Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 4 : ภาค 1 : ดราก้อนสเลเยอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    5 พ.ย. 63

::โชคชะตาบทที่ 2 – ดราก้อนสเลเยอร์::

 

นี่ก็ผ่านมาเกือบจะครบ 2 อาทิตย์แล้วที่ซุยเซ็นมาอยู่ในแฟรี่เทล และมันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแย่เหมือนตอนที่อ่านมังงะของเรื่องนี้ครั้งแรก วิญญาณสาวนั่งมองบรรยากาศของกิลด์ที่ครื้นเครงแทบจะตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลับมีแต่บรรยากาศหม่นหมอง แน่ล่ะก็ในเมื่อกิลด์ถูกแฟนท่อมโจมตีจนสภาพเป็นอย่างนั้น ใครมันจะพลอยอารมณ์ดีกันได้ล่ะ?

 

ว่ากันตามตรงสถานที่แห่งนี้นั้นอบอุ่นและเป็นกันเอง ผู้คนเป็นมิตรมากถึงมากที่สุด (แกล้งเดินทะลุตัวเธอเป็นว่าเล่น) จนเธอเผลอลืมสิ้นซึ่งความรู้สึกไม่ชอบของตนเอง หลวมตัวเอ่ยปากของเป็นสมาชิกของแฟรี่เทลซะอย่างนั้น แต่ถึงจะบอกว่าเป็นสมาชิกก็เถอะ ตอนนี้ก็เป็นได้แค่สมาชิกชั่วคราว...จนกว่าจะหาทางกลับเข้าร่างได้นั่นแหละมาสเตอร์ถึงจะรับเข้ากิลด์อย่างเต็มตัว

 

“ซุยเซ็นจังหิวมั้ยจ๊ะ?” เสียงของมิร่าทักถามขึ้นพร้อมใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มสุดแสนจะเปล่งประกายจนดูเหมือนมีรัศมีสีทองวิ้งๆแผ่ออกมา (?) ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นแค่เพียงการแกล้งทำให้บรรยากาศมันดีขึ้นเล็กน้อยก็ตาม ก็อย่างที่บอกว่าใครจะมีอารมณ์สุนทรีย์ยิ้มเป็นคนบ้าอยู่ได้ในสถานการณ์นี้กันล่ะ? ส่วนคำถามนั้นก็เป็นแค่คำถามเดิมๆ ที่มักจะถามเธอเป็นประจำและแน่นอน! ว่าคำตอบมันก็คือคำตอบเดิม

 

“อยากกินก็กินไม่ได้หรอกค่ะ” วิญญาณสาวตอบอย่างห่อเหี่ยวพลางฟุบหน้าลงกับโต๊ะ หลายต่อหลายครั้งเหมือนกันที่เคยลอง แม้จะจับข้าวของต่างๆได้แต่ก็ได้แค่นั้น เพราะทันทีที่ตั้งใจจะกิน มันก็ร่วงหล่นลงพื้นเสียทุกครั้ง ส่วนข้างๆเธอมีเรวี่ที่กำลังขะมักเขม้นสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเวทย์ถอดวิญญาณ หรืออะไรเทือกๆนั้นเพื่อหาทางช่วยอยู่ 

 

“ฮิๆ พอดีว่าฉันรู้อะไรดีๆมาน่ะจ๊ะ” มิร่าหัวเราะเล็กน้อยพร้อมๆกับเตรียมจะหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมา ทำเอาซุยเซ็นต้องเกาหัวแกรก ทุกๆวันเจ้าหล่อนมักจะมีวิธีทดลองใหม่ๆมาให้วิญญาณประจำแฟรี่เทลทำอยู่เสมอๆ และครั้งนี้ก็เช่นกัน อดีตจอมเวทย์ระดับ S ของแฟรี่เทลหยิบไอเท็มชิ้นใหม่ขึ้นมาพร้อมทำเสียงเอ็ฟเฟ็คประกอบ “แต่นแต๊น!”

 

ทันทีที่เห็นเจ้าไอเท็มชิ้นนั้นซุยเซ็นก็ทำหน้าเอือมระอา...เพราะมันคือธูปนั่นเอง และเธอมั่นใจว่าไอ้วิธีส่งอาหารให้วิญญาณแบบเธอมันคงจะไม่พ้นวิธีแถวบ้านที่โลกเก่าแหงๆ ซึ่งยังไม่ทันไรรู้ตัวอีกทีขนมเค้กชิ้นหนึ่งที่มีธูปซึ่งถูกจุดไว้ก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้าของซุยเซ็น

 

“เชิญเลยๆ” วิญญาณสาวเหลือบตามองอีกฝ่ายพลางลองหยิบสตอเบอร์รี่ชิ้นหนึ่งขึ้นมาเตรียมใส่ปาก รู้ตัวอีกทีตนก็กลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนเริ่มจะผ่อนคลายลงบ้าง หลายคนที่เคยร่วมลุ้นระทึกกับเหตุการณ์ทำนองนี้นั้นจ้อมเขม็ง บางคนเริ่มลงเงินพนันกัน ทันทีที่ปากงับเอาสตอเบอร์รี่ชิ้นนั้นไปมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเมื่อปล่อยมือมันก็ร่วงหล่นลงพื้นอย่างน่าเสียดาย “หวา...แย่จัง”

 

“แจ๋ว! กวาดเรียบ!”คาน่าว่าพร้อมกับริบเอาเงินคนที่ลงพนันฝั่งตรงข้ามเข้ากระเป๋า พลางแอบยกนิ้วโป้งให้ซุยเซ็นครั้งหนึ่งเป็นการขอบคุณ แน่นอนว่าพวกเธอไม่ได้ร่วมมือกันนะจะบอกให้! “ขอบคุณมากซุยเซ็น! เดี๋ยวฉันเลี้ยงเหล้าเธอแก้วนึง!”

 

“ขี้เกียจเช็ดพื้นกิลด์” เธอตอบเสียงเหนื่อยหน่ายใจ 

 

“ไม่เป็นไร! เดี๋ยวฉันกินเผื่อเอง!” และเมื่อเป็นอย่างนั้นก็เข้าทางคาน่า ใช้เงินที่ได้มาสั่งเหล้าอีกแก้วหนึ่งมาดื่มเผื่อจริงๆก็แค่ถามเป็นมารยาทเฉยๆนั่นแหละ หลังจากซัดเหล้าไปครึ่งแก้ว คาน่าถึงพึ่งสังเกตว่าวันนี้ซุยเซ็นอยู่กิลด์ทั้งๆที่ทีมเจ้าหล่อนออกไปทำภารกิจกันหมด จึงถามอย่างสงสัย “อึก...จะว่าไปเธอไม่ไปทำภารกิจกับทีมหรือยังไง?”

 

“ทีม?” ซุยเซ็นขมวดคิ้วก่อนจะร้องอ๋อออกมา เมื่อนึกถึงพวกนัตสึที่ตัวเองมักจะติดสอยห้อยตามไปด้วยอยู่บ่อยครั้ง “ฉันไม่รู้น่ะสิว่าพวกนัตสึจะออกไปทำภารกิจกันตอนค่ำ เลยเดินเที่ยวซะเพลิน”

 

“เดินเที่ยว ตอนกลางคืนทั้งคืนเนี่ยนะ?” คาน่าถามย้ำอีกครั้งราวกับไม่อยากจะเชื่อ

 

“ก็นะ...ฉันนอนไม่ได้นี่นา ก็เล่นตลอนไปทั่วเมือง เมื่อคืนก็แอบแวะเข้าไปอ่านหนังสือที่หอสมุดประจำเมืองมาน่ะ” วิญญาณสาวพยักหน้าตอบพลางพูดถึงเรื่องเมื่อคืน ฉับพลันก็ขมวดคิ้วเพราะรู้สึกเหมือนจะแอบเห็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งภายในเมืองแห่งนี้แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

 

“มีอะไรงั้นเหรอ?” มิร่าเห็นท่าทางแบบนั้นถาม ซึ่งซุยเซ็นส่ายหน้าตอบเพราะคิดว่าเป็นคนชาวบ้านคนหนึ่งที่หน้าเหี้ยมเกรียมเกินไปก็เท่านั้น (?)

 

ผ่านไปสักพักภายในกิลด์ก็กลับมามีบรรยากาศอึมครึมอีกครั้งหนึ่ง ยิ่งตอนพวกนัตสึกลับมาก็มันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะการถูกทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกหยามหน้า แต่มาสเตอร์ก็ยังยืนยันที่จะไม่ทำอะไร เพื่อเป็นการดีต่อแฟรี่เทล...เพราะถ้าฝั่งนี้บุกกลับก็มีแต่เสียกับเสีย มาคาลอฟยอมให้โดนหยามยังดีเสียกว่าให้ลูกๆไปเจ็บตัวฟรีๆ

 

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกโกรธ ความอดทนของคนเรามันก็มีจำกัดเหมือนกันนั่นล่ะ

 

ดังนั้นในวันนั้นมิร่าจึงได้ยื่นข้อเสนอให้ทุกคนรวมกลุ่มกันไว้จะดีกว่า เพราะถ้าหากพวกแฟนธ่อมโจมตีกิลด์แบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกมันอาจจะรู้ที่อยู่ของทุกคนในกิลด์แล้ว และพวกเขาก็ไม่ปฏิเสธที่จะที่จะทำ มันเช่นกัน และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทีมนัตสึมารวมตัวกันอยู่บ้านของลูซี่ ยกเว้นก็เพียงแต่ซุยเซ็นที่แอบย่องออกมาด้านนอก

 

เธอกล้าทำแบบนี้ก็เพราะไม่มีใครทำอะไรตัวเธอได้ มิหนำซ้ำยังพอจะได้เรียนวิธีการใช้พลังเวทย์คร่าวๆมาบ้างแล้ว จึงพอที่จะสู้ได้บ้าง ถึงแค่แค่ระดับงูๆปลาๆก็เถอะแต่ถ้ารวมกับสกิลวิญญาณซุยเซ็นรับประกันเลย! ว่าให้เธอสู้กับเอลซ่ายังไงก็ไหว!

 

เจ้าหล่อนกางมือกางแขนเดินตามขอบสะพานอย่างสบายอกสบายใจ ชมวิวยามค่ำคืนขณะเดียวกันก็กวาดสายตาหาพ่อชาวบ้านหน้าตาเหี้ยมเกรียมคนนั้น (?) ไปพลาง โดยจุดแรกที่ตั้งใจจะไปก็คือบริเวณที่เจอคนน่าสงสัยเมื่อคืน---ฉับพลันหน้าของมาสเตอร์ก็ผุดเข้ามาในหัว

 

“สาบานด้วยความสัตย์จริงค่ะมาสเตอร์ ว่าแค่เดินตรวจตราเท่านั้น ถ้าไม่เจอหนูก็ไม่ตามค่ะ แต่ถ้าเจออันนั้นค่อยว่ากันนะคะ” สาวเจ้ากุมมือสาบานอย่างรู้สึกผิดเต็มประดา พร้อมยืนยันเจตนาของตนเองว่าแค่เดินไปทั่วๆเมือง ถ้าเจอค่อยจับก็แค่นั้น! ไม่ได้จงใจออกมาจับพวกแฟนธ่อมแต่อย่างใด! (??)

 

“แพล่บ...ถ้าเจอแล้วค่อยว่ากันนี่...หมายถึงยังไง?” ขณะนั้นเองเสียงปริศนาก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังพร้อมๆกับความรู้สึกที่อันตราย ทำให้ซุยเซ็นรีบหันกลับไปมอง ชายหน้าเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าโจรห้าร้อย (?) คนเมื่อวานยืนอยู่ตรงหน้าสมพรปากเธอจริงๆ ซ้ำยังดูอันตรายเกินกว่าจะคนที่ใช้เวทย์งูๆปลาๆอย่างเธอจะจับได้อีก

 

ตายโหง! แค่มองตาเปล่ายังรู้เลยว่ายังไงพลังมันก็มากกว่าเก้าพัน! (มุกเก่าไปเจ๊)

 

“จะ....จะจับแก---แค่ก! จับนาย...ไง!” ซุยเซ็นทำใจกล้ายืนพูดราวกับตนถือไพ่เหนือกว่า ถึงจะแค่ใบเดียวก็ตามที แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบดีเธอก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างทะลุตัวของตนไป เมื่อลงมองไปก็ถึงกับตัวชา นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นวิญญาณป่านนี้คงปลิวแล้วแน่ๆ!

 

“โอ้...อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงกล้าพูดว่าจะจับฉัน” ดราก้อนสเลเยอร์กาซิลว่าพร้อมกับเลียริมฝีปากตนเอง ในสุดก็คล้ายกับเจอคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจเสียที พร้อมๆกับเริ่มเอาจริง แขนที่เขาชกมานั้นทะลุร่างของซุยเซ็นไปทำลายพื้นดินร้าวเป็นแถบ...และหมัดถัดๆมาก็ทำอะไรเธอไม่ได้

 

ซุยเซ็นแสยะยิ้มพร้อมๆกับกำมือแน่นวิ่งตรงเข้าไปซัดหน้าของกาซิลเข้าอย่างจัง ซึ่งมันก็น่าเสียดายที่ร่างกายเขาแข็งเหมือนเหล็กไหลจึงทำอะไรไม่ได้ แบบนั้นเจ้าหล่อนจึงกระโดดถอยออกมา พยายามไล่เรียงสมองคิดถึงวิธีละลายเหล็ก (?) หรือไม่ก็วิธีจับคนตรงหน้า ฉับพลันวิธีหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับใช้เวทย์ไฟของตนทันที

 

“นี่คิดจะใช้ไฟลูกเท่าขี้มดนั่นจับฉัน?” กาซิลเลิกคิ้วถาม ก่อนจะหัวเราะออกมา “น่าสนุกนี่ ถ้าคิดว่าทำได้ก็เข้ามา!”

 

วิญญาณสาวแสยะยิ้มแม้จะไม่เคยทำมาก่อนแต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ไม่ใช่หรือยังไง? เธอวิ่งตรงไปหากาซิลขณะที่อีกฝ่ายก็พยายามจะทำลายพื้นถนนให้ซุยเซ็นเสียการทรงตัว แต่มันก็ไม่ง่ายจนกระทั่งเธอเข้าไปประชิดได้ในที่สุด! มือของเจ้าหล่อนข้างที่ติดไฟคว้าหมับเข้าที่แขนข้างหนึ่งของกาซิล

 

“เสร็จฉันล่ะ เดือดทะลุจุดศู---ติ้ดๆๆ----”

 

....กริบ....

 

“หา?” กาซิลส่งเสียงร้องเมื่อได้ยินคำพูดแปลกๆนั่น แต่แขนเขาไม่ยักกะมีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ต่างอะไรกับซุยเซ็นที่มั่นหน้ามั่นโหนกเมื่อครู่ ที่ตอนนี้หน้าแตกชนิดที่ว่าหมอไม่รับเย็บ แต่เหมือนสวรรค์เป็นใจรอไม่ทันไรน้ำแข็งสีครามเข้มแปลกตาก็ค่อยๆปรากฏและลามจากมือของสาวเจ้าเกาะเต็มแขนของกาซิล และยิ่งลามขึ้นเรื่อยๆ

 

ดราก้อนสเลเยอร์เหล็กสบถพร้อมพยายามสะบัดมือแขนออก ซึ่งมันไม่ง่ายเหมือนกับว่ามือของซุยเซ็นถูกน้ำแข็งนั่นยึดติดกับแขนเขาซะแล้ว แต่พอจะทำลายน้ำแข็ง (?) นั่นมันก็ทำลายไม่แตก กาซิลกัดฟันกรอดถลึงตามองซุยเซ็นที่ยิ้มเผล่ให้อย่างเดือดดาล

 

“เตรียมตัวถูกจับได้เลย~~ คุณแฟนธ่อม” ซุยเซ็นพูดแม้จะแอบกังวลว่าถ้ามันลามไปทั่วตัวกาซิลแล้วอาจจะละลายมันไม่ได้ก็ตามที (?) ส่วนน้ำแข็งที่เกาะมือเกาะแขนอยู่นั้นสบายหายห่วง อย่าลืมสิว่าตอนนี้ร่างของเธอเป็นวิญญาณ สามารถบังคับทะลุอะไรก็ได้! 

 

“ถ้างั้น...แบบนี้ล่ะ!” กาซิลที่พยายามทำลายน้ำแข็งปริศนานั่นเปลี่ยนวิธีเป็นการทำลายพื้นใต้เท้าของซุยเซ็นแทน เป็นผลให้เจ้าหล่อนเสียการทรงตัวและเผลอปล่อยมือทำให้พลาดท่าร่วงลงแม่น้ำและจมหายไป ทิ้งให้กาซิลมองผลงานที่เหลืออยู่ของซุยเซ็น ที่ไม่ว่าจะกะเทาะยังไงมันก็ไม่หลุดดังนั้นจึงต้องปล่อยเลยตามเลย “ชิ...ตัวยุ่งยากซะจริง”

 

พร้อมกระโดดขึ้นหลังคาบ้านแถวๆนั้นไปกวาดสายตามองหาสมาชิกของแฟรี่เทลสักคนหรือสองคนเพื่อที่จะฝากเอาของขวัญไว้ให้ และยังไม่ทันไรกาซิลก็เจอเป้าหมาย

 

......

....

 

ซุยเซ็นสาบานว่าก่อนหน้านี้ตนนั้นเผลอร่วงลงแม่น้ำมา แต่ทำไมรู้สึกตัวอีกทีเธอถึงมาโผล่อยู่ที่กลางป่าที่ไหนสักที่ พร้อมกับร่างกายวิญญาณแบบเดิม เพิ่มเติมคือจับอะไรไม่ได้คล้ายกับความฝัน เจ้าหล่อนเกาหัวอย่างมึนงงรู้สึกไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้านี้เป็นอย่างมาก

 

เอาเป็นว่าลองเดินมั่วๆดูก่อนก็แล้วกัน

 

คิดได้ดังนั้นขาทั้งสองก็ออกเดิน แม้มันจะเป็นการกระทำที่ค่อนข้างจะบ้า แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการยืนอยู่เฉยๆล่ะนะ ร่างของซุยเซ็นในชุดเดรสสีขาวมุ่งหน้าตรงไป กระทั่งเริ่มเห็นต้นไม้ต้นใหญ่ยักษ์รูปร่างแปลกตา ซ้ำยังมีประตูหน้าต่างจนดูเหมือนบ้านมากกว่าต้นไม้

 

“โอ้...สุดยอดเลย อยากจะอยู่บ้านแบบนี้จัง” ซุยเซ็นเผลอพูดความในใจออกมา ก่อนจะหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาคนหรอเจ้าของ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงแอบย่องเข้าไปใกล้เตรียมจะเปิดประตูเข้าไปชมภายใน

 

“นั่นเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?” เสียงกระแอมไอครั้งหนึ่งดังขึ้นและตามติดมาด้วยประโยคคำถามทำเอาคนที่กำลังจะแอบย่องเข้าบ้านคนอื่นสะดุ้งเฮือกยืนตัวตรง เพราะเสียงเมื่อครู่แม้ทุนเดิมจะเป็นเสียงที่ไพเราะ แต่มันก็เต็มไปด้วยความดุดันและไม่เป็นมิตร “ข้าถาม...ไม่ได้ยินหรือยังไง?”

 

วิญญาณสาวหันหลังกลับไปหลับตาปี๋พร้อมกับตอบ “ขอโทษค่ะ! ฉันนึกว่าเป็นความฝันเลยคิด----”

 

“ชะ...ช่วยน้องฉันด้วย! ขอร้องล่ะ!” ยังไม่ทันที่ซุยเซ็นจะพูดจบประโยคดีเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นจนเจ้าหล่อนรู้สึกผิดปกติจนค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าของตนคือเด็กชายวัยที่ดูแล้วน่าจะอายุไม่เกิน 8 ปี คนนั้นยืนตัวสั่นขอร้องผู้หญิงในชุดคลุมคนหนึ่งอยู่ “น้องฉัน...น้องฉันกำลังแย่!”

 

“น้องเจ้ากำลังแย่ขนาดไหน มันไม่ใช่กงการอะไรของข้านี่...อีกอย่างข้าเกลียด...มนุษย์เช่นพวกเจ้าเป็นที่สุด” หญิงสาวในชุดคลุมว่าเสียงเย็นชาประดุจน้ำแข็งพร้อมๆกับเดินผ่านเด็กชายทะลุร่างของซุยเซ็นเข้าไปในตัวบ้านต้นไม้หลังนั้น ขณะที่เด็กชายผู้ซึ่งโดนปฏิเสธนั้นกำมือตนแน่นพร้อมกับหันหลังเดินตามไปอย่างไม่ลดละและหยุดอยู่หน้าประตูบ้านหลังนั้น ดูจากท่าทางเขาหากเปิดประตูตามไปได้คงเปิดไปแล้ว

 

“ถ้าอย่างนั้นก็รับฉันเป็นลูกศิษย์! สอนเวทย์รักษาให้ฉัน!” เด็กคนนั้นกล่าวเสียงดัง

 

“ไม่ว่าจะพูดยังไงคำตอบของข้าก็ยังเป็นแบบเดิม กลับไปซะ...เจ้าทำให้ข้าเสียสมาธิ” กระนั้นคนที่ถูกขอร้องก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อให้ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณดีกับการที่เธอตอบกลับมา เหมือนกับว่ารับฟังสิ่งที่เด็กชายพูด ซุยเซ็นมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างคนโง่งม

 

ไม่รู้ว่ามันคือภาพความฝันหรืออะไร แต่ขอเชียร์ฝ่ายเด็กคนนั้นสุดใจ!

 

“ไม่กลับ! จนกว่าคุณจะตอบตกลง!” เด็กชายยังคงใช้ลูกตื้อต่อ เมื่อไม่ยอมตอบรับขอเสนอตนก็จะไม่ให้เจ้าหล่อนได้อยู่อย่างเงียบสงบ! ชีวิตนี้เขาสูญเสียทั้งพ่อ แม่ เพื่อนๆ รวมถึงที่อยู่ไปแล้ว หากเสียน้องชายไปด้วยอีกคนก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมกลับง่ายๆ ต่อให้ตะโกนจะเสียงแหบแห้งก็จะลากคนๆนี้ให้ตอบตกลงให้ได้!

 

“ข้าไม่มีวันช่วยมนุษย์อย่างพวกเจ้า” และนั่นคือคำตอบของหญิงสาว ทำเอาเด็กชายลอบยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

 

“แต่เมื่อเดือนก่อนคุณก็ช่วยฉัน!” พร้อมยกเอาเรื่องเมื่อเดือนก่อนขึ้นมาอีกครั้ง และนั่นทำให้ทุกอย่างรอบกายเงียบสงัดไปครู่ใหญ่ เขาที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านต้นไม้นั้นคล้ายกับได้ยินเสียงถอนหายใจ และเสียงกุกกักด้านใน ประตูบานนั้นที่ปิดสนิทมานานก็ค่อยๆถูกเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีเงินประกายม่วงที่ยืนมองอยู่

 

ใบหน้าหวานนั้นยังคงไว้ซึ่งความเฉยเมยและเย็นชาราวรูปสลัก เธอจับจ้องมองเด็กชายตรงหน้าครู่หนึ่งพร้อมกับขยับตัวหลีกทางให้ เมื่อเห็นท่าทีงงงันนั้นจึงพูดเสียงแกมหงุดหงิด

 

“ไม่เรียนก็ตามใจเจ้า” ประโยคนั่นทำให้เด็กชายยิ้มร่า พร้อมกับวิ่งเข้าไปด้านใน ซุยเซ็นอมยิ้มมองภาพตรงหน้า ผู้หญิงคนนั้นปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนาแต่ใจจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ประตูบานนั้นถูกปิดลงพร้อมๆแรงฉุดกระชากจากทางด้านหลัง

 

.......

....

 

ซุยเซ็นสะดุ้งเฮือกลืมตาตื่นขึ้นมาในสถานที่ๆไม่คุ้นหูคุ้นตาอีกครั้ง จากสภาพรอบๆด้านดูยังไงก็เป็นสิ่งที่สามารถเรียกว่าบ้านได้ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วยกมือขึ้นหยิกแก้มตนเองเพื่อเช็คว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ซึ่งยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรเสียงดังโครมครามก็ดังขึ้นพร้อมเสียงชายหญิงคู่หนึ่ง เด็กสาวขมวดคิ้วเพราะรู้สึกคุ้นๆหู เธอจึงขยับตัวลงจากที่นอนถือวิสาสะเดินเปิดประตูออกไป

 

เจ้าของเสียงทั้งสองนั้นก็คืออัลแซลและบิสก้าคู่รักนักแม่นปืนประจำกิลด์แฟรี่เทลนั่นเอง ทั้งคู่ดูมีท่าทีกระวนกระวายใจเป็นอย่างมากจนไม่ได้สังเกตเห็นวิญญาณอย่างเธอ กับผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งที่กำลังทำท่าคล้ายกับตรวจอาการใครสักคนอยู่ และใครสักคนที่ว่านั่นก็คือมาสเตอร์มาคาลอฟ!

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันน่ะ?” ซุยเซ็นที่เห็นสภาพของชายชราร้องถามทำให้ทั้งบิสก้าและอัลแซครู้สึกตัวว่ายังมีอีกคนอยู่ตรงนี้ด้วย แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรมากกว่านี้ก็ต้องพากันหุบปากฉับเมื่อโพร์ยุชก้าร์ตวัดสายตามองอย่างรำคาญ

 

ทั้งสามคนถึงหดคอพร้อมกับถอยออกไปให้ห่างที่สุด ระหว่างนั้นก็ได้พูดอธิบายสถานการณ์คร่าวๆให้แก่วิญญาณสาวผู้ซึ่งหายหัวไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ฟังคร่าวๆ พร้อมกับถามไถ่ถึงที่มาที่ไปของซุยเซ็นว่าทำไมถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ แน่นอนว่าคำตอบนั้นก็คือ...ไม่รู้

 

รอไม่นานโพร์ยุชก้าร์ที่ตรวจและรักษาร่างกายคร่าวๆของมาสเตอร์เสร็จหันมามองทั้ง 3 พวกเขาจึงขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อสอบถามอาการ แม้คนตรงหน้าจะพยายามไล่ให้กลับแค่ไหนก็ตาม กระทั่งหญิงชราเปิดปากพูดถึงเวทย์ที่มาสเตอร์มาคาลอฟโดน มันเป็นเวทย์เดรน ที่จะทำให้พลังเวทย์ของผู้ตกเป็นเป้าหมายหลั่งไหลออกมาภายนอกล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าก่อนจะสลายไป

 

“ถ้าสามารถเก็บพลังเวทย์ของมาคาลอฟที่ล่องลอยในอากาศได้อาการก็จะฟื้นตัวได้เร็ว แต่มันช้าไป  หมอนี่สายเกินแก้แล้ว คงต้องพักฟื้นอีกนานเลย” โพร์ยุชก้าร์พูดถึงคาถาอันตรายนี้ไปพลางมองคนป่วยไปพลางด้วยความรู้สึกอยากจะตะบันหน้าอีกสักรอบ (?) ที่ชอบสร้างความลำบากให้ตนบ่อยๆ

 

“อย่างนั้นเหรอครับ” อัลแซคพึมพำเสียงอ่อน

 

“งั้นจะไปบอกให้ทุกคนรับรู้ก่อนนะคะ” ตามด้วยบิสก้าซึ่งมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนที่ห้องทั้งห้องจะตกลงสู่ความเงียบ

 

ชิ้ง...

 

“นี่พวกเธอยังอยู่อีกเรอะ!!” หญิงชราหันไปแว้ดใส่ทั้ง 3 คนพร้อมๆกับหยิบไม้กวาดมาปัดไล่ทั้ง 2 คนนั้นออกไป โดยมีซุยเซ็นยืนยิ้มเหยๆอยู่ แน่ล่ะ...เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่หญิงชราเหวี่ยงไม้กวาดมันก็เข้าหน้าเธอเต็มๆแล้ว นี่ถ้าไม่ใช่วิญญาณป่านนี้มีหวังดั้งหักชัวร์ๆ “รีบๆไสหัวกลับไปได้แล้ว! ฉันทนกลิ่นสาปพวกมนุษย์ต่อไม่ไหวแล้วนะ!”

 

“เหวออ...งั้นขอตัวก่อนล่ะ!” ทั้งอัลแซคและบิสก้ารีบพุ่งตัวออกไปโดยทันที ส่วนซุยเซ็นที่เห็นดังนั้นเหลือบตามองโพร์ยุชก้าร์เล็กน้อย เธอเป็นวิญญาณนี่นับหรือเปล่านะ? เด็กสาวหันมองมาสเตอร์เล็กน้อยก่อนจะเดินตามทั้งสองคนเมื่อครู่ออกไป

 

“เดี๋ยว...เธอน่ะไม่ต้องไป” ขาทั้งสองนั้นหยุดชะงักโดยทันที วิญญาณสาวหันมองหญิงชราด้วยสีหน้างงๆ โพร์ยุชก้าร์หรี่ตาพิจารณาซุยเซ็นอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะวางไม้กวาดในมือลงและเปิดปากพูด “ฉันอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง มาใกล้ๆหน่อย”

 

ซุยเซ็นขมวดคิ้วแต่ก็ยอมทำตามที่สั่ง ซึ่งหญิงชราก็เริ่มลงมือตรวจอาการมาสเตอร์อีกครั้ง ขณะที่ปากก็สั่งให้เธอเดินถอยไปไกลๆ พอถอยมาก็ตรวจอาการมาสเตอร์ใหม่ และก็กลับไปลูปเดิมจนวิญญาณที่ถูกใช้ให้เดินไปเดินมาเริ่มปวดหัว

 

“เอ่อ...คือให้ฉันเดินไปเดินมาทำไม---”

 

“เธอน่ะมานั่งตรงนี้และจับมือมาคาลอฟเอาไว้” ถามยังไม่ทันจะจบโพร์ยุชก้าร์ก็เอ่ยปากสั่งแปลกๆ แน่นอนว่าซุยเซ็นมีแต่ต้องทำตาม แม้จะแอบกรอกตามองบนเล็กน้อย หวังว่าคนๆนี้คงไม่สั่งให้เธอเดินวนรอบห้องใหม่อีกครั้งนะ หลังจากที่ลงมือตรวจอีกครั้งหญิงชราก็พยักหน้าเล็กๆและหันมาสั่งอีก โชคยังดีที่คราวนี้ไม่ใช่อะไรแปลกๆ (มั้ง) “จับเอาไว้ห้ามลุกไปไหน ห้ามปล่อยมือ”

 

“อ่า...ค่ะ” ซุยเซ็นยกมือเกาหัวตัวเองอย่างมึนงงมองตาม คุณหมอแปลกๆคนนี้เดินหายออกไปด้านนอก ก่อนจะย้ายสายตามามองสีหน้าของมาสเตอร์ของแฟรี่เทลที่อาการยังไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก... “อ๊ะ? สีหน้าของมาสเตอร์ดูดีขึ้นหรือเปล่าเนี่ย?”

 

โดยที่เจ้าหล่อนไม่รู้เลยว่ากำลังถูกโพร์ยุชก้าใช้เป็นตัวฟื้นฟูพลังเวทย์ให้มาสเตอร์อยู่ ความจริงหญิงชราแอบสังเกตมาสักพักแล้วว่าพลังเวทย์ของมาคาลอฟฟื้นฟูได้รวดเร็วขึ้นเมื่อซุยเซ็นอยู่ใกล้ และจากการทดสอบเมื่อครู่ก็ยิ่งทำให้แน่ใจ แม้จะไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรแต่คิดว่าคงไม่พ้นกำไลที่เข้าหล่อนสวมอยู่ นั่นน่ะ เป็นเสมือนอุปกรณ์เวทย์ฟื้นฟูดีๆนี่เองและก็น่าแปลกที่โพร์ยุชก้าไม่รู้สึกเหม็นขี้หน้าอีกฝ่ายเหมือนพวกมนุษย์คนอื่นๆ

 

คงจะเพราะเป็นวิญญาณล่ะมั้ง

 

[Re : 5/11/2563]

 

ซุยเซ็น : ว่าแต่จะให้นั่งแบบนี้ไปนานแค่ไหนคะเนี่ย?!

มานั่งรีใหม่เพื่อตัดโมเม้นไม่จำเป็น & จ่ายเงินเพิ่มบทให้พระเอก (ในอดีต) ค่ะ เอาเข้าจริงก็มารีภาษากับเนื้อเรื่องของตัวเองด้วยแหละ (แต่รู้สึกว่ารีแล้วมันก็ยังมีความกาวอยู่หน่อยๆ)

ปล.จนป่านนี้กาซิลเราก็ยังมีน้ำแข็งเกาะแขนไปครึ่งอยู่นะ ส่วนวิธีละลาย....เหอะๆ (มองนางเอกตัวเอง) ส่วนพลังน้องนางเอกใช้อะไรได้บ้าง?....ตอนนี้ก็มีแค่ไฟกับเดือดทะลุจุด---แค่กๆ! ไอ้นั่นๆแหละค่ะ (ฮา)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #518 JNM84. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 16:11
    เห ปักธงนัตสึ555
    #518
    0
  2. #357 Piszerel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 20:46
    คุณน้องชาย~

    เกลียดพวกพระเจ้าบ้าบอนี่ที่มายุ่งกับชีวิต ความรู้สึกของคนอื่นจริงๆ
    #357
    1
    • #357-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 4)
      1 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:33
      พระเจ้า...ใครอ่ะ??
      หรือว่าคือมายูมิจ้ะ? (ถ้าหมายถึงชีจริงๆชีไม่ผิดเลยนะ! เพราะเจ๊ซุยนั้นต้องอยู่โลกนี้อยู่แว้วๆ**แอคโค่**)
      #357-1
  3. #153 YuRi666 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 13:53
    คนที่ดูมีประเด็นสุดน่าจะเป็นนนน......
    .
    .
    .
    เอลซ่------//โดนลากเข้ามุมตึก
    #153
    0
  4. #9 ฉิงเทียน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 21:35
    ปักธงเกรย์ดีไหมคะ ฮี่~
    #9
    1
    • #9-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 4)
      26 กรกฎาคม 2560 / 20:04
      ...อาจจะเผลอปักไปแล้วก็ได้นะคะ...
      (เข่าน่ะนะ#ผิดๆ)
      #9-1