเรนพูดตอบก่อนที่จะลึกขึ้นเดินไปลูบหัวริกกะเล่นครั้งหนึ่ง “นี่ก็เย็นแล้ว...เจ้าไม่ไปล้างตัวเตรียมทานข้าวหรือ?”

 

“เย็น?...” เด็กสาวทวนคำนั้นอย่างงๆ ก่อนที่เธอจะร้องออกมาดังลั่น! เมื่อเห็นแสงอาทิตย์ในยามเย็น...ลืมไปเสียสนิทเลยว่านัดกับชาล็อตและอเล็กซานด้าที่บังเอิญรู้จักกันตอนไปเดินเที่ยวที่เมืองมนุษย์เอาไว้ “ข้าขอตัวไปก่อนนะคะท่านเซฟิเรีย!

 

“อื้อ” เซเรนยกมือลาอีกฝ่ายที่วิ่งหายไปก่อนที่เธอจะกำมือนั้นไว้ “...ไม่หรอก...เด็กคนนั้นไม่ทรยศต่อเจ้าหรอกเซเรน...” ก่อนที่จะเน้นย้ำความเชื่อมั่นของตนเองต่อไป เธอรู้จักริกกะดี ก็เลี้ยงมากับมือทำไมถึงไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นคนยังไง

 

เฮ้อ

 

“งานนี้ถ้าพวกโครอฟหรือริยะรู้เข้าคงจะโดนเทศน์อีกรอบ” เซเรนพูดออกมาแผ่วๆ เธอโบกสะบัดมือวูบหนึ่งบรรยากาศในสวนที่เต็มไปด้วยอีเทอร์นาโนก็กระจายออกไปสู่งอากาศอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันไปเก็บข้าวของพร้อมๆกับเดินเข้าไปในตัวปราสาทช้าๆ

 

“ชาล็อตกับอเล็กซานด้า...เด็ก 2 คนนั้นจะเป็นคนยังไงนะ” ระหว่างทางเธอก็คิดถึงเพื่อนของลูกสาวไปด้วย “อ๊า! ความกลัวที่เหมือนริกกะจะเสียคนเมื่อไปคบกับ 2 คนนั้นแบบนี้มันอะไรเนี่ย! นี่สินะความรู้สึกของพ่อแม่น่ะ!

 

“เพ้อเจ้อแล้วเซเรน” หญิงสาวที่หลังจากตีกับความคิดตนเองก็สะบัดหน้าเอาความคิดไร้สาระออกจากหัวไป...และโดยที่ไม่รู้ตัวเจ้าหล่อนก็กลับไปโยนงานทิ้งพร้อมๆกับปลอมตัวอย่างดีเปลี่ยนสีผม สีตาทำตัวมอมแมม ใส่เสื้อผ้าเซอๆแอบตามริกกะไปห่างๆตลอดทาง

 

ช่างเป็นคุณแม่ที่ขี้ห่วง (หวง) ซะจริง!

 

ระหว่างที่เซเรนไปตามสืบพฤติกรรมลูกสาวอยู่นั้น

 

ก๊อกๆ

 

“ท่านเซฟิเรีย...เรื่องสัญญาการค้าขายอุปกรณ์วะ---...” โครอฟเคาะประตูหน้าห้องทำงานของเซเรนตามปกติก่อนเข้ามารายงานแบบไม่ทันมอง พอเงยหน้ามาเท่านั้น...ชายหนุ่มก็เงียบไป ดวงตาสีขี้เถ้าไล่มองตามโต๊ะทำงานและพบกับโน้ตแผ่นเล็กๆที่เขี้ยนไว้ว่า...

 

“ถึงโครอฟ

            ข้ากำลังแอบตามดูพฤติกรรมลูกสาวกับเพื่อนๆ...อาจจะกลับช้าหน่อยแต่ช่วยทำเหมือนข้าเข้านอนแต่หัวค่ำทีนะ...

จาก เซเรน”

 

.

.

.

 

“...” โครอฟถึงกับพูดไม่ออกเมื่ออ่านจบ โดยไม่รู้ตัวองค์รักษ์หนุ่มยกมือขึ้นมากุมขมับเดินออกไปสั่งการแม่บ้านแถวๆนั้นแล้วถอดชุดของตนเองออกเปลี่ยนสีผม สีตาทำตัวมอมแมมออกไปตามคุ้มกันองค์ราชินีอีกทอดหนึ่ง

 

แน่นอนว่าริยะผู้ที่เข้ามาทีหลังก็ตัดสินใจทำเช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ยอมรับริกกะคราแรกแต่ตอนนี้เริ่มเอ็นดูในความจงรักภักดีและความซื่อตรงของอีกฝ่าย ที่มักจะอาสาช่วยงานที่ตนช่วยได้เสมอตามประสาคุณน้าหวงหลาน!

 

ซึ่งมันก็มียู แม่ทัพที่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ขององค์ชายริเบลซัสตามไปด้วยอีกทอดหนึ่ง

 

และสุดท้ายวันนั้นก็กลายเป็นว่าริกกะที่ไปเดินเที่ยวในเมืองมนุษย์กับเพื่อนๆอีก 2 คนก็รู้สึกเหมือนโดนจ้องตลอดเวลา จากหลายๆที่มา...แต่ไม่ว่าจะทางไหนก็น่ากลัวทั้งนั้น!

 

“แม่เจ้าน่ากลัวเนอะ...ในหลายๆความหมาย” อเล็กซานด้าแซะออกมาเบาๆ เธอพอรู้ว่าสายตาแรกมาจากผู้เป็นแม่บุญธรรมของริกกะ ซึ่งทำเอาสาวเจ้าเหงื่อตก...

 

“อื้อ...” ริกกะพูดออกมาก่อนที่จะเหลือบตามองชาล็อต หญิงสาวผู้เกลียดวิหคเพลิงและมังกรเป็นที่สุด เธอไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะกลัวอีกฝ่ายจะองค์ลง แต่หลังๆมานี้ความเกลียดชังในตัวชาล็อตดูจะน้อยลง...

 

“แล้ว...องค์ราชินี...รู้หรือยังเรื่องนี้น่ะ?” อเล็กซานด้ากระซิบถามก่อนที่จะชี้ไปหาริกกะทำเอาคนถูกถามส่ายหน้า

 

“มันไม่ควร...ข้าจะไม่บอกและไม่ยอมบอกไปตลอดชีวิต...” ริกกะกระซิบบอกกลับ ดวงหน้าของเธอเศร้าลงอย่างชัดเจน “ข้าไม่อยากพยายาม...ถึงมันอาจจะฟลุ๊กสมหวังแต่สุดท้าย...คนที่เจ็บมันไม่ใช่ข้า”

 

“นั่นสินะ...เวลาของมนุษย์อย่างพวกเรามันสั้นนิดเดียว” ชาล็อตกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเรื่องนี้เป็นอย่างมาก “เอาล่ะ! ริกกะ...งานเทศกาลจะเริ่มแล้วนะ...หากไปไม่ทันอาจจะอดดูการแสดงนะ”

 

“จริงด้วย!” ริกกะลุกพรวดขึ้นก่อนที่ทั้ง 3 คนจะพากันจ่ายเงินออกไปจากร้านแห่งนั้นไป เด็กสาวหวังว่าเรื่องความลับของเธอมันจะถูกกดจนวันสุดท้ายของชีวิต...

 

ใช่...ถ้าเกิดสมหวัง...คนที่เจ็บไม่ใช่เธอ

 

แต่เป็นเซเรนต่างหาก

 

[07/11/61]

 

ปราสาทนี้มันช่าง...เอิ่ม...//มองบน//...อ่าวๆ เอาแล้วไง...ดอกลิลลี่จะบานแล้ว! 555+

 

****ส่วนความคิดที่ว่าทำไมริกกะน้อยใจเซเรนทั้งๆที่เซเรนช่วยน้องมา ให้ชีวิตใหม่น้อง แต่ถ้ามองในมุมริกกะที่เป็นคนอ่อนแอไร้พลังก็มีบ้างที่จะคิดแบบนั้น (เพราะตอนนั้นพวกตนเองที่เป็นมนุษย์ก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยง) ยิ่งผนวกกับอาการของการตกหลุมรักเซเรนอีกน้อง "อยากให้มองน้องเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่ใช่ลูกบุญธรรมอะไรทั้งนั้น...สนใจมากกว่านี้หน่อย..." อะไรประมาณนั้น****




ปล. ไรท์อยากเปิดโหวตว่าเกลียดใครในภาคนี้มากที่สุด แต่ว่าหลังจากนี้ประมาณ 2 ตอนหลังจากที่ทุกคนจะได้รู้ความหลังและนิสัยของอเล็กซานด้าและชาล็อตนะคะ (ส่วนคนที่อ่านในมือถือ...ไม่รู้ว่าแอปเด็กดีสามารถโหวตได้หรือยังแต่ถ้าโหวตไม่ได้สามารถพิมพ์บอกไรท์ได้นะคะ!)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #465 tas42768 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:01

    ฮื้อรอน่ะคร้าาาไรต์สู้ๆๆๆเชียร์เจ้เซเรนให้ไม่โดนริกกะทรยศมาต่อไวๆน้าาาาาา
    #465
    4
    • #465-3 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 66)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 21:59

      ต้องขอโทษด้วยไรท์อาจรีบบรรยายเพื่อให้ภาคนี้จบไวๆ จนทำให้ความรู้สึกของตัวละครไม่ชัดเจน (ไรท์อาจมารีใหม่ตอนที่มีเวลา) แต่ไรท์สาบานเลยค่ะว่าความคิดที่จะทรยศไม่อยู่ในหัวของริกกะ "ตอนนี้" เลย คือที่ไรท์อยากให้รีดคิดตอนนี้คือตัดเรื่องที่น้องจะทรยศออกไปก่อน

      *สปอย* ปัจจัยที่ทำให้น้องตัดสินใจทำแบบนั้นในตอนจบมันมีเหตุผลค่ะ และน้องมิใช่ตัวร้าย...แต่เป็นตัวละครสีเทาๆที่เป็นผู้เคราะห์ร้ายต่างหาก

      ปล. ความจริงมันจะเริ่มเผยออกมาในตอนหลังๆค่ะ ตอนนี้ลืมเรื่องน้องทรยศไปก่อนนะ ไรท์จะรีบลงตอนต่อไปกลัวคนเข้าใจผิดเรื่องน้องไปมากกว่านี้ (ถึงตัวเองจะปูเรื่องมาเองก็เถอะ)
      #465-3
    • #465-4 tas42768(จากตอนที่ 66)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 14:32

      จ้าเราจะตัดออกน้าาาแค่คิดว่าบทริกกะมันน้อยอ่าได้อ่านพาทริกกะก้พอจะเข้าใจนางขึ้นมาบ้างไรเตอร์ก้อย่าคิดมากเราจะรอตอนใหม่น้าาาาคือเราอินกับนางมาเยอะอะแต่ภาคนี้ไรต์รีบจบเพราะมีคนเรียกร้องให้จบไวๆก็เข้าใจอยู่ค่ะเดี่ยวเรื่องมันจะไม่ติดต่อกัน
      #465-4