Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 56 : ::โชคชะตาบทที่ 47 :: เมวิส เวอร์มิลเลี่ยน 100% (ภาคเกาะเทนโรว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

::โชคชะตาบทที่ 47 :: เมวิส เวอร์มิลเลี่ยน (ภาคเกาะเทนโรว)

 

“เป็นไปได้ยังไงกัน” ซุยเซ็นก้มมองร่างของตนเองที่ตอนนี้ก็ดูชัดเจนเหมือนปกติแล้วมองไปยังทิศที่เธอกันการโจมตีให้ลัคซัส...ทุกอย่างมันเหมือนกับว่าเธอไม่ได้ไปหยุดมันไว้แต่การโจมตีนั่นทะลุเธอไปต่างหาก... “ก็ตอนนั้น...พวกนั้นก็ยังเห็นฉัน...”

 

ใช่ เมื่อกี้เธอพึ่งซัดกับลูกน้องของเรือนี่มา...จะบอกว่าพวกนั้นไม่เห็นเธอก็ออกจะบ้าไปหน่อย...ใครที่ไหนมันสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นกันแถมยังร้องทักเธออีกต่างหาก...

 

ซุยเซ็นยังคงยืนมึนอยู่ตรงนั้นความรู้สึกต่างๆตีกันจนเธอแทบจะเสียสติ เธอลองเดินไปหาเพื่อนร่วมกิลด์ดูเพื่อที่จะลองสัมผัสตัวพวกเขา โดยเดินไปหาคนที่ใกล้ตัวเธอมากที่สุดซึ่งก็คือลูซี่ “ลูซี่...ได้ยินฉันมั้ย?” พอลองเรียกดูอีกฝ่ายไม่มีท่าทีผิดปกติใดๆทำให้เด็กสาวยกมือขึ้นไปสัมผัสไปลูซี่ดู...

 

!!!” ผลคือหญิงสาวสะดุ้งสุดตัวแล้วหันขวับมามองทิศที่เธอรู้สึกว่าโดนใครบางคนแตะตัว “คิด...ไปเองงั้นเหรอ?” ก่อนที่เจ้าหล่อนจะไม่สนใจซุยเซ็นที่หน้าจุ่มลงไปกับหน้าเธอแล้วเลยสักนิด...ครั้งแรกที่เด็กสาวลองจับแขนดูมันทะลุไปแต่พอลองอีกครั้งมันก็พอที่จะจับได้สลับกันไป

 

“...” ซุยเซ็นเงียบพร้อมๆกับคำว่า...เอาแล้วไง...ที่ปรากฏขึ้นมาในหัวสมองที่ตอนนี้แทบจะว่างเปล่าของเธอเอง “เอ้ะ...เดี๋ยวนะ...เดี๋ยวๆ”

 

เธอพูดพึมพำกับตนเองแล้วเดินไปเดินมาบริเวณนั้น “ฉัน...ตายแล้วเรอะ?”

 

“...ไม่หรอก...” เสียงที่ตอบคำถามของเธอดังขึ้นทำให้ซุยเซ็นหันไปหาเจ้าของเสียงแทบจะทันที เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารัก เรือนผมสีซีดนั้นยาวเป็นลอนจรดข้อเท้าได้ ทำให้ซุยเซ็นชะงักกึก

 

“เธอ...เป็นใครน่ะ?” เด็กสาวเอ่ยปากถาม

 

“...ตามมาสิ” อีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถาม เธอเหลือบตาไปมองนัตสึที่กำลังดีใจอยู่พร้อมๆกับหันหลังเดินลงไปจากที่นั่น โดยไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายไว้ด้วย “ฉัน...มีเรื่องอยากจะคุยด้วย”

 

“ดะ...เดี๋ยวสิ” ซุยเซ็นร้องทักเมื่ออีกฝ่ายเดินเกือบลับสายตาไปแล้ว ในตอนนี้ถึงเธอจะอยากรู้คำตอบมากแค่ไหนก็ตามจะอยู่ตรงนี้ต่อไปก็คงจะทำอะไรหรือช่วยไม่ได้...ถ้าทำได้ก็มีแต่อะไรครึ่งๆกลางๆที่ไม่รู้จะช่วยให้มันดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิม

 

เธอรีบวิ่งตามอีกฝ่ายไปแทบจะทันที...

 

 

.

.

.

.

 

 

“ว่าไงนะ?!” บรูคร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินชื่ออีกฝ่ายชัดๆเต็ม 2 รูหูแล้วซึ่งคนที่พึ่งแนะนำตัวเสร็จก็อดที่จะสะดุ้งน้อยๆไม่ได้

 

“ฮะๆ...คงยากที่จะเชื่อสินะครับ” เขาขำแห้งๆพร้อมๆกับเหงื่อที่เริ่มตก “ก็มีคนบอกเหมือนกันแหละครับว่าผมดูเด็กเกินไปที่เป็นมาสเตอร์น่ะ”

 

“ไม่ใช่...” บรูคพูดปัด “เมื่อกี้บอกว่าชื่อ...ริยะ?”

 

“ครับ...ก็มีบ้างที่คนในกิลด์จะเรียกว่าริยาร์ด...เหวอ!!” ริยะแทบจะโยนกะละมังทิ้งเมื่อคนที่ไข้พึ่งจะลดไปลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงจนหน้ามืดเซล้มเกือบล้มหัวฟาดพื้นไป แต่ชายหนุ่มไหวตัวทันเขาพยายามทรงตัวให้ยืนตรงหลังจากที่หน้ามืดไปรอบหนึ่ง “ชะ...ชื่อผมมีอะไรน่าแปลกใจเหรอครับ?”

 

ปึง!!

 

“เกิดอะไรขึ้น?” ชายคนหนึ่งเปิดประตูห้องพักเสียงดังสนั่นกิลด์แทบจะทันที บนใบหน้าคมมีเหงื่อเกาะพราวราวกับรีบร้อนวิ่งขึ้นมา ก่อนที่เขาจะสอดส่องสายตาไปมองมาสเตอร์แทบจะทันที “มีอะไรหรือเปล่าริยะ?”

 

“ไม่มีอะไรหรอก...แค่จู่ๆบรูคก็ลุกพรวดขึ้นมาหวิดล้มหัวกระแทกแค่นั้นเองครับ” คนที่เป็นมาสเตอร์นั้นยิ้มแห้งๆแล้วหันไปอธิบายให้อีกฝ่ายฟังซึ่งชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ก็มองไปยังคนที่ถูกเก็บมาจากทะเล (?) อย่างพิจารณา

 

“บรูค?” เขาทวนคำ “ไอ้คนที่ฟูหมินบอกว่านายเก็บมาจากทะเลน่ะเหรอ?”

 

“เก็บ?” มาสเตอร์วัยเยาว์ทวนคำที่อีกฝ่ายใช้แล้วเหงื่อตก “เอ่อ...ผมว่าฟูหมินไม่ก็คุณควรไปเรียนภาษามาใหม่นะครับ...เขาใช้คำว่าช่วยต่างหาก”

 

“คำไหนมันก็เหมือนกันแหละ...แล้ว...มันเกิดบ้าอะไรลุกพรวดขึ้นแบบนั้น” ชายหนุ่มตอบปัดอย่างรำคาญก่อนที่จะถามแล้วบุ้ยหน้าไปยังบรูคที่ตอนนี้ยืนไม่ไหวแล้วทรุดนั่งลงไปเตียงไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่พอได้ยินชื่อผมแล้วจู่ๆก็ลุกขึ้นมาน่ะ” มาสเตอร์คนเดิมตอบออกมาอย่างสุภาพตามนิสัยแล้วเหงื่อตกเมื่อเห็นสายตาคมๆของคนที่มาใหม่ เขาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าพึ่งไปกินรังแตนที่ไหนมาถึงได้อารมณ์ฉุนเฉียวขนาดนี้ “เอ่อ...ยะ...ยู?”

 

“ยู...” บรูคที่นั่งเงียบทวนชื่อนั้นเบาๆแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่อยู่ในห้อง “ผมน้ำตาล...ตาสีน้ำตาล...หน้าตาติ๋มๆแต่จะดุขึ้นมาเมื่อมีใครกล้ามายุ่งกับของรักของหวงของตนเอง”

 

“ว่าไงนะ!” เจ้าของชื่อขึ้นเสียงถามร่ำๆจะมีเรื่องกับคนที่ป่วยอยู่

 

“ฉันแค่พูดตามที่อ่านมาเท่านั้นเอง” บรูคยักไหล่ไม่หยี่ระขณะที่ริยะรีบรวบตัวยูไว้แทบจะทันที “จากหนังสือที่ได้มา”

 

“หนังสือ...” ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลที่ทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องหยุดลงดวงตาสีเปลือกไม้กวาดตามองไล่สำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า “นาย!!!

 

“แล้วในนั้นมันก็ยังเขียนต่อไว้ด้วยว่า...ส่วนก้างก็ไม่ระ---” ยังไม่ทันที่บรูคจะพูดจบยูก็สะบัดตัวออกมาจากริยะที่รัดตัวเขาเอาไว้ไม่ได้ไปมีเรื่องกับคนที่พึ่งช่วยมา ก็ชักดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวมาจ่อคออีกฝ่ายแทบจะทันที

 

“อย่าคิดแม้แต่จะพูดออกมาแม้แต่พยางค์เดียว...ลูเซียนโน่” สิ้นคำพูดของยูพร้อมจิตสังหารทำให้บรูคที่โดนดาบจ่อคอพร้อมๆกับจิตสังหารที่จ่อหัวอยู่ก็ยิ้มยี่ยวนกวนประสาทอย่างดี ทิ้งให้มาสเตอร์กิลด์ไนท์วูฟผู้น่าสงสารนั้นยืนเอ๋อ

 

“ถ้าฉันพูดจะทำยังไงล่ะ?” ชายผมเงินถามอย่างกวนส้น

 

“ฉันจะบั่นคอนายซะ!!” ซึ่งยูก็กัดฟันกระชากเสียงตอบ

 

“เดี๋ยวสิฮะ!!!!” สุดท้ายมาสเตอร์วัยเยาว์ก็ตัดสินใจที่จะแหกปากลั่นกิลด์เพื่อหยุดการกระทำบ้าๆของทั้ง 2 คนที่ทำท่าจะลงมวยกันแล้ว ขณะที่สมาชิกกิลด์ผู้ซึ่งร่วมก่อตั้งไนท์วูฟนั้นที่ดื่มอยู่ด้านล่างต้องยิ้มอ่อนใจ

 

เป็นมาสเตอร์กิลด์นี้ มันก็ต้องเหนื่อยแบบนี้แหละคร้าบบบบบบ เอ้า! โช้นนนนนน!

 

 

[ปล่อยให้ด้านเฮียบรูคครื้นเครงกันไป...ขณะที่อีกฝั่งนั้น...เครียดจัด! (เหรอ?)]

 

.

.

.

.

 

แซ่กๆ

 

“ถึงหรือยังน่ะ?” ซุยเซ็นร้องถามอีกฝ่ายที่เดินนำเธอมาไกลแล้ว ไกลขนาดที่ว่าถ้าอีกฝ่ายปล่อยเธอไว้ที่นี่คงเดินกลับกันไม่ถูกพอดี เด็กสาวกวาดสายตามองไปรอบๆตัวของตนเอง “ที่นี่...สุสานงั้นเหรอ?”

 

“ใช่...ใกล้จะถึงแล้วล่ะ” เธอตอบก่อนที่จะเดินไปซอกมุมหนึ่งด้านหลังสุสานก่อนที่จะกวักมือเรียกให้ซุยเซ็นเดินตามเธอไป

 

ฟุ่บ!

 

“...อย่างกับเป็นเจ๊ลอใน Tome Raid**” ซุยเซ็นบ่นออกมาเบาๆเอาแทรกตัวผ่านรากไม้ลงมาด้านล่าง เมื่อผ่านมาได้เธอก็เดินตามทางเดินเก่าๆ ก่อนที่จะค่อยๆย่อตัวนอนราบกับพื้นแล้วคลานเข้าไปในช่องที่แตกเล็กๆไปจนถึง... “ที่นี่คือ...”

 

“ไม่รู้หรอก” สิ้นคำของอีกฝ่ายทำเอาซุยเซ็นถึงกับร้อง อ้าว!

 

“แล้วจะพาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย?” เธอเกาหัวพึมพำออกมาเบาๆ

 

“จะแนะนำตัวนะ” อีกฝ่ายทำเป็นไม่ได้ยินที่เธอพูด “ฉันเมวิส เวอร์มิลเลี่ยน...เป็นกิลด์มาสเตอร์รุ่นแรกของแฟรี่เทล”

 

“รุ่นแรก...” ซุยเซ็นพูดทวนออกมาสายตาของเธอเป็นประกายชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด แหมๆ พอพูดถึงคำว่ารุ่นแรกมันก็มีความหมายที่พิเศษๆเยอะเลยนะสำหรับเธอแล้วมันเท่มาก! ทั้งจิอ็*ตโต้หรือโคซาร์* งานดีอ่ะแก~~ (นางมิค่อยเล๊ย – ไรท์) “เอ่อ...แล้ว...มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ? แล้วทำไมต้องเป็นที่นี่”

 

หลังจากที่สาวเจ้าเวิ่นเว้อจนสาแก่ใจแล้วก็กลับเข้าเรื่อง เอาจริงๆถ้าเมวิสตอบเรื่องที่พาเธอเดินลุยป่าแทรกตัวและมุดเข้ามาที่นี่ไม่ได้เธอจะโกรธมาก...และจะโกรธกว่าถ้าทางพวกนั้นต้องมีกระโดดเกาะไม้ ไต่ผาเกาะกิ่งไม้เป็นลิงเป็นค่าง...ใช้ไอ้อะไรโยนๆนั่นด้วย (เจ๊คะ...นี่มิใช่สุสานค่ะ...แล้วก็ไม่ใช่เกมด้วย!! – ไรท์)

 

“ที่เป็นที่นี่เพราะมีเหตุผลนะ...ส่วนหนึ่งเพราะฉันอยากให้ดูนี่น่ะ” เมวิสพูดออกมาแล้วผายมือไปยังผนังของห้องนี้ที่ถูกวาดไว้ถึงมันจะดูจางๆ แต่ก็พอจะเข้าใจความหมายที่สื่อออกมา ซึ่งคนฉล๊าด! ฉลาดอย่างซุยเซ็นนั้น...

 

“เอิ่ม...ไม่เข้าใจอ่ะ” เธอย่อมไม่เข้าใจแน่นอน!

 

“...จะให้อธิบายง่ายๆคือเป็นการบอกเล่าเรื่อง...คล้ายๆกับที่เธอเป็นน่ะ” เมวิสสรุปสั้นๆให้ฟังซึ่งซุยเซ็นเองก็เดินเข้าไปใกล้ๆรูปพวกนั้นเพื่อมองดูอย่างละเอียด และด้านล่างของรูปก็มีตัวอักษรที่ถูกสลักไว้อีกราวกับจะอธิบาย “ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ...แต่ดูจากรูปแล้วน่าจะเป็นเพราะอะไรบางอย่างทำให้วิญญาณถูกดีดกระเด็นออกมา”

 

“ถ้า...ถ้ามองตามรูปมันก็ใช่ค่ะ” ซุยเซ็นพูดออกมาแล้วมองไปยังรูปที่เมวิสชี้ให้ดู “แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่จะคุยเหรอคะ?”

 

“เกี่ยวแน่นอน...เพราะฉันบังเอิญไปเจอร่างเธอมาน่ะ” เมวิสพูดออกมาแล้วยิ้มแป้นแล้น

 

!” ซุยเซ็นเบิกตากว้างอย่างตกใจ “แล้วตอนนี้!

 

“ใช้เวทย์ผิด...เลยเผาไปแล้วน่ะ” สิ้นคำของเมวิสทำเอาเด็กสาวแทบจะลมแดรก

 

“อะไรน้า!!!!!!” เธอตะโกนลั่นที่แห่งนั้นทันที “เผา...เผาเรอะ!

 

“ล้อเล่นน่า...ร่างของเธออยู่ห้องถัดไป” เมวิสยิ้มขบขันกับท่าทางสติแตกนั้นแล้วชี้ไปยังห้องข้างๆซึ่งมีร่างของเด็กสาวที่นอนนิ่งสงบอยู่บนแท่นหิน ก่อนที่เธอจะพูดเสียงแผ่วลง “เพียงแต่ว่า...ฉันสัมผัสถึงชีพจรไม่ได้เลย”

 

“เอ๊ะ?” ซุยเซ็นกระพริบตาปริบๆ “สรุปฉันก็ซี้ม่องเท่งไปแล้วอ่ะดิ...อื้อ...ช่างเถอะ...แล้วคุณจะคุยเรื่องนี้งั้นเหรอคะ?” หลังจากที่ตกใจครู่หนึ่งสภาพอารมณ์ของเธอก็กลับสู่สภาวะปกติ ปกติมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อกลบเกลื่อนท่าทางและอารมณ์ของตนเอง

 

“ใช่...ตามคร่าวๆที่ฉันเข้าใจนะ...มันพอจะมีวิธีช่วยเธออยู่” เมวิสพูดออกมาแล้วชี้ไปยังภาพๆหนึ่งที่วาดไว้ ซึ่งซุยเซ็นที่ไม่เข้าใจก็หันไปมองอย่างเอ๋อๆ “ตามที่เข้าใจ...เพราะว่าร่างของเธอกับวิญญาณมีบางอย่างไม่ตรงกันเลยเกิดการปฏิเสธซึ่งกันและกันทำให้มีสภาพเป็นอย่างนี้...ถ้าฝืนกลับเข้าไปไม่นานก็จะถูกดีดกระเด็นออกมาอีกครั้ง”

 

“หมายความว่า...เพราะฝืนเข้าไปครั้งที่แล้ว เลยถูกดีดออกมาแบบครั้งนี้” ซุยเซ็นพูดออกมาเบาๆ พร้อมขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนะ...แล้วทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ...คุณรู้วิธีช่วยใช่มั้ย”

 

“ไม่เชิง...ฉันอยู่ที่นี่มานานแล้วเลยมีโอกาสได้ศึกษาภาพพวกนี้...จนไปเจอกับสิ่งหนึ่ง” เมวิสพูดออกมาพร้อมๆกับผายมือไปยังภาพรอบๆตัวก่อนที่เมวิสจะกัดริมฝีปากของตนเอง ดวงตาจับจ้องไปยังคนตรงหน้า เธอกลั้นใจถามคำถามหนึ่งออกมา “ซุยเซ็น...เธอเป็นใครกันแน่”

 

“ฉัน...” คนที่ถูกถามกำลังจะอ้าปากตอบไปตามจริงว่าเธอไม่รู้ รู้ตัวก็มาอยู่ที่นี่แล้ว แต่วินาทีต่อมาเธอก็เลือกที่จะหยุดคำพูดพวกนั้นไว้ ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้เพียงแต่...เธอเริ่มไม่แน่ใจก่อนที่จะยอมตอบไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มเสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้หรอก...ไม่รู้...และไม่อยากรู้ด้วย

 

“...อย่างนั้นเองสินะ...” เมวิสที่เห็นท่าทางและดวงตาสีดำสนิทนั่นคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะพูดออกมาเสียงแผ่วเบา เธอสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่งเพื่อเติมความมั่นใจให้ตนเอง ทั้งๆที่ร่างกายตนเองสั่นอย่างรุนแรงแต่ก็พูดประโยคนั้นออกไป “ตามมาสิ...ฉัน...จะช่วยเธอเอง”

 

“ช่วย?” ซุยเซ็นทวนคำนั้นอย่างงงๆ แต่ก็ได้แต่มองตามอีกฝ่ายที่เดินหายไปอีกห้องหนึ่งก็ทำได้แต่ถอนหายใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมมาสเตอร์รุ่นแรกถึงพาเธอมาที่นี่ และทำไมต้องถามคำถามแบบนั้นกับเธอ ซุยเซ็นได้แต่ถอนหายใจออกมาปลงๆพร้อมๆกับยกมือจับบริเวณที่เคยมีแผลขนาดใหญ่อยู่

 

ความรู้สึกที่ไม่ยินดียินร้ายแบบนี้ขนาดตัวเองยังไม่เข้าใจเลย บางทีเธอก็คิดนะว่าบางทีมายูมิจังที่เป็นพระเจ้าคนนั้นน่าจะส่งเธอมาแบบดีๆหน่อย ไม่ให้ให้โผล่มาเป็นวิญญาณไม่มีความรู้เรื่องเก่าของตัวเองแบบนี้! “อา...คิดๆไปก็ปวดหัวแหะ...มายูมิจัง...คราวหลังถ้าจะส่งฉันมาช่วยส่งมาแบบฟิคหรือนิยายเรื่องอื่นๆทีเถอะนะ”

 

หลังจากที่ยืนปวดหัวกับความไม่เข้าใจตัวเองอยู่ครู่หนึ่งซุยเซ็นก็ตัดสินใจได้ว่าจะเดินตามเมวิสไปอีกห้องหนึ่ง แต่แวบหนึ่งเธอหันกลับไปมองภาพพวกนั้นครั้งหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว และเดินออกจากห้องนั้นไป

 

อีกห้องหนึ่งเป็นห้องโล่งๆ ดูธรรมดาๆ

 

ณ ใจกลางมีแท่นหินหนึ่งซึ่งมีร่างของเธอนอนอยู่ ร่างนั้นซีดเซียวจนเหมือนคนตายไม่มีท่าทีว่าจะขยับได้แต่อย่างใด แน่ล่ะ...วิญญาณของร่างนั้นก็ยืนมองอยู่ห่างๆนี่นา “เอ่อ...เมวิส...ซัง...ไม่สิมาสเตอร์รุ่นแรก”

 

“เรียกว่าเมวิสก็ได้นะ” เมวิสยิ้มสดใสให้อีกฝ่ายพร้อมกับกวักมือเรียก “มาเถอะ...เดี๋ยวจะพลาดโอกาสสำคัญนะ”

 

“โอกาส...” ซุยเซ็นทวนคำนั้นก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆแต่โดยดีแต่เมื่อเดินมาอยู่ข้างๆร่างกายตนเองก็อดที่จะยกมือขึ้นมาอังจมูกร่างนั้นไม่ได้

 

ผลั่ก!

 

“เหวอ!!” ร่างบางร้องลั่นเมื่อจู่ๆเมวิสที่อยู่ด้านข้างเธอเดินมาผลักเธอจนเสียหลักล้มหัวทิ่มลงกับแท่นนั่น ถ้ามันเป็นอย่างที่ควรจะเป็นอ่ะนะ แต่มันไม่ใช่อย่างที่ซุยเซ็นคิด มือที่อังจมูกร่างของตนเองจมเข้าไปกับร่างนั้นก่อนที่เธอจะรู้สึกว่าร่างวิญญาณนี่กำลังถูกดูดกลับเข้าไปในที่ๆเดิมอย่างที่มันควรอยู่ “เดี๋ยวสิ! นึกว่ามันจะยากกว่านี้ซะอีก เมวิส!!

 

“มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นน่ะนะ...” เมวิสยิ้มขำก่อนที่จะมองร่างวิญญาณของซุยเซ็นที่ถูกกลืนหายไปจนหมดพลันรอยยิ้มนั้นก็มลายหายไปหลงเหลือเพียงแต่ใบหน้าที่เรียบเฉยและเย็นชา พลังเวทย์รอบๆตัวเริ่มจะปั่นป่วน จนเธอต้องให้เวทย์พันธนาการร่างบนแท่นหินไว้ก่อนที่ร่างนั้นจะเริ่มขยับ

 

พรึ่บ!

 

“...” ร่างบนแท่นหินลืมตาขึ้นมาแต่แทนที่จะเป็นดวงตาสีดำสนิทดั่งที่มันเคยจะเป็นแต่กลับกลายเป็นดวงตาสีม่วงอ่อนที่ทอดมองคนตรงหน้าที่พันธนาการตนเองไว้ “ข้าไม่ทำอันใดหรอก...ไม่เห็นต้องทำรุนแรงเลยนี่?”

 

“...” เมวิสไม่ตอบแต่เหงื่อเย็นๆไหลซึม หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปนานเมวิสก็เริ่มเปิดปากพูด “เป็นคุณจริงๆด้วยสินะ...คนที่หนังสือเล่มนั้นเขียนไว้”

 

“งั้นมั้ง” คนบนแท่นหินตอบอย่างกวนๆ

 

“ถ้างั้น...ซุยเซ็น...ตัวตนของซุยเซ็นคืออะไรกันแน่?” เมวิสถามออกมาโดยที่ไม่ลดความระวังตัวลง ถึงอีกฝ่ายจะนอนนิ่งๆเป็นเด็กดีอยู่ที่เดิมก็เถอะ ส่วนร่างบางที่นอนอยู่บนแท่นหินนั้นเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำถามนั้น “คุณกับเธอเป็นคนละคน?”

 

“มันก็แล้วแต่เธอจะคิด...” อีกฝ่ายยังคงตอบแบบกำกวมเช่นเดิม

 

“ถ้างั้น...ถ้าเกิด...ถ้าเกิดซุยเซ็นหายไป...คุณตั้งใจจะทำอะไร?” เมวิสกลั้นใจถามออกมา พยายามห้ามไม่ให้ร่างกายของตนเองสั่นไปมากกว่านี้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ เธอยอมรับว่ากลัว เธอกลัวตัวตนของคนที่นอนอยู่นี้ ตัวตนที่เมวิสเองก็ไม่รู้ว่าใช่ตัวตนที่แท้จริงของร่างนี้หรือไม่

 

อีกฝ่ายเงียบไปนาน...นานมากจนเมวิสคิดว่าเธอจะไม่ตอบคำถามไร้สาระนั้นกับคนแบบเธอกระทั่ง...

 

“เมื่อถึงวันนั้นเราคงเป็นศัตรูกัน”

 

[28/10/2561]

 

เป็นจำนวนประมาณ 2 หน้าที่รอนานมาก (แถมให้อีก 3 หน้านะคะโบนัสของคนที่รออ่าน 555+) ตอนนี้บอกเลยว่าการบ้านมาเยอะมาก ทำวันต่อวันเลยค่ะ 555+ โตแล้วก็งี้แหละไม่ค่อยมีเวลาว่างมาก

 

***คำผิดนั้นมีมากอยู่เพราะคีบอร์ดของไรท์ใช้มานานแล้วบางแป้นกดไม่ติด (กดเบาๆอ่ะนะ) โดยเฉพาะ R – Shift ดังนั้นคำว่า “ก็” จะกลายเป็น ก้ ตลอด อีกเดี๋ยวถ้าเก็บเงินครบไรท์จะสั่งซื้อคีบอร์ดและเมาท์ใหม่นะคะ 555+ (เมาท์ของไรท์นั้นขยันคลิกเองค่ะ คลิกรัวๆจนบางวันหัวร้อนเลย #นี่ล่ะผลของการซื้อของถูก)***

 

ส่วนเรื่องเฮียบรูคกับก๊กใหม่นั้น...ขอไม่แนะนำและไม่พูดถึงอะไรทั้งนั้นนะคะ จนกว่าจะถึงเวลา (ใบ้ให้ว่ามีบทบาทในอนาคตแน่นอน 100% ค่ะ!!- คุณออ)

 

ปล.ใครคิดว่าเรื่องนี้กำลังออกทะเล...ใช่ค่ะ! คุณคิดถูก! เพราะจบภาคเกาะเทนโรวแล้วจะออกทะเลยาวแน่นอนภาคนึง! (ใจจริงอยากจะแต่งสัก 2 ภาคแต่ไม่น่าไหว)

 

***สิ่งที่รีดเดอร์จะได้จากภาคออริจินอลที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่ตอนคือ

1. อดีตของเจ๊ซุย (แน่นอน)

2. ความสัมพันธ์ของเจ๊ซุยกับเจ๊ซุยในเอโดราส (?)

3. ปมเรื่องเมื่อ 2 ตอนที่แล้ว

4. รักแรกของเจ๊ซุย!! (แน่นอน!) [ใครหนอ? ใบ้ให้ว่ามิชะ---อื้อๆ – คุณออโดนรท์อุดปาก]

 

บ้ายบี!! ^[+++]^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #497 Aquariusผู้ควบคุมน้ำ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:39

    แต่ว่ายูนี่ คงไม่ใช่คันดะ ยู ใช่ไหม?

    #497
    0
  2. #445 malefactor (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 12:00

    และแล้วนางก็กลายเป็นวิญญาณของแท้
    #445
    0
  3. #444 windycloud (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 08:07

    เมวิสเอ้ยยยยไปเผาร่างเขาได้ไงลู๊กกกกก เเล้วทีนี้น้องจะเข้าร่างยังไงล่ะ5555 อยากรู้อดีตของเจ้ซุยสุดอ่ะ มันค้างงงงงง
    #444
    1
    • #444-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 56)
      28 ตุลาคม 2561 / 21:09
      ได้โปรดรออีกหน่อยนะคะ~~~~
      จบภาคนี้ไปประมาณ 2 - 3 ตอนก็รู้แล้ว
      #444-1
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #442 Luciferlouvrs (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 01:34
    ตัดได้สุดจริงค่ะไรต์
    #442
    1
    • #442-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 56)
      4 ตุลาคม 2561 / 01:38

      อะไร๊...ไรท์ไม่รู้เรื่องนะคะ 555
      #442-1