Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 54 : ::โชคชะตาบทที่ 45 :: ประตูแห่งความทรงจำ 100% (ภาคเกาะเทนโรว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

::โชคชะตาบทที่ 45 :: ประตูแห่งความทรงจำ (ภาคเกาะเทนโรว)


 


“ว่ากันว่ามีวิธีที่จะสามารถเข้าไปในจิตใจคนอื่นได้ง่ายกว่าการสลายตัวเองเป็นละอองจิตอีกนะ...รู้มั้ยว่าวิธีนั้นคืออะไร...”

 

“...วิธีอะไรล่ะครับ? ไว้ว่างๆผมจะเอาไปลองกับยะ---”

 

“จูบไงล่ะ”

 

พรูด!!!

 

*-----------------------------------------------------------------------------------------------------*

 

หลังจากที่เซเรฟฉวยโอกาสนั้นประกบปากร่างบางโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเข้ามาในจิตใจของอีกฝ่ายที่ง่ายกว่าวิธีอื่นๆที่เขาเคยศึกษามาเมื่อนานมาแล้ว...และแน่นอนว่า...

 

มันได้ผล!

 

เขามองซ้ายมองขวาด้วยท่าทีเงอะงะที่สุดเท่าที่เคยทำมา...แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ส่วนหนึ่งเพื่อเดินมาตรวจดูสิ่งที่เคยตรวจคร่าวๆไปก่อนหน้านี้...ส่วนที่สงสัยว่าเขาทำท่าทางเงอะๆงะๆทำไม

 

เนื่องจากเขาไม่รู้จะเริ่มจากทางไหนดีน่ะสิ...นั่นแค่ส่วนเดียวนะ...แต่ที่ทำเอาเขาไปไม่ถูกเพราะ

 

สถานที่แห่งนี้ถือเป็นภายในจิตใต้สำนึกของซุยเซ็น...หรืออาจจะของเซฟิเรียตอนนี้เขาก็ไม่รู้หรอก...เพียงแต่ว่าที่แห่งนี้มันเป็นลักษณะสวนกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาและยังมีศาลาอยู่กลางสวนที่ร่มรื่นนั่นอีก...ชายหนุ่มพยายามมองหาบางอย่างในนี้กระทั่งสายตาเขาเหลือบไปเห็นบางอย่าง...

 

“มงกุฎดอกไม้” เซเรฟเดินไปที่ศาลานั่นพร้อมๆกับค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมามองดู การที่มีสิ่งของอยู่ในจิตใจก็เท่ากับว่ามันมีความสำคัญกับเจ้าของจิตใจมาก...มากในระดับที่จัดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญมาก!

 

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องอารมณ์เสียงเพียงเพราะสิ่งที่อยู่ในมือ...มงกุฎดอกไม้ที่เป็นดอกเยอบีร่า*สีขาว...

 

แกร๊บ!

 

ใช่...เขาไม่ได้อารมณ์เสียสักนิดเดียว...ชายหนุ่มปล่อยมงกุฎดอกเยอบีร่านั่นลงพื้นแล้วเดินออกห่างศาลานั่นไป เพื่อที่จะเดินไปตามหาสิ่งที่เป็นเป้าหมายของเขาตั้งแต่คราแรก...เซเรฟหลับตาลงเพื่อที่จะใช้พลังเวทย์ของเขาตรวจไปรอบๆเพื่อที่จะเจอที่หมายเร็วๆ

 

ก่อนที่จะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้!

 

“...เจอแล้ว” เซเรฟลืมตาขึ้นมาทันทีที่พบสิ่งที่เขาตามหา ไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งเขาทะยานไปที่นั่นทันที ก่อนที่ความอยากสอดรู้สอดเห็นของเขาจะทำการทำให้เขาต้องสอดส่องจิตใจของคนสำคัญไปมากกว่านี้

 

ฟุ่บ...เปรี๊ยะ!

 

“อย่างที่คิดจริงๆ” เขาพึมพำออกมาเมื่อตนเองมาถึงที่แห่งนี้...ที่ส่วนลึกที่สุดของจิตใจเขาพบกับบานประตูขนาดใหญ่ที่ตัวอักขระทองโบราณมากมายสลักไว้บนประตูสำริดสีดำสนิท ในคราแรกที่เขาตรวจดูมันเป็นผนึกที่แน่นหนาและโบราณมากแต่...มันยังอยู่ในสภาพดีมาก...

 

อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนนี้

 

ตอนนี้ตรงหน้าเขาเป็นประตูสำริดที่สภาพเหมือนถูกพลังบางอย่างทำลายเสียไปครึ่งหนึ่ง และมีไอสีดำล่องลอยออกมา ขณะที่ประตูอีกครึ่งหนึ่งนั้นมีกระแสไฟฟ้าลั่นเปรี๊ยะๆทุกครั้งที่โดยไอสีดำนั่นสัมผัส...ต่อให้เป็นเด็กยังรู้เลยว่าไอสีดำนั่นคืออะไร

 

“ความทรงจำ...ที่ไม่ดีงั้นเหรอ?” เขาพึมพำออกมาเบาๆพร้อมๆกับเอามือรองไอสีดำนั้น และถ้าสิ่งที่ทำให้ซุยเซ็นเปลี่ยนไปเป็นสิ่งนี้...ก็แค่ผนึกไปน่าจะจบเรื่องนี้ได้แล้ว

 

แต่...มันไม่ง่ายขนาดนั้นน่ะสิ

 

เซเรฟเงยหน้ามองประตูตรงหน้าด้วยสีหน้าที่จนปัญญาที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาในครั้งไหนๆ ต่อให้งัดเอาความรู้ทั้งหมดของตนเองมายังมองกลไกของผนึกตรงหน้านี่ไม่ออกเลย แค่มองดูก็รู้สึกปวดขมับไปข้างแล้ว

 

“...ถ้าจะผนึก...ข้าช่วยก็ได้นะ” เสียงหวานติดไปทางทุ้มนิดหน่อยดังขึ้นทำเอาชายหนุ่มชะงักกึก เขาหันขวับไปมองอีกฝ่ายแทบจะทันที และไม่รีรอที่จะโจมตี เนื่องจากที่นี่ไม่ใช่ด้านนอกแต่เป็นในจิตใจของคนอื่น...มันไม่มีทางที่จะมีคนอยู่ที่นี่ได้! ยิ่งกว่านั้นยังร่างกายที่โปร่งใสนั่นอีก! “โว้วๆ ใจเย็นก่อนๆ”

 

ฟุ่บ!

 

!” เซเรฟชะงักเมื่อจู่ๆการโจมตีของเขาก็ทะลุผ่านร่างเธอไป ก่อนที่จะรู้ได้ทันที ทำให้เขาคลายท่าทีกังวลลงนิดหน่อย

 

“เฮ้อ...ผนึกนี่น่ะถึงแม้ข้าจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ก็เถอะ...แต่พอจะรู้จักวิธีการผนึกความทรงจำแบบนี้มาบ้าง” เจ้าหล่อนเดินมาข้างๆเซเรฟโดยเริ่มพูดลงลึกถึงผนึกนี่เล็กน้อยแล้วหันไปมองหน้าเขา “จะอธิบายมันออกจะยาวและนานเกินไป...ดังนั้นข้ามีวิธีที่เร็วกว่า”

 

“วิธีอะไร?” เซเรฟขมวดคิ้วถาม

 

“ข้าจะไปสิงร่างเจ้าแล้วปิดผนึกนี่...วางใจได้...ถึงจะบอกว่าสิงแต่ความจริงแค่ให้เจ้าใช้ความรู้ข้าเท่านั้น” หญิงสาวยิ้มออกมา เธอมีลักษณะรูปร่างค่อนข้างจะไม่สูงมาก จะพูดว่าเตี้ยคงไม่ผิดนัก...ใบหน้าน่ารักติดห้าวผิวสีน้ำผึ้งดวงตาและเส้นผมสีน้ำตาลเข้มออกไปแกมดำแดงด้วยซ้ำไป และชุดที่ใส่อยู่ก็ดูไม่เหมือนผู้คนยุคปัจจุบันเท่าไหร่อีกด้วย “ตกลงมั้ย?”

 

ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรแต่ทำให้คนข้างๆเข้าใจได้ทันที เธอเดินตรงไปทางเซเรฟแล้วกลืนหายไปในร่างเขา พริบตาต่อมาเมื่อชายหนุ่มมองประตูสำริดตรงหน้าก็คล้ายจะเข้าใจมันมากขึ้น ไม่รอช้าเซเรฟยกมือทั้ง 2 ขึ้นให้นิ้วชี้และโป้งสัมผัสกันจนเป็นรูปสามเหลี่ยม

 

“...” ตอนนี้ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตนเองพูดภาษาอะไรออกไป แต่ถึงจะเป็นเสียงเขาก็เถอะ ความจริงน่าจะเป็นการพูดของคนเมื่อกี้ที่อยู่ในร่างเขามากกว่า ระหว่างที่ตัวเขาไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป (แปลไม่ออก) จังหวะเดียวกันก็มีเสียงเหมือนมีคนมากระทุงไม้เท้าอยู่ระหว่างนั้นด้วย “ผนึก!

 

วู้ม!

 

สิ้นสุดคำๆนั้นร่างของหญิงสาวโปร่งใสก็หลุดออกมาจากร่างเขา เธอมองไปยังประตูที่เริ่มจะซ่อมแซมตัวเองด้วยสายตาที่โล่งอกปะปนกับความรู้สึกผิดอะไรอีกหลายๆอย่างในดวงตานั่น ซึ่งเขาแยกมันไม่ออก สุดท้ายเขาเลือกที่จะเอ่ยปากถามเจ้าหล่อนออกมาในสิ่งที่คาใจ “เธอ...เป็นใคร?”

 

“...เป็นใครงั้นเหรอ?” เจ้าหล่อนพูดออกมาด้วยเสียงเรียบๆติดไปทางเศร้านิดหน่อย “คงเป็นคนที่ไม่น่าให้อภัยมากที่สุดล่ะมั้ง”

 

เพล้ง!!!

 

!” เซเรฟเบิกตากว้างเมื่อร่างของอีกฝ่ายแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาทันทีที่ประตูตรงหน้าถูกซ่อมแซมจนเหมือนเดิม เขาเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ แน่นอนว่าเขารู้ว่าไม่ว่าจะพยายามขวนขวายหาคำตอบมากแค่ไหน...

 

ก็ไม่มีวันได้คำตอบอยู่ดี

 

[50%]

 

หลังจากจัดการปัญหาเรียบร้อยแล้วด้านนอกที่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีรากไม้ที่แทงทะลุร่างของทั้ง 2 คนก็ค่อยๆหดกลับลงดินไป เซเรฟค่อยๆถอนริมฝีปากออกจากร่างของเด็กสาวซึ่งบัดนี้เจ้าหล่อนเบิกตาค้างอยู่อย่างนั้น... “...ซุยเซ็น”

 

เขาลองเอ่ยปากเรียกอีกฝ่ายพร้อมโบกมือตรงหน้าอีกฝ่ายที่ดูเหม่อไปเหมือนคนที่ไม่มีสติที่อยู่กับตัว ซึ่งเธอไม่ได้ตอบเขาแต่ดวงตาที่เริ่มกลับไปเป็นสีดำสนิทกรอกตามามองหน้าเขา “นาย...” คิ้วเรียวค่อยๆขมวดเข้าหากัน

 

สมองน้อยๆของเจ้าหล่อนประมวลผลอยู่หลายวินาทีก่อนที่จะกวาดตามองไปรอบๆตัวพบกับสภาพของตนเองที่อยู่ตอนนี้ “นายทำอะไรของนายน่ะ!

 

“ขอ...ขอโทษ” เซเรฟรีบลุกออกจากร่างของอีกฝ่ายที่คร่อมไปหลายวินาทีซึ่งซุยเซ็นรีบลุกขึ้นมานั่งพร้อมๆกับเอามือจับหัวตนเองที่ปวดตุ้บๆอยู่ “ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”

 

“ไม่...ไม่เป็นอะไร” เธอเงียบไปเล็กน้อยก่อนที่จะตอบออกไป หลังจากที่ลองนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ดูจนพอจะจำได้... “ขอบ...ขอบใจนะเซเรฟ”

 

“...” ชายหนุ่มลอบยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

ตึกๆๆๆๆ

 

“หนอยแก!!” เสียงวิ่งสนั่นลั่นป่าดังมาพร้อมๆกับเสียงของชายหนุ่มที่แหกปากลั่นทำเอาเซเรฟที่หันไปมองทิศทางที่คาดว่าไม่นานเกินรอคงมีคนหัวเสียวิ่งมาแน่ๆ เขารีบหันมามองซุยเซ็นเพื่อที่จะพูดเรื่องหนึ่งออกมา

 

“ผมแค่บังเอิญผ่านทางมาเท่านั้น...” ทันทีที่เซเรฟพูดจบหากคุณผู้อ่านย้อนกลับไปอ่าน 2 ตอนก่อนหน้านี้จะรู้ว่าการบังเอิญผ่านมาของพี่แกเป็นอย่างไร “แล้วเจอกันนะ...” เมื่อทิ้งท้ายจบพร้อมด้วยการเอามือแตะริมฝีปากตนเองด้วยรอยยิ้มกลุ้มกริ่มเขาก็หายไปพร้อมๆกับพลังเวทย์ดำที่ระเบิดออกมาทั่วบริเวณ

 

“...หา?” ตอนนี้เด็กสาวที่นั่งเอ๋อๆอยู่ยิ่งเอ๋อกว่าเดิมเมื่อเห็นท่าทางบอกลาของอีกฝ่าย อะไรคือการเอานิ้วแตะปาก...ท่าแอ๊บใหม่เรอะ?!

 

“ซุยเซ็น!!” เสียงที่มาพร้อมๆกับเสียงวิ่งดังขึ้นใกล้กว่าเดิมอีกทำเอาเจ้าของชื่อหันไปทางนั้นทันที ถ้าเธอจำเสียงนี้ไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็นเสียงของ...

 

“นัตสึ?” เมื่อพูดจบชายหนุ่มที่วิ่งมานั้นตรงดิ่งมายังเจ้าหล่อน...โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด! “เฮ้ยๆๆ หยุดๆๆ! หยุดก่อนนัตสึ๊!” เธอรีบยกมือขึ้นห้ามอีกฝ่ายหวังว่าให้เขารีบเบรกก่อนที่จะชนเธอกระเด็นไปไกล แต่รู้สึกว่าการกระทำนั้นมันช่างไม่มีประโยชน์ใดๆทั้งนั้น

 

โครม!!

 

“โอ้ย...มันเจ็บนะ! ทำอะไรของนายเนี่ย!” เจ้าหล่อนร้องออกมาลั่นหลังจากที่โดนชนจนกระเด็นไปไกลแล้ว แค่แผลช่วงอกก็เจ็บจะแย่อยู่แล้วจะให้เธอช้ำในตายด้วยหรือยังไงกัน “ฉันยังอยากแก่ตายไม่ใช่ช้ำในตะ--”

 

“ซุยเซ็น!” นัตสึที่ชนอีกฝ่ายกระเด็นเรียกเธอที่ยังบ่นไม่จบ พร้อมกับตรงมาหาเธอที่กระเด็นเฉียดหน้าลูซี่ไปมิลเดียวพร้อมๆกับจับไหล่ทั้ง 2 ของเธอเขย่าเหมือนเซียมซีแล้วหันซ้าย หันขวายกขึ้นยกลงเหมือนตรวจสอบความเสียหาย “ซุยเซ็นใช่มั้ย?”

 

โป๊ก!

 

“ใช่สิยะ! แล้วอะไรที่จับฉันยกเหมือนตรวจตุ๊กตากันยะ!” เธอเอาสันมือสับหัวทุยๆของอีกฝ่ายทันที หลังจากที่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นตุ๊กตาที่ถูกยกๆหมุนๆตรวจดูความเสียหายมาสักระยะหนึ่ง “แล้วอะไรคือสภาพเละเทะที่นี่กันเนี่ย...ไม่สิ...ฉันมาที่นี่ตอนไหน?”

 

“จำไม่ได้เลยเหรอไอ๊?” แฮปปี้ร้องถามออกมาก่อนที่จะชี้ลงไปที่พื้น “เจ้านี่น่ะ”

 

“เจ้านี่...” เด็กสาวก้มหน้ามองที่พื้นด้วยใบหน้างงเต็ก เธอเห็นเหมือนมีใครเอาสีเลืองแสงมาวาดอยู่ตามพื้นทั่วบริเวณนี้ “สีเรืองแสงเรอะ?”

 

“มหาเวทย์น่ะ” เรวี่พูดออกมาทำเอาซุยเซ็นชะงัก “ซุยจัง...เป็นคนร่าย”

 

“ลืมไปแล้วหรือยังไง” ตามด้วยชาร์ลถามเสียงตวัดๆอย่างไม่พอใจ

 

“ฉัน...ร่ายมหาเวทย์...” เธอค่อยๆเงยหน้ามองพวกลูซี่ที่ค่อนข้างดูหวั่นๆกับเธอเอง ซุยเซ็นเห็นพวกเขาพยักหน้าตอบก็เอามือชี้ตัวเองเพื่อยืนยันว่าเธอจริงๆ ซึ่งลูซี่ก็พยักหน้าตอบอีกครั้ง “OMG!! มหาเวทย์น่ะนะ...ไอ้วงเวทย์ใหญ่ๆที่โคตรอะเมซิ่งอ่ะนะ! แบบในเรื่องเมไ* อ่ะนะ!!

 

“...ซุยเซ็นตัวจริงล่ะไอ๊...ชอบโวยวายเรื่องที่คนอื่นไม่รู้เรื่องแบบนี้ตัวจริงแน่นอนไอ๊” แฮปปี้พูดออกมาเมื่อเห็นเจ้าหล่อนโวยวายออกมาถึงเรื่องที่พวกเขาไม่เข้าใจ

 

“อีกความหมายคือบ้าสินะ” ลิลลี่พูดคำที่ครอบคลุมความหมายนั่นออกมา

 

“หุบปากไปเลยแฮปปี้ ลิลลี่!” เจ้าหล่อนว๊ากใส่เมื่อโดนแมวหลอกด่า ก่อนที่เธอจะมองไปยังพื้นดิน...ความคิดอุตริที่ผุดขึ้นมาในหัวเริ่มจะให้เธอทำบ้าๆ

 

วงเวทย์นี่...มันนิ่มเปล่าว้ะ?

 

จึ๋งๆ

 

“แข็งสนิท” เธอที่เอานิ้วไปจิ้มๆที่เส้นแสง ตอนนี้เธอไม่รู้หรอกว่ารูปร่างมันเป็นยังไงเพราะขยายใหญ่มาแถมรูปร่างไม่เป็นวงกลม...ถ้าให้เธอคิดเล่นๆนะ เอาตามที่เคยดูเมไ*มาวงเวทย์มหาเวทย์ใหญ่มาก...น่าจะคลุมทั้งเกาะได้ “แล้วไอ้นี่มันไม่หายไปเหรอ? อันตรายมั้ย?”

 

“พวกฉันจะไปรู้ได้ยังไงก็เธอเป็นคนใช้มันเองนี่” ชาร์ลพูดออกมา

 

“ก็จริง...” ซุยเซ็นยกมือเกาหัวตนเองแต่เมื่อกระพริบตาวงเวทย์ขนาดใหญ่ก็ค่อยๆเปล่งแสงสว่าง และค่อยๆเริ่มแตกทีละนิดๆกระทั่ง...

 

เพล้ง!

 

วงมหาเวทย์สีฟ้าก็แตกละเอียด...ละลองของเศษวงเวทย์ลอยขึ้นสู่ฟ้าไประยะเวลาหนึ่งมันก็ค่อยๆร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน...ทันทีที่ละอองเศษวงเวทย์นั้นแตะโดนผืนดินที่ถูกเปลวไฟแผดเผาจนดำสนิทก็ค่อยๆเปล่งแสงสว่างวาบออกมาจากนั้นความเสียหายรอบๆก็เริ่มกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

เฉกเช่นผู้คนที่บาดเจ็บสาหัส...บาดแผลของพวกเขาก็ถูกรักษาจนหายสนิท ไม่เลือกว่ามิตรหรือศัตรู หากแต่ว่า...ผู้ที่เป็นผู้บุกรุกขึ้นมาบนเกาะกลับถูกรากไม้รัดทั้งตัวจนแทบจะขยับและใช้เวทย์ไม่ได้

 

ฮีลหมู่สำเร็จ!

 

[30/09/2561]

 

เจ๊ซุย – มันใช่มั้ยยัยไรท์!! อีกอย่างอะไรคือช่วยกัน! คนที่ได้ประโยชน์มันใครกันน่ะห้ะ!//ชี้หน้าด่าไรท์ไม่ยั้ง

 

ไรท์ – ฮือ...เจ๊ซุยได้โปรดจิตใจไรท์บอบบางนะ...

 

ออริคนอื่น – สตอค่ะ/ครับ

 

ไรท์ – ชะอุ๊ย!

 


**ดอกเยอบีร่า (หรือดอกเดซี่นั่นแหล) หมายถึงความรักที่มั่นคง ซื่อตรงและภักดี**

 

ไม่แปลกที่พระเอกเราจะรู้สึกไม่สบอารมณ์ล่ะน้ะ...555+ แน่นอนว่าของที่อยู่ในจิตใจนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่เจ้าของความทรงจำทำเองแน่นอนส่วนใหญ่ 80% จะมาจากสิ่งที่คนอื่นๆที่สำคัญให้ เหมือนของขวัญจากคนสำคัญอะไรประมาณนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #436 คนที่เงียบๆ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 07:57

    ตอนนี้ค้างอยู่บนดอย เจ๊ซุยจัดการไรท์ที~~~

    #436
    1
    • #436-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 54)
      30 กันยายน 2561 / 16:05
      ได้โปรดอย่าค่ะ! หยุดๆ หยุดเลยนะคะ...แค่ออริคนอื่นๆก็ยำไรท์เละแล้วค่ะ!//กอดขาขอร้อง
      #436-1
  2. #435 Todoya (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 02:34

    ไม่ตายเถอะซาร่า!!
    #435
    0