Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 64 : ::โชคชะตาบทที่ 53 :: ราชินีวิหคเพลิง (ภาคฟินิเชี่ยน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

::โชคชะตาบทที่ 53 :: ราชินีวิหคเพลิง (ภาคฟินิเชี่ยน)

 

...

 

ซู่ม! กึกๆ

 

“...ฟู่” ร่างเล็กๆของเด็กหญิงวัยไม่น่าจะเกิน 5 ปีเดินมาตามทางเดินที่เต็มไปด้วยหิมะ ทั้งร่างกายของเธอมีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆขาดๆเท่านั้นที่ติดตัวอยู่ เธอพยายามหอบร่างกายที่บาดเจ็บของเธอเดินท่ามกลางหิมะที่แสนหวานเย็นนี่มานานมากแล้วจนเท้าเล็กๆเริ่มแตก ริมฝีปากเล็กๆเริ่มที่จะม่วงคล้ำ

 

“ฮึก...แม่คะ...” เสียงเล็กๆพึมพำออกมาหมายจะหาคนช่วย ก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลรินออกมาจากดวงตาทีละนิด นึกถึงภาพของมารดา บิดาและน้องสาวของเธอที่วิ่งเล่นอยู่ในเมืองอย่างสงบสุข...

 

ภาพตรงหน้าเริ่มที่จะเบลอเพราะน้ำตาจนทำให้มองทัศนวิสัยตรงหน้าไม่ชัด จากที่เธอเคยเห็นภาพตรงหน้าเป็นสีขาวโพลนก็ค่อยๆกลายเป็นสภาพบ้านของเธอ ทำให้เด็กหญิงขยับยิ้มน้อยๆ เธอรวบรวมแรงทั้งหมดวิ่งตรงไปด้านหน้าเพื่อจะกลับสู่บ้านของตนเองแต่ทันทีที่วิ่งเข้าไปใกล้ขึ้น

 

พริบตาเดียวเท่านั้น

 

ตึง!

 

ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป มังกรเกล็ดสีแดงเพลิงตัวใหญ่กำลังคำรามก้องอยู่ภายใต้บ้านของเธอที่ลุกไหม้และศพของครอบครัวเธอที่ไม่น่าดูก็ปรากฏสู่สายตาของเธอ พลันทำให้ร่างที่สั่นเพราะความหนาวเย็นอยู่แล้วยิ่งสั่นหนักเข้าไปอีก

 

โฮรก!!!

 

!!” ร่างของเด็กหญิงสะดุ้งเฮือกภาพตรงหน้าค่อยๆหายไปหลงเหลือแต่เพียงทุ่งโล่งกว้างที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน แต่สิ่งที่แปลกไปจากเดิมคือมังกรตัวสีเขียว ตามตัวมีเกราะหนาหุ้มอยู่ เธอไม่มีแรงที่จะหนีอยู่แล้วจึงยืนตัวสั่นจับจ้องดวงตาของมันอยู่ที่เดิม

 

โกหกตัวเองไปก็ไม่ได้อะไร...ครอบครัวของเราไม่อยู่อีกแล้ว

 

กร๊าซ!!

 

หนูกำลังตามไปนะคะ

 

“ฮึก” เด็กหญิงมองมังกรตรงหน้าที่อ้าปากกว้างหมายจะกินเธอเป็นอาหาร ก่อนที่จะหลับตาปี๋พยายามปลอบใจตนเองว่ามันไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก ใช่...แค่ครั้งเดียวเราก็จะหลุดพ้นไปจากชีวิตที่บัดซบแบบนี้แล้ว

 

กรี๊ซ!!!

 

แต่เด็กหญิงก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมสูงของบางอย่าง แต่ก็ยังไม่กล้าลืมตามอง เวลาผ่านไปนานมากเธอก็ยังไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดจึงพยายามลืมตาเพื่อมองสิ่งที่ตนสงสัย...และสิ่งที่เธอเห็นก็คือ...

 

“ปลอดภัยสินะเด็กน้อย” ร่างบอบบางของหญิงสาวผู้มีเส้นผมสีเงินประกายม่วงอ่อนๆ ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายดุจอัญมณีที่อยู่ในชุดสีขาวขลิบทองกลมกลืนกับหิมะด้านหลัง สีผิวขาวผ่องราวกับไม่เคยต้องแสงอาทิตย์ ดวงหน้าหวานราวกับรูปสลักของเทพธิดาบนสรวงสวรรค์กำลังระบายรอยยิ้มมาให้เธอ

 

“...” เด็กหญิงพูดไม่ออกเธอยืนตาค้างกับภาพตรงหน้าใบหน้าแดงซ่านเพราะรอยยิ้มที่สว่างไสวนั้น “คุณนาง...ฟ้า?”

 

คิก!

 

“ขอโทษนะ...ข้ามิใช่นางฟ้าอย่างที่เจ้าว่าหรอก...ข้าแค่คนที่ผ่านทางมา” เซเรนหลุดหัวเราะก่อนที่เธอจะโบกไม้โบกมือปฏิเสธไปมา หญิงสาวมองร่างเล็กๆของเด็กสาวก่อนที่เธอจะตัดสินใจปลดผ้าคลุมสีเงินของตนเองออกเพื่อคลุมตัวอีกฝ่ายเอาไว้พร้อมๆกับย่อกายลงมาให้หน้าของเธอยู่เสมอกับหน้าของเด็กสาว

 

ฟุ่บ!

 

“อุ่นจัง” เด็กสาวทำท่าทางบตกใจเล็กน้อยเมื่อมือขาวผ่องนั้นสัมผัสแก้มของเธอ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วแก้มข้างที่ถูกสัมผัสนั้นทำให้เธอหลับตาพริ้มแล้วค่อยๆเบียดหน้าเพื่อควานหาไออุ่นต่อ

 

“ตัวเจ้าเย็นมาก...แถมบาดเจ็บด้วย” เซเรนมองท่าทีนั้นก่อนที่จะใช้มืออีกข้างหนึ่งประคองหน้าของเด็กหญิงเรือนผมสีน้ำตาลยุ่งเอาไว้เพื่อมองหาบาดแผลบนศีรษะ เมื่อพิจารณาบาดแผลทั่วร่างแล้วเธอก็ค่อยๆขยับตัวเข้าไปจุมพิตที่หน้าผากของเด็กหญิงเบาๆครั้งหนึ่ง

 

ฉ่า...

 

ทำให้เด็กหญิงหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกนุ่มนิ่มที่หน้าผากของตนเองทำให้ร่างกายของเธอร้อนขึ้นมากะทันหัน บาดแผลที่เคยเจ็บค่อยๆหายไปจนหมดแต่สิ่งที่ตามมาคือความเหนื่อยล้าและง่วงงุน “อือ...”

 

“จะว่าไป...เจ้าชื่ออะไรเล่าเด็กน้อย?” เซเรนที่ทำการรักษาร่างกายของเด็กตรงหน้าเธอพร้อมๆกับปรับอุณหภูมิในร่างกายเล็กๆนั่นแล้วก็ผละตัวออกมาถามอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

 

“ไม่มี...” เด็กสาวตอบออกมาเสียงแผ่วเบา ถึงเธอจะมีพ่อและแม่แต่ทั้งเธอและน้องต่างไม่มีชื่อ รวมทั้งคุณพ่อและคุณแม่ด้วย ซึ่งมันไม่น่าแปลกหรอกสำหรับคนที่เป็นมนุษย์ที่ถูกขายเป็นทาสให้พวกมังกรเลี้ยงไว้ดูเล่นเป็นเหมือนอาหารที่รอวันถูกฆ่าเท่านั้น

 

“ถ้างั้นข้าจะตั้งชื่อให้เจ้า...” เซเรนพูดออกมาทำให้เด็กหญิงเงยหน้ามองอีกฝ่ายทันที ความรู้สึกตื้นตันบางอย่างเอ่อล้นขึ้นมา “อือ...เอาเป็นริกกะดีมั้ย?”

 

“ริก...ริกกะ?” เด็กหญิงทวนคำนั้นอย่างไม่เข้าใจ

 

“เป็นภาษาของทางตะวันออก...ฟูหมินเพื่อนข้าบอกว่ามันแปลว่าเกร็ดหิมะ” เซเรนพูดอธิบายออกมาตามความจริง เธอค่อยๆขยับหน้าเข้าไปใกล้เด็กหญิงพร้อมๆกับรอยยิ้ม มือทั้ง 2 ที่กุมหน้าริกกะเอาไว้ค่อยๆเช็ดคราบต่างๆบนใบหน้าออก “ข้าอยากให้เจ้าบริสุทธิ์ดังเกร็ดหิมะพวกนี้...บริสุทธิ์ งดงามและไร้มลทิน...ไปอยู่กับข้านะริกกะ”

 

“ฮึก...” ริกกะสะอื้นน้ำตาค่อยๆไหลรินออกมาก่อนที่จะพุ่งตัวเข้ากอดเซเรนแน่นแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น ความรู้สึกที่เธอเก็บเอาไว้ทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมารวดเดียวจนหมด เซเรนทำได้แต่เพียงลูบหัวปลอบเท่านั้นรอจนเด็กหญิงเงียบไปจึงค่อยๆอุ้มร่างเล็กๆนั้นเอาไว้ ก่อนที่จะกลับสู่ร่างเดิมของตนโผบินขึ้นสู่ฟ้าเพื่อกลับสู่อาณาจักรฟินิเชี่ยน

 

....

..

 

“ไม่ได้!!” เหล่าองครักษ์ต่างขึ้นเสียงคัดค้านทันที ในคราแรกที่เซเรนกลับมาพร้อมๆกับลูกมนุษย์ก็แปลกใจอยู่ แต่นึกไม่ถึงว่าเซเรนจะฝากเด็กคนนั้นให้โครอฟดูแลแล้วเรียกประชุมเหล่าแม่ทัพที่ควบตำแหน่งขุนนางทั้งหลายมาเพื่อพูดเรื่องนี้

 

“ไม่ได้นะพะย่ะค่ะองค์ราชินี! พวกมนุษย์ปลิ้นปล้อนและตลบตะแลงเก่ง...พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เชื่อใจไม่ได้!” โฟราเซี่ยนตบโต๊ะตึงอย่างไม่พอใจ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วเธอไม่ไว้ใจพวกมนุษย์เพราะพวกมันทำลายทุกสิ่ง ทรยศผู้มีพระคุณได้อย่างหน้าด้านๆ “ท่านก็รู้ว่าตามตำนานก่อนหน้าในยามที่พวกมันปกครองโลกเป็นยังไง...กว่าที่โลกจะเป็นเหมือนตอนนี้พวกมันทำให้อาณาจักรของเผ่าพันธุ์อื่นล่มสลายไปมากขนาดไหนท่านก็รู้!

 

“แต่นั่นมันก็หลายหมื่นปีก่อน...ตั้งแต่วันที่พวกมนุษย์เสียพลังของตนเองไปและเผ่าพันธุ์ของพวกเรากำเนิดขึ้นมา...ที่สำคัญเด็กคนนั้นก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร” เซเรนพูดออกมาใช่ว่าเธอจะไม่รู้ความจริงข้อนี้แต่ตั้งแต่วันที่เผ่าพันธุ์ของพวกเธอกำเนิดขึ้นมาพลังที่พวกมนุษย์มีอยู่ก็ค่อยๆหายไปจนกระทั่งในยามนี้...พวกมนุษย์ก็ไม่ต่างอะไรกับอาหารที่วิ่งวนหลบหนีเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่อย่างไร้ทางสู้

 

“แต่พวกเราก็ไม่ไว้ใจ...แค่ท่านพาเด็กคนนั้นมาอยู่ที่นี่พวกเราอาจจะพอรับได้แต่ที่ท่านเสนอเรื่อง“การสร้างพื้นที่ในดินแดนของเราให้พวกมนุษย์”มามันเป็นไปไม่ได้องค์ราชินี” ฟูหมินแย้งออกมา ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจมนุษย์เพียงแต่ว่าการที่จะให้เซเรนรับมนุษย์เข้ามาดูแลในอาณาจักรเขารับประกันไม่ได้จริงๆว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

 

“อีกอย่าง...ประชาชนไม่ยอมรับแน่ๆ” ตามด้วยยูที่พูดขึ้นมาหลังจากเงียบมานาน

 

“ปล่อยให้พวกมันเป็นไปตามวิถีชีวิตเดิมเถอะ...ท่านปกป้องไปมันก็ไม่มีความหมายไม่ต่างอะไรกับเลี้ยงงูเห่าไว้ใกล้ตัวหรอก” โฟราเซี่ยนพูดออกมาและเธอรู้ด้วยว่าเซเรนไม่ยอมง่ายๆแน่ แค่มองจากตาของอีกฝ่ายก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเธอจะต้องหาวิธีทำตามที่คิดให้ได้

 

“ถ้าประชาชนไม่ยอมรับข้าก็จะทำให้พวกเขายอมรับให้ได้...และอีกอย่าง...” เซเรนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกเขาก็มีชีวิต มีจิตใจเหมือนพวกเจ้า...พวกเจ้าจะรู้สึกยังไงหากไม่มีพลังและต้องถูกไล่ลาต่างอาหาร?”

 

“ไม่...พวกเราแค่เป็นห่วง...หากวันหนึ่งพวกมันคิดจะกบฏ” เอลรี่พูดออกมา เธอไม่กล้าที่จะออกความเห็นเท่าไหร่นักเพราะว่าตัวเธอเองรู้ดีเลยว่าตนเองไม่เป้นที่ยอมรับของพวกเขาเท่าไหร่นัก “ท่านเซเรน...คิดอีกทีเถอะค่ะ”

 

“ไม่...ข้าคิดดีแล้ว” เซเรนปฏิเสธ “ถ้าประชาชนยอมรับเจ้าที่เป็นครึ่งมังกรได้ก็ต้องยอมรับเหล่ามนุษย์ได้เช่นกัน”

 

“...” เอลรี่เม้มปากแน่นก่อนที่จะหลับตาลง

 

“ท่านนี่ดื้อจริงๆ” ฟูหมินยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเหงื่อตกกับความหัวดื้อของอีกฝ่ายที่เห็นมาตั้งแต่สมัยร่วมกันก่อกบฏแล้ว “ถ้าอย่างนั้นถ้าสมมตินะ...สมมติว่าวันหนึ่งพวกมนุษย์กบฏต่อท่านขึ้นมาท่านจะทำยังไง”

 

“เมื่อถึงวันนั้นข้าจะฆ่าทิ้งซะ” เซเรนพูดออกมา ดวงตาสีฟ้าสวยเรืองรองด้วยความอำมหิต ในฐานะราชินีแล้วหากถึงวันนั้นจริงๆเธอจะอุทิศชีวิตของตนเองปกป้องประชาชนให้ถึงที่สุด “แต่ถึงแม้พวกมนุษย์จะสามารถใช้อีเทอนาโนในอากาศเปลี่ยนเป็นพลังเวทย์ได้...ยังไงก็ยังอ่อนชั้นกับประชาชนของเราอยู่ดี”

 

“อีกคำถาม...ท่านจะทำให้มนุษย์พวกนั้นเชื่อใจท่านได้ยังไง” ตามด้วยยูที่ถามออกมา

 

“...เรื่องนั้นมันง่ายมาก...แค่ต้องใช้เวลาเท่านั้น” เซเรนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มน้อยๆทำเอาเหล่าแม่ทัพที่คอยคันค้านในตอนแรกยอมลดความหวาดระแวงต่อมนุษย์ลงไปบ้าง ถ้านับๆแล้วตามพลัง...เผ่าพันธุ์ของพวกเขาต่างมีพลังมหาศาลอยู่ในตัวแม้จะเป็นประชาชนธรรมดา...ต่อให้มนุษย์จะสามารถดึงพลังธรรมชาติมาใช้เป็นพลังเวทย์ได้ก็ยังแพ้ต่อพลังของพวกเขาอยู่ดี

 

“ยังไงข้าก็คัดค้านจนถึงที่สุด...” โฟราเซี่ยนเป็นแม่ทัพหญิงเพียงคนเดียวที่ค้านอย่างถึงที่สุด แต่เสียงของเธอเสียงเดียวมันไม่มีความหมายอะไรสักนิดเดียวในเมื่อแม่ทัพคนอื่นๆนั้นยอมโอนอ่อนหมดแล้ว “และไม่ลังเลที่จะฆ่าเมื่อพวกมันทำตัวน่าสงสัยด้วย!

 

ปึง!

 

“...” เซเรนมองตามโฟราเซี่ยนที่เดินออกไปจากห้องด้วยสีหน้าเหนื่อยใจก่อนที่จะหันไปมองเหล่าแม่ทัพคนอื่นๆในที่ประชุมเมื่อไม่มีเสียงค้านแล้วเธอจึงสั่งให้คนไปเตรียมที่อยู่สำหรับมนุษย์เอาไว้และเลิกการประชุมไปในที่สุด

 

เหล่าแม่ทัพทั้งหลายต่างเดินออกไปจากห้องนั้นทิ้งไว้แต่เพียงเซเรนที่นั่งอยู่ที่เดิม...เธอแหงนหน้ามองบนเพดานที่มีรูปของราชินีและราชาวิหคเพลิงตนก่อนๆ “ข้าทำถูกแล้วใช่มั้ยคะ? ท่านพ่อ...ท่านแม่?”

 

ทำถูกแล้วใช่มั้ยที่เธอรักทุกสรรพชีวิตเท่าๆกัน

 

ร่างบางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปในในที่สุด เธอเดินตรงไปยังห้องที่เธอฝากริกกะไว้กับโครอฟเมื่อเปิดประตูเข้าไป หญิงสาวก็พบกับใบหน้าบึ้งตึงของโครอฟ “...ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไรโครอฟ...”

 

“ท่านไม่ควรทำแบบนี้...แต่...” ชายหนุ่มเรือนผมสีขาวพูดออกมาอย่างตำหนิก่อนที่จะเงียบไป “ถ้าท่านเลือกแล้วข้าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกัน”

 

“ขอบใจที่เข้าใจนะ...” เซเรนพูดออกมาคิดไม่ผิดจริงๆยูต้องเอาเรื่องนี้มารายงานโครอฟแน่ๆ ถึง 2 คนนี้จะไม่ถูกกันสักเท่าไหร่ก็เถอะ “แล้ว...ริกกะล่ะ?”

 

“เมื่อครู่พึ่งให้หญิงรับใช้มาเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้เมื่อครู่...ตอนนี้นอนอยู่บนเตียง” โครอฟพูดออกมาทำให้เซเรนยิ้มน้อยๆก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านใน “ถ้าอย่างนั้น...”

 

“อื้อ...ไปเถอะ” เซเรนที่รู้ตัวดีว่าโครอฟจะพูดอะไรพูดอนุญาตทันที

 

เธอเดินตรงเข้าไปด้านในไปยังเตียงขนาดใหญ่ที่มีร่างของเด็กหญิงนอนขดตัวหลับอย่างสบายใจอยู่ เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ มันบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงตรงเข้าไปช่วย รู้แต่เพียงเธอเห็นเด็กคนนี้แล้วรู้สึกถูชะตาด้วยเท่านั้น

 

“บางที...สัญชาตญาณความเป็นแม่ของข้าคงทำงานกระมัง...ฮึๆ” เซเรนพูดติดตลกน้อยๆ อายุอานามของเธอเองก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วบางครั้งสัญชาตญาณเพศแม่เองก็ทำงานอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรเธอก็ถึงวัยที่จะต้องมีคู่ครองและมีลูกสักคนเพียงแต่...เธอยังไม่มีชายใจที่ชอบพอด้วยและที่สำคัญการสืบทอดทายาทเองก็ไม่เป็นปัญหา

 

เผ่าวิหคเพลิงไม่สามารถตั้งท้องลูกเองได้ ถึงมีโอกาสแต่ก็น้อยมากๆ เพราะส่วนใหญ่วิหคเพลิงทั้งหลายต่างเกิดขึ้นมาจากขี้เถ้าทั้งนั้นยกเว้นแต่เธอและน้องชายที่เกิดจากไข่จากมารดาเป็นวิหคเพลิงส่วนน้อยที่เกิดมาจากวิธีนั้น

 

“อื้อ” ร่างของเด็กหญิงขยับเล็กน้อยก่อนที่จะลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า “ที่นี่?”

 

“บ้านใหม่ของเจ้ายังไงล่ะริกกะ” เซเรนตอบพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

 

“คุณ...”

 

“ข้าชื่อเซเรนแต่จะเรียกว่าเซฟิเรียก็ได้...” เซเรนที่พึ่งนึกได้ว่าตนเองลืมแนะนำตัวพูดออกมา ทำให้ริกกะเบิกตากว้างขึ้น ถึงเธอจะเป็นเด็กแต่ชื่อเสียงของหญิงสาวตรงหน้านี้ใช่ว่าเธอจะไม่รู้จัก

 

“คุณ...คุณคือราชินี...วิหคเพลิงคนนั้น” ริกกะถอยร่นทันทีความหวาดกลัวเข้าครอบนำแม้จะเคยรู้สึกดีๆกับอีกฝ่ายมาก่อนก็เถอะ แต่ยังไงสัญชาตญาณของเธอยังหวั่นเกรงต่อเผ่าพันธุ์ที่มีพลังมากกว่าตนเองอยู่ดี “ราชินีเซฟิเรีย...”

 

“รู้จักข้าด้วยงั้นเหรอ?” เซเรนมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะเข้ากับแขนของเด็กสาวที่ตัวสั่นอยู่จนร่างเล็กสะดุ้งปัดมือเธอออกไปทันที “ไม่ต้องกลัว...ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก”

 

“แต่พวกคุณกินพวกเราเป็นอาหาร” ริกกะพูดเสียงสั่นทำเอาเซเรนตาโต

 

“...ฮะๆ” ก่อนที่จะขำออกมา “ข้าไม่กินมนุษย์หรอก...พวกเราวิหคเพลิงไม่จำเป็นต้องกินอะไรก็อยู่ได้แต่ก็มีบ้างที่ต้องกินอาหาร...แต่พวกนั้นก็เป็นพืชผักของป่าเท่านั้นเอง...ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหนเนี่ย?”

 

“ก็...เคยได้ยินมา” ริกกะพูดออกมาเสียงแผ่วแล้วย่นคอหนีมือของอีกฝ่ายที่ทำท่าจะลูบหัวเธอ

 

“ไม่ต้องกลัวน่า...เจ้าเป็นลูกบุญธรรมข้าแล้ว...ข้าไม่กินลูกตัวเองหรือยอมให้ใครทำร้ายลูกข้าเด็ดขาด...” เซเรนพูดออกมาเสียงอ่อนโยนจนเผลอทำให้เด็กหญิงยอมคล้อยตามง่ายๆ

 

 

....

..

 

 

ราชอาณาจักรฟินิเชี่ยนเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่เกือบครึ่งทวีป เป็นอาณาจักรที่เหล่าวิหคเพลิงอาศัยอยู่ แม้จะมีศึกสงครามจากเหล่าเมืองเล็กๆที่ปกครองโดยมังกรบ้างแต่ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆ และผู้ปกครองคนปัจจุบันคือราชินีวิหคเพลิงคนที่ 35 ราชินีเซเรน

 

วันที่ 23 พฤษภาคม 200 ปีก่อนx1 (การนับปีของแฟรี่เทล)

 

ราชอาณาจักรฟินิเชี่ยนได้สร้างเขตเมืองของมนุษย์ให้อาศัยอยู่ภายใต้การปกครองอาณาจักร ทำให้มนุษย์ผู้ถูกล่ามาโดยตลอดได้มีสถานที่ๆปลอดภัยให้อาศัยอยู่ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความรุ่งเรือง

 

...แห่งเรา...

 

จดบันทึกโดย ชาล็อต

 

ปฐมบทแห่งวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่

 

[04/11/2561]

 

ภาคนี้อาจจะเป็นภาคที่สั้นสุดๆ ไรท์จะพยายามเล่าเรื่องของเจ๊ซุยก่อนหน้านี้ให้เร็วที่สุดก่อนกลับไปในปัจจุบันนะคะ (ภาคนนี้เป็นภาคย้อนอดีตไปไกลมาก) คาดว่าอีก 9 ตอนก็จบภาคนี้แล้วไม่อยากรบกวนรีดที่น่ารักเยอะไป 555+

ปล. วันนี้เป็นวันแรก (วันนี้คือเมื่อตอนตี 1 ของวันนี้น่ะนะ) ที่ใใช้โควต้ากระดิ่งแจ้งเตือน 3 รอบจนหมด 555+

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #461 tas42768 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:45

    เราว่าชาล็อต ริกกะ กับอเฃ็กซานด้า กบฏ ไม่งั้นร่างประทับเจ้ซุยคงไม่โกรธมนุษย์ขนาดนี้หรอก
    #461
    1
    • #461-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 64)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 21:05
      ติดตามในเรื่องนะคะ ไรท์บอกไม่ได้ติดสปอย 555
      #461-1
  2. #460 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:38

    ขอบคุณค่าา รับตำแหน่งนักเขียนดีเด่นไปซะนะคะ//ปาไปหาไรท์

    #460
    1
    • #460-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 64)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 21:04
      ขอบคุณเจ้าค่า! //รับเกือบไม่ทันแหน่ะ 555+
      #460-1