Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 53 : ::โชคชะตาบทที่ 44 :: ปะทะ (ภาคเกาะเทนโรว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

::โชคชะตาบทที่ 44 :: ปะทะ (ภาคเกาะเทนโรว)

 

ตึกๆๆๆ

 

ร่างของชายหนุ่มวิ่งไปยังทิศทางหนึ่งด้วยความเร็วที่สุดของตนเองฝ่าสายฝนที่กระหน่ำตกลงมา จิตใจเขายังคงว้าวุ่นเพราะพลังเวทย์ที่จับได้ ใช่มันไม่น่าแปลกใจเลยถ้าพลังนี่มันไม่ได้เหมือนกับของอาจารย์ของเขาที่ไม่น่าจะอยู่บนโลกนี้แล้ว

 

และเขาจะไม่รีบตรงดิ่งไปทางนั้นทันทีถ้าไม่ใช่ว่าเขามั่นใจในเรื่องๆหนึ่งที่ถูกสอนเมื่อนานมาแล้ว จากอาจารย์คนแรกของเขาอย่าเซฟิเรีย...

 

 

.

.

.

.

 

 

ในอดีตนานมาแล้ว

 

“ถ้าสมมติ...สมมตินะ” เซเรฟในตอนนั้นที่กำลังเรียนการใช้เวทย์ขั้นพื้นฐานกับอาจารย์ของตนเองอย่างเซฟิเรียที่กำลังนั่งกอดอกอ่านหนังสือไปพลางปรุงยาไปพลางอยู่ และจู่ๆเขาพูดขึ้นมาทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมามอง “เป็นไปได้มั้ยถ้า...เอ่อ...คนตายไปแล้วจะเกิดใหม่ได้น่ะ”

 

“...” หญิงสาวเงียบไม่ยอมตอบแต่ใบหน้ากลับฉายแววงุนงงอย่างเห็นได้ชัด

 

“เป็นไปไม่ได้สินะ” เด็กชายมองใบหน้านั้นก่อนที่จะสรุปเอาเอง

 

“ข้าไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้เสียหน่อย...แค่แปลกใจที่จู่ๆเจ้าก็ถามเรื่องแบบนี้” เซฟิเรียตอบขัดความคิดเองเออเองของอีกฝ่าย ร้อยวันพันปีเซเรฟไม่เคยถามเรื่องความตายไม่ก็การเกิดใหม่แบบนี้ และคำพูดของหญิงสาวทำให้ฝ่ายถามหันขวับมามองเจ้าหล่อนทันที

 

“หมายความว่า...เกิดใหม่ได้สินะ” เด็กชายมีท่าทีสนใจอย่างเห็นได้ชัด

 

“ก็ใช่...” เซฟิเรียตอบออกมาแล้วหันไปปรุงยาต่อ

 

“แล้ว...เราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าเป็นเขาที่เกิดใหม่” เด็กชายยังถามต่อ

 

“...ถ้าเจ้ามีอายุยืนกว่าร้อยปีแล้วค่อยคิดจะถาม” หญิงสาวตอบปัดราวกับไม่อยากจะตอบเรื่องนี้มากนัก แต่เซเรฟนั้นเป็นเด็กที่ถ้าไม่ได้คำตอบเรื่องที่สงสัยแล้วจะไม่หยุดพยายามเด็ดขาด ทำให้เด็กชายตรงดิ่งไปกระตุกชายกระโปรงของอาจารย์ตนเองทันที “อย่ากระตุกชายกระโปรงข้า...ข้าเสียสมาธิปรุงยา”

 

“ไม่! ฉันจะไม่หยุดจนกว่าคุณจะตอบ!” เซเรฟพูดออกมาทำเอาผู้เป็นอาจารย์นั้นวางมือจากหม้อปรุงยา เธอหันมามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ พร้อมย่อกายลงให้เสมอตัวกับเซเรฟ

 

“ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าคนๆนี้เป็นคนๆนั้นมาเกิดใหม่มั้ย...เจ้าต้องดูให้รู้...ดูที่ตรงนี้” หญิงสาวว่าออกมาพร้อมเอานิ้วจิ้มที่อกของเด็กชาย

 

“พลังเวทย์?” เซเรฟตอบคำตอบบที่ค่อนข้างมั่นใจแต่เซฟิเรียส่ายหน้า “หน้าตา? หรือนิสัย!

 

“ใช่ว่าถ้าเกิดใหม่หน้าตา พลังเวทย์ หรือนิสัยจะเหมือนเดิมเสียเมื่อไหร่...” หญิงสาวเปรยๆออกมา ก่อนที่สีหน้าเธอจะจริงจังขึ้นมา “เจ้าต้องดูที่จิต...มองให้ลึกกว่านั้น...มองไปที่จิตของคนๆนั้นแล้วเจ้าจะรู้เอง...ว่าคนๆนั้นใช่คนที่เจ้าตามหามั้ย”

 

“จิต...มันเป็นยังไง?” เด็กชายทวนคำก่อนที่จะถามออกมาในหัวมีรูปร่างของผีตัวสีขาวผุดออกมาจากจินตนาการ ผีที่ลอยไปลอยมาว่อนอยู่เต็มหัวไปหมด เหมือนเซฟิเรียจะรู้เลยเอานิ้วดีดกะโหลกลูกศิษย์ของตนเองแทบจะทันที

 

เพี๊ยะ!!

 

“มันไม่ใช่ผีแบบที่เจ้าคิดหรอกน่า...” เธอพูดออกมาพร้อมส่ายหน้าหน่ายใจ

 

“แล้วมันเป็นยังไง” เด็กชายถามต่อถ้าไม่ใช่อย่างที่เขาคิด...

 

“มันอธิบายไม่ได้หรอกนะ...” หญิงสาวพูดออกมา “ถ้าเจ้าอยู่ไปนานๆ...หมายถึงนานมากๆเจ้าจะรู้เองนั่นแหละ”

 

“แล้ว...ทำไมถึง...เอ่อ...ถ้าเกิดใหม่แล้วพลังเวทย์ไม่เหมือนเดิมล่ะ?” เซเรฟถามเรื่องที่สงสัยอีกเรื่องทำให้เซฟิเรียนั้นแอบถอนหายใจเล็กๆกับความขี้สงสัยนี้

 

“ฟังนะ...ก็อย่างที่เจ้ารู้ว่าพวกเจ้าใช้พลังเวทย์เพราะว่าร่างกายพวกเจ้าเป็นเหมือนพาชนะที่ทำหน้าที่ใช้ดูดซับเอเทอร์นาโนที่อยู่ในอากาศ...เพื่อที่จะทำให้ใช้พลังเวทย์ได้ แต่พาชนะของแต่ละคนไม่เหมือนกันและกระบวนการดึงพลังมาใช้ก็แตกต่างกันไปโดยแต่ละคน” เซฟิเรียพูดออกมาพร้อมกับวาดรูปประกอบไปด้วย “และถ้าคนๆนั้นมาเกิดใหม่พาชนะในร่างกายก็เปลี่ยนไป...และกระบวนการดึงเอเทอร์นาโนมาใช้เป็นพลังเวทย์ของตนเองก็แตกต่างกันจากเดิมด้วย จะมีบ้างแค่บางกรณีที่มีพลังเวทย์คล้ายๆกัน แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเหมือนเดิมเป้ะ...จะแตกต่างกันไปนิดหน่อย”

 

“อย่างนี้นี่เอง...แต่ถ้าคนๆนั้นเป็นคนเดียวกันกับที่ฉันตามหาแล้วมีพลังเวทย์แบบเดียวกันกับครั้งก่อนล่ะ” เซเรฟถามออกมาแวบหนึ่งเขาเห็นอาจารย์ของเขาสะอึกไปเล็กน้อย

 

“ไม่มีคนแบบนั้นหรอก...แต่ถ้ามีจริงๆ” เธอพูดออกมาแต่ยังไม่ทันจะจบประโยคเจ้าหล่อนก็ลุกขึ้นไปปรุงยาต่อ “ก็ไม่ใช่การเกิดใหม่...แต่แปลว่าคนๆนั้นยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่เจ้าไปเจอ”

 

“แล้วคุณ...รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง” เซเรฟถามออกมาแต่หญิงสาวนิ่งเงียบ

 

“นี่ก็เย็นแล้ว...จำได้ว่าเจ้าบอกจะรีบกลับบ้านนี่” ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหันและวันนั้นเขาก็รีบออกจากบ้านมาโดยที่ยังไม่ได้คำตอบนั้นเลยสักนิด

 

“ถ้าอย่างนั้น...ซุยเซ็นคืออะไรล่ะ...เซฟิเรีย!

 

 

.

.

 

 

โครม!!!

 

“มีฝีมือแค่นี้อย่างนั้นเหรอ?” ร่างบางถามออกมาหลังจากที่จัดการกับฟรีดและบิ๊กซ์สโลวได้ถามออกมา ก่อนที่จะมองไปยังคนที่เหลืออยู่ ขาเรียวค่อยๆย่างก้าวตรงไปทางเต็นท์ทำให้เวนดี้ขวางหน้าเจ้าหล่อนเอาไว้แต่ร่างบางนั้นไม่มีท่าทีใดๆ ใบหน้าเธอเรียบเฉย “ถึงเป็นเด็กข้าก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ”

 

“ไอ๊! ซุยเซ็นเป็นอะไรไปน่ะไอ๊!!” แฮปปี้ร้องถามหญิงสาวที่แปลกไปอย่างเห็นได้ชัด

 

“ซุยเซ็นจัง! ขอร้องล่ะหยุดทีเถอะ” ตามด้วยลิซาน่าที่ยังคงปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายคือซุยเซ็นจริงๆ แม้พลังเวทย์จะไม่เหมือนเดิมก็เถอะ

 

“บางทีซุยจังอาจจะโดนควบคุม” เรวี่พูดออกมาเสียงแผ่วเบาแต่เธอคิดไม่ออกว่าเวทย์บทไหนกันที่ควบคุมอีกฝ่ายได้ดีแบบนี้ ทั้งยังทำให้พลังเวทย์เปลี่ยนไปอีก

 

“ซุยเซ็น...ซุยเซ็น...ซุยเซ็น” ร่างบางพูดชื่อที่ถูกใช้เรียกเธอออกมาไม่หยุดพร้อมๆกับแรงกระแทกที่แผ่ออกมาทำให้พื้นดินรอบๆแยกออกจากกันเป็นวงกว้าง “เรียกชื่อใครอยู่น่ะ? ข้าไม่ได้ชื่อว่าซุยเซ็นเสียหน่อย!

 

ชิ้ง!

 

!!” เวนดี้เบิกตากว้างเมื่อเห็นดาบที่ถูกง้างขึ้นมาเธอรีบสูดอากาศเข้าปอดเพื่อใช้พลังโจมตีหยุดดาบเล่มนั้นที่ทำให้ทั้งฟรีดและบิ๊กซ์สโลว์บาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น

 

ฟุ่บ!!! เคร้ง!!

 

“อ้ะ” เวนดี้อุทานออกมาเมื่อระหว่างที่เธอกำลังจะใช้ท่ามังกรฟ้าคำรามใส่อีกฝ่ายจู่ๆก็มีใครบางคนที่ใส่เสื้อผ้าสีดำขาวมาขวางด้านหน้าเธอเอาไว้ ยิ่งกว่านั้นยังเอามือประกบดาบของเด็กสาวไว้ได้อีก

 

“ซะ...เซเรฟ” ลูซี่ตัวสั่นทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ใบหน้าของเธอซีดเผือดทันทีแค่ซุยเซ็นในตอนนี้ก็อันตรายมากพอแล้ว เธอรีบชักกุญแจออกมาทันที

 

“ซุยเซ็น” แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจพวกลูซี่เขามองไปยังร่างของเด็กสาวที่ตอนนี้มองเขาด้วยท่าทีตกใจ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะกระชากดาบออกไปจากมือเขา

 

“เก่งนี่...ที่รับดาบข้าได้” เธอพูดออกมาก่อนที่จะตั้งท่าโจมตีใส่ ร่างบางจ้องมองคนตรงหน้าแล้วจ้วงแทงดาบใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งตามความเคยชินที่เคยฝึกมา ซึ่งชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบด้วยความรวดเร็วพอใจ...และเคลื่อนไหวราวกับว่ารู้ล่วงหน้าว่าเธอจะแทงดาบไปในทิศทางไหน

 

ฟุ่บ! เคร้ง!

 

“ว้าว” ร่างบางส่งเสียงชมเชยอีกฝ่ายที่ระหว่างหลบนั้นเอื้อมมือไปหักกิ่งไม้ยาวอันหนึ่งมาพร้อมรับการโจมตีของเธอด้วยกิ่งไม้กิ่งเดียว “เก่งไม่เบานี่”

 

“เพราะคุณเป็นคนสอนผมเองนี่...เซฟิเรีย” เซเรฟพูดออกมาและทันทีที่จบประโยคดาบที่เคยหวดใส่เขาไม่ยั้งพลันหยุดชะงักกึก ร่างบางมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัวของตนเอง

 

“อย่ามาพูดตลกๆหน่อยเลยเจ้ามนุษย์...ข้าไม่มีวันรับเจ้าเป็นศิษย์เด็ดขาด” เธอพูดออกมาพร้อมๆกับกำดาบแน่น เปลวเพลิงสีฟ้าเริ่มลุกลามไปสู่ดาบของตนเอง วงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ใต้เท้าเธอและขยายวงกว้างทั่วเกาะ “ไม่มีวัน!!

 

ฟึ่บ!!!

 

“วงเวทย์นี่มัน...” เรวี่มองใต้เท้าตนเองอย่างตกใจก่อนที่จะเบิกตากว้าง เธอจำได้ว่าเมื่อก่อนนี้เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนถึงวงเวทย์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะแบบนี้ได้ วงเวทย์ที่เคยบันทึกว่าครั้งหนึ่งเคยทำลายอาณาจักรเกือบครึ่งจนพังพินาศ “มหาเวทย์!!

 

“นี่คุณเป็นบ้าอะไรของคุณน่ะ! เซฟิเรีย!!” เซเรฟเอามือต้านแรงเวทย์ที่ปะทะใส่เขาพร้อมตะโกนถามอีกฝ่าย เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปไม่ใช่ทั้งอาจารย์ที่เขาเคยรู้จัก และไม่ใช่ทั้งซุยเซ็น... “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!

 

“มหาเวทย์บทที่ 13...” ร่างบางพึมพำออกมาพร้อมๆกับวงเวทย์ที่ตอบสนอง พลังเวทย์รอบข้างเริ่มปั่นป่วนเป็นผลจากการเริ่มใช้มหาเวทย์

 

วิ้ง

 

“...ยังไงก็ตาม...ถ้าถึงวันใดวันหนึ่งที่ข้าคุมตัวเองไม่ได้...”

 

!” เซเรฟที่พยายามจะใช้เวทย์ของตนเองหยุดอีกฝ่ายชะงักกึกเมื่อเสียงของเซฟิเรียดังขึ้นข้างหู เขาไม่ได้หูฟาดแน่ๆและจำได้ว่าเธอไม่ได้พูดกับเขาสมัยก่อน

 

“อย่าลังเล...ฆ่าข้าซะก่อนที่จะสายเกินแก้

 

“ให้ฆ่า...คุณ” ชายหนุ่มพึมพำออกมา ตอนนี้เขาคงไม่รู้แน่ๆว่าตนเองทำหน้าตาทึ่งขนาดไหน เขามองคนตรงหน้าพลางกัดฟันกรอด พลันใบหน้าเขาก็เปลี่ยนไปพลังเวทย์ของเขาค่อยๆเพิ่มขึ้น ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปหาร่างบางที่กำลังร่ายมหาเวทย์

 

ฟุ่บ! เคร้ง!

 

“...” เด็กสาวรีบเอาดาบของตนเองนั้นมาสะกัดการโจมตีส่งผลให้ร่างกายของอีกฝ่ายเกิดบาดแผลแทบจะทั่วร่างแต่เซเรฟไม่หยุดแค่นั้นเขาใช้จังหวะนั้นคว้าจับข้อมือของร่างบางเอาไว้พร้อมบิดมันอย่างแรงเพื่อที่จะใช้อีกมือแย่งดาบมา

 

ผลั๊ก!

 

ร่างบางรีบใช้มือที่ว่างอยู่ซัดหมัดใส่เซเรฟทันทีซึ่งเขาไม่หลบทำให้หมัดเล็กๆนั้นโดนเข้าที่ใบหน้าเขาอย่างจัง ขณะที่มือที่แย่งดาบมาได้นั้นโยนมันทิ้งไปไกลลิบก็กลับมาจับข้อมือของอีกฝ่ายทั้ง 2 อย่างรวดเร็วพร้อมทิ้งน้ำหนักกดร่างบางลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว

 

ครืด...ฉึก!

 

...ทำไม...” ร่างบางที่ถูกตรึงมือทั้ง 2 ข้างไว้ก็ใช้ความสามารถอีกอย่างของตนเองบังคับเอารากไม้แทงทะลุร่างของเธอโดยเป้าหมายคือเซเรฟที่อยู่ด้านบน...แต่เมื่อร่างของชายหนุ่มถูกรากไม้กระซวกหน้าอกไปหลายวินาที แต่แรงของเขายังไม่หายไป “ทำไมเจ้าถึงไม่ตาย!!

 

“หึ...” เซเรฟแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่ฉายแววตื่นตระหนก เขาจ้องหน้าของอีกฝ่ายครู่หนึ่ง

 

ไม่รู้สิ...บอกไม่ถูกแต่รู้สึกเหมือนกับว่าความจำก่อนหน้านี้มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกผนึกไว้น่ะ

 

คำพูดของซุยเซ็นที่เคยพูดกับเขาก่อนหน้านี้นั้นดังรีรันขึ้นอีกครั้งทำให้ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง... “ผนึก...” เขาคิดออกมาในตอนนั้นที่ตรวจดูความทรงจำของอีกฝ่ายก็มีจริงๆ แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือทำไมในตอนนี้คนตรงหน้ากลับจำเขาไม่ได้ยิ่งกว่านั้น...ยังทำร้ายพวกพ้องอีก

 

“...คงต้องลองดูสินะ” ชายหนุ่มว่าออกมาพร้อมๆกับจ้องหน้าของอีกฝ่ายนิ่ง

 

“เจ้าจะลองอะไ--” ร่างบางยังพูดไม่ทันจบประโยคดีก็ถูกชิงริมฝีปากไปซะก่อน “อะไรน่ะ! เจ้ามนุษย์นี่!!

 

.

.

.

.

.

 

“เอ่อ...” เรวี่ที่ตกใจที่จู่ๆจอมเวทย์ดำเซเรฟคนนั้นก็มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แถมยังช่วยพวกเธออยู่มองดูอีกฝ่ายกำลังหยุดซุยเซ็นอยู่อย่างยากลำบากเริ่มพูดไม่ออก...ยิ่งตอนนี้เธอยิ่งพูดไม่ออกเพราะว่าจู่ๆเซเรฟคนนั้นก็ก้มตัวลงไปประกบจูบซุยเซ็นซะอย่างนั้น

 

“เอ๋!” เวนดี้อุทานออกมาใบหน้าแดงเถือกทำเอาลูซี่รีบเอามือปิดตาอีกฝ่ายทันทีเพราะยังเด็กเกินไปกับอะไรแบบนี้ ก่อนที่คนปิดจะหน้าแดงเสียเอง

 

“ไอ๊...” แฮปปี้ร้องออกมาพร้อมเอามือปิดตา

 

“ตามอารมณ์ไม่ทันแล้วล่ะไอ๊!

 

[26/09/2561]

 

เอิ่ม...มองบนแปป...แต่งไปแต่งมารู้สึกเหมือนว่าพวกลูซี่กลายเป็นอากาศธาตุไปแล้ว 555+ แล้วอะไรคือการกดและจูบกันค้ะ! อยากลวนลามเจ๊ซุยก็บอกมาตรงๆสิคะ! เดี๋ยวเจ๊จัดห้องสวีทให้! อั่ค!!//โดนเจ๊ซุยกระโดดทีบทันที

 

ปล.ว่าแต่...ไม่ห่วงเจ๊ซุยบ้างเลยเหรอคะ? น้องนางแกใช้รากไม้กระซวกอกตัวเองทะลุอกของเซเรฟเลยน้ะ! (ความบ้าบิ่นแบบแปลกๆของนางเอก)

 

****ส่วนเรื่องควบคุมรากไม้นั้นมาได้ไง...เดี๋ยวค่อยเฉลยในภาคออริจินอลของไรท์ที่จะเฉลยปมเรื่องนี้ทั้งหมดเนอะ...****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #434 Todoya (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:12
    ให้ตายเถอะไรท์ทพเราค้าง!!
    #434
    0
  2. #433 Chihay (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:59
    กรี๊ด!!!!!!!!หนูชอบฉากนี้
    #433
    0
  3. #432 malefactor (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 13:27

    ค้างงงงงงงงงง
    ค้างเเรงมากกกกก
    #432
    0
  4. #431 praew0009 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 18:35
    ต่อจากจูบก็เป็นไซร้คอกันหลังจากนั้นก็ nc--- แค่กๆๆ อย่าสนใจเราเลยเราแค่คนบ้าคนหนึ่งเท่านั้น
    #431
    1
    • #431-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 53)
      27 กันยายน 2561 / 20:38

      หลังจากนั้นต่อห้องสวีทเลยค้ะ 5555
      #431-1
  5. #430 QTITAN (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 17:25
    รีบมาให้ไวเลยนะะะะะะ
    #430
    0
  6. #429 TaikiTaik (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 06:55
    รีบกลับมาอัพให้ไวเลยค่ะ
    #429
    0
  7. #428 ployneko25020 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 02:00
    จูบแล้วววววววววววววววววววว
    #428
    1
    • #428-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 53)
      27 กันยายน 2561 / 02:06
      5555+ คำแรกที่ไรท์พูดออกมาหลังอ่านเม้นนี้คือ... "ก็แค่จูบเอง" 5555+ (โดนเจ๊ซุยฟรีคิกส์ใส่ทันที)
      #428-1