Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 62 : ::โชคชะตาบทที่ 52 :: ไนท์วูฟ (ภาคฟินิเชี่ยน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

::โชคชะตาบทที่ 52 :: ไนท์วูฟ (ภาคฟินิเชี่ยน)

 

นับถอยหลังการปลดผนึก : 1 วัน

 

เมืองเล็กๆทางตะวันออกที่มีวิวสวยงาม เขาพาเธอมายังกิลด์ๆหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ธงรูปหมาป่าที่ซีกหน้าซีกหนึ่งเป็นดอกกุหลาบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ซุยเซ็นค่อนข้างคุ้นตาอยู่บ้างและเมื่อเดินเข้าไปที่กิลด์นั้น

 

แอ๊ด...ตุบ...ตึกๆๆๆๆ!! หมับ!!!

 

มาสเตอร์?!” สมาชิกกิลด์ร้องเสียหลงเมื่อมาสเตอร์ของกิลด์ที่กำลังคุยงานอยู่ทำหนังสือตกและกระโดดลงมาจากชั้น 2 เพื่อวิ่งตรงดิ่งมากระโดดกอดคนที่เดินเข้ามาในกิลด์อย่างซุยเซ็น ทำให้หลายๆคนตาเหลือกผิดกับซุยเซ็นที่ออกอาการมึนๆงงๆอยู่บ้าง

 

เอ๋...เธอค่อยๆขยับตัวอย่างเก้ๆกังๆพยายามมองคนที่กอดเธออยู่ เอ่อ...

 

ฮือ! พี่ครับ...ผมคิดถึงพี่มากเลยรู้มั้ย...และเสียงที่ดังออกมาทำให้ซุยเซ็นตัดสินใจดันร่างอีกฝ่ายให้เธอมองหน้าชัดๆแล้วต้องชะงักกึก...ริมฝีปากได้รูปค่อยๆพึมพำออกมาอย่างไร้เสียง...ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้าง...

 

ระ...ริยะ?” ทันทีที่ซุยเซ็นพูดจบอีกฝ่ายที่มีน้ำตาไหลนองหน้ายิ่งไหลหนักกว่าเดิมแถมปล่อยโฮแบบไม่อายใครในกิลด์เลย ทำเอาคนเป็นพี่ต้องเลิกลั่กหาทางปลอบแทบไม่ทัน เอ๋...เอ๋ๆ...ทำไมน้องถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะเนี่ย?! แล้วมาสเตอร์...อะไรเนี่ย...ยะ...ยังไงก็อย่าร้องไห้นะๆ

 

ฮือ...ผมนึกว่าจะไม่ได้เจอพี่แล้วริยะร้องไห้จ้าเป็นเด็กทำเอาคนในกิลด์ยิ้มอ่อนและส่ายหัวเอือมระอากับท่าทีของมาสเตอร์ของตนเองที่จะเก่งก็เก่งแต่ไหง...ตอนนี้สภาพอย่างกับเด็ก 5 ขวบได้เจอแม่หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานานนม

 

ไม่เอาน่า...พี่อยู่นี่แล้วซุยเซ็นดึงหัวน้องชายของเธอเข้ามากอดพลางลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆเป็นการปลอบ น้ำตาหยดหนึ่งของหญิงสาวไหลลงกระทบกับพื้นอย่างเงียบงัน หลังจากที่ริยะร้องไห้จนพอแล้วเจ้าตัวก็ปาดน้ำตาทิ้งแล้วหันไปหาฮิบิคิ

 

กระแอมไอสัก 2-3 ครั้งเพื่อแก้อาการขัดเขินแล้วทำเสียงนิ่งถามฮิบิคิซึ่งตอนนี้อึ้งไปแล้ว

 

นี่น่ะเหรอ...คนที่จะมาช่วยน่ะ?” ริยะถามออกมาโดยที่มีซุยเซ็นที่ยืนมองอย่างเอ็นดูกับความเติบโตของอีกฝ่าย

 

“ไม่ทันแล้วม้างมาสเตอรืที่จะมาเก็กแอ๊บมาดเอาป่านนี้!” เสียงของชายที่ใส่ชุดจีนสีดำแดงตะโกนลงมาจากชั้น 2 โดนมีเป้าหมายที่จะแซวมาสเตอร์ของเขาโดยเฉพาะ เส้นผมสีดำแทรกแดงเป็นหย่อมๆถูกมือจากคนข้างๆจิกหัวแทบจะทันที “มันเจ็บนะไอ้ยู! เอ็งจะหวงเกินไปแล้ว!

 

“หุบปากแล้วกินเหล้าเงียบไปเถอะฟูหมิน!” คนที่ถูกแขวะว่าเป็นหมาหวงก้างพูดเสียงรอดไรฟันอย่างน่ากลัว

 

หลังจากที่ฮิบิคิเล่าเหตุผลที่เชิญซุยเซ็นมาเพราะเจอถ้ำแปลกๆที่มีอักขระโบราณกับพลังเวทย์ที่รั่วไหลออกมาเกรงว่าจะอันตรายเลยหาผู้เชี่ยวชาญอักขระหลายคนมาแล้วแต่แก้ไม่ได้สักทีจนนึกถึงเจ้าหล่อนที่เคยได้ยินว่าเรวี่สอนเรื่องอักขระต่างๆให้อยู่เลยลองเสี่ยงดู

 

แต่เหมือนกึ่งๆจะไม่มีความหวังอะไรเลยเพราะซุยเซ็นในตอนแรกที่เดินเข้าไปนั้นเธอยืนยันว่าอ่านไม่ออกแต่ก็รู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยอ่านที่ไหนมาก่อนเลยลองเดินดูไปเรื่อยๆจนโรคหลงทิศกำเริบจนไปเจอกับรูปวาดฝาผนังในถ้ำ

 

เป็นรูปผู้หญิงอยู่ในชุดที่เหมือนกษัตริย์สีขาวขลิบทองและผ้าคลุมสีดำฟ้าที่มีสัญลักษณ์แปลกตาแต่กลับคุ้นตาซุยเซ็นมาก ผู้หญิงในภาพคนนั้นแม้ภาพจะจางตามกาลเวลาจนทำให้เหลือแค่ดวงตาสีฟ้าเท่านั้นรวมถึงเรือนผมสีม่วงอ่อนนั้นไม่รู้ทำไมเวลาเห็นรูปนั้นใจเธอก็เจ็บแปล๊บ แต่เมื่อพวกฮิบิคิดูแล้วเห็นว่าไม่มีอะไรจึงพากันกลับซึ่งเป็นจังหวะที่ซุยเซ็นเดินรั้งท้าย

 

สติของเธอก็เหมือนจะถูกดึงให้หายไปทีละน้อยกระทั่งเธอลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง

 

ตึก...ตึก...ตึก...

 

“ที่นี่...ที่ไหน” ร่างบางที่เดินตามทางเดินที่ทอดยาวด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เจ้าหล่อนค่อยๆย่างก้าวเดินไปตามทางตอไปเรื่อยๆทั้งๆที่ไม่รู้ว่าที่ที่ตนกำลังมุ่งหน้าไปเป็นที่ไหน เพียงแต่ร่างกายของเธอสั่งการให้เดินตามทางนั้นไปเท่านั้น

 

...เดินตามกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก...

 

กริ้ง...

 

“เสียงกระดิ่งอีกแล้ว” ร่างบางคิดหลังจากที่ได้ยินมันอีกครั้ง เธอกวาดตามองรอบๆตัว ณ ที่แห่งนี้เป็นเสมือนโบราณสถานเก่าๆ ตามฝาผนังรอบข้างมีรูปที่ถูกวาดเอาไว้และกำลังเลือนหายไปตามกาลเวลา...ดวงตาสีดำสนิทที่ว่างเปล่าค่อยๆละสายตาจากกลุ่มคนตรงหน้าเหลือบตาไปมองรูปพวกนั้น

 

ทุกครั้งที่มองรูปจางๆแต่ละรูปก็จะมีภาพแปลกๆที่แวบเข้าผ่านหัวเธอ เป็นภาพแปลกๆ กับผู้คนที่สวมเสื้อผ้าแปลกๆ ภาพคนที่เธอสาบานว่าไม่รู้จักค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กระทั่งเธอเลือกที่จะผ่อนฝีเท้าลงเมื่อเธอเห็นภาพตรงหน้าที่แปลกไปจากเดิม

 

ภาพก่อนหน้านี้นั้นเป็นภาพของหญิงสาวผู้หนึ่งที่สวมชุดกระโปรงยาวดูราวกับราชินีทุกๆภาพที่ผ่านตาเจ้าหล่อนไปล้วนแต่มีคนๆนี้อยู่เสมอเพียงแต่ภาพนี้กลับไม่ใช่ ร่างบางที่ผ่อนฝีเท้าจนช้าลงมากเลือกที่จะหยุดลงตรงภาพนั้น

 

ภาพวาดของหญิงสาวผู้สวมชุดคล้ายนักบวช เธอชูไม้คทารูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวขึ้นสูงต่อหน้าปวงประชาชนทั้งหลายราวกับว่าประกาศชัยชนะบางอย่าง ร่างบางค่อยๆยกมือขึ้นแตะภาพนั้นเบาๆ ความรู้สึกแปลกๆเริ่มทะลักออกมาภายในใจที่ว่างเปล่าของเธอ

 

แปล๊บ!

 

ลมหายใจของหญิงสาวขาดห้วงไปเมื่อจากความรู้สึกมากมายที่ไหลทะลักค่อยๆมีบางอย่างตามออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณของเธอ ภาพตรงหน้าที่เธอจ้องมันอยู่นานจนเธอเริ่มเห็นว่ามันค่อยๆขยับและหันหน้ามามองเธอ ภาพวาดนั่นค่อยๆกลายเป็นภาพที่เหมือนจริงทีละน้อยในความทรงจำเธอ

 

“หึ...นี่ล่ะคือผลกรรมของท่าน” เสียงของใครบางคนดังสะท้อนในหัวพร้อมๆกับภาพที่เธอเห็นตรงหน้า มันเปรียบดั่งภาพลวงตารูปภาพตรงหน้าค่อยๆลอยออกมาเป็นคนเป็นๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ชุดนักบวชที่เธอคิดว่าเป็นสีขาวทองกลับกลายเป็นสีดำขลิบทอง

 

ใบหน้าของคนตรงหน้าเธอเรียบสนิท ดวงตาสีน้ำตาลเข้มวาวโรจน์มันเต็มไปด้วยประกายความโกรธ ความเคียดแค้น ความชิงชังจนร่างบางสั่น ขาทั้ง 2 ข้างอ่อนยวบ ไม่มีแรงแม้แต่จะยืนอยู่ต่อ “เอาล่ะ...ถึงเวลาที่ท่านจะได้ตามประชาชนที่น่ารักของท่านไปแล้วองค์ราชินี!!

 

เฮือก!!

 

ร่างของชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อจับสัมผัสเวทย์ที่ค่อยๆเปลี่ยนไป ณ ที่แห่งนี้ได้ เขารีบหันไปทางด้านที่คิดว่าน่าจะเป็นจุดกำเนิดและจุดรวมของมัน พลันดวงตาของเขาก็เบิกกว้างรีบตรงปรี่เข้าไปหาร่างบางหลังจากที่พอจะคาดการณ์สถานการณ์คร่าวๆได้แล้วเพียงแต่จากระยะแล้วเขาไม่มีทางไปถึงได้ทันเวลาแน่นอน “คุณ----!! อันตราย!!

 

“ซุย...?” ร่างบางที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดสะดุ้งหันมาหาเขากระนั่นสมองของเธอก็ยังว่างเปล่าไม่มีอะไร ความรู้สึกที่พวยพุ่งมาพร้อมกับภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นภาพความทรงจำกลับมาดำมืดอีกครั้ง แต่เมื่อมองหน้าอีกฝ่ายที่ดูรีบร้อนเธอก็ไม่เข้าใจ...ไม่รู้ว่าจะทำหน้าตาตื่นตกใจทำไมและที่สำคัญ

 

คนๆนี้เป็นใคร? และคนๆนี้รู้จักเธอ...

 

แต่ไม่รู้ทำไมเธอมั่นใจว่าชายผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลตรงหน้าเรียกชื่อเธอแน่ๆแต่เธอกลับไม่ได้ยินมัน...มีเพียงแค่ชื่อของเธอที่จู่ๆมันก็ถูกทำให้เสียงเรียกนั้นหายไป แต่เธอพอจะจับใจความจากปากของอีกฝ่ายออก... “ซุย? ชื่อของฉัน...เหรอ?”

 

“คุณคื---...” ยังไม่ทันที่เธอจะถามข้อข้องใจก็เบิกตากว้างขึ้น

 

ฉึกๆๆๆ!!

 

สัมผัสบางอย่างแทงทะลุร่างบางเข้าอย่างแรงจนตัวเธอลอย ก่อนที่สิ่งที่เหมือนหอกหินที่งอกออกมาจากพื้นจะพุ่งทะลุร่างของหญิงสาวอีกหลายสิบครั้งเสียจนร่างของเธอแทบขาดออกจากกัน เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาจากบาดแผลหลายสิบแห่งดวงตาสีดำสนิทเบิกโผล่ง ความเจ็บปวดค่อยๆแผลงฤทธิ์จนร่างเธอกระตุก น้ำตาไหลจากความเจ็บ ก่อนที่จะโก่งคอกระอั่กเลือดออกมา “อะ...อั่ค!!

 

“พี่ครับ!!!” เสียงหนึ่งร้องลั่นและมาพร้อมๆกับเสียงวิ่งอีกหลายสิบเสียงเพียงแต่หญิงสาวแทบจะไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ความเจ็บปวดจากบาดแผลนับสิบค่อยๆจางหายไป กลิ่นคาวฟุ้งบ่งบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ความฝัน...ตอนนี้ร่างบางแทบจะไม่รู้สึกถึงอะไรรอบๆตัว มีเพียงสิ่งเดียวที่เธอรู้สึกถึง...

 

“นะ...หนาวจัง” เธอพูดออกมาเสียงแผ่วเบา ภาพที่เห็นเริ่มพร่าเลือนแต่ก็พอมองเห็น ตรงหน้าของเธอมีคนๆกลุ่มคนเมื่อครู่พยายามใช้พลังเวทย์โจมตีมาที่บาเรียที่กั้นพวกเขากับเธอไว้หลายต่อหลายครั้ง แต่นั่นไม่ดึงดูดสายตาของเธอเท่าเจ้าของเรือนผมสีทองที่คุ้นตา...แต่นึกไม่ออก

 

ปึงๆๆ!!

 

“พี่ครับ! พี่!!” คนๆนั้นยังคงไม่ยอมแพ้ใช้มือของตนเองทุบบาเรียที่ขวางเขาไว้อย่างแรงหลายตาหลายครั้งจนมือขาวๆนั้นเริ่มแตก ดวงตาสีฟ้าสวยเต็มไปด้วยคราบน้ำตา คนๆนั้นยังคงตะโกนหมายจะเรียกสติเธอที่ใกล้หมดไปเต็มทนแล้ว...

 

อา...คิดถึงจัง...เสียงแบบนี้...

 

นั่นเป็นภาพของอีกฝ่ายที่มองสบตาเธอคือภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะจมสู่ความมืดที่ไร้ที่สิ้นสุด พร้อมๆกับหยดน้ำตาที่ไหลรินกระทบหอกหินไร้ที่มาพวกนั้น พลันหอกหินพวกนั้นก็เปล่งแสงสีรุ้งออกมา ร่างของหญิงสาวค่อยๆมีสิ่งที่คล้ายคริสตัลโผล่ออกมาและรุกคืบกลืนกินร่างนั้นยิ่งทำให้เหล่าคนที่อยู่อีกฝั่งของบาเรียตกใจและพยายามพังบาเรียนี้มาช่วยให้เร็วยิ่งขึ้น

 

“ไม่เอานะ...ไม่นะ...ไม่นะ!!!” เด็กชายผมสีทองกรีดร้องออกมาน้ำตานองหน้า เมื่อใบหน้าของพี่สาวถูกกลืนหายไป แต่ยังไม่ทันให้เขามีเวลาร่ำไห้ไปมากกว่านี้คริสตัลนั่นก็ปรากฏแสงสว่างจ้าจนพวกเขาต้องยกมือขึ้นมาบังแสงพวกนั้น

 

...ฟิ้ว...

 

“...” พอรู้ตัวอีกที...ร่างของทั้งหมดก็อยู่ท่ามกลางป่าไม้แล้ว เด็กหนุ่มเรือนผมสีทองที่พอจำทางได้รีบวิ่งไปยังทางที่ตรงไปยังถ้ำแห่งนั้นแต่เมื่อไปถึงที่บริเวณนั้นกลับหลงเหลือเพียงป่าไม้ที่ขึ้นรกไปหมดจนเขาต้องส่งเสียงตะโกนหาร่างบางอย่างบ้าคลั่ง “พี่...พี่!! พี่อยู่ที่ไหนน่ะ!!

 

หมับ

 

“ใจเย็นๆก่อน...พี่ของเธอต้องไม่เป็นไร” ชายหนุ่มร่างสูงผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลไหม้จับไหล่อีกฝ่ายที่กำลังหันซ้าย หันขวามองหาพี่สาวของตนเอง เขาบีบมืออีกฝ่ายแน่น “ไม่เป็นไรแน่ๆ พวกเราต้องเจอพี่สาวของเธอแน่ๆ”

 

“ฮึก...” เด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้นโดยที่มีชายคนนั้นจับมือเขาไว้ก่อนที่จะสะอื้นออกมา ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าก่อนที่จะย่อกายมาข้างๆเอามือเกลี่ยน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ทำให้เด็กหนุ่มกระโจนเข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที “ฮือ...ผมไม่เอานะ...มัน...มันนานมากที่ผมจะได้เจอพี่...แต่เจอแล้วพี่ก็หายไปอีก...ไม่เอา...ผมไม่เอา”

 

“พวกเราต้องเจอคุณซุยเซ็นแน่นอน...คุณซุยเซ็นจะต้องไม่เป็นอะไร...ดังนั้น...เงียบซะนะ”

 

“พะ...พี่ครับ!!!!

 

ผนึกดารานิรันดรนับถอยหลังการปลดผนึก : 0 วัน

 

ปลดผนึกดารานิรันดร

 

.

.

.

.

.

 

 

พี่ครับ!!

 

เฮือก!

 

“พี่ๆ...โธ่! พี่ละก็” เสียงทุ้มนุ่มกังวานของชายหนุ่มปลุกพี่สาวของตนเองให้ลืมตาตื่นขึ้นมาจากความฝัน ซึ่งเสียงของเขาที่ตัดสินใจตะโกนข้างๆหูผู้เป็นพี่ทำให้เธอสะดุ้งลุกพรวดขึ้นมาทันที

 

“ริยะ?” เธอเรียกชื่อน้องชายของตนเองด้วยความมึนเบลอพร้อมๆกับสะบัดหน้าน้อยๆ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าฝันอะไรบางอย่างที่เธอจำมันไม่ได้แล้วไปนานมากจนไม่อยากตื่น

 

“ผมบอกพี่แล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้มานอนเล่นแถวๆนี้...” ผู้เป็นน้องชายถอนหายใจออกมาพร้อมๆกับดึงใบหญ้าออกมาเส้นผมสีเงินยวงเป็นประกายสีม่วงอ่อนของพี่สาวตนเองอย่างแผ่วเบา “เป็นหวัดขึ้นมาลำบากโครอฟวิ่งหายาทั่วเมืองแน่ๆครับ”

 

“แค่นอนตากลมนิดหน่อยไม่ทำให้พี่เป็นหวัดหรอกน่าริยะ...โครอฟนั่นแหละที่เว่อร์วังไปได้” ผู้เป็นพี่มุ่ยหน้าออกมาจนคนเป็นน้องชายหัวเราะ ก่อนที่เขาจะเอามือดึงแก้มขาวๆของอีกฝ่ายจนยืดย้วย

 

“ถ้าผมเป็นโครอฟผมก็ทำแบบนั้นครับ...พี่น่ะเป็นราชินีแล้วนะ...หัดดูแลตัวเองบ้างสิ...รู้มั้ยตอนที่พี่ขอบตาดำคล้ำเพราะโหมงานหนักทำให้ประชาชนไม่สบายใจกันขนาดไหนน่ะ” ริยะเบ้หน้าเมื่อถูกพี่สาวสับเข้าที่กลางหัวหลังจากที่แกล้งดึงแก้มอีกฝ่ายจนยืดแล้ว เขาก็พูดออกมาตามจริง

 

“ช่างเรื่องนั้นไปเถอะ...แล้วเราล่ะ? ฝึกถึงไหนแล้ว?” ร่างบางเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะเหลือบดวงตาสีฟ้าสวยของตนเองไปมองดายสำหรับฝึกในมือของริยะเป็นเชิงถาม ทำให้น้องชายของเธอยกยิ้มกว้างพร้อมๆกับกระชับดาบแน่น

 

“เก่งกว่าเมื่อก่อนขึ้นจมเลยครับ! รับรองได้เลยว่าอาณาจักรฟินิเชี่ยนของพี่ไม่มีใครกล้ามาหือด้วยแน่ๆครับ!” ริยะพูดออกมาทำเอาผู้เป็นพี่ระบายรอยยิ้มอ่อนๆออกมา เธอยกมือขึ้นขยี้หัวอีกฝ่ายที่เป็นถึงเจ้าชายแท้ๆ แต่ดันทำตัวเป็นองครักษ์หรือไม่ก็แม่ทัพฝึกหัดไปได้ “แหน่ะ! เราคุยกันแล้วนะครับว่าจะไม่พูดเรื่องเจ้าชาย”

 

“ก็พี่เป็นห่วง”

 

“ไม่ต้องห่วงครับ...ผมดูแลตัวเองได้แน่ๆ อีกอย่างผมอยากจะปกป้องพี่ด้วย” ริยะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น เขาสาบานไว้ตั้งแต่วันที่ร่วมก่อกบฏล้มล้างราชาคนก่อนแล้วว่าจะปกป้องพี่สาวเขาด้วยชีวิต...

 

ฟุ่บ...

 

“ท่านเซฟิเรีย...ถึงเวลาประชุมแล้วครับ”

 

“...ขอบใจที่บอกนะโครอฟ...”

 

[04/11/2561]

 

กลับมาสู่ตอนละ 10 หน้าเช่นเดิม! แนะนำตัวละครภาคออริของไรท์นั้นอยู่ตอนถัดไปค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #458 tas42768 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 10:40

    เรื่องราวดีมากชื่นชมมากคิดเรื่องได้ดีอ่ะชอบ
    #458
    1
    • #458-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 62)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 13:17
      555+ ขอบคุณค่ะ!
      เรื่องภาคล่าสุดนี้ไรท์ตั้งใจคิดแล้วคิดอีก รีแล้วรีอีกให้เชื่อมกับเรื่องหลักในปัจจุบันด้วย
      ปล.ขอบคุณที่เม้นนะคะ
      #458-1
  2. #457 JP.PiM (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 01:45
    ภาคนี้จะนานไหมเนี่ยยย
    #457
    1
    • #457-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 62)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 01:47

      จะพยายามให้จบภาคภายใน 10 ตอนค่ะ ปมเรื่องภาคนี้มันเยอะจริงๆ //หมดแรง
      #457-1