Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 50 : ::Special Part:: ดวงใจน้ำแข็ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

แฟรี่เทล ตอนพิเศษ ::ดวงใจน้ำแข็ง::

 

วิ้ง

 

ข้ามองแสงสีฟ้าที่ค่อยๆหายไปหลังจากที่ทำธุระของตนเองที่ถูกขอร้องมาจนจบแล้ว ก่อนที่ข้าจะหันหลังเดินกลับก็ได้ยินเสียงร้องเบาๆของคนที่พาข้ามายังที่แห่งนี้ นางมีบาดแผลสาหัสอยู่หลายแห่งข้าเลยเดินเข้าไปช่วยแม้จะรู้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ก็ตามที “ไม่ต้องช่วยก็ได้นะคะ...ฉันน่ะ”

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ตาย...แค่ไม่อยากเห็นใครมาร้องครวญแถวนี้” ข้าสวนกลับทันทีพร้อมๆกับรักษาบาดแผลให้นาง ซึ่งแวบหนึ่งข้าเห็นนางอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่นางจะระบายรอยยิ้มออกมา

 

“คุณน่ะ...ใจดีจังเลยนะคะ” ข้าชะงักมือที่รักษาบาดแผลให้นางไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหลบสายตาของคนที่พาข้ามายังที่แห่งนี้และยังบอกว่าตนเองคือพระเจ้าผู้ดูแลมิติของพวกข้าอยู่ อันตัวข้าไม่ได้ตอบอะไรนางไป “คุณเซฟิเรีย...คุณน่ะ...ยังเกลียดมนุษย์อยู่เหรอคะ?”

 

“ข้าเกลียดมนุษย์” ข้าเงียบไปพักใหญ่ๆก่อนที่จะพูดตอบออกมาเพราะมนุษย์ทำให้ข้าเสียหลายๆสิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้ไป “อีกอย่าง...เจ้าพูดผิดไปหน่อย...ข้าไม่ได้ใจดีเลยแม้แต่น้อย”

 

“แน่ใจนะคะ” นางถามข้าอีกครั้ง

ใช่...อย่าพูดว่าข้าใจดี...ตัวข้าน่ะ...เปื้อนบาปเกินกว่าที่เจ้าจะคาดคิดไว้เสียอีก ท่าทางที่ซื่อตรงของนางทำให้ข้านึกถึงเจ้าเด็กนั่น...เด็กแก่แดดคนนั้นที่มาขอข้าเป็นลูกศิษย์...เด็กที่ข้า...

 

 

 

.

.

.

.

 

 

 

นานมาแล้ว...ตัวข้าในตอนนั้นเป็นเจ้าหญิงของราชอาณาจักรเล็กๆแห่งหนึ่ง ถึงจะพูดว่าเป็นเจ้าหญิงแต่ข้าไม่ได้มีสายเลือดของราชวงศ์เลยแม้แต่นิด...ตำแหน่งพวกนั้นแค่ของบังหน้าเท่านั้น ตัวข้าความจริงแล้วเป็นนักเวทย์แกนหลักสำคัญของราชอาณาจักรต่างหาก

 

ในตอนที่ข้าพบกับเจ้าเด็กนั่นครั้งแรกเป็นช่วงที่ข้าเบื่อเรื่องทางโลกและปลีกตัวมาอยู่คนเดียวที่ป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นป่าที่เป็นที่อยู่ของอีเรียส งูยักษ์ที่ข้าเคยช่วยมันไว้เมื่อหลายปีก่อนอาศัยอยู่

 

แซ่กๆ

 

“มาแล้วเหรอ?” ข้าหันหน้ามองทางต้นเสียงไปหากับอีเรียส ซึ่งมันคอยนำเอาอาหารไม่ก็สมุนไพรมาให้ข้าเสมอ ถึงข้าจะบอกว่าไม่ต้องหามาแล้วแต่อีเรียสก็เอามาให้ข้าอยู่ร่ำไปแต่วันนี้อีเรียสแปลกไปนิดหน่อยมันไม่พูดกับข้าเหมือนทุกทีแต่กลับชูคอขึ้นอย่างระวังตัว

 

ข้าเลยยกมือขึ้นมาหมายจะลูบหัวมัน ซึ่งอีเรียสก็ลดหัวมันลงให้ข้าลูบตามใจ ข้าคิดว่าอีเรียสแค่รู้สึกถึงมังกรที่มักจะมาเพ่นพ่านแถวๆนี้ และกลัวว่ามังกรพวกนั้นจะมาทำร้ายมันเป็นครั้งที่ 2 แต่ไม่คิดเลยว่า...

 

ฟ่อ!!!

 

!!” อีเรียสหันไปแผ่แม่เบี้ยขู่ทางด้านขวาของข้า ซึ่งทันทีที่ข้าหันไปข้าเห็นเด็กชาวมนุษย์คนหนึ่งที่ตกใจกลัววิ่งหนีไป ซึ่งจังหวะที่ข้าจะหันกลับเด็กนั่นก็หันมามองทำให้ข้ากับเจ้าเด็กนั่นสบตากันแวบหนึ่ง

 

นั่นคือครั้งแรกที่ข้าเจอกับเจ้า...เซเรฟ

 

หลังจากวันนั้นข้าก็รู้สึกว่าถูกเจ้าเด็กมนุษย์นั่นตามแอบมองมาสักระยะแล้ว แต่ทุกครั้งที่ข้าหันไปหมายจะถามว่าเด็กนั่นต้องการอะไร เจ้านั่นก็วิ่งหนีหายไปแล้วกระทั่งวันนี้มาถึง

 

เจ้าหญิง...ทรงเสด็จกลับเถิดพะยะค่ะ! ไม่เช่นนั้นพวกกระหม่อมคงต้องใช้กำลังพาท่านกลับไปข้าหยุดเท้าที่เดินไปหมายจะหาเก็บสมุนไพรตามป่าทันที ทหารของราชอาณาจักรจากดินแดนของมังกรที่รักมนุษย์มากัน 1 กองทัพพร้อมๆกับคุกเข่าของร้องให้ข้ากลับไปที่นั่น

 

ไม่...ข้ามิใช่เจ้าหญิงอะไรอีกแล้ว...พวกท่านจงกลับไปเถิดมิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนข้าเอ่ยปากไล่พวกเขา ก่อนที่จะออกมาข้าได้เขียนจดหมายบอกราชามังกรคนนั้นแล้วว่าข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก แต่เมื่อข้าเล็งเห็นทหารกลุ่มนั้นกำอาวุธเวทย์ในมือขึ้นข้าจึงยกมือขึ้นมาเพื่อเคลื่อนย้ายพวกนั้นกลับไป

 

วะ...เวทย์เคลื่อนย้าย!นั่นคือเสียงสุดท้ายของเหล่าทหารก่อนที่พวกนั้นจะหายไป ข้าถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปทางพุ่มไม้ที่เจ้าเด็กมนุษย์นั่นซ่อนอยู่ แต่คราวนี้เด็กนั่นไม่ยอมหนีไปเหมือนทุกที

 

เจ้าหนูตรงนั้น...มีอะไรกับข้าหรือเปล่า?” จึงเป็นโอกาสที่ข้าจะได้ถามธุระเสียที

 

ดะ...เดี๋ยว! เมื่อกี้คือเวทย์มนต์ใช่หรือเปล่า!เด็กมนุษย์นั่นยืนขึ้นก่อนที่จะถามข้าออกมาพร้อมๆกับประโยคที่ทำให้ข้าหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สอนให้ฉันทีสิ!

 

สอน?” สอนงั้นรึ? น่าขำ...คิดว่าข้าจะสอนลูกลิงอย่างเจ้าให้ใช้เวทย์งั้นหรือ? ฝันไปเถอะว่าข้าจะยอมลดตัวไปสอนเวทย์ให้พวกมนุษย์จอมหักหลังแบบพวกเจ้าน่ะ “...ข้ามิรับผู้ใดเป็นศิษย์เสียใจด้วยเจ้าหนู...กลับไปเถอะ

 

ข้าตอบปัดก่อนที่จะเดินออกไปจากที่นั่นทิ้งเจ้าลูกมนุษย์นั่นยืนอยู่ตรงนั้น

 

หลายๆวันต่อมา

 

ข้าคิดว่าตอบปัดแบบนั้นจะทำให้เด็กนั่นยอมตัดใจแต่ว่าข้าคิดผิดไปหน่อย...วันนี้...ตรงนี้...ตอนที่ข้ากำลังอ่านตำราวิจัยเล่มก่อนหน้าของตนเองอยู่เพื่อหาข้อผิดพลาดในการทดลองตัวยาใหม่เด็กนั่นก็เดินเข้ามาในบ้านของข้า

 

“...” ข้ารีบสวนไปก่อนที่เจ้าเด็กนั่นจะพูดอะไรออกมา

 

ก็บอกแล้วไงว่าข้าไม่คิดจะรับลูกศิษย์ข้าพูดแทรกเด็กนั่นทันทีก่อนที่จะขมวดคิ้วเมื่อนึกบางอย่างออก เจ้าเด็กนี่...รู้จักบ้านข้าได้อย่างไรกัน? “เจ้า...รู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”

 

ถ้าอยากรู้ก็รับฉันเป็นศิษย์สิเด็กนั่นตอบออกมาซึ่งข้าก็เบือนหน้าหนี

 

งั้นข้าก็ไม่อยากรู้ข้าตอบกลับแล้วหันไปปรุงยาต่อไปโดยไม่สนใจ แต่ใครจะคิดว่าเจ้าลูกมนุษย์คนนั้นจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในวันที่ข้าออกไปหาสมุนไพรตัวใหม่มาทดลองยาข้าก็พบว่า... “อย่าไปแตะมันนะ!!

 

กึก!

 

“อะ...อ๊ากกก” ข้าสบถออกมาพร้อมๆกับทิ้งของในมือตรงดิ่งไปหาเจ้าลูกมนุษย์นั่นที่จับเข้ากับลูกแก้วของข้า พร้อมๆกับดูอาการของเจ้าเด็กบ้านี่...ก่อนที่จะสบถออกมาเมื่อตรวจร่างกายเจ้านี่ดูแล้วพบกับสิ่งผิดปกติก่อนที่ข้าจะมองลูกแก้วที่เก็บพลังเวทย์แทบทั้งหมดของข้าที่แตกละเอียด “ให้ตายเถอะ!!

 

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ข้าสบถออกมาอย่างหัวเสียก็ว่าได้ ก่อนที่เด็กมนุษย์นั่นจะเริ่มดิ้นเพราะต้านทานพลังเวทย์ของข้าไม่ไหว ทำให้ข้าต้องใช้เวทย์หลับใหลเพื่อให้เด็กนี่หลับไป ก่อนที่ข้าจะเริ่มรักษา “เจ้าเด็กบ้า!

 

ข้าใช้เวลารักษาเจ้าเด็กมนุษย์นี่มานานแต่ไม่สามารถเอาพลังเวทย์ของข้าออกมาจากร่างกายเจ้าเด็กนี่ได้ และยิ่งกว่านั้นพลังเวทย์ของข้าก็ยังเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์แต่ก็พอมีทางรักษา ข้าใช้เวลารักษาเด็กมนุษย์นี่นานมากจนพลังเวทย์ของข้าฝังรากลึกผสานกับพลังเวทย์ที่อยู่ในตัวเด็กมนุษย์นี่จนมันไม่ใช่ของข้าอีกต่อไป

 

อื้อ...

 

“...” ข้ามองร่างของเด็กมนุษย์นี่ครู่หนึ่งเพื่อคิดว่าจะเอายังไงต่อไป...ก่อนที่ข้าจะตัดสินใจที่จะรับเด็กนี่เป็นศิษย์ อย่างน้อยๆก็จะได้ควบคุมพลังเวทย์ของตัวเองได้ก่อนที่มันจะปานปลาย ข้ายกมือขึ้นมาลูบหัวเด็กนี่เบาๆทำให้ใบหน้าที่ดูเหมือนจะหลับไม่สบายนั้นค่อยๆหายไปจนเหลือแต่เสียงลมหายใจที่เข้าออกอย่างเป็นจังหวะ

 

ฟี้...

 

“เตรียมตัวฝึกหนักได้เลยเจ้าหนู” ข้าพูดออกมาพร้อมๆกับรอยยิ้มบางๆ ภาพของลูกศิษย์คนแรกผุดขึ้นมาในหัว เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไม่มีพิษมีภัยแต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปี นางก็พรากคนสำคัญไปจากข้าจนสิ้น “ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เป็นแบบศิษย์คนแรกของข้านะ”

 

หลังจากนั้นข้าก็ฟุ่บตัวหลับที่ริมเตียงของเจ้าหนูนั่นไปโดยที่มือหนึ่งของข้ายังไม่ปล่อยมือจากมือของเจ้าหนูนั่นเลย

 

วันต่อมา

 

“...” ข้าไม่รู้ว่าเจ้าหนูนี่ลืมตาขึ้นมาตอนไหน ทำให้ข้าต้องรีบปาดน้ำลายแล้วลองเรียกเจ้าหนูที่นอนนิ่งมองเพดานค้างไปดู

 

เจ้าหนู...จบคำที่ข้าเรียก เจ้าหนูนั่นก็หันมาทางข้า รู้ตัวมั้ยเจ้าทำให้ข้าวุ่นไปหมด...แต่เมื่อเห็นดวงตากลมๆที่ดูไร้พิษภัยนั้นทำให้ข้าต้องตำหนิอย่างเสียไม่ได้ ช่วยไม่ได้...ข้าจะสอนเวทย์ให้เจ้าก็แล้วกันจบคำพูดนั้นเจ้าหนูนั่นที่ทำท่าคล้ายๆจะเหม่อลอยก็ยิ้มออกมา

 

โดยที่ไม่รู้ตัวตอนที่ข้าพูดนั้นก็เผลอยิ้มออกมาด้วย

 

ปุก...

 

รีบๆหายแล้วก็เตรียมใจฝึกหนักได้เลยเจ้าเด็กบ้าข้าเอามือยกขึ้นมาขยี้หัวทุยๆของเจ้าหนูนั่นจนยุ่งแล้วค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ความรู้สึกอุ่นเล็กๆเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจข้าที่ด้านชาเป็นน้ำแข็งมาหลายปี

 

นี่น่ะเหรอ? ความรู้สึกที่ข้าลืมไปว่าเป็นยังไง?

 

หลังจากวันนั้นข้าก็สอนทุกอย่างที่ข้ารู้ให้เจ้าหนูนั่นที่ข้าพึ่งจะรู้ชื่อว่าชื่อเซเรฟ ดรากูลนีล เซเรฟเป็นเด็กที่หัวไวและมีแววอัจฉริยะตั้งแต่ตอนแรกๆที่ข้าสอนหนังสือให้ แต่บางทีความหัวไวของเขาก็เป็นปัญหา

 

นี่...ทำไมคุณถึงดูรีบสอนทุกอย่างให้ฉันล่ะ?” คำถามที่ข้ากลัวว่าจะหลุดออกมาจากปากเซเรฟก็ถูกเอ่ยขึ้นมา ข้าคงรีบสอนทุกอย่างจนผิดสังเกตสินะ...แต่ช่วยไม่ได้หรอก...เพราะเวลาข้าเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว

 

ยุ่งน่าเจ้าลูกศิษย์บ้าข้าพูดกับเซเรฟอย่างทุกทีเป็นการบอกว่าข้าไม่บอกเจ้าหรอก ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนเรื่อง รีบเรียนไปเถอะ...ไม่ต้องถามมากเรื่องหรอกน่า

 

อืมเซเรฟตอบอย่างไม่เต็มเสียงและหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยถามอะไรข้าอีกเลย

 

กระทั่งเวลาผ่านไปปีเศษ

 

แค่กๆ!

 

มันคงจะถึงขีดจำกัดแล้วล่ะ...ข้าคิดว่าต้องบอกเรื่องนี้กับเซเรฟเสียทีว่าเวลาของข้าคงจะใกล้หมดลงแล้วแต่ก็ยังคงที่จะเก็บคำพูดนั้นไว้และทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องกลัวหรอกเซฟิเรีย...แค่ทำแบบเดิม...ทำอย่างทุกทีตอนที่เด็กนั่นมา

 

“นี่คุณ...ป่วยงั้นเหรอ?” เสียงของเซเรฟทำให้ข้าสะดุ้งหันไปมองก่อนที่จะรีบชักมือที่เปื้อนเลือดหลบด้านหลังของตนเอง สีหน้าเขาดูสับสนครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มซีดเผือด ข้ารู้ตัวดีว่าสภาพข้าตอนนี้มันย่ำแย่ขนาดไหน

 

ปุก!

 

ไม่หนักหนาอะไรหรอกน่าข้าเอามือข้าที่ไม่เปื้อนเลือดวางบนหัวของเซเรฟเป็นการปลอบแต่เหมือนสถานการณ์จะไม่ดีขึ้น

 

มันเกิดอะไรขึ้น...อาการนั่นมันเหมือนกับคนขาดเวทย์แน่ๆเซเรฟพูดออกมา ทำให้ข้ายิ้มเล็กๆแอบชื่นชมเจ้าหนูนี่...ที่รู้มากถึงเพียงนี้ บางทีข้าคงสอนเขาดีไปหน่อยไม่ก็เซเรฟหัวไวไปหน่อย...ข้าไม่ตอบอะไรพลางรวบตัวเซเรฟเข้ามากอด

 

เวลา 1 ปีกว่าๆที่ข้าอยู่กับเจ้า...เจ้าละลายน้ำแข็งในใจข้าเซเรฟ...ทำให้ข้าจดจำความรู้สึกที่เคยลืมเลือนไปจนสิ้นได้อีกครั้ง โดยที่ไม่รู้ตัวว่าระหว่างนั้นข้าร้องไห้ออกมาได้อย่างไร แต่ที่รู้คือข้าร้องไห้...ร้องหนักมากพร้อมๆกับคำพูดที่ข้าเอ่ยบอกซ้ำๆกับเซเรฟ

 

ขอโทษ...ใช่ ขอโทษที่ข้ารักษาสัญญากับเจ้าไม่ได้ ขอโทษที่ทำให้ลำบาก...ขอโทษที่ทำให้เจ้า...ต้องมีบาดแผลในใจเซเรฟ

 

วันนั้นข้าไม่ได้สอนอะไรเขาและพยายามไล่เขากลับไปซึ่งไม่ง่ายเลยแต่สุดท้ายเซเรฟก็ยอมออกไปจากบ้านของข้า ข้าเลยใช้จังหวะนั้นพาร่างกายที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงเดินไปตามทางเดินหวิดล้มอยู่หลายรอบจนไปถึงที่ๆต้องการ...ที่ๆข้าเอ่ยถามคำถามนั้นกับเจ้าเด็กแก่แดดนั่น...

 

“ทำไมเจ้าถึงชอบป้าแก่แร้งทึ้งอย่างข้าล่ะ?” ข้ารู้มาสักระยะแล้วว่าเด็กนี่ชอบข้า

 

“แก่? คุณยังสวยอยู่เลย!” เซเรฟสวนกลับทำให้ข้าอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะเอานิ้วดีดหน้าผากเด็กแก่แดดแก่ลมดังเป๊าะ!

 

“ข้าจะบอกให้...ข้าน่ะแก่กว่าปู่เจ้าเสีอีกนะ! ข้าพูดออกมาทำให้เซเรฟมีสีหน้าตื่นๆครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะกอดอกยืนขึ้นพลางเชิดหน้าอย่างถือดี

 

“พ่อบอกว่าถ้าเราชอบใครสักคนไม่จำเป็นต้องใส่ใจว่าอายุเราห่างกับคนๆนั้นแค่ไหน! ทันทีที่ข้าฟังเซเรฟพูดจบก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมรอยยิ้มเอือมระอา เด็กหนอเด็ก...ข้าแก่คราวทวดเจ้าเชียวนะ

 

คิก...

 

ข้าหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อนที่ข้ากับเซเรฟมาที่นี่...นี่สินะความรู้สึกของคนที่กำลังจะตาย...ข้ายกมือขึ้นไปบนท้องฟ้า “นานเหลือเกินนับจากตอนนั้น...ในที่สุดข้าก็...ได้ในสิ่งที่ปรารถนาเสียที”

 

ทั้งๆที่นี่เป้นสิ่งที่ข้ารอคอยมาตลอดแต่กลับทำให้ข้าเศร้ายิ่งนัก...น้ำตาข้าไหลไม่หยุดก่อนที่ร่างของข้าจะนิ่งสนิทไป ร่างกายข้ากลายเป็นขี้เถ้าลอยตามสายลมไปเหลือทิ้งไว้แต่เพียงเสื้อผ้าที่เป็นหลักฐานว่าข้าเคยอยู่ที่นี่เท่านั้น

 

“เซเรฟ...เจ้าน่ะ...เป็นลูกศิษย์ที่ข้าภูมิใจมากเลยนะ...เจ้าทำให้ข้ากลับมารักมนุษย์อีกครั้ง...แล้วก็...ทำให้ข้าชอบเจ้าด้วย”

 

 

.

.

.

 

 

“บางที...ข้าอาจจะไม่ได้เกลียดมนุษย์ก็ได้นะ” ข้าเงียบไปนานก่อนที่จะตอบนางออกไปพร้อมๆกับรอยยิ้มบางๆ พลันร่างกายข้าก็ค่อยๆสลายกลายเป็นละอองแสงไป “เพราะตัวตนของข้าอย่างซุยเซ็นก็บอกชัดเจนแล้วนี่นา”

 

“นั่นสินะคะ” นางพูดตอบกลับ...ซุยเซ็นคือร่างเกิดใหม่ของข้าที่แม้จะบ้าๆบอๆไปสักหน่อยแต่นางก็รักมนุษย์อย่างจริงใจ...แต่ว่านะ...

 

เลิกหลงทิศทีเถอะย่ะ!!

 

[23/7/2561]

 

เจิมๆ แต่งยั่วขณะที่ตอนหลักยังไม่ถึงไหน มาดูความคิดเจ๊เซฟิเรียที่มีกับเซเรฟเถอะค่ะ ตอนแรกนางเกลียดมนุษย์เลยใช้คำว่า เจ้าเด็กนั่น เด็กนั่น ลูกมนุษย์ บ้างแต่หลังๆจะสังเกตว่าจะมีการเปลี่ยนไปเป็นเรียกเจ้าหนูบ้างเซเรฟบ้าง แสดงว่านางเริ่มใจอ่อนลงทุกทีแล้ว 5555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #401 เซไร (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:25

    กำลังเศร้าตามบทแท้ๆ แต่ประโยคสุดท้ายความเศร้าหายทันที!!!

    #401
    1
    • #401-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 50)
      24 กรกฎาคม 2561 / 20:54


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:29
      #401-1
  2. #400 sa5sa5sa (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:21
    เป็นกำลังใจให้นะคะ^_^
    #400
    0
  3. #399 คนที่เงียบๆ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:16
    กำลังได้ฟีล แต่ประโยคสุดท้าย มันหายไปแล้ว
    #399
    1
    • #399-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 50)
      23 กรกฎาคม 2561 / 22:40
      นี่ล่ะค่ะ นิสัยนางเอก...555
      นางเป็นคนฮาๆดีนะ ว่ามั้ย?
      #399-1