Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 61 : ::โชคชะตาบทที่ 51 :: ก้าวต่อไป (จบภาคเกาะเทนโรว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

::โชคชะตาบทที่ 51 :: ก้าวต่อไป (จบภาคเกาะเทนโรว)

 

“เดี๋ยวสิ...” ฮิบิคิที่อาสาจะมาที่แฟรี่เทลก่อนคนอื่นๆเพื่อจะเจรจาและพาบรูคกลับไปบลูเพกาซัสเอาหนักใจเล็กน้อย เพราะอีกฝ่ายไม่มีท่าทางที่จะยอมเขาเลยสักนิดเดียว ถึงจะเคยร่วมงานกันมาครั้งหนึ่ง...แต่ก็ขอบอกเลยว่าคนๆนี้ติดซุยเซ็นเอามากๆตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันยันครั้งนี้ “บรูค...ถ้าคุณมาอยู่ที่บลูเพกาซัสอาจจะทำให้ตามหาพวกคุณเอลซ่าและคนอื่นๆได้ง่ายขึ้นนะ...อีกอย่างพวกผมเองก็จะช่วยเต็มที่ด้วย”

 

“ไม่”

 

“...” ฮิบิคิเงียบไปพักหนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นมาพนันกันมั้ยครับ?”

 

“...” บรูคเพียงแค่ชายตามองเท่านั้นแต่ก็แสดงถึงความสนใจอย่างเห็นได้ชัด

 

“ถ้าภายใน 1 เดือนคุณหาคุณซุยเซ็นและคนอื่นๆเจอผมจะยอมไม่พาคุณไปจากแฟรี่เทลแต่ถ้าคุณหาไม่เจอ...คุณจะต้องมากับเรา” ฮิบิคิเสนอขึ้นมาถึงแม้ว่าเขาจะแพ้พนันก็ไม่เป็นไร ถ้าพวกนัตสึกลับมาทางสภาเวทย์คงยอมลามือเรื่องนี้เพราะแฟรี่เทลสามารถควบคุมความประพฤติของบรูคได้แล้ว

 

“...เอาอย่างนั้นก็ได้” บรูคพูดออกมาก่อนที่จะเดินออกไปจากกิลด์

 

 

.....

...

 

อา...นี่เราอยู่ที่ไหนเนี่ย...อุ่นจัง

 

การปลดผนึกหยุดชะงัก : รีเซ็ตเวลาการปลดผนึกนับถอยหลัง 3 ปี 52 วัน

 

ซ่าๆๆ

 

“กับตัน! นั่นคนหรือเปล่าน่ะ!” เสียงของลูกเรือๆสินค้าลำหนึ่งส่งเสียงร้องถามกับตันที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาชี้ไปทางหนึ่งในทะเลแสนกว้างใหญ่ ชี้ไปยังท่อนไม้ท่อนหนึ่งที่มีร่างของเด็กสาวนอนหมดสติพาดขอนไม้นั้นอยู่

 

ชายวัยเกือบชราใช้มือลูบๆหนวดของตนเองขณะที่คว้ากล้องสองทางไกลมาส่องดูอยู่ครุ่นคิด...และสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเขาก็คือร่างของเด็กสาวที่นอนหมดสติพาดขอนไม้อยู่! ทำเอากับตันมากประสบการณ์ต้องส่งเสียงบอกลูกน้องแทบจะทันที “เฮ้ย!! พวกแกรีบเอาเรือเล็กไปช่วยเร็วเข้า!!

 

สิ้นคำสั่งของกับตันลูกเรือต่างวิ่งพล่านเพื่อไปช่วยคนๆนั้นแทบจะทันที พวกเขาพาร่างของเด็กสาวขึ้นมาบนเรือก่อนที่กับตันมากประสบการณ์คนนั้นจะให้ภรรยาของเขาที่เป็นหมอในเรือนี้ดูแลอีกฝ่าย...แต่จากที่ดูจากตราประทับกิลด์แล้วเด็กคนนี้เป็นนักเวทย์ของแฟรี่เทลไม่ผิดแน่

 

“อือ...” ร่างบางขยับตัวหนีกับตันวัยเกือบชราที่กำลังเอามือลูบหัวเธออย่างรำคาญทำเอาเขาขำพรืด แอบนึกถึงความฝันเมื่อก่อนหน้านี้ของเขาในยามที่แต่งกับภรรยาเขาใหม่ๆ ที่ฝันว่าอยากได้ลูกสาวสักคนแต่ดันได้ลูกชายมาซะได้

 

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะพ่อ” และเจ้าลูกกชายตัวดีคนนั้นก็แซะพ่อของตนเองทันทีที่เห็นบิดาตนเองกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดู “แก่แล้วนะพ่อ”

 

ผลั๊วะ!

 

“มันใช่อย่างที่แกคิดซะที่ไหน?!” คนเป็นพ่อเดินไปตบหัวลูกชายอย่างแรงก่อนที่จะถอยหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วยอมเปิดปากเล่าแบบจิกๆลูกชายที่รักยิ่งด้วยว่า “เมื่อก่อนข้าแค่อยากได้ลูกสาว...แต่เอ็งเสือกแย่งลูกสาวที่น่ารักของข้ามาเกิดซะได้!

 

“เอ้า! นี่ผมผิดอะไรเนี่ย?!” คนเป็นลูกโวยวายออกมาเมื่อผู้เป็นพ่อชิ่งหนีออกไปก่อนแล้ว ก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้วยอีกคนอย่างหัวเสีย ทิ้งให้ผู้เป็นแม่หัวเราะคิกคักกับท่าทีของทั้งคู่

 

หลายวันผ่านไป

 

เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นกลางเรือสินค้าก็รู้สึกแปลกใจอยู่หรอกแต่ก็โดนซักถามถึงการที่มาลอยคลออยู่ในทะเลบ้างเล็กน้อย สุดท้ายเลยลงเอยที่เธอต้องอยู่ที่เรือนี่ต่อไปจนกว่าจะถึงเมืองแมคโนเลียก็เสียเวลาล่องเรือไปนานอยู่พอสมควรกินเวลาเกือบเดือนได้ ยังดีที่ลุงคนที่ช่วยนั้นกำลังไปขายสินค้าที่เมืองแมคโนเลียเลยได้อานิสงให้พาไปส่งโดยที่ช่วยงานลุงไประหว่างทางเป็นการตอบแทน

 

“ลุง! ฉันจับปลาตัวใหญ่ได้แหน่ะ!!” ซุยเซ็นร้องเรียกลุงคนนั้นด้วยท่าทีดีอกดีใจ

 

“ไหนๆ ให้ขะ...เฮ้ย!! นังหนูนั่นไม่ใช่ปลาแล้วสัตว์ประหลาดต่างหากเล่าเอาลงไปเลย!!” ก่อนที่จะสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นปลาที่ซุยเซ็นตกมาอีท่าไหนไม่รู้ใหญ่เท่าบ้านแถมยังมีเขี้ยวแหลมเฟี้ยวกำลังพะงาบปากงาบๆจะงับหัวคนที่เข้าใกล้อีก

 

“น่าอร่อยออก” ซุยเซ็นว่าออกมาพร้อมยู่หน้า

 

“น่าอร่อยบ้านเอ็งสินังหนู! โยนลงทะเลไป!!” ลุงคนนั้นยังไม่เลิกโวยวายทำให้เด็กสาวโยนปลานั่นลงทะเลไปอย่างช่วยไม่ได้และไม่นานพวกเธอก็เดินทางกลับแมคโนเลียซึ่งทันทีที่ถึงเมืองเจ้าหล่อนก็เดินตรงกลับกิลด์ทันทีโดยไม่ลืมขอบคุณคุณลุงใจดีและครอบครัวของเขาที่ช่วยเธอไว้ แต่ทันทีที่เธอเดินเกือบถึงกิลด์แล้วมีสายตาแปลกๆมองเธอเป็นทิวแถว

 

“อะไรของเขานะ” ซุยเซ็นพึมพำออกมาเบาๆ แม้จะรู้สึกแปลกใจนิดก็เถอะเพราะเรื่องตอนนั้นล่ะมั้ง ตอนเกาะเทนโรวเธอหายไปร่วมสามเดือนนี่หว่า...ใช้เวลาไม่นานเธอก็เดินมาถึงกิลด์แฟรี่เทลพร้อมสูดหายใจเฮือกใหญ่ครั้งหนึ่ง

 

ปึง!

 

“กลับมาแล้วทุกคน...เอ๋?” ซุยเซ็นยิ้มร่าเปิดประตูเข้ามาพบกับสมาชิกกิลด์นั้นหันมามองเธอเป็นตาเดียวแถมยิ่งกว่านั้นคือทั้งกิลด์เงียบสนิท “แล้วพวกนัตสึละ...ล่ะ” ซุยเซ็นยังพูดไม่ทันจบก็ถูกบรูคที่ลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้ามากอดเธอทันที

 

หมับ!!

 

“บะ...บรูค?” ซุยเซ็นเรียกอีกฝ่ายก่อนที่จะรับรู้ว่าคนที่กอดเธออยู่ร้องไห้...พลันเด็กสาวก็กวาดสายตามองไปรอบๆกิลด์แทบจะทันที “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”

 

“เอ่อ...พวกเราได้ข่าวจากสภาว่าเกาะเทนโรว...ถูกทำลายแล้ว” บิสก้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ “และ...ไม่มีใคร...รอด...เลยสักคน...”

 

เงียบ...

 

“ถูกทำลาย...หมายความว่า...” ซุยเซ็นรู้สึกสะอึกขึ้นมาทันทีเพราะเธอก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นแต่ทำไมเธอถึงมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวกัน! ถ้าเธอรอดมาได้พวกนัตสึอาจจะรอดไม่ใช่หรือยังไงกัน!

 

“บางทีอาจจะไม่จริงก็ได้...ก็เธอยังรอดมาเลยนี่นาบางทีพวกนัตสึก็อาจจะรอดก็ได้” มาคาโอพยายามพูดปลอบแม้จะเห็นท่าทีแบบนั้นของซุยเซ็นและเรื่องที่ทางสภาแจ้งมาโอกาสไม่รอดมันมีสูงมากเกินไป

 

“...มะ...ไม่รู้เหมือนกัน...ตอนนั้น...ฉันรู้สึกว่ามีแสงจ้า...แล้วก็รู้สึกอบอุ่น...ระ...รู้ตัวอีกที...” ซุยเซ็นเริ่มที่จะพูดไม่ออกเพราะว่าเรื่องนี้มันหนักเกินไปสำหรับเด็กสาวอายุ 16 บางทีเธออาจจะคิดง่ายเกินไปที่ว่ากลับมาจะเห็นพวกนัตสึทะเลาะกันเหมือนเดิมและส่งเสียงโหวกเหวกจนดังไปถึงข้างนอก “ฉะ...ฉัน...ฉันขอกลับบ้านก่อนนะคะ”

 

“ซุยเซ็น...” บรูคที่ถูกเด็กสาวผละตัวออกมาเรียกเธอเฉกเช่นฮิบิคิที่ส่งสายตาเป็นห่วงมาให้

 

“ไม่เป็นไรนะครับ?” เขาถามออกมาอย่างเป็นห่วง

 

“ไม่เป็นไร...ขอ...เวลาสักพักนะ” เด็กสาวตอบออกมาเสียงแผ่วเบาแล้วเดินจากไปในตอนนั้นเธอจำไม่ค่อยได้แต่เมื่อแอคโนโลเกียโจมตีมา ทุกๆอย่างมันจ้าไปหมดที่สำคัญเธอเห็นแสงสีทองที่ครอบพวกเธอเอาไว้...สัญลักษณ์ของแฟรี่เทล มันเหมือนกับสัญลักษณ์ที่เธอเคยเห็นมาก่อนหน้านี้

 

วิ้ง!

 

“คุณ...แม่?” อา...ใช่เธอนึกออกแล้วตอนนั้นตรงหน้าเธอมีร่างขอมารดาที่เสียไปนานมากแล้วปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆกับกอดร่างของเธอราวกับจะปกป้องและเมื่อเกิดแรงระเบิดพลันทำให้ร่างของเธอลอยไปตามแรงกระแทกนั้นก่อนที่สติทั้งหมดจะดับไป เธอจับสัมผัสพลังเวทย์บางอย่างได้...เธอถูกส่งให้ไปอยู่กลางทะเลที่ปลอดภัยโดยฝีมือของแม่เธอ

 

ไม่นานจากนั้นเมื่อสภาเวทย์ได้ยินเรื่องที่ซุยเซ็นรอดกลับมาก็ถูกพาตัวมาสอบสวนอะไรนิดหน่อยและส่งตัวกลับไปซึ่งเธอไม่ได้ปริปากบอกเรื่องของเซเรฟไปเลยถึงจะโดนตรวจความจำก็ไม่เจอเรื่องแบบนั้น

 

ซุยเซ็นนั่งซึมไปพักใหญ่ๆก่อนที่จะเริ่มปรับตัวเข้ากับทุกคนได้ส่วนบรูคที่เธอมารู้ทีหลังว่าโดนสั่งย้ายไปกิลด์อื่นที่น่าจะคุมพฤติกรรมของเขาได้มากกว่านี้ทีแรกชายหนุ่มไม่ยอมแต่ก็ต้องไปเพราะเป็นคำสั่งของมาสเตอร์รุ่นที่ 4 รวมการแพ้พนันฮิบิคิกับคำขอของซุยเซ็นด้วย

 

“แน่ใจใช่มั้ย?” บรูคบีบแขนร่างบางอย่างเป็นห่วง เขาอยากได้เวลาอีกสักหน่อยเพื่อที่จะปลอบใจเรื่องนี้ ซึ่งเด็กสาวพยักหน้าน้อยๆก่อนที่จะยิ้มออกมาน้อยๆเพื่อให้บรูคคลายกังวล

 

“ไว้ผมจะพยายามแวะมาหาบ่อยๆนะครับ” ตามด้วยฮิบิคิที่พูดออกมา

 

“ขอบคุณนะ” ซุยเซ็นพูดถึงจะเอาแต่ร้องไห้อยู่ที่บ้านก็ไม่สามารถทำให้สิ่งที่ไม่อยู่แล้วกลับมาได้ บางทีนี่อาจจะเป็นบทเรียนให้เธอเข้มแข็งขึ้น

 

หมับ...

 

“ซุยเซ็น...ฉันอาจจะกลับไปเป็นอาชญากรให้เธอตามจับอีกก็ได้นะ” บรูคพูดออกมาพร้อมๆกับบีบมือของเด็กสาวแน่นเป็นการปลอบใจและให้กำลังใจ ขณะที่ปากก็พยายามพูดเรื่องให้อีกฝ่ายคิดเรื่องอื่น

 

“งั้นฉันจะรอวันนั้นแล้วกัน” เด็กสาวพูดออกมาอย่างแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆก่อนที่เธอจะถูกบรูครวบตัวเข้าไปกอดซึ่งเจ้าหล่อนไม่ได้ขัดขืนอะไร ซุยเซ็นกอดตอบอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้เจอกับครอบครัวที่หายไปนาน

 

“...ขอบคุณ” บรูคพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

“อืม...”

 

“คุณซุยเซ็น” เมื่อเธอผละออกจากบรูคฮิบิคิก็เดินเข้ามาหาเจ้าหล่อนทันที พร้อมๆกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ แม้จะยังไม่เข้าใจเธอก็รับมันมา “ผมลองค้นวิธีลดอาการตาบวมจากการร้องไห้มาแล้วเขียนอยู่ในนั้น...เอ่อ...ผู้หญิงไม่น่าจะอยากให้ใครเห็นตอนตัวเองไม่น่ามองใช่มั้ยล่ะครับ?”

 

“ขอบคุณนะ...ไว้ฉันจะลองเอาไปทำตามดู” เจ้าหล่อนว่าออกมาด้วยรอยยิ้มที่ดูดีกว่าเมื่อกลับมาจากเกาะเทนโรวขึ้นจม ถึงจะยังไม่เท่าตอนที่มีพวกนัตสึอยู่ด้วยก็ตาม “เดินทางปลอดภัยนะ” ก่อนที่จะซุยเซ็นโบกมือลาอีกฝ่ายแล้วมองตามบรูคและฮิบิคิที่เดินกลับไปขึ้นเรือเหาะของกิลด์บลูเพกาซัสไป

 

“...ต่อไปกิลด์คงเหงาแน่ๆ” มาคาโอที่มาส่งบรูคพูดออกไป เขาถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นมาสเตอร์ของแฟรี่เทลต่อจากมาคาลอฟเพราะมีความสามารถมากที่สุด (หรือโดนถีบส่งภาระมาให้?) ก่อนที่เขาจะเหลือบตามองซุยเซ็น “แล้วเธอจะเอายังงต่อดีล่ะ? ภารกิจจะ---”

 

“ฉันคิดว่าจะลองไปทำภารกิจดูคนเดียวสักพักน่ะ” ซุยเซ็นที่อ่านกระดาษที่ได้มาจากฮิบิคิที่ด้านในไม่ได้มีแค่วิธีการลดบวมของตา แต่ก็มีเคล็ดวิธีให้หายเศร้าและสดชื่นขึ้นในเร็ววัน “...มันก็แค่การเปลี่ยนบรรยากาศน่ะค่ะ...สักปีหรือ 2 ปีเอง”

 

“...” มาคาโอพยักหน้าเข้าใจ “ถึงจะเศร้าแค่ไหนแต่...คนที่ยังมีชีวิตก็ต้องก้าวต่อไป”

 

“นั่นสินะคะ” ซุยเซ็นพูดออกมาก่อนที่จะกลับเข้าไปในกิลด์ พูดคุยกับพวกบิสก้าและคินานะเรื่องของผู้หญิงไประยะหนึ่งก่อนที่เธอจะไปรับภารกิจทำ

 

ณ บ้านของซุยเซ็น

 

ฮูก...

 

“หือ?” ร่างบางหันไปมองตามเสียงร้องของนกฮูก ก็พบกับนกฮูกตัวอ้วนกลมหน้าตาน่ารักน่าจับมากอดซะจนเด็กสาวเดินเข้าไปหา ซึ่งมันก็กะพริบตาเอียงคอมองเธออย่างน่ารักแล้วมันพยายามส่งจดหมายที่คาบไว้ให้เจ้าหล่อน “จากใครกันนะ?”

 

แกรก...

 

“ปลอดภัยดีสินะ ผมพยายามใช้ความรู้ของผมสร้างนกฮูกตัวนี้ขึ้นมาโดยที่ไม่มีผลกระทบต่อพลังของผมและมันจะหาเธอเจอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน...อย่าลืมเขียนจดหมายมาคุยกับผมบ่อยๆด้วยล่ะ...จากเซเรฟ” คำที่ถูกเขียนบนจดหมายดูแฝงความเป็นห่วงอาไว้ด้วยจนเด็กสาวเผลออมยิ้มออกมา แต่ประโยคสุดท้ายดูแฝงความเอาแต่ใจราวกับเด็กอย่างไรอย่างนั้น

 

“คนเอาแต่ใจ” ซุยเซ็นมองจดหมายนั้นด้วยรอยยิ้มที่ไม่ยอมหุบสักที รู้สึกดีใจแปลกๆ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็หยิบกระดาษและปากกามาเขียนตอบกลับอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะเอาขนมบิสกิตเล็กๆให้เจ้านกฮูกตัวอ้วนกลมตัวนั้นด้วย

 

ฉันปลอดภัยดีขอบใจที่เป็นห่วงนะ...ที่สำคัญนกฮูกที่นายสร้างมามันน่ารักมากเลย ฉันอยากจะจับตัวมันมาฟัดใจแทบขาดถ้ามันไม่บินหนีแถมจิกมือฉันจนแดงไปหมดล่ะนะ

ปล.จะว่าไปนกฮูกตัวนี้มีชื่อหรือยัง? ถ้าไม่มีฉันขอเรียกมันว่าเจ้าบิสกิตนะ จากซุยเซ็น

 

1 ปีผ่านไป

 

ซุยเซ็นได้ถูกมาคาโอมาสเตอร์คนที่ 4 ของแฟรี่เทลถามถึงเรื่องความสมัครใจในการที่จะเข้าสอบเป็นจอมเวทย์ระดับ S โดยขอให้ทางบลูเพกาซัสช่วยในเรื่องนี้ด้วยและแน่นอนว่าเด็กสาวสอบผ่านฉลุย และมีเรื่องหนึ่งที่ทุกคนไม่เคยรู้คือเธอคุยกับเซเรฟผ่านจดหมายบ่อยมากๆจนมีจดหมายของอีกฝ่ายที่ถูกส่งมาโดยเจ้าบิสกิตเก็บไว้เกือบ 2 กล่องแล้ว

 

ทุกๆวันเป็นไปอย่างเรียบง่ายกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก 2 ปี

 

2 ปีผ่านไป

 

กลับมาแล้วร่างของหญิงสาวอายุ 19 ปีเดินเข้ามาในกิลด์แฟรี่เทลที่ดูเล็กลงถนัดตาเพราะถูกไล่ที่อีกทั้งความนิยมยังลดน้อยถอยลงอย่างมากอีกด้วย ก่อนที่เธอจะเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นว่าสภาพกิลด์ดูเละผิดปกติ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอคะมาสเตอร์?”

 

ไม่มีอะไรหรอก...ว่าแต่กลับมาแล้วงั้นเหรอภารกิจเป็นยังไงบ้างล่ะ?” มาคาโอเปลี่ยนเรื่องทันทีพร้อมถามถึงภารกิจที่ซุยเซ็นไปทำมาซึ่งกินระยะเวลานานพอสมควรเมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวเลยเดินไปที่เคาธ์เตอร์บาร์พร้อมนั่งลง

 

ก็น่าเบื่อนิดหน่อย...เธอตอบออกมาเพราะภารกิจที่เธอรับมามันง่ายจนเกินไป

 

ฮะๆ น่าเบื่องั้นเหรอ...งานระดับ S เนี่ยมาคาโอพึมพำออกมาซึ่งซุยเซ็นไม่ตอบ

 

ปึก...

 

นี่จ้ะ คงจะเหนื่อยสินะคินานะวางแก้วน้ำส้มตรงหน้าซุยเซ็นที่หายหน้าไปจากกิลด์ล่วง 1 เดือนเศษซึ่งซุยเซ็นก็ยิ้มเล็กน้อยพร้อมก้มหัวลงเป็นเชิงขอบคุณ แล้วภารกิจที่รับไปเป็นยังไงบ้างล่ะ...คงเดินทางไกลน่าดูไม่หลงงั้นเหรอ?”

 

ก็...หลงทางอยู่เกือบอาทิตย์เหมือนกันแหละซุยเซ็นพูดออกมาทำเอามาคาโอแทบหัวทิ่มเพราะรู้ดีว่าโรคหลงทิศของซุยเซ็นมันยังแก้ไม่หายเท่าไหร่ด้วย...อันที่จริงแอบห่วงเหมือนกันว่าภารกิจที่รับไปมันจะอันตรายจนเกินไป เมื่อไหร่จะแก้โรคหลงทิศได้นะ

 

ถ้างั้นคราวหน้าทำไมไม่ลองไปทำภารกิจกับคนอื่นดูล่ะคำพูดนั้นของคินานะทำให้หญิงสาวชะงักเล็กน้อยพร้อมหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเล็กๆ

 

พูดตามตรงนะถึงจะทำใจได้แต่ก็...คิดว่าทำภารกิจแบบนี้ต่อไปอีกหน่อยจะดีกว่าซุยเซ็นพูดออกมาพร้อมแกว่งแก้วน้ำเล่นเล็กน้อยดวงตาสีดำสนิททอประกายความเศร้าหมองเล็กๆ แม้จะผ่านมา 3 ปีแล้วความรู้สึกที่ต้องเสียพวกพ้องไปยังตราตรึงในใจอยู่ เป็นเหมือนแผลที่จะไม่มีวันจางไปเด็ดขาด ถ้างั้นฉันขอตัวไปก่อนนะ...ก่อนที่จะวางเงินแล้วเดินออกไป

 

ยังทำใจไม่ได้อีกงั้นเหรอเนี่ยบิสก้าพึมพำออกมาเพราะเวลา 3 ปีมันมากพอที่จะทำให้เธอทำใจได้ระดับหนึ่งล่ะนะ

 

ก็นะ...สำหรับเด็กคนนั้นพวกนัตสึคงเหมือนครอบครัวและเพื่อนคนสำคัญนี่นามาคาโอพูดอย่างแผ่วเบา

 

วันต่อมา

 

ปึง!

 

วู้ว...ได้ข่าวว่าระดับ S ของแฟรี่เทลกลับมาแล้ววุ้ยผู้ที่มีใบหน้ากวนโอ้ยพูดออกมาพวกนี้เป็นพวกที่มาหาเรื่องแฟรี่เทลเมื่อวานและวันนี้ที่มาเพราะได้ยินข่าว แหมๆ กิลด์พวกนายที่มีแต่คนไร้ฝีมือจะมีระดับ S ที่กระจอกแค่ไหนกันนะ...

 

ผลั่ก!!!

 

กระจอกแค่นี้น่ะพอมั้ย?” ซุยเซ็นที่เห็นพวกนี้เข้ามาในกิลด์แล้วพูดพล่ามเหมือนดูถูกกิลด์ของเธอก็อดที่จะโกรธและพุ่งเข้าไปซัดปากเจ้าคนอวดดีตรงหน้าจนกระเด็นกระแทกกำแพงจนทะลุดวงตาสีดำสนิทเรียบเฉยจนน่ากลัว

 

นะ...นี่หล่อน!คนที่ถูกซัดไปลุกขึ้นมาอย่างลำบากพร้อมตวาดออกมา

 

“...” ซุยเซ็นไม่ตอบแต่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เป็นประกายสีเลือดจนทำให้เจ้าพวกนั้นตัวสั่นงันงกแล้ววิ่งออกไปจากบริเวณนั้นทันที

 

ฝากไว้ก่อนเถอะ!พร้อมเสียงที่ตะโกนมาจากไกลๆซึ่งหญิงสาวได้แต่มองตามไปพร้อมถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

 

ถูกพวกนั้นมาหาเรื่องนานแค่ไหนแล้วน่ะหญิงสาวถามออกมาซึ่งมาคาโอนั้นก็อ้ำอึ้งครู่หนึ่งแอบสั่นกับดวงตาที่เป็นประกายสีเลือดนั้นไม่หยอกเลยทีเดียว...ดวงตาที่ดูประกายความเคียดแค้นนั่นน่ะ

 

ก็...หลังจากถูกไล่มาจากที่ตั้งเดิมของกิลด์สักเดือนล่ะมั้งมาคาโอตอบออกมาซึ่งซุยเซ็นเองก็พยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิมของเธอหน้าเคาธ์เตอร์นั่นเอง แล้วเธอจะอยู่ที่กิลด์อีกนานมั้ย?”

 

วันนี้ก็กะจะไปแล้วหญิงสาวพูดออกมาทำให้มาคาโอถอนหายใจน้อยๆ

 

นับวันเธอยิ่งเหมือนกิลดาซนะคำพูดนั้นทำให้หญิงสาวเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อยแค่ตอนนี้เธอไม่อยากอยู่ที่กิลด์เท่าไหร่

 

ฉันกำลังตามหาอยู่น่ะ...เธอตอบออกมาทำให้มาคาโอและคินานะเลิกคิ้วสูงเพราะจู่ๆ ซุยเซ็นก็พูดถึงเรื่องแปลกๆขึ้นมาพร้อมสีหน้าที่กังวลน้อยๆ ความทรงจำของฉันแล้วก็...น้องชาย...

 

ซุยเซ็นจังมีน้องด้วยเหรอ!คินานะร้องออกมาอย่างตกใจเพราะเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงปีก็เคยได้ยินเรื่องที่บิสก้าและคนอื่นๆเล่าเรื่องของซุยเซ็นและพวกนัตสึให้ฟังคร่าวๆล่ะนะ...แต่ที่เธอประหลาดใจที่สุดคือซุยเซ็นที่มาอยู่ที่นี่แบบวิญญาณล่ะนะและเสียงของเธอก็เรียกความสนใจของคนในกิลด์ทันที

 

อื้มหญิงสาวตอบรับน้อยๆก่อนที่สีหน้าเธอจะเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย

 

เป็นอะไรงั้นเหรอ?” คินานะถามออกมาอย่างกังวลเพราะสีหน้าของหญิงสาว

 

แค่กลัวนิดหน่อยน่ะซุยเซ็นพึมพำออกมาและมันไม่สามารถรอดพ้นหูของมาคาโอและคนที่อยู่ใกล้ๆได้ นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ซุยเซ็นยอมพูดเรื่องเกี่ยวกับตัวของเธอครั้งแรกและยังสีหน้าและท่าทางกังวลอย่างเห็นได้ชัดนั่นด้วย...

 

กลัวอะไรกันล่ะ...หรือว่าน้องชายเธอเป็นคนน่ากลัวหรือยังไงบิสก้าเดินเข้ามาคล้องคอหญิงสาวพร้อมว่าออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

เปล่า...แค่กลัวว่าถ้าฉันจำเรื่องทั้งหมดก่อนหน้าได้...ฉันอาจจะ...หญิงสาวหยุดคำพูดของเธอไปครู่หนึ่งพร้อมความรู้สึกบางอย่างในจิตใจที่ร่ำร้องออกมาถึงเธอจะไม่รู้แต่เมื่อยามลองคิดถึงเรื่องความทรงจำเธอในร่างนี้หัวใจก็บีบรัดแน่นจนเธอกลัว...

 

กลัวที่จะจำได้...กลัวที่จะเสียใจ...และกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปเพราะในความเสียใจกลัวที่จะมีความแค้นเจือจางตกตะกอนหลงเหลืออยู่ในจิตใจ...มันทำให้เธอนึกถึงตอนที่เจอกับตัวเองในเอดราส...ที่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้เรื่องของเธอดีกว่าใคร

 

ฉันกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปหลังจากที่เงียบมานานเธอก็ต่อประโยคให้จบและเมื่อจบประโยคมาสเตอร์รุ่นที่ 4 ก็ยกมือขึ้นขยี้หัวคนที่เอ็นดูเหมือนลูกหลานเบาๆเป็นการปลอบใจพร้อมบิสก้าที่ยิ้มอ่อนๆ

 

ตอนนี้เธอก็เปลี่ยนไปแล้วล่ะนะบิสก้าพูดออกมาทำให้ซุยเซ็นเงยหน้าขึ้นมามองสบตาบิสก้าพร้อมมาคาโอและทุกคนในกิลด์ ก็ตอนที่เธอเข้ามาในกิลด์ตอนแรกฉันก็คิดว่าเป็นเด็กขี้อายแต่พออยู่ไปนานๆเข้า...จากเด็กขี้อายคนนั้นก็เริ่มเข้ากับคนอื่นๆได้แล้วก็บ้าพอๆกับคนที่อยู่ด้วยกันกับเธออย่างพวกนัตสึ

 

แต่มาตอนนี้เธอก็เย็นชาขึ้น...เก็บตัวและปลีกตัวห่างทุกคน...มาคาโอเสริมออกมาทำให้ซุยเซ็นสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพยายามปลอบใจตัวเองความกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนที่เคียดแค้นชิงชังเริ่มหายไปเหลือแต่ความปวดหนึบใจจิตใจที่ไม่อาจอธิบายได้ พวกเราไม่อยากให้เธอเป็นแบบนั้นนะ...ทุกๆคนหวังว่าเธอจะร่าเริงเหมือนเดิม

 

ขอโทษค่ะซุยเซ็นที่พยายามกลั้นน้ำตาพูดออกมาซ้ำๆก่อนที่จะปล่อยโฮออกมาราวกับทุกอย่างถูกระบายออกมาหมดเธอใช้เวลาร้องไห้ไปเกือบครึ่งวันทำเอาหลายๆคนวิ่งวุ่นหาวิธีปลอบแทบไม่ทันก่อนที่หญิงสาวจะหยุดร้องไห้ตอนช่วงบ่ายกว่าๆ ขอโทษที่ทำให้วิ่งวุ่นนะคะพร้อมหน้าแดงเล็กๆ

 

ฮะๆ ไม่เลยๆได้เห็นซุยเซ็นร้องไห้แบบเด็กแบบนี้ครั้งแรกเลยล่ะเจ็ทว่าออกมาทำเอาเจ้าหล่อนหน้าแดงแจ๋เพราะร้องไห้แบบไม่อายใครเลยสักคน แต่ก็สบายใจขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะ

 

ค่ะ...รู้สึกดีขึ้นเป็นกองเลยหญิงสาวพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ

 

งั้นถ้าร่าเริงดีแล้วก็ช่วยพิจารณารับงานถ่ายแบบให้หน่อยได้มั้ยล่ะมาคาโอที่เห็นบรรยากาศในกิลด์เริ่มดีขึ้นและคึกคักขึ้นเสนอหญิงสาวที่หน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลยออกจะสวยปานนางฟ้านางสวรรค์มาทำงานถ่ายแบบเพื่อสร้างชื่อให้กิลด์เสียหน่อย

 

เอ่อ...ซุยเซ็นที่พยายามจะปฏิเสธต้องชะงักเมื่อเจอคำหนึ่ง...

 

เพื่อแฟรี่เทลเลยนะแบบนั้นทำให้เธอต้องคิดหนักเพราะเป็นคนไม่ถูกกับกล้องมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วจะให้มาทำท่าโพสต์หน้ากล้องน่ะเหรอ! ขอบายล่ะ!!

 

คือว่า...ฉันไม่ชอบ...อะไรแบบนี้น่ะค่ะซุยเซ็นว่าออกมาทำให้มาคาโอเริ่มสลดเล็กน้อยเพราะว่าคงจะต้องหาวิธีโปรโมทวิธีอื่นแล้วล่ะมั้ง งั้นฉันขอรับภารกิจต่อไปเลยแล้วกันนะคะ

 

ปึง!

 

นาย...ฮิบิคิ? มีธุระอะไรหรือเปล่า?” ยังไม่ทันที่ซุยเซ็นจะเลือกภารกิจก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูดังปึง! และคนที่เดินเข้ามาก็คือฮิบิคิที่เคยทำภารกิจร่วมกันอยู่แต่คนที่ถามออกมาคือมาคาโอเพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะมากิลด์นี้เพราะไม่มีเหตุผล...

 

ยกเว้นเรื่องที่มาเยี่ยมซุยเซ็นบ่อยๆล่ะนะ

 

ผมมาขอยืมตัวจอมเวทย์ของแฟรี่เทลสักคนน่ะครับฮิบิคิพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนที่สายตาเขาจะมองไปยังซุยเซ็นประมาณว่าเป็นเธอนั่นแหละ คุณซุยเซ็นรบกวนอย่าพึ่งรับภารกิจไปไหนนะครับ

 

เอ่อ...ค่ะหญิงสาวกล่าวออกมาแล้วเอากระดาษภารกิจติดไว้ที่เดิมแล้วเดินมานั่งรอฮิบิคิที่เดินไปคุยกับมาสเตอร์ด้านหลังก่อนที่เธอจะรู้สึกเสียงรอบๆข้างนั้นอื้ออึงไปหมด เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเธอเหมือนเห็นภาพหลอน...ภาพของชายที่มีหน้าตาคล้ายๆกับบรูคต่างกันเพียงแค่ชุดที่ใส่และผมที่ยาวกว่าเท่านั้น

 

ท่านเซฟิเรีย...ชายคนนั้นค่อยๆหันมาพร้อมสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมา ทรงตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่หรือพะยะค่ะ?”

 

โครอฟ ซุยเซ็นพูดชื่ออีกฝ่ายออกมาอย่างแผ่วเบาซึ่งอีกฝ่ายนั้นเอียงคอประมาณว่าเรียกกระหม่อมมีอะไรหรือพะยะค่ะ? ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะค่อยๆหายไปเมื่อเธอถูกฮิบิคิจับไหล่เธอเพื่อเรียกสติ อะ...

 

รบกวนด้วยนะครับคุณซุยเซ็น...เรื่องภารกิจพอไปถึงกิลด์ที่หมายแล้วผมจะอธิบายให้ฟังอีกฝ่ายพูดออกมาซึ่งแม้ซุยเซ็นจะมึนๆงงๆไปสักเล็กน้อยแต่ก็ยอมพยักหน้าเข้าใจไป และพวกเธอก็ออกเดินทางไปยังสถานที่ๆฮิบิคิพูดถึง

 

“กิลด์ไหนงั้นเหรอคะ?” ซุยเซ็นถามออกมา “บลูเพกาซัส?”

 

“ไม่ใช่ครับ” ฮิบิคิส่ายหน้าทำให้ซุยเซ็นขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเพราะถ้าไม่ใช่ที่บลูเพกาซัสแล้วทำไมพวกฮิบิคิถึงมาพาเธอไปด้วยแบบนี้

 

“ถ้างั้นเรา---” ยังถามไม่ทันจะจบเสียงของฮิบิคิก็ตอบแทรกขึ้นมา

 

“กิลด์ไนท์วูฟครับ”

 

[04/11/2561]

 

ยาวอีกแล้ว!! ตอนนี้เป็นตอนที่รวมๆตอนที่ไรท์แต่งเล่นๆไว้ล่วงหน้าของเรื่องนี้ มันก็จะยาวหน่อยๆจนไม่รู้ว่าจะตัดจบตอนไหนดี เผลอๆใส่มา 35 หน้าคนอ่านคงอ่านกันตาแฉะ 555+ เลยต้องตัดตอนลงบ้าง (คือคือตัดตอนลง??) ตอนหน้านี้ถึงตรงตอนที่สปอยแล้วค่ะ!

 

แหมๆ มีการส่งจดหมายหากันด้วยล่ะตัว! กิ๊วๆ อ่อ...อีกอย่างที่รทืมาถี่ๆแบบนี้เพราะว่าพรุ่งนี้ไรท์จะขอปั่นการบ้านค่ะ! ปั่นรัวๆไป!! ฮูเร่!

 

ปล. ถึงพระเอกเราจะไม่อยู่แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยอมให้ใครมาทำคะแนนแซงตัวเองนะคะ 555+

 

ปล.2 ไรท์คาดว่าอาจจะเขียนตอนพิเศษแทรกเป็นตอนจดหมายที่ทั้งคู่เขียนคุยกันแบบฉบับต่อฉบับเลยดีมั้ยเนี่ย? 555+

 

มันก็จะแอบมีความมุ้งมิ้งกันนิดหน่อยจนคนโสดแบบไรท์อิจเลย (ไม่มีแฟนเองช่วยไม่ได้นะคะไรท์//โดนคุณออสะบัดบ๊อบใส่)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #524 JNM84. (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 15:34
    นัตสึอยู่ไหนนน!!?? น้ำตาคลออ
    #524
    0
  2. #456 tas42768 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 01:03

    อร้ายยเริ่ดสนุกมากชอบมากๆมาต่อไวๆน่ะค้าาาาา
    #456
    1
    • #456-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 61)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 01:35
      ขอบคุณค่า!
      หายเหนื่อยเลย!
      #456-1