Fic Fairy tail Sleep on it [Zeref x OC]

ตอนที่ 2 : ปฐมบท (RE)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 445 ครั้ง
    24 มิ.ย. 63

ในอดีตเมื่อนานแสนนานมาแล้ว ได้มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านลับแล ของชนเผ่าที่ซึ่งได้บูชาองค์อังคเซรั่มมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล นางนั้นเป็นเพียงคนธรรมดาที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น คนทรง ของหมู่บ้าน ซึ่งจะมีบทบาทหน้าที่หลักๆคือการร่ายรำบูชาแด่องค์อังคเซรั่มในทุกๆปี ขณะที่สามีของนางนั้นเป็นช่างฝีมือที่รับหน้าที่ในการสร้าง สื่อกลาง ที่คนทรงต้องใช้ในการทำพิธี

 

แม้ว่าทั้งคู่จะมีสถานะและลำดับขั้นสูงเพียงไร แต่ทั้งสองสามี ภรรยาคู่นี้ก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาที่กำลังมีความสุขกับการได้ลูกคนแรก แต่น่าเสียดายที่เวลาแห่งความสุขนั้นช่างแสนสั้น...ในการรำถวายในปีนั้นได้เกิดปาฏิหาริย์บางอย่างขึ้น

 

องค์อังคเซรั่มได้ลงมาสู่โลกมนุษย์และได้มอบพรแก่ คนทรง เพื่อเป็นการตอบแทนการบูชาตลอดหลายร้อยปีของชนเผ่าแห่งนี้...พรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจนั้นได้ทำให้เกิดเผ่าพันธุ์ใหม่ขึ้น ซึ่งเผ่าพันธุ์นี้จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาตร์ของเอิร์ธแลนด์ไปตลอดกาล...

 

ไม่ว่าจะเป็นการฝืนบัญญัติสวรรค์ของช่างฝีมือผู้นั้นเพื่อช่วยภรรยาของตนเองจนเกิดเรื่องอาเพศมากมาย จนทำให้เผ่าพันธุ์ในตำนานล่มสลายไปถึง 2 เผ่า ซึ่งก็คือเพกาซัสและยูนิคอน...จากผลงานที่เขาได้เป็นคนสรรสร้างขึ้น หินวิหคเพลิง

 

“และนั่นคือเรื่องราวที่ได้ถูกบันทึกไว้ของปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฟินิเชี่ยนพะย่ะค่ะ” สิ้นเสียงของแม่ทัพหนุ่มผู้ควบตำแหน่งบาทหลวงอย่างโครอฟลงได้ไม่นาน ร่างของหญิงสาวที่กำลังนั่งสงบเงียบจ้องมองเศษหินทั้ง 2 ส่วนในมือทั้ง 2 ก็เริ่มขยับเล็กน้อยและสิ่งแรกที่เจ้าหล่อนทำก็คือการ...

 

เฮ้อ~~

 

ถอนหายใจยาวๆออกมาครั้งหนึ่ง ราชินีองค์ปัจจุบันของราชวงศ์ฟินิเชี่ยนวางเศษทั้ง 2 นั้นไว้บนโต๊ะทำงานของตนเอง พลางไถลตัวลงไปกับเก้าอี้ ใบหน้าอันงดงามนั้นเบ้ปากน้อยๆกับเรื่องที่ตามมาหลังจากได้ยึดบันลังก์นี้คืนมาจากราชองครักษ์ที่กบฏและตั้งตนเป็นราชาองค์ก่อน

 

“หินนี่...ทำลายทิ้งเลยดีไหม?” โครอฟที่ได้ฟังถึงกับเหงื่อตก...ทั้งๆที่เขาอุส่าต์อธิบายยาวเหยียดถึงความสำคัญของหินทั้ง 2 ส่วนนี้ให้เซเรน ฟิโอเนีย ดิ เรียรานี...หรือราชินีน้อยองค์ปัจจุบันได้ทราบแล้วแท้ๆ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะเห็นใบหน้าไม่พอใจของเขาจึงรีบอธิบายความคิดตนเองออกมา “อันตรายออก...ถ้าอีกส่วนยังอยู่ในการดูแลของหมู่บ้านวิหคเพลิงเหล่านั้นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่...มาอยู่ในมือของของราชอาณาจักรทั้ง 2 ส่วนแบบนี้ ยิ่งไว้ใจไม่ได้จริงไหม?”

 

“มันก็จริง...แต่! อย่างไรเสียเราก็ทำลายไม่ได้พะย่ะค่ะ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด”

 

เซเรนที่ได้ยินคำขาดนั้นถึงกับมุ่ยหน้าลงทันที เด็กสาวผู้เป็นถึงราชินีถอนหายใจออกมายาวเหยียดอีกครั้งหนึ่ง พลางลิสเรื่องยุ่งยากที่ต้องจัดการหลังจากครองบังลังกืมาอีก 1 ข้อใหญ่ๆ ไม่ใช่ว่าจะหาวิธีเก็บรักษาและป้องกันหรอก...แต่เธอจะทำลายหินวิหคเพลิงทิ้ง!

 

โครอฟที่มองท่าทีของราชินีน้อยอยู่ห่างๆนั้นยกยิ้มแห้ง....เขาคงต้องใช้เวลาอีกนานในการกล่อมเซเรนเรื่องนี้ ดังนั้นในฐานะผู้เป็นแม่ทัพ บาทหลวง และครู เขาอยากจะฝากอะไรให้เซเรนได้คิดเสียหน่อย  ทรงรู้หรือไม่พะย่ะค่ะว่าเหตุใด...ราชาและราชินีรุ่นแล้วรุ่นเล่าถึงไม่ทำลายหินวิหคเพลิงที่แสนจะอันตรายนี้ทิ้งไป แล้วเลือกที่จะเก็บรักษามันเอาไว้?”

 

“นั่นเพราะ----”

 

.

.

.

 

 

“พี่ครับ! ถ้ายังไม่ตื่นผมจะหนีออกจากบ้านแล้วนะ!!” เสียงที่ยังไม่แตกเนื้อหนุ่มดีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาภายในห้องเช่าเล็กๆแห่งนี้ แน่นอนว่ามันก็เป็นเพียงการปลุกพี่สาวขี้เซาของเขาเพียงเท่านั้นเอง โอมิยะ ริยะมองท่าทีที่ค่อยๆขยับตัวของพี่สาวอย่างซุยเซ็นพลางนับ 3 ในใจ และหมายมั่นว่าทันทีที่ผู้เป็นพี่กระโดดตะครุบ (?) ตัวอย่างทุกที (?) จะหลบให้พ้นให้ได้!

 

3

 

2

 

1

 

ฟุ่บ!!

 

“ไม่น้า!! เจ้าโชตะน้อยๆของพี่จะใจแตกหนีตามยูคุงไปไม่ได้นะ!!” อนิจังแม้ว่าริยะจะพยายามมากแค่ไหนในการหลบสาวเจ้า แต่ก็มิวายจบลงที่การโดนผู้เป็นพี่กอดรัดฟัดเหวี่ยงโหยหวน (?) เสียทุกเช้าที่ใช้วิธีปลุกนี้---อันที่จริงมันก็ทุกเช้าแหละ “ใช่ซี้~ พี่มันไม่ดีเท่ายูคุงนี่นา แต่อย่างน้อยๆถ้าจะไปขอให้พี่ได้เตรียมสินสอดสู่ขอยูคุงให้เราก่อนเถ---แอ้ก!

 

โป๊ก!

 

“สะ...สู่ขออะไรล่ะครับ! /// ระ...รีบแต่งตัวได้แล้ว ไหนใครบอกว่ามีธุระเช้านี้ไง!” คนเป็นน้องที่ฟังความบ้าบอ (?) ของพี่สาวขี้จิ้นไม่ไหวแจกมะเหงกให้ไป 1 ลูก พร้อมๆกับโวยวายด้วยใบหน้าขึ้นสีแดงจัด ให้ตายเถอะ! ทำไมพี่เขาถึงได้ชอบจิ้นเขากับยูนักนะ! เมื่อทำการบ่นจบผู้เป็นน้องจึงเดินออกไปจากห้องของพี่สาวในทันที เพราะขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังได้เทศนากันทั้งวันจนไม่ได้ออกไปไหน

 

ปึก!

 

สิ้นเสียงประตูนั้นใบหน้าอันทะเล้นของสาวเจ้าก็มลายหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหล่อนทิ้งตัวลงนอนแผ่ราบบนเตียงของตนเองอีกครั้งหนึ่ง พลางยกมือขึ้นมาวางเกยบนหหน้าผาก...นี่เป็นครั้งที่ 10 ในรอบเดือนนี้แล้วที่ฝันถึงแต่เรื่องเดิมๆวนซ้ำไปซ้ำมา

 

แน่นอนว่าเธอก็เคยฝันอะไรแปลกๆแบบนั้นมาหลายต่อหลายครั้ง เพียงแต่ว่าในครั้งก่อนๆมันก็เหมือนความฝันทั่วไป ที่ตื่นมาก็จะจำไม่ได้ ถึงได้ก็ค่อนข้างที่จะไม่ปะติดปะต่อกันเท่าไหร่นักจึง และนั่นมากพอที่ทำให้เธอหลอกตัวเองได้บ้างว่าดูอนิเมะมากไปจนเก็บไปฝันเพ้อเจ้อ

 

แต่ในช่วงเดือนที่ผ่านมามันไม่ใช่...ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในความฝันมันเหมือนจริงมาก มากเสียจนไม่สามารถเชื่อได้อีกต่อไปแล้วว่านั่นเป็นแค่ฝันธรรมดา

 

ในตอนที่สาวเจ้ากำลังนอนเครียดอยู่นั้นเอง ดวงตาสีดำสนิทก็เหลือบไปเห็นโปสเตอร์เกี่ยวกับการทำนายดวงชะตา จนพาลนึกถึงแม่หมอข้างถนนคนหนึ่ง...หญิงชราที่ทักเธอด้วยประโยคของนักต้มตุ๋นอย่างประโยคที่ว่า

 

ดวงชะตาเธอกำลังจะถึงฆาต...แต่วางใจเถอะแม่หนูน้อย เพราะในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่บ้าง...เจ้าจะไม่ตายเพียงแต่เจ้าจะ---

 

ไม่ต้องรอให้จบประโยคนั้นซุยเซ็นก็ชิ่งหนีออกมาเสียก่อน ตอนแรกเธอไม่คิดติดใจอะไรแต่ตอนนี้มันต่างกัน...จู่ๆความกังวลที่ไม่มีที่มานั้นก็เริ่มสุมอยู่ในอก กับสภาพของน้องเธอที่ชุ่มไปด้วยเลือดในความฝันจะผุดขึ้นมา---

 

“นี่พี่! ยังจะนอนต่ออีกเหรอเนี่ย!!” ริยะตะโกนถามเสียงเขียวจนทำให้ร่างบางสะดุ้งลุกพรวดคว้าผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำในบัดดล ก่อนที่น้องชายสุดโชตะคนนี้จะสวมโหมดซาตานเตะโด่งเธอไปทำงานซะก่อน

 

ใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงโอมิยะ ซุยเซ็นก็รีบตะกายออกจากห้องเช่าเล็กๆของตนมุ่งหน้าตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินทั้งๆที่ปากยังคาบขนมปังอยู่ มันอาจจะดูแปลกๆที่สาววัยทำงานอย่างเจ้าหล่อนทำตัวอย่างกับนางเอกการ์ตูนสาววน้อยแบบนั้น

 

ช่วยไม่ได้นี่หว่า!

 

ใครจะไปคิดว่าทันทีที่กำลังจะกินข้าวฝีมือน้องชายสุดน่ารัก ตาเจ้ากรรมก็ไปเห็นเวลาในขณะนั้น ที่เหลือเพียง 15 นาทีก่อนเธอจะต้องเข้างานน่ะ!

 

ในขณะที่ซุยเซ็นกำลังวิ่งเต็มกำลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟเพื่อมห้ทันรถไฟเที่ยว 7.50 นั้น เจ้าหล่อนไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดความวินาศสันตะโลตามหลังเธอแทบจะทุกฝีก้าว...ตั้งแต่รถเก๋งคันหนึ่งที่จู่ๆก็พุ่งพรวดขึ้นมาบนฟุตบาต ป้าโฆษณาที่หล่นลงมาด้านล่าง

 

“หลบโว้ย! หลบไป!” โจรคนหนึ่งตะโกนพลางผลักคนที่เดินอยู่ในฟุตบาตรให้หลีกทาง ชายคนนั้นกุมกระเป๋าที่พึ่งจะวิ่งราวได้มาแน่น ขณะที่ตำรวจคนหนึ่งกำลังวิ่งตามมันอยู่ มันผลักคนที่ขวางทางทิ้งเพื่อเอาตัวรอดแน่นอนว่าซุยเซ็นก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

 

ผลั่ก!!

 

“อ...อ้ะ?” ร่างกายของซุยเซ็นเซวูบอย่างกะทันหัน รู้ตัวอีกทีคือกลายเป็นว่าเธอกำลังเสียหลักล้มลงสู่ถนนที่มีรถสัญจรกันอย่างไม่ขาดสาย ทุกอย่างราวกับค่อยๆถูกสโลโมชั่นให้ช้าลง ทั้งเสียงกรีดร้อง เสียงแตรรถ เสียงของยางที่เบียดกับถนน ทุกๆอย่างรอบๆตัวเธอและคนที่กำลังจะวิ่งเข้ามาช่วยมันดูช้าไปหมด

 

ทันทีที่ร่างของเธอกระทบกับพื้นถนน ผู้คนรอบข้างต่างพากันปิดตาเพื่อหลีกหนีภาพอันน่าสยดสยองที่อาจจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

 

เอี๊ยดดด!!

 

คนขับรถนั้นทันทีที่เห็นคนร่วงลงมาเขาก็สะดุ้งเหยียบเบรกจนรถเริ่มเสียการควบคุม เสียงล้อยางที่เบียดกับถนนดังอยู่สักพักหนึ่ง แต่กลับไม่ได้ยินหรือรู้สึกว่าชนกับอะไรสักอย่าง...ใช่ ซุยเซ็นเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้อย่างหวุดหวิด

 

ไม่รู้เพราะสัญชาตญาณหรืออย่างไร ทันทีที่ตัวเธอกระทบกับพื้นถนนก็สวมวิญญาณสตั๊นแมน (?) กลิ้งตัวหลบวิถีของรถคนนั้นไปอีกยังกลางถนน ผู้คนต่างพากันตกตะลึง---โอเค ซุยเซ็นก็ตกใจกับตัวเองเหมือนกันที่รอดมาได้

 

“เกือบไป” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะที่ทุกอย่าหยุดชะงักนั้นเองจึงรีบฉวยโอกาสนั้นรีบเดินเข้าฟุตบาตก่อนโดนรถสอยอีกรอบ ซึ่งทันทีที่หญิงสาวก้าวเดินนั้นเอง...

 

“พี่ครับ!! อันตราย!!” เสียงของน้องชายเธอก็ดังขึ้น พร้อมๆกับเสียงโวยวายอีกครั้งหนึ่ง รถบรรขนส่งคันโตคันหนึ่งที่ไม่รู้ว่าไปแหกโค้งมาจากไหนกำลังจะพุ่งใส่ร่างเธอ สาวเจ้าพยายามจะกระโดดหลบจากวิถีรถคันนั้นเพียงแต่...

 

เหตุการณ์ที่เหมือนกับโลกทั้งโลกหยุดหมุนมันกลับมาอีกครั้ง...และครั้งนี้เธอได้พบกับชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงกำลังจ้องเธออยู่ ผู้ชายที่มีอักษรประหลาดๆรอบตัวหมุนวนอยู่ พร้อมๆกับกำลังขมุบขมิบปากเหมือนท่องอะไรสักอย่างคนนั้น

 

โครม!!

 

“ให้ตายสิ...จะตายทั้งทีขอสู่ขอยูคุงให้ริยะก่อนไม่ได้หรือยังไงกัน?เจ้าหล่อนคิดขำๆก่อนที่โลกมันจะเหวี่ยง---ไม่สิ ก่อนที่ร่างเธอจะถูกชนกระเด็นไปตามพื้นถนน

 

“พ...พี่...พี่ครับ!!!” คนเป็นน้องที่ตั้งใจจะเอากระเป๋าทำงานมาให้ซุยเซ็นร้องตะโกนเรียกร่าของหญิงสาวที่กระเด็นไปกับพื้นถนนสุดเสียง เขาทิ้งทุกอย่างตรงดิ่งไปหาร่างของอีกฝ่ายโดยไม่ฟังคำทัดทานของใคร ริยะรุดไปดูอาการพี่สาว และรีบร้องขอความช่วยเหลือ “รถพยาบาล...ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลเร็ว! ผมขอร้องล่ะครับ!

 

โดยที่ไม่รู้เลยว่าผู้เป็นพี่นั้นหาได้มีชีวิตอยู่ที่โลกแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว

 

[24/6/2563]

 

 เปลี่ยนเนื้อหาบทเริ่มใหม่หมดจ้า พร้อมปรับอายุเจ๊ซุยให้ดูเป็นเจ๊มากขึ้---แอ้ก! อะแฮ่ม...พร้อมกับปรับอายุให้เจ๊ซุยดูโตขึ้นกว่าเดิมเพื่อดูแลน้องชายสุดน่ารัก (ส่วนเนื้อหาหลักในแฟรี่เทลน้องก็จะมีอายุ 16 เท่าเดิมนะคะ เพราะเดี๋ยวพระเจ้าจะลดอายุให้) 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 445 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

544 ความคิดเห็น

  1. #543 homjunn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 11:00

    ชอบมาก
    #543
    0
  2. #530 kaneki-kin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 17:28
    มาแต่ไม่ต่อคิว
    #530
    0
  3. #310 BlackQuean (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 19:42
    ไรท์วาดรูปสวยจังแต่ไม่สวยเท่าเราวาดหรอกโฮะๆๆๆ//แอ็ก โดนไรท์และคุ
    #310
    1
    • #310-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 2)
      28 กันยายน 2560 / 00:20
      ขอบคุณคร่าาา
      แล้วก็ตอนนี้ห่างหายจากการวาดภาพมานานมาก! รูปพวกนั้นคือรูปเก่าเมื่อหลายปีที่แล้ว//แอ๊ก!//
      ตอนนี้วาดยังไงไรท์ก็ว่าหน้าที่วาดออกมาตลก //ฮือเสียใจ// แถมตายังไม่สมดุลอีกอ๊ากกก //โรคเก่ากำเริบ//
      #310-1
  4. #151 YuRi666 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 13:33
    เรื่องนี้ริวจิไม่ยุ่ง(=-=)...//ยืนมองเหล่าออริของไรท์ที่พากันเตรียมอาวุธสงครามอยู่มุมเสาเงียบๆ
    #151
    1
    • #151-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 2)
      12 สิงหาคม 2560 / 21:14
      ไม่ต้องห่วงค่ะ! ออริเราเป็นแบบนี้ประจำนั่นแหละค่ะ!! จ้องจะเจี๋ยน---//สัญญาณขาดหาย
      #151-1
  5. #5 pimtiua (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 07:17
    ต่อออออ
    #5
    0
  6. #4 PIN'PIN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 23:53
    ตลกสโลแกนนางเอกอะ แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นตลกรึเปล่านะ
    #4
    1
    • #4-1 Futari Mayu / Futawarashi Takuto(จากตอนที่ 2)
      23 กรกฎาคม 2560 / 16:53
      ไม่ต้องคนอื่นคนไกลหรอก...ไรท์ก็ตลกค่ะ (ขำก๊ากเลยค่ะ)
      #4-1