Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 60 : ::โชคชะตาบทที่ 50 :: วันที่ 16 ธันวาคม ปี 784 (ภาคเกาะเทนโรว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    3 พ.ย. 61

::โชคชะตาบทที่ 50 :: วันที่ 16 ธันวาคม ปี 784 (ภาคเกาะเทนโรว)

 

“ชดใช้อะไรของพี่ค๊า!! หนูไม่รู้เรื่อง! จำผิดคนแหล่วววว”

 

กร๊าซ!!

 

ซุยเซ็นที่ผละตัวออกมาวิ่งฉีกออกห่างจากทุกคนแอบหวังว่าแอคโนโลเกียจะตามเธอมาถ้าหูเธอไม่ฝาดจนได้ยินมังกรมันพูดกับเธออ่ะนะ แต่ขอบอกเลยนะว่าตอนวิ่งออกมานี่ร่างกายขยับไปเองล้วนๆ และพอโดนแอคโนโลเกียตามเข้าจริงๆ

 

ตู้ม!

 

ระหว่างที่เด็กสาววิ่งหนี แอคโนโลเกียก็พ่นบอลน้ำออกมาเพื่อโจมตีเด็กสาวที่วิ่งอยู่เบื้องล่างเป็นระยะๆ เพื่อสกัดการเคลื่อนไหวให้ความเร็วในการวิ่งนั้นน้อยลง...แต่สำหรับซุยเซ็นแล้วนั่นมันจ้องจะฆ่ากันชัดๆ!!

 

“ฮรือ! ทำไมพี่ต้องตามหนูขนาดนั้น! จะฆ่าใช่มั้ยคะ!!ซุยเซ็นวิ่งออกมาห่างจากทุกคนเรื่อยๆ ขณะที่เหลือบตามองแอคโนโลเกียที่บินตามเธอมาจนทันแล้ว ก่อนที่ร่างใหญ่ยักษ์ของมังกรตนนั้นจะลงมาดักหน้าเธอไว้พร้อมๆกับเสียงคำรามในลำคอ

 

กรร

 

“...” และนั่นทำให้เด็กสาวตัวแข็งทื่อหันหลังวิ่งหนีกลับแทบไม่ทันถ้าไม่ติดว่า...

 

กรร! “อย่าขยับ!

 

“ไม่ต้องมาขู่เลย! ไม่หยุดโว้ย!” เด็กสาวที่ก้าวไปไม่ถึง 10 ก้าวดีก็รู้สึกว่าร่างกายตนเองถูกบางอย่างกดลงสู่พื้นมาอย่างแรงจนเธอจุก อะไรบางอย่างที่มีกรงเล็บสีดำ แค่เห็นทางหางตาก็รู้เลยว่ามันคืออะไร “ถะ...ถามจริงนะพี่...แค่ด่าพี่ว่าปากเหม็นนี่ต้องแค้นขนาดนี้เชียว”

 

กรร “ข้าไม่ได้แค้นเจ้าเรื่องนั้น”

 

“แล้วจะไล่ทำเพื่อ!” ซุยเซ็นที่ได้ยินแบบนั้นร้องถามออกมาเสียงของมังกรตนนี้ดูเหมือนคนเวลาที่ขบกรามกักเก็บความรู้สึกโกรธแค้นเอาไว้อยู่ และสิ้นประโยคอุทานแรงกดจากอุ้งมือ (?) ของแอคโนโลเกียก็กดร่างบางแรงขึ้นจนพื้นดินบริเวณนั้นแตกเปรี๊ยะ “อึก...”

 

กรร “จำไม่ได้สินะ...เหอะ! ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก...”

 

ซุยเซ็นขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวดเพราะแรงที่กดลงมาเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอก็ไม่พูดอะไร สมองน้อยๆพยายามที่จะหาทางออกไปจากเรื่องบ้าๆแบบนี้ ใช่! มีคนที่ไหนโดนมังกรไล่กวดแถมกำลังพูดกับมังกรตัวที่ไล่กวดตัวเองอยู่ล่ะ

 

อ่อ...ผิดไปนิดที่ว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่โดนไล่กวดล่ะนะ

 

เด็กสาวค่อยๆพยายามถอนหายใจออกมาให้เบาที่สุด พยายามขยับมือแต่ก็เหมือนจะทำให้แรงกดมากขึ้นกว่าเดิม คลับคล้ายว่าแอคโนโลเกียกำลังเตือนเธอให้อยู่นิ่งๆ นี่ถ้าพลังเวทย์ตัวเองเต็ม 100% ล่ะก็เธอเรียกใช้ดาบของตัวเองแล้ว!

 

แต่ถึงพลังเวทย์ที่อยู่ติดตัวตอนนี้จะมีเพียง 1 ใน 4 ของร่างกายก็พอจะเรียกออกดาบออกมาได้ หรือใช้เทคนิคกับไฟของตนเองสร้างอาวุธออกมาก็ได้ หากไม่ติดที่ว่าเธอมีความรู้สึกที่ไม่อยากจะสู้กับเจ้ามังกรน่ากลัวที่จ้องจะฆ่าเธออยู่น่ะนะ

 

กรร “เพราะถ้าเป็นการเกิดใหม่...พลังเวทย์ก็ใช่ว่าจะเท่าเดิม”

 

“กะ...เกิดใหม่?...” ซุยเซ็นกัดฟันพูด “ถ้านาย...มีปัญหากับตัวฉัน...ก่อนหน้านี้...จะมาลง...อึก...ที่ฉันทำไมล่ะฟ่ะ!!

 

กรร! “ข้าพอใจที่จะทำ! ที่สำคัญ...”

 

แอคโนโลเกียคำรามออกมาพร้อมๆกับแรงโทสะที่กดทับร่างของซุยเซ็นแรงขึ้น มันเอาหน้าตนเองก้มไปมองดูเด็กสาวที่อายุไม่น่าจะเกิน 16 ปีด้วยสายตาที่เธอเห็นว่าแอคโนโลเกียกำลังพอใจเป็นอย่างมากกับการที่เห็นเธอสภาพนี้

 

กรร... “ตัวเจ้าก่อนหน้านี้ชิงตาย...ก่อนที่ข้าจะชำระแค้นกับเจ้าอย่างไรเล่า”

 

มังกรดำอ้าปากพูดอยู่ข้างๆหน้าของเด็กสาว เสียงทุ้มหนักของมันดูน่าขนลุกขึ้นากะทันหัน ลมหายใจร้อนๆที่ออกมาจากปากของแอคโนโลเกีย ถ้าซุยเซ็นมองไปไม่ผิดตรงบริเวณลำคอเริ่มมีแสงสีฟ้าสว่างอยู่ลิบๆ...

 

ที่เธอรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นท่าลมหายใจมังกรการโจมตีที่อาจจะทำให้ตายได้ในทันที

 

กรร... “วางใจได้...จนกว่าข้าจะสาแก่ใจ...เจ้าไม่ได้ตายง่ายๆแน่”

 

วืด!

 

“ไอ้ฟี!! โอชิเมิงเป็นพวก S เหรอวะเนี่ย!!!!

 

ซุยเซ็นกรีดร้องในใจออกมาพร้อมๆกับพยายามรีดพลังเวทย์ที่เหลือทั้งหมดในร่างกายออกมาเพื่อจะหนีไป เปลวเพลิงสีฟ้าของเด็กสาวลุกท่วมตัวแผดเผาอุ้งมือ (?) ของแอคโนโลเกียหมายจะทำให้เจ้ามังกรตนนั้นผ่อนแรงลงไปบ้างเพียงแต่ว่ามันแทบไม่มีผลอะไรเลย

 

เด็กสาวใช้ดวงตาสีดำของตนเองจ้องมองภาพตรงหน้าที่เริ่มมีแสงสีฟ้าสว่างในลำคอของมังกรตรงหน้า มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆและอีกเพียงไม่กี่วินาทีข้างหน้า...เมื่อคิดแบบนั้นเจ้าหล่อนจึงพยายามดิ้นหนีอย่างสุดกำลังโดยหารู้ไม่ว่ามันยิ่งทำให้แอคโนโลเกียแสยะยิ้มอย่างพอใจ

 

มันไม่เคยเห็นเซฟิเรียมีท่าทางแบบนี้มาก่อน ภาพของซุยเซ็นเมื่อก่อนหน้านี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในยุคของพวกมันคือร่างของหญิงสาวผู้มีใบหน้าเย็นชา ดวงตาสีฟ้าดูไร้ซึ่งความรู้สึก เส้นผมสีม่วงอ่อนจะค่อนไปทางสีเงินที่อยู่ในชุดเจ้าหญิงของราชอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในตอนนั้น เธอเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความน่าหวั่นเกรงและความตาย

 

แต่นึกไม่ถึงคนที่เคยเป็นถึงสัญลักษณ์แห่งความน่าหวั่นเกรงและความตาย เกิดใหม่มาจะมีสภาพน่าสมเพชเวทนาอย่างนี้...ยิ่งคิดแอคโนโลเกียก็แสยะยิ้มอย่างพอใจ หมายมาดว่าตนจะตามหาตัวคนๆนี้ในทุกๆชาติที่เกิดใหม่และฆ่าด้วยน้ำมือตนเองจนกว่าความเคียดแค้นของเขาจะหมดไป

 

ใช่...ทุกๆชาติ!

 

หมับ!!

 

“ละ...ลุง” ซุยเซ็นเบิกตากว้างในยามที่คิดว่าสายไปแล้วกลับมีมือใหญ่ยักษ์ของใครบางคนจับปากของแอคโนโลเกียปิดไว้ ตามด้วยหมัดจากมืออีกข้างหนึ่งซัดใส่แอคโนโลเกียจนกระเด็นเป็นผลให้เด็กสาวหลุดจากพันธนาการไปได้ ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกลัคซัสที่วิ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบวิ่งมาพาอุ้มหนี “ปะ...ปล่อยฉัน”

 

ตึกๆๆ

 

“ฉันปล่อยแน่...ถ้าเธอดิ้นหลุดออกมาเองได้น่ะ!” ชายหนุ่มคำรามเสียงรอดไรฟันออกมาเขาอุส่ามาช่วยแท้ๆแต่คนที่ถูกช่วยกลับไม่สำนึกเลยแม้แต่น้อย แถมยังดื้อบอกให้เขาปล่อยเธอลงไปอีกทั้งๆที่แรงจะขยับวิ่งหนีเองจะมีหรือเปล่าก็ไม่รู้...อย่าหวังเลย! “อยู่นิ่งๆไปซะ! ถ้ายังไม่อยากให้ฉันโกรธยัยเปี๊ยก!!

 

กร๊าซ!!! ตึง!!

 

“ปล่อย...” ซุยเซ็นที่ดูจะสงบเสงี่ยมลงไปแล้วพูดออกมาพร้อมๆกับออกแรงดิ้นเมื่อเจ้าหล่อนได้ยินเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราดของแอคโนโลเกีย “ถ้านายไม่ปล่อยฉันไว้ที่นี่...พวกนายไม่ได้ปลอดภัยกลับไปแน่ๆ”

 

“เธอเห็นพวกฉันเป็นอะไรกันห้ะ! แฟรี่เทลจะไม่ทิ้งพวกพ้องแล้วเอาตัวรอด! ถ้าเข้าใจแล้วก็หุบปากอยู่เงียบๆไป!” ยิ่งซุยเซ็นพูดก็ยิ่งทำให้ลัคซัสโมโห แต่เธอก็อดที่จะมองมาสเตอร์อย่างเป็นห่วงไม่ได้ ถึงบาดแผลบนร่างกายจะถูกรักษาหมดแล้วพลังเวทย์ก็ฟื้นฟูจนเกือบ 100% แต่ก็ยังสังหรณ์ใจไม่ดี

 

“แล้--” เด็กสาวยังพูดไม่ทันจบก็สัมผัสได้ถึงละอองบางอย่างที่เธอคิดว่ามันเป็นน้ำ แต่พอจะเงยหน้าไปดูถึงที่มาก็ถูกคนที่อุ้มเธอวิ่งหนีอยู่กระชับแขนแน่นดึงเธอเข้าสู่อกแกร่งราวกับบอกว่าอย่ามองขึ้นมานะ

 

ตึกๆๆๆ

 

“ปู่!!” นัตสึรีบวิ่งย้อนกลับมาเมื่อเห็นว่ามาคาลอฟกำลังสู้กับแอคโนโลเกียอยู่ เฉกเช่นคนอื่นๆเพียงแต่ชายชราที่รับตัวของแอคโนโลเกียดันเจ้ามังกรตนนั้นไว้ไม่ให้ขยับไปไหนหันหน้ากลับมาพูดใส่สมาชิกแฟรี่เทลที่เหมือนเป็นลูกๆของเขาที่มุ่งหน้ามาหมายจะสู้กับมังกรตรงหน้านี้

 

“หนีไปซะ!!!!” มาคาลอฟตะโกนสั่งทำให้ทุกฝีเท้าที่จะวิ่งเข้าไปใกล้ชะงักกึก

 

“ถึงจะอยู่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้พวกเราก็จะช่วย” ฟรีดพูดออกมาเป็นคนแรกแสดงเจตนารมณ์ชัดเจน

 

“อย่ามาดูถูกแฟรี่เทลเชียวนะ!” ตามด้วยบิ๊กซ์สโลว์และคนอื่นๆ

 

“ยังไงพวกเราก็จะสู้กับแก!

 

“ใช่แล้ว!

 

และอีกนับไม่ถ้วนที่พูดออกมาแต่ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบา ทำให้ชายชราหมดความอดทนหันมาตวาดใส่ลูกๆในกิลด์แฟรี่เทลของเขาแทบจะทันที “คิดจะฝ่าฝืนคำสั่งสุดท้ายของมาสเตอร์หรือยังไง! เจ้าพวกเด็กบ้า!!!

 

“สุดท้าย” มิร่าทวนคำก่อนที่จะเอามือปิดปาก พวกเขาเข้าใจได้โดยทันทีถึงการกระทำของมาสเตอร์ในตอนนี้

 

“อย่ามาล้อเล่นนะปู่! ฉันเป็นดราก้อนสเลเยอร์ที่ปราบมังกร! เดี๋ยว---” ยังไม่ทันที่นัตสึจะพูดจบก็ถูกดึงจนเกือบหงายหลังล้มจากมือของเอลซ่า ที่มีน้ำตาคลอเธอส่ายหน้าให้นัตสึช้าๆเป็นการบอก... “ทำอะไรน่ะ เอล---”

 

“มาสเตอร์...ขอให้ปลอดภัยนะคะ!” สาวผมแดงตะโกนบอกมาสเตอร์มาคาลอฟผู้มีพระคุณก่อนที่จะลากนัตสึให้วิ่งตามลัคซัสที่น่าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วไป โดยมีเสียงของนัตสึโวยวายด้วยอารมณ์โกรธอยู่ด้านหลัง

 

กร๊าซ!!!!

 

“จำไว้! ถึงแม้เจ้าจะหนีจากที่นี่ไปได้แต่ข้าสาบาน!! แฟรี่เทล...ที่เมืองแมคโนเลีย...ข้าไปแน่และจะทำลายทุกอย่างที่นั่น! เซฟิเรีย!! พวกมันจะตายเพราะเจ้า!!

 

เฮือก!

 

เสียงของแอคโนโลเกียที่คำรามก้องออกมาเข้าหูเด็กสาวเป็นประโยคที่น่ากลัว ดวงตาที่ชุ่มด้วยน้ำตาที่กำลังจะเสียมาสเตอร์ผู้เป็นดั่งคุณลุงผู้ใจดีไปเบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมากะทันหัน จนทำให้เธอเผลอกำเสื้อของลัคซัสแน่น

 

ทุกคนจะต้อง

 

เสียงของแอคโนโลเกียที่ดังก้องในโสตประสาทเริ่มทำให้จิตใจของเด็กสาวไม่ปกติ เธอรู้สึกเหมือนเห็นภาพเมืองแมคโนเลียที่สงบสุข เต็มไปด้วยเพลิงมอดไหม้ ซากปรักหักพังและที่สำคัญ...ร่างของคนในเมืองและเพื่อร่วมกิลด์ของเธอนอนไร้ลมหายใจ...

 

ทุกคนจะต้อง...ตาย

 

และเบื้องหลังร่างของสหายและคนรู้จักคือมังกรตัวสีดำที่มีลายเกรียวคลื่นสีน้ำเงินยืนอยู่

 

เพราะเธอ

 

วิ้ง

 

ร่างบางทรุดนั่งท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ดวงตาแสนสวยสั่นระริก น้ำตานองหน้าเมื่อจับจ้องไปยังภาพตรงหน้า บ้านเมือง อาณาจักร ทุกๆอย่างที่เป็นดังความทรงจำของเธอถูกแผดเผา...ถูกทำลาย...จนไม่เหลือชิ้นดี พร้อมๆกับตรงหน้าเธอมีร่างใครคนหนึ่งที่นอนนิ่งสนิท ใบหน้าซีดเซียวจากการเสียเลือดจากบาดแผลขนาดใหญ่ที่ช่วงตัว

 

ในวันนั้น...ทุกอย่างจะถูกทำลายเพราะเธอ...แม้แต่หัวใจของตัวเธอเอง หยดน้ำตาและเสียงกรีดร้องที่เจ็บปวดเจียนตายร้องขึ้น หวังระบายความเจ็บปวดของตนเองออกมา ร่างบางเอาแต่ร้องไห้ ร้องแล้วร้องอีกจนน้ำตากลายเป็นสายเลือด วิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าขอให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน...

 

แต่ก็ไม่มีอะไรกลับคืนมาสักอย่าง สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงความทุกข์ทรมาณ ความเหงาและความเจ็บปวดเจียนตายเท่านั้น

 

...

..

.

 

“ไม่เอา” ซุยเซ็นพึมพำออกมาเสียงแผ่วแต่นั่นมากพอที่จะทำให้คนที่อุ้มเธออยู่เลือกที่จะกดร่างบางให้แน่นขึ้น ทำไมลัคซัสจะไม่รู้ว่าซุยเซ็นร้องไห้ก็ในเมื่อหน้าเธอซุกอกเขาอยู่ แต่ตอนนี้ที่เขาทำได้เพียงแค่ปลอบเท่านั้น “อย่า...ฉันไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว”

 

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินลงมา เด็กสาวเลือกที่จะขยับหน้าตนเองออกมาก้มหน้าลงพร้อมๆกับพูดคำพูดเดิมวนซ้ำไปซ้ำมา พลันเรือนผมสีดำแซมสีเงินก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไป กลายเป็นสีขาวเงินยวงสวยงามมิหนำซ้ำร่างของเด็กสาวก็มีไฟลุกไหม้ทั้งตัวจนลัคซัสตกใจแต่เปลวไฟนั่นไม่ทำให้เขาร้อนเลยสักนิด

 

พรึ่บ! ฟุ่บ!

 

“จะไปไหนน่ะ!” ลัคซัสถามออกมาทันทีที่ร่างบางกระโดดออกจากแขนของเขา “มาสเตอร์ก็พูดไป---”

 

“ขอโทษนะ...แต่ถ้าเลือกที่จะปล่อยให้คนในครอบครัวตายไปกับไปตายแทนเอง...ฉันเลือกอย่างหลังมากกว่า” ซุยเซ็นพูดออกมาเสียงเรียบ ใบหน้างามที่ยังมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่หันไปมองแอคโนโลเกีย ก่อนที่จะออกวิ่งไปแล้วกระโดดตัวบินตรงไปยังแอคโนโลเกีย เฉกเช่นนัตสึที่ใช้จังหวะนั้นย้อนกลับไปเช่นกัน

 

“บ้าจริง! พวกนั้น! จะทำยังไงต่อดีล่ะเอลซ่า” เกรย์สบถออกมาและหันไปมองเอลซ่าว่าจะเอายังไงต่อ จะทำเหมือนที่เขาคิดหรือเปล่าแต่เมื่อมองตากันเองก็เริ่มจะเข้าใจ

 

ใช่...เพราะแบบนี้ยังไงล่ะถึงเป็นแฟรี่เทล

 

 

....

..

 

 

ฟุ่บๆ! กึก!

 

ร่างของแอคโนโลเกียที่กำลังฟัดกับมาคาลอฟอยู่ชะงักกึกขึ้นมากะทันหัน มันหันไปมองยังท้องฟ้าที่สัมผัสพลังเวทย์ที่น่าหวาดหวั่นได้ก่อนที่จะเห็นร่างของซุยเซ็นในร่างจำแลงบลูฟินิซทำให้แอคโนโลเกียเผลอคำรามขู่ตามสัญชาตญาณทันที

 

โฮรก!!!!

 

ตึกๆ

 

“แก!! ปล่อยปู่เดี๋ยวนี้นะโว้ย!!” นัตสึวิ่งเข้าใส่ก่อนที่จะกระโดดเกาะแขนของแอคโนโลเกียเอาไว้ ซึ่งมันสะบัดแขนหมายจะเอาเขาออกแทบจะทันที ทำให้ร่างของมาคาลอฟกระเด็นไปเกือบกระแทกกับพื้นอยู่แล้วแต่ซุยเซ็นบินมารับตัวของมาสเตอร์ไว้ทัน

 

ร่างขนาดใหญ่ยักษ์ของชายชราเริ่มหดเล็กลงกลับสู่สภาพปกติเบิกตากว้างอย่างตกใจ ไม่ใช่แค่นัตสึและซุยเซ็นกระทั่งเอลซ่าก็มากับเขาด้วย

 

“ขนาดฉันยังห้ามไม่อยู่...ปู่คิดเหรอว่าคนในกิลด์จะทิ้งคนสำคัญไว้แล้วหนีไปเหรอ?” ตามด้วยลัคซัสที่มายืนด้านหน้าของชายชราที่มีศักดิ์เป็นปู่ของตนเองไว้อย่างปกป้องแอบทำเอาซุยเซ็นเบ้หน้าเล็กน้อย แล้วทีใครล่ะที่ดึงดันไม่ให้เธอกลับมา

 

“ลุยมันเลย!!” เอลซ่าชักดาบออกมาพร้อมๆกับส่งเสียงเริ่มการต่อสู้ ทุกคนต่างใช้พลังของตนเองจนสุดกำลังเพื่อโจมตีไปที่แอคโนโลเกียภายในครั้งเดียวจนเกิดแรงระเบิดที่สนั่นไปทั้งเกาะ

 

ซู่มๆ

 

“สำเร็จมั้ย?” พวกนัตสึมองผลงานของตนเองอย่าลุ้นระทึกแต่ก็โดนเสียงขัดไว้ก่อน

 

“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!” กิลดาซพูดออกมา

 

“กิลดาซ!?”

 

“มันไม่ได้ตั้งใจจะใช้พลังสู้กับพวกเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เขาอธิบายออกมา “มันแค่เล่นด้วยต่างหาก”

 

!!

 

ตู้ม!

 

ไม่รอให้เหล่าดราก้อนสเลเยอร์ตกใจจนจบแอคโนโลเกียก็โผล่มาจากน้ำทะเลบินสู่ท้องฟ้าแล้วจับจ้องมาที่พวกเขาสร้างความสิ้นหวังให้เกิดขึ้นมาในใจ ทั้งๆที่ทุกคนทุ่มพลังไปจนสุดความสามารถแล้วแท้ๆแต่กลับไม่สามารถสร้างรอยแผลให้แอคโนโลเกียบ้างเลย

 

ฟุ่บ! แฮ่กๆ

 

ร่างของซุยเซ็นที่อยู่ในสภาพลำแลงวิหคเพลิงทรุดนั่งลงหอบอย่างรุนแรง พลังเวทย์ในตัวของเธอแทบจะไม่เหลืออยู่แล้วจนทำให้ร่างจำแลงนั้นคลายออก ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นมายืน

 

“มันกำลังจะใช้ลมหายใจ!” กาซิลร้องออกมาเมื่อเห็นท่าทางของแอคโนโลเกีย

 

“ใครที่ใช้บาเรียได้รีบป้องกันเร็ว” เอลซ่ารีบหันไปสั่งทุกคน

 

“สร้างเขตอาคมไม่ทันแล้ว...” ฟรีดยกมือทั้ง 2 ของตนเองขึ้นมา เขาใช้ได้แต่ต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งแต่ในตอนนี้มองยังไงก็ไม่ทัน

 

“มีอีกวิธีคอการรวมพลังของทุกคนไว้เพื่อใช้เป็นพลังป้องกัน” เรวี่เสนอขึ้นมาซึ่งไม่มีใครที่จะขัดอยู่แล้ว ถึงจะเสี่ยงแต่พวกเขาก็ต้องทำเพราะไม่มีทางที่ดีว่านี้อีกแล้ว

 

“จริงด้วยสินะ...”

 

“สมเป็นเรวี่”

 

“ทุกคน! ส่งพลังทั้งหมดที่มีไปให้พวกฟรีดทีนะ!” ลิซาน่าป้องปากตะโกนบอกทุกคน

 

“จับมือกันไว้!

 

หมับ!

 

“รวมพลังของทุกคนเอาไว้! แสดงสายสัมพันธ์ของกิลด์เราออกมา” เกรย์จับมือของซุยเซ็นเอาไว้ซึ่งเด็กสาวเองก็พยักหน้าให้ เธอหันไปยื่นมือให้ลูซี่จับ

 

“ใช่แล้ว...พวกเราจะกลับบ้านด้วยกัน” มาคาลอฟจับมือของหลานชายที่ยื่นมาให้เขาทั้งน้ำตา ทุกคนจับมือพร้อมๆกับส่งพลังเวทย์ทั้งหมดมาใช้เป็นพลังป้องกัน

 

“ไปยังแฟรี่เทล!!!

 

ตู้ม!!!

 

แอคโนโลเกียใช้ท่าลมหายใจมังกรโจมตีใส่ยังที่ๆเหล่าสมาชิกแฟรี่เทลที่ยืนอยู่บริเวณนั้น ส่งผลให้เกาะเทนโรวทั้งเกาะนั้นสลายหายไปจากทะเลบริเวณนั้น

 

ซ่า...ซ่า...

 

เหลือแต่น้ำทะเลที่ไหลมากลบส่วนที่พื้นที่หายไป แอคโนโลเกียมองภาพตรงหน้าก่อนที่จะขยับปีกบินเข้าเมฆจนหายไปในที่สุด

 

วันที่ 16 ธันวาคม ปี 784 ณ เกาะเทนโรว

เกาะเทนโรวนั้น ได้ถูกแอคโนโลเกียทำลายไปอย่างสิ้นซาก

จากนั้นแอคโนโลเกียก็หายไปอีกครั้ง

 

.

.

.

 

2 วันนับจากนั้น

 

ณ เมืองแมคโนเลีย

 

ตึกๆๆ แซ่ดๆๆ

 

“???” ร่างของชายหนุ่มเรือนผมสีเงินเดินมาตามทางเดินในเมืองด้วยท่าทีที่สบายๆ แอบยิ้มนิดหน่อยที่จะได้เจอกับซุยเซ็นอีกครั้งหลังจากโดนใครหน้าไหนไม่รู้ส่งเขาไปอยู่ที่แปลกๆ แต่ก็ต้องขอบคุณคนๆนั้นที่ทำให้เขาได้เจอกับคนที่อาจจะทำให้เด็กสาวดีใจได้ แต่...ตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามาในเมืองเรื่อยๆก็มีสายตามองตามเขาแถมซุบซิบกันอีก “จะมองทำไมนักหนา?”

 

บรูคขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ เมื่อเดินมาถึงกิลด์แฟรี่เทลแล้วก็แอบแปลกใจน้อยๆ เขาคิดว่าตอนนี้พวกคนที่ไปสอบเป็นจอมเวทย์ระดับ S น่าจะได้เวลากลับมาแล้วนะ แต่ทำไมกิลด์วันนี้ดูเงียบกว่าปกติ แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่สนใจก่อนที่จะเปิดประตูกิลด์ไป

 

แอ๊ด...

 

!!

 

“บรูค?!” สมาชิกที่เหลือหันมามองเขาเป็นตาเดียว “นายรอด?”

 

“หา?” บรูคร้องออกมาอย่างงงๆ

 

“มาสเตอร์ล่ะ?!/เรวี่ล่ะ?!” เสียงหลายๆเสียงนั้นตามมาติดๆจนชายหนุ่มผมสีเงินขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ทำเอาเขาต้องยกมือขึ้นห้ามไม่ให้พวกนั้นส่งเสียงถามเขาจนฟังไม่รู้เรื่องแต่พอไม่ได้ผล แต่ที่พอจะจับใจความคร่าวๆได้ว่า...เขารอดมาจากเกาะเทนโรวได้ ถ้างั้นพวกนัตสึก็ต้องรอดออกมาได้

 

อะไรคือรอดออกมา?!

 

“เงียบ! เกิดอะไรขึ้น...เกิดอะไรขึ้นที่เกาะเทนโรว!” ชายหนุ่มกระชากคอถามมาคาโอที่น่าจะรู้เรื่องที่สุดล่ะนะ (อันที่จริงคืออยู่ใกล้มือมากกว่า)

 

“นาย...ไม่ใช่ว่า---”

 

“ฉันถูกไอ้จอมเวทย์ดำนั่นส่งออกมาก่อนการสอบจะเริ่มซะอีก! เกิดอะไรขึ้นที่เกาะเทนโรว! ซุยเซ็นล่ะ?!” บรูคอธิบายรีบๆก่อนที่จะเค้นถามถึงเรื่องเกาะเทนโรว ที่เขาต้องการรู้

 

กึก...

 

“เกาะเทนโรวถูกทำลายโดยแอคโนโลเกียครับ...และมีการยืนยันมาแล้วว่าไม่มีผู้รอดชีวิตเลยสักคน” เสียงของชายหนุ่มที่คุ้นหูของบรูคดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาเขาปล่อยมาคาโอลง

 

“ฮิบิคิ?” บรูคเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ช็อคสุดๆ

 

“บลูเพกาซัสมาทำอะไรที่นี่?”

 

“มีคำสั่งมาครับ...ทางกิลด์ของพวกผมได้รับมอบหมายให้มารับตัวของบรูค ลูเซียนโน่ไปอยู่ภายใต้ความดูแล” ฮิบิคิพูดออกมาตามความจริงแต่นั่นไม่สามารถที่จะทำให้ชายหนุ่มผมเงิน อดีตอาชญากรระดับ S จะยอมง่ายๆถ้าเป็นเมื่อก่อนหน้านี้...ก่อนหน้าที่จะเจอกับซุยเซ็นเขาอาจจะตอบตกลงเพียงแต่ว่าตอนนี้...

 

อย่าหวัง! ต่อให้กลับไปเป็นอาชญากรแบบเดิมเขาก็ยอม

 

“ฉันไม่ไป! จนกว่าจะพิสูจได้ว่าซุยเซ็นปลอดภัยและเธอสั่งให้ฉันไปเท่านั้น!!

 

[3/11/2561]

 

ตอนนี้ยาวๆไป...ไม่ได้คึกจริงๆนะคะ 555+ แค่จะบีบให้จบภาคนี้ภายในตอนหน้าเท่านั้นเอง รู้ตัวอีกทีตอนแต่งว่า อ้าว! 10 หน้าแล้วแต่เนื้อเรื่องยังไม่ถึงไหนเล้ย! แค่แอคโนโลเกียพูดกับเจ๊ซุยก็ปาไป 5 หน้าแล้ว//ปาดเหงื่อ

 



ตอนหน้าจบแล้วค่ะ จบภาคนะ! ใจเย็นๆกันอย่าคิดว่าจะจบเรื่องนี้เชียว!! (ไม่มีใครคิดหรอก//รีด) ส่วนความเห็นนี้ไรท์พึ่งเห็น คุณ malefactor ขออภัยนะคะ...ที่ท่านพูดมาไรท์อยากเขียนจริงๆ (ใจจริงแอบเชียร์ฮิบิคิอยู่นะ) แต่แบบว่า...ไม่ได้อ่ะค่ะ...บทมันต่อไม่ได้แล้วค่ะถ้าจะเอาโมเม้นต์ก็มีได้ (แต่ถ้าท่านจะแต่งแนวๆนี้ข้าก็อยากอ่าน ข้าเองก็เป็นแฟนคลับฮิบิคิอยู่นะ)

 

อย่างตอนนี้ก็มีโมเม้นต์ของลัคซุย...(แต่น่าเสียดายที่ไรท์พังเรือทุกคู่ทิ้งหมดแล้ว//ถอนหายใจ) ดังนั้นโน้ตไว้ตรงนี้เลยว่า!

 

***ลัคซัสเริ่มจะห่วงๆซุยเซ็นเล็กน้อย เอ็นดูเหมือนน้องสาวที่แกล้งเล่นแล้วสนุกแค่นั้นนะคะ*** (ถึงไรท์จะอยากเขียนให้ลัคซัสอกหักก็ตามที//โดนคุณออจ้องแรงมาก)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #455 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 00:03

    ขอบคุณที่ลงนะค่ะ
    สนุกมากๆเลยค่ะ
    #455
    1